31/03/2026
ระลึกถึงคุณพารณ อิศรเสนา (๒๔๗๐ - ๒๕๖๘)
นิสิตและบัณฑิตจุฬาฯ คนหนึ่งที่ดิฉันชื่นชมมาก
ในช่วงหนึ่งของชีวิตที่ดิฉันได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ในช่วงที่มหาวิทยาลัยเลือกเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ ดิฉันได้มีโอกาสประชุมร่วมกับผู้ใหญ่หลายท่านในสมัยนั้น ซึ่งเป็นปูชนียบุคคลของบุคคลจำนวนมาก และถ้าไม่ได้เป็นกรรมการของสภามหาวิทยาลัย ดิฉันคงไม่ได้รู้จักท่านเหล่านั้น ที่สภาฯ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดิฉัน ได้กระทบไหล่คนดัง เช่น คุณพารณ อิศรเสนาฯ คุณหมอประเวศ วะสี และดร.สุจิต บุญบงการ ในฐานะรุ่นน้อง (ที่รุ่นพี่กล้าแซว)
คุณพารณ เป็นบุคคลที่ดิฉันทึ่งที่สุด ถึงขนาดที่ว่าช่วงที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งใจทำหนังสือเนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปี ดิฉันคิดเล่นๆ ว่า น่าจะทำหนังสือขนาดลำลองสักเล่มว่าด้วยชีวิตแผลงๆ ของนิสิตในมหาวิทยาลัย เป็นประวัติศาสตร์บอกเล่า เกี่ยวกับสังคมร่วมสมัยของผู้เล่า
ดิฉันเรียนถามคุณพารณว่า “มีอะไรสนุกๆ จะเล่าไหมคะ”
คำตอบของคุณพารณ เป็นแง่บวกอย่างยิ่ง ท่านมีเรื่องสนุกสนานจากวันที่เป็นนิสิต เล่าให้ฟังหลายเรื่อง พอคุณพารณ เริ่มเล่า ดิฉันก็เริ่มจด ตั้งแต่สามแยกปากหมา ถึงรถโปเกหลังสงครามที่เจ้าของแล่นไปซ่อมไป ฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยไม่ได้คิดสนุกไปกับดิฉัน และตอนนั้นดิฉันไม่ได้มีตำแหน่งใดในจุฬาฯ แล้ว ก็เลยพับโครงการขึ้นหิ้ง และกำลังจะโยนทิ้งไปในวันสองวันนี้ ด้วยความเสียดายอย่างยิ่ง ครั้นจะนำมาเรียบเรียงเผยแพร่ก็ดูจะไม่เหมาะ เพราะท่านผู้เล่าล่วงลับไปแล้ว ดิฉันเขียนผิดเขียนถูกก็ไม่มีใครจะตรวจแก้
อีก ๒ เรื่องเล็กๆ ที่ดิฉันจำได้ไม่ลืมคือ
ครั้งหนึ่งดิฉันอยู่ในอนุกรรมการลงทุน ของสภามหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีรองอธิการบดีด้านงานคลัง เป็นประธาน เราสามารถทำเรื่องบริหารจัดการเงินของมหาวิทยาลัยและคณะต่างๆ ได้กว้างขวาง จนคุณพารณสงสัยและสอบถามว่าทำได้อย่างไร
ดิฉันตอบว่า ดิฉันว่าทำได้ คุณหมอที่เป็นรองฯ คลังก็ว่าทำได้ แต่เพื่อความมั่นใจจึงถามสำนักงานกฤษฎีกาไปว่าเราทำได้ใช่ไหม ก็ได้รับคำตอบกลับมาว่าทำได้ เราจึงทำ คุณพารณบอกว่าที่มหาวิทยาลัยอีกแห่งบอกท่านว่าทำไม่ได้
ดิฉันบอกท่านเพียงว่า ถ้าอยากทำคงต้องพึ่งกฤษฎีกาค่ะ แต่คิดว่าท่านคงไปต่อได้ยาก เพราะมหาวิทยาลัยที่ท่านกล่าวถึงล้วนแล้วไปด้วยวิศวกร หรือคนสายวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น
เมื่อสงสัยก็สอบถาม นี่คือหนึ่งในคุณสมบัติที่น่านิยมของผู้ใหญ่ที่น่าเคารพท่านนี้ ท่าน อยากรู้ เพราะอยากปรับปรุงและหาสิ่งดีๆ ให้กับองค์กรที่ท่านรับผิดชอบ
อีกเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อคุณพารณชมดิฉันระหว่างพักการประชุมว่า “คุณพูดได้ดี พูดได้ตรงใจผม ผมนึกคำไม่ออกแบบคุณ”
ดิฉันได้ทีจึงรีบหาเสียง “เวลาดิฉันเสนอเรื่องในที่ประชุมสภา เรื่องมักหล่นหายไปในการประชุม ถ้าท่านเห็นชอบด้วย ช่วยบอกว่าสนับสนุนด้วยค่ะ เสียงสนับสนุนจะได้มีหลายๆ เสียงหน่อย”
จากนั้นมา “ท่านพี่” หลายๆ คนก็จะยกมือพูดหลังจากที่ดิฉันเสนอความเห็น
ว่า “ผมเห็นด้วย ผมขอสนับสนุนความเห็นนี้”
น่ารักเป็นที่สุด
สายสาแหรกของคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา พาเราย้อนกลับไปได้ถึงกรุงธนบุรีและยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น เริ่มจากพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นกษัตริย์ศรีศักดิเดช (พระองค์เจ้าพงศ์อิศเรศ) ต้นสกุลอิศรเสนา ราชโอรสพระองค์ที่ 8 ในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ วังหน้าในรัชกาลที่ 2 กับเจ้าจอมมารดาสำลี พระธิดาในสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงเป็นเจ้านายฝ่ายหน้าพระองค์เดียวที่เป็นพระราชนัดดาของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี (หลานตา) และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (หลานปู่)
คุณพารณ เป็นบุตรของพระยาอิศรพงศ์พิพัฒน์ (หม่อมหลวงศิริ อิศรเสนา) และเป็นหลานปู่เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ (หม่อนราชวงศ์เย็น อิศรเสนา) เป็นนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย เป็นวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (สาขาวิศวกรรมเครื่องกล) จากเอ็มไอที (Massachusetts Institute of Technology) ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ เคยทำงาน อยู่ที่บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย 12 ปี ก่อนจะเข้าร่วมงานกับทางกลุ่มปูนซิเมนต์ไทย และในที่สุดเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
การเกษียณอายุจากการทำงาน ไม่ใช่การยุติบทบาทการทำงานของคุณพารณ ท่านยังเป็นกรรมการและประธานกรรมการองค์กรต่างๆ อีกหลายแห่ง เช่น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กรรมการในคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติ วุฒิสมาชิกและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานกรรมการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นต้น
เรื่องเพื่อสังคมก็มีมากมาย เช่น การพัฒนาชุมชนที่ลำปาง โครงการอาชีวะมาบตาพุด เป็นต้น
ที่ดิฉันได้มีโอกาสสอบถามท่านอย่างจริงจังคือเรื่องโรงเรียนดรุณสิกขาลัย โรงเรียนนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่ท่านเป็นผู้อำนวยการใหญ่ โรงเรียนนี้นำทฤษฎีการเรียนรู้แนว constructionism มาสู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างสรรค์ปัญญาโดยเน้นผู้เรียน เป็นศูนย์กลางบูรณาการด้วยเทคโนโลยี วิชาการ ศิลปวัฒนธรรม ความเป็นไทย ศีลธรรมจรรยา เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นโรงเรียนตัวอย่างในการปฏิรูประบบการศึกษาไทย ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
เพียงเอ่ยชื่อ “พารณ อิศรเสนา” เราสามารถเรียนรู้ได้ตั้งแต่ประวัติของรัตนโกสินทร์ ยุคต้น ประวัติศาสตร์สังคมของนิสิตและบัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อยมาจนถึงแนวคิดเรื่องการพัฒนาการศึกษา และพัฒนาคน พัฒนาชุมชนเพื่อความยั่งยืนของสังคมไทย
เป็นหนึ่งในบุคคลที่น่าจดจำรำลึกถึง และเป็นแบบอย่างที่ดีของเรานิสิตจุฬาฯ ผู้ตามมา
#พารณอิศรเสนา #จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
21/12/2025
02/11/2025