23/03/2026
คำว่า I กับ I am ต่างกันตรง “หน้าที่ในประโยค” ค่ะ
🔹 1. I
I เป็นประธาน ของประโยค
แปลว่า “ฉัน” ต้องมี verb ตามหลัง
👉 ใช้เพื่อบอกว่าใครเป็นคนทำสิ่งนั้น
โครงสร้าง: I + verb(คำกริยา)
ตัวอย่าง:-
• I eat rice. (ฉันกินข้าว)
• I go to school. (ฉันไปโรงเรียน)
🔹 2. I am
I am เป็น “ประธาน + verb to be (am)” แปลว่า ฉันเป็น / ฉันอยู่ / ฉันคือ
👉 ใช้กับ
• คำคุณศัพท์ (adjective)
• คำนาม (noun)
• สถานะ/อารมณ์
โครงสร้าง: I am + (adj / noun / v-ing)
ตัวอย่าง
• I am happy. (ฉันมีความสุข)
• I am a teacher. (ฉันเป็นครู)
• I am studying. (ฉันกำลังเรียน)
16/03/2026
สำนวนที่มีคำว่า ”Time” มีความหมายไม่เหมือนกัน
ตัวอย่าง:-
1. On time = ตรงเวลา
The class starts on time.
(ชั้นเรียนเริ่มตรงเวลา)
2. in time = ทันเวลา
We arrived in time for the movie.
(พวกเรามาถึงทันเวลาดูหนัง)
3. from time to time = เป็นครั้งคราว
I visit my old teacher from time to time.
(ฉันไปเยี่ยมครูเก่าเป็นครั้งคราว)
4. at the same time = ในเวลาเดียวกัน
She was talking and writing at the same time.
เธอกำลังพูดและเขียนในเวลาเดียวกัน)
5. take your time = ค่อย ๆ ทำ ไม่ต้องรีบ
Take your time to finish the test.
6. time flies = เวลาผ่านไปเร็ว
Time flies when you are having fun.
(เวลาเดินเร็วเมื่อเรากำลังสนุก)
08/03/2026
"Every day is a chance to change your life."
#อนาคต #ภาษาอังกฤษจำเป็น #ไม่ใช่ทางเลือก
04/03/2026
Can you และ Could you ต่างกันที่ระดับความสุภาพ น้ำเสียง และความหมายแฝงเล็กน้อยค่ะ 😊
1️⃣ Can you … ?
🔹 ใช้ถามความสามารถ หรือขอให้ทำอะไร
🔹 น้ำเสียง ธรรมดา / เป็นกันเอง / ตรงไปตรงมา
🔹 ใช้กับเพื่อน คนรู้จัก เด็กนักเรียน
ตัวอย่าง
• Can you swim?
คุณว่ายน้ำเป็นไหม
• Can you help me, please?
ช่วยฉันหน่อยได้ไหม
• Can you open the door?
ช่วยเปิดประตูให้หน่อย
2️⃣ Could you … ?
🔹 ใช้ขอร้อง ขอความช่วยเหลือ
🔹 น้ำเสียง สุภาพกว่า นุ่มนวลกว่า
🔹 เหมาะกับผู้ใหญ่ ครู เจ้านาย หรือคนที่ไม่สนิท
🔹 ไม่ได้หมายถึงอดีตเสมอไป (ใช้เป็นมารยาท)
ตัวอย่าง
• Could you help me, please?
รบกวนช่วยฉันหน่อยได้ไหม
• Could you open the window?
รบกวนเปิดหน้าต่างให้หน่อยได้ไหม
• Could you speak more slowly?
รบกวนพูดช้าลงหน่อยได้ไหม
👉 Can = กันเอง (ใช้กับเพื่อน คนสนิท เด็ก)
👉 Could = สุภาพ (ใช้กับผู้ใหญ่ ครู คนแปลกหน้า)
01/03/2026
ประกาศ
หยุดการเรียนการสอน
วันที่ 3 มีนาคม 2569
วันมาฆบูชา เปิดปกติวันที่ 4 มีนาคม 2569
27/02/2026
คำตอบคือ 👉 ต่างกันในการใช้ค่ะ
✅ 1️⃣ I do not have + คำนาม (ใช้บ่อยที่สุด)
โครงสร้าง:
I do not have + noun
แปลว่า “ฉันไม่มี…“
✔ เป็นรูปที่ใช้ปกติ โดยเฉพาะ American English
ตัวอย่าง
• I do not have money.
ฉันไม่มีเงิน
• I do not have a car.
ฉันไม่มีรถ
📌 รูปย่อ = I don’t have
✅ 2️⃣ I have not
มี 2 กรณีสำคัญ
⸻
🔹 กรณีที่ 1: Present Perfect (ใช้บ่อยมาก)
โครงสร้าง:
I have not + V3
แปลว่า “ฉันยังไม่ได้…”
• I have not finished.
ฉันยังทำไม่เสร็จ
• I have not eaten yet.
ฉันยังไม่ได้กิน
📌 รูปย่อ = I haven’t
🔹 กรณีที่ 2: Have เป็นกริยาแท้ (ไม่ค่อยใช้ใน American English)
• I have not a car.
(ฟังดูเป็น British / ค่อนข้างทางการ)
ปัจจุบันนิยมพูดว่า
✔ I do not have a car มากกว่า
สรุป:
👉 do not have = ไม่มี (ตามด้วยคำนาม)
👉 have not = ยังไม่ได้ (ตามด้วย V3)
20/02/2026
#รู้หรือไม่ Stay กับ live แปลว่า “อยู่/พักอาศัย“
#แปลเหมือนกันแต่ใช้ต่างกัน!!!!!
คำว่า stay กับ live ต่างกันตรง “ระยะเวลา” และ “ความหมายของการอยู่อาศัย” ค่ะ 😊
⸻
🔹 1) stay = พัก / อยู่ชั่วคราว
👉 ใช้เมื่อ “อยู่ไม่นาน” หรือ “ไม่ได้อยู่ถาวร”
ตัวอย่างประโยค
• I stay at a hotel.
ฉันพักอยู่ที่โรงแรม
• She is staying with her aunt.
เธอกำลังไปพักกับป้า
• We stayed in Bangkok for 3 days.
พวกเราอยู่กรุงเทพ 3 วัน
📌 มักใช้กับช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น 2 days, a week, during summer
🔹 2) live = อาศัยอยู่ / อยู่ถาวร
👉 ใช้เมื่อพูดถึงที่อยู่ประจำ หรือบ้านของเรา
ตัวอย่างประโยค
• I live in Thailand.
ฉันอาศัยอยู่ในประเทศไทย
• She lives with her parents.
เธออาศัยอยู่กับพ่อแม่
• They live in Bangkok.
พวกเขาอาศัยอยู่กรุงเทพ
📌 ใช้กับการอยู่อาศัยระยะยาว