11/05/2026
เกิดขึ้นจริง❗️ตลอดระยะเวลา 3 ปีกว่า
ผลตอบแทนเฉลี่ย 8% / เดือน
อาจดูเหมือนไม่หวือหวาในระยะสั้น
แต่เมื่อปล่อยให้พลังของ “ดอกเบี้ยทบต้น”
ทำงานต่อเนื่องมากพอ
ผลลัพธ์จึงสามารถสร้างความมั่งคั่งได้
ตัวอย่าง เช่น
ถ้าเริ่มต้นด้วยเงิน 100,000 บาท
และสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย
ประมาณ 8% ต่อเดือนแบบทบต้น
ผ่านไป 1 ปี เงินคุณ จะเติบโตเป็น 251,817 บาท
ผ่านไป 2 ปี เงินคุณ จะเติบโตเป็น 634,118 บาท
ผ่านไป 3 ปี เงินคุณ จะเติบโตเป็น 1,596,817 บาท
ผ่านไป 4 ปี เงินคุณ จะเติบโตเป็น 4,021,057 บาท
ผ่านไป 5 ปี เงินคุณ จะเติบโตเป็น 10,125,706 บาท
นี่คือเหตุผลว่าทำไม
“ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ”
จึงทรงพลังกว่าการพยายามทำกำไรแรง ๆ ในระยะสั้น
ผมเริ่มพัฒนา Cyborg ตั้งแต่ปี 2018
คนไทยคนแรกที่คิดค้น Cyborg
ลงนิตยสาร Game Changer ปี 2019
https://issuu.com/paulgc/docs/gc_march_issue_final/15
เริ่มเก็บสถิติการเทรดต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2023–2026
จากสถิติย้อนหลัง ระบบมีผลตอบแทนรายเดือนเฉลี่ย
ประมาณ 8–9% ต่อเดือน
โดยออกแบบมาเพื่อเน้นการสร้างผลตอบแทนระยะยาว
มีระบบบริหาร Lot
มีระบบควบคุมความเสี่ยง
และเน้นให้พอร์ตสามารถเดินต่อได้อย่างยั่งยืน
Cyborg เหมาะกับคนที่ต้องการ
มีระบบเทรดอัตโนมัติช่วยทำงานแทน
ไม่ต้องนั่งเฝ้ากราฟทั้งวัน
ต้องการสร้างผลตอบแทนแบบเป็นระบบ
ต้องการใช้ Cyborg ที่มีสถิติย้อนหลังหลายปี
มองการเทรดเป็นเครื่องมือสร้างกระแสเงินสดระยะยาว
สร้าง Passive Income อย่างยั่งยืนและปลอดภัย
สิ่งสำคัญไม่ใช่การทำกำไรแรงที่สุดในเดือนเดียว
แต่คือการมีระบบที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ต่อเนื่อง
และอยู่กับตลาดได้ในระยะยาว
Cyborg ตัวนี้ ผมกำหนดราคาขายเอาไว้ที่ 1,000,000 บาท
แต่ผมไม่ได้ต้องการจะขาย จึงตั้งราคาเอาไว้สูง
โดยปกติ ในช่วงที่ผมยังสอนอยู่
ผมใช้ Model ของการเช่า (สมัครต่อลิงค์แนะนำ)
จ่ายค่าเช่าครั้งเดียว สามารถใช้ได้ตลอดชีพ
ค่าเช่า Gold Package ปกติอยู่ที่ 75,000 บาท
ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องเรียนก็สามารถทำกำไรได้
ท่านที่สนใจ สามารถทักมาหาผม
เพื่อขอใช้ Cyborg ตัวทดลองได้ Free❗️
ทักมาหาผมที่ Line
https://lin.ee/ApnQ2l6
จากนั้น พิมพ์ 📲CBF
02/03/2026
ทำไมผมถึงเลิกสอน
ฟางเส้นสุดท้ายนั้น คือ อะไร ?
จริงๆผมเข้าเข้าสู่วงการเทรด
ก็มาเริ่มต้นอยู่ในสถาบันการสอน
ตั้งปี 2011 เลย (เรื่องมันยาวครับ)
จุดเริ่มต้นที่ผมอยากจะเล่าคือ ในช่วงหนึ่งที่
ผมออกมาทำสถาบันคนเดียวนั้น
ผมก็ยังไม่ได้มีความคิดจะแบ่งปันหมด 100%
จุดเปลี่ยน หลายๆคนอาจจะทราบหรืออาจจะไม่
หลายๆคนอาจจะเคยได้ฟังคลิปที่ผมลงไว้
มันเริ่มต้นจาก การป่วยหนักที่สุดในชีวิตผม
(ผมขอไม่ลงรายละเอียดครับ)
ถ้าอยากฟัง ลองหาฟังใน Tiktok ผมได้ครับ
จุดนั้น จึงเปลี่ยนความคิดของผม
หลังจากนั้น ผมจึงบอกตัวเองว่า
ตายไป ก็เอาไปไม่ได้ เสียดายประสบการณ์
ลองสอนแบบหมดเปลือก รู้อะไร ก็บอกให้หมด
ปรากฏว่า ในความรู้สึกของผม
มันเป็นสิ่งที่ดีมากๆครับ
แล้วผมก็ทำแบบนั้นอย่างเต็มที่ 100%
ตลอดเวลา 2 ปีครึ่ง
ผมมั่นใจว่า บางครั้ง ผมจริงจัง เต็ม 100%
มากกว่าคนที่มาเรียนเสียอีก ตั้งใจ ทุ่มเท
ผมให้แบบหมดที่ผมรู้ เติบโต และพัฒนาไปด้วยกัน
ผมเคยประกาศไว้ว่าจะรับ 300 คน
แต่สุดท้าย ผมก็ยังไปไม่ถึง 300 คน ครับ
จุดอิ่มตัว มันเริ่มจาก
1. มีคนที่ได้ผลลัพธ์ ในจำนวนหนึ่ง ไปต่อยอดได้
2. Mindset ผมเริ่มโตขึ้น เราเริ่มเข้าใจ
Focus ไปที่การบริหารความเสี่ยง Risk Management
การมองไปที่อนาคต Focus การเติบโตพอร์ทขนาดใหญ่
เน้นที่การบริหารอารมณ์ จิตใจ ความมีวินัย ความอดทน
ทำให้ผมรู้สึกว่า ตัวเราเอง เริ่มไม่น่าสนใจซะแล้ว
เพราะคนส่วนใหญ่ เขาไม่ชอบเรียนหรือฟังอะไรแบบนี้
คนส่วนใหญ่ เขาสนใจวิธีเทรด ความรวดเร็ว รวย สั้น
3. ผมเริ่มเบื่อที่ต้องพูดเรื่องเดิมๆ ตลอด 2 ปี ซ้ำๆ วนๆ
ผมเป็นคนชอบคิด ชอบทำอะไรใหม่ๆ ไม่ชอบทำ Routine
แต่ในการสอนก็มีสิ่งที่ผมชอบมาก
คือ ผมได้รู้จักคนใหม่ๆ สอนเสร็จกHได้ไปสังสรรค์กัน
ฟางเส้นสุดท้าย คือ
แม้เราจะสอนเต็มที่แค่ไหน ให้เต็มที่มากแค่ไหน
ก็ไม่ใข่ทุกคนที่จะรักเรา แต่ผมก็สัมผัสได้นะครับ
ว่ามีคนที่เขารักผม ไม่มาก ก็น้อย ที่เขาสัมผัสได้
ถึงการที่ผมแบ่งปันแบบ 100%
แต่ สุดท้าย เราก็ยังมีคนไม่ชอบอยุ่ดี
(ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ)
การที่เราสอน มันเป็นเรื่องยากจริงๆครับ
ที่จะทำให้คนได้ผลลัพธ์ที่เท่ากัน เข้าใจเท่ากัน
พัฒนาได้เท่ากัน ทางด้าน Mindest
แต่เรื่องเหล่านี้ ไม่ได้ทำให้ผมหมดกำลังใจหรอก
สิ่งที่เริ่มปั่นทอนผม ก็คือ
การเปรียบเทียบ การ Lookdown ในสิ่งที่เราสอน
กลยุทธ์เทรดของผม ในช่วงหลังๆ
ผมไม่ได้เน้นกำไรหวือหวา ผมเน้นที่ความปลอดภัย
การเติบโตระยะยาว การบริหารจิตใจ และอารมณ์ วินัย
ความอดทน มันเป็นสิ่งที่เราอยากให้คนเห็นความสำคัญ
ผมมักจะบอกเสมอว่า กลยุทธ์ใช้ความรู้เยอะ
แต่มันมีผลต่อความสำเร็จแค่ 15% เท่านั้นเอง
เอาล่ะ ผมไม่เคยบอกว่า
ผมเทรดเก่งที่สุด ทำกำไรได้ดีที่สุด
แต่ผมแบ่งปันแบบ 100% แน่นอน
ในประสบการณ์และความผิดพลาด
ทั้งหมดที่ผมมี รวมถึงวิธีการทำกำไร
ฟาง เส้นสุดท้ายจริงๆ
มันเกิดจากปัญหาเรื่องของคน
ปัญหาของผม ก็คือ
ห่วงคนอื่น และใส่ใจ และแคร์คนอื่นมากไป
บางคนมาสมัครเรียน ก็เล่าเรื่องราวชีวิตให้ผมฟัง
มาเรียนด้วยเงินก้อนสุดท้ายของชีวิต
พลาดไม่ได้ล้มไม่ได้ ออกจากงานมาแล้ว
แต่ผมเริ่มเทรด พอเจอการขาดทุน ก็เลิกเลย
ไม่มาเรียนต่อ ผมก็ยังดันโทรไปชวนกลับมาเรียน
แต่มันก็มีปัญหางี่เง่าอื่นๆด้วย (งี่เง่าในมุมของผม)
อาจจะใหญ่สำหรับคนอื่นก็ได้ แต่ส่วนใหญ่ก็จาก
การตีความ การเข้าใจผิดของคน การคิดไปเอง
จุดนี้แหละ มันทำให้ผมเริ่มที่จะเบื่อคน
การปรารถนาดีมากกว่าตัวของคนๆนั้นเอง
มันก็เหมือนคุณค่าของตัวเราก็ลดลง
ห่วงคนอื่น ช่วยคนอื่น เสนอความช่วยเหลือ
แต่เขาไม่สนใจ ไม่เห็นคุณค่า
ผมเองก็ยิ่งรู้สึกเหนื่อย และไม่อยากให้แล้ว
ในช่วงเวลานี้ ทำให้ผมเริ่มกลับมาคิดว่า
เราให้เต็ม 100% แต่ไม่ถูกใจ ไม่ตอบโจทย์
มันไม่ได้ช่วยให้คนบางคนเขามองเห็นคุณค่า
ทางกลับกัน กลับละเลย และดูเป็นสิ่งไม่สำคัญ
และพูดง่ายๆ คือ เหมือนผมต้องเป็นฝ่ายตามง้อ
ที่จะช่วยเหลือ และจะให้กับคนอื่น ให้เขาได้
ในวันนี้ ผมกำลังสนุก กับการพัฒนา Robot Trade
และผมได้ค้นพบวิธีการใหม่ๆ
ซึ่งจริงๆ แล้วผมก็ค้นพบตลอดเวลา
เพราะผมพัฒนาตนเองตลอดเวลา
และผมก็อัพเดทและแบ่งปันกันคนวงใน
ที่มาเรียนกับผม ตลอดเวลา...
แต่ด้วยฟางเส้นสุดท้าย ทางความรู้สึก
มันทำให้ผมอิ่มตัวมากๆ กับการสอน
ผมเคยเต็มที่แล้ว ผมไม่เคยเสียดาย
ช่วงเวลาที่ผมได้แบ่งปัน ได้สอน
เพราะผมก็มั่นใจว่าผมให้สุดๆแล้วจริงๆ
วันนี้ วิธีการต่างๆในการเทรด
ผมยังเป็นเพียงคนเดียวที่รู้
แล้วผมกำลังเอามันลงระบบเป็น Robot
แล้วผมก็แบ่งปันกับผู้คนแบบ Win-Win
แต่ ณ วันนี้ ผมยังไม่คิดที่จะแชร์วิธีการ
หรือความรู้กับใครครับ ผมยังอยากเก็บไว้คนเดียว
เพราะอะไร
1. ผมต้องการรอให้ผมไปถึงเป้าหมายใหญ่ของผมก่อน
2. ระหว่างนี้ ผมให้ด้วยหลัก Win-Win ไปพร้อมกันก่อน
รอจนถึงเวลาที่เหมาะสม
ผมอยากกลับมาเริ่มการแบ่งปันอีกครั้งเมื่อไร
ผมก็จะกลับมาสอนอีกครั้ง
ผมไม่สามารถทำมันแบบ 50/50 ได้
ผมไม่เคยลงมือทำอะไรแบบ 50/50 เลย
ผมมีแค่ 2 อย่าง ทำ 100 กับ ไม่ทำ
ผมเขียนแบบไมไ่ด้แต่งอะไร
อ่านแล้วมันอาจจะไม่สวย ไม่หล่อ ไม่ดูดี
แต่ผมแค่อยากบอกสถานะให้ทุกคนรับรู้ไว้ครับ
24/02/2026
หลายคนอาจจะคิดว่า
คนที่น่าติดตาม
คือ คนที่ไม่เคยแพ้หรือล้ม
แต่แท้จริงแล้ว
คนที่น่าติดตาม
คือ คนที่เคยล้มหรือแพ้
แต่ยังคงเดินหน้าอยู่
เพราะคนที่เคยแพ้
แต่ยังคงเดินหน้าอยู่
ถ้าเราติดตามเขา
เขาจะเก่งขึ้นเรื่อยๆ
ผิดพลาดน้อยลงเรื่อยๆ
และเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด
DNA Trader
เทรดเดอร์ตัวจริง !
12/02/2026
ข้อคิดจากต้นไม้
ผมเก็บใบไม้ที่บ้านทุกวัน
ช่วงก่อนนี้ใบไม้ร่วงเยอะ
ผมเลยหาข้อมูล จึงรู้ว่า
ช่วงอากาศเย็น แสงแดดน้อย
ต้นไม้ต้องผลัดใบ
เพื่อรักษาต้นและกิ่งไว้
ช่วงนี้ต้นไม้เริ่มออกใบใหม่
เพราะใกล้หน้าร้อนแล้ว
ผมจึงคิดต่อว่า
ต้นไม้ รู้อนาคตเหรอ ?
รู้เวลา ฤดูกาล ล่วงหน้า ?
คำตอบ คือ ไม่รู้ครับ
ต้นไม้แค่ปรับตัวไปตาม
สภาพแวดล้อมครับ
มันมีระบบของมัน
ทำหน้าที่ตามระบบ
ไม่ได้คาดการณ์อนาคต
เมื่อใดสภาพแวดล้อม
ตรงตามระบบของมัน
มันก็จะทำงานได้ดี
อยู่รอดและเติบโตได้
การเทรดก็เช่นกันครัย
25/11/2025
วัฐจักรของพวกชอบโชว์
ว่าตัวเองรวย พอร์ทใหญ่
ทุกคนเชื่อมั้ยครับ
ตลอดระยะเวลา 15 ปี
ที่ผมอยู่ในตลาดมา
ผมเจอคนที่ Over Claim
โชว์ว่าตนเองมีพอร์ทใหญ่
ตั้งแต่หลักร้อยล้าน พันล้าน
มากที่สุด คือ ล้านล้านบาท❗
ทุกคนจะไม่ได้เทรดหุ้นไทย
เพราะถ้าเทรดหุ้นไทย
มันจะโม้เรื่องพอร์ทไม่ได้
เพราะเราสามารถตรวจสอบได้
พวกที่โม้ว่าตัวเองพอร์ทใหญ่
ที่ผมเคยเจอมาทั้งหมด
ท้ายสุด เป็นของปลอม 100%
เพราะอะไร❓
เพราะ 15 ปี ที่ผมอยู่ในตลาด
คนที่สำเร็จจริง เขาไม่จำเป็น
ต้องอวดอ้างว่าพอร์ทใหญ่
สิ่งที่มันน่าสังเกตุ คือ
อยู่ดีๆ จะมาโชว์ทำไมว่า
พอร์ทของตัวเองใหญ่ รวย
ยิ่งการเทรดในสินค้า
ที่ไม่ได้อยู่ในระบบด้วย
ถ้าสรรพากรตรวจสอบ
มีสิทธิ์หนาวแน่นอน
ถ้าใครอยากเช็คง่ายๆ
พวกที่ชอบอวดอ้าง
ว่าตนเองมีพอร์ทใหญ่ รวย
ลองถามพวกเขาว่า
ปีที่แล้วเสียภาษีเท่าไร❓
โชว์เอกสารการเสียภาษีหน่อย
ถ้าตอบว่า ไม่ได้เสียภาษี
ก็ช่วยสงเคราะห์เขาหน่อย
ด้วยการแคปภาพที่อวดอ้าง
ส่งไปให้สรรพกรตรวจหน่อย
เพื่อเป็นประโยชน์แก่บ้านเมือง
ถ้าไม่ได้มีพอร์ทใหญ่จริง
คนพวกนี้จะได้เข็ดหลาบ
เลิกอวดอ้าง เพื่อหลอกคน
สร้างภาพเพื่อให้ดูน่าสนใจ
ดูว่าตนเองเก่ง มีความสามารถ
คนไทย โดนหลอกกี่ครั้งๆ
ก็มาจากภาพลวงตาทั้งนั้น
เทรดเดอร์หน้าใหม่ๆ
มักจะหลงเชื่อง่าย ตื่นเต้น
กับภาพลวงตาที่สร้างขึ้น
โชว์รถหรูๆ บ้านสวยๆ หน่อย
ก็ถึงกับหวั่นไหวกันแล้ว
ทั้งๆที่ไม่รู้ว่า เช่าหรือซื้อ
หรืออาจได้มาจากอย่างอื่น
ไม่ได้มาจากการเทรดจริงๆ
อย่าว่าแต่เทรดเดอร์ใหม่เลย
คนเก่าๆ อยู่มานาน แต่ไม่สำเร็จ
เห็นมากๆ ก็ลังเล และหวั่นไหว
ตกลงแล้วมันจริงเปล่าวะ
สิ่งที่ผมห่วงคนไทย คือ
คนพวกนี้ ที่ชอบอวดอ้าง
โม้ว่ารวยหรือพอร์ทใหญ่
มักจะขายสิ่งหนึ่งเหมือนกัน
คือ ขายความ ง่าย สบาย รวย
รวยแบบรวดเร็ว ในเวลาอันสั้น
ก็ถ้าไม่ขายแบบนี้
ใครเล่าจะสนใจ❗
วงการนี้ ขายความโลภ
มันง่ายจะตายครับ😜💲
สิ่งที่ผมอยากบอกคนไทย
คือ สิ่งที่สำคัญที่สุด
ถ้าอยากสำเร็จในการเทรด
จะเชื่อผมหรือไม่ก็ตาม
จากประสบการณ์ 15 ปี
สิ่งสำคัญที่สุด คือ
วินัย และความอดทนครับ
อย่าไปลุ่มหลง ตื่นเต้น
กับกลุ่มคนพวกนั้นเลย
สำหรับคนใหม่ๆไม่แปลก
ที่จะตื่นเต้น และลุ่มหลง
แต่คนที่อยู่มานานๆแล้ว
ผมอยากชวนคิดครับ❓
เมื่อไรเราจะยอมรับ
ข้อเท็จจริงของความสำเร็จ
เลิกหาทางลัด ทางที่ไม่ต้อง
ทุ่มเท อดทน มีวินัย ต่อเนื่อง
เราเสียเวลามากี่ปีแล้วครับ
ถ้าเราเอาเวลาที่เสียไป
ที่มัวแต่ค้นหา ทางลัด
วิธีลัด รวยเร็ว ง่าย สบาย
ตั้งใจเทรด มีวินัย อดทน
ป่านนี้เราไปไกลแล้วครับ
สำหรับเทรดเดอร์หน้าใหม่
ผมอยากให้ลองคิดถึง
โลกแห่งความเป็นจริง
กฏของความสำเร็จ
มันมีความเหมาะสมอยู่
คนที่โชว์รวย พอร์ทใหญ่
เราต้องตั้งคำถามว่า
ทำไมพวกเขาต้องโชว์❓
ไม่ใช่เหตุผลที่เขาบอกนะ
เราต้องคิดเองครับ
เราลองไปฟังคนสำเร็จ
จริงๆ ที่เรารูัจักจริงๆ
แล้วลองฟังคำพูดเขาดูครับ
นั่นแหละครับ คือ ของจริง❗
ด้วยความปรารถนาดีครับ
แยม / DNA Trader
เทรดเดอร์ตัวจริง ❗
22/11/2025
ผมได้คำตอบกับชีวิตผม
ในปี 2026 แล้วครับ !!
ทำไม? ผมอยากสอน
และอยากจะหยุดสอน
บทสรุป อะไรมี และไม่มี
ในปี 2026 บ้าง ?
ผมเริ่มต้นคอร์สเรียนชนะตลาด Forex
กลยุทธ์เทรดเลี้ยงชีพรุ่น 1
ประมาณเดือนเมษายน ปี 2566
มาจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลาประมาณ 2 ปี ครึ่ง
ผมสอนด้วยการแบ่งปันแบบ 100% ไม่มีกั๊ก
พัฒนากลยุทธ์ระหว่างการสอนต่อเนื่อง
จนถึงปัจจุบัน คือ เทรดเลี้ยงชีพให้รวย
ผมพอใจกับกลยุทธ์นี้ในปัจจุบันมาก
ตอนเริ่มต้น ผมตั้งเป้าหมายไว้ว่า
ผมจะสอนให้ครบ 300 คน
เพื่อเป็นหลักสถิติ ค่าเฉลี่ย 10%
ถ้ามาเรียน 300 คน มีคนเข้าใจ 30 คน
คาดหวังจะมีคนเก่งๆ 3 คน (เพชรเม็ดงาม)
แต่ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจมาก เกินคาด !!
ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ของคอร์สดีมาก
สาเหตุ เกิดจาก 2 เหตุผล
1. ผมตัดสินใจ สอนแบบไม่กั๊ก
บอกหมด 100%
จากสาเหตุของการป่วยหนัก
ของผมในอดีต
https://vt.tiktok.com/ZSfhS4g4j/
2. เมื่อสอนแบบไม่กั๊ก ปล่อยหมด 100%
มันจึงเกิดพื้นที่ให้กับการพัฒนากลยุทธ์
แต่สุดท้าย... ผมก็สอนไม่ถึง 300 คน
ผมเกิดความรู้สึกอยากจะหยุดสอน
ช่วงประมาณเดือนกันยายน 2568
========================
สาเหตุที่ ผมรู้สึกอยากจะหยุดสอน
========================
1. ผมพูดเรื่องเดิมๆ มาตลอด 2 ปี ครึ่ง
สิ่งที่ผมสอนในคอร์สเรียนสด
80% เหมือนกับ VDO
ที่ผมสอนใน Facebook
แตกต่างเพียงการทำ Workshop
การ Coach การตรวจการบ้าน
และการตอบคำถามต่างๆ
รวมถึงการให้ Mindset จากการเทรดจริง
สิ่งที่ทำให้ผมเบื่อ ก็คือ
ส่วนที่ผมต้องพูดซ้ำๆ
เหมือนกับที่ผมพูด VDO
ในกลุ่ม Facebook
ผมสอนถี่ติดกันเกินไป จึงเบื่อ
อาหารอร่อยแค่ไหน แพงแค่ไหน
เมื่ออิ่มแล้ว มันก็ไม่อยากกิน
ข้อเสียของผม คือ
ผมเป็นคนชอบคิดและพัฒนา
ทำให้ผมมีสิ่งใหม่ๆที่จะต้องพัฒนา
และทำเยอะ เช่น
การพัฒนากลยุทธ์ พัฒนา Cyborg (EA)
ผมเป็นมนุษย์ Introvert
ที่มีพลังงานร่างกายน้อย
เมื่อใช้พลังไปกับการสอน
ผมก็หมดแรงแล้ว
2. กลยุทธ์ของผมปัจจุบันนี้
ดีมาก ผมพอใจมาก
รุ่นหลังๆ ผมไปค้นพบวิธีการ
เทรดเลี้ยงชีพให้รวย
ซึ่งการเทรดให้รวย
เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการเทรด
การจะเทรดให้รวยได้นั้น
สิ่งสำคัญ คือ พอร์ทของเรา
จะต้องสามารถทบต้นได้
การจะทบต้นพอร์ทได้
พอร์ทของเราจะต้องไม่แตก
หากท่านใดไม่เข้าใจรือรู้จัก
พลังของดอกเบี้ยทบต้น
สามารถลองคำนวณจากเว็บนี้ได้ครับ
https://www.thecalculatorsite.com/finance/calculators/compoundinterestcalculator.php
กลยุทธ์ปัจจุบันของผม ลงตัวมาก
แทบไม่ต้องพัฒนา
พอร์ทถูกคนจะไม่มีวันแตก
แล้วทุกคนจะสำเร็จ
แต่ผมก็จะยังพัฒนาต่อไป
3. มีผู้ที่เข้ามาเรียน
แล้วประสบความสำเร็จเกินคาด
เหตุผลข้อ 2 กับ ข้อ 3 นี่แหละครับ
ทำให้ผมรู้สึกอิ่มตัว หมดความท้าทาย
เหมือนคนได้แชมป์มาบ่อยๆ
ก็เริ่มจะหมดไฟ
4. ผมรู้สึกว่าเมื่อ Mindset
ของผมเติบโตขึ้น
ผมเริ่มเข้าใจว่าการเทรดเลี้ยงชีพให้รวย
ทบต้นได้ มันดีกว่า การเทรดเลี้ยงชีพ
แบบทำกำไรมาก เสี่ยงสูง พอร์ทแตก
ตัวผมเองจะเริ่มไม่เป็นที่่น่าสนใจ
สำหรับคนทั่วไปอีกแล้ว
เพราะถ้าวันนี้คนถามผมว่า
อะไร คือ ปัจจัยที่สำคัญ
ผมก็จะบอกว่า วินัย
และความอดทน สำคัญที่สุด
ขณะที่คนส่วนใหญ่ใน Tiktok นั้น
ยังสนใจเพียงแค่ การทำกำไรเยอะๆ
อยากรวยเร็ว อยากรวยไว
อยากรู้แต่เรื่องของกลยุทธ์
จุดเข้าเทรดแม่นๆ
อยากได้จอกศักดิ์สิทธิ์
วิธีการเทรดท่ามหัศจรรย์
ถ้าให้ผมพูดถึงปัจจัยความสำเร็จ
คนส่วนใหญ่ ก็ไม่อยากจะฟังผมแล้ว
คนส่วนใหญ่นั้น ติดกับดักทางความคิด
และยังก้าวออกมาไม่ได้
ผมจึงค้นพบและเข้าใจ สาเหตุว่าทำไม
ความสำเร็จ มันจึงยากมาก
สำหรับคนทั่วไป เพราะคนส่วนใหญ่
ติดกับดักทางความคิด
เงินทุนน้อย อยากรวยเร็ว อยากรวยไว
คนส่วนใหญ่จะเลือกฟังในสิ่งที่อยากฟัง
ไม่ใช่เลือกจะฟังในสิ่งที่
ต้องเปลี่ยนความคิด เพื่อความสำเร็จ
ปัญหา คือ สิ่งที่อยากฟังและชอบฟัง
ถ้ามันทำให้พวกเขาสำเร็จ
พวกเขาคงสำเร็จไปนานแล้ว
==================
สาเหตุที่ ผมอยากสอน
==================
1. ผมเป็นคนที่ชอบแบ่งปัน
ชอบช่วยเหลือผู้คน
ผมไม่อยากให้คนที่ตั้งใจ
แลก และอยากสำเร็จจริง
ไม่ต้องเสียเวลาและเจ็บตัว
เหมือนผมในอดีตที่ผ่านมา
2. ผมเป็นคนที่มีทักษะในการถ่ายทอดสูง
ผมรู้สึกเสียดายถ้าผมไม่ได้ใช้ทักษะนี้
ผมได้ทักษะนี้มาจากขายตรงที่ผมเคยทำ
ผมลงทุนลงไปเรียน
คอร์ส Train the Trainer
กับ Blair Singer เพื่อนำ
เทคนิคการสอนมาใช้
บินไปเรียนที่ Malaysia
ลงทุนเกือบ 100,000 บาท
3. ผมชอบที่ได้รู้จักผู้คนใหม่
ได้ Connection ใหม่ๆ
4. ผมชอบมากที่จะได้นั่ง Chill
ได้ดื่มกับผู้เรียน
หลังจากจบการเรียนทุกๆครั้ง
5. ถ้าผมเก็บความรู้ไว้กับผมคนเดียว
หากผมจากโลกนี้ไป กระทันหัน
ผมเสียดายครับ
ความรู้และประสบการณ์ที่อยู่ในหัวผม
มันจะหายไปพร้อมกับผมทันที
ไม่เกิดประโยชน์กับโลกใบนี้
6. ปัจจุบัน มีคนสอนที่มีเจตนาไม่ดี
หลอกลวงผู้คน อยู่จำนวนหนึ่ง
คนเหล่านี้ มักจะเก่งการตลาด
ในการสร้างความตื่นเต้นเสมอ
เพราะเขาใช้เรื่องโกหกและ
Over Claim จึงทำให้คนหลงเชื่อ
ผมจึงจำเป็นต้องมีตัวตนและสอน
อย่างน้อย เพื่อเป็นแสงสว่างเล็กๆ
ถ้าเราเป็นคนดี จำเป็นต้องมีตัวตน
เพื่อให้คนได้เจอเรา แม้จะไม่มาก
========================
บทสรุป อะไรมี และไม่มี ในปี 2026 บ้าง ?
========================
===========
สิ่งที่จะไม่มี
===========
1. กลุ่ม Signal
ลดขั้นตอนในการทำงานของผม
ลง 1 อย่าง เพื่อให้ผมมีเวลา
ในการพัฒนาโปรเจคมากขึ้น
บางครั้งผมลืมแจ้งอัพเดท
ก็อาจจะเกิดผลเสีย
ผมทำกลุ่ม Signal
เพื่อช่วยเหลือคนมาหลายปี
ตอนนี้ผมขอเวลาเพื่อกลับมา
พัฒนาโปรเจคต่างๆครับ
2. คอร์สเรียนแบบดู VDO ด้วยตนเอง
อย่างที่ทุกคนทราบแล้ว
คุณค่าในการสอนของผม
คือ การที่ผมได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ
ได้ Connection ใหม่ๆ
เวลาที่มีคนสมัครเรียนแล้ว
ผมไม่รู้จักเขาเลย ไม่เคยเห็นหน้า
หรือแม้กระทั่ง ไม่เคยได้ยินเสียง
มันไม่เกิดคุณค่าเลย สำหรับผม
.
==========
สิ่งที่จะมี
==========
1. คอร์สเรียนแบบ Private 1:1
คอร์สนี้ คือ
The Best Connection สำหรับผม
2. คอร์สเรียนสดแบบกลุ่ม
ผมแก้ปัญหาความเบื่อโดย ผมจะเข้ามา
พาผู้เรียนทำ Workshop ให้ Mindset
ตอบคำถามต่างๆ
ซึ่งเป็นส่วนที่ผมชอบและสนุก
ผมจะมี VDO ให้ผู้เรียนดูก่อน
ที่จะถึงวันเรียนในแต่ละสัปดาห์
เพื่อเข้ามาร่วมใน
Session ของ Workshop
ผมจะให้ Mindset และตอบคำถามต่างๆ
ผมจะขยายเวลาเรียน
แต่ละรุ่นเป็น 2 เดือน (8 สัปดาห์)
เพื่อให้ผมไม่สอนถี่เกินไป มีช่วงเวลาพัก
ผมก็จะมีเวลาไปพัฒนาโปรเจคต่างๆด้วย
และเพื่อให้ผู้เรียน
มีระยะเวลานานมากขึ้น ที่จะได้อยู่กับผม
ในช่วงของการลงสนามจริง
เพื่อให้ผมได้ติดตาม
และสร้างกำไรจากการเทรด
ให้กับผู้เรียนให้ได้มากที่สุด
ก่อนจะเรียนจบ
ผมจะยังมี Cyborg ให้ใช้ Free
ตั้งแต่สมัครเรียน จนกระทั่ง
ถึงวันเรียนจบ เพื่อให้ผู้สมัครเรียน
ได้ค่าเรียนคืน ก่อนเรียนจบ ได้ง่ายขึ้น !!
ผู้เรียนที่มีเวลาสามารถดู
VDO เนื้อหาทั้งหมด ด้วยตนเองได้
ก่อนที่จะเริ่มต้นเรียนสด เช่นเดิม
*สำคัญที่สุด*
การสอนปีหน้าของผม
ต้องสนุก ได้ท่องเที่ยว
ผมจะเดินทางไป Meeting
ใน 4 จังหวัดหลัก
เชียงใหม่ เขาใหญ่ พัทยา ภูเก็ต
ผู้เรียนที่อยู่ใกล้
อยากจะมา Meeting ที่ใดก็ได้
สามารถมาพบกันได้ตลอดเวลา
งานรวมรุ่นใหญ่ปีละครั้ง
ผมจะจัดที่ กรุงเทพฯ
เป้าหมาย คือ เทรดเลี้ยงชีพให้รวย
ผมพอใจการทำกำไร
เฉลี่ยประมาณ 10% / ด.
เน้นปลอดภัย เสถียร ระยะยาว
พอร์ทไม่แตก ทบต้นพอร์ทได้
ใครสนใจหรือมี Mindset เดียวกัน
ก็มาเรียนกับผมได้ครับ
3. Copy Trade
เมื่อไม่มีกลุ่ม Signal เพื่อช่วยเหลือคน
ผมจึงเปิด Copy Trade ให้กับคนทั่วไป
ซึ่งการ Copy Trade ผมไม่ยุ่งยากอะไร
เหมือนกับการส่ง Signal จึงเป็นข้อดี
แต่ผมมีกติกาสำหรับการ Copy Trade
ท่านที่สนใจสิ่งต่างๆ
ทักมาที่ Line Official
หรือคลิกลิงค์
https://lin.ee/ApnQ2l6
ขอให้สำเร็จในปี 2026 ครับ
18/09/2025
ลำดับขั้นความสำเร็จ
1. ค้นหาความอยากจริงๆ
2. หาวิธีคิด
3. หาวิธีการ
4. ลงมือทำ
5. วินัย อดทน สม่ำเสมอ
ฉลองแชมป์ ความสำเร็จ
17/09/2025
Update ผลการเทรด 2025
พอร์ทที่ไม่มีวันแตก
(ถ้าฟ้าไม่ถล่ม-สงครามโลก)
สามารถทบต้น เทรดให้รวยได้
เทรดให้รวย Mindset
1. ห้ามเสียเงินต้น
2. ปลอดภัย มีการบริหารความเสี่ยง
3. กำไรสมเหตุ สมผล
กฏแท้จริง
เสี่ยงมาก กำไรมาก
เสี่ยงน้อย กำไรน้อย
เสี่ยงเหมาะสม กำไรเหมาะสม
4. สามารถใช้พลังดอกเบี้ยทบต้นได้
5. มองระยะยาว มีวินัย อดทน