Happymath Ladphrao130

Happymath Ladphrao130

แชร์

สถาบันพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์และภาษา?

แฮ็พพิแมธ เป็นระบบการเรียนเฉพาะตัว เนื้อหาและวิธีการสอนได้รับการวิจัยและพัฒนาให้เหมาะกับนักเรียนไทย ง่ายต่อการเรียนรู้ เนื้อหาตรงกับหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ ครอบคลุมทั้งการคิดคำนวณและแก้โจทย์ปัญหาเพื่อให้นักเรียนได้มีทักษะในการแก้ปัญหาด้วยตนเอง รับนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงมัธยม3 ดำเนินงานโดย ครูแบงค์และครูป๋า

Happy English ได้รับการออกแบบเพื่อให้นักเรียนสามารถอ่าน ฟัง และเขียนวิชาภาษาอังกฤ

10/04/2025

เก่งหรือไม่เก่งก็ดูเอา น้องปังปอนด์เพิ่งจบอนุบาล2 มาเรียนกะครูต้อเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว นับเลขได้แค่ 1ถึง10 จำตัวเลขยังไม่ได้ วันนี้บวก3ได้ แบบตามที่เห็นค่ะ ไม่นับนิ้วด้วย คุณพ่อบอกว่า ครูที่โรงเรียนชมว่า เก่งที่สุดในห้อง นับ1 ถึง100 ได้คล่อง
ว่าจะเกษียณ เจอเด็กเก่ง ตั้งใจเรียน บอกว่าชอบทำเลขครูต้อมากๆ เลยต้องสอนต่อ

03/06/2023

เค้กวันเกิดค่ะ เป็นของขวัญถูกใจผู้รับ สามารถดึงเงินได้ ขนาด 3 ปอนด์ ตกแต่งด้วยสตรอเบอรี่เกาหลี ใบไม้ตกแต่งเป็นออแกนิค สนใจสั่งได้นะคะ

เค้กสตรอเบอรี่ ใช้สตรอเบอรี่เกาหลีใบไม้แต่งเค้กเป็นออแกนิค แบบดึงเงินได้ สั่งได้นะคะ

01/10/2022

#สอนลูกให้โตไปไม่โกง

เด็กที่เติบโตมาในสังคมไทย มีความน่าเป็นห่วงมากมาย ที่จะโตไปกลายเป็นคนขี้โกง

ความขี้โกง ไม่ซื่อสัตย์ เป็นสิ่งใกล้ตัวที่มีให้เห็นจนชินตา ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ

ลอกการบ้าน โกงข้อสอบ โกงในเกมกีฬา โกงเมื่อทำผิด การไม่ซื่อสัตย์ในหน้าที่ ไปจนถึงการไม่ซื่อสัตย์เมื่อเป็นผู้มีอำนาจ

เรามาสอนเด็กๆ ให้เค้ามีจิตสำนึกที่ดี ที่จะโตไปเป็นคนซื่อสัตย์ได้อย่างไรบ้าง

1. มีความคาดหวังที่เหมาะสม

การโกงหลายครั้งมาจากการอยากทำให้ตัวเองอยู่ในจุดที่พ่อแม่พอใจ โกงเพื่อชนะ โกงเพื่อได้คะแนนดี เด็กหลายคนโกง เพราะชีวิตผิดพลาดไม่ได้ เด็กหลายคนโกงเพราะต้อง “รับใช้” ความคาดหวังของพ่อแม่

2. มุ่งกระบวนการมากกว่าผลลัพธ์

สนใจว่าลูกได้ฝึกและพัฒนาศักยภาพอะไร มากกว่าได้เกรดเท่าไหร่ ได้ลำดับที่เท่าไหร่ ชนะใครกี่คน การที่เราให้ความสนใจกับ “กระบวนการ” ทำให้ลูกเห็นคุณค่าของประสบการณ์ที่ได้ลงมือ

3. ให้คุณค่ากับสิ่งที่เป็นเรื่องภายใน

โดยเฉพาะ “ความพยายาม” เด็กหลายคนโกง เพราะอยากถูกยอมรับในรูปแบบของสิ่งที่เป็นเรื่องภายนอก

4. พัฒนาความนับถือตัวเอง

เด็กหลายคนให้คุณค่ากับสิ่งที่เป็นเรื่องนอกกาย เชื่อว่าสิ่งที่ได้มาจะเพิ่มสง่าราศรี และความดูดีให้กับตนเอง จนนำไปสู่การทำอะไรที่ไม่ตรงไปตรงมา หลายครั้งเราพบว่าคนเหล่านี้ ไม่ได้รู้สึกดีกับตัวเองจริงๆ

5. ให้คุณค่ากับความซื่อสัตย์

สอนลูกด้วยนิทาน การยกตัวอย่าง การเป็นตัวอย่างที่ดี และชี้ให้เห็นตัวอย่างที่ไม่ถูกต้อง โดยการตั้งคำถาม เช่น “ลูกคิดว่า ถ้าเรามีอำนาจ การไม่ซื่อสัตย์หรือเห็นแก่ผลประโยชน์ของเรา จะส่งผลดีหรือไม่ดีอย่างไรบ้างทั้งกับตัวเองและประเทศชาติ”

6. สอนเรื่องความเข้าใจหัวใจคนอื่น

ไม่ชอบให้ใครทำอะไรที่ไม่ดีกับเรา ตัวเราก็ไม่ทำอย่างนั้นกับคนอื่น ไม่ชอบให้ใครโกงเรา ก็อย่าไปโกงเขาหรือกับใคร

7. สอนเรื่องความละอายใจ

ช่วยทำให้ลูกเห็นว่าชัยชนะที่ได้มาจากการโกงคนอื่น ถึงแม้เราจะรู้สึกดีหรือรู้สึกสบายใจ แต่เราก็ไม่สามารถสบตาใครๆ ได้อย่างรู้สึกภาคภูมิ

8. ช่วยลูกให้ต้อนรับความล้มเหลว

เด็กหลายคนแพ้ไม่ได้ ล้มไม่เป็น จนต้องโกง เพราะชีวิตไม่เคยชินกับความล้มเหลว

9. ส่งเสียงคัดค้าน เมื่อเห็นความขี้โกงหรือความเอารัดเอาเปรียบในสังคม

ทำให้ลูกเห็นว่าเราทุกคนสามารถรักษาสิทธิของตนได้ การนิ่งเฉย หลายครั้งเท่ากับการยอมรับกับความโกงหรือความไม่ซื่อสัตย์ที่เกิดขึ้น

10. ถ้าพบว่าลูกมีปัญหาเรื่องนี้ซ้ำๆ และแก้ไม่ได้ อย่าลังเลที่จะพบจิตแพทย์นะคะ เพราะแก้ไว หายได้ง่ายกว่าการปล่อยให้กลายเป็นนิสัยไปจนโต

เพราะเด็กขี้โกง ที่เติบโตไป

หลายครั้งสร้างปัญหามากมายให้กับสังคมจริงๆ

#หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน
ผู้เชื่อว่าชัยชนะที่ได้มาด้วยการโกง น่าละอายกว่าความพ่ายแพ้ที่ซื่อสัตย์

28/05/2022

...เติมความสุข เติมกำลังใจได้ทุกวัน ThanavuddhoStory

06/05/2022

“ฝืนตัวเอง ep.1”

คำ ๆ นี้แลดูเหนื่อย แลดูต้องข่มใจตัวเอง แต่ผมจะบอกว่า ในฐานะที่ผมเป็นหนึ่งในเด็กนักเรียนที่ค่อนข้างเรียนดี และประสบการณ์การสอนหนังสือกว่า 21 ปีเต็ม ผมบอกได้เลย ทุกคนที่เรียนเก่ง มันต้องมีคำว่า “ฝืนตัวเอง” เสมอ

หลายคนรู้จักผมเพียงแค่ คณิตศาสตร์พี่ป๊อป งั้นวันนี้ ผมขอให้รู้จักผมสมัยเป็นนักเรียนบ้างครับ

สมัยผมอยู่ ป.5 ผมต้องฝืนตัวเองนั่งรถไปเรียนพิเศษที่กรุงเทพฯ ทุกสัปดาห์ และต้องเรียนล่วงหน้าในห้อง ป.6 ที่มีแต่รุ่นพี่เก่ง ๆ ตอนนั้นผมต้องเรียนเรื่อง สมการ เรื่อง ห.ร.ม. ค.ร.น. ซึ่งยากเกินชั้นเรียน แต่ผมก็สู้สุด ๆ

พอผมขึ้น ป.6 ทุกวันตอนเย็น ผมต้องทำโจทย์ถึง 2 ทุ่มกับครูที่โรงเรียนทุกวัน และวันอาทิตย์ก็ต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 ไปเรียนพิเศษที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น แต่ครั้งนี้ ผมทำได้ดีมาก เพราะผมอดทนฝืนตัวเองมาตั้งแต่ ป.5

และในที่สุด ผมก็สอบติดทุกโรงเรียนที่ผมต้องการ และเลือกที่จะเรียน ม.1 ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ซึ่งผลลัพธ์เหล่านี้มันมาจากความอดทน ความสม่ำเสมอ และการฝืนตัวเองของผมเพื่อให้ตัวเราเองเก่งขึ้นครับ

สำหรับคนที่อยากเรียนรู้ประสบการณ์และแนวทางการเรียน รอติดตามต่อใน ep.2 วันศุกร์หน้านะครับ

พี่ป๊อป

#คณิตศาสตร์พี่ป๊อป
#สถาบันสอนคณิตศาสตร์ที่ให้มากกว่าคณิตศาสตร์

Photos from Happymath Ladphrao130's post 31/03/2022

ดีใจกับน้องอาเซนอลด้วยค่ะที่สอบเข้าม.1 รร.สาธิตรามกับ รร.เตรียมพัฒน์ ครูต้อคอยมองดูความเจริญเติบโตน้องมาตั้งแต่อนุบาล แม้ว่าจะไม่ได้เรียนด้วยกันแล้ว จนวันนี้เป็นพี่มัธยมแล้ว ชื่นชมในการเอาใจใส่ของแม่แอนคนที่ทั้งสวยทั้งเก่ง ค่ะ แม่แอนเก่งแค่ไหนลองสั่งข้าวเหนียวก่ำหมูปิ้งมานี ชูใจ มาชิมเลยค่ะ

22/03/2022

เด็กเล็กช่วงอายุ1-3ปี เป็นช่วงที่สมองกำลังพัฒนา สอนอะไรง่ายๆให้เค้าได้ค่ะ นับเลข ภาษาอังกฤษเป็นคำๆ หรือแบบในคลิป เค้าจะจำได้ดี สมองพัฒนาได้ดี

#แค่ปล่อยล้มลูกจะลุกได้

ตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นมาเจอไฟไหม้ ไปจนถึงต้องตัดสินใจกระโดดจากหลังคาสูงกว่า 4 เมตร 

หมอพบว่าลูกมีจิตใจที่มั่นคงมาก 

ไม่มีเสียงร้องไห้ ไม่โวยวาย จะมีแค่น้ำตาไหลไม่หยุด ตอนเจอแม่หัวฟาดพื้นเรียกไม่ตื่น 😅

หลังจากเหตุการณ์วิกฤต ลูกสาววัย 8 ขวบ ก็ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีอาการหวาดผวาอะไร ไปโรงเรียนได้ ทำกิจกรรมอะไรได้ตามปกติ มีแค่การกอดและบอกรักแม่บ่อยขึ้นที่แม่สังเกตได้ 

หมอพบว่าการมองอุปสรรคและปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา มีผลต่อการมองปัญหาและอุปสรรคที่ลูกจะมีต่อชีวิตลูก

บทความด้านล่างรีรันมาพอดี หมอเขียนตอนลูกสาวอายุ 1 ขวบ 9 เดือน 

ลองอ่านกันดูนะคะ 

#แค่ปล่อยล้มลูกจะลุกได้ 

สังเกตว่าลูกสาวเป็นเด็กที่ล้มแล้วงอแงน้อยมาก ล้มแล้วลุกเองเสมอ เวลาเจออุปสรรคอะไร ลูกก็เป็นเด็กสบายๆ ก้าวข้ามไปได้ แบบไม่ยากนัก 

คิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราเปิดโอกาสให้ลูกได้ทำเรื่องท้าทายและเปิดโอกาสให้ลูกได้ผิดพลาดอยู่เสมอ 

เวลาลูกล้ม...

เราพยายามจะไม่แสดง "ท่าทีตกอกตกใจ" 
เพราะไม่อยากทำให้ลูกรู้สึกว่านี่คือ "เรื่องใหญ่ในชีวิต" 

เพราะเมื่อหัดเดิน หัดวิ่ง การสะดุดล้มมันช่างเป็น "เรื่องธรรมดา" 

และชีวิตที่ต้อง "ก้าว" ไปข้างหน้า... ก็เช่นกัน

เราไม่ตีพื้น ตีเก้าอี้ "นี่แน่ะๆ ทำลูกเจ็บหรอ" เพราะไม่อยากสร้างนิสัยที่ลูกต้องโทษใคร หรือคอยหาคนผิดว่า "ใครทำให้ชั้นเจ็บ?"

เราไม่ซ้ำเติมลูกว่า "ทำไมดื้ออย่างนี้" "เห็นมั้ยเพราะซนเลยต้องเจ็บตัว" เพราะเราไม่อยากให้เค้าเชื่อหรือรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง 

เราจะไม่คอยห้าม ไม่ให้วิ่ง ไม่ให้เดินอีก เพียงเพราะ "กลัวลูกจะเจ็บ" เราไม่อยากให้ ความกลัวของเรามาปิดกั้นประสบการณ์ที่ลูกต้องเรียนรู้ 

เวลาลูกล้ม...

ถ้ามันแค่เบาๆ... เราจะยืนอยู่ห่างๆ พร้อมให้กำลังใจ "ลุกมั้ยลูก หนูเก่งแล้ว ลุกเองได้นะ"

ถ้ามันเจ็บจนร้องไห้... เราจะเดินเข้าไปกอด พร้อมบอกว่า "แม่รู้ว่าหนูเจ็บ หนูร้องไห้ได้นะ" 
"มา แม่เป่าเพี้ยงให้  แม่อยู่กับหนูตรงนี้ หายเจ็บแล้ว ไปเล่นกันต่อนะ” 

มากกว่าการล้มแล้วลุกเองได้ เราเชื่อว่าเรากำลังสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ "ความเชื่อมั่นในตัวเอง"

ความเชื่อมั่นที่ไม่ได้แปลว่า "ฉันจะไม่ล้ม"

แต่เป็นความเชื่อมั่นว่า "ฉันจะลุกได้"

ที่สำคัญความเชื่อว่า "ฉันมีใครสักคน" ที่ฉันรู้ว่ารักฉันมากแค่ไหน 

ใครคนนั้นที่คอยบอกฉัน ว่า "ฉันเก่งพอที่จะลุกและไปต่อ"

ความเชื่อมั่นนั้นที่เราเรียกมันว่า...

"ความนับถือตนเอง"

การตอบสนองของพ่อแม่ สำคัญต่อการมองปัญหาหรืออุปสรรคของลูก 

ถ้าเราทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่... มันจะใหญ่โต

ถ้าเราคอยห้าม บังคับ ระวังกังวล ประคบประหงม เรากำลังจะส่งสัญญาณให้ลูกรู้ทุกครั้งว่า "ลูกยังไม่เก่งพอ" 

ซึ่งนั่นสำคัญต่อความนับถือตัวเอง

อย่ากลัวถ้าลูกจะล้ม 

เพราะทุกครั้งของการล้ม...

ลูกจะภูมิใจในตัวเองที่ลูกลุกขึ้นได้

ลูกจะมีความเชื่อมั่นว่ามัน "ไม่ใช่เรื่องใหญ่ในชีวิต"

ทุกครั้งที่เจ็บ "ลูกจะเรียนรู้และฝึกระวังไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บซ้ำๆ"

รักลูก... ปล่อยลูกให้ล้มบ้างนะคะ 

เพราะทั้งคุณและลูกจะภูมิใจที่เห็นเค้า

"ลุกได้ด้วยตัวเอง" 
 

#หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน
ผู้พบว่าอุปสรรคอะไรที่ไม่ทำให้เราตาย มันทำให้เราเข้มแข็งขึ้นเสมอ 21/03/2022

#แค่ปล่อยล้มลูกจะลุกได้ ตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นมาเจอไฟไหม้ ไปจนถึงต้องตัดสินใจกระโดดจากหลังคาสูงกว่า 4 เมตร หมอพบว่าลูกมีจิตใจที่มั่นคงมาก ไม่มีเสียงร้องไห้ ไม่โวยวาย จะมีแค่น้ำตาไหลไม่หยุด ตอนเจอแม่หัวฟาดพื้นเรียกไม่ตื่น 😅 หลังจากเหตุการณ์วิกฤต ลูกสาววัย 8 ขวบ ก็ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีอาการหวาดผวาอะไร ไปโรงเรียนได้ ทำกิจกรรมอะไรได้ตามปกติ มีแค่การกอดและบอกรักแม่บ่อยขึ้นที่แม่สังเกตได้ หมอพบว่าการมองอุปสรรคและปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา มีผลต่อการมองปัญหาและอุปสรรคที่ลูกจะมีต่อชีวิตลูก บทความด้านล่างรีรันมาพอดี หมอเขียนตอนลูกสาวอายุ 1 ขวบ 9 เดือน ลองอ่านกันดูนะคะ #แค่ปล่อยล้มลูกจะลุกได้ สังเกตว่าลูกสาวเป็นเด็กที่ล้มแล้วงอแงน้อยมาก ล้มแล้วลุกเองเสมอ เวลาเจออุปสรรคอะไร ลูกก็เป็นเด็กสบายๆ ก้าวข้ามไปได้ แบบไม่ยากนัก คิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราเปิดโอกาสให้ลูกได้ทำเรื่องท้าทายและเปิดโอกาสให้ลูกได้ผิดพลาดอยู่เสมอ เวลาลูกล้ม... เราพยายามจะไม่แสดง "ท่าทีตกอกตกใจ" เพราะไม่อยากทำให้ลูกรู้สึกว่านี่คือ "เรื่องใหญ่ในชีวิต" เพราะเมื่อหัดเดิน หัดวิ่ง การสะดุดล้มมันช่างเป็น "เรื่องธรรมดา" และชีวิตที่ต้อง "ก้าว" ไปข้างหน้า... ก็เช่นกัน เราไม่ตีพื้น ตีเก้าอี้ "นี่แน่ะๆ ทำลูกเจ็บหรอ" เพราะไม่อยากสร้างนิสัยที่ลูกต้องโทษใคร หรือคอยหาคนผิดว่า "ใครทำให้ชั้นเจ็บ?" เราไม่ซ้ำเติมลูกว่า "ทำไมดื้ออย่างนี้" "เห็นมั้ยเพราะซนเลยต้องเจ็บตัว" เพราะเราไม่อยากให้เค้าเชื่อหรือรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง เราจะไม่คอยห้าม ไม่ให้วิ่ง ไม่ให้เดินอีก เพียงเพราะ "กลัวลูกจะเจ็บ" เราไม่อยากให้ ความกลัวของเรามาปิดกั้นประสบการณ์ที่ลูกต้องเรียนรู้ เวลาลูกล้ม... ถ้ามันแค่เบาๆ... เราจะยืนอยู่ห่างๆ พร้อมให้กำลังใจ "ลุกมั้ยลูก หนูเก่งแล้ว ลุกเองได้นะ" ถ้ามันเจ็บจนร้องไห้... เราจะเดินเข้าไปกอด พร้อมบอกว่า "แม่รู้ว่าหนูเจ็บ หนูร้องไห้ได้นะ" "มา แม่เป่าเพี้ยงให้ แม่อยู่กับหนูตรงนี้ หายเจ็บแล้ว ไปเล่นกันต่อนะ” มากกว่าการล้มแล้วลุกเองได้ เราเชื่อว่าเรากำลังสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ "ความเชื่อมั่นในตัวเอง" ความเชื่อมั่นที่ไม่ได้แปลว่า "ฉันจะไม่ล้ม" แต่เป็นความเชื่อมั่นว่า "ฉันจะลุกได้" ที่สำคัญความเชื่อว่า "ฉันมีใครสักคน" ที่ฉันรู้ว่ารักฉันมากแค่ไหน ใครคนนั้นที่คอยบอกฉัน ว่า "ฉันเก่งพอที่จะลุกและไปต่อ" ความเชื่อมั่นนั้นที่เราเรียกมันว่า... "ความนับถือตนเอง" การตอบสนองของพ่อแม่ สำคัญต่อการมองปัญหาหรืออุปสรรคของลูก ถ้าเราทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่... มันจะใหญ่โต ถ้าเราคอยห้าม บังคับ ระวังกังวล ประคบประหงม เรากำลังจะส่งสัญญาณให้ลูกรู้ทุกครั้งว่า "ลูกยังไม่เก่งพอ" ซึ่งนั่นสำคัญต่อความนับถือตัวเอง อย่ากลัวถ้าลูกจะล้ม เพราะทุกครั้งของการล้ม... ลูกจะภูมิใจในตัวเองที่ลูกลุกขึ้นได้ ลูกจะมีความเชื่อมั่นว่ามัน "ไม่ใช่เรื่องใหญ่ในชีวิต" ทุกครั้งที่เจ็บ "ลูกจะเรียนรู้และฝึกระวังไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บซ้ำๆ" รักลูก... ปล่อยลูกให้ล้มบ้างนะคะ เพราะทั้งคุณและลูกจะภูมิใจที่เห็นเค้า "ลุกได้ด้วยตัวเอง" #หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน ผู้พบว่าอุปสรรคอะไรที่ไม่ทำให้เราตาย มันทำให้เราเข้มแข็งขึ้นเสมอ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


ลาดพร้าว130แยก 2
Bangkok
10240

เวลาทำการ

พฤหัสบดี 15:00 - 19:00
เสาร์ 09:00 - 12:00
อาทิตย์ 09:00 - 12:00