13/10/2016
พระเมืองพิจิตร
พระเครื่อง พระเครื่องที่ถูกสร้างขึ้นในวัดท่าฬ่อ พิจิตร และเกจิจังหวัดอื่นๆทั่วประเทศ
13/10/2016
05/02/2016
เหรียญหลวงพ่อหวั่น รุ่น มหาอำนาจ เนื้อเงิน
13/07/2015
หลวงพ่อเขียน วัดสำนักขุณเณร ขออนุญาตเจ้าของภาพมา ณ.ที่นี้ด้วยครับ
หลวงพ่อเขียน ท่านเกิดเมื่อ วันเสาร์ เดือน ๔ ปีขาล พ.ศ. ๒๓๙๙ ที่บ้านตลิ่งชัน ตำบลชอนไพร อำเภอเมือง จังหวัด เพชรบูรณ์ บิดาชื่อ ทอง มารดาชื่อ ปลิด มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน ๕ คน เป็นชาย ๓ หญิง ๒ ตัวท่านเป็นบุตรคนที่ ๓ เมื่อยังครั้งเยาว์วัย หลวงพ่อเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาด เมื่ออายุได้ ๑๒ ปี เกิดศรัทธาอยากบวชเป็น สามเณร จึงขออนุญาตจากบิดามารดา ท่านจึงได้เข้าบรรพชา เป็นสามเณร เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๑ ที่วัด ทุ่งเรไร ในขณะที่เป็นสามเณร ได้ศึกษา อักขรสมัยกับท่านสมภาร พออ่านออกเขียนได้ และได้เรียน ภาษาขอม ควบคู่ไปกับภาษาไทย และเนื่องด้วยท่านมีความขยันหมั่นเพียร ในการเขียนอ่าน ท่าน สมภารจึง ได้เปลี่ยนชื่อจาก “เสถียร” มาเป็น “เขียน” นับแต่บัดนั้น สามเณรเขียนอยู่ในสมณเพศ จนอายุใกล้จะอุปสมบท ท่านได้สึกออกมาเป็นฆราวาส อยู่ระยะหนึ่ง จน อายุได้ ๒๐ ปีบริบูรณ์ (พ.ศ. ๒๔๒๐) ท่านได้เข้าอุปสมบท ณ วัดภูเขาดิน ใกล้กับแม่น้ำป่าสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ มีพระอาจารย์ประดิษฐ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ และ พระอาจารย์สอน กับพระอาจารย์ ทองมี เป็นพระกรรมวาจาจารย์
เมื่อ หลวงพ่อเขียน อุปสมบทได้ หนึ่งพรรษา บิดามารดา ได้รบเร้าให้ท่านสึก เพื่อจะได้แต่งงานกับ หญิงสาวผู้หนึ่ง ที่บิดามารดาอยากได้มาเป็นสะใภ้ แต่หลวงพ่อท่านปฏิเสธ และเพื่อให้พ้นความยุ่งยาก ท่านจึงได้ออกเดินทาง ไปเยี่ยมญาติที่บ้านวังตะกู อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ในเวลาต่อเวลา ระยะนั้น ทางวัดวังตะกูขาด พระภิกษุที่จะจำพรรษา ในปีนั้น กำนันตำบลวังตะกูจึงนิมนต์ ให้ท่านจำ พรรษา ณ ที่นั้น ต่อมาท่านได้ไปศึกษา ปริยัติธรรม ที่วัดเสาธงทอง จังหวัดลพบุรี มี พระอาจารย์ทอง เป็นครูสอน ท่านอยู่วัดเสาธงทองถึง ๙ พรรษา หลวงพ่อก็อำลาพระอาจารย์ทอง เพื่อไปศึกษาต่อ ที่วัดรังษี กรุงเทพฯ มี เจ้าคุณธรรมกิตติ เป็นเจ้าอาวาส ท่านได้ศึกษาเล่าเรียน ทั้งคันถธุระ และวิปัสสนา ธุระ อย่างเคร่งครัด นานถึง ๑๖ พรรษา แต่เมื่อวัดรังษี จะโอนจากวัดมหานิกาย เข้าเป็นวัด ธรรมยุตนิกาย ท่านไม่เต็มใจ จะเปลี่ยนนิกาย จึงได้ออกจากวัดรังษี มาจำพรรษาที่ วัดเสาธงทอง จังหวัดลพบุรี อีกครั้งหนึ่ง ท่านกลับมาจำพรรษาที่วัดเสาธงทอง ได้ ๙ พรรษา กำนันตำบลวังตะกู และชาวบ้าน จึงได้เดินทาง ไปนิมนต์หลวงพ่อ ให้มาจำพรรษาที่วัด วังตะกู อีกวาระหนึ่ง หลวงพ่อ ก็รับนิมนต์ และได้ออกเดิน ทางมาจำพรรษาอยู่ที่วัดวังตะกู ตั้งแต่บัดนั้น หลวงพ่อได้อยู่วัดวังตะกู เป็นเวลานาน จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้มีอาจารย์รูปหนึ่ง เดินทาง มาจากจังหวัดนครราชสีมา ได้มาขอพักอยู่ที่วัดวังตะกู ครั้นอยู่นานเข้าก็มีประชาชนนับถือมาก เลยถือ โอกาสตั้งตัวเป็นเจ้าอาวาส โดยมีทายกบางคนให้การสนับสนุน จึงได้รื้อกุฏิปลูกใหม่ ให้เรียงเป็น แถว เป็นระเบียบ ดูจะเป็นการขับไล่หลวงพ่อเขียนทางอ้อม โดยเว้นกุฏิของหลวงพ่อ ทิ้งไว้ให้โดด เดี่ยวอยู่องค์เดียว นอกจากนั้นยังได้สร้างเชิงตะกอนเผาศพ ไว้ด้านทิศตะวันออก ใกล้ๆ กับกุฏิของ หลวงพ่อ เวลาเผาศพ กระแสลมก็จะพัดควัน และกลิ่นเข้าหากุฏิหลวงพ่อ จนตลบอบอวลไปหมด ทำ ให้ท่านได้รับความเดือดร้อนมาก เพราะการเผาศพในสมัยนั้น กว่าจะไหม้หมดก็กินเวลาหลายชั่วโมง ถึงแม้หลวงพ่อจะได้รับความทุกข์ทรมานเพียงใด ท่านก็ทนอยู่ได้โดยใช้ขันติธรรมไม่ยอมไปไหน อีกทั้ง ในขณะนั้น ทายกเก่าๆ ก็ตายเกือบหมดแล้ว ท่านจึงขาดที่พึ่ง ครั้นถึง พ.ศ. ๒๔๙๑ กำนันเถาว์ ทิพย์ประเสริฐ บ้านสำนักขุนเณร ขณะนั้นยังเป็น กำนันตำบลวังงิ้ว เป็นผู้มองเห็นการณ์ไกล ทั้งมีความเคารพนับถือหลวงพ่อมาก จึงพร้อมกับ คณะทายก อุบาสก อุบาสิกา ได้พากันมานิมนต์หลวงพ่อ ขอให้ไปจำพรรษาที่วัดสำนักขุนเณร ซึ่งอยู่ห่างไกลจากวัดวังตะกู ประมาณ ๕ กิโลเมตร คณะที่ไปนิมนต์หลวงพ่อได้รับปากกับท่านว่า จะช่วยสร้างกุฏิให้พอเพียงกับพระ ภิกษุสงฆ์ ที่ติดตามท่านไปด้วย ทั้งจะสร้างคอกม้าให้กว้างขวาง พอที่จะบรรจุม้าทั้ง ๗๐ ตัวของหลวง พ่อ ได้อย่างสบาย หลวงพ่อได้มองเห็นเจตนาดี และเสียอ้อนวอนมิได้ ก็รับนิมนต์ไปอยู่วัดสำนักขุน เณร แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ระหว่างวัดสำนักขุนเณร กับวัดวังตะกู มิได้ขาด ครั้นถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๓ หลวงพ่อจึงตัดสินใจที่จะไปจำพรรษาอยู่ที่วัดสำนักขุนเณร แต่ก่อนท่านจะจาก ไป หลวงพ่อได้ไปยืนทำสมาธิ ที่ต้นไม้ทุกต้น ภายในบริเวณวัดวังตะกู เสมือนหนึ่งท่านจะอำลา เทพยดา ที่ต้นไม้เหล่านั้น เพราะท่านอยู่ที่นี้มาถึง ๓๐ พรรษา
ท่านก็ถึงแก่มรณภาพ ด้วยอาการสงบ ในคืนวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ เวลา ๒๓.๕๐ น. สิริรวมอายุได้ ๑๐๘ ปี
24/06/2015
หลวงพ่อแวว อุปคุตฺโต เป็นพระเกจิอาจารย์ มีวาจาสิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือศรัทธาของชาวพิจิตร และเป็นพระสงฆ์ที่สมถะ และมีเมตตาสูงตลอดเวลา ท่านไม่ประสงค์สมณศักดิ์ใด ๆ คงวัตรปฏิบัติเยี่ยงพระสงฆ์ลูกวัดจนถึงกาลมรภาพ
หลวงพ่อแวว อุปคุตฺโต เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2425 ปีมะเมีย ภูมิลำเนาตำบลศาลเจ้าเชษฐ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม บิดาชื่อนายแก้ว มารดาชื่อ นางดำแดง ศรีทอง อุปสมบทเมื่ออายุ 47 ปี วันที่ 15 มิถุนายน 2472 ณ วัดรังนก ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ที่วัดกรดงาม และวัดโรงช้าง ตำบลโรงช้าง อำเภอเมืองพิจิตร และที่พำนักสุดท้ายที่วัดคลองคู้ จำพรรษาที่วัดคลองคู้ได้ 15 พรรษา
ก็มรณภาพ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2514 รวมพรรษาได้ 41 พรรษา และรวมอายุได้ 89 ปี หลังจากมรณภาพแล้วทำการประจุไว้ 6 ปี 6เดือน 10 วัน ต่อมาคณะกรรมการวัดคลองคู้ได้จัดงานประชุมเพลิงขึ้น เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2521 และมีการจัดสร้างรูปเหมือนขนาดเท่าจริง และจัดทำวัตถุมงคลขึ้นหลายอย่าง ขณะนั้นมีพระอธิการจำรอง พนฺธุสาโร เป็นเจ้าอาวาส
*******************************************************************
หลวงพ่อแวว อุปคุตฺโต เป็นอดีตพระเกจิอาจารย์ มีวาจาสิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือศรัทธาของชาวพิจิตร เชื่อกันว่าหลวงพ่อเก่งเรื่องคาถา อาคม เรื่องกระสุนโค้ง
21/06/2015
แบบเหรียญ หลวงพ่อหวั่น อายุ 81 ครับ ขออนุญาตเจ้าของรูปภาพด้วยน่ะครับ
14/06/2015
ตะกั่วลองพิมพ์ เหรียญหลวงพ่อหวั่น รุ่น ที่กำลังจะออก ใหม่ครับ
15/03/2015
รูปหลวงพ่อหวั่น วัดคลองคูณ ที่ใช่เป็นแบบที่จะสร้างเหรียญหันข้างรุ่น ล้าสุด ขออนุญาตเจ้าของภาพลงครับ
31/07/2014
เหรียญตัวอย่างของหลวงพ่อหวั่น รุ่น มหากราป eod
31/07/2014
ตัวอย่างเหรียญหลวงพ่อหวั่น รุ่น มหาบารมี 80 ขออนุญาตเจ้าของภาพลงด้วยน่ะครับ
17/07/2014
เหรียญหลวงพ่อหวั่น วัดคลองคูณ รุ่น เจริญพร บน,ล่าง
24/04/2014
เหรียญรุ่นใหม่ของหลวงพ่อหวั่น
21/08/2013
เหรียญมหาโภคทรัพย์หลวงพ่อหวั่น วัดคลองคูณ
ที่ตั้ง
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
66000