09/03/2026
“เป็นมิตรกับทุกคน... แต่ไม่ขอแบกอะไรเลย"
| เข้าสู่สภาวะ Capybara Mode ขั้นสุดของการหลุดพ้นในออฟฟิศ
คุณเคยเห็นภาพ "คาปิบาร่า" ไหมครับ?สัตว์หน้ามึนที่นั่งแช่น้ำนิ่งๆ ท่ามกลางจระเข้ ลิงนก โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย
ในออฟฟิศที่ทุกอย่างคือ "งานด่วน" และเต็มไปด้วย Toxic คนทำงานกลุ่มหนึ่งค้นพบสัจธรรมแล้ว...
พวกเขาไม่ได้ขี้เกียจ ไม่ได้ไม่เก่งแต่พวกเขา "ตื่นรู้"ว่าการเอาตัวรอดที่ดีที่สุด คือเป็นมิตรกับทุกสิ่งแต่ไม่แบกสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง
4 ปรัชญา Capybara Mode
1. หมดยุคของ "เดอะแบก"
กฎออฟฟิศที่ไม่มีใครพูด: "รางวัลของคนทำงานเสร็จเร็ว คือการโดนโยนงานคนอื่นมาเพิ่ม"
Harvard Business Review เผย ในองค์กรส่วนใหญ่ พนักงานแค่ 3–5% แบกงาน Collaboration ถึง 20–35% ของทั้งองค์กร จนผู้จัดการใช้เวลา 85% ไปกับประชุม อีเมล โทร เวลาคิดงานจริงๆ แทบไม่เหลือ
คนใจดีเกินไปที่ไม่ตั้งขอบเขตจะ Burnout ก่อนใครแล้วยังทำลายคนที่ตัวเองพยายามช่วยด้วย
วิถีคาปิบาร่าจึงเลือก : ทำงาน 100% ตาม JD เป๊ะ คุณภาพครบ ส่งตรงเวลา จะแต่ปฏิเสธ OT ฟรีอย่างเด็ดขาด
2. ศิลปะแห่งการ "แกล้งไม่รู้"
สังเกตไหม? ใครใช้ Excel เก่งสุด มักต้องทำรีพอร์ตให้ทั้งทีม!
วิถีคาปิบาร่า: บางเรื่องที่รู้แล้วนำมาซึ่งภาระ ให้ยิ้มอ่อนๆ แล้วตอบว่า"เรื่องนี้หนูไม่ค่อยแน่ใจเลยค่ะ พี่ลองถามทีมบีดูไหมคะ?”
นี่ไม่ใช่การปัดความรับผิดชอบ แต่คือการปกป้องเวลาทำงานหลักของตัวเอง
Rob Cross พบว่า High Performers เรียกเวลาคืนได้ 18–24%มาด้วยการจัดการ Collaboration ให้ดีขึ้น ไม่ใช่ทำงานหนักขึ้น แต่เลือกงานฉลาดขึ้น
3. เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี... แต่มีเส้นกั้น
คาปิบาร่าเข้ากับสัตว์ได้ทุกชนิดบนโลก
คนทำงานโหมดนี้ก็เหมือนกันยิ้มแย้ม ซื้อขนมฝาก ช่วยเหลือเมื่อจำเป็น
แต่ทักไลน์งานตอน 4 ทุ่ม? = ไม่อ่าน ไม่ตอบ ไม่รู้สึกผิด
เพราะ "เวลางานคือเพื่อนร่วมงาน เวลาเลิกงานคือคนแปลกหน้า"
Prof. Sonnentag (2012, 2015) เรียกสิ่งนี้ว่า "Psychological Detachment" พนักงานที่ปิดสวิตช์เรื่องงานได้หลังเลิกงาน มีความพึงพอใจในชีวิตสูงกว่า เครียดน้อยกว่าโดยไม่ได้มี Engagement ต่ำลงเลย
4. นิ่งสงบสยบดราม่า
ออฟฟิศไหนไม่มีนินทา..ออฟฟิศนั้นไม่มีจริง!
งานวิจัยจาก BMC Psychology (2024) สำรวจพนักงาน 352 คนพบว่าการนินทาเชิงลบในที่ทำงานลดพฤติกรรมเชิงรุกขอพนักงานอย่างมีนัยสำคัญ ผ่านกลไกความวิตกกังวล
เมื่อวงเมาท์จุดไฟดราม่า คาปิบาร่าจะทำตัวเหมือนกำลังดูจระเข้ตีกัน นั่งฟัง นั่งมอง พยักหน้าเบาๆ ดูดน้ำจากหลอดแต่ไม่ออกความเห็น ไม่ผสมโรง ไม่เล่าต่อ
ปล่อยให้ดราม่าไหลผ่านตัวไปเหมือนสายน้ำ
"Capybara Mode" ไม่ใช่การต่อต้านองค์กร
แต่คือ กลไกการป้องกันตัวเอง ของคนที่อยากทำงานให้ดี โดยสุขภาพจิตไม่พังไปก่อน
คุณเป็นคนเก่งที่ใจดีได้ โดยไม่ต้องยอมให้ใครเอาเปรียบ
อัปเดตเรซูเม่ แล้วย้ายไปหาพื้นที่ปลอดภัยได้ที่ JOBBKK.COM
#ชีวิตคนทำงาน #มนุษย์เงินเดือน #หมดไฟ #จิตวิทยาการทำงาน #เดอะแบก
01/08/2024
ชื่นชมมากค่ะ 👏👏👏
ตอนแอดฯ อยู่ ม.6 วาดภูเขา แม่น้ำ ต้นไม้ พระอาทิตย์ ค่ะ 🏞😅😁
โซเชียลแห่ชื่นชม "ผลงานศิลปะ" ของเด็กนักเรียน ม.6 หลังสร้างสรรค์ผลงานสุดสวยงาม
09/07/2024
📌EP. 3 มาแล้วจ้าา ปักหมุดรอกันเลยน้า วันพฤหัสบดี 1 ทุ่มตรง รับอาหารเย็นแล้ว มาต่ออาหารสมองร่วมพูดคุยกันค่าา
=============
#ปันสาระถกประเด็นร้อน
ทุกวันพฤหัสบดีที่ 2 และ 4 ของเดือน เวลา 19:00-20:00 น.
ดำเนินรายการโดย รศ.ดร. ณดา จันทร์สม
ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพัฒนาการเศรษฐกิจ
📌 ตอนที่ 3: ถึงเวลาแล้วหรือยัง? สังคมไทยจะไม่มีการเกษียณอายุ
🗓️ วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2567
🕖 เวลา 19:00-20:00 น.
ติดตามรับฟังรายการได้ที่ Facebook Live: ECON NIDA Fanpage หรือ Zoom
Topic: ปันสาระ ถกประเด็นร้อน | EP.3 ถึงเวลาแล้วหรือยัง? สังคมไทยจะไม่มีการเกษียณอายุ
Time: Jul 11, 2024 19:00 Bangkok
Join Zoom Meeting
https://zoom.us/j/93041264104?pwd=UVAJnuHsyq5ekbrYF0AdswIO01T6b1.1
Meeting ID: 930 4126 4104
Passcode: ECONNIDA
#ปันสาระถกประเด็นร้อน
#ศูนย์ศึกษาพัฒนาการเศรษฐกิจ
#เกษียณอายุ
14/06/2024
การวางแผนการเงินของครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญมาก เมื่อจะเริ่มชีวิตคู่ควรจัดการเรื่องเงินร่วมกัน และตกลงกันอย่างชัดเจนก่อน
1. เงินของฉัน เงินของเธอ เงินของครอบครัว จัดสรรกันอย่างไร
🔹️ ถ้าเป็นเงินของฉันของเธอ ต่างคนดูแลเงินของตนเอง ต้องตกลงรายจ่ายร่วมในครอบครัวให้ชัดเจน และเมื่อใดที่ทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น ทริปท่องเที่ยวของครอบครัว ควรแบ่งค่าใช้จ่ายในการรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายให้ชัดเจน
🔹️ ถ้ามอบหมายให้คนใดคนหนึ่งเป็นคนดูแล คนนั้นต้องทำรายการใช้จ่ายให้ชัดเจน การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของครอบครัวสำคัญมาก และควรบอกให้อีกฝ่ายทราบเป็นประจำ
2. วางแผนการสร้างรายได้ การบริหารค่าใช้จ่าย การออม การลงทุน และการก่อหนี้ ของครอบครัว ร่วมกัน อย่าให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นคนตัดสินใจและจัดการเพียงลำพัง
3. เมื่อเกิดปัญหาทางการเงินควรปรึกษาหารือร่วมกัน อย่าแก้ปัญหาและจัดการเพียงลำพัง เพราะหากเกิดปัญหารุงรัง จะเกิดผลกระทบทุกฝ่าย
การจะทำเช่นนี้ได้ #การเปิดใจคุยกันเป็นสิ่งจำเป็นในครอบครัวไม่ว่าเรื่องใด และไม่พ้นแม้เรื่องเงิน อย่าให้เรื่องเงินรบกวนจิตใจ และลดทอนความสุขของครอบครัว
#บริหารการเงินเพื่อความสุขของครอบครัว
#การสื่อสารคือหัวใจ
01/01/2024
🎊🎆🎇🎉
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๗
HAPPY NEW YEAR 2024!
ขอความสมดุลและความสุขในทุกด้าน มีแด่แฟนเพจทุกท่านในปีใหม่นี้ด้วยเทอญ 🙏💛💖
13/10/2023
๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๖
เนื่องในวันนวมินทรมหาราช
ขอน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหารเพจบริหารการเงินเพื่อความพอเพียง
#สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์
🙏🙏🙏
03/09/2023
แนะนำค่ะ
ความรู้เศรษฐศาสตร์ที่เข้าถึงง่าย📚❤️
ใครที่อยากรู้ว่าเศรษฐศาสตร์คืออะไร❔เกี่ยวข้องกับชีวิตของพวกเราอย่างไร❔ดาวน์โหลดหนังสือฟรี ที่นี่ ‼️
ขอแนะนำหนังสือ "เศรษฐศาสตร์เล่มเดียวอยู่" จากแบงก์ชาติ แล้วคุณจะรู้ว่าเศรษฐศาสตร์ไม่ยากอย่างที่คิดเลยครับ ✨
ดาวน์โหลดอ่านฟรีในรูปแบบ pdf. ได้ที่นี่ครับ ➡️ https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/economics-book.html
#แบงก์ชาติ #เศรษฐศาสตร์ #เศรษฐศาสตร์เล่มเดียวอยู่
--------------------------
ช่องทางในการติดตามข่าวสารจากแบงก์ชาติ
Facebook : https://www.facebook.com/bankofthailandofficial/
Website : https://www.bot.or.th/
X : https://twitter.com/bankofthailand
Instagram : https://www.instagram.com/bankofthailand.official/
Blockdit : https://www.blockdit.com/bankofthailand
LINE : https://lin.ee/P5xJWV2
LINE TODAY : https://today.line.me/th/v2/publisher/102833
YouTube : https://www.youtube.com/c/BankofThailandofficial
06/01/2023
บทความ ก.ล.ต. เรื่อง "7 ข้อควรรู้ก่อนลงทุนหุ้นกู้"
โดย ทยากร จิตรกุลเดชา ผู้อำนวยการฝ่ายตราสารหนี้
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
#หุ้นกู้ เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการระดมทุนที่สำคัญของภาคธุรกิจและได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนจำนวนมาก สำหรับผู้ที่ไม่เคยลงทุนในหุ้นกู้มาก่อน หากสนใจลงทุนอาจมีคำถามว่า ควรเตรียมตัวอย่างไร และจะต้องพิจารณาอะไรก่อนที่จะลงทุน รวมถึงเมื่อได้ลงทุนและเป็นผู้ถือหุ้นกู้แล้วจะต้องมีการติดตามและใช้สิทธิของตนเองอย่างไร จึงขอสรุปออกมาเป็น #7ข้อสำคัญ ที่ผู้ลงทุนสนใจลงทุนหุ้นกู้ควรรู้และควรเตรียมความพร้อมก่อนการลงทุน
1️⃣ เตรียมตัวอย่างไรก่อนที่จะตัดสินใจในการลงทุนในหุ้นกู้
ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง ผู้ลงทุนควรต้องศึกษาและทำความเข้าใจข้อมูลของหุ้นกู้นั้น ๆ โดยสามารถศึกษาข้อมูลได้จากจากหนังสือชี้ชวน แบบสรุปข้อมูลสำคัญของตราสาร (factsheet) ข้อมูลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และงบการเงิน เพื่อให้ทราบข้อมูลเบื้องต้นของหุ้นกู้ว่าบริษัทผู้ออกเป็นใคร อยู่ในอุตสาหกรรมใด หุ้นกู้ที่จะลงทุนมีลักษณะอย่างไร มีอายุและอัตราดอกเบี้ยเป็นอย่างไร มีหลักประกันหรือไม่ เป็นหุ้นกู้ด้อยสิทธิหรือไม่ เงินที่ระดมทุนได้จะนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด รวมถึงผู้ออกมีสถานะทางการเงินและอันดับความน่าเชื่อถือเป็นอย่างไร เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยงของตนเองกับหุ้นกู้รุ่นดังกล่าวได้ โดยสามารถคลิกดูข้อมูลได้ที่ https://market.sec.or.th/public/idisc/th/Product/Filing หรือ แอปพลิเคชัน SEC Bond Check
2️⃣ ควรพิจารณาความเสี่ยงใดบ้างอะไรก่อนที่จะลงทุนในหุ้นกู้
(1) #ความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ เช่น อาจไม่ได้รับชำระดอกเบี้ย หรือเงินต้นคืน ในกรณีที่ผลการดำเนินงานของบริษัทผู้ออกไม่เป็นไปตามที่คาด เป็นต้น
(2) #ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง เช่น ไม่สามารถขายหุ้นกู้ดังกล่าวก่อนครบกำหนด เนื่องจากการซื้อขายเปลี่ยนมือหุ้นกู้ในตลาดรองอาจมีไม่มาก หรือบางตัวแทบจะไม่มีสภาพคล่องเลยในตลาดรอง
(3) #ความเสี่ยงด้านราคา ในกรณีที่มีการขายหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดการไถ่ถอน อาจไม่สามารถขายได้ในราคาที่ต้องการ ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และอายุของหุ้นกู้ เป็นต้น
3️⃣ เครื่องมือหรือปัจจัยที่ช่วยในการพิจารณาความเสี่ยงของหุ้นกู้ในเบื้องต้นมีอะไรบ้าง
ผู้ลงทุนแต่ละคนอาจมีความสามารถในการรับความเสี่ยงที่ไม่เท่ากัน โดยเครื่องมือหรือปัจจัยที่จะช่วยในการพิจารณาความเสี่ยงของหุ้นกู้ในเบื้องต้น ได้แก่
(1) #อันดับความน่าเชื่อถือ (credit rating) : โดยหุ้นกู้ที่มีอันดับเครดิตที่ดีหรืออยู่ในระดับ investment grade จะมีความเสี่ยงที่ต่ำกว่า ส่วนหุ้นกู้ที่มีอันดับเครดิตต่ำกว่าในระดับ investment grade ลงมาหรือหุ้นกู้ที่ไม่มีการจัดอันดับเครดิต จะมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ที่สูงกว่า แต่ก็มีการให้ผลตอบแทนสูงตามไปด้วย เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
(2) #ประเภทของหุ้นกู้ : เนื่องจากหุ้นกู้แต่ละประเภทอาจมีความเสี่ยงและลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน เช่น หุ้นกู้ด้อยสิทธิ ซึ่งมีสิทธิในการได้รับชำระหนี้ด้อยกว่าเจ้าหนี้สามัญ หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน (perpetual bond) ที่ไม่มีครบกำหนดไถ่ถอนและอาจต้องถือครองไปตลอดชีวิต รวมถึงตราสารด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งมีเงื่อนไขแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ ลดมูลค่า หรือ ปลดหนี้ได้ ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงจำเป็นที่จะต้องพิจารณาลักษณะของหุ้นกู้ว่าเหมาะกับลักษณะการลงทุนของตนเองหรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน
(3) #การประกอบธุรกิจของผู้ออกหุ้นกู้ : นอกจากการพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือและประเภทของหุ้นกู้แล้ว ผู้ลงทุนเองก็ควรที่จะพิจารณาในเรื่องการประกอบธุรกิจของผู้ออกด้วยเช่นเดียวกัน เช่น การพิจารณาว่าผู้ออกประกอบธุรกิจอะไร ธุรกิจของผู้ออกหุ้นกู้ที่มีแนวโน้มเป็นอย่างไรในอนาคต ธุรกิจดังกล่าวมีความเสี่ยงในเรื่องอะไร รวมถึงผู้ออกได้มีการออกหุ้นกู้เพื่อนำเงินไปใช้ในโครงการอะไรหรือทำอะไร
(4) #ปัจจัยประกอบอื่นๆ เช่น หุ้นกู้ดังกล่าวมีหลักประกันหรือไม่ มีอายุหุ้นเท่าไร รวมถึงหุ้นกู้รุ่นดังกล่าวมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้หรือไม่ เป็นต้น
4️⃣ ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้คือใคร และมีหน้าที่อะไร
#ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เป็นเหมือนตัวแทนของผู้ถือหุ้นกู้ในแต่ละรุ่น ที่มีหน้าที่ติดตามให้ผู้ออกหุ้นกู้ปฏิบัติตามข้อกำหนดสิทธิหรือข้อตกลงระหว่างผู้ออกกับผู้ลงทุน โดยหากเกิดกรณีที่บริษัทผู้ออกไม่ชำระหนี้หรือผิดข้อกำหนดสิทธิอื่น ๆ ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ก็จะมีหน้าที่เรียกร้องให้บริษัทผู้ออกชี้แจงและแก้ไข เรียกร้องให้ชำระหนี้ บังคับหลักประกัน และเรียกร้องค่าเสียหายให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการให้ข้อมูลต่าง ๆ กับผู้ลงทุนด้วย
5️⃣ เมื่อได้ลงทุนไปแล้ว ผู้ลงทุนควรมีการติดตามอย่างไร
ผู้ลงทุนควรจะต้องติดตามข้อมูลของบริษัทผู้ออกอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในเรื่องผลการดำเนินงาน งบการเงิน การปฏิบัติตามข้อกำหนดสิทธิ และการเปลี่ยนแปลงอันดับความน่าเชื่อถือ เพื่อประเมินความเสี่ยงว่ายังคงอยู่ในขอบเขตที่รับได้หรือไม่ หรือมีโอกาสที่บริษัทผู้ออกจะผิดนัดชำระหนี้หรือไม่ โดยหากพิจารณาแล้วมีแนวโน้มที่จะมีความเสี่ยงสูงกว่าที่จะรับได้อาจพิจารณาขายในตลาดรอง อีกทั้งหากพบว่าผู้ออกไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดสิทธิ หรือเกิดเหตุการณ์ที่อาจกลายเป็นเหตุผิดนัดตามข้อกำหนดสิทธิ ผู้ลงทุนควรสอบถามหรือแจ้งให้ “ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้” ทราบ เพื่อให้ดำเนินการติดตามแก้ไขและรักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุน
6️⃣ การใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นกู้ในการขอขยายอายุหุ้นกู้
ในกรณีที่ผู้ออกหุ้นกู้เล็งเห็นว่าบริษัทอาจยังไม่สามารถชำระคืนหนี้หุ้นได้ อาจมีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้เพื่อขอขยายระยะเวลาชำระคืนเงินต้น ในขั้นตอนนี้ผู้ลงทุนควรใช้สิทธิในการซักถามผู้ออกหรือ “ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้” เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนและเพียงพอต่อการตัดสินใจลงมติ โดยควรครอบคลุมในประเด็นดังนี้
(1) สาเหตุของการไม่สามารถไถ่ถอนหุ้นกู้ตามกำหนดเดิมได้ ข้อเสนอและเงื่อนไขในการขอขยายระยะเวลาชำระคืนเงินต้น
(2) แผนการจัดหาแหล่งเงินเพื่อการชำระคืนหนี้ ระยะเวลาการดำเนินการ ความเป็นไปได้ของแผนที่วางไว้ และความเพียงพอที่จะรองรับการชำระหนี้
(3) ข้อดี ข้อเสีย ประโยชน์ และผลกระทบของการลงมติในแต่ละทางเลือก
(4) ขั้นตอนการดำเนินการตามข้อกำหนดสิทธิในการเรียกร้องให้บริษัทผู้ออกผู้ออกตราสารหนี้ชำระหนี้ทั้งหมด กรณีที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ลงมติไม่อนุมัติ
7️⃣ เมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดนัดชำระหนี้ผู้ลงทุนจะต้องดำเนินการอย่างไร
เมื่อเกิดกรณีที่ผู้ออกหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้ ผู้ถือหุ้นกู้จะมี #ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ช่วยดำเนินการในการฟ้องร้องบังคับหลักประกัน บังคับชำระหนี้ให้แทนผู้ถือหุ้นกู้ทุกราย รวมถึงการเรียกร้องค่าเสียหายให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ โดยในการดำเนินการแต่ละขั้นตอน “ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้” อาจจำเป็นจะต้องมีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้เพื่อขออนุมัติในการดำเนินการ ดังนั้น ผู้ถือหุ้นกู้ควรต้องใช้สิทธิเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเองด้วย
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ขอให้ผู้ลงทุนหุ้นกู้ศึกษาข้อมูลเพื่อพิจารณาทำความเข้าใจถึงความเสี่ยงและผลตอบแทน รวมถึงใช้ความระมัดระวังในการตัดสินใจ และจัดสรรเงินในการลงทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่สามารถรับได้
*****************************************
หมายเหตุ : ข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
คลิกอ่านบทความ เรื่อง "7 ข้อควรรู้ก่อนลงทุนหุ้นกู้" ได้ที่https://www.sec.or.th/TH/Template3/Articles/2566/060166.pdf