04/12/2025
เรื่องที่ 7 ของปี 2568 ผ่านมีเดือนสุดท้ายของปีที่เราตื่นเต้นและอยากตะโกนออกไปว่า ชิตังเม ฉันทำได้แล้ว หลุดจากกรอบของความกังวล โทษตัวเอง และมโนภาพว่ามีหัวโขนอยู่ เราอดทนในหลายสิ่งหลายอย่าง จากเหตุการณ์ที่ให้เพราะไว้ใจ ทำให้ชีวิตเราตกลงทันที เริ่มต้นจากติดลบเลย
หลายปีที่คิดว่า ความดีคือความโง่ และความเชื่อใจคือความไร้สติ การเผชิญหน้ากับสภาวะของการไม่มี ทุกอย่าง และหลายอย่างวุ่นวายในชีวิตเราและคนรอบตัว ครอบครัว เราจมตัวเองลงเรื่อยๆ และมองว่าเราจะมีสติกล้บมาได้หรือไม่
เรามีความโชคดี มีบุญอยู่บ้าง ที่มีครอบครัวช่วยเหลือ แม่ที่เป็นหลักพยุงเราขึ้นมา และธรรมะให้สติเรา เผชิญหน้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นแพืรอนที่ดีที่สุดที่มาช่วยเราออกจากหลุมดำมืด ให้รอดจากการตายทั้งเป็น และเขาได้รับการโจมตีจากที่บ้าน เรากลายเป็นเพื่อนที่แย่มากไปเลย เราเองในช่วงวิกฤติของชีวิต ที่ไม่มีเงินเลย ติดลบอีกต่างหาก
และเราตั้งใจทำงาน หางาน ในช่วงที่ยังรู้สึกแย่มากอยู่ แต่เพราะชีวิตตกหลุมนี้แหละ ทำให้เรามองชีวิตต่างออกไป มองโลกและคนที่อยู่รอบข้างต่างไป การทำงานในหน้าที่ใหม่ที่ไม่มีหัวโขนอะไร เราเชื่อว่า เราหลอกตัวเองว่าเรามีหัวโขนอยู่ เรามีความสามารถและเชื่อมั่นในเรา เชื่อว่าเราน่าเชื่อถืออยู่ แต่ในความเป็นจริง ไม่มีเลย
การทำงานได้รับทั้งการปฏิเสธ การตำหนิ การต่อว่า ดูแคลน หรือบูลี่แบบต่างๆ เราใช้ความอดทนในการเผชิญกับชีวิตช่วงหนึ่ง น้ำตามีมาอยู่แล้ว อดทน และอดให้มาก กินที่พอมี ทำงานหลายอย่าง บางงานมีข้าวให้กิน มีน้ำให้ และเราใช้ความสามารถแลกมา ทำให้เข้าใจว่า บททดสอบของการไม่มี การเดินต่อบนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ผ่านมาระยะหนึ่ง หลักปี เราพบว่าความอดทนของเรามีมากขึ้น และเข้าใจโลกมากขึ้น และมาถึงวันนี้ที่เราลุกขึ้นยืนเต็มสองขา ต่อสู้กับตัวเอง และเราต้องไปข้างหน้า ไม่มีความจำเป็นต้อง ขอร้องใคร เรายืนหยัดบนความสามารถและการให้ที่มีคุณค่า วันหนึ่งเราถามตัวเองว่า เรารออะไรหรือเปล่า ทำไมเราต้องทุกข์กับโลกสมมติ อายเสียหน้ากับการกระทำของใครต่อใคร
วันที่เรามี คนล้อมรอบและเชื่อฟัง เพราะมีผลประโยชน์ต่อเขา เราหลงในความมีอำนาจอย่างจอมปลอม เพื่อนที่เราคิดว่า ดีต่อเรา ค่อยๆ หายไป คนที่เราเคยทักทาย ค่อยๆ หายไป ด้วยหัวโขนไม่มี ความรู้คุณธรรม ไม่ได้มีผลกับใครใครอีกต่อไป เชื่อหรือไม่
เมื่อตื่นรู้ ในสิ่งที่บังเรา ความสว่างเปิดสิ่งที่เราครอบไว้ ความตื้นเขินของความจริงใจที่คนมีให้กับเรา การให้อย่างไร้สติ คือ ความลำบากที่เราแบกรับไว้นั่นเอง เราเดินตามทุกคนให้เราได้อยู่ในใจในความคิด เหมือนเราวิ่งตามให้ผู้ชายมาหลงรัก มาคุยกับเรา หลายครั้งที่เราวิ่งตามความเงียบ แล้วมโนภาพว่า เขาอาจไม่มีเวลาตอบเรา รออีกหน่อย ๆ นานๆไปคือ บอกตัวเองว่า
อยู่ด้วยตัวเอง เหนื่อยหรือเปล่า และวิ่งตามคนที่เขามองไม่เห็นคุณค่า อะไรเหนื่อยกว่ากัน เป้าหมายเราคืออะไร ถ้าคือสิ่งที่เราอธิษฐานไว้ จงตั้งใจทำให้เต็มที่ เดินก้าวต่อไปตามสิ่งที่เราต้องการ ดังนั้น เหมือนเชือกของการผูกมัดตัวเองเหมือนมัดตราสังข์ หลุดออกจากใจเราเลย
แล้วใจเราเบามาก ใครว่าอะไร ทำอะไรไม่ดีกับเรา ปล่อยผ่านและไม่สนใจในความรู้สึกของรอบข้างได้อย่างดี มีความเป็นตัวตนมากขึ้น ทำงานมากขึ้น และทำให้ร่างกายเราดีขึ้นเรื่อยๆ ชีวิตคือเรา และสติอยู่กับเรา ขอขอบคุณทุกสิ่งที่ดีดเราออกจากมัดตราสังข์ของชีวิต เราชนะในสิ่งที่เราทุกข์ วันนี้และวันต่อไปคือสุขนิรันดร
รักตัวเองคือ รางวัลขั้นเทพ
5 ธค 68