Alquran Institute Thailand สถาบันอัลกุรอานประเทศไทยในอุปถัมภ์ของจุฬาราชมนตร
Alquran Institute Thailand
2nd floor ,945 Rama 9 Rd. Suanlang, BKK 10250 Thailand
Alquran Institute Thailand المؤسسة التايلاندية لعلوم القرآن
สถาบันอัลกุรอานประเทศไทย
2nd floor ,945 Rama 9 Rd.
23/08/2026
ขอดุอาให้ได้รับความสดวก และ ง่ายดาย
ขอให้ความยากลำบาก เป็นเรื่องที่ง่ายดาย
ตราบเท่าที่คุณยังมี “อัลเลาะห์” อยู่ในหัวใจ
คุณจะสามารถผ่านอะไรก็ได้ ในทุกๆช่วงเวลาของชีวิต
อินชาอัลเลาะห์
คอร์สการอ่านอัลกุรอ่านให้ถูกต้องเเละไพเราะ
#สอนโดย : อาจารย์มูฮำหมัดซุกรี่บัลบาห์
อาจารย์อิบรอฮีม วงศ์เสงี่ยม
#เวลาเรียน : 15.30 - 17.00 น.
#ติดตามได้ : เพจสถาบันอัลกุรอานประเทศไทย
23/08/2026
คุตบะห์ประจำวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569
หัวข้อ “ใกล้ชิดนบีเพื่อใกล้ชิดอัลลอฮ์“
ขอความสันติสุข ความเมตตาปรานี และความจำเริญจากเอกองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) จงประสบแด่พี่น้องผู้ร่วมศรัทธาในอัลอิสลาม พี่น้องที่เป็นอุมมะฮ์ของท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) ที่เคารพรักยิ่งทุกท่าน
อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้ทรงตรัสไว้ดังนี้
﴿ لَقَدْ كَانَ لَكُمْ فِي رَسُولِ الله أُسْوَةٌ حَسَنَةٌ لِّمَن كَانَ يَرْجُو اللَّهَ وَالْيَوْمَ الْآخِرَ وَذَكَرَ اللَّهَ كَثِيرًا ﴾
[อัลอะห์ซาบ 33:21]
ความว่า
“โดยแน่นอน ในร่อซูลของอัลลอฮ์นั้น มีแบบอย่างอันดีงามสำหรับพวกเจ้า สำหรับผู้ที่หวังในอัลลอฮ์และวันอาคิเราะห์ และรำลึกถึงอัลลอฮ์อย่างมาก”
พี่น้องผู้มีเกียรติที่เคารพรักทุกท่าน…
คำว่า أُسْوَةٌ حَسَنَةٌ (อุสวะตุน หะสะนะฮ์) คือ แบบอย่างที่งดงาม แบบอย่างอันดีเลิศ ซึ่งท่านร่อซูล (ซ.ล.) นั้นมี และได้ถูกกำหนดไว้ หลักสำคัญพื้นฐาน หรืออุซูลที่ผู้เป็นมุสลิมจำเป็นต้องยึดถือ นั่นคือการวางท่านร่อซูล (ซ.ล.) ให้เป็นแบบอย่างที่ดีเลิศในการดำเนินชีวิต
เราจึงจำเป็นต้องยึดถือท่านร่อซูล (ซ.ล.) เป็นแบบอย่าง ทั้งในคำพูด การกระทำ และการดำเนินชีวิตของท่าน
ซึ่งแน่นอนว่า ในแต่ละช่วงชีวิตของคนเรา ในแต่ละสถานการณ์ และในแต่ละช่วงเวลา ความสามารถในการปฏิบัติตามแบบอย่างของท่านร่อซูล (ซ.ล.) อาจมีมากน้อยแตกต่างกันไป ตามแต่ละบุคคลและแต่ละวาระ
แต่อย่างไรก็ตาม หลักสำคัญของผู้ศรัทธาก็คือ เราจะต้องวางท่านร่อซูล (ซ.ล.) เป็นแบบอย่าง และมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามแนวทางของท่าน เพื่อให้การดำเนินชีวิตของเรานั้นนำไปสู่การใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) มากยิ่งขึ้น
มีคำกล่าวหนึ่งที่เปรียบเทียบไว้ว่า หากเราต้องการขว้างก้อนหินให้ไกล เราก็ควรตั้งเป้าหมายไปที่ดวงจันทร์ เพราะแม้เราจะไม่สามารถขว้างก้อนหินให้ถึงดวงจันทร์ได้ แต่ก้อนหินนั้นก็ยังคงอยู่ท่ามกลางหมู่ดวงดาว
เช่นเดียวกับการที่เราเป็นนักเรียน หากเราตั้งเป้าหมายว่าจะต้องได้คะแนนที่ดีที่สุด หรือได้เกรด 4 เมื่อเราตั้งใจและพยายามอย่างเต็มที่ หากเราทำได้ตามเป้าหมาย เราก็ย่อมได้รับผลตามที่หวัง แต่หากเราพลาดไปบ้าง คะแนนของเราอาจอยู่ในระดับ 70, 80 หรือ 90 ซึ่งก็ยังถือว่าเรายังไม่หลุดออกจากหมู่ดวงดาว ยังอยู่ในกลุ่มที่มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แม้จะยังไปไม่ถึงดวงจันทร์ หรือเป้าหมายสูงสุดที่เราตั้งไว้ก็ตาม
เช่นเดียวกัน การใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) โดยยึดแบบอย่างของท่านรอซูล (ซ.ล.) เป็นเป้าหมาย เพื่อที่จะให้เราไปได้ถึงดวงจันทร์นั้น ก็เป็นสิ่งที่เราควรมุ่งมั่นไปให้ถึง เป็นสิ่งที่เราจะไม่พลาดเป้าในการที่จะอยู่ท่ามกลางหมู่ดวงดาว ในการเป็นผู้ที่ใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.)
อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้ทรงตรัสไว้ในซูเราะฮ์อาลิอิมรอน อายะฮ์ที่ 31 ว่า
﴿ قُلْ إِنْ كُنْتُمْ تُحِبُّونَ اللَّهَ فَاتَّبِعُونِي يُحْبِبْكُمُ اللَّهُ ﴾
ความว่า
“จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า หากพวกเจ้ารักอัลลอฮ์ ก็จงปฏิบัติตามฉัน แล้วอัลลอฮ์จะทรงรักพวกเจ้า”
ดังนั้น สิ่งที่เป็นเงื่อนไขที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้ทรงบอกไว้ก็คือ การปฏิบัติตามท่านร่อซูล (ซ.ล.) ซึ่งจะนำไปสู่ความรักของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ที่มีต่อเรา
ในหะดีษกุดซีย์บทหนึ่ง ได้กล่าวถึงความรักของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ไว้ว่า
หะดีษกุดซีย์ (الحديث القدسي)
عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ رضي الله عنه قَالَ: قَالَ رَسُولُ اللَّهِ ﷺ:
إِنَّ اللَّهَ قَالَ: مَنْ عَادَى لِي وَلِيًّا فَقَدْ آذَنْتُهُ بِالْحَرْبِ، وَمَا تَقَرَّبَ إِلَيَّ عَبْدِي بِشَيْءٍ أَحَبَّ إِلَيَّ مِمَّا افْتَرَضْتُ عَلَيْهِ، وَمَا يَزَالُ عَبْدِي يَتَقَرَّبُ إِلَيَّ بِالنَّوَافِلِ حَتَّى أُحِبَّهُ…
ความหมาย
“แท้จริงอัลลอฮ์ทรงตรัสว่า
ผู้ใดเป็นศัตรูกับผู้เป็นคนรักของข้า แท้จริงข้าได้ประกาศสงครามต่อเขาแล้ว และไม่มีสิ่งใดที่บ่าวของข้าจะใช้แสวงหาความใกล้ชิดกับข้า ซึ่งเป็นที่รักยิ่งสำหรับข้า มากไปกว่าสิ่งที่ข้าได้กำหนดเป็นฟัรฎูแก่เขา และบ่าวของข้ายังคงแสวงหาความใกล้ชิดกับข้าด้วยการงานที่เป็นนะวาฟิล (การงานสุนัต) จนกระทั่งข้ารักเขา…”
ดังนั้น การปฏิบัติตามซุนนะห์ของท่านร่อซูล (ซ.ล.) เราจะต้องรู้ก่อนว่า “ซุนนะห์ของท่านร่อซูล (ซ.ล.)” นั้นคืออะไร ซึ่งซุนนะห์นั้นครอบคลุมทั้งคำพูด การกระทำ การเห็นพ้อง และคุณลักษณะของท่านร่อซูล (ซ.ล.) และสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เราควรศึกษาและนำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตของเรา
หะดีษและซุนนะห์ของท่านร่อซูล (ซ.ล.)
หะดีษที่เกี่ยวกับ คำพูด ก็คือ เมื่อซอฮาบะฮ์ได้ยินท่านร่อซูล (ซ.ล.) พูดสิ่งใด แล้วมีการรายงานต่อกันมา สิ่งนั้นเรียกว่า หะดีษที่พาดพิงถึงคำพูดของท่านร่อซูล (ซ.ล.)
เมื่อซอฮาบะฮ์เห็นการกระทำใด ๆ ของท่านร่อซูล (ซ.ล.) และมีการรายงานถึงการกระทำนั้น สิ่งนั้นก็เรียกว่า หะดีษที่พาดพิงถึงการกระทำของท่านร่อซูล (ซ.ล.)
และเมื่อมีการรายงานถึงการกระทำของซอฮาบะฮ์ แล้วท่านร่อซูล (ซ.ล.) ได้เห็นการกระทำนั้น โดยไม่ได้ขัดแย้ง ไม่ได้ห้าม และไม่ได้ตำหนิ การกระทำดังกล่าวก็เรียกว่า การเห็นพ้องหรือการยอมรับของท่านร่อซูล (ซ.ล.)
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็น คำพูด การกระทำ หรือการเห็นพ้องของท่านร่อซูล (ซ.ล.) สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของซุนนะห์ที่เราควรศึกษาและนำมาเป็นแบบอย่าง
และเมื่อเรานำคำพูดหรือการกระทำเหล่านั้นไปพิจารณาร่วมกับหลักฐานจากอัลกุรอาน หากพบว่าคำสั่งใช้มีลักษณะที่ชัดเจนและเด็ดขาด สิ่งนั้นก็จะอยู่ในระดับที่เป็น วาญิบหรือฟัรฎู ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกสำหรับบุคคลที่แสวงหาความใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.)
นอกจากนั้นแล้ว สิ่งที่เป็นคำพูดหรือการกระทำของท่านนบี (ซ.ล.) เมื่อเรานำมาพิจารณาแล้ว พบว่ามีลักษณะเป็นการสั่งใช้ แต่ไม่ได้มีน้ำหนักหรือความเด็ดขาดถึงระดับฟัรฎูหรือวาญิบ สิ่งนั้นก็จะอยู่ในระดับของ สุนัต
ซึ่งการปฏิบัติในสิ่งที่เป็นสุนัตนั้น “หากปฏิบัติ เราจะได้รับผลบุญ และการละทิ้งโดยทั่วไปไม่ถือเป็นบาปเช่นการละทิ้งฟัรฎู”
สำหรับมุสลิมทั่วไป สำหรับผู้ศรัทธาทั่วไป การละทิ้งสิ่งที่เป็นสุนัตนั้น อาจจะไม่มีข้อตำหนิ
แต่สำหรับบุคคลที่แสวงหาความใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) และมุ่งหวังในความรักของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) แล้ว เรื่องของสุนัตกลับกลายเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและมีความจำเป็น
— หะดีษกุดซีย์ —
وَمَا يَزَالُ عَبْدِي يَتَقَرَّبُ إِلَيَّ بِالنَّوَافِلِ حَتَّى أُحِبَّهُ، فَإِذَا أَحْبَبْتُهُ كُنْتُ سَمْعَهُ الَّذِي يَسْمَعُ بِهِ، وَبَصَرَهُ الَّذِي يُبْصِرُ بِهِ، وَيَدَهُ الَّتِي يَبْطِشُ بِهَا، وَرِجْلَهُ الَّتِي يَمْشِي بِهَا، وَإِنْ سَأَلَنِي لَأُعْطِيَنَّهُ، وَلَئِنِ اسْتَعَاذَنِي لَأُعِيذَنَّهُ.
ความหมาย
“บ่าวของข้ายังคงแสวงหาความใกล้ชิดต่อข้าด้วยการงานที่เป็นนวาฟิล (การงานสุนัต) จนกระทั่งข้ารักเขา และเมื่อข้ารักเขาแล้ว ข้าจะเป็นการได้ยินของเขาซึ่งเขาใช้ฟัง เป็นการมองเห็นของเขาซึ่งเขาใช้มอง เป็นมือของเขาซึ่งเขาใช้จับ และเป็นเท้าของเขาซึ่งเขาใช้เดิน และหากเขาขอต่อข้า แน่นอนข้าจะให้แก่เขา และหากเขาขอความคุ้มครองต่อข้า แน่นอนข้าจะคุ้มครองเขา”
ความหมายของหะดีษบทนี้ก็คือ การพิทักษ์รักษาของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ที่มีต่อ “วะลีย์ของอัลลอฮ์” หรือผู้ที่เป็นที่รักและได้รับความใกล้ชิดจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ซึ่งถือเป็นระดับอันสูงส่งที่มนุษย์ทั่วไปพึงไขว่คว้าและมุ่งหวังที่จะเข้าถึง
ดังนั้น การที่จะเป็นวะลีย์ของอัลลอฮ์ หรือเป็นผู้ที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงรักและทรงให้ความคุ้มครองนั้น เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนสามารถไขว่คว้าและมุ่งหวังได้ นั่นคือการแสวงหาความใกล้ชิดต่อพระองค์ ด้วยการปฏิบัติตามท่านร่อซูล (ซ.ล.) ในสิ่งที่เป็นฟัรฎู และแสวงหาความใกล้ชิดต่อไปด้วยการปฏิบัติในสิ่งที่เป็นสุนัต เสริมเข้าไปอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงรักเรา และเมื่อพระองค์ทรงรักเรา เมื่อเราขอสิ่งใดต่อพระองค์ พระองค์ก็จะทรงประทานให้ และเมื่อเราขอความคุ้มครองต่อพระองค์ พระองค์ก็จะทรงให้ความคุ้มครองแก่เรา
พี่น้องผู้มีเกียรติที่เคารพรักทุกท่าน…
อีกประการหนึ่งที่จะทำให้เราเข้าใกล้ดวงจันทร์แห่งการใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) มากยิ่งขึ้น นั่นก็คือ การกล่าวศอลาวาตต่อท่านร่อซูล (ซ.ล.)
ดังที่มีคำกล่าวว่า
كُلُّ الأَعْمَالِ بَيْنَ الرَّدِّ وَالْقَبُولِ، إِلَّا الصَّلَاةَ عَلَى النَّبِيِّ ﷺ
“การงานทั้งหลายอยู่ระหว่างการถูกปฏิเสธและการตอบรับ เว้นแต่การศอลาวาตแด่ท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)”
อาม้าลอิบาดะห์ต่าง ๆ ที่เราปฏิบัตินั้น จะอยู่ในขั้นของการที่การงานนั้น “ใช้ได้” ส่วนการที่จะได้รับการตอบรับจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.) นั้น เป็นอีกขั้นหนึ่ง
ดังที่เมื่อเราทำอิบาดะห์ หรือปฏิบัติตามแบบอย่างของบรรดานบีในอดีต พวกท่านก็จะกล่าวว่า
رَبَّنَا تَقَبَّلْ مِنَّا
ร็อบบะนา ตะก็อบบัล มินนา
“โอ้พระเจ้าของพวกเรา โปรดทรงตอบรับการงานจากพวกเราด้วยเถิด”
ดังนั้น การตอบรับจึงเป็นอีกระดับหนึ่ง หลังจากที่เราปฏิบัติการงานที่ถูกต้องแล้ว เราจึงควรขอต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) ให้พระองค์ทรงตอบรับการงานของเรา
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เมื่อเรากล่าวแล้ว เราจะได้รับผลบุญอย่างแน่นอน นั่นก็คือ การกล่าวศอลาวาตต่อท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนสามารถทำได้อย่างง่ายดาย
— หะดีษ —
مَنْ صَلَّى عَلَيَّ وَاحِدَةً صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ عَشْرًا
ความว่า
“ผู้ใดกล่าวศอลาวาตแก่ฉันหนึ่งครั้ง อัลลอฮ์จะทรงประทานศอลาวาตแก่เขาสิบครั้ง”
ดังนั้น พี่น้องลองคิดดูว่า “หากในวันหนึ่งเรากล่าวศอลาวาตต่อท่านนบี (ซ.ล.) 100 ครั้ง อัลลอฮ์ก็จะทรงศอลาวาตแก่เราถึง 1,000 ครั้ง”
และจำนวน 100 ครั้งนั้น ไม่ใช่จำนวนที่ไกลเกินเอื้อม และไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ หากเราตั้งใจและพยายาม เราทุกคนก็สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน
มีครั้งหนึ่ง ท่านอุบัยย์ บิน กะอ์บ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ) ได้ถามท่านนบี (ซ.ล.) เกี่ยวกับการแบ่งเวลาส่วนหนึ่งในการขอดุอาอ์ให้แก่ตนเอง และส่วนหนึ่งในการกล่าวศอลาวาตต่อท่านนบี (ซ.ล.)
ท่านอุบัยย์ถามว่า หากจะแบ่งเวลาหนึ่งในสี่ของการขอดุอาอ์ทั้งหมด ให้เป็นการศอลาวาตต่อท่านนบี (ซ.ล.) จะเป็นอย่างไร?
ท่านนบี (ซ.ล.) กล่าวว่า
“หากท่านเพิ่มมากกว่านั้น ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีสำหรับท่าน”
ท่านอุบัยย์จึงถามต่อว่า หากเป็นครึ่งหนึ่งล่ะ?
ท่านนบี (ซ.ล.) กล่าวว่า
“หากท่านเพิ่มมากกว่านั้น ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีสำหรับท่าน”
ท่านอุบัยย์จึงถามต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งกล่าวว่า หากเช่นนั้น ฉันจะให้เวลาทั้งหมดของการขอดุอาอ์ของฉัน เป็นการศอลาวาตต่อท่านนบี (ซ.ล.) ทั้งหมดเลยได้หรือไม่?
ท่านนบี (ซ.ล.) จึงกล่าวว่า
“เช่นนั้น ความกังวลของท่านก็จะได้รับการขจัด และบาปของท่านก็จะได้รับการอภัย”
ดังนั้น พี่น้องที่เคารพรักทั้งหลาย เรื่องของการศอลาวาตจึงเป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นการงานที่ทำได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน และเราสามารถกล่าวได้ในทุกช่วงเวลาของชีวิต
ท่านร่อซูล (ซ.ล.) ได้กล่าวว่า
«إِذًا تُكْفَى هَمَّكَ، وَيُغْفَرُ لَكَ ذَنْبُكَ»
ความว่า
“ถ้าเช่นนั้น ความกังวลของท่านจะได้รับการคลี่คลาย และบาปของท่านจะได้รับการอภัย”‘
ในบางครั้งเรามีความทุกข์ มีความกังวล หรือมีความต้องการบางอย่างที่อยากจะขอต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) บางครั้งเรายังไม่ทันได้ขอ แต่สิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจของเรากลับได้รับการคลี่คลาย หรือเราได้รับสิ่งที่เราปรารถนาแล้ว
เช่นเดียวกัน บางครั้งการซอลาวาตต่อท่านร่อซูล (ซ.ล.) ก็เป็นเหตุให้ความกังวลของเราได้รับการคลี่คลาย และได้รับความโปรดปรานจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.) แม้ในสิ่งที่เรายังไม่ได้เอ่ยขอโดยตรง เมื่อเราหมั่นซอลาวาตต่อท่านร่อซูล (ซ.ล.) เราก็อาจได้รับสิ่งที่เรามีความต้องการนั้นด้วย
หลายท่านหรือพวกเราเอง เคยรู้สึกบ้างไหมว่า บางครั้งเรามีความทุกข์ มีความกังวล หรือมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ต้องการจะขอต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) แต่บางครั้งเรายังไม่ทันได้เอ่ยขอดุอา สิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจของเรากลับได้รับการคลี่คลาย หรือเราได้รับสิ่งที่เราปรารถนาเสียแล้ว
เช่นเดียวกัน การซอลาวาตต่อท่านร่อซูล (ซ.ล.) ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เราได้รับความโปรดปรานจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.) แม้ในบางครั้งเราจะยังไม่ได้เอ่ยขอสิ่งที่ต้องการโดยตรง แต่เมื่อเราหมั่นซอลาวาตต่อท่านร่อซูล (ซ.ล.) อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ก็ทรงช่วยคลี่คลายความกังวล และประทานสิ่งที่ดีแก่เราในสิ่งที่เราปรารถนา
ในเรื่องของการซอลาวาต เป็นสิ่งที่ทำให้เรานั้นเข้าใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) และใกล้ชิดต่อท่านร่อซูล (ซ.ล.)
มีรายงานในหะดีษว่า…
إِنَّ أَوْلَى النَّاسِ بِي يَوْمَ الْقِيَامَةِ أَكْثَرُهُمْ عَلَيَّ صَلَاةً
ความว่า
“แท้จริง ผู้ที่ใกล้ชิดกับฉันมากที่สุดในวันกิยามะฮ์ คือผู้ที่กล่าวซอลาวาตแก่ฉันมากที่สุด”
ดังนั้น พี่น้องที่เคารพรักทุกท่าน…
การซอลาวาตนั้น นอกจากจะเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย กล่าวได้ด้วยลิ้นโดยไม่ยาก และใช้เวลาไม่มากแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ทำให้เรานั้นก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ที่ใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) และอยู่ท่ามกลางหมู่ดวงดาวของบรรดาผู้ที่เป็นที่รักของอัลลอฮ์ (ซ.บ.)
วัสลาม..
ที่ตั้ง
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
945 Rama9 Suanluang
Bangkok
10250