16/10/2019
มาอ่านฤกษ์กันเถอะ ๑
เมืองไทยในสมัยปัจจุบันนี้เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและวิทยาการต่างๆ มากมายที่เข้ามามีบทบาทในสังคม ซึ่งในสมัยเก่าก่อนไม่เคยมีมาเลย ไม่ว่าจะเป็นยวดยานพาหนะต่างๆ เครื่องมือสื่อสารนานาชนิด การติดต่อสื่อสารซึ่งสมัยก่อนต้องใช้เวลากันเป็นเดือนๆปีๆ กลับใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาเดียวในสมัยนี้ การพูดจาข้ามโลกข้ามประเทศเป็นเรื่องที่ง่ายดายอย่างยิ่ง แต่เชื่อหรือไม่ว่า ไม่ว่าโลกจะเฟื่องฟูขึ้นเพียงไหน ประเทศไทยเราจะก้าวหน้าไปเพียงใด ในสังคมไทยเรายังคงนิยมเชื่อถือเรื่องฤกษ์ยามเป็นอย่างยิ่ง การจัดงานแต่งงาน การขึ้นบ้านใหม่ การเปิดห้างร้านบริษัท การลงเสาเอก การเปิดสถานที่ราชการ การเปิดโรงพยาบาล โรงงาน และอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนแต่ต้องวิ่งเต้นหาฤกษ์ยามที่ดีด้วยกันทั้งนั้น การให้ฤกษ์ยามจึงเป็นหน้าที่ของโหรผู้เชี่ยวชาญชำนาญการทั้งหลาย ความเข้าใจในวิชาการให้ฤกษ์จะต้องถ่องแท้แน่นอน เข้าใจในหลักวิชาอย่างลึกซึ้ง มิใช่ว่าอ่านตำรับตำราหรือไปเรียนตามสถานที่ๆ เปิดสอนเพียงสามเดือนสี่เดือน ก็ออกมาผาดโผนในยุทธจักรการให้ฤกษ์ได้ โดยที่คิดว่าสิ่งที่ตนเรียนตนรู้มานั้นถูกต้องแล้ว เคยได้ยินข่าววางฤกษ์ทำนั่นทำนี่แล้วเจ๊งล่มจมไปก็มี ฉะนั้นจึงควรระวังกันให้จงหนัก ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ และหมั่นทบทวนสิ่งที่ตนรู้ให้ดี ที่สำคัญควรจะหาครูบาอาจารย์ที่รู้และเข้าใจในวิชาอย่างแท้จริง เพราะเคยบอกกล่าวไว้แล้วว่าอย่าเชื่อใจตำรับตำราในท้องตลาดให้มากนัก ยิ่งสมัยนี้ด้วยแล้วยิ่งควรระวัง เห็นมีการเอาตำรามาแปลงสารเป็นวิชาใหม่ๆ มากมายจนน่าปวดหัวทีเดียว
ในการอ่านดวงฤกษ์นั้น จุดสำคัญที่สุดในการอ่านก็คือ ดาวเจ้าการฤกษ์ ซึ่งบางสายจะเรียกว่า องค์พระฤกษ์ นั่นเอง โดยมองว่าดาวเจ้าการฤกษ์ดวงนี้ ทำมุมเรือนอะไรกับลัคนา สมดังความประสงค์ของผู้มาขอฤกษ์หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ผู้มาขอฤกษ์ต้องการฤกษ์แต่งงาน ดาวเจ้าการฤกษ์ควรจะวางไว้ในมุมปัตนิ หากผู้มาขอฤกษ์ต้องการฤกษ์เปิดห้างร้าน ดาวเจ้าการฤกษ์ควรวางในมุมกดุมภะหรือลาภะ หากผู้มาขอฤกษ์ต้องการฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ดาวเจ้าการฤกษ์ควรวางไว้ในมุมศุภะ ดังนี้เป็นต้น ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จุดประสงค์หลักคือ การวางดาวเจ้าการฤกษ์ ในดวงฤกษ์นั่นเอง ซึ่งการวางดาวเจ้าการฤกษ์นั้น ต้องวางสัมพันธ์กับดาวจันทร์ เนื่องจากดาวจันทร์เป็นตัวหลักสำคัญในการวางฤกษ์ การกำหนดดาวเจ้าการฤกษ์จึงต้องอาศัยดาวจันทร์เป็นตัวสำคัญหลัก เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่สุดในการวางฤกษ์เลยทีเดียว ในการวางดาวเจ้าการฤกษ์ให้สัมพันธ์กับดาวจันทร์นั้นก็เป็นไปตามหลักมุมสัมพันธ์ กุม โยค เล็ง ตรีโกณ เบียฬ นั่นเอง จากนั้นก็เป็นไปตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น คือ วางลัคนาฤกษ์ ให้ดาวเจ้าการฤกษ์ที่ได้นั้นทำมุมที่ประสงค์กับลัคนาฤกษ์ โดยให้เช็คจักขุมายา กนกนารี กนกกุญชร การวางลัคนาตามราศีธาตุ ทักษา เกณฑ์สัตตบรรณฤกษ์ (สัตตบรรณฤกษ์ คือฤกษ์ล่างอันเกิดจากการตัดวันทั้ง ๗ เช่น บอกว่า ลาภะจะเข้าสู่ทาษา เป็นต้น) รวมตั้งเช็คยามอัฏฐกาลในช่วงเวลานั้นด้วย เป็นอันแล้วเสร็จเรียบร้อยในการหาฤกษ์
เมื่อกลางปีที่แล้วลูกศิษย์ของผมได้ส่งดวงฤกษ์ดวงหนึ่งมาให้ผมตรวจดู เขาได้รับคำขอร้องให้วางฤกษ์ทำยาวาสนาจินดามณี ผู้ขอฤกษ์ต้องการความสำเร็จในด้านตัวยาและการรักษา และแน่นอนต้องการให้ขายได้ขายดีด้วย หลังจากที่ชี้แจงจุดประสงค์และความต้องการในฤกษ์ที่ขอแล้ว ลูกศิษย์ของผมจึงได้เฉลิมดวงฤกษ์ขึ้นมา โดยวางฤกษ์ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๑ เวลา ๐๘.๕๗ น. ดังรูปดวงฤกษ์ตัวอย่างดังต่อไปนี้
ทางลูกศิษย์ผมได้บอกผมว่า มีคนวางฤกษ์ในการบดยาครั้งนี้ถึง ๓ คนด้วยกัน มีอยู่คนหนึ่งวางฤกษ์ในวันเดียวกัน คือวันที่ ๑๓ กันยายน แต่วางลัคนาไว้ในราศีตุลย์ แต่ลูกศิษย์ผมวางลัคนาไว้ในราศีกันย์ สุดท้ายแล้วเจ้าของงานเลือกเอาฤกษ์ของลูกศิษย์ผม เนื่องจากลูกศิษย์ผมวางฤกษ์ให้เขามาแล้ว ๒ – ๓ ฤกษ์ ซึ่งผลของฤกษ์ออกมาดีงามดังที่เจ้าของงานต้องการ โดยฤกษ์นี้ได้วางดาวเจ้าการฤกษ์ไว้ที่ดาว ๖ ซึ่งสถิตอยู่ที่เรือนกดุมภะ ซึ่งเป็นเรือนที่แปลได้ทั้งเรื่องเงินและเรื่องงาน โดยที่ดาว ๖ ได้ตำแหน่งเกษตรด้วย ดาว ๖ เป็นดาวตัวแทนของการเงิน เมื่อเป็นเกษตรเป็นกดุมภะด้วย ทั้งการงานและการเงินก็เป็นไปตามที่ดวงฤกษ์บอกไว้ คือ มีโชคทั้งทางด้านการงานและการเงิน การงานก็จะประสบความสำเร็จดังประสงค์ การเงินก็จะมีเงินทองหลั่งไหลเข้ามาให้หมุนเวียนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งดาว ๖ กุมดาว ๕ ไว้ด้วย ดาวทั้ง ๒ ดวงนี้ในทางโหราศาสตร์ได้ยกย่องให้เป็นดาวแห่งครูบาอาจารย์ทั้งคู่ อันหมายถึงมีการประกอบพิธีในการบดยาเป็นไปตามหลักของครูบาอาจารย์ทั้งหมด ดาว ๖ โยคดาว ๗ ที่ราศีธนู ดาว ๗ เป็นดาวแห่งเครื่องยาสมุนไพรที่บดเป็นผง อีกทั้งดวงฤกษ์ดวงนี้ได้เกณฑ์จตุสดัยโดยอนุโลมอีกด้วย ซึ่งส่งผลดีเยี่ยมในเรื่องกิจการงาน จึงเป็นอันว่าสมดังเจตนารมณ์ของเจ้าของงานเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากที่เจ้าของงานได้นำฤกษ์นี้ไปใช้ ผลก็เป็นไปตามที่ดวงฤกษ์บอกไว้ เจ้าของงานประสบความสำเร็จในการทำยาจินดามณีดังกล่าว และขายได้เงินได้ทองมากมาย ลูกศิษย์ของผมได้มาบอกผมว่า วิชาฤกษ์ของอาจารย์นี่สุดยอดจริงๆ เป็นไปตามที่อาจารย์บอกกล่าวทุกประการ นี่แหละครับ ผลของฤกษ์ที่วางได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การวางฤกษ์ จะเป็นไปตามที่ฤกษ์บอกไว้ทุกประการ สวัสดี
เหลือง
๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๒
12/06/2019
การวางฤกษ์ไม่ง่ายอย่างที่คิด
กฎเกณฑ์การวางฤกษ์ในโหราศาสตร์ไทยมีมากมายหลายตำรา แต่ส่วนใหญ่ๆ มักจะซ้ำๆ กัน ในเรื่องกฎข้อห้ามต่างๆ เช่น เกณฑ์จักขุมายา กนกนารี กนกกุญชร ฯลฯ รวมถึงฤกษ์ล่างต่างๆ ซึ่งมีกฎของเลขเจ็ดตัว อย่าง ศุภะ กัมมะ ทาสี ทาสา ยังมีเกณฑ์ทักษา และยามอัฏฐกาลชั้นฉาย เข้าไปอีก ตำรับตำราเกี่ยวกับฤกษ์มักจะหนาเป็นคืบ มีให้ศึกษามีให้อ่านกันสามวันเจ็ดวันไม่มีทางจบ และยังมีการแยกออกเป็นตำราของทางไทย ของทางภารตะ ของทางสากล อีก ซึ่งตรงนี้บอกได้เลยว่า จะเรียนของสายไหนก็ต้องเลือกเอาสายหนึ่งจะดีกว่า เพราะเท่าที่เคยเห็นคนที่เรียนทุกสายมักไปไม่รอด เพราะวิชาจะตีกันเองในสมอง เพราะสายหนึ่งห้าม สายหนึ่งให้ใช้ได้ แค่นี้ก็ปวดหัวแล้ว นี่ยังดีนะบางคนเรียนมาด้วยกันแล้วแยกย้ายกันไป พอมาเจอกันอีกทีต่างคนต่างไปใช้ปฏิทินโหราศาสตร์กันคนละสาย คนหนึ่งใช้ทางสุริยยาตร์ อีกคนไปใช้ของทางลาหิรี ไปทะเลาะเรื่องเวลากันเองก็มี ซึ่งตรงนี้มีความเห็นว่า ต่างคนต่างใช้กันเถอะ ไม่ว่าจะปฏิทินไหนก็ได้ เอาผลของฤกษ์มาพูดคุยกันดีกว่า เราอยู่สยามเมืองยิ้ม ยิ้มกันดีกว่าโลกจะผ่องใสน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ
เรามาดูกันว่าการวางฤกษ์ควรจะมองในจุดใดบ้าง จุดที่สำคัญที่สุดเป็นอันดับแรกควรจะเป็น การวางดาวจันทร์ นั่นเอง เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น เราต้องไม่ลืมว่าในวิชาโหราศาสตร์นั้น เมื่อจะให้ฤกษ์ก็จะต้องดูว่า ดาวจันทร์ในขณะนั้นโคจรผ่านกลุ่มดาวนักษัตรฤกษ์ใดบนท้องฟ้า ฉะนั้นการวางดาวจันทร์จึงมาเป็นอันดับหนึ่งในการวางฤกษ์แต่ละครั้ง ไม่ใช่ลัคนาดังที่ในปัจจุบันเข้าใจกัน ไม่เพียงแต่ต้องวางจันทร์โคจรไปตามหมวดฤกษ์ที่จะกระทำการเท่านั้น ยังต้องวางจันทร์ให้สัมพันธ์ถึงดาวเจ้าการฤกษ์ที่จะใช้ด้วย และต้องวางจันทร์ให้ห่างจากดาวบาปพระเคราะห์ที่จะทำมุมสัมพันธ์ถึงอีกโสตหนึ่งด้วย แม้กระทั่งลางฤกษ์ที่คนสมัยก่อนใช้กันก็มาจากดาวจันทร์ด้วยเช่นกัน แต่สมัยนี้กลับให้ความสำคัญที่ลัคนา ดูฤกษ์ที่ลัคนาเกาะเสียอีก ให้ความสำคัญกับดาวจันทร์แค่ไปเกาะฤกษ์ที่ตนเองต้องการใช้เท่านั้น แล้วก็จบกระบวนการของดาวจันทร์เลย ทำให้ฤกษ์ที่คิดว่า ใช่ ในมุมมองผู้ให้ฤกษ์ กลับกลายเป็นเสียไป เมื่อผลของฤกษ์ได้ปรากฏออกมาแล้ว ซึ่งจะเห็นได้ในหลายๆ ฤกษ์ที่ผ่านมา หลังจากวางดาวจันทร์ได้แล้ว ต่อไปต้องไม่ให้ดาวจันทร์มีมุมสัมพันธ์กับดาวอื่นมากเกินไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งดาวบาปพระเคราะห์ยิ่งห้ามขาดเลยทีเดียว
หลังจากวางดาวจันทร์ ขั้นตอนต่อไปก็คือ การหาดาวเจ้าการฤกษ์ ซึ่งดาวเจ้าการฤกษ์นี้ต้องสัมพันธ์กับดาวจันทร์ ไม่ใช่สัมพันธ์กับลัคนาฤกษ์ดังที่เข้าใจกัน ดาวเจ้าการฤกษ์เป็นการกำหนดดาวที่ถูกสั่งให้ทำหน้าที่นั้นๆ โดยดาวจันทร์ ซึ่งถูกกำหนดจากสิ่งที่เราจะกระทำ และให้สัมผัสถึงดาวจันทร์ ตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นฤกษ์แต่งงานควรใช้ดาวศุกร์เป็นดาวเจ้าการฤกษ์ ถ้าเป็นฤกษ์เกี่ยวกับวัดวาอารามควรใช้ดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเจ้าการฤกษ์ ถ้าเป็นฤกษ์เกี่ยวกับการเปิดโรงงานอุตสาหกรรม โรงงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ควรใช้ดาวอังคารเป็นดาวเจ้าการฤกษ์ ดังนี้เป็นต้น ดาวเจ้าการที่ดีควรเป็นดาวที่มีตำแหน่งมาตรฐาน เช่น เป็นเกษตร อุจ ไม่ควรวางดาวที่เสื่อมโดยเด็ดขาด ไม่ควรให้ดาวเจ้าการฤกษ์ถูกตัดทอนด้วยดาวอื่น นอกจากเราจะใช้ดาวอื่นมาผสมผสานเพื่อให้เกิดเป็นความหมายหรือรูปลักษณ์ที่เราต้องการ ดังนั้นสิ่งสำคัญในการวางฤกษ์นั้นๆ คือการเลือกดาวเจ้าการฤกษ์เป็นเรื่องที่สำคัญรองมากจากการวางดาวจันทร์ เพราะดาวเจ้าการฤกษ์นั้นเทียบได้กับว่า กิจการตัวนั้น เลยทีเดียว ถ้าเรารู้จักวางดาวเจ้าการฤกษ์ที่เหมาะสม กิจการตัวนั้นก็จะไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือประสบความสำเร็จอย่างสูง
ขั้นตอนต่อไปคือ การวางลัคนาฤกษ์ ที่ทุกคนรู้จักกันดี และกลับยกขึ้นมาเป็นสิ่งสำคัญในการวางฤกษ์แทนดาวจันทร์ ทั้งๆที่การวางฤกษ์เป็นการวางจากจันทร์ ไม่ใช่จากลัคนา แต่กลับลงในดวงฤกษ์ว่าลัคนาเกาะหมวดฤกษ์นั้นนี้แทน การที่เราวางลัคนาเอาไว้ เพื่อที่จะไว้ดูผลของฤกษ์ในเรื่องต่างๆ เช่น เมื่อใช้ฤกษ์นี้แล้วจะส่งผลตามดาวเจ้าการฤกษ์แล้ว เรื่องอื่นๆ จะส่งผลอะไรตามกันมาด้วย ซึ่งตรงนี้เราจะถือผลที่มาจากดาวเจ้าการฤกษ์รุนแรงที่สุด ส่วนเรื่องอื่นๆ จะเป็นมีผลรองลงไป จะไม่รุนแรงเท่าผลที่มาจากดาวเจ้าการฤกษ์
จากนั้น เราก็ดูจะดูผลของเกณฑ์ต่างๆ ตามตำราฤกษ์ คือ ผ่านจักขุมายาไหม ผ่านกนกนารี กนกกุญชรไหม ผ่านลัคนาเกาะนวางค์ดวงฤกษ์ไหม ติดดิถีพิฆาต ดิถีมหาสูญไหม และอื่นๆ อีกมากมาย ท่านจะเห็นได้ว่าการวางฤกษ์ๆ หนึ่งไม่ใช่ง่ายๆ อย่างที่คิดเลย การศึกษาเรื่องฤกษ์ก็เช่นเดียวกันถือกันว่าเป็นเรื่องที่ยากที่สุดในบรรดาสรรพวิชาของโหราศาสตร์ การที่จะศึกษาวันเดียวจบเลยจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ยกเว้นจะนิยามกันเอาเอง ว่าแต่ว่าคิดเรื่องนี้เหมือนผมกันบ้างไหม
21/1/2562
20/01/2019
โหรปัตนิ – เขาว่าผมชอบดูเรื่องคู่
เหลือง
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เขียนหัวเรื่องไว้น่าอ่านดีไหมครับ เรื่องนี้อยู่ในใจผมมานานแล้ว ต้องอึดอัดใจกับข้อกล่าวหาอันนี้ พูดไปเขาก็หาว่าแก้ตัว พูดมากก็หาว่าเลี่ยงบาลี ไม่ใช่ผมจ้องจะพยากรณ์เรื่องปัตนิเพียงอย่างเดียวก็หาไม่ คุณผู้อ่านก็รู้ๆ อยู่ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องยอดนิยม เป็นคำถามอมตะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพศหญิง ไม่ว่าจะแรกแย้มสิบห้าหรือใกล้ลาโรงห้าสิบ มักจะมาพร้อมกับคำถามเรื่องนี้เสมอ พวกที่ยังไม่มีก็จะถามว่าเมื่อไหร่จะมีกะเค้าเนี่ย พวกที่มีแล้วก็จะถามว่าเป็นเนื้อคู่หนังคู่กระดูกคู่หรือเปล่า พวกที่ผิดหวังพลาดหวังอกหักก็จะถามว่าเค้าทิ้งหนูทำไม ทำไมเค้าไม่รักหนู หนูไม่ดีตรงไหน พวกสุดท้ายก็จะเป็นพวกที่ขับรถไปเฉียดแถวๆ หลักสี่จะเป็นคำถามที่ว่ายังพอจะมีความหวังเรื่องความรักกะเค้าบ้างไหมหนอ ชาตินี้จะมีความรักกะเขาบ้างมั้ยเนี่ย อะไรทำนองนี้ เรียกว่าร้อยละเก้าสิบ เป็นอย่างนี้ไปหมดถามแต่เรื่องพวกนี้ แล้วจะมากล่าวหาผมได้อย่างไรกัน ผมไม่ได้เลือกที่จะทายเรื่องนี้โดยเฉพาะ แต่ผมเลือกไม่ได้ต่างหาก ใช่ไหมครับ แหะๆ
หมอดูหลายๆ คนก็มักเจอกับคำถามเรื่องนี้ หมอดูบางคนก็ชอบจับเรื่องนี้มาทาย มันทายง่ายดีออก หญิงสาวหลายต่อหลายคนมักได้รับคำทำนายที่น่าพอใจบ้าง น่าตระหนกบ้าง ที่น่าพอใจก็แล้วไป ที่ฟังแล้วตระหนกตกใจก็มาก ก็ไปเจอกับพวกกฎเกณฑ์พระเคราะห์คู่เข้า แบบพุธศุกร์อีกคู่อย่าดูเบา มักมัวเมาเสพสมจนซมซาน หรือไม่ก็แบบอังคารนั้นราหูครูท่านทัก มักแย่งรักเสพสู่คู่ของเขา หรือสาหัสแบบศุกร์อังคารกักขฬะทั้งหยาบคาย มีผัวเมียเรี่ยรายอยู่รอบด้าน หรืออย่างเบาะๆ แบบพฤหัสจันทร์ปั้นตัวหาผัวเมีย มิได้พักให้เสียขันหมายหมั้น เป็นต้น สาวๆ ได้ฟังได้ยินก็สะดุ้งซิครับ อีกพวกหนึ่งจะเป็นพวกเพิ่งศึกษาโหราศาสตร์ แล้วอ่านกฎเกณฑ์จากตำรับตำรา มาเจอเอากฎเกณฑ์พระเคราะห์คู่เข้า ถึงกับขวัญผวา อันตัวเราเป็นแบบที่ว่านี้ด้วยรึเนี่ย ไม่จริ๊งไม่จริง ออกจะกุลสตรีประมาณนี้ เป็นไปไม่ได้ นี่ก็มีตัวอย่างมาให้ผมเห็นบ่อยๆ เช่นกัน
เมื่อไม่กี่วันมานี้ ผมก็เจอเข้าให้อีก มีหญิงสาววัยยี่สิบปลายๆ วิ่งมาปานพายุ เบรกพรืดที่เบื้องหน้าผม แล้วบอกกับผมว่า มีรุ่นพี่คนหนึ่งที่เรียนโหราศาสตร์มาอย่างคร่ำหวอด (เรียนมาอย่างคร่ำหวอดนะครับ ไม่ใช่ผ่านการทายดวงมาอย่างคร่ำหวอด) มาทายดวงของเธอว่า ดวงเธอมี ๒๕ กุมกัน เข้ากฎพฤหัสจันทร์ปั้นตัวหาผัวเมีย มิได้พักให้เสียขันหมากหมั้น รับรองเลยว่ามีหวังได้สามีแบบไม่ต้องมีขันหมากแน่ ต้องมีการได้เสียกันก่อนจนต้องไปอยู่กินด้วยกันโดยไม่ต้องมีการแต่งงานแต่งการเป็นแน่แท้ แล้วทีนี้ดวงคุณเธอมีลัคนาอยู่ราศีมีน มีดาว ๔ ซึ่งเป็นดาวปัตนิมากุมลัคน์ ก็ได้รับคำเตือนว่า เวลามีแฟนก็ระวังให้ดี ให้รู้จักบันยะบันยังบ้าง ในช่วงเวลาที่ดาว ๖ จรเข้าราศีมีน ทับดาวปัตนิ ๔ เพราะจะเข้าข่าย พุธศุกร์อีกคู่อย่าดูเบา มักมัวเมาเสพสมจนซนซาน ว่าเข้าให้แบบนี้น้องผู้หญิงคนที่ว่าก็สะดุ้งแปดตลบสิครับ ยังมีต่ออีกครับแกบอกต่อว่า ยิ่งดาว ๖ ในราศีมีนได้ตำแหน่งทางโหราศาสตร์เป็นอุจด้วยอีก น้องเห็นจะไม่มีเวลาพักซะแล้วสิ ฮากันตรึม !!! เป็นไงละครับ ใช้กลอนพระเคราะห์คู่มาทำนายแบบกางตำราทายอย่างนี้ ขวัญได้กระเจิงกันแน่ แล้วใครละครับที่จะเคราะห์ร้ายต่อไป ก็ผมนะสิครับ วิ่งมาร้องเสียง อาจาน ๆ อาจ๊านนน กันเสียงหลง หนูจะเป็นแบบนั้นหรือโดนแบบนั้นจริงๆ เหรอ แล้วอย่างนี้จะมาว่าผมชอบดูแต่เรื่องได้ไง จริงไม๊ครับผม
ดวงชะตาของสาวคนนี้ มีลัคนาอยู่ที่ราศีมีน มีดาว ๑ และดาว ๔ กุมลัคนาของเธออยู่ มีดาว ๒ และดาว ๕ อยู่ราศีเมษ เรือนกดุมภะ ผมก็เลยบอกเธอไปว่า ดาว ๕ ของเธอเป็นดาวตนุเมื่อไปอยู่กดุมภะ ราศีเมษธาตุไฟเธอก็จะตั้งหน้าตั้งตาหาเงินหาทอง ในเรือนอังคารก็ไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อย ดาว ๕ ที่เป็นดาวตนุของเธอนั้นเมื่อไปอยู่ธาตุไฟราศีเมษ ก็จะทำให้เมื่อเธอคิดอะไรแล้วเมื่อลงมือทำก็จะไม่ฟังความเห็นของผู้ใดใครอื่นอีก ดาว ๕ กุมดาว ๒ ที่มาจากปุตตะ เมื่อมาขยายดาว ๕ ตนุ ที่อ่านตะกี้ ก็ขยายต่อไปว่า เธอมักจะมีไอเดียใหม่ๆ เกิดขึ้นในสมองของเธอตลอดเวลาในอันที่จะให้ได้มาซึ่งการเงินที่เพิ่มพูนขึ้น อ่านไปอ่านมาก็ไม่เห็นว่ามันจะไปเกี่ยวกะปั้นตัวหาผัวเมียที่ตรงไหน จะไม่มีเวลาหาผัวซะมากกว่า เพราะมัวแต่เอาเวลาไปหาเงินมากกว่าหาผัวเสียอีก ส่วนไอ้ตัวดาว ๔ ปัตนิที่มากุมลัคน์ที่เป็นประนั้นก็คือคนที่เข้ามาเป็นคู่ครองของเธอนั้นไม่ต้องทำอะไรมากเลย ขอเพียงแต่คล้อยตามเธอ พูดจาเอาใจเธอ แค่นั้นก็พอแล้ว จากนั้นเธอก็จะเลี้ยงดูให้ตัวขึ้นขนเองโดยที่คู่ของเธอไม่ต้องทำอะไรเลย เจ้าตัวฟังแล้วก็หัวเราะแหะๆ ทำไมอาจ๊านถึงรู้ล่ะ ขอแค่มันฟังหนูก็พอแล้ว อย่างอื่นหนูจัดการเองหมด ทีนี้ก็มาถึงดาว ๖ จรที่มาทับดาวปัตนิ ๔ ที่จะทำให้เสมสมจนซมซานล่ะ จะว่าไง ดาว ๖ นั้นเป็นดาวแห่งความรัก เมื่อจรมาทับดาวปัตนิในภพตนุแห่งตน มันก็บอกว่าในช่วงที่ดาว ๖ จรทับอยู่นั้น จะเป็นช่วงที่ตัวเองเกิดความรู้สึกในเรื่องอารมณ์แห่งความรัก ความสุข ความโรแมนติก จะต้องการความรักความเอาใจใส่การเอาอกเอาใจอย่างมากจากคู่ของตน (ทับดาวปัตนิ ๔) ในภพตนุก็คือต้องการผลการเอาใจใส่นั้นเกิดขึ้นกับตนนั่นเอง ส่วนที่ว่าเสพสมจนซมซานนั้นดูจะเว่อไปหน่อย ดาว ๖ จรเข้าในเรือนดาว ๕ จะไปทำอะไรถึงขนาดขาดสติไม่บันยะบันยังก็ให้มันรู้ไป การที่อ่านดวงชะตานั้นจะไปดูแค่เรือนกะดาวบางตัว โดยไม่มีดูดาวเจ้าเรือนด้วย หรือดาวที่มันสัมพันธ์ด้วย มันก็เท่ากับอ่านขาดๆ เกินๆ หรือเพียงจะสนใจแค่ผลพระเคราะห์คู่ที่ว่ากันตามฝอยทำนายตรงๆ มันก็ไม่ได้เช่นกัน เราต้องดูความสัมพันธ์ทั้งหมดที่อยู่ในส่วนนั้นแล้วจึงค่อยออกคำพยากรณ์ไป อย่าสักแต่ว่า ทายแบบท่องจำว่ากันตามตำราอย่างเดียว นอกจากจะไม่ถูกต้องแล้ว คนฟังก็จะสะดุ้ง แล้วคนรับกรรมต่อไป ก็ผมไงครับ ที่ต้องมานั่งแก้ไขคำทำนายซึ่งเกิดจากความไม่รู้ของพวกมือเก่าที่คร่ำหวอดกับตำรา แต่ไม่คว่ำหวอดในประสบการณ์ กอดตำรามายี่สิบปี แต่ไม่เคยทายจริงในสนามเลยสักครั้ง หรือบางครั้งเกิดจากความคะนองอยากลองวิชาของพวกมือใหม่ที่เพิ่งเรียนจบอ่านจบมาหมาดๆ ก็บอกแล้วไงครับ ผมไม่ได้อยากดูเรื่องคู่อย่างเดียว จริงๆ นาครับ แฮ่ๆๆๆ
18/06/2018
มาอ่านดวงกันเถอะ 3
“สบตาเธอคนนี้ ไม่รู้ฉันเป็นอย่างไร เธอตราตรึงในฝัน ดังแสงจันทร์อันสดใส” เสียงเพลงบุพเพสันนิวาส ลอยเข้ามาในหูขณะที่ผมกำลังจะเขียนบทความ ซึ่งยังคิดอยู่ว่าเขียนเรื่องไรดี หัวสมองพลันแล่น นึกอยากจะเขียนเรื่องความรักขึ้นมาในทันใด แต่อย่างว่าตั้งแต่เป็นหมอดูมาหลายสิบปี มีแต่คนมาปรึกษาเรื่องปัญหาความรัก ที่จะมาเล่าเรื่องรักอันหวานชื่นไม่มีเสียล่ะ มีแต่ “อาจารย์ขาๆ อาจารย์ครับๆ มีปัญหาความรัก จะทำอย่างไรดี” กันทั้งนั้น เล่าไปน้ำตาพาลจะไหลออกมาเสียด้วยซ้ำทั้งคนเล่ากับคนฟัง บางครั้งเชื่อไหมครับ บางดวงพอผูกดวงขึ้นมาแล้ว อยากจะบอกเจ้าของดวงเลยว่า อยู่คนเดียวเถอะครับ ดีสุดสบายสุดแล้ว ไม่มีใครฟังหรอกครับถ้าผมพูดแบบนั้น ทั้งๆที่พื้นดวงเดิมบอกไว้แล้วว่า อยู่คนเดียวแน่ๆ แต่บอกไปอย่างนั้น ร้อยทั้งร้อยเถียงกลับมาแน่นอนว่า อาจารย์ดูผิดเปล่า ดูใหม่เถอะ ดูดีๆหน่อย ประมาณนั้น โม้มานานกลับมาอ่านดวงกันเถอะครับ 555
ตัวอย่างที่ 1
ดวงชะตานี้เป็นชะตาหญิง รูปสมบัติและทรัพย์สมบัติมีครบถ้วนในชีวิตนี้ ขาดอย่างเดียวก็คือความรัก ชะตานี้ลัคนาสถิตอยู่ราศีพิจิกเรือนอังคาร ถ้าเราจะดูสายเรือนชะตา จะเห็นดาวปัตนิ ๖ มาอริ ๓ (ปัตนิ๖ประ – อริ๓อุจ – สหัชชะ๗) ดาวปัตนิ ๖ เป็นดาวธาตุน้ำ มาอยู่ราศีเมษ ธาตุไฟ ผู้ชายที่เข้ามาในชีวิตมันเป็นพวกเจ้าชู้ ๖ เป็นประ ความรักไม่มั่นคง ดาวศุกร์ในเรือนดาวอังคารคู่มิตร มักคบหญิงครั้งละหลายคน อยู่ในเรือนธาตุไฟ ทำให้เวลาจะมีคู่แต่ละครั้ง ดูจะร้อนรุ่มร้อนใจไปเสียทุกครั้ง พอดาว ๓ เจ้าเรือนมาอยู่สหัชชะ ๗ ธาตุดิน พอนานเข้าการพูดคุยก็ยิ่งพังๆไปทุกทีๆ จนต้องเลิกรากันไปในที่สุด สายเรือนชะตาบอกไว้ว่าเรื่องคู่แย่แน่นอน มาดูทางสายมุมดาวบ้าง ดาว ๖ ซึ่งเป็นทั้งดาวปัตนิและดาวตัวแทนความรักไปอยู่อริ เรื่องคู่เรื่องความรักส่อแววย่ำแย่ตั้งแต่ต้นเลย มีไปก็ช้ำใจกับความเจ้าชู้ของชายที่เข้ามา หรือไม่ก็จะเจอแต่ผู้ชายที่มีคู่แล้ว ครั้นจะมาดูดาว ๒ ซึ่งเป็นดาวตัวแทนเรื่องครอบครัว ดาว ๒ ก็มาเป็นวินาสน์ การจะมีครอบครัวแต่งงานแต่งการก็เป็นอันจบไป ดาว ๒ กุมดาว ๐ อีก ยิ่งหนักเข้าไปอีก มันบอกเลยว่าถ้าฝืนจะมีคู่ไป จบแน่ๆ แต่ดาว ๒ ตัวนี้ถึงจะเสียเรื่องคู่เรื่องครอบครัว แต่มีผลดีอยู่บ้าง ในกรณีเรื่องงาน จะมีผู้ใหญ่ที่เป็นหญิงให้การสนับสนุนดูแลเอาใจใส่ หน้าที่การงานจะได้ดีมีความก้าวหน้าสูง
ตัวอย่างที่ 2
ดวงชะตานี้เป็นดวงหญิงอีกเช่นกัน ลัคนาสถิตราศีพิจิก อ่านทางเรือนชะตาจะได้ภพตนุว่า ตนุ๓(นิจ) – ศุภะ(๒นิจ) – ตนุ(๓นิจ) เจ้าชะตาจะเป็นคนที่ทำสิ่งใดไม่สามารถจะทำได้นาน (๓นิจ) มาอยู่ในราศีกรกฎธาตุน้ำเรือนจันทร์ อยู่ๆไปก็จะออกเป็นแนวออดอ้อนออเซาะเวลาต้องการอยากได้อะไรก็ตาม (เรือน ๒ ธาตุน้ำ) พอได้แล้วก็จะเลิกออเซาะทำตัวซ่าเหมือนเดิมอีก (ศุภะ๒นิจกลับมาที่ตนุอีก) พอเหลียวมาดูด้านคู่ครองเรือนปัตนิก็จะได้ ปัตนิ๖ – วินาสน์๖(เกษตร) เรื่องคู่ครองเพศตรงข้ามเมื่อแรกก็รักกันดี (ปัตนิ๖) แต่พออยู่กันไปสักพักก็จะจืดจางร้างรากันไป (วินาสน์๖เกษตร) ชะตานี้จะเห็น ดาว ๖ ปัตนิเกาะกุม ๑ คู่สมพล และกุม ๔ คู่ธาตุ มักได้คู่มีฐานะดี ได้คู่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี แต่เรือนวินาสน์จะทำให้อยู่กันได้ไม่ยืดยาว ส่วนในเรื่องการงานไม่ขัดสนไม่ลำบาก มีการมีงานทำแน่นอนดวงนี้
ดวงตัวอย่างที่ 3
ดวงชะตานี้เป็นเพศหญิง ลัคนาสถิตราศีตุลย์ อ่านภพปัตนิได้ว่า ปัตนิ๓(อุจ) – พันธุ๗(ราชาโชค) – กดุมภะ๓(อุจ) ได้ความว่า จะได้คู่ที่มีหลักมีฐาน (๓อุจเรือนพันธุ๗) แต่ไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน (๓ – ๗) แต่ก็จะได้มีเงินใช้มากมาย (พันธุ๗ราชาโชค – กดุมภะ๓อุจ) ชะตานี้จะไม่พลิกผัน หากว่าไม่มี ราหู ๘ ไปเป็นพินทุบาทว์อยู่ที่เรือนปัตนิ เมื่อมีราหู ๘ ไปปรากฏลงตรงนั้น ชะตานี้จึงแตก ต้องมีเรื่องวุ่นวายเดือดร้อนในครอบครัว ถ้าเราเหลือบมองเจ้าเรือนปัตนิคือ อังคาร ๓ จะเห็นว่าไปอยู่ร่วมกับจันทร์ ๒ จึงเท่ากับเป็นคู่ชู้ ๒ – ๓ จึงทำให้สภาพเรื่องคู่ครองเป็นไปในแบบชู้สาว หลบๆซ่อนๆ นั่นก็คือ ฝ่ายชายมีคู่ซ่อนไว้ ฝ่ายหญิงเองก็มีคู่ซ้อนเหมือนกัน นี่แหละสภาพชีวิตของดวงชะตานี้ แต่จะอย่างไรก็ตามชะตานี้ก็จะมีงานมีการทำอย่างไม่เดือดร้อนแน่นอน (ดวงชะตาได้จตุสดัยเกณฑ์โดยอนุโลม)
เป็นอย่างไรครับ มาอ่านดวงกันเถอะ ในเรื่องคู่ครอง ไม่ยากนะ มันเห็นได้ชัดเจนจากดวงเดิม อยู่ที่ว่ามันจะออกผลมาตอนไหนเท่านั้นเอง นั่นเป็นเรื่องของดาวจร ฉบับนี้ฝากไว้แค่นี้ก่อนนะครับ สวัสดี
18 มิถุนายน 2561
12/08/2017
โหราศาสตร์ระบบเรือนชะตาสัมพันธ์ โดย อ.เหลือง
เริ่มคอร์สใหม่ วันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม 2560
เวลา 10.00 - 13.00 น. หลักสูตร 9 เดือน
เชิญท่านผู้สนใจสมัครกันได้ครับ
สอบถามเส้นทาง รายละเอียด และลงทะเบียนได้ที่ 061-4168555
07/06/2016
มาอ่านดวงกันเถอะ 2
วิชาโหราศาสตร์ไทยเราเป็นวิชาที่สุดยอดวิชาหนึ่งในยุคนี้ จากหลากหลายสาขาของวิชาโหราศาสตร์ในปัจจุบัน ซึ่งทุกวิชาต่างมีหลักเกณฑ์การพยากรณ์ที่แตกต่างกัน แต่ผลท้ายสุดจะมาลงเอยที่จุดเดียวกัน ดังนั้นใครรับชอบวิชาไหนก็ขอให้ร่ำเรียนวิชานั้นจนแตกฉาน อย่าได้มองว่าวิชาใดดีกว่าวิชาใด หรือก้าวทันโลกกว่าแค่ไหน ขอให้รำเรียนของตนไปจนประสบความสำเร็จเถิด เอาเวลาไปลงที่วิชา จะดีกว่าเอาเวลามาเถียงกันว่าของใครดีกว่าใคร ของใครล้ำลึกกว่าแค่ไหน เสียเวลาเชื่อผมเถอะ มานั่งลงวิชาของตัวเองให้ล้ำลึกไปกว่าเดิมจะจริงแท้แน่นอนกว่า ฉะนั้นเรามาอ่านดวงกันเถอะ เชื่อผมสิ
ในหลักเกณฑ์ของโหราศาสตร์ไทยเรานั้น หลักสำคัญอยู่ที่ธาตุ แสง องศา สามประการนี้เป็นสำคัญ ในการอ่านพื้นดวงชะตาหนึ่งๆนั้นจะใช้เพียงสองประการแรก คือ ธาตุและแสง ธาตุก็จะมีทั้งธาตุดาวและธาตุราศี ส่วนแสงก็คือพลังแสงจากดวงดาวต่างๆ ที่มามีอิทธิพลต่อโลก ซึ่งแน่นอนดวงดาวต่างๆไม่มีแสงในตัวเอง ต้องรับพลังแสงของดวงอาทิตย์ก่อน และสะท้อนกลับมายังโลก ซึ่งดวงดาวต่างๆก็จะฝากแสงของตัวเองมากับแสงอาทิตย์ด้วย ฉะนั้น ในการพยากรณ์ถ้าเรารู้จักผสมธาตุและรู้จักใช้ความหมายดาวแล้ว โดยเฉพาะความหมายดาวนั้นถ้าเราสามารถใช้ได้อย่างกว้างขวาง ยิ่งขยายมุมกว้างออกไปได้มากเท่าใด การพยากรณ์ก็จะชัดเจนและละเอียดมากขึ้นเท่านั้น และก็ใช้แค่นี้เองในการพยากรณ์ดวงเดิม เรามาดูกันจากดวงตัวอย่างคราวนี้ เจ้าชะตาเป็นเพศชาย เกิดวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๐๑ เวลา ๐๕.๐๕ น. วางรูปดวงชะตาได้ดังนี้
ดวงชะตานี้มีลัคนาสถิตอยู่ราศีพิจิก เกาะกุมดาวอาทิตย์ ดาวพุธ และดาวศุกร์ ดาวพุธกับดาวศุกร์ได้คู่ธาตุน้ำในราศีธาตุน้ำ เป็นคู่อสีติธาตุธาตุน้ำเกาะกุมลัคนา ถือว่าแรงมาก จะให้คุณทางด้านความสุขสบายในชีวิต ดาวอาทิตย์กับดาวศุกร์มาได้คู่สมพลอีกด้วย ให้คุณทางด้านความเด่นดังเป็นที่รู้จักในสังคม ดาวอาทิตย์กับดาวพุธส่งเสริมเรื่องความกระตือรือร้นดิ้นรนเพื่อก้าวไปข้างหน้า และจะมีความรู้สึกนึกคิดอันแยบยลในอันที่จะเด่นดังเหนือผู้อื่น เราจะเห็นได้ว่าชุดดาวที่กุมลัคนานั้นเป็นชุดดาวที่สวยงามทีเดียว และให้คุณแก่ลัคนาอย่างสูงส่งเมื่อถึงเวลาให้คุณของมัน
ดาวอังคารเป็นดาวตนุลัคน์ สถิตราศีเมษธาตุไฟ เป็นเรือนเกษตรของอังคารเอง ทำให้เจ้าชะตาเป็นบุคคลที่มีมานะอดทน เข้มแข็งเด็ดเดี่ยว มีความขยันหมั่นเพียรเป็นเลิศ ดาวอังคารตัวนี้จะผลักดันให้เจ้าชะตาต่อสู้ทุกรูปแบบ จนสามารถนำพาตัวเองไปสู่ความรุ่งโรจน์และก้าวหน้าจนสูงสุด (แฝงแสงไปถึงดาวอาทิตย์ ดาวพุธ และดาวศุกร์ในราศีพิจิก โดยเป็นเรือนเกษตรอังคารเหมือนกัน) เกาะกุมดาวพระเกตุอยู่ด้วย ทำให้ยามเมื่อโด่งดังแล้วจะแรงจัดแบบรั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ แถมดาวอังคารยังเล็งไปยังดาวจันทร์กับดาวพฤหัสบดี ส่งผลให้มีผู้หลักผู้ใหญ่เอ็นดูให้ความดูแลเกื้อกูล (ความหมายคู่ธาตุ) แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดความขัดแย้งกับผู้หลักผู้ใหญ่บางคนได้เช่นกัน (ความหมายคู่ศัตรู) ดาวอังคารตนุลัคน์ยังทำมุมร่วมธาตุกับดาวเสาร์ในภพกดุมภะอีกด้วย ดาวคู่นี้จะส่งผลให้เจ้าชะตามีทรัพย์สินเงินทองมากมาย แต่ก็ต้องเหนื่อยกว่าคนอื่นมากมายด้วยเช่นกันตามความหมายของคู่ศัตรู
สิ่งที่น่าจับตามองตัวหนึ่งก็คือ ดาวพระศุกร์ ในดวงนี้ เพราะดาวดวงนี้เป็นตัวกำหนดอาชีพให้เจ้าชะตาเลยทีเดียว ดาวศุกร์จะส่งผลเกี่ยวกับอาชีพศิลปินนักร้องนักแสดง ซึ่งชะตานี้ก็ประกอบอาชีพตามแนวทางของดาวศุกร์ด้วย แล้วดาวศุกร์ในดวงได้รับการส่งเสริมจากดาวอาทิตย์คู่สมพล ดาวพุธคู่ธาตุ และดาวอังคารคู่มิตร ทำให้ตัวของเจ้าชะตาโด่งดังเป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่รุ่นสาวเล็กสาวน้อยสาวใหญ่ รุ่นคุณพี่ยันคุณป้าเลยไปถึงคุณยายเลยทีเดียว ดังนั้นจะเห็นได้ว่าดาวศุกร์ในชะตานี้เป็นดาวเด่นในดวงและมีอิทธิพลต่อชะตานี้อย่างมาก
จากนี้เราจะมาอ่านทางด้านเรือนกันบ้าง วิธีการก็แบบเดิม คืออ่านสามจังหวะ ใช้ธาตุ ใช้ความหมายดาว เพียงเท่านี้เองก็จะได้คำพยากรณ์เป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง หรืออาจจะถึงระดับดีมากขึ้นอยู่กับว่า เราเองจะมีความสามารถในการใช้ความหมายดาวกว้างขวางได้มากเท่าใดเพียงไหน เรามาลองอ่านดูกันเลย
ภพตนุ อ่านได้ว่า ตนุ๓ – อริ ๓ เกษตร ตนุลัคน์เป็นดาว ๓ ซึ่งหมายถึงการต่อสู้อย่างไม่ท้อถอย ขยันขันแข็งหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ เป็นบุคคลประเภทลุยงานบ้างาน ถึงเวลาทำแล้วจะทำไม่หยุดราวเครื่องจักร อังคารเป็นดาวธาตุลมไปอยู่ราศีเมษธาตุไฟ ยิ่งทำให้เกิดความมุ่งมั่นกระตือรือร้น อังคารเป็นเจ้าเรือนเกษตรในราศีนี้เองด้วยจึงทำให้ยิ่งหักโหมแบบไม่เกรงกลัวต่อการเจ็บไข้ได้ป่วย ทำหามรุ่งหามค่ำติดต่อกันนานๆ ต้องทำให้แล้วเสร็จตามเป้าหมายจึงจะยอมรามือไปได้ อังคารมาเป็นเกษตรในภพอริ ซึ่งแปลว่าปัญหาอุปสรรค จึงทำให้เจ้าชะตามันเจอแต่ปัญหาอุปสรรคตลอดเวลา ให้ต้องแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆให้ลุล่วงให้จงได้ เนื่องจากอยู่ในธาตุไฟต้นธาตุทำให้ปัญหาต่างๆ เมื่อเกิดขึ้นก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วฉับพลัน และเมื่อแก้ไขปัญหาก็จะกระทำการแก้ไขอย่างรวดเร็วเช่นกัน จึงดูราวกับมันเกิดขึ้นเพียงวูบเดียวแล้วหายไปในสายตาคนภายนอก แต่อันที่จริงแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขทันทีต่างหาก ภพอรินั้นสามารถแปลได้อีกความหมายหนึ่งคือเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เมื่อเป็นเกษตรและอยู่ราศีธาตุไฟจึงเป็นรู้จักแก่บุคคลมากมาย และแพร่กระจายให้หมู่ผู้คนอย่างรวดเร็ว เพราะความสามารถของเจ้าชะตา (ตนุ ๓) นั่นเอง
มาดูภพกัมมะกันบ้าง อ่านได้ว่า กัมมะ๑ – ตนุ๓ – อริ๓ เกษตร สภาวะการงานเป็นดาว ๑ แสดงว่าเรื่องงานนั้นต้องออกมาดี ออกมาเริ่ด ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด นี่คือสภาวะของดาว ๑ เกี่ยวกับเรื่องงาน อาทิตย์ดาวกัมมะเป็นดาวธาตุไฟ ไปอยู่ราศีพิจิกซึ่งเป็นธาตุน้ำ เรือนอังคาร ธาตุไฟของอาทิตย์เมื่อไปอยู่ในราศีธาตุน้ำ ความพลุ่งพล่านเร่าร้อนก็จะค่อยๆเย็นลงๆ จะคอยทีคอยจังหวะไปในที ไม่เปรี้ยงปร้างออกอิทธิฤทธิ์ไปตั้งแต่แรกเลย แต่จะทำไปเรื่อยๆ โดยไม่ขาดตอน ด้วยตัวเองล้วนๆ ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน ตรงนี้มาจากกัมมะ๑ มาลงที่ ตนุ๓ ส่วนจังหวะสุดท้ายที่ตนุ๓ ไปลงอริ ๓ เกษตร นั้นเป็นส่วนขยายว่า เจ้าตัวนั้นทำไปได้ทั้งหมดนั้น เพราะเจ้าตัวเป็นคนขยันขันแข็ง สู้ไม่ถอย นั่นเอง
เป็นยังไงครับ ก็ยังคงเป็นการอ่านทั้งทางมุมเรือนและมุมดาวให้เห็นทั้งสองแบบ หวังว่าคงจะเป็นที่พอใจไม่มากก็น้อย แล้วพบกันใหม่นะครับผม
07/06/2016
มาอ่านดวงกันเถอะ 1
ขอเกริ่นนำแบบดูสบายๆไม่ซีเรียสแบบนี้ดีกว่า ผมมีความคิดอันหนึ่งซึ่งอยู่ในใจของผมตลอดมา นั่นก็คือว่า ผมอยากจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับการอ่านดวงเท่าที่ผมรู้เท่าที่ผมเข้าใจ เพื่อให้ทุกคนทุกท่านที่สนใจในการอ่านดวงได้รู้ได้เข้าใจไปด้วย ผมคงไม่กล้าบอกว่านี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ยอดเยี่ยมที่สุดไร้ผู้เทียมทานแต่อย่างใด เพียงแต่คิดว่าสิ่งเล็กน้อยทางด้านวิชาที่ผมมีอยู่และมีความตั้งใจที่จะมอบให้แก่ท่านผู้อ่านนั้น คงจะยังประโยชน์หรือเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งในการอ่านดวงแก่ท่านผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย
มาอ่านดวงกันเถอะ เชื่อผม ไม่ได้ยากเกินความเข้าใจของพวกท่านหรอก ทุกท่านสามารถทำความเข้าใจกับมันได้ เพียงแต่บางท่านไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนเท่านั้น ผมก็เคยเป็นตอนที่ศึกษาใหม่ๆ พอจับดวงขึ้นมาดู อันดับแรกก็คือ งงก่อน จากนั้นก็มึน จบที่วางดวง แล้วเดินไปทำอย่างอื่นดีกว่า เริ่มต้นดีกว่าครับจะได้ไม่เสียเวลา เอาเป็นว่าทุกคนคงจะเรียนรู้หลักพื้นฐานกันมาแล้วคือราศี ธาตุ ความหมายดาวและความหมายคู่ดาว เกณฑ์ต่างๆ มุมสัมพันธ์แบบเรือนชะตาและแบบมุมดาว ถ้ายังไม่รู้ก็เปิดตำราโหราศาสตร์ทั่วไปที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดมาอ่านดูได้ จากนั้นเรามาเริ่มบรรเลงกันเลย ดวงตัวอย่างที่ยกมานี้เป็นดวงชาย เกิดวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๒๗ เวลา ๐๓.๐๐ น. ได้รูปดวงชะตาดังนี้
เมื่อผูกดวงชะตาขึ้นมาดวงหนึ่ง สิ่งแรกสุดที่จะบอกเรื่องวาสนาได้ก็คือองค์เกณฑ์ ในเรื่องขององค์เกณฑ์นี้ก็มีกฎข้อบังคับของมันเองอยู่ หนึ่งในนั้นก็คือ ลัคนาในราศีนระ หรือที่เรียกว่า นระเอกเกณฑ์ นั้นต้องมีดาวพฤหัสบดี หรือ ดาวอาทิตย์ หรือ ดาวพระเสาร์ ดวงใดดวงหนึ่งกุมลัคนา จึงจะได้องค์เกณฑ์ ชะตานี้ลัคนาสถิตอยู่ราศีกันย์ เป็นเกณฑ์นระ แต่ไม่มีดาวดังกล่าวที่ว่าไว้กุมลัคนา จึงเป็นดวงชะตาที่ไม่ได้องค์เกณฑ์ ดังนั้นเรื่องวาสนาอันดับแรกจึงตกไป เมื่อไม่มีองค์เกณฑ์ เราก็มาดูดาวเด่นในดวงว่ามีหรือไม่ ชะตานี้มีดาวอาทิตย์กับดาวพระเสาร์อยู่ในราศีตุลย์ภพกดุมภะ ดาวคู่นี้เด่นมากในดวงนี้ แสดงถึงความตั้งหวังและตั้งใจในการที่จะหาเงินทองทรัพย์สินที่อยู่อาศัยให้กับตนเอง รู้จักเข้าหาผู้คน มีความอดทนอดกลั้นเพื่อความสำเร็จที่ตนเองประสงค์ แต่มักจะมีความระแวดระวังสูง และดาวคู่นี้แหละที่จะส่งให้ชีวิตของเจ้าชะตาประสบความสำเร็จดีในระดับหนึ่งทีเดียว
ดาวอีกคู่หนึ่งที่ควรจับตามองก็คือ ดาวพฤหัสบดีกับดาวศุกร์ ในราศีธนูภพพันธุ เจ้าชะตามีแม่ที่มีระเบียบ แต่ก็มีหัวสมัยใหม่ด้วย จะคอยดูแลสั่งสอนให้ความห่วงใย รวมทั้งให้ความคิดเห็นที่ดีที่ทันสมัยแก่เจ้าชะตาด้วย นับว่าเจ้าชะตาโชคดีที่ได้แม่ที่คอยเข้าอกเข้าใจ และคอยเชื่อเหลือเกื้อกูลมิได้ขาดไม่ว่ายามเด็กหรือยามเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ดาวอีกคู่ที่สำคัญก็คือดาวพุธกับดาวราหู ดาวพุธสถิตราศีพิจิกธาตุน้ำ ทำมุมเล็งดาวราหูในราศีพฤษภ ดาวพุธเป็นดาวตนุลัคน์ของชะตานี้ ดาวพุธสถิตอยู่ธาตุน้ำราศีพิจิก ทำให้เป็นคนที่รู้จักพูดจา เจรจาหลักแหลม รู้จักที่จะพูดให้เป็นที่ถูกใจคน รู้จักแก้ไขปัญหาด้ายความแยบยล ดาวพุธสถิตภพสหัชชะ ทำให้ตัวเจ้าชะตาเก่งการสังคม รู้จักคนมาก คบหาเพื่อนฝูงมากมาย ยิ่งเป็นคนช่างพูดช่างเจรจาด้วยแล้ว ทำให้เป็นที่รักของเพื่อนฝูง ดาวพุธทำมุมเล็งกับราหูในราศีพฤษภ ดาวคู่นี้ให้ความหมายถึงการเจริญเติบโตก้าวหน้าของเจ้าชะตา ราหูจะช่วยปรับให้เจ้าชะตารู้จักเจรจาให้เป็นที่รักที่ถูกใจแก่บุคคลอื่น สร้างความก้าวหน้าให้แก่เจ้าชะตาในอนาคต ดังนั้นจะเห็นได้ว่าจากชุดดาวที่กล่าวมาแล้วนี้ทั้งหมดจะเป็นตัวช่วยให้กับชะตานี้ไปได้ดีในระดับที่น่าพอใจทีเดียว ถึงไม่ใช่ดวงที่เลอเลิศนัก แต่ก็สามารถดูแลเอาตัวรอดได้ในสังคมยุคปัจจุบันนี้อย่างแน่นอน
ทีนี้เรามาอ่านกันในระบบเรือนชะตาสัมพันธ์กันดูบ้าง เริ่มกันที่ภพตนุ อ่านได้ว่า ตนุ ๔ – สหัชชะ ๓ – ปุตตะ ๗ เรามาเริ่มต้นที่ดาวตนุ ๔ กันก่อน ดาวพุธ ๔ เป็นเรื่องของความคิด การเรียนรู้ การพูดการเจรจา การติดต่อ เป็นดาวธาตุน้ำไปอยู่ราศีพิจิกธาตุน้ำ ทำให้ดาวพุธตัวนี้เต็มไปด้วยความแช่มชื่นแห่งสายน้ำ เมื่ออยู่ในเรือนเกษตรของดาวอังคาร ทำให้เป็นคนพูดจาตรงเป้าหมาย พูดจาดี รู้จักใช้คำพูดคำจาที่หวานหู ในภพสหัชชะในการติดต่อเจรจาหรือการเข้าสังคม ซึ่งในการอ่านสองจังหวะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าดีไหมที่ทำแบบนั้น เราก็ต้องมาดูจังหวะสามกัน จังหวะสามนั้นดาว ๓ เจ้าเรือนสหัชชะไปเป็นอุจในราศีมังกรเรือนเสาร์ ภพปุตตะ บอกไว้ว่า อย่างน้อยเจ้าชะตามีความอดทนสูง รู้จักระงับอารมณ์ แบบว่าตัวเองจะรู้สึกอดรนทนไม่ไหวแค่ไหนก็ตาม แต่ก็พยายามอดทนสุดชีวิต เพราะดาวอังคารไปอยู่ราศีธาตุดิน ทำให้นิ่งอยู่ได้ถึงจะอารมณ์เสียฉุนเฉียวแค่ไหนก็ตาม ในเรือนเสาร์ก็เป็นความอดทนอดกลั้น เพื่อประโยชน์แห่งตน เป็นเรือนปุตตะหมายความว่าเจ้าชะตาเป็นอย่างนี้เรื่อยมาตั้งแต่อายุยังน้อยแล้วนั่นเอง
เรามาอ่านเรือนกดุมภะกันบ้าง อ่านได้ว่า กดุมภะ ๖ – พันธุ ๕ เกษตร แสดงถึง สภาวะการเงินนั้นเป็นการรู้จักหาเงินทอง มีความมุ่งมั่นมีความกระตือรือร้นและพออกพอใจที่หาเงินได้ (ดาวศุกร์มาอยู่ธาตุไฟ) ในเรือนพฤหัสบดีทำให้รู้จักเก็บเงินเก็บทองที่หาได้เพื่อความเป็นปึกแผ่นเป็นหลักเป็นฐานต่อไปในอนาคต แล้วจะเก็บได้ไหม ดาวพฤหัสบดีเป็นเกษตรในภพพันธุบอกไว้ว่าหากรู้จักเก็บหอมรอมริบอย่างเป็นระบบแล้วเจ้าชะตาทำได้อย่างแน่นอน
มาอ่านปัตนิกันบ้าง ปัตนิ ๕ พันธุ ๕ เกษตร แสดงถึงว่า ชะตานี้จะได้คู่ครองดี คู่ครองเป็นดาวพฤหัสบดี จะเป็นคนที่มีระเบียน และเชื่อมั่นในตัวเองสูง (พฤหัสบดีเป็นเกษตรในราศีธนู) ดาวพฤหัสบดีเป็นดาวธาตุดินไปอยู่ธาตุไฟในราคีธนู ทำให้คู่ครองเป็นคนเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองสูง ทำการสิ่งใดมีหลักมีเกณฑ์ กล้าคิดกล้าตัดสินใจ เรือนพฤหัสบดีเรือนนี้เป็นเรือนพันธุ คู่ครองจะมาช่วยสร้างหลักฐานความมั่นคงให้กับครอบครัวด้วย อีกประการหนึ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษก็คือ เนื่องจากดาวพฤหัสบดีเป็นเกษตรภพพันธุ ทำให้เรื่องคู่ครองของเจ้าชะตานั้นขึ้นอยู่แม่ด้วย ถ้าให้แม่เป็นคนจัดการหาให้จะยิ่งดีสำหรับชะตานี้เลยทีเดียว
เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับ “มาอ่านดวงกันเถอะ” นี้ ผมเขียนออกมาเป็นสองระบบด้วยกันนะครับ คือ เขียนแบบมุมดาว และ แบบมุมเรือน (มุมเรือนจะเป็นแบบการอ่านสามจังหวะ) พอที่จะให้ความรู้แก่ท่านผู้อ่านไหมครับ ถ้าให้ได้ผมก็ยินดีและขอมอบให้ท่านผู้อ่านด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งครับ แล้วจะเขียนออกมาเรื่อยๆ ให้ท่านผู้สนใจได้ติดตามกันอีก สำหรับวันนี้ขอลาแล้วครับ สวัสดี
07/06/2016
โหราศาสตร์ระบบเรือนชะตาสัมพันธ์ โดย อ.เหลือง
เริ่มคอร์สใหม่ วันอาทิตย์ที่ 4 ุกันยายน 2559
เวลา 10.00 - 13.00 น. หลักสูตร 9 เดือน
เชิญท่านผู้สนใจสมัครกันได้ครับ
สอบถามเส้นทาง รายละเอียด และลงทะเบียนได้ที่ 061-4168555
27/06/2015
โหราศาสตร์ระบบเรือนชะตาสัมพันธ์ โดย อ.เหลือง
เริ่มคอร์สใหม่ วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2558
เวลา 10.00 - 13.00 น. หลักสูตร 9 เดือน
เชิญท่านผู้สนใจสมัครกันได้ครับ
สอบถามเส้นทาง รายละเอียด และลงทะเบียนได้ที่ 083-6147353
28/09/2014
โหราศาสตร์ระบบเรือนชะตาสัมพันธ์ โดย อ.เหลือง
เริ่มเปิดคอร์สใหม่ วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2557
เวลา 10.00 - 13.00 น. หลักสูตร 9 เดีอน
เชิญท่านผู้สนใจสมัครกันได้ครับ
สอบถามเส้นทาง รายละเอียด และลงทะเบียนเรียนได้ที่ 083-6147353
13/01/2014
โหราศาสตร์ไทยระบบเรือนชะตาสัมพันธ์ ๔
ก่อนอื่นก็ต้องขอกล่าวขอบคุณมิตรรักนักโหราศาสตร์หลายๆท่าน ที่ได้โทรศัพท์เข้ามาแสดงความคิดเห็นและสอบถามรวมถึงการให้ข้อเสนอแนะและกล่าวสนับสนุนให้มีกำลังใจเขียนบทความต่อไป ในด้านโหราศาสตร์นั้น สิ่งที่ผมพอจะมีความรู้อยู่บ้างและถนัดที่สุดก็เห็นจะเป็นโหราศาสตร์ไทยในระบบการอ่านเรือนชะตานี่แหละ (ก็คือการอ่านดวงอีแปะแหละครับ เรียกให้ไพเราะขึ้นเท่านั้นเอง แหะๆ) ในเมื่อพอมีความรู้อยู่บ้างก็คิดที่จะเขียนสิ่งที่ตัวเองรู้นี้และเห็นว่าพอจะใช้ทายดวงชะตาได้เป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง เพื่อให้ท่านผู้อ่านและผู้ที่เริ่มสนใจในวิชาโหราศาสตร์ได้อ่านและลองทำความเข้าใจดู เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านไม่มากก็น้อย รูปแบบการเขียนการแจกแจงรายละเอียดผมพยายามจะอธิบายเป็นขั้นเป็นตอนไล่ไปตามลำดับขั้นตอนการอ่านดวงตามที่ผมใช้อยู่เป็นประจำ โดยมิได้ปิดบังหมกเม็ดใดๆ ทั้งสิ้น ผมคิดว่าน่าจะหมดยุคสมัยของการหวงวิชาแล้ว การเขียนบทความเพื่อเผยแพร่ความรู้แล้วเขียนหมกเม็ดไว้นั้น ผมว่าไม่เขียนซะเลยยังจะดีกว่า บอกว่าตรงนั้นตรงนี้สำคัญมาก แต่ไม่บอกหรอกว่าสำคัญแล้วใช้อย่างไร ในส่วนที่เปิดเป็นบทความแล้วก็ควรที่จะอธิบายให้ชัดเจน ไม่ใช่เขียนไปกั๊กไปจนคนอ่านก็อึดอัดทุกครั้งที่ได้อ่านบทความ เพราะไม่สามารถทำความเข้าใจปะติดปะต่อเข้ากันได้ ส่วนเนื้อหาวิชาบางวิชาที่สงวนไว้ถ่ายทอดเฉพาะศิษย์ของตนเอง อันนั้นไม่ว่ากันครับ มันต้องมีบ้างอยู่แล้ว เพราะจะอย่างไรทุกคนย่อมมีท่าไม้ตายสุดยอดของแต่ละคนอยู่แล้ว จริงไหมเล่าครับ
คุยกันพอหอมปากหอมคอแล้ว มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ในฉบับล่าสุดของเดือนตุลาคมที่ลงไปนั้น ผมบอกไว้ว่าจะลองเขียนเป็นเรื่องสั้นๆ ให้อ่านกันเล่นๆ ปรากฏว่าท่านผู้อ่านหลายท่านที่โทรมาคุยบอกว่าให้เขียนแบบเดิมไปก่อน เพราะอ่านแล้วเข้าใจง่าย ก็ตามใจทุกท่านครับ ผมยังคงไม่เขียนถึงเรื่องการพยากรณ์จรนะครับ อย่างที่บอกอยากให้ทุกท่านอ่านพื้นดวงกันให้ได้ดีเสียก่อน อย่างน้อยถึงจะอ่านดวงไม่แตกเป็นผุยผง ขอแค่อ่านให้แตกเป็นแผ่นเล็กแผ่นน้อยได้บ้างแบบที่ผมทำอยู่ ผมก็พอใจแล้ว เข้าเรื่องแล้วกันครับ การอ่านดวงในระบบเรือนชะตาสัมพันธ์ในฉบับนี้ จะมีดาวที่ได้ตำแหน่งเกษตรอยู่หลายดวง หลายคนสงสัยว่าเจ้าเรือนเป็นเกษตรแล้ว ต่อจังหวะต่อไปไม่ได้ แล้วจะอ่านอย่างไรดี ไม่ยากเกินความสามารถของท่านหรอกครับ ลองดูวิธีการอ่านตามไปนะครับ รับรองไม่ยากเกินความสามารถของท่านผู้อ่านแน่นอน ดวงตัวอย่างในฉบับนี้ เจ้าชะตาเป็นชาย เกิดวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๐๓ เวลา ๐๕.๑๘ น. เป็นรูปดวงดังนี้
เห็นจะไม่ต้องอธิบายขั้นตอนการอ่านอีกนะครับ หากใครที่เพิ่งมาเปิดอ่านในฉบับนี้ก็ลองเปิดอ่านในฉบับเก่าๆ ที่ผ่านมาดูก่อน ขั้นตอนมีเพียงสั้นๆ ไม่กี่ข้อ เหมือนเดิมนะครับอ่านภพ ตนุ กดุมภะ ปัตนิ กัมมะ เหมือนเดิมครับ
1. มาเริ่มกันที่จุดสำคัญจุดแรกที่ควรใส่ใจกันที่สุดเลย คือ ภพตนุ อันเป็นตัวตนของเจ้าชะตา ตนุ ๖ เกษตร
ผมมักจะย้ำอยู่บ่อยครั้งถึงความสำคัญของตนุลัคน์อันเป็นตัวตนแห่งเจ้าชะตา ซึ่งผมจะให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งเลยในการอ่านดวงชะตาหนึ่งๆ ตนุลัคน์จะเป็นตัวตนของเจ้าชะตาในการดำเนินชีวิต มีการแสดงออกซึ่งบุคลิกท่าทางและท่วงท่าที่คนทั่วไปจะมองเห็นภาพลักษณ์ได้อย่างชัดเจนหรือจะเรียกว่า เจนลูกนัยน์ตา ก็ได้ ในชะตานี้ตนุลัคน์ของเจ้าชะตาเป็นดาว ๖ ได้ตำแหน่งเกษตร ตามจังหวะต่อไปไม่ได้แล้ว เนื่องจากดาวได้เกษตร โดยทั่วๆ ไปมักจะอ่านกันเพียงว่า ชะตาเช่นนี้มีวาสนาดี จะมีวิถีชีวิตที่เป็นปึกแผ่นมั่นคงในที่สุด ช้าก่อนๆ มาลองอ่านตามความหมายดาว ธาตุดาว ธาตุราศี กันดูก่อน แล้วท่านผู้อ่านจะเห็นอะไรดีๆ ที่แฝงอยู่ในนั้น ในชนิดที่อาจจะไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยก็ได้ ล้อมวงเข้ามาฟังกันเลยนะครับ ชะตานี้ตนุลัคน์เมื่อเป็นดาวศุกร์ ๖ ซึ่งมีความหมายในเรื่องของความสุข ความสบาย ความสนุกสนานร่าเริง ก็เท่ากับว่าในเรื่องของการดำเนินวิถีชีวิตนั้นตัวเจ้าชะตาจะมองในเรื่องของความสุขในชีวิตของตนเองเสียเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งดาว ๖ ได้ตำแหน่งเกษตร ซึ่งผมมักย้ำอยู่บ่อยๆ ว่า เกษตรคือความหมายสมบูรณ์ของดาวนั้นๆ ก็ยิ่งย้ำถึงมุมมองการหาความสุขความสบายในชีวิตของเจ้าชะตาเอง ไม่ชอบความยากลำบาก ทำอะไรง่าย ๆ สบาย ๆ ตามความพึงพอใจแห่งตน ชะตาแบบนี้มักจะทำอะไรตามความพอใจของตนเอง ถ้าสิ่งๆ นั้นเป็นความสุขเป็นความพอใจของตัวเอง ต่อให้ลำบากไปบ้างก็จะยังยอมที่จะทำอยู่ แต่ถ้าไม่ชอบไม่พอใจแล้วละก็ ตนุลัคน์ ๖ เกษตรแบบนี้จะไม่ยอมทำเป็นอันขาด ดาว ๖ เป็นดาวธาตุน้ำอยู่ในราศีพฤษภอันเป็นราศีธาตุดิน ธาตุดินราศีพฤษภนี้เป็นดินชุ่มชื้น ทำให้ธาตุน้ำแห่งดาว ๖ แทรกซึมเข้าไปได้ง่ายและกลืนเข้าเป็นเนื้อเดียวกับดินชุ่มแห่งราศี ทำให้เมื่อนานเข้าดาว ๖ ที่รักสุขรักสบายก็จะไปติดกับความสุขความสบาย และจะฝังตัวอยู่กับความสุขตรงนั้นนานเลยทีเดียวแบบไม่กระดิกตัวไปไหน (ธาตุดิน = นาน) ทำให้ขาดซึ่งความกระตือรือร้นในชีวิต ขาดเป้าหมายในชีวิต มีชีวิตที่สนุกสนานไปวันๆ หนึ่ง ชะตาเช่นนี้หากจะให้สร้างฐานะการเงินด้วยตัวเองก็คงลำบากหน่อย อาจจะขวนขวายอยู่บ้างแต่ก็เพราะตัวเองชอบที่จะทำตรงนั้นและได้เงินจากตรงนั้น ไม่เช่นนั้นแล้วก็ต้องมีฐานพันธุคือฐานครอบครัวที่ดีคอยสนับสนุนเกื้อกูลเขาได้ เพราะถ้าหากช่วงใดช่วงหนึ่งแห่งชีวิตเกิดการพลาดพลั้งขึ้นมา การจะลุกขึ้นยืนมาใหม่ก็จะทำได้ยากยิ่งเพราะความไม่กระตือรือร้นของตัวเอง ชะตาดวงนี้มีดาว ๑ พันธุขึ้นมากุมลัคน์กุมตัวตนุของเขา ดาว ๑ เป็นดาวธาตุไฟมาอยู่ในราศีธาตุดิน ไฟแห่งอาทิตย์มาลุกโชนที่ธาตุดินมาแผดเผาดินชุ่มแห่งราศีพฤษภ เท่ากับพันธุคือแม่จะมาคอยเฝ้าคอยดูแลเกื้อหนุนเขา แต่ในขณะเดียวกันก็เข้ามาสั่งการเข้ามาออกระเบียบกฎเกณฑ์ในเรื่องวิถีชีวิตของเขาด้วย (ระหว่างดาว ๑ และดาว ๖ นั้น ดาว ๖ รึจะกล้าหือดาว ๑) แต่นั่นก็เพียงตอนแม่เข้ามาจ้ำจี้จ้ำไชเท่านั้น เมื่อดาว ๖ ตนุได้ตำแหน่งเกษตร พอพ้นหน้าแม่เขาก็จะทำตัวเหมือนเดิมคือเรื่อยๆ สบายๆ ก็คือทำเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่เท่านั้น อ่านมาตั้งนานคงเกิดข้อสงสัยว่าตนุจะไม่มีดีเลยหรือ เมื่อตนุ ๖ เป็นเกษตร ก็ทำให้เจ้าชะตาเป็นคนที่ร่าเริงแจ่มใส ดูเฮฮาน่ารัก เป็นคนสนุกสนาน เข้ากับคนได้ง่าย เป็นคนยิ้มง่าย เป็นที่รักที่ชอบพอแก่คนที่ได้พบได้คุยด้วย มักจะตามอกตามใจไม่ขัดคอขัดใจคนรอบข้างหรือสังคมที่เขาเข้าไปคลุกคลีเข้าไปร่วมด้วย คนที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเขาก็จะรู้สึกว่ามีความสุขใจและสบายใจตลอดเวลาที่อยู่กับเขาได้พูดคุยกับเขา คำว่าเบื่อหน่ายจะไม่มีบังเกิดขึ้นเลยหากมีเจ้าชะตาคนนี้อยู่ร่วมด้วย ท่านผู้อ่านทุกท่านจะเห็นว่าหากเราถอดความหมายของดาว ๖ ออกมาก็จะสามารถขยายความหมายรายละเอียดออกมาได้อีกมากมายทีเดียว จนสามารถเห็นสภาพตัวตนจริงๆ ของเจ้าชะตาและวิถีการดำเนินชีวิตและความเป็นมาเป็นไปต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในวิถีชีวิตของเขาได้
๒. มาอ่านการเงินของเจ้าชะตาบ้าง จากภพกดุมภะ ซึ่งก็คือ กดุมภะ ๔ เกษตร
ภพกดุมภะจะบอกเรื่องราวเกี่ยวกับสภาวะการเงินในช่วงชีวิตของเจ้าชะตา ว่ามีสภาวะโดยรวมเป็นอย่างไร การเงินของชะตานี้เป็นดาว ๔ เป็นดาวธาตุน้ำไปอยู่ราศีมิถุนธาตุลม เป็นเกษตร ดาว ๔ มีความหมายของความคิด คำพูดคำจา การเจรจาติดต่อ เมืออยู่ในราศีธาตุลม จึงเป็นความคิดในการหมุนเวียนเรื่องการเงิน กระแสการเงินมีการหมุนเวียนในวงกว้างและตลอดเวลา คำว่า เกษตร ให้ความหมายของดาว ๔ ในธาตุลม คือมีการไหลเวียนเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าสภาวะการเงินมั่นคงถาวร อย่างที่ชอบอ่านกัน ธาตุลมเป็นธาตุซึ่งแสดงถึงความผันผวนปรวนแปรไม่แน่นอน ดังนั้นทำให้สภาวะการเงินที่คิดไว้คาดหวังไว้อาจจะไม่เป็นไปตามที่คิดที่หวัง และถ้าหากมีดาวจรร้ายมากระทบอย่างจัง อาจจะทำให้สภาวะการเงินสะดุดติดขัดจนถึงขั้นหมดตัวได้ แต่ถ้าหากมีดาวจรให้คุณเข้ามาจะทำให้เจ้าชะตามีเงินผ่านมือมากมายเช่นกัน เจ้าชะตาจะพูดจะคิดจะติดต่อเรื่องอันใด ก็จะเป็นเงินเป็นทองไปหมด ชีวิตคนเรามีพลิกผันขึ้นลงอยู่เสมอ ดังนั้นจะอ่านดาวเกษตรเป็นความมั่นคงถาวรยาวนานนั้นไม่ได้ หรือจะอ่านว่าตั้งมั่นได้ในที่สุดก็ไม่ได้ เพราะไม่ใช่เรือนหรือภพที่เป็นเกษตร ขอย้ำอีกที ความเป็นเกษตรไม่ได้อยู่ที่ภพเรือน เช่น กดุมภะเป็นเกษตร ปัตนิเป็นเกษตร นะครับ แต่การเป็นเกษตรนั้นเป็นที่ดาว ดาวนี้อยู่ราศีนี้เป็นเกษตร ดังนั้นก็ต้องว่ากันไปตามความหมายดาวที่เต็มที่สมบูรณ์ของมัน อันนี้สำคัญมากเพราะนักโหราศาสตร์ของเรามักจะหลงทางก็ตรงนี้ ไปนึกถึงเรือนหรือภพเป็นเกษตรแล้วก็ทายว่าเรื่องนั้นๆมั่นคงยาวนาน แล้วก็ใช้กันผิดๆตลอดมา ดาวได้มาตรฐาน ไม่ใช่เรือนได้มาตรฐาน
๓. มาอ่านเรื่องคู่ครองของเจ้าชะตา จากเรือนปัตนิกันต่อเลย อ่านได้ว่า ปัตนิ ๓ – วินาสน์ ๓ เกษตร
ในเรื่องคู่ครองของเจ้าชะตานั้น บรรดาเพศตรงข้ามที่เข้ามาหรือเจ้าชะตาข้องแวะข้องเกี่ยวนั้น จะเป็นไปในลักษณะของดาวอังคาร ๓ กล่าวคือ เป็นคนขยันขันแข็ง อุตสาหะพากเพียร แต่มักจะโมโหร้าย เจ้าอารมณ์ ฟังผิดหูเป็นไม่ได้ ดาวปัตนิ ๓ ไปอยู่ภพวินาสน์ในราศีเมษเรือนเกษตรอังคารเองและเป็นเกษตร อังคาร ๓ ธาตุลมไปอยู่ในราศีธาตุไฟในเรือนเกษตรตัวเองและเป็นภพวินาสน์ ทำให้คู่ครองมักเป็นคนฉุนเฉียวอารมณ์ร้อน มักจะสร้างปัญหาให้แก่เจ้าชะตาอยู่เนืองๆ ฝีปากกล้า พูดจาไม่เกรงใจใคร ชอบลงมือลงไม้ ปากดีเหตุผลเพียบ ถ้าจะให้เกิดความสุขสงบขึ้นในครอบครัวเจ้าชะตาจะต้องใจเย็นให้มาก ซึ่งก็ยังดีที่เจ้าชะตาลัคนาราศีพฤษภ ดาว ๖ ตนุเป็นเกษตรกุมลัคนา มีพลังหรือกำลังสูงมาก ทำให้เจ้าชะตาเป็นคนใจเย็น ไม่ค่อยจะถือสาหาความมากนัก อะไรปล่อยผ่านไปได้ก็จะปล่อยผ่านไป
๔. ต่อที่เรื่องการงานกันเลยกับภพกัมมะ อ่านได้ว่า กัมมะ ๘ – พันธุ ๑ – ตนุ ๖
การงานอาชีพก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราจะเมินเฉยไม่ได้เลยในการอ่านดวงชะตา คนมาดูดวงมีถามอยู่ไม่กี่เรื่องเอง ที่ถามมากที่สุดมีอยู่ ๒ เรื่องคือ เรื่องคู่ครอง กับเรื่องการงาน ที่มาเป็นอันดับแรกๆ บางทีถามแค่สองเรื่องนี้เสร็จก็ลากลับแล้ว กลับมาที่ภพกัมมะ กัมมะเป็นดาวราหู ๘ ธาตุลม มาอยู่ราศีสิงห์ธาตุไฟ เรือนอาทิตย์ ส่งผลให้เจ้าชะตาซึ่งเป็นดาว ๖ ที่สบายๆ ต้องมากระฉับกระเฉงมีความกระตือรือร้นมากขึ้น ในเรือนพันธุ ๑ ต้องมาเจอกับคนเก่งๆ คนที่มีความสามารถ ต้องเข้ามาในแวดวงของคนพวกนี้ อีกประการหนึ่งที่เราจะอ่านได้ก็คือ เจ้าชะตาจะทำงานกับครอบครัวเครือญาติ เป็นงานที่รับช่วงจากบิดามารดา ซึ่งเจ้าชะตาจะต้องปรับตัวเองให้เป็นผู้นำเพื่อรับช่วงต่อจากครอบครัวให้ได้ ตรงนี้มาจากพันธุ ๑ ที่ไปตนุ ๖ ซึ่งเจ้าชะตาจะต้องค่อยๆเรียนรู้ไปเพราะดาว ๑ เข้าธาตุดิน และจำเป็นต้องรับไว้ทั้งๆที่เจ้าชะตามองว่ามันร้อนลวกมือ (ดาว ๑ ธาตุไฟมาอยู่ธาตุดิน มันแผดเผาดินนั่นเอง ทำให้สภาวะของเจ้าชะตาที่รับอยู่มันรู้สึกร้อน) กล่าวคือไม่อยากรับสักเท่าไหร่ เนื่องด้วยเจ้าชะตาเป็นดาว ๖ เกษตร ชอบไปทางดนตรีเสียงเพลงมากกว่ารับช่วงงานจากครอบครัวนั่นเอง
ถึงตรงนี้แล้วคงพอจะเป็นแนวทางให้ท่านผู้อ่านได้บ้างนะครับ อ่านไปดึงความหมายธาตุมาใช้ ดึงความหมายดาวให้หลายหลาก จะทำให้มองเห็นอีกมากมายว่ามีจุดที่เก็บเอามาอ่านได้เยอะ จากความหมายดาวดวงเพียงดวงเดียว จากความหมายดาวคู่ จากความหมายธาตุ ฉะนั้น ความหมายดาวที่เราคิดว่าพอแล้ว ที่จริงแล้วยังไม่พอหรอก ยังมีให้ค้นคิดค้นหาอีกมากสำหรับความหมายดาว ยิ่งดึงมาได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีประโยชน์มากเท่านั้น ขอฝากไว้ให้ท่านผู้อ่านเป็นข้อคิดด้วย สำหรับบทความนี้ขอจบเพียงเท่านี้ สวัสดี
เหลือง
๑๓ มกราคม ๒๕๕๗