R0035 2018 Built Env

R0035 2018 Built Env

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก R0035 2018 Built Env, การศึกษา, Phra Sumen, Bangkok.

Photos from R0035 2018 Built Env's post 19/11/2018

ส่วนที่ 3 การวิเคราะห์และเสนอแนวทางการแก้ไข
แนวทางการแก้ไข






ในปัจจุบันนี้พิพิธบางลำพูยังคงเป็นที่สนใจของประชาชนและชาวต่างชาติ แต่อนาคตข้างหน้าเราก็ไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าพิพิธบางลำพูจะยังคงเป็นที่นิยมเช่นนี้หรือไม่ ผู้จัดทำจึงอยากเสนอให้มีการจัดงานเทศกาลประจำปี เพื่อให้ผู้คนได้หวนระลึกถึงความเป็นมาและเรื่องราวในอดีตของพิพิธบางลำพู โดยอาจมีกิจกรรมให้ชาวบ้านนำภูมิปัญญาในอดีตมาจัดแสดง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเครื่องใช้ หรืออาหารท้องถิ่นที่ยังมีปรากฎมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน เพื่อให้พิพิธบางลำพูยังอยู่ในความทรงจำของคนสืบต่อไป

:)

Photos from R0035 2018 Built Env's post 19/11/2018

ส่วนที่ 3 การวิเคราะห์และเสนอแนวทางแก้ไข
การวิเคราะห์มุมมองของผู้จัดทำ






อาคารของพิพิธบางลำพู มีแนวคิดแบบ Universal design หรือเรียกเป็นไทยว่า อารยสถาปัตถ์ คือ การออกแบบเพื่อคนทุกๆกลุ่ม โดยไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ คนปกติ หรือผู้พิการ ก็สามารถเข้าใช้ได้ เป็นการทำให้ไม่มีอุปสรรคในการใช้งาน คือมีการใช้งานอย่างเท่าเทียมกัน มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน เรียบง่ายและใช้งานได้ มีข้อมูลสารสนเทศสามารถรับรู้ได้ ทนต่อความผิดพลาด และใช้งานได้ด้วยความสามารถทางกายภาพต่ำ ตัวอย่างของ Universal design เช่น ทางลาดขึ้นอาคาร การใช้ที่เปิดประตูแบบคันโยกแทนแบบปิด

ตัวอาคารใช้รูปแบบการสร้างแบบ Bauhaus คือ การออกแบบที่เน้นความเรียบง่าย ตรงไปตรงมา ใช้สีที่เรียบง่ายและเป็นสีพื้นฐานพร้อมกับการใช้รูปทรงเรขาคณิต แนวคิดในการวางผังอาคารคือนำอาคารมาเชื่อมต่อกันทั้งหมดให้สามารถเดินทะลุถึงกันได้ ซึ่งการวางในลักษณะนี้ จะถูกวิเคราะห์จากการขึ้นของดวงอาทิตย์และบริบทจากสภาพแวดล้อมโดยรอบ ซึ่งสถาปัตยกรรมแบบ Bauhaus ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

อาคารที่ใช้ในการสร้างพิพิธบางลำพู เป็นอาคารในสมัยสมเด็จพระจุลจอลเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งในสมัยนั้นประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากแถบตะวันตก จึงส่งผลให้สถาปัตยกรรมของไทยในสมัยนั้นมีรูปแบบการสร้างแบบเช้าตะวันตก พิพิธบางลำพูประกอบไปด้วยอาคารสองหลังเป็นอาคารปูนรูปตัว L เชื่อมติดกันแบบสถาปัตยกรรมของBauhaus และอาคารไม้ซึ่งใช้ในการจัดแสดงนิทรรศการแตกต่างกัน ลักษณะภายนอกของอาคารปูน เป็นรูปทรงเรขาคณิตไม่มีหลังคาและจั่วเหมือนบ้านเรือนของไทยมีการสร้าง แบบตรงไปตรงมา ดูมีความแข็งแรง บ่งบอกถึงการได้รับอิทธิพลของชาติตะวันตกในสมัยนั้น มีการใช้สีที่ไม่ฉูดฉาดเน้นความเรียบง่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์ของไทยในสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้หน้าต่างของพิพิธบางลำพูยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของไทยโดยการสร้างหน้าต่างจากวัสดุที่ทำจากไม้และเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า

ความพิเศษอีกอย่างหนึ่ง คือ ชื่อของ”พิพิธบางลำพู” แทนที่จะใช้ชื่อว่า”พิพิธภัณฑ์บางลำพู” แต่กรมธนารักษ์ได้ตั้งชื่อเป็นพิพิธบางลำพู เนื่องจากคำว่าภัณฑ์แปลว่าสิ่งของเครื่องใช้ แต่ภายในพิพิธบางลำพูนั้นจะเน้นการนำเสนอเรื่องราว ความหลากหลายของชุมชนบางลำพู และวิถีชีวิตมากกว่าเน้นจัดแสดงสิ่งของ จึงใช้ชื่อว่า”พิพิธบางลำพู”

ที่มา
http://www.thaiwebaccessibility.com/articles/universal-design

https://baiplu-httpwwwbloggercom.blogspot.com/2015/08/bauhaus.html

https://www.amazingcouple.net/cr-banglamphu-museum/

19/11/2018

ส่วนที่ 3 การวิเคราะห์และนำเสนอแนวทางแก้ไข



ประวัติความเป็นมาของพิพิธบางลำพู
พิพิธบางลำพู ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 1 ไร่เศษ เดิมเป็นบ้านของพระยานรนารถภักดีศรีรัษฎากร หรือ เอม ณ มหาไชย อธิบดีกรมการคลัง ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมา ในปี พ.ศ. 2467 กระทรวงพาณิชย์ได้ขอใช้เป็นที่เก็บหนังสือ บัญชี สิ่งของของห้างเยอรมันและออสเตรีย จนกระทั่งปี พ.ศ. 2468 กรมตำรา กระทรวงศึกษาธิการ ได้ขอใช้เป็นร้านกลางสำหรับจำหน่ายแบบเรียนจึงมีการรื้อและซ่อมแซมอาคารเดิม โดยปรับปรุง อาคารด้านริมถนนพระสุเมรุ (กำแพงพระนคร) เป็นโรงพิมพ์ชั้นเดียว มีการสั่งซื้อเครื่องพิมพ์จากบริษัท บาโรว บาวน์ จำกัด มาจัดพิมพ์แบบเรียนเลข ภูมิศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ต่อมาในปี พ.ศ. 2471 อาคารชำรุดจึงได้ทำการซ่อมแซมปรับปรุงอีกครั้ง โดยรองอำมาตย์เอกหลวงไมตรีวานิช และได้รับพระบรมราชานุญาตให้รื้อกำแพงพระนครที่ติดโรงพิมพ์ออก รวมทั้งมีการปรับปรุงเรือนไม้ริมคลองทางด้านทิศตะวันออกเพื่อใช้เป็นที่เก็บกระดาษ
ในปี พ.ศ. 2475 กระทรวงศึกษาธิการได้ทำการเปิดโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวช ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนวิชาการพิมพ์แห่งแรกของประเทศไทย โดยเปิดรับนักเรียนที่จบระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรียนตามหลักสูตร 3 ปี ภาคเช้าสอนทฤษฎี ภาคบ่ายฝึกปฏิบัติให้นักเรียนได้พิมพ์งานจริง โดยสร้างอาคารขึ้นบริเวณด้านหน้าที่ติดกับถนนพระสุเมรุเป็นอาคารคอนกรีตรูปตัวแอล (L) แบบเบาเฮ้าส์ (Bauhaus) มีลักษณะเรียบง่าย บันไดภายในและพื้นเป็นไม้ บริเวณเดียวกันนั้นยังมีโรงงานของโรงเรียนซึ่งอยู่ติดกับคลองบางลำพู เป็นอาคารเรือนไม้ 2 ชั้น รูปสี่เหลี่ยมพื้นผ้า กว้าง 7 เมตร ยาว 23 เมตร และมีการสร้างซุ้มประตูคอนกรีตตรงมุมใกล้ปากซอยวัดสังเวชวิศยาราม โดยทั้งหมดเป็นการออกแบบของพระสาโรชรัตนนิมมานก์ และควบคุมการก่อสร้างโดยหลวงวิศาลศิลปกรรม
ต่อมาในปี พ.ศ. 2489 โรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวชต้องหยุดการสอนลงเนื่องจากมีนักเรียนเหลือน้อย และมีภาระการจ้างครู รวมถึงภาระอื่นๆ คณะกรรมการควบคุมและดำเนินการองค์การค้าคุรุสภาจึงมีมติให้เปลี่ยนโรงเรียนและโรงพิมพ์มาเป็นโรงพิมพ์เพียงอย่างเดียว และเปลี่ยนมาใช้ชื่อ "โรงพิมพ์คุรุสภา" ในปี พ.ศ. 2493 โดยรับงานพิมพ์ทั้งจากกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานราชการอื่นๆ ภายหลังได้มีการสร้างโรงพิมพ์แห่งใหม่ขึ้นที่ถนนลาดพร้าว จึงได้ยกเลิกการพิมพ์ที่โรงพิมพ์คุรุสภาและใช้เป็นคลังสินค้าของครุสภา โดยหลังจากหมดสัญญาเช่าแล้วพื้นที่นี้ได้ถูกทิ้งร้าง ต่อมากรมศิลปากรได้ประกาศให้โรงพิมพ์คุรุสภาขึ้นทะเบียนเป็น โบราณสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 และกรมธนารักษ์ได้ปรับปรุงที่ราชพัสดุแห่งนี้ให้เป็น “พิพิธบางลำพู” ศูนย์การเรียนรู้กรมธนารักษ์และห้องสมุดชุมชน ในปี พ.ศ. 2555






ที่มา
https://th.m.wikipedia.org/wiki/พิพิธบางลำพู

[CR] พิพิธบางลำพู : หวนคืนสู่วันวาน กับตำนานต้นลำพูต้นสุดท้าย 19/11/2018

ส่วนที่ 2 ข้อมูลเชิงความคิดเห็นจากสาธารณะ
พิพิธบางลำพู : หวนคืนสู่วันวาน กับตำนานต้นลำพูต้นสุดท้าย








ที่มา

[CR] พิพิธบางลำพู : หวนคืนสู่วันวาน กับตำนานต้นลำพูต้นสุดท้าย “พิพิธบางลำพู” …… ชื่อนี้น่าจะทำให้หลายคนสงสัย อะไรคือพิพิธ?, พิพิธกับพิพิธภัณฑ์ต่างกันอย่างไร? แล้วพิพิธ....

เที่ยวพิพิธบางลำพู ดูอดีตที่ยังหายใจ 19/11/2018

ส่วนที่ 2 ข้อมูลเชิงความคิดเห็นจากสาธารณะ
เที่ยวพิพิธบางลำพู ดูอดีตที่ยังหายใจ







ที่มา

เที่ยวพิพิธบางลำพู ดูอดีตที่ยังหายใจ เที่ยวพิพิธบางลำพู ดูอดีตที่ยังหายใจ รีวิวโดย Piyai&Noolek

Photos from R0035 2018 Built Env's post 19/11/2018

ส่วนที่ 2 ข้อมูลเชิงความคิดเห็นจากสาธารณะ
ความคิดเห็นของคนที่ใช้บริการพิพิธบางลำพู ผ่านทาง facebook ของพิพิธบางลำพู






ที่มา
https://th-th.facebook.com/pipitbanglamphu/

Photos from R0035 2018 Built Env's post 19/11/2018

ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของโครงการ
พิพิธบางลำพู




📌วัตถุประสงค์กการก่อตั้ง : เป็นศูนย์การเรียนรู้เชิงการศึกษาวัฒนธรรมชุมชน เป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ซึ่งประยุกต์การ แสดงวัตถุและการเล่าเรื่องเชิงประวัติศาสตร์เข้ากับการแสดงวิถีชุมชนบางลำพูเดิม
บริเวณชั้น 1: อาคารปูน
เอกบรมองค์ราชินี
จัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคล 82 พรรษา ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ สมเด็จพระราชินีนาถก็เนื่องจากอาคารหลังนี้ก่อสร้างขึ้นในปี 2475 ซึ่งเป็นปีประสูติของพระองค์
ป้อมเขตขัณฑ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ที่ทำให้เห็นความเป็นมาของเมื่อแรกเริ่มสร้างกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี กลางห้องมีแนวกำแพงเก่าที่จำลองขึ้น ทำให้ทราบเรื่องราวของ “กำแพงป้องธานี”เกี่ยวกับการสร้างกำแพงพระนครและเกร็ดความรู้เรื่องการหล่ออิฐด้วยเทคนิคช่างโบราณ มีกำแพงเมืองแล้วก็ต้องมี “คูคลองล่องลำนำ”คูเมืองรอบพระนคร และคลองสำคัญต่างๆ ในกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ทำให้เกิดย่านชุมชนย่านการค้าต่างๆ ขึ้น
ประตูคู่วิถี
บทบาทของประตูเมืองที่มีส่วนสำคัญกับความเป็นอยู่ของผู้คนในอดีต มีทั้งประวัติความเป็นมา ชื่อและตำแหน่งประตูเมืองทั้งประตูวังหน้า และประตูวังหลวง อีกทั้งยังมี “ป้อมปกนครา” ซึ่งเป็นเรื่องของป้อมเก่าแก่ทั้ง 14 ป้อมรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ที่ปัจจุบันเหลือเพียง 2 ป้อม เท่านั้น และหนึ่งในนั้นก็คือ “ป้อมพระสุเมรุ” คู่ย่านบางลำพู

บริเวณชั้น 2: อาคารปูน
เริ่มจากห้องนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับความเป็นมา และบทบาทหน้าที่ของกรมธนารักษ์ที่จะดูแลรักษาทรัพย์สินของแผ่นดินทั้งทรัพย์สินมีค่า ที่สะท้อนวัฒนธรรมและประเพณีของชาติ ที่ดิน หรือเหรียญกษาปณ์ ได้เห็นขั้นตอนกว่าจะมาเป็นเหรียญกษาปณ์ใช้หมุนเวียน ในท้องตลาดได้นั้นต้องผ่านกรรมวิธีอะไรบ้างรวมไปถึงเรื่องราวเกี่ยวกับการจัดสรรดูแลที่ราชพัสดุ

บริเวณชั้น 2 : อาคารไม้
สีสันบางลำพู
กล่าวถึงความเป็นชุมชนหลากเชื้อชาติยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มาขุดคลองรอบกรุง และปักหลักอยู่อาศัยในบริเวณนี้ จนถึงยุคสมัย รัชกาลที่ 5 และเข้าสู่ยุคก่อนจะมาถึงปัจจุบันที่เรียกว่ายุค “พระนครเซ็นเตอร์” โดยบอกเล่าเรื่องบางลำพูที่คนทั่วไปรู้จัก ไม่ว่าจะเป็นแหล่ง ของกินอร่อย สวนสาธารณะของชาวพระนคร รวมไปถึงแหล่งบันเทิงยามค่ำคืน จากนั้นประตูอัตโนมัติจะเปิดออกไปสู่ห้อง “เบาะแสจากริมคลอง”ผ่านภาพยนตร์ที่ฉายลงบนผนังและพื้นผิวน้ำที่ จำลองเป็นคลองบางลำพู ให้เห็นผู้คนหลากเชื้อชาติที่อาศัยร่วมกัน ในย่านบางลำพู ทั้งชาวไทย มอญ ลาว เขมร แขกตานี และจีน ผู้คนหลากเชื้อชาตินี้เองที่จะเป็นผู้บอกเล่าประวัติศาสตร์ ตั้งแต่การขุดคลอง รอบกรุงเพื่อขยายอาณาเขตพระนคร ก่อเกิดชุมชนหลากเชื้อชาติและการคมนาคมริมน้ำ จนกระทั่งเข้าสู่สมัยรัชกาลที่ 5 เมื่ออารยธรรม ตะวันตกเริ่มเข้ามา เกิดการสร้างถนน ผู้คนหันมาใช้การคมนาคมทางบก วิถีชีวิตของคนที่บางลำพูจึงเปลี่ยนไปตามยุคสมัย
พระนครเซ็นเตอร์
ห้องนี้ถือว่าเป็นห้องที่ตื่นตาตื่นใจ และมีมุมให้ถ่ายภาพมากมาย มีรถรางสีเหลืองคันใหญ่จอดรอผู้โดยสาร รวมถึงหุ่นเด็กก้มแอบดูผ่าน รูรั้วสังกะสีเป็นภาพที่น่ารักโดยมีช่องเล็กๆให้เราได้มีส่วนร่วมแอบมองด้วยซึ่งหลังรั้วสังกะสีนี้มีลิเกกำลังแสดงอยู่นี่เอง ซึ่งเป็นการจำลอง สถานการณ์ของเด็กๆ สมัยนั้นไม่มีสตางค์มากพอจะซื้อตั๋วไปดูลิเกข้างใน ขอดูผ่านรูแบบนี้ก็สนุกได้ตามประสาเด็กรวมถึงรถรางและ โรงลิเกล้วนเป็นตัวแทนของย่านบางลำพูในอดีต ซึ่งสมัยก่อนต้องถือว่าย่านนี้เป็นศูนย์รวมความเจริญ ทั้งหลายเนื่องจากจุดตัดรถรางอยู่ ในบริเวณนี้ ทั้งยังเป็นแหล่งรวมมหรสพความบันเทิงที่เฟื่องฟูที่สุดในพระนคร มีทั้งโรงภาพยนตร์บุศยพรรณ โรงลิเกหอมหวน ห้าง ต.เง็กชวน ถนนสิบสามห้าง ในห้องนี้ยังรวบรวมเอาร้านค้าเก่าแก่ในย่านบางลำพูมาจัดแสดงให้ชมกันด้วย อาทิ ร้านกาแฟในบรรยากาศ เก่าๆ ที่ด้านบนจัดเป็นโรงเตี๊ยมเล็กๆ ร้านรองเท้าแก้วฟ้า ร้านรองเท้าสั่งตัดที่ผลิตรองเท้าอย่างประณีตเป็นที่นิยมมากในอดีต ร้านเสื้อนพรัตน์ ที่ขายชุดนักเรียนและเสื้อผ้า ห้างหุ้นส่วนจำกัดตั้งฮั่วเส็ง ห้างเล็กๆ คู่ย่านบางลำพูที่มีชื่อเสียงในเรื่องการขาย อุปกรณ์ งานฝีมือ ที่หลากหลายและครบครันมากที่สุดแห่งหนึ่ง
🙋🏻‍♂️ความคิดเห็น : จากการสัมภาษณ์คนในชุมชน ตั้งแต่พิพิธบางลำพูก่อตั้ง ทำให้พื้นทราโดยรอบกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ เศรษฐกิจของชุมชนบางลำพูรุ่งเรืองขึ้นจากการที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยว มาแวะเยี่ยมชมพิพิธบางลำพูกันอย่างไม่ขาดสาย ชาวบ้านจึงมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการค้าขายของต่างๆให้กับคนที่มาเยี่ยมชม อาทิเช่น ของที่ระลึกและอาหาร เป็นต้น

🚌รถโดยสารประจำทาง : สามารถโดยสามารถประจำทางสาธารณะ ดังต่อไปนี้
สาย 3,สาย 6,สาย 9, สาย 30, สาย 32,สาย 33,สาย 64,สาย 524
🚗รถโดยสารส่วนบุคคล : โดยเริ่มต้นจากสนามหลวง ➡️เดินทางเข้าสู่ ซอยพระจันทร์ ➡️และเลี้ยวเข้าสู่ ถนนพระอาทิตย์ ระยะทาง1.3 กิโลเมตร
⛵️ทางเรือ :ทางเรือด่วนเจ้าพระยา โดยขึ้นที่ท่าพระอาทิตย์

ที่มา
https://www.paiduaykan.com/province/central/bangkok/banglumpoomuseum.html

https://th.m.wikipedia.org/wiki/พิพิธบางลำพู

http://www.museumthailand.com/th/museum/Pipit-Banglamphu-Museum

และจากพิพิธบางลำพู

18/11/2018

ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของโครงการ
พิพิธบางลำพู


📌ชื่อสถานที่ : พิพิธบางลำพู
🏢สถานที่ตั้ง : ถนนพระสุเมรุ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
➡️ระยะเวลาการก่อตั้ง :
กรมศิลปากรได้ประกาศให้โรงพิมพ์คุรุสภาขึ้นทะเบียนเป็น โบราณสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543
กรมธนารักษ์ได้ปรับปรุงที่ราชพัสดุแห่งนี้ให้เป็น “พิพิธบางลำพู” ศูนย์การเรียนรู้กรมธนารักษ์และห้องสมุดชุมชน ในปี พ.ศ. 2555
งบประมาณ : ไม่มีระบุงบประมาณในการสร้าง
⏱วันและเวลาทำการ :
หยุดทำการวันจันทร์
เปิดทำการวันอังคาร – วันอาทิตย์ 10:00 – 18:00 น.
รอบแรก เวลา 10.00 น.
รอบสุดท้าย เวลา18.00 น
📌หมายเหตุ การเข้าชมแบ่งเป็นรอบทุกๆ 30 นาที สามารถเข้าชมได้ 1 ชั่วโมง ต่อ รอบ
👨🏻‍💻ผู้อำนวยการ : อยู่ภายใต้การดูแลของกรมธนารักษ์
🛠แนวคิดการสร้าง : เป็นพิพิธภัณฑ์สะท้อนเรื่องราวในท้องถิ่นและความเป็นมาชุมชน จากโรงพิมพ์คุรุสภาหลังเก่าที่ทรุดโทรมนำมาปรับปรุงจนได้พิพิธภัณฑ์ที่ทุกคนในสังคมสามารถใช้ศึกษาหาความรู้ร่วมกันได้ โดยยึดหลักการสร้างแบบ. Universal Design ได้อย่างลงตัวและคงสภาพดั้งเดิมบ่งบอกความเป็นท้องถิ่นได้ดี มีทางสำหรับวีลแชร์ มีอักษรเบลล์สำหรับคนพิการด้านสายตา คำอธิบายประกอบภาพตัวใหญ่เพียงสำหรับผู้พิการทางการได้ยินมีลิฟท์สำหรับผู้สูงอายุโดยไม่ทิ้งความสวยงามของอาคารสถาปัตยกรรมในอดีตและการจัดการพื้นที่โดยรอบที่ดี ส่วนตัวของนิทรรศการเอง ได้มีการใช้สื่อมัลติมีเดีย ที่เรียกว่า "เมจิคมิลเลอร์ Magic Mirror"เป็นการยิงภาพลงบนพื้นที่จัดแสดงคล้ายกับโปรเจคเตอร์แต่ละเอียดกว่า
โดยนิทรรศการจะแบ่งเป็น 2 ส่วน
นิทรรศการกรมธนารักษ์ จะถ่ายทอดเกี่ยวกับการทำเหรียณกษาปณ์ และ กิจการอื่นๆของกรมธนารักษ์
นิทรรศการพิพิธบางลำพู จะถ่ายทอดเรื่องราวของท้องถิ่นบางลำพู คนดังบางลำพู และบางลำพูในอดีต



ที่มา
https://www.paiduaykan.com/province/central/bangkok/banglumpoomuseum.html

https://th.m.wikipedia.org/wiki/พิพิธบางลำพู

http://www.thailandexhibition.com/Eat-Travel/726

และจากพิพิธบางลำพู

14/11/2018

หัวข้องาน: พิพิธบางลำพู กรุงเทพฯ
611560389 เลขที่ 511 แก้ววรุณ พลสินพยัคฆ์
6111560121 เลขที่ 512 ภัทรวดี ขันทอง
6111560154 เลขที่ 513 ธนภัทร โนแก้ว
6111560162 เลขที่ 514 ธนพัฒน์ เทพเสน
6111560170 เลขที่ 515 ชนิกานต์ แก้วคูณ
6111560188 เลขที่ 516ฐานิตารักษ์ กิจจิวัฒนกุล
6111560196 เลขที่ 517 ปรีติประภา ทัศนาทร
6111560212 เลขที่ 518 สุพิชชา สีหะวงษ์
6111560220 เลชที่ 519 ญานิกา ชัยยุทธ
6111560295 เลขที่ 520 ปิยะบุตร นันทเกษมกาญจน์
6111560311 เลขที่ 521 พรชิตา เชิดชู
6111560329 เลขที่ 522 ณัฐธิดา พันธ์ธนนันท์
6111560386 เลขที่ 523 เฉลิมหล้า บุญวิชัย
6111560451 เลขที่ 524 ปิยะธิดา ชายี
6111560477 เลขที่ 525 วิลาสินี ทองกองเกีย

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


Phra Sumen
Bangkok
10200