01/12/2025
งาน Wonderfruit 2025 ปีนี้ เจอกับเราอีกเช่นเดิม ณ ที่เดิมหมู่บ้านสมุนไพร กับโซน Medicinal Plant Village เรื่องราวของสมุนไพรไทย องค์ความรู้ของการแพทย์แผนไทย กินให้เป็นยา อยู่ให้เป็นสุข รวบรวม Workshop มากมาย
แวะมาพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ และเรียนรู้ ไปด้วยกันในงาน Wonderfruit @ พัทยา 11-15 ธันวาคม 2568
แล้วเจอกันครับ
นิพพาน.
27/11/2025
#หนัดกินผัก ปีนี้สนุกมาก ยินดีที่พัฒนาไปอีกขั้น ปีหน้าเจอกันใหม่ แล้วเรามาสนุกกันอีกครั้ง
นิพพาน
12/08/2025
กัญชา-เห็ดวิเศษ-lsd อาจเป็นกุญแจใหม่ในดูแลโรคอ้วนและการกินที่ผิดปกติ
โรคอ้วนและโรคการกินผิดปกติ เช่น กินมากเกินไป (Binge Eating), อดอาหารรุนแรง (Anorexia), หรือหลีกเลี่ยงอาหารบางประเภท (ARFID)
เกิดจากจิตใต้สำนึกส่งผลทำให้เกิดความปกติ
มักรักษาด้วยการปรับพฤติกรรม จิตบำบัด และยา แต่ล่าสุดงานวิจัยระดับโลกชี้ว่า พืชและสารธรรมชาติ บางชนิดอาจช่วยได้จริง
- กัญชา (Cannabis) กระตุ้นความหิว ทำให้การกินเพลิดเพลิน เหมาะกับภาวะที่ขาดความอยากอาหาร
- ไซโลไซบิน (Psilocybin) จากเห็ดวิเศษ ช่วยปรับอารมณ์ ลดความวิตกกังวล และปรับมุมมองภาพลักษณ์ตัวเอง
- L*D ลดความทุกข์ทางอารมณ์ และช่วยจัดการความเครียดที่เกี่ยวกับการกิน
งานวิจัยโดยมหาวิทยาลัยซิดนีย์ (JAMA Network Open) สำรวจผู้ป่วยกว่า 7,600 คน ใน 83 ประเทศ พบว่าหลายคนมองว่าสารเหล่านี้มีประสิทธิภาพมากกว่ายาบางชนิด
ข้อควรระวัง ยังอยู่ในขั้นวิจัย ควรใช้ภายใต้การดูแลแพทย์ และหลีกเลี่ยงสารอย่างแอลกอฮอล์ นิโคติน และโคเคนที่ทำให้อาการแย่ลง
อ้างอิง:
Rodan, S.-C., et al. (2024). JAMA Network Open.
อ่านงานวิจัยเพิ่มเติม ในคอมเม้น
นิพพาน.
10/08/2025
DMT vs. Magic mushrooms ความเหมือนที่แตกต่าง Ayahuasca vs. Psilocybin
ในโลกของ สารหลอนประสาท (Psychedelics) ซึ่งครอบคลุมทั้งสารจากธรรมชาติและสังเคราะห์ มีหลากหลายชนิดที่มนุษย์ค้นพบและใช้มาตลอดหลายพันปี แต่ถ้าพูดถึง “สองสายหลัก” ที่ได้รับการยอมรับทั้งในแวดวงวิจัยวิทยาศาสตร์และพิธีกรรมดั้งเดิมของชนเผ่า ก็คือ DMT (N,N-Dimethyltryptamine) และ Psilocybin
ทั้งสองมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถ “เปิดประตูแห่งจิต” (Door of Perception) ให้ผู้ใช้เข้าสู่สภาวะสติที่เปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้ว จนสามารถสัมผัสถึง “โลกภายใน” — อาณาจักรของความคิด ความทรงจำ และอารมณ์ในระดับลึก — และ “มิติวิญญาณ” ซึ่งผู้ใช้จำนวนมากอธิบายว่าเป็นการติดต่อกับสิ่งมีชีวิตในภพภูมิอื่น หรือการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาล
DMT vs. Magic Mushrooms: เปรียบเทียบ Ayahuasca และ Psilocybin
ความแตกต่าง DMT และ Psilocybin จาก Ayahuasca และ Magic Mushrooms
10/08/2025
“แบตเตอรี่เชื้อรา”
แหล่งพลังงานที่ย่อยสลายได้ จุดประกายพลังงานสีเขียวแห่งอนาคต
ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยวัสดุศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสวิตเซอร์แลนด์ (Empa) ประสบความสำเร็จในการพัฒนาแบตเตอรี่แบบใหม่ที่ใช้ “เชื้อรา” และ “ยีสต์” เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างพลังงานไฟฟ้า แบตเตอรี่ชนิดนี้สามารถพิมพ์ด้วยเทคโนโลยีสามมิติ ใช้วัสดุจากธรรมชาติ 100% และย่อยสลายได้เมื่อหมดอายุการใช้งาน
แบตเตอรี่เชื้อรานี้ทำงานบนหลักการของ Microbial Fuel Cell (MFC) หรือ “เซลล์เชื้อเพลิงจุลชีพ” ซึ่งใช้สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในการผลิตกระแสไฟฟ้า ขั้วแอโนดประกอบด้วย Saccharomyces cerevisiae (ยีสต์) ที่ย่อยน้ำตาลแล้วปล่อยอิเล็กตรอน ขณะที่ขั้วแคโทดใช้ Trametes pubescens (เชื้อรา white-rot) ซึ่งสร้างเอนไซม์ laccase ทำหน้าที่รับอิเล็กตรอนและเปลี่ยนออกซิเจนให้กลายเป็นน้ำ วัสดุที่ใช้สร้างขั้วไฟฟ้าทั้งสองทำจากนาโนเซลลูโลส ผสมผงคาร์บอนและเกล็ดกราไฟต์ เพื่อให้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดีและเป็นแหล่งอาหารของจุลชีพ
โครงสร้างของแบตเตอรี่ถูกออกแบบให้ย่อยสลายได้ทั้งหมด โดยใช้แผ่นกั้นโปรตอนจากเซลลูโลส และใช้ขี้ผึ้ง (beeswax) ร่วมกับเชลแลก (shellac) ในการประกอบ ตัวแบตเตอรี่ทั้งหมดถูกผลิตด้วยการพิมพ์สามมิติ ซึ่งช่วยให้ออกแบบรูปร่างได้อิสระและเหมาะกับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ
ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการเผยว่า แบตเตอรี่หนึ่งก้อนสามารถให้แรงดันไฟฟ้า 300–600 มิลลิโวลต์ และกระแสไฟฟ้า 3–20 ไมโครแอมแปร์ มีกำลังไฟสูงสุด 12.5 ไมโครวัตต์ต่อพื้นที่ 1 ตารางเซนติเมตร เมื่อเชื่อมต่อแบตเตอรี่ 4 ก้อนแบบขนาน สามารถจ่ายไฟให้เซนเซอร์วัดอุณหภูมิทำงานต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 65 ชั่วโมง
แม้พลังงานที่ได้ยังมีระดับต่ำ เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ไฟน้อย เช่น เซนเซอร์ในพื้นที่ห่างไกล แต่จุดเด่นของแบตเตอรี่เชื้อราคือความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ใช้วัสดุหมุนเวียน ปลอดสารพิษ และลดการสร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ทั่วโลก
ทีมนักวิจัยเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้เป็นก้าวแรกของการพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สีเขียวที่จะมีบทบาทสำคัญในอนาคต โดยตั้งเป้าปรับปรุงให้ผลิตพลังงานได้มากขึ้น และขยายการใช้งานไปสู่ภาคสนามจริงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
เชื้อราก็เปลี่ยนโลกได้ สิ่งเล็กที่สุดแต่ยิ่งใหญ่ที่สุด
นิพพาน.
#พลังงานสีเขียว #แบตเตอรี่เชื้อรา #พลังงานหมุนเวียน #พลังงานทดแทน
#วิทยาศาสตร์ #ข่าววิทยาศาสตร์ #เทคโนโลยีสีเขียว #สิ่งแวดล้อม #ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์
#พลังงานชีวภาพ #นวัตกรรมยั่งยืน
#พลังงานสะอาด
17/07/2025
"ไมซีเลียม" หัวใจสำคัญของอาณาจักรฟังไจ
วันนี้แอดจะพาเจาะลึกลงไปอีกขั้น เพื่อทำความเข้าใจกับสิ่งที่เปรียบเสมือน "หัวใจ" และ "รากฐาน" ของอาณาจักรแห่งนี้ นั่นก็คือ "ไมซีเลียม" (Mycelium) ครับ
ถ้าเราเปรียบเทียบเห็ดที่เราเห็นเหนือพื้นดินเหมือนกับ "ผลไม้" ของต้นไม้ใหญ่ ไมซีเลียมก็คือระบบรากที่แผ่ขยายอยู่ใต้ดิน หรือในวัสดุต่างๆ ที่เห็ดราอาศัยอยู่ครับ ลองจินตนาการภาพของเส้นใยเล็กๆ ขาวๆ ที่สานกันเป็นร่างแหอันซับซ้อน นั่นแหละครับคือไมซีเลียม!
ไมซีเลียมไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ยึดเกาะและดูดซึมอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนที่มีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยความสามารถที่น่าทึ่ง:
เส้นใยไมซีเลียมสามารถเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ เปรียบเสมือน "อินเทอร์เน็ตแห่งธรรมชาติ" ที่ช่วยให้ต้นไม้และพืชต่างๆ สามารถสื่อสารและแลกเปลี่ยนสารอาหารกันได้ นักวิทยาศาสตร์บางคนถึงกับขนานนามเครือข่ายนี้ว่า "Wood Wide Web" เลยทีเดียว
ไมซีเลียมมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการย่อยสลายสารอินทรีย์ที่ตายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นซากพืช ซากสัตว์ หรือแม้แต่วัสดุที่ย่อยสลายยาก ทำให้สารอาหารต่างๆ หมุนเวียนกลับคืนสู่ระบบนิเวศ ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด
จากเครือข่ายไมซีเลียมที่แข็งแรงและสมบูรณ์ จะผุดขึ้นมาซึ่ง "ดอกเห็ด" ที่เราคุ้นเคย ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการสืบพันธุ์และขยายเผ่าพันธุ์ของฟังไจผ่านการสร้างและปล่อยสปอร์
นักวิทยาศาสตร์ยังค้นพบว่าไมซีเลียมของเห็ดบางชนิดมีสรรพคุณทางยาที่น่าสนใจ และอาจมีบทบาทในการบำบัดและเยียวยาทั้งทางร่างกายและจิตใจในอนาคต
การเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณและธรรมชาติ
การทำความเข้าใจเรื่องราวของไมซีเลียมยังเชื่อมโยงกับแนวคิดของการพึ่งพาอาศัยกันและความเป็นหนึ่งเดียวของสรรพสิ่งในธรรมชาติ เครือข่ายใยราที่แผ่ขยายและเชื่อมโยงทุกสิ่งใต้ดิน สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อนและลึกซึ้งของชีวิตบนโลกใบนี้
เมื่อเรามองเห็นเห็ดเพียงดอกเดียว ลองนึกถึงเครือข่ายไมซีเลียมที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งอาจแผ่ขยายไปเป็นบริเวณกว้างใหญ่และมีอายุยาวนาน นี่คือความมหัศจรรย์ที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดิน รอให้เราเปิดใจและเรียนรู้
"เช่นเดียวกับจิตวิญญาณที่เชื่อมโยงทุกสรรพสิ่ง ไมซีเลียมก็เป็นดั่งเครือข่ายที่ถักทอชีวิตของอาณาจักรฟังไจและผืนป่าให้เป็นหนึ่งเดียว"
"อาณาจักรฟังไจ" หรือที่เรารู้จักกันในนาม "เห็ดรา"
1. ไม่ใช่พืช... เพราะฟังไจไม่สังเคราะห์แสง!
สิ่งที่แตกต่างจากพืชอย่างชัดเจนที่สุดคือ ฟังไจไม่มีคลอโรฟิลล์ ซึ่งเป็นสารสีเขียวที่พืชใช้ในการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นอาหาร นั่นหมายความว่า เห็ดราไม่สามารถสร้างอาหารเองได้เหมือนพืชทั่วไป แต่พวกมันจะใช้วิธี "ดูดซึมสารอาหารจากภายนอก" ครับ! พวกมันจะปล่อยเอนไซม์ออกไปย่อยสลายซากพืช ซากสัตว์ หรืออินทรียวัตถุต่างๆ รอบตัว แล้วจึงดูดซึมสารอาหารเหล่านั้นกลับเข้ามาใช้งาน คล้ายกับการทำงานของนักย่อยสลายผู้ยิ่งใหญ่ในระบบนิเวศเลยทีเดียว
2. ไม่ใช่สัตว์... เพราะฟังไจยึดติดและย่อยสลายภายนอก!
แล้วฟังไจเป็นสัตว์รึเปล่า? ก็ยังไม่ใช่ครับ! แม้ว่าฟังไจจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องหาอาหารจากภายนอกเหมือนสัตว์ แต่พวกมันก็ไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหนมาไหนอย่างอิสระเพื่อตามล่าอาหารเหมือนสัตว์ส่วนใหญ่ นอกจากนี้ สัตว์จะย่อยอาหารภายในร่างกาย แต่ฟังไจกลับ "ย่อยอาหารนอกร่างกาย" ก่อนที่จะดูดซึมเข้าไป
ฟังไจเป็นผู้ย่อยสลายที่สำคัญยิ่ง ทำให้สารอาหารหมุนเวียนกลับคืนสู่ธรรมชาติ พวกมันเชื่อมโยงเครือข่ายใต้ดินที่ซับซ้อน ช่วยให้พืชแลกเปลี่ยนสารอาหารกันได้ และเป็นแหล่งกำเนิดยาปฏิชีวนะ รวมถึงสารออกฤทธิ์ทางจิตวิญญาณหลายชนิดที่มนุษย์ใช้ในการสำรวจจิตสำนึก
"ในทุกๆ การย่อยสลาย มีการกำเนิดใหม่เสมอ... เหมือนกับฟังไจที่เปลี่ยนผ่านสิ่งเก่า ให้กลายเป็นพลังงานสำหรับสิ่งใหม่"
นิพพาน.
#นิพพานทางกลับบ้าน #ไมซีเลียม #อาณาจักรฟังไจ #เห็ด #ธรรมชาติ #ระบบนิเวศ #ความเชื่อมโยง #การเรียนรู้ #จิตวิญญาณ
16/07/2025
บทความนี้รวบรวมสารคดีและซีรีส์จากแพลตฟอร์ม Netflix ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษสำหรับท่านที่สนใจในการสำรวจจิตใจ ทำความเข้าใจกระบวนการรับรู้ และเรียนรู้เกี่ยวกับสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทจากหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นมุมมองทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือวัฒนธรรม เรามาเจาะลึกไปพร้อมกันว่าแต่ละเรื่องมีสาระสำคัญอะไรบ้าง
1. Have a Good Trip: Adventures in Psychedelics
สารคดีเรื่องนี้รวบรวมประสบการณ์ตรงจากบุคคลผู้มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการ (อาทิ Sting, Carrie Fisher, Ben Stiller, A$AP Rocky) ที่เคยมีประสบการณ์กับการใช้สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท (Psychedelics) เช่น L*D หรือเห็ด Psilocybin พวกเขาจะถ่ายทอดการเดินทางของจิตใจที่ได้สัมผัส ทั้งประสบการณ์อันน่าอัศจรรย์ เรื่องราวที่ชวนขบขัน หรือแม้แต่บทเรียนชีวิตที่ได้รับ การนำเสนอเรื่องราวผสมผสานระหว่างการสัมภาษณ์จริง ภาพแอนิเมชัน และฉากจำลอง เพื่อให้เข้าถึงง่ายและน่าสนใจ
การนำเสนอเรื่องราวจากบุคคลที่แตกต่างกัน ช่วยให้เห็นถึงมิติที่หลากหลายของประสบการณ์กับสาร Psychedelics
สารคดีนี้เลือกที่จะนำเสนอด้วยอารมณ์ขันและผ่อนคลาย ไม่ได้นำเสนอในรูปแบบที่จริงจังเกินไป
ชวนให้ผู้ชมได้ใคร่ครวญถึงศักยภาพของสารเหล่านี้ในการเปลี่ยนแปลงการรับรู้ การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และการมองโลกในมุมมองใหม่ โดยสารคดีนี้มุ่งนำเสนอประสบการณ์โดยปราศจากการตัดสิน
2. How to Change Your Mind (วิธีเปลี่ยนความคิดของคุณ)
สารคดี 4 ตอนนี้ดัดแปลงจากหนังสือชื่อดังของ Michael Pollan โดยพาผู้ชมดำดิ่งสู่โลกของการวิจัยสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท 4 ชนิด ได้แก่ Psilocybin (จากเห็ดวิเศษ), L*D, M**A (Ecstasy) และ Mescaline เนื้อหาครอบคลุมประวัติศาสตร์ การนำไปใช้ประโยชน์ทางจิตบำบัด การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันที่บ่งชี้ถึงศักยภาพในการรักษาภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล การติดยา และ PTSD รวมถึงสำรวจมุมมองทางวัฒนธรรมและสังคมต่อสารเหล่านี้
นำเสนอข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ล่าสุด โดยมีเจตนาเพื่อการให้ความรู้เกี่ยวกับศักยภาพทางการแพทย์ ไม่ได้ส่งเสริมการใช้สารที่ผิดกฎหมาย
สารคดีแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของสังคมและวงการวิทยาศาสตร์ต่อสารเหล่านี้ จากที่เคยถูกมองว่าเป็นสิ่งต้องห้าม สู่การเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพในการบำบัดรักษา
ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจกลไกการทำงานของสารเหล่านี้ที่มีต่อสมองและจิตใจ รวมถึงผลกระทบเชิงบวกที่อาจเกิดขึ้นภายใต้การควบคุมดูแลของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์
3. The Midnight Gospel (เดอะมิดไนต์กอสเปล)
แอนิเมชันสำหรับผู้ใหญ่ที่นำเสนอแนวคิดล้ำสมัยจากผู้สร้าง Adventure Time บอกเล่าเรื่องราวของ Clancy Gilroy ผู้จัดพอดแคสต์ที่ใช้ "เครื่องจำลองจักรวาล" (Multiverse Simulator) เดินทางไปยังโลกต่างๆ ในมัลติเวิร์ส เพื่อสัมภาษณ์สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดเหล่านั้นในประเด็นทางปรัชญา อาทิ ชีวิต ความตาย ความรัก การให้อภัย และการมีอยู่จริง บทสนทนาเหล่านี้เป็นการนำบทสัมภาษณ์จริงจากพอดแคสต์ "Duncan Trussell Family Hour" มาผนวกเข้ากับบริบทของแอนิเมชันเหนือจริง
การรวมภาพแอนิเมชันที่เหนือจริงและมีสีสันสดใสเข้ากับการสนทนาเชิงปรัชญาที่ลึกซึ้ง ทำให้เกิดประสบการณ์การรับชมที่เป็นเอกลักษณ์
แม้จะมีรูปแบบที่แปลกตา แต่บทสนทนาเต็มไปด้วยข้อคิดและคำถามที่ชวนให้ผู้ชมฉุกคิดถึงความหมายของชีวิตและการดำรงอยู่
ด้วยงานภาพที่ไม่ซ้ำใครและเรื่องราวที่คาดเดาไม่ได้ ทำให้ The Midnight Gospel เป็นผลงานที่โดดเด่นและสร้างสรรค์อย่างยิ่ง
4. Fantastic Fungi (เห็ดมหัศจรรย์) **** เรื่องนี้แอดชื่นชอบมาก แนะนำให้ต้องดู***
สารคดีเรื่องนี้ชวนผู้ชมไปสำรวจอาณาจักรของเห็ดและรา (Fungi) ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างมหาศาลในระบบนิเวศของโลก สารคดีจะเปิดเผยความลับของเครือข่ายใต้ดินที่ซับซ้อนของเชื้อรา (Mycelium) ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงแสดงให้เห็นศักยภาพของเห็ดในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการย่อยสลาย การสร้างยาปฏิชีวนะ การเป็นแหล่งอาหาร และแน่นอน เห็ดบางชนิดที่มีคุณสมบัติออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท
เปิดโลกทัศน์ให้เห็นถึงความมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตที่หลายคนอาจมองข้าม แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสมบูรณ์ของโลก
นำเสนอภาพแบบ Time-lapse ของเห็ดที่เติบโตและเปลี่ยนแปลงอย่างน่าทึ่ง
ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องเห็ด Psilocybin แต่ขยายไปถึงบทบาทอันกว้างขวางของเห็ดในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและทางการแพทย์
5. The Mind, Explained (จิตใจมนุษย์: อธิบายได้)
ซีรีส์สารคดีขนาดสั้นจาก Vox นี้ จะพาผู้ชมไปสำรวจความซับซ้อนของสมองและจิตใจมนุษย์ในประเด็นต่างๆ ด้วยรูปแบบที่เข้าใจง่ายและน่าสนใจ แต่ละตอนจะเจาะลึกหัวข้อเฉพาะ เช่น ความฝัน ความจำ ความวิตกกังวล สติสัมปชัญญะ หรือแม้กระทั่งยาเสพติด โดยนำเสนอผ่านภาพกราฟิกที่สวยงาม สถิติ และคำอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานของจิตใจและสมองโดยไม่ซับซ้อน
การใช้ภาพกราฟิกที่สวยงามและแอนิเมชันช่วยให้เนื้อหาที่ซับซ้อนสามารถนำเสนอได้อย่างน่าติดตาม
ผู้ชมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับแง่มุมต่างๆ ของจิตใจที่เราอาจไม่เคยสังเกตหรือตั้งคำถามมาก่อน
นิพพาน.
#สำรวจจิตใจ #โลกภายใน #จิตวิญญาณ #การตระหนักรู้ #เห็ดวิเศษ #ภูมิปัญญาโบราณ #การเยียวยาจิตใจ #วิทยาศาสตร์และจิตสำนึก #นิพพานทางกลับบ้าน
14/07/2025
"เห็ดวิเศษ" กับการค้นพบครั้งใหญ่
ก้าวใหม่สู่การชะลอวัยและยืดอายุขัย
งานวิจัยล่าสุดที่น่าทึ่งเกี่ยวกับ "เห็ดวิเศษ" หรือสารไซโลไซบิน (Psilocybin) ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร npj Aging งานวิจัยล่าสุด (11 ก.ค. 2568)
"กินเห็ดวิเศษ ทำให้เด็กลง"
งานวิจัยชิ้นนี้ได้นำเสนอหลักฐานเชิงทดลองชิ้นแรกที่บ่งชี้ว่า
สารไซโลซิน (Psilocin) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่ได้จากการย่อยสลายไซโลไซบินในร่างกายนั้น มีความสามารถในการ ยืดอายุขัยของเซลล์ และยัง ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตในหนูทดลองสูงวัย ได้อย่างมีนัยสำคัญ การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่า ไซโลไซบินอาจเป็น "สารที่มีศักยภาพในการปกป้องและชะลอความเสื่อมตามวัย" (geroprotective agent)
การยืดอายุเซลล์ การทดลองในห้องปฏิบัติการพบว่า สารไซโลซินสามารถยืดอายุขัยของเซลล์ fibroblasts จากปอดทารกในครรภ์มนุษย์ได้ถึง 29% ด้วยปริมาณ 10 µM และเพิ่มขึ้นเป็น 57% เมื่อใช้ปริมาณ 100 µM นอกจากนี้ยังมีการทดสอบกับเซลล์ผิวหนังของมนุษย์ผู้ใหญ่ ซึ่งให้ผลลัพธ์ในการยืดอายุเซลล์ได้ 51% ด้วยปริมาณ 100 µM
การวิจัยนี้ระบุว่า ไซโลซินส่งผลต่อการชะลอความชราของเซลล์ผ่านกลไกหลายประการ เช่น
การคงความยาวของเทโลเมียร์ (Telomere Length) เทโลเมียร์เปรียบเสมือนปลอกหุ้มปลายโครโมโซมที่หดสั้นลงเมื่อเซลล์แบ่งตัวและแก่ตัวลง งานวิจัยพบว่าไซโลซินช่วยรักษาความยาวของเทโลเมียร์ในเซลล์ที่ได้รับสารนี้ไว้ได้
ลดภาวะเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ไซโลซินยังช่วยลดระดับอนุมูลอิสระ (Reactive Oxygen Species หรือ ROS) ในเซลล์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเร่งความแก่ของเซลล์
เพิ่ม SIRT1 สารนี้ยังช่วยเพิ่มระดับโปรตีน Sirtuin 1 (SIRT1) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมกระบวนการชราภาพของเซลล์ การเผาผลาญ และการตอบสนองต่อความเครียด
ผลต่ออายุขัยของหนูสูงวัย ในการทดลองกับหนูเพศเมียอายุ 19 เดือน (เทียบเท่ามนุษย์ 60-65 ปี) ที่ได้รับไซโลไซบินเดือนละครั้งเป็นเวลา 10 เดือน พบว่าหนูกลุ่มที่ได้รับไซโลไซบินมีอัตราการรอดชีวิตสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 80% เทียบกับ 50% ในกลุ่มที่ไม่ได้รับ นอกจากนี้ หนูที่ได้รับไซโลไซบินยังมีคุณภาพของขนโดยรวมที่ดีขึ้น ทั้งการงอกของขนและการลดลงของขนสีขาว
ศักยภาพในอนาคต การค้นพบนี้ไม่เพียงแต่ขยายขอบเขตความเข้าใจเกี่ยวกับไซโลไซบินในฐานะสารที่มีศักยภาพในการบำบัดทางจิตเวชและระบบประสาทเท่านั้น แต่ยังเปิดประตูสู่การวิจัยในด้านการชะลอวัยอีกด้วย
งานวิจัยชิ้นนี้เป็นสัญญาณที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งถึงศักยภาพอันกว้างใหญ่ของสารจากธรรมชาติที่เรายังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ มันทำให้เราได้เห็นว่า ภูมิปัญญาโบราณและการเชื่อมโยงกับธรรมชาติอาจมีความจริงที่ซ่อนอยู่ ซึ่งวิทยาศาสตร์กำลังค่อยๆ เปิดเผยออกมา
อย่างไรก็ตาม ผมยังคงต้องย้ำเตือนเสมอว่า
สารไซโลไซบินยังคงเป็นสารที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย และการศึกษาเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นที่ต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมในมนุษย์อย่างละเอียดก่อนที่จะนำไปใช้จริงในทางการแพทย์ได้ การเข้าถึงสารเหล่านี้จะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้เชี่ยวชาญและข้อกำหนดทางกฎหมายที่เข้มงวดเท่านั้น
เราจะติดตามความก้าวหน้าเหล่านี้ไปด้วยกันครับ เพื่อทำความเข้าใจถึงศักยภาพอันลึกซึ้งของจิตใจ มิติทางจิตวิญญาณ และการเยียวยาด้วยองค์ความรู้ที่ครอบคลุมทั้งวิทยาศาสตร์และภูมิปัญญาโบราณ
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกท่านได้ไม่มากก็น้อยครับ หากมีข้อสงสัยหรืออยากแลกเปลี่ยนความเห็น สามารถคอมเมนต์ได้เลยนะครับ
อ้างอิง:
Kato, K., Kleinhenz, J. M., Shin, Y. J., Coarfa, C., Zarrabi, A. J., & Hecker, L. (2025). Psilocybin treatment extends cellular lifespan and improves survival of aged mice.
npj Aging, 11(1), 55.
#นิพพานทางกลับบ้าน #เห็ดวิเศษ #จิตวิญญาณ #วิทยาศาสตร์การแพทย์ #การชะลอวัย
05/05/2025
เห็ดขี้วัว เห็ดขี้ควาย คือ หนึ่งในตำรับยาไทยแผนโบราณ สรรพคุณเด่นๆเลย คือแก้ลมกองละเอียด นอนไม่หลับ
ลมกองละเอียด คือ ลมที่อยู่ในระบบการไหลเวียนของเลือด เกิดจากความอ่อนเพลียของร่างกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ
เห็ดจะไปช่วยให้ ระบบไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองดีขึ้น ถ้าตีความแบบแพทย์ปัจจุบัน คือ ช่วยบำรุงสมอง แก้ไขข้อบกพร่องของระบบสมอง
การแพทย์แผนไทย เราเรียนรู้ที่จะใช้สารไซคีเดลิค มาช้านานแล้ว และยังมีตำราองค์ความรู้ ให้นำมาใช้ได้อยู่จนถึงปัจจุบัน
เพียงแต่ขาดบุคลากร ที่มีความรู้ความเข้าใจ ที่จะกล้าดึงตำรับตำราตรงนี้มาใช้รักษาคนไข้
ขอเวลาอีกไม่นาน เราคนไทยจะได้เห็น บุคลากรทางการแพทย์แผนไทย ที่จะใช้สารไซคีเดลิคมาใช้รักษาคนไทย ด้วยกัน ในโรคที่เกี่ยวข้องกับจิตเวช ซึมเศร้าได้ทั้งผลการรักษาที่ดี อีกทั้งประหยัด ยาหาได้ในไทย เงินทองไม่รั่วไหลออกเมืองนอก
นิพพาน.
04/05/2025
สารคัดหลั่ง Kambo ได้มาจากกบ Phyllomedusa bicolor โดยไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตต่อกบ นี่เป็นกระบวนการทั่วไป:
การรวบรวมกบ หมอผีหรือผู้ปฏิบัติพิธีกรรม Kambo ที่มีประสบการณ์จะรวบรวมกบจากป่า กบเหล่านี้มักถูกพบในต้นไม้
การกระตุ้นการหลั่ง สารคัดหลั่งจะถูกกระตุ้นให้หลั่งออกมาจากผิวหนังของกบ โดยการขูดเบาๆ หรือกดผิวหนังของกบ
การเก็บสารคัดหลั่ง สารคัดหลั่งที่ออกมาจะถูกรวบรวมบนแผ่นไม้แบนๆ หรือกระจก
การคืนกบสู่ธรรมชาติ หลังจากเก็บสารคัดหลั่งแล้ว กบจะถูกปล่อยกลับคืนสู่ป่า
การทำให้แห้ง: สารคัดหลั่งที่รวบรวมได้จะถูกนำไปทำให้แห้ง ซึ่งมักจะกลายเป็นแผ่นหรือสะเก็ดแห้ง สามารถเก็บไว้ใช้ในภายหลังได้
ในวัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมืองในป่าอเมซอน พิธีกรรม Kambo มีความสำคัญทางจิตวิญญาณอย่างลึกซึ้ง โดยถือเป็นมากกว่าแค่การรักษาทางร่างกาย แต่ยังเป็นการชำระล้างและฟื้นฟูจิตวิญญาณด้วย
ความเชื่อและแนวคิดหลัก
การชำระล้าง (Purification) Kambo ถูกมองว่าเป็นวิธีในการชำระล้างพลังงานที่ไม่ดี สิ่งที่ติดค้าง และอารมณ์เชิงลบออกจากร่างกายและจิตใจ
การฟื้นฟู (Renewal) เชื่อว่า Kambo ช่วยฟื้นฟูพลังงานชีวิต ความชัดเจน และความเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณ
การเชื่อมต่อกับธรรมชาติ พิธีกรรมนี้เชื่อมโยงผู้เข้าร่วมกับธรรมชาติและจิตวิญญาณของป่าอเมซอน
การรักษาทางจิตวิญญาณ Kambo ถูกใช้เพื่อรักษาบาดแผลทางอารมณ์ จิตใจ และจิตวิญญาณ
การเปลี่ยนแปลง (Transformation) หลายคนรายงานว่าได้รับประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตและเกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับลึกหลังจากพิธีกรรม Kambo
บทบาทของหมอผี
หมอผีมีบทบาทสำคัญในพิธีกรรม Kambo โดยทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์กับโลกแห่งจิตวิญญาณ พวกเขาเป็นผู้นำพิธีกรรม ดูแลความปลอดภัยของผู้เข้าร่วม และช่วยตีความประสบการณ์ที่เกิดขึ้น
สัญลักษณ์
กบ: กบ Phyllomedusa bicolor เองก็มีสัญลักษณ์ โดยเป็นตัวแทนของการรักษา การเปลี่ยนแปลง และการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ
การเผา: การเผาผิวหนังเป็นจุดเล็กๆ เป็นสัญลักษณ์ของการปล่อยวางอดีตและการสร้างพื้นที่สำหรับสิ่งใหม่ๆ
ความหลากหลายทางวัฒนธรรม:
ความหมายและพิธีกรรมของ Kambo อาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละชนเผ่า แต่โดยทั่วไปแล้ว จะมีองค์ประกอบหลักๆ ที่เหมือนกันคือการชำระล้าง การฟื้นฟู และการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณ
ข้อควรระวัง:
แม้ว่า Kambo จะมีความสำคัญทางจิตวิญญาณอย่างมาก แต่สิ่งสำคัญคือต้องเข้าถึงด้วยความเคารพและความเข้าใจ ไม่ใช่มองว่าเป็นยาหรือวิธีการรักษาที่รวดเร็ว หากคุณกำลังพิจารณาเข้าร่วมพิธีกรรม Kambo สิ่งสำคัญคือต้องหาข้อมูลอย่างละเอียด ทำความเข้าใจถึงความสำคัญทางวัฒนธรรม และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์และมีคุณสมบัติ
17/01/2025
We are souls. As souls, we are not under time or space. We are infinite.
"เราคือ..จิตวิญญาณ ในฐานะของจิตวิญญาณ เราไม่ถูกจำกัดด้วย เวลาหรือสถานที่ เราคือ..ความไม่สิ้นสุด"
Cr. Ram Dass (ราม ดาสส์)
ชื่อจริง ชาร์ด อัลเพิร์ต (Richard Alpert)
นักจิตวิทยา นักปรัชญา และนักจิตวิญญาณชาวอเมริกัน ผู้ทรงอิทธิพลในวงการไซคีเดลิค เป็นบุคคลสำคัญในยุคแรกของการศึกษาและเผยแพร่เกี่ยวกับ ไซคีเดลิค (Psychedelics) ในช่วงทศวรรษ 1960
ภายหลังเค้าได้มาพบ นิเม คารอลลี่ บาบา (Neem Karoli Baba) ซึ่งกลายเป็นครูทางจิตวิญญาณของเขา การพบกับครูคนนี้ทำให้เขาเริ่มเข้าใจว่าจิตวิญญาณที่แท้จริงสามารถพัฒนาได้จากการปฏิบัติทางธรรมชาติ เช่น การทำสมาธิ โยคะ และการเจริญสติ โดยไม่ต้องพึ่งพาไซคีเดลิค
แม้ว่าราม ดาสจะเริ่มต้นการเดินทางทางจิตวิญญาณด้วยไซคีเดลิค แต่เขาได้พัฒนาความเข้าใจว่าจิตวิญญาณที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับสารกระตุ้นเหล่านี้ หลังจากนั้น เขาเลือกเน้นแนวทางที่ยั่งยืนผ่านการฝึกฝนสมาธิ การเจริญสติ และการใช้ชีวิตด้วยความรักและเมตตา ซึ่งทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในครูทางจิตวิญญาณที่สำคัญของโลกตะวันตก
ไซคีเดลิค คือทางลัด ที่ไม่มีอยู่จริง
เราอาจใช้มันไปถึงห้องที่พระเจ้าสถิตอยู่ได้ แต่มันคือการอยู่แค่ชั่วคราว
หากการเดินทางที่ยิ่งใหญ่นั้น แค่นั้งอยู่ในรถ ได้แค่มองเห็นวิวข้างทางที่รถจอดชั่วคราว จะมีประโยชน์อันใด
ขอให้ทุกท่านเดินทางกลับบ้านด้วยหนทางที่พรากเพียร มีความมานะ พกพา ศีล สมาธิ และปัญญา กลับบ้านไปกับท่าน
นิพพาน ทาง กลับบ้าน
นิพพาน.