Kiddi The Kidsbrary

Kiddi The Kidsbrary

แชร์

ห้องสมุดกิจกรรม และ ของเล่นเพื่อ “เด็กคิดดี” @ ธัญญะ ช๊อปปิ้ง ปาร์ค ถ.ศรีนครินทร์

ห้องสมุดกิจกรรม และ ของเล่นเพื่อ “เด็กคิดดี”
• ห้องของเล่นธรรมชาติใกล้บ้านคุณ
• มาร่วมกันค้นหาศักยภาพในตัวลูก
• ค้นหาความเก่งกาจที่ลูกมี
• มาลองสังเกตดูว่าลูกมีความชอบ ความถนัดด้านใด
• มาปลูกฝัง “ความคิดดี” แก่เจ้าเมล็ดพันธุ์ตัวน้อย เพื่อผลักดันให้ลูกเติบโตเป็นต้นไม้ที่ยั่งยืนต่อไป

Photos 10/12/2015

https://m.facebook.com/169838760031293/photos/a.170109936670842.1073741828.169838760031293/175565472791955/?type=3

วิธีเลี้ยงลูกอย่างสั้นที่สุด
ตีพิมพ์ครั้งแรก นิตยสารV Mag

ก่อนหน้าจะเขียนต้นฉบับนี้มีรายการโทรทัศน์มาขอสัมภาษณ์ผมออกทีวี ระหว่างสัมภาษณ์มีเหตุขลุกขลักมากมาย แสงไม่พอ ไฟไม่พอ เสียงก่อสร้าง เสียงน้ำพุ และผมเองพูดไม่รู้เรื่อง เดิมก็เป็นคนพูดไม่รู้เรื่องอยู่แล้วบางครั้งผู้กำกับรายการยังให้ยกมือยกไม้ประกอบแบบนักแสดงก็ยิ่งไปกันใหญ่ หลังสัมภาษณ์เสร็จผมทำนายว่าอะไรที่พูดไปคงถูกตัดต่อจนฟังไม่ได้ความอยู่ดี จึงนำความสัมภาษณ์วันนั้นมาเขียนใหม่

เขาถามผม 4 ข้อ เป็นคำถาม 4 ข้อที่ดีมาก

คำถามที่หนึ่งถามว่าครอบครัวคืออะไร ผมตอบว่าครอบครัวคือ “มีอย่างน้อยหนึ่งคนให้เด็กเล็กสามารถผูกพันด้วยในระยะยาว” เขาอนุญาตให้ตอบเท่านี้ ไม่ให้อธิบาย
ต่อไปนี้เป็นคำอธิบาย ผมคิดว่าสังคมปัจจุบันครอบครัวไม่มีโอกาสอยู่กันพร้อมหน้าอีกแล้ว สังคมเมืองพ่อแม่ต่างไปทำงาน สังคมชนบทก็เช่นกัน เด็กเล็กต้องอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายาย พี่เลี้ยงที่บ้านหรือพี่เลี้ยงที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก ในสภาพสังคมที่ครอบครัวเสมือนแตกแยกหรือแตกแยกจริงเช่นนี้ จำเป็นมากที่สุดที่เด็กเล็กจะต้องผูกพันหรือสร้างสายสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ให้ได้อย่างน้อยหนึ่งคน คำว่า “สายสัมพันธ์” มาจากคำว่า attachment ซึ่งหมายถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ลึกซึ้งและยาวนานตลอดกาลเสมือนแม่กับลูกเช่นนั้น วิธีการคือเลี้ยงเขาและเล่นกับเขาให้มากที่สุดบ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้และแน่นอนว่ามิใช่ทำไปด้วยหน้าที่แต่ทำไปด้วยความรักที่เปี่ยมล้นและไม่มีเงื่อนไข
สายสัมพันธ์จะทำหน้าที่ “ดึงรั้ง” ให้เด็กอยู่กับเราทางใจตลอดไป ไม่เฉไฉเข้าหาอบายมุข มีความสามารถควบคุมตนเอง และมีความมุ่งมั่นที่จะพุ่งไปสู่อนาคต
ในอดีตเราเคยเรียกร้องให้คุณแม่ทำหน้าที่นี้ ตอนนี้ผมเรียกร้องใครก็ได้ทำหน้าที่นี้

คำถามที่สองถามว่าครอบครัวที่ดีเป็นอย่างไร ผมตอบว่าครอบครัวที่ดีคือครอบครัวที่มีเวลาให้กันมากๆ ปริมาณของเวลาเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ถ้าเรามีเวลาให้กันและกันมากอะไรๆก็ดีเอง พ่อแม่ที่มีเวลาให้ลูกเยอะๆจะเห็นทั้งส่วนที่น่ารักและส่วนที่น่ารำคาญของลูกๆ พ่อแม่ที่ไม่มีเวลาให้ลูก เข้าบ้านค่ำด้วยอารมณ์หงุดหงิด มักเห็นแต่ข้อเสียของลูก เช่น เก็บของไม่เรียบร้อย เวลาลูกทำความดี เช่น ช่วยล้างจาน กลับไม่ได้เห็นไม่ได้ชื่นชม ทำให้อะไรต่ออะไรดูแย่ลงไปเรื่อยๆ ปริมาณของเวลาจึงเป็นเรื่องสำคัญ

คำถามที่สามถามว่าคุณหมอตั้งเป้าหมายของการเลี้ยงลูกอย่างไร ผมตอบว่าผมอยากให้ลูกมีความสุข ไม่ทำความเดือดร้อนให้คนอื่น และสามารถทำประโยชน์ให้แก่คนอื่น อันที่จริงคำตอบสามข้อนี้คือความหมายกว้างๆของคนที่มีสุขภาพจิตดี ข้อแรกคือมีความสุข ซึ่งเถียงกันได้มากว่าแปลว่าอะไรและทำอย่างไร อันนี้ผมคิดว่าให้ลูกไปคิดเอาเอง
ข้อสองคือไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่คนอื่น ข้อสามสำคัญที่สุดและอาจจะสำคัญกว่าสองข้อแรกคือสามารถทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น ใจดีกับผู้คน ช่วยเหลือคนอื่น การให้ การบำเพ็ญประโยชน์ ความเมตตากรุณา เหล่านี้เป็นคุณสมบัติและความสามารถที่ต้องการการฝึกฝนให้เคยชินเป็นนิสัย ทำแล้วก็จะมีสุขภาพจิตดี ทำบ่อยๆก็จะเป็นคนมีความสุขไปเอง ข้อสามจึงสำคัญที่สุด

คำถามที่สี่ถามว่าคุณหมอเลี้ยงลูกอย่างไร ผมตอบว่าผมสอนให้ลูกรู้จักลำบากก่อนสบายทีหลัง ให้เขาทำงานบ้านก่อนแล้วค่อยไปเล่นได้ ให้เขาทำการบ้านก่อนแล้วค่อยดูหนังได้ ให้เขารู้จักสนุกแต่ก็ต้องรู้จักหยุดสนุกด้วย ให้เขามีความสามารถถอนตัวจากความสนุกกลับบ้าน พูดง่ายๆว่าให้เขามีความสามารถในการควบคุมตนเอง พูดสั้นๆคือมีวินัย
วินัยคือความสามารถในการควบคุมตนเองจากภายใน ซึ่งมิใช่เรื่องของศีลธรรมหรือจริยธรรม แต่เป็นเรื่องของสายสัมพันธ์ที่มีกับพ่อแม่และเป็นเรื่องทักษะคือ skill ดังนั้นวินัยมิได้เกิดจากการเทศนาสั่งสอนหรือถือศีลกินเจ มิได้เกิดจากครูใหญ่อบรมหน้าเสาธง แต่เกิดจากพ่อแม่สามารถผูกพันกับลูก ลูกมีสายสัมพันธ์กับพ่อแม่ คือ attachment สายสัมพันธ์นี้มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นและทอดยาวไกลได้ไม่สิ้นสุด ลูกไปเรียนต่างจังหวัดหรือต่างประเทศก็ยังคงมีสายสัมพันธ์ต่อตรงมายังพ่อแม่อยู่เสมอ ลูกก็จะไม่เลี้ยวเข้าหาอบายมุขโดยง่าย เป็นคนมีความยับยั้งชั่งใจ จะฝ่าไฟเหลืองก็รู้จักเบรก จะนอนกับเพศตรงข้ามก็รู้จักป้องกันตัว พบเพื่อนชวนเสพยาก็คิดถึงพ่อแม่ก่อนตัดสินใจเสพ เป็นต้น จะเห็นว่าการควบคุมมาจากภายใน มิใช่มาจากภายนอก พ่อแม่ไม่มีปัญญาตามเขาทุกฝีก้าว

“ลำบากก่อนสบายทีหลัง” และ “ถอนตัวจากความสนุก” นอกจากจะเกิดจากวินัยภายในแล้ว ยังเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนและต้องการโค้ชคือพ่อแม่คอยฝึกฝน พ่อแม่ที่ปล่อยปละละเลยไม่ฝึกฝนทักษะเหล่านี้เป็นพ่อแม่ที่รักลูกแต่ปากหากทำร้ายลูกด้วยการกระทำ ในอนาคตลูกต้องเผชิญอบายมุขและปิศาจอีกมาก เขาต้องอดทนที่จะผ่านไปและอดทนที่จะไม่ลุ่มหลง ไม่มีใครเก่งเรื่องแบบนี้ตั้งแต่เกิด ต้องฝึก

ผมตอบคำสัมภาษณ์ทั้งสี่ข้อสั้นมาก ผู้ผลิตรายการว่าจะไปตัดต่อให้เหลือหนึ่งนาที

Photos 05/10/2015
Mobile uploads 08/07/2015
Photos 25/03/2015

What makes you happy for no reason?

~ In Power Sisterhood

Photos 13/03/2015

Ha! Can you identify with this?

Thanks go to NickMom for the cartoon.

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Thanya Shopping Park, Srinakarin Road
Bangkok
10250