MindDoJo (Thailand)

MindDoJo (Thailand)

แชร์

Since 2008, MindDoJo trainers have been helping top-tier companies unlock innovation and team potential through fun workshops and courses.

We help build future-ready leaders through activity-based courses and highly customizable facilitated workshops. MindDojo is a People Development Company. We provide corporate training, group facilitation & English language solutions for forward thinking organizations. We are known by our clients for our innovative approaches to make learning relevant, engaging and fun!

12/05/2026

ส่องไอเทมลับฉบับตัวแม่! ทำไม 'ดัมเยจิน' ใน Sold Out on You ถึงเลือกใช้ Perplexity ทำรีเสิร์ช?

หลายคนคงเคยเห็นผ่านตา กับฉากที่น่าสนใจในซีรีส์เรื่อง “Sold Out on You" เราได้เห็น “ ดัมเยจิน “พิธีกรรายการโฮมช้อปปิ้ง ที่เป็นนางเอกของเรื่องเลือกใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า " Perplexity AI " ในการทำรีเสิร์ชแผนงานด่วนเพื่อกอบกู้สถานการณ์บริษัท!

Perplexity AI คือระบบสืบค้นข้อมูลด้วยปัญญาประดิษฐ์ ที่ผสานเทคโนโลยีการประมวลผลภาษาธรรมชาติ เข้ากับระบบการสืบค้นข้อมูลแบบ Real-time พูดง่าย ๆ คือ มันไม่ใช่แค่ Search Engine แต่เป็น “ผู้ช่วยหาคำตอบ” ที่รวดเร็วและแม่นยำ ทำให้ได้ “ คำตอบสรุป ” พร้อมแหล่งอ้างอิงในที่เดียว

Perplexity AI ไม่ได้แค่ “เสิร์ช” แต่ช่วยให้คุณ “ได้คำตอบ” ทันที

1. โลกธุรกิจเปลี่ยนเร็วมาก ข้อมูลเมื่อปีที่แล้วอาจใช้ไม่ได้แล้ววันนี้ : ดัมเยจินใช้ Perplexity เพราะมันสามารถดึงข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตได้วินาทีต่อวินาที ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ผู้บริโภคหรือความเคลื่อนไหวของคู่แข่ง คุณถามปุ๊บ ได้ข้อมูลล่าสุดปั๊บ

2. เช็กที่มาได้ ไม่ต้องเดาเอง : จุดที่ต่างจาก AI ทั่วไปคือ Perplexity จะไม่ "มโน" ข้อมูลขึ้นมาเอง ทุกคำตอบมีแหล่งอ้างอิงให้ดูต่อ ไม่ต้องนั่งลุ้นว่า AI คิดเองหรือเปล่า เพราะคุณสามารถกดเข้าไปอ่านต้นทางได้ทันที

ช่วยให้เอาข้อมูลไปใช้ต่อได้แบบมั่นใจมากขึ้น เหมือนที่มีแว่นขยายส่องให้เห็นต้นฉบับ ช่วยให้แผนของดัมเยจินดูน่าเชื่อถือและไม่มีใครกล้าโต้แย้ง

3. สรุปเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลมหาศาลในไม่กี่วินาที : แทนที่จะเสียเวลาอ่านรายงานเป็นสิบฉบับ ดัมเยจินสั่งให้ AI สรุปประเด็นสำคัญมาให้เลยทำให้เธอมีเวลาไปโฟกัสกับการวางกลยุทธ์ มากกว่าการมานั่งอ่านทีละหน้า

ความเก่งของดัมเยจินไม่ใช่แค่การหาข้อมูลเก่ง แต่คือการเลือกใช้เครื่องมือที่ "ถูกต้อง" และ "รวดเร็ว" เพื่อเปลี่ยนความยุ่งยากให้เป็นความได้เปรียบทางธุรกิจนั่นเอง

ปรึกษาเพื่อออกแบบหลักสูตร
โทร: 089-447-9878 , 02-316-1227
Line: https://lin.ee/sTNN4WM
Website: https://www.minddojo.co.th

06/05/2026

ปลดล็อกพลัง AI เปลี่ยน Data ให้เป็น Insight เพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำ

ในโลกที่ทุกองค์กรมีข้อมูลอยู่เต็มมือ
องค์กรที่ได้เปรียบไม่ใช่องค์กรที่มีข้อมูลมากกว่า
แต่คือองค์กรที่ตีความและใช้ข้อมูลเหล่านั้นได้ดีกว่า

โพสต์นี้ MindDoJo จะพาไปรู้จักเครื่องมือ AI ตัวเด็ด
ที่จะช่วยเปลี่ยนข้อมูลที่กระจัดกระจาย ให้กลายเป็น Insight ที่ใช้ได้จริง
ตั้งแต่การดูเทรนด์ วิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงสร้างแผนธุรกิจที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ชัดขึ้น
ว่าแต่จะมีตัวไหนบ้าง เราไปดูกันเลย

ดูเทรนด์และหา insight
🤖 Exploding Topics - ช่วยค้นหาเทรนด์ที่กำลังเติบโต ก่อนจะกลายเป็นกระแสหลัก
🤖 AnswerThePublic - ช่วยดูว่าคนกำลังค้นหาอะไร สงสัยอะไร และสนใจเรื่องไหน

วิเคราะห์และสรุปข้อมูล
🤖 Microsoft Copilot - ช่วยสรุป วิเคราะห์ข้อมูล และจัดการข้อมูลจำนวนมากได้เร็วขึ้น
🤖 Claude - ช่วยวิเคราะห์เชิงลึก เปรียบเทียบทางเลือก และสรุป insight ซับซ้อน

สร้างแผนธุรกิจ เปลี่ยน Insight ให้เป็น Action
🤖 Bizplan - ช่วยวางโครงสร้างแผนธุรกิจและเป้าหมายให้ชัดเจน
🤖 LivePlan - ช่วยสร้างแผนธุรกิจ พร้อม forecast และตัวชี้วัดทางธุรกิจ

วันนี้ AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น
แต่กำลังกลายเป็น ‘ผู้ช่วยคิด’ ที่ช่วยให้องค์กรมองเกมขาดได้เร็วขึ้น
และนำไปสู่ ‘การตัดสินใจ’ ที่เฉียบคมและมีประสิทธิภาพในที่สุด
ใครใช้ AI เหล่านี้บ้าง หรือมี AI ตัวไหนอยากแนะนำ แบ่งปันกัน คอมเมนต์มาเลย

ปรึกษาเพื่อออกแบบหลักสูตร
โทร: 089-447-9878 , 02-316-1227
Line: https://lin.ee/sTNN4WM
Website: https://www.minddojo.co.th

#พัฒนาทักษะ #อบรมทักษะ

02/05/2026

Team Collaboration ทำงานร่วมกัน มีเป้าหมาย สื่อสารชัดเจน สร้างผลลัพธ์ที่ดีให้องค์กร

ปรึกษาเพื่อออกแบบหลักสูตร
โทร: 089-447-9878 , 02-316-1227
Line: https://lin.ee/sTNN4WM
Website: https://www.minddojo.co.th

#จัดอบรมสัมมนา #จัดอบรม #อบรมทักษะ

30/04/2026

รีวิวทั้งวัน…แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ ต้องลอง DECIDE Framework

ประชุมรีวิวกันทั้งวัน เปิดสไลด์ทีละหน้า ตัวเลขครบทุกมิติ
แต่พอจบประชุมกลับได้ข้อสรุปว่า ‘เดี๋ยวค่อยมาคุยกันใหม่’
สุดท้าย เวลาผ่านไป ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ จนต้องรีวิวเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่ข้อมูลไม่พอ แต่เพราะไม่มีโครงคิดที่จะช่วยให้เราตัดสินใจ
ถึงเวลาแล้วที่ DECIDE Framework จะเข้ามาช่วยจัดลำดับความคิด
ตั้งแต่การกำหนดโจทย์ สำรวจข้อมูล พิจารณาทางเลือก ไปจนถึงตัดสินใจและวัดผล ผ่าน 5 ขั้น ตามตัวอย่างต่อไปนี้

👥 ตัวอย่างสถานการณ์
ทีมกำลังรีวิวแคมเปญล่าสุด พบว่า Engagement สูงมาก แต่ยอดขายไม่เพิ่ม
ถ้าไม่มี Framework การคุยอาจวนอยู่ที่ ‘คอนเทนต์ดีนะ’ ‘คนสนใจเยอะ’
แต่ก็ยัง ‘ไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน’ ดังนั้นเรามาลองใช้ DECIDE Framework กันดีกว่า

1️⃣ D - Define the Problem (กำหนดปัญหา)
นิยามปัญหาหรือสิ่งที่ต้องการตัดสินใจให้ชัดเจนที่สุด
👉 สถานการณ์: Engagement สูง แต่ยอดขายไม่เพิ่ม นำมาตั้งโจทย์ได้ว่า ‘ทำไมคนสนใจ แต่ไม่ซื้อ’

2️⃣ E - Establish the Criteria (กำหนดเกณฑ์)
กำหนดปัจจัยหรือเกณฑ์ต่าง ๆ ที่สำคัญต่อการตัดสินใจ
👉 สถานการณ์: ต้องการเพิ่มยอดขายได้เร็ว แต่ใช้งบไม่สูง และทีมทำได้จริง

3️⃣ C - Consider the Alternatives (พิจารณาทางเลือก)
รวบรวมทางเลือกต่างๆ ที่เป็นไปได้ทั้งหมด
👉 สถานการณ์: ได้ทางเลือกออกมาเป็น เพิ่มโปรโมชัน ปรับสคริปต์การขาย ทำแคมเปญดึงลูกค้าใหม่

4️⃣ I - Identify the Best Option (ระบุทางเลือกที่ดีที่สุด)
ประเมินแต่ละทางเลือกโดยใช้เกณฑ์ที่กำหนดไว้ เพื่อเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด
👉 สถานการณ์: จากการวิเคราะห์ พบว่า ทีมปิดการขายไม่ได้คือปัญหาหลัก จึงเลือกพัฒนาทักษะการขาย และปรับสคริปต์การขาย

5️⃣ D - Develop & Implement (สร้างและดำเนินการตามแผน)
นำทางเลือกที่ตัดสินใจแล้วไปใช้จริง
👉 สถานการณ์: จัด training ปรับสคริปต์การขาย และให้หัวหน้าทีมโค้ชหน้างานจริง

6️⃣ E - Evaluate the Decision (ประเมินผลการตัดสินใจ)
ประเมินผลลัพธ์ที่ได้จากการตัดสินใจ
👉 สถานการณ์: ติดตาม Conversion Rate ว่าดีขึ้นหรือไม่

เห็นชัดเลยว่า จากเดิมที่มีแค่ ‘ข้อมูล’ มากมาย แต่ใช้ไม่ได้เลย
พอมี Framework เข้ามาช่วย ก็นำไปสู่การตัดสินใจอย่างเป็นระบบ
ทีมไหนกำลังติดกับดัก ‘รู้… แต่ยังไม่ตัดสินใจ’ ถึงเวลาลองใช้ DECIDE Framework
เพราะสุดท้ายแล้วการรีวิวที่ดี ไม่ใช่แค่เข้าใจอดีต แต่ต้องช่วยกำหนดอนาคตได้ด้วย

ปรึกษาเพื่อออกแบบหลักสูตร
โทร: 089-447-9878 , 02-316-1227
Line: https://lin.ee/sTNN4WM
Website: https://www.minddojo.co.th

#พัฒนาทักษะ #อบรมทักษะ

28/04/2026

MindDoJo Team Synergy Vibes✨

ปรึกษาเพื่อออกแบบหลักสูตร
โทร: 089-447-9878 , 02-316-1227
Line: https://lin.ee/sTNN4WM
Website: https://www.minddojo.co.th

#จัดอบรมสัมมนา #จัดอบรม #อบรมทักษะ

27/04/2026

เรียนเยอะ แต่ Performance แย่ ต้องกลับมาแก้ที่ ‘ปัญหา’

หลายองค์กรลงทุนกับการเรียนรู้ของทีมไปไม่น้อย
ทั้งอบรม คอร์สออนไลน์ แต่สุดท้าย… Performance กลับไม่ดีขึ้นอย่างที่คาด
เพราะปัญหาอาจไม่ใช่ ‘เรียนไม่พอ’ แต่คือ ‘เรียนไม่ตรงจุด’

วิธีแก้ปัญหานี้ง่ายมาก แค่ใช้หลัก Problem-Based Learning
เปลี่ยนคำถามจาก ‘ควรจัดคอร์สอะไร’ เป็น ‘ตอนนี้ทีมกำลังติดปัญหาอะไรอยู่’
เพราะการเรียนรู้ที่เริ่มจาก ‘ปัญหาจริงในงาน’ จะทำให้เนื้อหาที่ได้ตอบโจทย์ทีมมากที่สุด

ยกตัวอย่างสถานการณ์
ปัญหา → ยอดขายตก เพราะฝ่ายขายปิดดีลไม่ได้
👉 ก่อนจะจัดคอร์สเรียนเทคนิคการขายเพิ่ม ต้องหาปัญหาที่แท้จริงก่อน
ซึ่งปัญหาที่แท้จริงอาจอยู่ตั้งแต่ ฝ่ายขายไม่เข้าใจ pain point ลูกค้า
หริอแม้กระทั่งเสนอ solution ไม่ตรงใจ
📕 ดังนั้น คอร์สที่เหมาะสมคือ Customer Discovery & Needs Analysis

จะเห็นว่า พอเริ่มจาก ‘ปัญหาจริง’ การเรียนรู้จะแคบลง แต่ตรงจุดขึ้น
เพราะการเรียนรู้ที่ดี ไม่ใช่แค่เรียนให้ครบ หรือ เรียนให้เยอะ
แต่ต้องเรียนแล้วเห็นผลลัพธ์ และ ‘แก้ปัญหาได้จริง’

อ่านจบแล้ว องค์กรไหนอยากพัฒนาทีมอย่างตรงจุด
ให้ผู้เชี่ยวชาญจาก MindDoJo ออกแบบหลักสูตรที่ตอบโจทย์
เริ่มจากปัญหาจริง เชื่อมไปสู่ผลลัพธ์ที่วัดได้ รับรองว่าองค์กรจะไปได้ไกลกว่าเดิมแน่นอน

ปรึกษาเพื่อออกแบบหลักสูตร
โทร: 089-447-9878 , 02-316-1227
Line: https://lin.ee/sTNN4WM
Website: https://www.minddojo.co.th

#พัฒนาทักษะ #อบรมทักษะ

24/04/2026

โลกเปลี่ยนไว จนทีมปรับไม่ทัน ต้องลอง 5 ขั้น ADKAR

วางกลยุทธ์มาอย่างดี แต่ทีมไม่เปลี่ยนแปลง กลยุทธ์ที่ดีก็ไม่มีความหมาย
หลายองค์กรคิดว่าแค่สั่งให้เปลี่ยน แล้วทุกอย่างจะเดินต่อได้
ความจริงคือ ‘คน’ ไม่ได้เปลี่ยนเพราะถูกบอกให้เปลี่ยน
แต่จะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อ ‘พร้อมจะเปลี่ยน’ ต่างหาก

โพสต์นี้ MindDoJo จะพาทุกคนไปรู้จัก ADKAR Model
ที่ช่วยพาทีมค่อย ๆ เปลี่ยนอย่างเป็นระบบผ่าน 5 ขั้นตอนต่อไปนี้

1️⃣ Awareness (สร้างการรับรู้)
เริ่มจากอธิบายให้ทีมเข้าใจก่อนว่า ‘ทำไมต้องเปลี่ยน’ ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นถ้าไม่เปลี่ยน
เน้นสร้างความเข้าใจ ไม่ใช่สั่งการ เพราะคนจะไม่เปลี่ยน ถ้ายังไม่เห็นเหตุผล
👉 ตัวอย่าง: องค์กรจะเปลี่ยนระบบ CRM ใหม่ แทนที่จะบอกว่าต้องใช้ระบบนี้
ให้เริ่มจากการอธิบายว่า ‘ถ้าไม่เปลี่ยน เราจะเสียโอกาสอะไร’ เช่น เสียลูกค้า หรือ ทำงานซ้ำซ้อน

2️⃣ Desire (สร้างแรงจูงใจ)
เปลี่ยนการรับรู้ให้กลายเป็นแรงจูงใจให้ ‘อยากลงมือทำ’
ชี้ให้เห็นสิ่งที่จะได้จากการเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ
ไม่ใช่โดนสั่งให้ทำ แต่อยากเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง
👉 ตัวอย่าง: โชว์ให้ทีมเห็นว่า ถ้าใช้ระบบใหม่แล้ว จะปิดงานเร็วขึ้น หรือ มี incentive เพิ่มขึ้น

3️⃣ Knowledge (ให้ความรู้)
เตรียมทีมให้รู้ว่า ‘ต้องทำอย่างไร’ ผ่านการให้ความรู้ต่าง ๆ
เช่น สิ่งที่ต้องทำ หรือ สกิลที่ต้องมีเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง
👉 ตัวอย่าง: จัด training สอนใช้ระบบใหม่ พร้อมเตรียมคู่มือให้ศึกษา

4️⃣ Ability (สร้างความสามารถ)
นำสิ่งที่ได้เรียนรู้ มา ‘ลงมือทำจริง’ ผ่านการฝึกใช้จนเชี่ยวชาญ มีผู้ฝึกสอนคอยสนับสนุน
👉 ตัวอย่าง: ให้ทีมลองใช้จริง มีคนช่วยโค้ชหน้างานคอยให้คำแนะนำแบบ real-time

5️⃣ Reinforcement (เสริมแรงสนับสนุน)
ทำให้พฤติกรรมใหม่ ‘เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ’ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาพใหญ่
👉 ตัวอย่าง: วัดผลจากการใช้ระบบใหม่ และให้รางวัลพนักงานที่ปรับตัวได้ดี

การพาทีมปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่สั่งให้เปลี่ยนทันที
แต่คือการพาทุกคนค่อย ๆ เปลี่ยนอย่างเข้าใจและยั่งยืน
เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ดี ไม่ใช่การเปลี่ยนที่เร็วที่สุด แต่คือการเปลี่ยนที่ ‘เกิดขึ้นจริง’

ปรึกษาเพื่อออกแบบหลักสูตร
โทร: 089-447-9878 , 02-316-1227
Line: https://lin.ee/sTNN4WM
Website: https://www.minddojo.co.th

#พัฒนาทักษะ #อบรมทักษะ

10/04/2026

เปลี่ยน Excel จาก “เครื่องมือพื้นฐาน”
ให้กลายเป็น “ผู้ช่วยสำคัญในการทำงานของคุณ”

07/04/2026

พูดเยอะ แต่ไม่มีใครฟัง ต้องโน้มน้าวใจด้วย 4 ป. ทริกปั้นเทพแห่งการเล่า

หนึ่งในปัญหาคลาสสิกของการสื่อสารในที่ทำงาน คือ พูดเยอะ แต่คนจับประเด็นไม่ได้
ยิ่งพูดวน พูดแต่น้ำ หรือเล่าแบบไม่มีโครงสร้าง ยิ่งทำให้คนฟังหลุดโฟกัส จนยากที่จะคล้อยตาม
เพราะการสื่อสารที่ดี ไม่ใช่แค่พูดให้ครบ แต่ต้องเล่าให้คนฟังเห็นภาพ และเชื่อในสิ่งที่เราต้องการสื่อ

โพสต์นี้ MindDoJo จะพาไปรู้จักเทคนิคปั้นเทพแห่งการเล่าที่จะช่วยเรียบเรียงการสื่อสารให้เป็นลำดับ
จากการพาคนฟังเห็นบริบท เห็นปัญหา จนไปถึงคำตอบที่เสนอ ด้วยขั้นตอน 4 ป. ต่อไปนี้
1️⃣ ปูเรื่อง (Situation)
ขั้นแรก เริ่มจากเล่าสถานการณ์หรือบริบทก่อน เพื่อให้คนฟังเห็นภาพเดียวกันว่าเรากำลังพูดถึงเรื่องอะไร
🗣️ ตัวอย่าง: ตอนนี้ทีมของเราใช้แชตและไฟล์แยกกันหลายที่ในการอัปเดตงาน

2️⃣ ปักปัญหา (Complication)
ชี้ให้ชัดว่าตอนนี้มีปัญหา จุดติด หรือความท้าทายอะไรที่ทำให้เรื่องนี้สำคัญ
🗣️ ตัวอย่าง: ผลคือข้อมูลกระจาย งานบางชิ้นตกหล่น และคนในทีมต้องเสียเวลาถามซ้ำว่าใครทำถึงไหนแล้ว

3️⃣ เปิดคำถาม (Question)
พาคนฟังไปสู่คำถามหลักที่ต้องการคำตอบ เช่น แล้วเราควรทำอย่างไรต่อ อะไรคือทางออกที่เหมาะที่สุด
🗣️ ตัวอย่าง: แล้วเราจะทำอย่างไรให้ทุกคนเห็นสถานะงานเดียวกัน และตามงานกันได้ง่ายขึ้น

4️⃣ ปลดล็อก (Answer)
พาคนฟังไปสู่คำถามหลักที่ต้องการคำตอบ เช่น แล้วเราควรทำอย่างไรต่อ อะไรคือทางออกที่เหมาะที่สุด
🗣️ ตัวอย่าง: เราควรใช้ระบบติดตามงานกลางอย่างบอร์ดงานออนไลน์ เพื่อให้ทุกคนเห็นงานที่ต้องทำในที่เดียวกัน จะได้ตามงานกันง่ายขึ้นนะ

เห็นภาพเลยใช่ไหม แบบนี้คนฟังจะค่อย ๆ เข้าใจเป็นลำดับว่า สถานการณ์ตอนนี้คืออะไร ปัญหาจริงอยู่ตรงไหน คำถามที่ต้องตอบคืออะไร และข้อเสนอของเราจะแก้ปัญหาได้อย่างไร เมื่อคนฟังเห็นภาพ ก็มีโอกาสจะคล้อยตามเราได้ง่ายขึ้น ใครติดปัญหานี้อยู่ ครั้งหน้าอย่าลืมท่อง 4 ป. ให้ขึ้นใจ แล้วนำไปใช้กันด้วยนะ

ปรึกษาเพื่อออกแบบหลักสูตร
โทร: 089-447-9878 , 02-316-1227
Line: https://lin.ee/sTNN4WM
Website: https://www.minddojo.co.th

#พัฒนาทักษะ #อบรมทักษะ

27/03/2026

รู้จัก Kolb’s Experiential Learning Cycle 4 ขั้นตอนเปลี่ยนงานที่ทำทุกวันให้เป็นบทเรียนล้ำค่า

หลายคนมักคิดว่า ‘การเรียนรู้’ ในองค์กรต้องเกิดขึ้นในห้องอบรม
แต่ลืมมองไปว่างานที่เราทำในแต่ละวัน คือแหล่งเรียนรู้ที่ใกล้ตัวที่สุด
ทริกอยู่ที่ว่า แค่เราหยิบประสบการณ์เหล่านั้นมาทบทวน ถอดบทเรียน และทดลองใช้ใหม่
งานเดิม ๆ ก็สามารถกลายเป็นบทเรียนล้ำค่าที่ช่วยให้เราเก่งขึ้นได้ทุกวัน

หนึ่งในแนวคิดที่จะช่วยเรื่องนี้ได้ คือ Kolb’s Experiential Learning Cycle
หรือวงจรการเรียนรู้จากประสบการณ์ ที่ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน จำง่าย ดังตัวอย่างต่อไปนี้
1️⃣ ทำจริง (Concrete Experience)
เริ่มจากการลงมือทำงานจริง เจอสถานการณ์จริง และรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
เพราะการเรียนรู้ที่ดีที่สุดได้จากการลงมือทำ
👉 สถานการณ์: HR คนหนึ่งสัมภาษณ์ผู้สมัครงาน ระหว่างสัมภาษณ์พบว่า ผู้สมัครส่วนใหญ่ตอบไม่ตรงกับสิ่งที่ทีมต้องการ ทำให้ไม่สามารถประเมินศักยภาพผู้สมัครได้

2️⃣ ทบทวน (Reflective Observation)
หลังจากลงมือทำแล้ว ขั้นต่อมาคือการย้อนกลับมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
อะไรที่ทำได้ดี อะไรที่ติดขัด และอะไรที่ควรสังเกตเพิ่มเติม
👉 สถานการณ์: หลังสัมภาษณ์เสร็จ HR ลองย้อนคิดว่า ระหว่างสัมภาษณ์ ตนเองอธิบายชัดเจนหรือไม่ และย้อนคิดว่าคำถามแบบไหนช่วยให้เห็นศักยภาพผู้สมัครได้ชัด

3️⃣ ถอดบทเรียน (Abstract Conceptualization)
เมื่อทบทวนแล้ว ขั้นต่อไปคือการสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ออกมาให้ชัด
เพื่อเปลี่ยนจาก ‘ประสบการณ์ที่เกิดขึ้น’ ให้กลายเป็น ‘บทเรียนที่ใช้ได้จริง’
👉 สถานการณ์: เมื่อทบทวน HR อาจพบว่า คำถามเชิงประสบการณ์จริง ช่วยให้เห็นวิธีคิดของผู้สมัครดีกว่าคำถามทั่วไป และถ้ากำหนดเกณฑ์ประเมินให้ชัดก่อนสัมภาษณ์ จะช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นขึ้น

4️⃣ ทดลองใช้ (Active Experimentation)
ขั้นตอนสุดท้ายคือ การนำบทเรียนที่ได้ไปลองใช้ในการทำงานครั้งถัดไป เพื่อดูว่าวิธีใหม่ช่วยให้งานดีขึ้นหรือไม่
👉 สถานการณ์: ในการสัมภาษณ์ครั้งถัดไป HR จึงลองปรับวิธีทำงาน คือ เปลี่ยนคำถามให้เน้นพฤติกรรมและสถานการณ์จริงมากขึ้น และทำ checklist คุณสมบัติที่ต้องประเมินก่อนเริ่มสัมภาษณ์

จากตัวอย่าง จะเห็นชัดเลยว่า งานประจำวันของ HR ไม่ใช่แค่สัมภาษณ์ให้เสร็จไป
แต่กลายเป็นการเรียนรู้ได้เช่นกัน เมื่อได้ ทำจริง ทบทวน ถอดบทเรียน ทดลองใช้ อย่างต่อเนื่อง
งานเดิมที่ทำซ้ำทุกวัน ก็จะค่อย ๆ พัฒนาเป็นวิธีทำงานที่ดีขึ้น และช่วยให้ทั้งทีมและองค์กรเติบโตไปพร้อมกันในที่สุด

ปรึกษาเพื่อออกแบบหลักสูตร
โทร: 089-447-9878 , 02-316-1227
Line: https://lin.ee/sTNN4WM
Website: https://www.minddojo.co.th

#พัฒนาทักษะ #อบรมทักษะ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


17/160 Windmill Park, Moo 14, Bangna-trad Road, Bangpleeyai
Bangkok
10540