04/12/2025
เรื่องที่ 7 ของปี 2568 ผ่านมีเดือนสุดท้ายของปีที่เราตื่นเต้นและอยากตะโกนออกไปว่า ชิตังเม ฉันทำได้แล้ว หลุดจากกรอบของความกังวล โทษตัวเอง และมโนภาพว่ามีหัวโขนอยู่ เราอดทนในหลายสิ่งหลายอย่าง จากเหตุการณ์ที่ให้เพราะไว้ใจ ทำให้ชีวิตเราตกลงทันที เริ่มต้นจากติดลบเลย
หลายปีที่คิดว่า ความดีคือความโง่ และความเชื่อใจคือความไร้สติ การเผชิญหน้ากับสภาวะของการไม่มี ทุกอย่าง และหลายอย่างวุ่นวายในชีวิตเราและคนรอบตัว ครอบครัว เราจมตัวเองลงเรื่อยๆ และมองว่าเราจะมีสติกล้บมาได้หรือไม่
เรามีความโชคดี มีบุญอยู่บ้าง ที่มีครอบครัวช่วยเหลือ แม่ที่เป็นหลักพยุงเราขึ้นมา และธรรมะให้สติเรา เผชิญหน้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นแพืรอนที่ดีที่สุดที่มาช่วยเราออกจากหลุมดำมืด ให้รอดจากการตายทั้งเป็น และเขาได้รับการโจมตีจากที่บ้าน เรากลายเป็นเพื่อนที่แย่มากไปเลย เราเองในช่วงวิกฤติของชีวิต ที่ไม่มีเงินเลย ติดลบอีกต่างหาก
และเราตั้งใจทำงาน หางาน ในช่วงที่ยังรู้สึกแย่มากอยู่ แต่เพราะชีวิตตกหลุมนี้แหละ ทำให้เรามองชีวิตต่างออกไป มองโลกและคนที่อยู่รอบข้างต่างไป การทำงานในหน้าที่ใหม่ที่ไม่มีหัวโขนอะไร เราเชื่อว่า เราหลอกตัวเองว่าเรามีหัวโขนอยู่ เรามีความสามารถและเชื่อมั่นในเรา เชื่อว่าเราน่าเชื่อถืออยู่ แต่ในความเป็นจริง ไม่มีเลย
การทำงานได้รับทั้งการปฏิเสธ การตำหนิ การต่อว่า ดูแคลน หรือบูลี่แบบต่างๆ เราใช้ความอดทนในการเผชิญกับชีวิตช่วงหนึ่ง น้ำตามีมาอยู่แล้ว อดทน และอดให้มาก กินที่พอมี ทำงานหลายอย่าง บางงานมีข้าวให้กิน มีน้ำให้ และเราใช้ความสามารถแลกมา ทำให้เข้าใจว่า บททดสอบของการไม่มี การเดินต่อบนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ผ่านมาระยะหนึ่ง หลักปี เราพบว่าความอดทนของเรามีมากขึ้น และเข้าใจโลกมากขึ้น และมาถึงวันนี้ที่เราลุกขึ้นยืนเต็มสองขา ต่อสู้กับตัวเอง และเราต้องไปข้างหน้า ไม่มีความจำเป็นต้อง ขอร้องใคร เรายืนหยัดบนความสามารถและการให้ที่มีคุณค่า วันหนึ่งเราถามตัวเองว่า เรารออะไรหรือเปล่า ทำไมเราต้องทุกข์กับโลกสมมติ อายเสียหน้ากับการกระทำของใครต่อใคร
วันที่เรามี คนล้อมรอบและเชื่อฟัง เพราะมีผลประโยชน์ต่อเขา เราหลงในความมีอำนาจอย่างจอมปลอม เพื่อนที่เราคิดว่า ดีต่อเรา ค่อยๆ หายไป คนที่เราเคยทักทาย ค่อยๆ หายไป ด้วยหัวโขนไม่มี ความรู้คุณธรรม ไม่ได้มีผลกับใครใครอีกต่อไป เชื่อหรือไม่
เมื่อตื่นรู้ ในสิ่งที่บังเรา ความสว่างเปิดสิ่งที่เราครอบไว้ ความตื้นเขินของความจริงใจที่คนมีให้กับเรา การให้อย่างไร้สติ คือ ความลำบากที่เราแบกรับไว้นั่นเอง เราเดินตามทุกคนให้เราได้อยู่ในใจในความคิด เหมือนเราวิ่งตามให้ผู้ชายมาหลงรัก มาคุยกับเรา หลายครั้งที่เราวิ่งตามความเงียบ แล้วมโนภาพว่า เขาอาจไม่มีเวลาตอบเรา รออีกหน่อย ๆ นานๆไปคือ บอกตัวเองว่า
อยู่ด้วยตัวเอง เหนื่อยหรือเปล่า และวิ่งตามคนที่เขามองไม่เห็นคุณค่า อะไรเหนื่อยกว่ากัน เป้าหมายเราคืออะไร ถ้าคือสิ่งที่เราอธิษฐานไว้ จงตั้งใจทำให้เต็มที่ เดินก้าวต่อไปตามสิ่งที่เราต้องการ ดังนั้น เหมือนเชือกของการผูกมัดตัวเองเหมือนมัดตราสังข์ หลุดออกจากใจเราเลย
แล้วใจเราเบามาก ใครว่าอะไร ทำอะไรไม่ดีกับเรา ปล่อยผ่านและไม่สนใจในความรู้สึกของรอบข้างได้อย่างดี มีความเป็นตัวตนมากขึ้น ทำงานมากขึ้น และทำให้ร่างกายเราดีขึ้นเรื่อยๆ ชีวิตคือเรา และสติอยู่กับเรา ขอขอบคุณทุกสิ่งที่ดีดเราออกจากมัดตราสังข์ของชีวิต เราชนะในสิ่งที่เราทุกข์ วันนี้และวันต่อไปคือสุขนิรันดร
รักตัวเองคือ รางวัลขั้นเทพ
5 ธค 68
02/11/2025
เรื่องที่ 6 ของปี 2568 การฟื้นฟูของชีวิตที่เหมือนได้เกิดใหม่ และตั้งใจใช้ชีวิตให้มีคุณค่ามากขึ้น และสำนึกในบุญคุณที่เราได้รับและมือที่ยื่นมาในวันที่เราเคว้งคว้าง ความหวังและการอยู่ต่อที่แทบไม่เหลือเลย วันนี้เรายืนได้และยิ้มกับการก้าวขึ้นมาใช้ชีวิต จากการต่อสู้กับหลายสิ่งในใจเรา เผชิญกับความล้มเหลว และสายตาที่ดีและไม่ดี เขาไม่รู้จักเรา เรื่องราวของเรา และวันนี้ในสิ่งที่เราตัดสินใจมาเล่า
ความใจดีและให้กับทุกคนที่เข้ามา ให้ทั้งๆที่ไม่มี แล้วกลายเป็นสัญลักษณ์ที่คนให้คุณค่ากับเราว่า ให้ฟรี ทุกอย่าง เลย น้อยมากที่มีคนที่เห็นคุณค่าในสิ่งที่เราให้ไป ช่วยเหลือไป ระยะเวลาการต่อสู้ ปรับตัวกับความล้มเหลวเพราะ ให้ เพราะช่วยเหลือ โดยไม่คิดว่า เราจะลำบากในชีวิต คิดเพียงว่า ช่วยเหลือเขา ให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น เราเองคงมีปัญญาหางรอดได้
และแล้วความมุ่งมั่นช่วยเหลือคือหลุมดำ นำเราตกลงไป ทุกข์ระยะหนึ่ง กับอีกระยะคือ เราไม่รู้ตัวตน ว่า เกิดอะไรขึ้น กินข้าวน้อยมาก ไม่หิวเลย นอนหลับเหมือนเราหลบไปอยู่ในความมืดที่คิดว่าคือการพักผ่อน นานเหมือนกันที่เรามีอาการเช่นนี้
สักพักมีคนทักมา เพื่อ ช่วยเหลือ ให้เริ่มต้นใหม่ ดึงเราให้ลุกขึ้นมา มีเพื่อนใหม่ ที่มโนภาพว่า คงเป็นความรู้สึกที่ดีต่อกัน และแล้ว คือการหายไป พร้อมความเสียหายที่เพิ่มเติมขึ้นมาอีก
ระหว่างทางเรามีกิจกรรม จิตอาสา มีข้าวฟรีให้กิน มีรายได้กับงานที่เราหามาทำ เริ่มต้นอาชีพใหม่ ในหลายอาชีพที่ใช้ทักษะของเราทำมาหากิน บางงานได้น้อยมาก เรารับงานนั้น แม้จริงๆ เขาไม่ได้เห็นคุณค่าในความสามารถเราจริงๆ เพียงเพื่อให้มีอาชีพเราในงานนั้นๆ เป็นการเรียนรู้ของโลกใหม่ของเรา
ความแตกต่างจากงานสำนักงานที่เราอยู่ในตำแหน่งสูง ประสบการณ์งานมานาน มีความเชื่อถือ มีผลงาน มีความสามารถ แต่มีคนชังหน้าเรานะ ภาษาง่ายๆ คือ คิดงานให้ ทำให้เห็นผลงานต่อองค์กร
และเมื่อวันหนึ่ง ผลงานเป็นที่ประจักษ์ แล้วมีการประกาศรางวัล ความคิดสร้างสรรค์ ผลงานต่าง ๆ เราคือคนดู คนอื่นรับรางวัล บนเวที เงินรางวัล เลื่อนขั้นมากมาย เป็นการเรียนรู้ว่า การหลอกใช้ความสามารถละความคิดของเรา แต่ระแวงที่เราใหญ่โตกว่านี้หรือเปล่า
ด้วยความตรงไปตรงมา เพื่อพัฒนาคนรุ่นใหม่ การสื่อสารเราชัดเจน แต่ไม่ถูกใจใคร และชัดเจนขนาดที่เรา เรียนรู้มากขึ้น เพราะคนรุ่นใหม่ที่เราสอนเขาในแบบของเรา เขาได้เขียนจดหมายโจมตีเรา เพื่อปะทุไฟของคนตำแหน่งใหญ่กว่า ไม่พอใจเรามากขึ้น และเชื่อสนิทว่า เราคือคนดุร้าย
คล้ายกับสมัยหนึ่งที่ มีคนรุ่นใหม่ ร้องไห้และรายงานผู้ใหญ่ว่า เราดุและกลั่นแกล้ง และทุกคนเชื่อสนิท และเราคือคนผิดในการสอนคนนั่นเอง
ผ่านมาหลายปี ผลงานของเราในทุกงานโดดเด่น ด้วยความสามารถ ให้คนหมั่นไส้ และไม่ยอมรับมากขึ้น เรื่องราวเสียจริตมีมาเรื่อยๆ และเราเลือกที่จะไม่โต้ตอบในตอนหลัง และจากลามา เพื่อเริ่มต้นงานใหม่
เพราะเหตุการณ์ ที่เราได้รับมาจากการทำงานมากมาย เราได้พัฒนาและเรียนรู้ทั้งทักษะและจิตวิญญาณภายใน ที่มีการพัฒนามากขึ้น และเติบโตขึ้น
เราผ่านการใช้ชีวิตแบบ มีลมหายใจแต่ไม่รับรู้อะไร สภาพเหมือน ไร้วิญญาณ ตั้งใจฝืนตนเอง เดินไปหาผู้คนเพื่อทำงาน นำเสนองาน 2% ที่เปิดใจรับงานใหม่ของอาชีพ ที่ปรึกษาการเงินและการคนของเรา และมีรายได้ให้เราในการที่เราเติบโต เลี้ยงชีพได้
วันละ 200 บาทในการใช้ชีวิตที่เราเผชิญ มีผู้มีพระคุณที่เราเคารพในความให้ใจเรา เพื่อดึงเราขึ้นมา และรอดจากความตาย และการให้ของเราให้มีสติ ในการเดินต่ิอไป หารช่วยคนอื่นที่ตัวเราลำบากในอายุเท่านี้ กับคำพูดของชายที่แสร้งว่า รักเรา เป็นเรื่องในนิยาย ไม่มีจริง เราช่วยเหลือเขาแบบสุดตัว เราเชื่อใจคนที่ก้าวเข้ามาอย่างจริงใจ แต่เราได้กลับมาคือ เสียสูญ เราเรียกว่า มิจฉาชีพทางอารมณ์ ที่เลือกคนจริงใจ และขาดสติในการเข้า มาในชีวิตเขา และเราให้อภัยในสิ่งนี้
เราได้สติและนำความความรู้ความสามารถที่มี ออกไปช่วยเหลือคน และส่งพลังงานดีดีให้กับเขา ให้สติและเริ่มต้นสร้างตนเพื่อตนเอง แม้การก้าวเข้าหาคนที่เราปรารถนาดี จะได้การตอบรับที่เรา เข้าไปรบกวน และตอบคำถามเราในรูปแบบที่เราได้ข้อคิด
ข้อคิดที่ได้คือ เขาตัดสินเราจากเรื่องรายที่เขาได้ยิน และตัดสิน เพื่อแสดงออกมาว่าปฏิเสธและไม่สนใจ ทำให้เราตระหนักว่า เราถือว่าเป็นโอกาสดีของการได้ฝึกฝนคำว่า
ไม่มีตัวตน คือ การที่เรานำเสนอ และกิริยาที่เขาแสดงออกมา ทั้งดีและไม่ดีคือ เรื่องของเขา แต่เราเดินหน้า ให้ข้อมูลต่อไป ในคนที่เขากำลังตามหา มีจิตสัมผัสที่เราได้พบกันอย่างแน่นอน ทุกอย่างมีเวลาของสิ่งนั้น และความอดทนเช่นกัน
กลับมาที่ชีวิตในรอบปีนี้ เราพบว่า เรามีภูมิคุ้มกันที่ฉีดยาแรงให้ชีวิต
🌈คือล้มเหลวจากความเชื่อใจและให้อย่างไร้สติ สิ่งที่ได้ต่อมาคือ ลมหายใจที่มีคือโอกาสที่มี ในการเปลี่ยนแปลงใหม่ มีสุขภาพร่างกายที่ดี ทำให้เราลุกฟื้นไปต่อ คือจุดเปลี่ยนของชีวิตของเรา เรามีโอกาสในการพัฒนาหาทางออกของปัญหาชีวิต 200 บาท ฉันอยู่ได้ 1 สัปดาห์ หรือน้อยสุดคือ 1 วัน
📚การเรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตคือ การใช้ทักษะเพื่อสร้างงาน สร้างเงินขึ้นมาและก้าวไปต่อ ทุกสิ่งมีเวลาของสิ่งนั้น คุณค่าในตัวเราสุดยอดแล้ว ตีค่าคุณค่่า และวัดด้วยตัวเราเอง ไม่มีความหมายอะไรที่ให้คนที่อยู่นอกตัวเรามาตัดสินเรา
😇 ผู้มีพระคุณมาในเวลาที่เราต้องการและเขาเองผ่านชีวิตมามากพอให้เขาได้มีวันนี้ เขาช่วยเหลือเราเพื่อให้เราใช้ทักษะกับโลกใบนี้ ให้สติกับเราในการเดินทางต่อ และให้เราเห็นคำว่า ในวันที่เรามีมากมาย คนล้อมเราเพื่อยิ้มและชื่นชม และวันที่เราเคว้งคว้าง แสงจากที่ไหนที่อยู่กับเรา คำสบประมาทคือการพัฒนาจิตใจที่เข้มแข็ง และการไม่โต้ตอบคือคำตอบของความสงบ
🎉 ยินดีและให้ของขวัญกับตัวเองของการไม่มีตัวตน แต่เป้าหมายชัดเจน งานที่ลงมือทำ มีคุณค่า มีราคาที่ต้องจ่าย ทำงานทุกงานที่ได้เงิน อย่างน้อยได้ข้าวกิน ใจดีเป็นแม่น้ำ คือ เหยื่อของ มิจฉาชีพทางอารมณ์คำชื่นชมที่หลอกลวงคือ หนทางของความหายนะ ความจริงใจเริ่มจากตัวเราเอง วันนี้เราจริงใจและรักตัวตนมากเพียงใด
❤️ เราหลงทางเพราะต้องการมีคู่ชีวิตที่รักเรา จึงเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทางอารมณ์ ให้เราสุขแบบกลวงๆ และคิดว่าคือเรื่องจริง วันที่ตื่นรู้ว่า รักตัวเอง คุณค่าของเราคือการมีจิตที่มั่นคง และผลักความจอมปลอมออกจากตัวเรา
รักคุณค่าและลมหายใจของเราในการก้าวต่อไป
2 พย 2568
01/09/2025
เรื่องที่ 5 ของปี 2568 ผ่านหลายช่วงเวลาของการไตร่ตรองเรื่องราวที่เกิดขึ้น มองผู้คนในมุมที่เปลี่ยนไป
ศรัทธาในความหมายที่มีเปลี่ยนไปมากจากเดิม สิ่งทีเพิ่มคือศรัทธาในตัวเองและรักในการเดินทางมาถึงวันนี้ของตัวเรา
ขอบคุณการชี้นำทางมากมาย ความสงบที่เกิดขึ้นจากมุมเล็กๆ ในหัวใจ อารมณ์ที่สุขในแต่ละสิ่งที่เกิดขึ้น
เราจึงได้ข้อคิดจากมุมมองของศรัทธาที่มีคุณค่า นำมาฝากไว้ และพร้อมกับการเดินทางเส้นใหม่ของเรา คือฝึกปล่อยไป และอยู่กับตรงนี้
เมื่อความศรัทธาหมดลง เราเหลือคุณค่าที่เป็นแก่นแท้
ตลอดเส้นทางชีวิต เราต่างเคยฝากหัวใจไว้กับความศรัทธา
เราเชื่อในความรักที่มั่นคง
เราเชื่อในคำสัญญาที่ไม่อาจสั่นคลอน
เราเชื่อในโลกที่ยุติธรรม และอนาคตที่สดใส
แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ความจริงได้สอนว่า
ความรักอาจหายไป คำสัญญาอาจกลายเป็นเพียงถ้อยคำลวง
ความยุติธรรมอาจบิดเบี้ยว และอนาคตอาจไม่เป็นดั่งฝัน
เมื่อความศรัทธาถูกทลาย เรามักรู้สึกเหมือนถูกทิ้งให้อยู่กับความว่างเปล่า
ทว่า…ในความว่างเปล่านั้นเอง เราได้พบสิ่งที่สำคัญที่สุด
เราได้เจอกับ ตัวตนแท้จริง ของเรา
สิ่งที่ไม่เคยถูกทำลายไปพร้อมกับศรัทธาที่สูญสลาย
นั่นคือ คุณค่าภายใน ที่เราแบกมาด้วยตลอดการเดินทาง
ความซื่อสัตย์ที่ไม่หวั่นไหว
ความเข้มแข็งที่ไม่ยอมพ่ายแพ้
ความเมตตาที่ไม่เคยหมดไปจากหัวใจ
และความกล้าหาญที่จะก้าวเดิน แม้ทางข้างหน้าจะมืดมนเพียงใด
วันนี้ฉันหันกลับไปมองเส้นทางที่ผ่านพ้น
ทุกบาดแผล ทุกการสูญเสีย ทุกการทรยศ ทุกการพังทลาย
ไม่ได้มาเพื่อทำลายฉัน แต่เพื่อหลอมฉันให้ตระหนักว่า
สิ่งแท้จริงที่ฉันมี ไม่ใช่ศรัทธาที่ฝากไว้กับใคร แต่คือคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง
ฉันขอบคุณการเดินทางของชีวิต
ที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่า ต่อให้ความศรัทธาหมดสิ้น
แต่หัวใจที่แท้จริงของฉันจะยังคงอยู่
มั่นคง หนักแน่น และไม่อาจถูกพรากไป
และนั่น…คือพลังที่แท้จริง
พลังที่ไม่ต้องอาศัยศรัทธาใด ๆ จากภายนอก
เพราะมันคือ แก่นแท้ที่นิรันดร์ในตัวฉันเอง
12/08/2025
เรื่องที่ 4 ปี 2568 ชีวิตที่ฟื้นฟูได้ เมื่อหลายปีก่อนมีเหตุให้เรามีชิวิตพลิกผัน ใจดีมากมาย มีน้ำใจช่วยเหลือ กลับกลายช่วยใครไม่รู้ ขาดสติไป เกือบลาโลกไปหลายที จริง ๆ 3 ครั้ง ถ้ามีเหตุครั้งที่ 4 คงไปจริงๆ ไม่ได้มาแบ่งปันอะไรให้อ่านกันแล้วล่ะ
ด้วยบุญที่ทำดี มีความดีพอประมาณ ได้รับโอกาสมีคนให้ความช่วยเหลือเป็นระลอกๆ ไป และสิ่งที่เราทำร้ายคัวเองมากคือ การโทษตัวเองที่แย่ ขาดสติ สร้างความเดืิอดร้อนให้ทั่วเลย จิตตกอยู่นานทีเดียว
ไม่กินอะไรเลย กินไม่ลงและผอมซูบช่วงหนึ่ง หน้าตาดูโรยรามาก เหมือนศพเดินได้ และรอบข้างดูแย่ไปหมด จึงเข้าใจว่าเราดึงพลังงานลบเข้าหาตัว เพื่อนต่างๆ หายไปเรื่อยๆ และเราเองก็เฟดตัวออกมาเรื่อยๆ เช่นกัน
เราเข้าปฏิบัติธรรมภาวนา และดึงสติขึ้นมา ช่วงหนึ่งเราน้ำตาไหลพรากตอนภาวนาสมาธิ และคิดว่า เราจิตดิ่งมากเลย เราเองค้นหาทางออกหลายทาง แล้วมีที่รุ่นพี่ที่สนิทกันเล่าเรื่องชีวิตเขาให้ฟัง ทั้งๆ ที่เขาไม่รู้ว่า เรามีสภาพจิตใจที่กำลังพังอยู่ เรารับฟังและคุยงานตามปกติ
ใช้เวลาในการอยูกับตัวเอง ฝ่าด่านหลายทางและเราตกผลึกทางความคิด จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เรารักตัวเองน้อยไป เราทุ่มเทอย่างบ้าบอกับคนนอกที่ฉาบฉวย ความรักที่ดีที่บริสุทธิ์มีพลังดึงเรากลับมามีสติคือ แม่และครอบครัว กับเพื่อนดีดีไม่มากนัก ช่วยส่งพลังใจอย่างดี
เรามีช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเอง สวดมนต์ภาวนาให้มีสติและอภัยกับสิ่งต่างๆ เมื่อสถานการณ์ชีวิตเปลี่ยน เกมส์เปลี่ยน มุมมองของเราในการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เปลี่ยนไป อัตตาน้อยลง ในขณะที่เราเจอคนพุดจาไม่เข้าหูนัก ปล่อยผ่าน แรกๆ เราจิตตกคิดว่า เขาคิดกับเราไม่ดี หลังๆ เราเก่งขึ้น เลือกตัดทุกคนที่เราไม่ได้อยากคุยด้วย หรือสัมผัสได้ถึงพลังงานลบที่เขาส่งออกมา รวมถึงความไม่สนใจต่างๆ
เรามองชีวิตสวยงามและเป็นจริงมากขึ้น แคร์รอบข้างน้อยลงมาก เมื่อเราไม่มีอย่างที่เคย ชีวิตเปิดประตูอีกบานให้เราเสมอ เพียงเราไม่ย่อท้อ ความสุขที่เป็นรางวัลของความสำเร็จอยู่ข้างหน้า เราคว้าได้ ด้วยสองมือ สองขาและใจที่เข้มแข็ง
เราเคยรอคอย ผู้ชายดีดีสักคน อย่างพ่อเรา ที่มีแต่ในนิยายหรือเปล่า พังมาหลายที กับคำดีดีแต่เป็นคำกลวงๆ มากมาย มาวันนี้ เรายืนได้ระดับหนึ่ง และมองเห็นถึงตัวเองในวันที่ฟื้นร่างขึ้นมา
เหมือนคนป่วยเป็นโรคร้าย เรายังมีลมหายใจ มีความรักและห่วงใยจากแม่ที่เจ็บปวดกับเราทุกครั้งที่ ฝันลอยๆ ทุ่มเททุกอย่างอย่างบ้าคลั่งเพื่อคนอื่น ทั้งเรื่องงาน และเรื่องความรัก มาคิดดู ตอนนี้ ตลกตัวเองดี วันที่เราล้มดัง มีเพียงบางคนที่ช่วยเหลือ บางคนเข้ามาทำร้าย และสิ่งที่ได้มาคือ คุณค่าชีวิตเราที่เข้มข้นมากขึ้น กลับมาเป็นร่างที่แข็งแรงกว่าเดิม ใจแข็งและเย็นชา อีกสักพักคงเลือดเย็นแน่นอน
ฝากไว้ให้คิดว่า ถ้าล้มเหลวเมื่อไร เราลุกขึ้นได้แน่นอน ใจเรามีลมหายใจอยู่หรือเปล่า รักตัวเองกอดตัวเองไว้ ต่อให้ใครมาร้องโอดโอยอย่างไร เรารักตัวเองและไม่ทำให้ใจเจ็บอีก ลำบากอีก ความร้ายต้องกางปีกปกป้องตัวเองแล้ว เป็นคนดีกับคนที่คู่ควร ไม่ดีพร่ำเพรื่อ ไม่เชื่อในคำคนกลวงๆ แสร้งว่า ที่ไม่ใช่ชื่ออาหารโบราณ คือ แสร้งลวงเรา นั่นเอง
12•8•68
05/08/2025
เรื่องที่3 ของปี 2568 วันที่ล้มดังที่สุด… กลับเป็นวันที่ได้ยินเสียงตัวเองชัดที่สุด
ไม่มีใครบอกหรอกว่า…
วันที่ล้ม จะไม่ได้แค่เจ็บ
แต่มันจะเปลือยเราจนไม่เหลืออะไรให้ยึดอีกแล้ว
มันไม่ใช่แค่ล้มในเรื่องงาน
มันไม่ใช่แค่ความรักที่พัง
แต่มันคือล้ม “ทั้งตัวตน” ที่เราสร้างมาแทบทั้งชีวิต
ภาพลักษณ์ดีๆ ที่สร้างไว้ในโซเชียล ชื่อเสียง การยอมรับ ความภูมิใจ ความมั่นใจ
พังหมด… เหลือแค่ “คนคนหนึ่ง” ที่ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่า ยังมีค่าพอจะหายใจอยู่ไหม
ช่วงเวลานั้น ไม่มีเสียงใครปลอบให้หายดีจริง
เพื่อนบางคนเงียบหาย คนที่เคยยืนข้างเราหลายคนกลับมองข้าม
ทุกอย่างเย็นชา… แต่ความเจ็บกลับร้อนเหมือนไฟเผา
ฉันจำได้ดี ความรู้สึกนั้นมันโหดขนาดที่เคยคิดว่า
“จะไม่มีวันกลับมายืนได้อีกแล้ว”
แล้วสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดก็เกิดขึ้น…
ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ ไม่ใช่ใครมาช่วย
แต่มันคือความเงียบ… ที่ค่อยๆ แทรกเข้ามาแทนที่เสียงภายนอก
เงียบจนได้ยิน “ความจริง” ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน
เสียงหนึ่งในใจดังขึ้นเบาๆ แต่หนักแน่นมาก…
“เธอไม่ได้ล้มเพื่อให้ใครสงสาร…
เธอล้มเพื่อจะได้ไม่ต้องวิ่งตามอะไรที่ไม่ใช่ของเธออีกแล้ว”
ฉันนั่งฟังคำนั้นซ้ำๆ
น้ำตาไหลเงียบๆ โดยไม่มีใครเห็น…
แต่นั่นคือครั้งแรกที่น้ำตาไม่ได้ไหลเพราะอ่อนแอ
มันไหลเพราะฉัน “เริ่มเห็นตัวเอง” อย่างไม่ตัดสิน
ฉันเริ่มกลับไปมองชีวิตก่อนหน้านี้
เคยใช้เวลาทำให้คนชอบ
เคยพยายามไม่พลาด ไม่แพ้ ไม่แย่ในสายตาใคร
เคยทำตัวเหมือนโอเค ทั้งที่ใจพัง
เคยอยากสำเร็จเร็วๆ เพื่อให้คนเชื่อว่า “ฉันมีค่า”
แต่ในวันที่ไม่มีอะไรเหลือ…
ฉันเพิ่งได้รู้ว่า… “ฉันไม่ต้องมีอะไรเลย ก็มีค่าได้”
ไม่ต้องพิสูจน์
ไม่ต้องอธิบาย
ไม่ต้องสู้เพราะกลัวแพ้
ไม่ต้องซ่อนเพราะกลัวคนไม่เข้าใจ
แค่หายใจอยู่ตรงนี้… ด้วยความเป็นมนุษย์ที่ยอมรับตัวเอง
วันนี้ฉันยังไม่กลับมาแข็งแรง 100%
แต่ใจฉันนิ่งกว่าเดิม
ฉันไม่เร่งจะต้องสำเร็จ
ไม่รีบอวดความสุข
ไม่จำเป็นต้องทำให้ใครเข้าใจ
เพราะฉันเข้าใจตัวเองแล้วว่า…
ความสงบที่แท้จริง
ไม่ได้มาในวันที่เราประสบความสำเร็จ
แต่มาในวันที่เรา “เลิกฝืนเป็นคนอื่น” และยอมยืนอยู่กับความเจ็บปวดอย่างซื่อสัตย์
วันนี้…ฉันล้มแล้ว
แต่ฉันไม่หลงทางอีกต่อไป
และในความเงียบงันที่ไม่มีใครอยู่ ฉันได้ “ตื่นรู้” เพียงลำพัง
ตื่นรู้ว่าไม่มีใครต้องมาเข้าใจ
ไม่มีใครต้องมาช่วยดึงฉันขึ้น
เพราะหัวใจที่เจ็บที่สุด… กลับแกร่งที่สุด
และมันพร้อมจะประคองฉันลุกขึ้นอีกครั้ง
ลุกขึ้นอย่างสง่า… ด้วยศักดิ์ศรีของคนที่เคยล้มจนไม่เหลืออะไร
และเลือกจะ “รักตัวเอง” มากพอที่จะเดินต่ออย่างสงบงาม
นี่คือฉัน… คนเดิม แต่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
18/05/2025
เรื่องที่ 2 ของปี 2568 หลังจากผ่านเหตุการณ์ความวุ่นวายในชีวิต ทำให้เราได้มองเห็นความชัดเจนของชีวิตมากขึ้น เห็นสังคมที่ดีงามอยู่ติดกับสังคมที่เสื่อมทราม สิ่งที่ได้รับคือ ความเป็นตัวเองที่ดีกว่าเดิม เวอร์ชั่นใหม่ ความใจดีคงค่อยๆ จางหายไปเรื่อยๆ เรารักตัวเองมากขึ้น และขอบคุณตัวเราที่อยู่กับทุกสถานการณ์ เพราะโลกสวย ช่วยเหลือทุกคน แล้วมารู้ว่า คนที่ดีกับเรามีอยู่นะ รู้จักปกป้องตนเองมากขึ้น
ถ้าคนเราไม่คิดช่วยตัวเองแล้ว คงยากมีคนมาช่วยเหลือ ความสามารถที่มีต้องมีความตระหนักคิดไว้ด้วย ช่วยคนให้ประมาณตนเอง รักเรามีแต่ครอบครัวเท่านั้นแหละ กุเรื่องให้หลง ทำให้เราวุ่นวาย เหมือนพายุพัดเข้ามาสู่เรา มีดฟ้ามัวดิน สติหลุดจากตัวเราไปไกลเลย
วันนี้บันทึกเพียง เรารักในคุณค่าตัวเรา และก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างที่เราเป็น อะไรก้อตามที่ทำแล้วไม่สุข จงหยุดที่จะทำสิ่งนั้น อยู่ใกล้ใครแล้วอึดอัด ให้เดินออกมา ความดีและบุญอยู่ที่เราเลือก จิตเราสั่งได้เช่นกัน
อนุโมทนาบุญกับตัวเราและทุกคนที่มีจิตสว่าง และได้มาพบกัน
18พค 2568
13/03/2025
เรื่องที่ 1 ปึ 2568 นานแล้วกับความรู้สึกที่สับสนและท้อแท้กับคำว่า คนดี ทำดี ให้จนหมดตัว ดูน่าสมเพชนะ เหตุการณ์ที่ ทำให้คิดได้ ตื่นรู้ว่า ผู้ชายที่ดีกับเราอย่างพ่อนั้น ไม่มีแล้วล่ะ หลอกครั้งแล้วครั้งเล่า ยังเชื่ออีก องค์กรการกุศลมาขอความช่วยเหลือ ให้ทั้งๆ ที่ไม่มี คิดว่า ทำให้เขารอดปลอดภัย ช่วยเขา จนเราจะขาดใจ พอไม่นานมีคนเข้ามา เพื่อจะมาช่วยเหลือ หลงเชื่ออีก มากมายหายไป หัวเราะเยาะ สมเพชกับความใจดี สมองกลวงของเรา
มาคิดว่า ทำความดีเกินตัว คงเป็นสิ่งที่ผิดจริงนั้นแหละ และเมื่อเหตุการณ์แย่ลง เราไปขอความช่วยเหลือคนที่เข้ามาหาเรา เพื่อขอความช่วยเหลือ ผลคือ เขาลืมหมดทุกอย่างในความสัมพันธ์ เพียงเพราะเราไม่มีอะไรจะช่วยแล้ว หายหน้าไป ปิดการติดต่อทุกทาง
แล้ววันหนึ่งไปเห็นข้อความว่า เขานำเรื่องที่เราขอความช่วยเหลือไปประจานออกสื่อ ว่าเราน่าจะโดนแฮก เฟส เขาไม่เคยรู้จักอะไรเลย เราคิดว่าคงมีปัญหากับเส้นสมองความจำกระมัง แต่ทำให้รู้ว่า ผู้ชายดีดีที่ตั้งใจดูแลเรา แล้วพอเราไม่ช่วยเหลือเขา ก้อพลิกผันเป็นคนที่ไม่รู้จักกันเสียเลย
มาย้อนดู ดีใจกับตัวเองที่ยังมีครอบครัวอยู่ที่ประคองให้เราลุกขึ้นมาให้ได้ สิ่งที่เสียก้อคือเสียไป เสียใจ เสียความรู้สึก เสียเงินทองมากมาย เราได้สำนึกในสิ่งที่เกิดขึ้น เข้มแข็งให้มากที่สุด ในวันที่ล้มทั้งยืน เพียงเพราะอยากได้คนที่ดีมาเป็นคู่ จริงๆ ไม่มีอยู่จริง
เป็นความเจ็บปวดที่เราร้องไห้อยู่นาน เพื่อนฝูงหายไป เพื่อนที่ดีที่สุดก้อเคืองอยู่เพราะ เตือนแล้ว ช่วยเหลือการเงินแล้ว แต่เรายังไม่ฟื้น ไปหลงเชื่อคนแปลกหน้า เพียงพูดจาดี และคิดว่า ทุกอย่างคือดีงาม พลิกหมด
วันนี้เหตุการณ์ยังมีอยู่ เข้มแข็งให้มาก มีสติมากขึ้น ใช้ชีวิตให้งดงาม ตามเวลาที่มี ตื่นรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ต่อสู้มากขึ้น อดทนมากขึ้น ไม่มีใครจริงใจกับเราอีกแล้ว มีบ้างที่รู้สึกว่า อยากดิ่งลงไป หลับไปยาวๆๆ อภัยให้ตัวเองที่เป็นคนดี ที่ขาดสติ คิดแต่เพียงจะช่วยเขา แต่ไม่มีใครช่วยเรา
เมื่ิอไม่นาน เราไปขอความช่วยเหลือ องค์กรข้ามชาติ และคำตอบคือ ไปหาเงินมาสิ แล้วฉันจะช่วย ฉันเป็นคนดี แก้ไขสถานการณ์มามากแล้ว ทุกกรณีสำเร็จ และก้อเหมือนเดิม ไม่มีความสามารถอะไร นอกจากไถเงินเรา คราวนี้ เราบอกเลยว่า ไม่มี ใครจะเป็นจะตาย ก้อตามนั้น เขาไม่ใช่คนที่มีความสามารถจะจัดการอะไรได้ นอกจากขอเงินแบบที่แล้วๆ มา ที่ผ่านมาฉันก้อสมองกลวง เชื่อมั่น จ่ายไปเท่าไรแล้ว และมาลำบากเพราะเชื่อคำผู้ชายที่ไม่มีสัจจะ ไม่เคยทำอะไรสำเร็จ นอกจากรว หัวกัน หลอกเอาเงิน ป้าทึนทึก สาวแก่ไปนั่นเอง
คราวนี้ไม่ใช่ฉันโชคดี แต่เพราะฉันไม่มีอะไรให้ ฉันนั่งภาวนาสวดมนต์ให้ทุกคนได้บุญ ให้คิดได้ คิดดี มีน้ำใจ มีสัจจะ ไม่ใช่มาดูถูกฉัน ชีวิต้องสู้ เจอคนแย่ๆ เราต้องมีบารมี มีบุญเหนือกว่า 🙏🙏🙏
ฉันตื่นรู้แล้ว
13 มีนาคม 2568
30/12/2024
เรื่องที่ 8 ของปี 2567 ความสงบนิ่งคือคำตอบของทุกสิ่ง การขอบคุณและเห็นคุณค่าของการได้มา การช่วยเหลือและความจริงใจที่มอบให้ เราเรียนรู้การเติบโตทางจิตวิญญาณของเราในปีนี่ที่เข้มแข็งและแข็งแกร่งขึ้นเกิน 100%
การยอมรับในสิ่งที่เลือกอย่างมั่นใจ และในวันที่เราอยู่ในจุดที่เผชิญอะไรมากมายในชีวิต กลับเป็นการเรียนรู้ที่งดงาม ในวันที่เรามีรอยยิ้มกับทุกคนที่มีมิตรภาพใหม่มาให้
เราได้งานใหม่ที่มีเกียรติมีความภูมิใจ การได้เล่าเรื่องให้คนได้ฟัง ทั้งงานสอนหนังสือ งานประวัติศาสตร์ มีข้าวกลางวันและน้ำดื่มเตรียมไว้ให้กับมิตรภาพใหม่ที่ดี แม้ค่าจ้างอาจไม่ได้มากนัก เราทำเต็มที่และภูมิใจที่ได้ทำงานที่ดี ส่งเสริมให้คนมีความรู้มากขึ้น
หลายครั้ง การทำงานมักได้รับการปฏิเสธ แต่เราก้อรับได้ เพราะมุมมองเขากับเราต่างกัน บางงานเพียงมาทดสอบความรู้ความสามารถ บางงานช่วยเต็มที่ เพื่อคนไทยหรือเด็กๆ ได้มีโอกาสทำสิ่งที่ดีที่ก้าวหน้ามากขึ้น
แต่้ว่าผลตอบรับยังไม่เป็นที่พอใจด้วยหลายเหตุผล เราเดินหน้าต่อไปอย่างมุ่งมั่นว่า ถ้าลมหายใจยังมี ขอให้เราได้แบ่งปันความรู้ความสามารถ อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น รู้สึกท้อถอยอย่างไร เราใช้การทำสมาธิภาวนาและแผ่เมตตาไป แผ่กุศลให้กว้างออกไปให้สรรพสิ่งที่อยู่รอบตัวเราอย่างไม่มีประมาณ
คืนนี้มานั่งเขียนเรื่องเล่าที่เราได้ก้าวข้ามความทุกข์และการยอมรับในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยความใจดีของเราเมื่อ 4 ปีก่อนทุ่มสุดตัวให้พ่อที่เป็นหมออาสา ได้เจอกับลูกที่ป่วยเป็นมะเร็ง แล้วการช่วยเหลือนี้คือการหลอกลวงอย่างแนบเนียน
ผลสุดท้ายคือเราเสียไปจำนวนมากและทำให้ครอบครัวทุกข์ไปกับเราด้วย เพื่อนก้อห่างกันไป ความน่าเชื่อถือหายไปพร้อมกับเพื่อนจำนวนมากที่คิดว่าคือเพื่อนแท้ เราเองก้อออกมาจากสังคมนั้นๆ มาใช้ชีวิตกับสังคมที่เราเลือกเอง เรียนรู้ใหม่ และสร้างผลงานใหม่ เริ่มต้นชีวิตใหม่
ไม่นานมานี้ เราพบช่องทางสร้างรายได้ออนไลน์ของบริษัทหนึ่ง ทุ่มทุนจากการช่วยเหลือของเพื่อนคนหนึ่ง กิจการไปได้ดี เริ่มมีกำไรที่พอจะนำไปคืนรวมกีบดอกเบี้ยให้เพื่อนได้ แต่แล้วบททดสอบก้อมาอีก กิจการเว็บขายของออนไลน์นี้ ปิดตัวลงกระทันหัน เราสูญเสียอีกรอบในช่วงที่เรากำลังฟื้นตัว พร้อมคำพูดของนายทุนที่มองว่า เราคือคนปลิ้นปล้อน ไม่จริงใจ และต้องการถอนทุนคืน
เราทำทุกอย่างที่ทำได้ หารายได้มาคืนเขา ได้มาน้อยมาการและสอบถามว่า เราจะได้คืนมาอย่างไร ขณะเดียวกันสอบถามทีมหมออาสาว่า เราจะได้เงินคืนอย่างไร ถามตลอดทาง ยังคงรอคำตอบอยู่
และเมื่อถึงหนทางที่เราคงไม่ได้อะไรแน่นอน เรายอมรับการตำหนิทุกทาง จากทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้านไหนไหนที่เราติดต่อด้วย เราถึงจุดที่ความสงบอย่างที่เราไม่เคยมีมาก่อน เราเลือกกินของที่ถูกที่สุด และคำนวนราคาของก่อนทุกครั้ง ใช้จ่ายน้อยมาก แทบไม่ใช้เลย ทำให้ร่างกายเราไม่ดีเหมือนเดิม แต่ตั้งใจดูแลให้ดีขึ้น
ยังคงมีคำถาม วนเวียน ในหัวว่า เป็นคนดี จิตใจดีทำไมกัน เป็นคนเอื้อเฟื้อ ให้คนอื่น ช่วยคนอื่นอย่างจริงจังแล้วได้อะไรบ้าง เมื่อเราทำงานอย่างทุ่มเท ช่วยเหลือเขา คาดหวังในการตอบรับหรือตกลงซื้อสินค้าเรา คำตอบคือไม่สะดวก ไม่ใช่เวลาของเขา บ้างก้อตอบอย่างดูแคลน บอกปัดไปเลย เป็นการทดสอบความอดทนและมั่นใจในงานของเรา เราเดินหน้าต่อไป
ความทุกข์ในใจเรา เก็บไว้ และทำงานต่อไปเรื่อยๆ หลายครั้งที่เราจะบอกว่า คนที่มาขอความช่วยเหลือจากเราว่า เราไม่สะดวก เราเพียงแต่บอกสั้นๆ และไม่อธิบายอะไร ทำให้มีคนอีกมากที่ไม่พอใจ แล้วเดินจากไปเช่นเคย
แม่เคยบอกเราว่า ใจดีเสียสละ เป็นสิ่งดี แต่ให้คิดเยอะๆ ว่า เราลำบากเพราะความใจดีหรือเปล่า และอย่าโทษตัวเองอีกว่า ทำร้ายตัวเอง เรื่องที่จบไปแล้ว คือ จบแล้ว ในอนาคต ถ้ามีคนมาขอความช่วยเหลือ
โดยเฉพาะผู้ชายที่เข้ามา คิดให้มากๆ อายุเราก้อมากแล้ว หาคนมาจริงใจด้วยยากมากเลย เขาเข้ามาหลอกเรา และใช่คำพูดดีดี น่าสงสารให้เราใจอ่อน ช่วยเหลือแบบที่เคยทำ แล้ววันที่ลำบาก เราจะทำอย่างไร มีสติให้มากๆ มีจิตใจที่หนักแน่น พอมีคนมาบอกว่า รัก เพราะเราเป็นคนดี แล้วมาขอให้ช่วยเหลือ หยุดเลย ตั้งสติ
คนที่เขาตั้งใจดูแลเรา เขาจะเข้าหาและให้เรา ช่วยเหลือเรามากกว่า การที่ไม่เคยเจอกันแล้วไปช่วยมากมายขนาดนั้น ไม่รู้ว่าไปหลงติดกับอะไรคำคน จำไว้นะ วันนี้หากฟื้นตัวขึ้นมาๆได้ ต้องดูแลตัวเองละชีวิตของตัวเองเป็นอย่างแรก ยุติความคิดที่จะมีเจ้าชายขี่ม้าขาว มาช่วยเหลือเลย อยู่กับปัจจุบันดีที่สุด
คนเราถ้าเขาตั้งใจมาดี เขาไม่ทำร้ายเรา ถ้าไม่ได้มาดี เราต้องมีสติให้มั่น ภาวนาให้จิตนิ่ง รักตัวเองให้มากๆ อายุมากขึ้น ถ้าเป็นอะไรไป เราต้องมีเงินดูแลตัวเอง ตราบเท่าที่หมดลมหายใจ แม่สอนให้เรามีสติ และรักของแม่คือเกราะคุ้มกันเรา
แม้ว่าหมดเพื่อนฝูงที่เคยคบกันมา แม่และครอบครัวคืออยู่กีบเราเสมอ ให้ผิดหวังมากี่ครั้งก้อตาม อ้อมกอดของแม่อยู่ตรงนี้ แม้แม่จะแก่แล้ว ความห่วงใยและรักลูกไม่เคยลดน้อยลงเลย เฝ้ามองให้มีความสุข ถ้ามีคนดีเข้ามา ขอให้ดีจริงๆ ไม่มาหลอกลวงเพราะรู้ว่าเราใจดี ใจอ่อน ขี้สงสาร ถ้าอย่างนั้น อยู่คนเดียวหลังจากฟื้นตัวได้นะ
รักแม่ที่สร้างเกราะคุ้มภัยให้กับเรา แม้ใครจะว่าอะไรเรา เขาคิดอย่างไร ปล่อยเขา เรายึดมั่นในคุณธรรม นำชีวิต เพิ่มเติมคือมีจิตใจที่เข้มแข็ง จากนี้ไป
30ธันวาคม2567
08/12/2024
เรื่องที่ 7 ของปี 2567 เป็นอีกหนึ่งวันที่น้ำตาไหลพรากออกมาเมื่อได้นั่งคุยกับแม่ ความห่วงใยอาทรลูกที่เผชิญกับหลายอย่างในช่วงที่ผ่านมา แม่เจ็บปวดกว่าเราหลายเท่า แม่ห่วงว่าเราจะลำบาก เราเองบอกแม่ว่า เรารู้สึกผิดมากที่เป็นคนใจดี และช่วยเหลือคนอื่นทุกครั้ง และมาวันนี้เราได้พบกับตัวแล้วว่า วันที่เราตกอับและรู้สึกแย่มากนั้น แทบไม่มีใครอยู่กับเราเลยสักคนเดียว
เขาอาจดูไม่ออกเลยบนรอยยิ้มที่เราบอกว่ามีความสุข เพราะใจเราเข้มแข็งมาก และอภัยทุกคนเสมอมา ในช่วงหลังเราเริ่มมองลึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ละช่วง คนผ่านเข้ามาและผ่านไป โอกาสคือสิ่งที่เราช่วยเขาเสมอ แต่แทบไม่มีคนที่ซาบซึ้งกับสิ่งนั้น และทำให้เราเข้าใจในสัจธรรมว่า อะไรทำให้คนทำร้ายกันในทุกวันนี้
ส่วนตัวเราผ่านมาหลายปีที่เราช่วยเหลือมากมาย ทั้งความรู้ความสามารถและทรัพย์สิน ก้อเท่านั้นแหละ ช่วยแล้วจบลงตรงนั้น ในวันนี้เรามาถามตัวเองว่า
เราอยากได้อะไรอีกมั้ย คำตอบที่เราอยากได้คือ สุขอย่างแท้จริง และยิ้มที่สุขใจ การเป็นคนดีนั้น มีไว้สอนตัวเองต่างหาก และรักตัวเองให้มากขึ้น สู้ให้สุดตัว และเมื่อวางก้อวางอย่างหมดใจ
เคยมีใครสักคนถามว่า ถ้าหมดรักแล้ว เป็นอย่างไร คำตอบคือคนแปลกหน้าระหว่างกัน เคยมีคนรักเก่า มาขอให้ช่วยให้เราบอกคนอื่นว่า ยังรักกันอยู่ เราตอบว่า เราช่วยบอกได้ว่า เราเป็นผู้มีพระคุณของเธอละกัน เราเริ่มต้นจากความจริงดีกว่านะ และวันนี้เธอคือคนแปลกหน้าสำหรับเรา
ในใจเราวันนี้ อย่าว่าแต่ความใจดีที่เคยมีเลย ความอ่อนโยน เราก้อแทบหายไปด้วย สังคมรอบตัวแทบไม่ติดต่อเลย อะไรที่เราทำแล้วจบ คือจบไป และถ้าโลกใบนี้มีความงดงามที่เราควรจะเห็น เราคิดว่า ให้เราได้เห็นเถิด
กลับมาที่ความห่วงใยของแม่ เราเป็นคนที่มีบุญและโชคดีมากที่มีพระในบ้านอย่างงดงาม ช่วยให้เรามีสติและกลับมาได้อีกครั้ง ไม่ว่าสถานการณ์อะไรก้อตาม ที่เกิดขึ้นกับเรา สอนให้เราเข้มแข็ง และไปต่อได้เสมอ
ช่วงเวลาที่ผ่านมาเราเผชิญกับอะไรมากมาย และเสียเพื่อน ไปจำนวนมาก เสียความรู้สึกไปก้อมาก ด้วยการขอความช่วยเหลือในเรื่องการเงิน เพื่อเราจะไปช่วยคนอื่นต่อ เป็นความบ้าของเราที่สติหายไปหมด มุ่งมั่นช่วยเหลืออย่างบ้าคลั่ง
และวันนี้จากสิ่งที่เราเจอการสูญเสียที่เกิดขึ้น เราก้าวไปทำอาชีพที่ให้ความรู้ เพื่อคนอื่นๆ จะได้ไม่เจอในสิ่งที่เราเจอ มีสติคิดได้มากกว่า แต่ผลตอบรับคือ สบประมาท รังเกียจและเย้ยหยัน กับอาชีพที่เป็นความรู้และช่วยเหลือเขาในอนาคต
น้อยมากที่จะตอบรับและมองว่า เรา ทำอะไรอยู่ เป็นเรื่องธรรมดาที่สิ่งใหม่ๆ ที่เราทำ มักไม่มีคนยอมรับนัก แต่เมื่อเกิดขึ้นจริง เขากลับมาบอกว่า น่าจะเชื่อเราตั้งแต่วันนั้น
ก่อนพ่อเสียไม่นาน เรามีการเดินทางกัน และเราบอกว่าจองที่นั่งพิเศษให้พ่อเถอะ อาจเป็นครั้งเดียวครั้งนั้น ไม่มีใครเชื่อเลย พอกลับจากเดินทางไม่กี่เดือน พ่อก้อเสีย และมักคุยกันหลังจากนั้นว่า น่าจะเชื่อเรา ก้อไม่ทันแล้ว
ตอนนี้ด้วยสถานการณ์ของเราที่แย่มากมาย และเรามีลมหายใจที่สร้างตัวตนขึ้นมา ค่อยๆ มีสติที่จะตัดสินใจ ค่อยๆ เดินในทางที่วางไว้ อภัยกับหลายเหตุการณ์ คนที่ก้าวเข้ามาหรือเราก้าวไปหา ถ้าเขาแสดงท่าทีที่ไม่ต้องการ เรารับรู้และเดินออกมา
หากแต่เราไม่เดินเข้าไปหาใครอีก โลกของเราเดินไปข้างหน้าเสมอ อาชีพของเราคือใช้ทักษะให้คนเราได้ไปต่อ ได้ทำในสิ่งที่มีเป้าหมาย วันนี้คนเข้าใจมีไม่มาก ก็คนเชื่อใจเรามีระดับหนึ่ง สิ่งสำคัญคือ เราเดินทางต่อไปและทำงานเพื่อถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ อย่างที่ คนที่เชื่อมั่นเรามักตอบว่า ได้ปรึกษาคุณแล้ว เห็นแสงสว่างในชีวิตเลย นั่นคือการทำงานที่มีความสุข ช่วยคนจากภาวะที่กำลังดิ่งลงไปมาก ให้กลับคืนมาสู่ฝั่งชีวิตที่มีความหวังต่อไป
เมื่อลมหายใจยังมี เรามีทางออกของปัญหาและความหวังในการใช้ชีวิต ในการเดินบนโลกนี่อย่างมีความสุข ทุกอย่างอยู่ที่ใจเราเลือกเอง
ฉันคือผู้นำการเปลี่ยนแปลงทีมีความสุข อยู่อย่างทรงคุณค่า
8 ธันวาคม 2567
05/11/2024
เรื่องที่ 6 ปี 2567 เมื่อวางสิ่งที่แบกมาหลายปีได้ และตัดสินใจว่า เราก้าวเดินต่อไป บนความมุ่งมั่นที่เราต่อเติมฝันของเรา วันนี้เป็นวันแรกที่เราตัดทุกอย่างออกจากความคิดเรา ทั้งๆ ที่นานแล้วเราตัดไม่ได้เลย เราคือคนดีที่ให้โอกาสเสมอและคือคนดีที่รับผิดเสมอ หลายคนเดินเข้ามาเพื่อชะโลมคำสวยงามให้เรายิ้มอย่างดีใจ แล้วมีวิธีมากมายที่ทำร้ายเราอย่างเจ็บแสบทีเดียว
ความใจดีอย่างบ้าคลั่งที่เคยเล่าไปในตอนก่อน แล้วมีคนใจดีมาช่วยวางแผนให้ลงทุน เพื่อเราจะได้ฟื้นตัวได้ พูดหลายครั้งให้เราใจอ่อน ยอมลงทุนจากเพือนสนิท ทีทมาตอนนี้คือผิดใจกันไปแล้ว เพราะเขาคิดว่าเราโกงเขา ทำเขาเสียหายไปด้วย เราบอกเขาว่า เราจะทำงานให้หนักหาเงินมาคืนใน 1 ปี เราไม่มีเจตนาใดใดในทางไม่ดีเลย
เราเองจริงๆ คือคนที่เสียหายมากที่สุดและก้ออภัยให้มากที่สุด ไม่นานนี้ คนที่ยืมเรา จริงๆ โน้มน้าวให้เราช่วยเหลือยังมาขอความช่วยเหลืออยู่ เราชัดเจนว่า เราหมดแล้วล่ะ มีความละอายกับการทำลายทำร้ายเราไม่หยุดบ้างไหม
ในวันที่เรามีดทุกด้าน ก้าวข้ามความตาย มาได้อย่างหวุดหวิด ด้วยความคิดแวบมาในหัวว่า ถ้าเราตาย หมดลมหายใจ แล้วสิ่งที่เราพัฒนาตัวเองมาตลอดทางล่ะ ความสามารถมากมายล่ะ หายไปด้วยเลยพร้อมลมหายใจที่หมดไป แล้วถ้าเราเป็นวิญญาณ มาถ่ายทอดความรู้ความสามารถ จะมีใครเห็นเรา ได้ยินเราหรือไม่
อีกทั้งครอบครัวที่ดีงาม สุดยอดแม่และพี่น้อง เราทำอะไรที่มีค่าพอกับความสามารถเราดีหรือไม่ ตั้งสติและขอพร ให้คนมาช่วยเหลือดีหรือไม่ และเราได้คนที่เดินเข้ามาช่วยเหลือเรา แม้ไม่ใช่โดยตรงก้อตาม เรายังพอใจอยู่บ้าง แล้วต่อมาเขาหายไปจากการติดต่อของเรา เงียบหายไป เรานั้นเพียรติดต่อ
แล้วมาวันนี้ เราได้คำตอบกับตัวเองว่า เรามีลมหายใจ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีงาม ช่วยเหลือผู้คน ถ่ายทอดความรู้ให้กับเขาเหล่านั้น การรอคอยใดใด ที่เป็นสิ่งเลื่อนลอย ประโลมด้วยความฝันเฟื่อง เราวางไว้ตรงนั้น
ในเมื่อสิ่งต่างๆ ไม่มีจริงในความจริง มีแต่เราที่คิดดีอยู่คนเดียว โลกมีไว้สำหรับคนแข็งแกร่ง ไม่ใช่คนที่อ่อนแอ และใจดีอีกต่อไป ในอดีตเราเคยนิ่ง เมื่อคนถากถาง เคยสงบและอภัย เคยช่วยเหลือมากมาย แต่ไม่มีใครจำได้ ผ่านไปกับกาลเวลา
มาวันนี้ วันที่เราปลดล็อคตัวเองได้นั้น เราดีใจมากมาย ระหว่างทางกลับบ้าน เราบอกตัวเองว่า เรารักในคุณค่าของเรา รักในความเป็นเรา ความดีเนื้อแท้ที่คนมองไม่เห็น เรายืนหยัดต่อสู้ในวัย 50เพื่อสิ่งที่เรารอคอยที่เราฝันขึ้นมานั่นเอง
ปรามาส ถากถาง ดูแคลน หรืออะไรก้อตาม ในสิ่งที่เราเจอ คงยากที่จะเข้าใจ เราทำได้คือ หาทางสร้างตัว สร้างเงินขึ้นมาใหม่ แล้วใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ชดเชยช่วงเวลาที่เราขาดหายไป เพียงเพราะฉันทำความดีกับคนที่ไม่คู่ควรได้รับสิ่งนั้น นั่นเอง
4 ปี ของการฝังตัวเองกับความบอบช้ำกับคำว่า หมดตัว และ หมดความเป็นคน หมดคำว่าเพื่อนที่ฉันมี หมดคงามจริงใจที่ฉันให้และให้ฉัน วันนี้คำว่าสิ้นสุดและพอกันที คือสิ่งที่ก้องในหูเรา และบอกตัวเองว่า ไปต่อกับชีวิตที่เราฝันเพื่อเรา ไม่ใช่เพื่อใคร
รักในคุณค่าของฉันในวันที่ฉันไม่เหลืออะไร ที่เป็นสมบัติของฉัน ฉันมีเพียง ร่างกายและจิตใจที่กู้กลับคืนมา
26/10/2024
เรื่องที่ 5 ของปี 2567ความทุกใจ มีมากเพียงใด ใจย่อมคิดสะกดตัวเองให้เข้มแข็ง เพราะทุกคนมีทุกข์ มีสุข และเผชิญกับหลายสิ่ง กำลังใจสำคัญอย่างมาก ในวันนี้ แม้มีน้ำตาที่ออกมาในที่ส่วนตัวและอยู่ลำพังหลายครั้ง
บางทีคิดว่าวันนั้นฉันอาบน้ำตาหรือเปล่า หลายอย่างเกิดขึ้นเพราะอะไร พยายามทำให้กายใจและวาจา สงบลง เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป ไม่มีอะไรอยู่ถาวรหรอก คนรอบข้างคือสิ่งที่ดีงาม งดงาม และเวลาทองคำสำคัญเสมอ
เมื่อไม่นานนี้ เราลงทุนในกิจการหนึ่งจากรุ่นพี่ที่รู้จัก และได้แรงสนับสนุนจากรุ่นพี่และเพื่อนที่ดีที่สุดของเรา และพอเริ่มต้นได้ เกิดเหตุเจ้าของทุนอยากถอนทุนคืน เราต้องทำการยุติกิจการชั่วคราว และรอเงินทุนคืนมา แต่เหตุการณ์พลิกผัน ฉันต้องหาเงินมาเป็นค่าปรับ หลายวันต่อมาฉันหาเงินมาได้ นึกว่าเรียบร้อยถามครบทุกอย่าง แต่ยังไม่ได้คืน บอกว่า จำนวนเงินนั้นต้องมีเงินประกันอีก ถึงจะถอนได้ และให้เราหาเงินมาอีก
ฉันถามตนเองว่า นี่คืออะไรหรือ หลายคนไม่เคยเจออะไรแบบนี้ เรามักได้รับรางวัลพิเศษของการหาเงินมาช่วยเหลือเสมอ แล้ววันหนึ่งที่ฉันอ่อนล้า และเหตุการยังไม่จบ ช่วยเหลือและแก้ปัญหาไม่จบสิ้น เราเองคือวิ่งวุ่น อย่างมีสติว่า ทุกอย่างที่ทำนั้น จิตคิดดี และต้องเดินหน้าบนสิ่งที่เกิดขึ้น
ก่อนหน้านั้นสัก 3 ปีที่เราช่วยเหลือคุณหมอคนหนึ่ง ให้ได้พบลูกชายที่ป่วยหนัก ใช้เงินทั้งหมดที่หามาได้ และไปกู้มาเพื่อช่วยเหลือ ขาดสติ มีแต่จิตคิดดีที่ช่วยเหลือเขา ตั้งใจให้เขามีโอกาสเป็นพ่อที่เห็นหน้าลูกอีกครั้ง ความวุ่นวายของการเดินทางกลับไม่ได้สักที หลายหน่วยงานมาช่วยเหลือมากมาย ก้อยังไม่เรียบร้อย แต่ละคนบอกวิธีการคนละแบบ ก้อยังไม่สำเร็จสักที เราเองก้อล้ามากแล้ว
ชีวิตพลิกกันเลย ยังพอมีบุญจากการสมาธิภาวนา ที่เรานั้นได้ปฏิบัติมาตลอด3ปี ให้มีสุขใจและกาย เหตุการณ์มาขนาดไหน ใจเรานิ่งสงบยอมรับในสิ่งนั้น เผชิญกับหลายสิ่งที่ทำให้รู้ว่า เมื่อเราเสือมยศ ลาภแล้ว พอมีใครที่ยังยอมรับเราอยู่บ้าง ความสามารถเรานำไปสร้างสรรค์ ถ่ายทอดให้ได้
วันหนึ่งเราได้ตกผลึกว่า ถ้าเราหมดลมหายใจแล้ว ทรัพย์ของเราพอสำหรับคนที่ยังอยู่ได้ และเสียดายความสามารถเราที่ได้พัฒนามาตลอดชีวิตท่ามกลางคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยก้อตาม จึงคิดว่า นับจากวันนั้น ขอให้ฉันได้นำความสามารถได้ช่วยเหลือผู้คน ได้ถ่ายทอดให้มีรายได้มาดูแลตนเองและครอบครัว ช่วยให้คนอื่นได้บรรลุเป้าหมายจากความสามารถของฉัน ก่อนลมหายใจสุดท้ายหมดไป เพราะถ้าฉันตายไป หมดลมไป ฉันคงมาสอน มาถ่ายทอดความรู้ให้ใครไม่ได้ จึงเกิดเป็นปณิธานชีวิตของเรา
ขอบคุณความโชคดีมีบุญของฉันที่ทำให้ฉันก้าวข้ามถึงทุกวันนี้ แม้มีคนเกลียดและหยาม หรือประณามมากมาย แต่เรามุ่งในปณิธานดีของเราที่ตั้งใจทำไว้ วันนี่เขียนเล่าไว้ว่า เมื่ิอเราทำดีแม้มีอุปสรรค แต่ตลอดเส้นทางเราจะมีแรงใจที่จะเดินต่อ หลายเรื่องเข้ามาคือบทเรียนให้เรามีสตและแกร่งขึ้น ทำงานมากขึ้น เพื่อเป้าหมายของชีวิต
26 ตค 67
วันดีงามมีเสมอ และเรามีลมหายใจเพื่อสิ่งดีงาม รักตัวเองให้มากและครอบครัว อีกทั้งเคารพในผู้มีพระคุณ