07/02/2026
มาสร้างคอมมิวนิตี้ของคนรักอาคารเก่าร่วมกัน 🥰
ถ้ามีคำถามและข้อสงสัย ทักมาคุยกันได้เลยค่ะ
รับสมัครนักศึกษาเข้าศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษา
ภาคการศึกษาต้น ประจำปีการศึกษา 2569 (รอบที่ 1)
ตั้งแต่วันนี้ ถึง 20 กุมภาพันธ์ 2569
ดูรายละเอียดการสมัครได้ที่ https://graduate.su.ac.th/course
07/02/2026
ขอแสดงความยินดีกับนายศรัณย์กร อาจหาญ Sarunkorn Arthan ที่ได้รับรางวัลจากหอสมุดวังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร มา ณ ที่นี้
ปล.เจ้าตัวแจ้งว่ารางวัลยืมเยอะ ปรับเยอะครับ 😊
07/02/2026
ขอแสดงความยินดีกับนางสาวพิชชาภา คงจันทร์ Phitchapa Kongjan ในโอกาสรับพระราชทานปริญญาบัตรสถาบัตยกรรมศาสตรบัณฑิต ประจำปีการศึกษา 2567 จากคณะสถาปัตยกรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
01/02/2026
หลักสูตรฯ ของเราเน้นประสบการณ์และการทดลองลงทำจริง นอกจากการเรียนหลักการแล้วการเรียนนอกห้องเรียนยังช่วยให้นักศึกษาได้ตั้งคำถาม และวิเคราะห์สถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยตนเองและเพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียน
วันนี้หลักสูตรต้องขอขอบคุณผศ.พรพรหม แม้นมนนรัตน์ ที่เปิดบ้านนุ่นให้เข้าชม และแน่นอน เมื่อลงพื้นที่แล้วต้องไม่พลาดที่จะเดินสำรวจย่านฯ กัน
ใครอยากมีประสบการณ์แบบนี้ สมัครเข้ามาเรียนกับหลักสูตรเรากันนะคะ
09/01/2026
มาฟังพรีเซนจากนักศึกษา ❌️
มาชิมของอร่อย ✅️
23/12/2025
ขอขอบคุณอาจารย์ Sorthong Banjongsawat ที่มาแชร์ประสบการณ์ในวิชาการสื่อความหมายในมรดกทางสถาปัตยกรรมให้กับนักศึกษาในหลักสูตรฯ ค่ะ
23/12/2025
ความสุขเล็กๆในงานสำรวจอาคารเก่า
22/12/2025
พร้อมมาแชร์กัน ก็สมัครเข้ามาได้เลยนะคะ
รับสมัครนักศึกษาเข้าศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษา
ภาคการศึกษาต้น ประจำปีการศึกษา 2569 (รอบที่ 1)
ตั้งแต่วันนี้ ถึง 20 กุมภาพันธ์ 2569
ดูรายละเอียดการสมัครได้ที่ https://graduate.su.ac.th/course
09/12/2025
สร้างจากธรรมชาติ
ซ่อมด้วยธรรมชาติ
https://web.facebook.com/share/p/1BeNkHKeYu/
ยางรัก: วัตถุดิบจากป่าต้นน้ำ สู่ผลงานศิลป์ของเอเชีย
ยามฤดูหนาวปกคลุมภูเขาภาคเหนือ ใบของต้นรักเริ่มเปลี่ยนสีจากสีเขียวสดเป็นสีแดงเพลิงโดดเด่นท่ามกลางผืนป่ากว้าง ชวนให้นึกถึง “ผืนป่าต้นน้ำ” แหล่งกำเนิด “ต้นรักหลวง” ต้นไม้สำคัญยิ่งต่องานศิลปหัตถกรรมของเอเชีย
“ต้นรัก” ซึ่งเป็นต้นทางของวัตถุดิบอันล้ำค่าอย่าง ยางรัก วัสดุที่กลายเป็นหัวใจของงานเครื่องรักและศิลปหัตถกรรมหลายแขนงในภูมิภาคนี้
จากการศึกษาทางพฤกษศาสตร์ ต้นรักที่ให้ยางสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ โดยแต่ละสายพันธุ์สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูมิอากาศ ภูเขา และวิถีชีวิตของผู้คนที่นำวัตถุดิบล้ำค่านี้ไปสร้างงานศิลป์อย่างลงตัว
1) Gluta usitata สายพันธุ์ต้นรักในป่าดิบในไทย ลาว พม่า และกัมพูชา พบมากในป่าดิบแล้ง–ป่าดิบชื้นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยางมีกลิ่นฉุน สีคล้ำ และให้ชั้นฟิล์มดำเงา เหมาะกับงานเครื่องเขินไทยและงานลายรดน้ำที่ต้องการพื้นรักแข็งแรงและทึบแสง
2) Toxicodendron vernicifluum สายพันธุ์ต้นรักที่เจริญเติบโตท่ามกลางภูเขาของของจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ต้นรักสายพันธุ์นี้เติบโตในพื้นที่ระดับสูงที่มีความชื้นและอุณหภูมิคงที่ ยางมีสีเหลืองอำพัน โปร่งใส และให้ผิวเงางาม เป็นวัตถุดิบสำคัญของงาน Urushi, Maki-e, และเทคนิค “ราเดน (Raden)” ของญี่ปุ่น
3) Toxicodendron succedanea สายพันธุ์ของต้นรักจากป่าภูเขาในไต้หวัน เวียดนาม และจีนตอนใต้ ให้ยางใส เหนียวน้อย แต่ให้ผิวบางละเอียด เหมาะสำหรับงาน Sơn mài ของเวียดนามที่ต้องทายางซ้อนหลายชั้นเพื่อสร้างมิติ
ความแตกต่างเนื้อสัมผัส ความหนืด และความเข้มของเนื้อสีของสายพันธุ์จึงสะท้อน “ภูมิสารสนเทศทางวัฒนธรรม” ของเอเชีย เพราะชนิดของยางกำหนดทั้งสี เนื้อ และเทคนิคที่แต่ละวัฒนธรรมสร้างสรรค์ขึ้นมา ไม่เพียงเท่านั้น วิธีการกรีดยางรัก ยังเป็นศาสตร์ – ศิลป์ – พิธีกรรมจากหลากวัฒนธรรม
วิธีการกรีดยางรักไม่ใช่เพียงกระบวนการทางช่าง แต่เป็น “พิธีกรรมระหว่างมนุษย์กับต้นไม้” ซึ่งแต่ละพื้นที่มีวิธีปฏิบัติแตกต่างกัน และส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของยาง รวมถึงการอนุรักษ์ต้นรักในระยะยาว
การกรีดยางรักในไทย: ช่างมักใช้มีดคมกรีดเป็นรูปตัว I หรือตัว Y จากนั้นปล่อยให้ยางค่อย ๆ ไหลลงสู่ภาชนะดินเผาหรือไม้ไผ่ กระบวนการนี้ต้องอาศัยความแม่นยำสูง เพราะการกรีดลึกเกินไปอาจทำให้ต้นรักบอบช้ำและให้ผลผลิตลดลง
การกรีดยางรักของจีน: พิธีกรรมและความศักดิ์สิทธิ์ ในงาน SACIT Symposium 2025 Dr. Suo Chao นักวิชาการด้านเครื่องรักจาก Sichuan Technology and Business University ประเทศจีน ได้เล่าอย่างน่าสนใจว่า วิธีการกรีดในจีนถือเป็นพิธีกรรมที่เริ่มต้นด้วยการ “ขออนุญาตต้นรัก” ก่อนทำการมัดต้นไม้และกรีดเปลือกอย่างมีจังหวะ มีคำกล่าวย้ำคุณค่าของยางรักว่า
“เดินเป็นร้อยลี้ กรีดพันครั้ง ได้ยางเพียงหนึ่ง–สองเหรียญ” สะท้อนความยากลำบากและความล้ำค่าของวัตถุดิบจากธรรมชาติ
ญี่ปุ่นและเกาหลี: ความละเอียดแบบวิศวกรรมงานช่าง ในญี่ปุ่น ช่าง Urushi มีเทคนิคการ “กรีดตามฤดูกาล” โดยแบ่งเป็นยางต้นฤดู–ปลายฤดู ซึ่งให้ความหนืดและสีแตกต่างกัน ทำให้สามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับงานแต่ละประเภท เช่น เคลือบพื้น ทำลวดลาย หรือปิดทองในงาน Maki-e ส่วนเกาหลี สนใจคุณภาพของยางตั้งแต่ขั้นตอนกรีด เพราะใช้ในงาน Ottchil และ Najeon Chilgi ที่ต้องการยางใส ไม่มีสิ่งเจือปน และแข็งตัวเนียนเป็นพิเศษ
ร่วมศึกษาและต่อยอดองค์ความรู้ “จากผืนป่าสู่ผลงานศิลป์” ของยางรัก วัตถุดิบสำคัญที่ก่อรูปภูมิปัญญาไทยและเอเชีย ผ่านวงเสวนาที่รวมผู้เชี่ยวชาญหลากสาขา ตั้งแต่นิเวศวิทยา เคมีของยางรัก ไปจนถึงงานออกแบบและช่างฝีมือท้องถิ่น กับเวทีเสวนาพิเศษที่จัดขึ้นในงาน SACIT Symposium 2025 ที่ผ่านมา ในหัวข้อ “From Forest to Form: Lacquer Sap and the Thai Craft Ecology”
ตามลิงก์ด้านล่างนี้
https://www.youtube.com/watch?v=y2arx-WiTXU
#
#ประชุมวิชาการ #หัตถกรรม #ศิลปหัตถกรรม #เครื่องรัก #ยางรัก
#สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย
#กระทรวงพาณิชย์