28/08/2021
การผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร ประจำปีการศึกษา 2564
สำหรับนิสิตที่อยู่ในเกณฑ์ต้องเข้าเกณฑ์ทหารในปีพ.ศ.2565 และยังไม่เคยยื่นเรื่องผ่อนผันมาก่อน ให้กรอกข้อมูลที่ https://qrgo.page.link/vR9bd และนำส่งเอกสารตามประกาศให้เสร็จสิ้น ภายใน 15 ธันวาคม 2564
25/08/2021
การผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร ประจำปีการศึกษา 2564
สำหรับนิสิตที่อยู่ในเกณฑ์ต้องเข้าเกณฑ์ทหารในปีพ.ศ.2565 และยังไม่เคยยื่นเรื่องผ่อนผันมาก่อน ให้กรอกข้อมูลที่ https://qrgo.page.link/vR9bd และนำส่งเอกสารตามประกาศให้เสร็จสิ้น ภายใน 15 ธันวาคม 2564
**นิสิตต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารทุกฉบับ ทั้งนี้ อย่าเขียนข้อความทับข้อมูลสำคัญบนเอกสาร เช่น ชื่อ-สกุล เลขประจำตัว เลขที่เอกสาร เป็นต้น**
การผ่อนผันจะมีผลจนสำเร็จการศึกษาไม่ต้องทำใหม่ในปีต่อไป
ยกเว้นนิสิตที่สำเร็จการศึกษาและเรียนต่อจะต้องดำเนินการขอผ่อนผันใหม่อีกครั้ง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Cu Student Corner โทร 0814533233
#เกณฑ์ทหาร65 #ผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร
16/08/2021
นร.สห ๒๔๘๘ : เสรีไทยสายนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นร.สห ๒๔๘๘ : เสรีไทยสายนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันที่ ๑๖ สิงหาคมของทุกปี คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๘ ประกาศให้เป็น "วันสันติภาพไทย" เพื่อระลึกถึงวันที่รัฐบาลในพระบาทสมเด็จพระอัฐมรามาธิบดินทร ได้ออกประกาศสันติภาพ ภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ ๒ โดยนายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในรัชกาลที่ ๘ เป็นผู้ลงนามในประกาศ ทั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากปฏิบัติการของขบวนการเสรีไทย ยังผลให้ประเทศไทยไม่ต้องตกเป็นฝ่ายแพ้สงคราม ไม่ถูกยึดครอง และดํารงความเป็นเอกราชสืบมา
"เสรีไทย" เป็นองค์กรปฏิบัติการร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร เริ่มจากการไม่เห็นด้วยกับนโยบายประกาศสงครามเข้าร่วมกับฝ่ายอักษะ จึงรวมตัวกันเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้าน แบ่งเป็น ๓ กลุ่มใหญ่คือ สายสหรัฐอเมริกา มี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นผู้นำ ในประเทศ สายอังกฤษ มี พ.ท. ม.จ.ศุภสวัสดิ์วงศ์สนิท สวัสดิวัตน์ เป็นผู้นำ และสายในประเทศ มี นายปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้นำ แม้ว่าเสรีไทยส่วนมากจะดำเนินงานโดยนักเรียนไทยที่ศึกษาต่อในต่างประเทศ ซึ่งมีนิสิตเก่าจุฬาฯ หลายท่านร่วมปฏิบัติการ เช่น ศาสตราจารย์บุญรอด บิณฑสันฑ์ ศาสตราจารย์ ท่านผู้หญิงพูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา เป็นต้น แต่สำหรับในประเทศ นิสิตปัจจุบันของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในขณะนั้น ได้เข้าร่วมในปฏิบัติการด้วยโดยการนำของพลเรือตรี หลวงสังวรยุทธกิจ (สังวร สุวรรณชีพ) สารวัตรใหญ่ทหารในขณะนั้น
พุทธศักราช ๒๔๘๘ เป็นช่วงเวลาที่ภาวะสงครามยังคงตึงเครียด พล.ร.ต.สังวร ได้ดำริว่า เสรีไทยควรจะจัดตั้งหน่วยทหารลับพร้อมรบแบบสงครามกองโจร (Gurrilla War-fare) ที่ได้รับการฝึกให้พร้อมจะใช้ยุทโธปกรณ์ที่ฝ่ายพันธมิตรส่งมาให้ทางอากาศ ทั้งนี้จากการคาดการณ์ในเวลานั้นว่าอาจจะมีการสู้รบขั้นแตกหัก กำลังพลที่อาจจัดหาได้คือ นิสิตจุฬาฯ เนื่องจากได้ฝึกยุวชนทหารมาตั้งแต่เดิม แนวคิดดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากนายปรีดี พนมยงค์ พล.ร.ต.สังวรจึงได้หารือกับศาสตราจารย์ ม.จ.รัชฎาภิเศก โสณกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อพิจารณาถึงความจำเป็นแล้ว จึงอนุญาตให้นิสิตไปช่วยราชการดังกล่าวได้ตามความสมัครใจโดยไม่เป็นการบังคับ ต่อมาทรงอนุมัติเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยเป็นเบี้ยเลี้ยงแก่นิสิตที่เข้าร่วมด้วย
นิสิตจำนวน ๒๙๘ คน ตัดสินใจสมัครเพื่อช่วยเหลือเสรีไทย โดยเข้าเป็นนักเรียนนายทหารสารวัตร (นร.สห.) มีหลักสูตรการเรียน ๑ ปี เมื่อเรียนได้สักระยะนักเรียนนายทหารสารวัตรได้ไปทำการช่วยสอนนักเรียนนายสิบสารวัตรที่มาจากนักเรียนเตรียมอุดมศึกษา และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง จำนวนกว่า ๓๙๗ คนด้วย การจัดตั้งโรงเรียนนายทหารสารวัตรนั้นอยู่ในการจับตาของฝ่ายอักษะที่ตั้งกองทัพในประเทศไทยเวลานั้นด้วย แต่ได้อธิบายด้วยเหตุผลความจำเป็นที่ต้องมีหน่วยทหารสารวัตร เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศระหว่างสงคราม
การฝึกภาคสนามได้กระทำที่ค่ายสวนลดาพันธุ์ ในบริเวณวัดเขาบางทราย จังหวัดชลบุรี โดยได้รับการฝึกจากนายทหารสหรัฐอเมริกาเพื่อเตรียมความพร้อมในการออกต่อสู้กับฝ่ายอักษะที่ตั้งอยู่ในประเทศ แต่ได้มีการประกาศยอมแพ้เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๔๘๘ จึงมิได้ออกปฏิบัติการ แต่การศึกษาที่ค่ายนี้ยังดำเนินต่อไปจนจบหลักสูตร ทั้งได้เข้าร่วมสวนสนามฉลองสันติภาพเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๔๘๘ และไปช่วยปราบผู้ก่อความวุ่นวายภายหลังสิ้นสุดสงคราม โดยร่วมมือกับตำรวจและทหาร ในชื่อ“สารวัตรทหารตำรวจผสม” บางส่วนร่วมกับทหารสหประชาชาติที่เข้ามาปลดอาวุธฝ่ายอักษะ เมื่อเหตุการณ์สงบแล้วนักเรียนนายทหารสารวัตรทั้งหมดจึงได้รับพระราชทานยศเป็นว่าที่ร้อยตรี เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๘๘ และปลดประจำการ บางส่วนกลับเข้าศึกษาต่อ บางส่วนสมัครเข้ารับราชการ หรือประกอบอาชีพส่วนตัว
ต่อมา นิสิตเก่าจุฬาฯ กลุ่มนี้ได้รวมกันเป็นชมรมนักเรียนนายทหารสารวัตร ๒๔๘๘ หรือในนามย่อ นร.สห. ๒๔๘๘ มีกิจกรรมร่วมกันเพื่อระลึกถึงภารกิจสำคัญครั้งนั้น และเพื่อเชิดชูเกียรติประวัติให้อนุชนรุ่นหลังได้รับทราบ ต่อมาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับชมรม นร.สห.๒๔๘๘ จึงได้สร้างอนุสรณ์สถาน นร.สห. ขึ้นที่บริเวณลานด้านข้างอาคารมหาธีรราชานุสรณ์ โดยมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๓๘
ธุลีกองละอองดินหินก้อนนี้..........แทนจงรักภักดีพลีชีพให้
แด่ล้นเกล้าล้นกระหม่อมจอมไผท.........แด่ชาติไทยแด่แผ่นดินถิ่นธรณี
เมื่อยามเรียนก็พากเพียรเพื่อความรู้.......ชาติต้องการรวมกันสู้ไม่หลีกหนี
อุทิศได้แม้เลือดเนื้อแม้ชีวี...........เพื่อปกป้องปฐพีพี่น้องไทย
นี่คืออุดมการณ์อันหาญกล้า........นี่คือค่าชีวีที่พลีให้
นี่คือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย......สถาบันที่สอนให้ใจทะนง
หินก้อนนี้คือวจีที่ประกาศ..........ความมุ่งมาดมุ่งมั่นอันสูงส่ง
เอกราชของชาติไทยต้องดำรง.........อยู่ยืนยงคงสถิตนิจนิรันดร์
(จารึกที่อนุสรณ์สถาน นร.สห.๒๔๘๘ ร.ต.สำเร็จ บุนนาค ประพันธ์ในนาม นร.สห.๒๔๘๘)
26/03/2021
๑๐๔ ปีแห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
๒๖ มีนาคม ๒๔๕๙ - ๒๕๖๔
๑๐๔ ปีแห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
๒๖ มีนาคม ๒๔๕๙ - ๒๕๖๔
"...การเล่าเรียนนี้มีข้อสำคัญอยู่ที่จะจัดให้เร็วไม่ได้ ต้องตั้ง ๑๐ ปี ๒๐ ปีจึงจะได้ ถ้าไม่รีบคิดตั้งมูลรากลงไว้ให้มั่นคงเป็นหลักฐานแล้ว อีกเยอเนอเรชั่นหนึ่งก็ไม่พอ..."
พระราชดำรัสที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รับสั่งแก่กรมศึกษาธิการเกี่ยวการจัดการศึกษาของสยาม ที่ทรงมุ่งหวังให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ ด้วยความจำเป็นที่จะต้องเดินหน้ากิจการต่างๆ อันจะนำความรุ่งเรืองผาสุกมาสู่ประเทศ ทัั้งนี้ กิจการงานต่างๆของชาติ จะเดินหน้าไปได้ก็ต้องอาศัยกำลังพลเมืองผู้มีความรู้ความสามารถนั่นเอง เป็นผู้ขับเคลื่อน
แม้ว่าการจัดการศึกษาครั้งรัชกาลที่ ๕ ดำเนินมาแล้วตั้งแต่การศึกษาชั้นประถม มัธยม โรงเรียนเฉพาะทาง ทั้งวิชาอย่างสูง และเตรียมการเข้าสู่การจัดการเรียนการสอนอุดมศึกษา หากแต่การดำเนินงานนั้นยังคงมีอุปสรรคอยู่มาก โรงเรียนที่ทำการสอนเฉพาะสาขาวิชาต่างๆ จึงกลายเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการอุดมศึกษาที่จะเป็นรูปธรรมในเวลาต่อมา ดังเช่น การจัดตั้งสำนักวิชาฝึกหัดข้าราชการพลเรือน ณ ตึกข้างประตูพิมานไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ซึ่งต่อมาได้พระราชทานนามว่า "โรงเรียนมหาดเล็ก" แม้ว่าหลักสูตรและผลผลิตจากโรงเรียนนี้ส่วนมากเข้ารับราชการในกระทรวงมหาดไทย ในเวลาต่อมาโรงเรียนมหาดเล็กนี้เองได้เป็นต้นกำเนิดของมหาวิทยาลัยแห่งแรก
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมราชโอรสในรัชกาลที่ ๕ ผู้ทรงสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ต นอกจากจะได้ทอดพระเนตรความเป็นไปภาคพื้นในยุโรปแล้ว เมื่อจะเสด็จพระราชดำเนินนิวัตพระนคร ยังได้ทอดพระเนตรกิจการมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นตามพระราชประสงค์ที่จะได้เรียนรู้ความเจริญก้าวหน้าและแนวทางการพัฒนาประเทศของ "โลกใหม่" ทั้งสองของตะวันตกและตะวันออก สอดคล้องกับพระบรมราชปณิธานของสมเด็จพระปิยมหาราชที่ทรงมุ่งหวังให้สยามมีความก้าวหน้าทัดเทียมกัน ความจำเป็นที่จะต้องมีสถาบันเพื่อผลิตบุคลากรที่มีความความสามารถจึงมีมากยิ่งขึ้น เมื่อทรงรับราชสมบัติในพุทธศักราช ๒๔๕๓ จึงทรงเริ่มวางรูปการใหม่สำหรับโรงเรียนมหาดเล็กโดยยกขึ้นเป็น "โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" รวมโรงเรียนวิชาต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน พระราชทานเงินทุนที่ราษฎรเรี่ยรายถวายสมเด็จพระปิยมหาราชในพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกเป็นเงินทุนจัดตั้ง กับทั้งที่ดินให้เป็นที่ตั้งและทำประโยชน์สำหรับกิจการมหาวิทยาลัย โดยกำหนดเช่าไม่จำกัดปี ในอัตราต่ำสุดลักษณะอย่างค่าธรรมเนียมอันเป็นผลผูกพันจากการใช้ที่ดินผืนนี้มาแต่เดิม
ถึงกระนั้น การดำเนินงานเพื่อสถาปนา "มหาวิทยาลัย" ขึ้นในกรุงสยามกลับมีการคัดค้านทั้งจากเสนาบดี และข้าราชการบางท่าน โดยยกเหตุอุปสรรคต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้น อีกทั้งความสับสนอันมาจากชื่อและการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาแห่งใหม่นี้ อย่างไรก็ดีปลายปีพุทธศักราช ๒๔๕๙ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัศดิน ณ อยุธยา) เสนาบดีกระทรวงธรรมการ ได้เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานพระราชดำริ ดังที่ท่านได้บันทึกไว้ ความตอนหนึ่งว่า
“...พระมงกุฎเกล้าจึงมีพระราชดำรัสแก่ฉัน (เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี) ผู้เป็นเสนาบดีกระทรวงธรรมการเวลานั้นว่า ชื่อของวิทยาลัยนั้นยังส่อตัว (คือ โรงเรียนข้าราชการพลเรือน) อาจทำให้คนเข้าใจผิดว่าจะฝึกหัดให้เข้าทำราชการเท่านั้น แทนที่จะเข้าใจว่าเป็นตลาดวิชา ใครปรารถนาอะไรก็มาซื้อหาเอาได้ไม่ว่าจะข้าราชการ หรือไปทำงานส่วนตัวในบริษัทใดๆ หรือในหน้าที่พลเมืองทั่วไปได้
มีพระราชดำรัสถามฉันว่า จัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยเสียทีเดียวไม่ได้หรือ? จะได้เป็นตลาดวิชาให้คนเข้าใจถูกเสียทีเดียว...” พระราชดำรัสต่อไปนั้นว่า 'นี่คือนิติธรรมของประเทศจัดใหม่ ซึ่งต้องตัดทางลัดเพื่อให้ถึงที่หมายทัน เขาจะไปมัวคอยให้ "ดิมานต์" เกิดเสียก่อนแล้วจึงขยับตัวตามอย่างไรได้? ประเทศจัดก่อนเขาจำเป็นอยู่เองจะต้องเดินตามหนทางซึ่งต้องอ้อมวกเวียน เพราะต้องคิดเอาเอง ไม่มีแบบอย่างต้องตรัสรู้ต่อยอดจากที่รู้กันแล้ว ก่อนตรัสรู้ต้องทิ่มผิดทิ่มถูกไปตามเพลงของการค้นคว้า ฉะนั้น นิติธรรมของเขาก็คอยดูนิมิตร คือ "ดิมานต์" ว่ามีอะไรเกิดขึ้นจะได้ไหวตัวตามโดยจัดตั้ง "สับพลาย" รับให้พอเหมาะ เดินเถิดอย่าคอยเวลาเลย อย่างไรเสียเราก็ต้องการมหาวิทยาลัย ตั้งเสียเดี๋ยวนี้ทีเดียว จะได้เป็นตลาดวิชาของเมืองไทย ไม่เป็นแต่เพียงที่เพาะข้าราชการไว้ใช้'...”
๒๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๕๙ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชโองการประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของสยาม ที่ยังคงผลิตบัณฑิตผู้มีความสามารถรับใช้ประเทศชาติบ้านเมืองสมตามพระบรมราชปณิธานแห่งสมเด็จพระปิยมหาราช และสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าตราบจนปัจจุบัน
04/01/2021
คนที่ไม่ได้เรียนรด.
เกิดปีพ.ศ. 2543
ยังไม่ได้ทำเรื่องขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร
กิจการนิสิตขยายเวลารับเอกสารจนถึงวันที่ 29 มค64นะครับ
22/12/2020
สำหรับนิสิตที่เข้าเกณฑ์และยังไม่ได้ดำเนินการขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร
ขอให้กรอกข้อมูลที่ https://qrgo.page.link/RKxvM และนำเอกสารส่งที่ Cu Student Corner ภายใน 25 ธันวาคม 2563
สำหรับนิสิตที่มีปัญหา หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อผ่าน chat ของเพจ หรือโทร 022187077
29/06/2020
กำหนดการสำหรับนิสิตใหม่ ปีการศึกษา 2563
ระดับปริญญาตรี
https://www.reg.chula.ac.th/NewNisit_B63_Enroll.pdf
ระดับบัณฑิตศึกษา
https://www.reg.chula.ac.th/NewNisit_G63_Enroll.pdf
นิสิตใหม่ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เมนู "นิสิตใหม่" https://www.reg.chula.ac.th/newstudents.html
www.reg.chula.ac.th
09/06/2020
การสาธิตท่าทดสอบร่างกายเพื่อเรียน รด. สำหรับผู้ชายนะครับ
สำหรับเฟรชชี่ ที่จะมาสอบเรียน รด.ในมหาลัยนะครับ
เตรียมร่างกายไว้ให้พร้อม
ของผู้หญิง เดี๋ยวแปะไว้ในคอมเมนต์
สาธิตท่าทดสอบร่างกายเพื่อเข้าเป็น นศท. ปีที่ 1
จัดทำโดยแผนกวิชาการรบพิเศษ กศ.รร.รด.ศศท.
26/05/2020
ช่องทางการติดต่อกับคณะต่างๆของนิสิตแต่ละคณะนะครับ