บ้านครูวี

บ้านครูวี

แชร์

Education and Academic tutorials

01/08/2025

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ปกครองและเด็ก ๆ นะคะ 😊😊😊

12/12/2019

ความจริงที่โหดร้ายยย 😂😂😂

Photos from บ้านครูวี's post 08/11/2019

คนเป็นครู...นอกจากวิชาการแล้ว เราสอนอะไรให้เด็กได้บ้าง

ขึ้นภาคเรียนใหม่ของเด็กระบบไทยแล้ว เทอมนี้ครูวีมีเด็กเรียนอ่อนที่ต้องมอนิเตอร์หลายคน หนึ่งในนั้นคือเด็กผู้หญิง ม.2 คนหนึ่งที่ผลการเรียนในเทอมที่แล้วอ่อนมากเสียจนครูปวดใจ

เด็กคนนี้เรียนอยู่โรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง เธอเรียนกับครูวีมาหลายปี ช่วงขึ้นมัธยมมาเธอทำกิจกรรมโรงเรียนเยอะมาก แถมติดมือถือ แชทโน่นนี่ ดู youtube เล่นเกมส์ สารพัด และให้ความสำคัญกับการเรียนน้อยมาก จนคะแนนร่วงลงเรื่อยๆ หนักสุดคือเทอมที่ผ่านมา คะแนนเธอเหลือเพียงเกรด 2.2 เท่านั้น

เธอเดินมาหาครูวีช่วงปิดเทอมด้วยหน้าตาอมทุกข์อยู่หลายวัน เธอเล่าว่าคุณแม่โกรธและเสียใจมาก ซึ่งครูเองก็เข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่ ครูเลยถามเธอว่า "แล้วหนูจะทำยังไง" เธอตอบครูว่า "หนูจะขยัน จะตั้งใจขึ้นค่ะ" ครูวีถามต่อ "นั่นแค่คำพูด ครูอยากรู้ว่าแผนการกระทำ ในการ take action ของหนูคืออะไร"

เธอเงียบ....ใช่สิ....คำว่า "ขยัน" ฉันจะทำมันอย่างไร??

ครูวีเลยให้เธอไปหาสมุดเปล่ามาเล่มนึง ในสมุดตีตารางดังรูป และสมุดนี้เธอจะต้องนำไปโรงเรียนทุกวัน ในแต่ละหน้าจะถูกตีช่องตาราง มีรายชื่อของวิชาไล่เรียงตามตารางสอน เธอจะต้องจดมาให้ได้ทุกวันว่าแต่ละวัน แต่ละวิชาเรียนอะไร การบ้านคืออะไร กำหนดส่งคือเมื่อไหร่ และมีอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษ และแน่นอน...เธอจะต้องถือสมุดเล่มนี้มาหาครูวีทุกเย็น แม้ว่าเราจะไม่มีเรียนกัน ครูจะช่วยตรวจสอบ ช่วยวางแผนจากเนื้อหาที่เรียน ว่าควรอ่านวิชาไหน บทเรียนไหนล่วงหน้า การบ้านส่งครบไหม ขาดตกอะไรไป และครูจะได้เตรียมสอนเสริมในวิชาเลขกับภาษาอังกฤษให้ได้ตรงตามเนื้อหา

โดยทุกวันที่เธอเดินมาหาครู ที่ไม่ใช่วันที่มีเรียนกัน...ครูไม่คิดค่าชั่วโมงสอน แต่มีข้อแม้ว่า เธอต้องมาทุกวัน...ถ้าเริ่มไม่มาเมื่อไหร่ โดยไม่มีเหตุผลเหมาะสมถึงขั้นคอขาดบาดตาย ครูจะเลิกทุ่มเทให้เธอทันที

ณ วันนี้ เธอเปิดเทอมมาได้สองสัปดาห์แล้วค่ะ และเธอยังคงเดินมาหาครูวีทุกวัน พร้อมกับหนีบเอาสมุดเล่มนี้และหอบหนังสือเรียนที่เรียนในแต่ละวันมาเต็มกระเป๋า ครูช่วยเช็คการบ้าน (แต่ไม่ทำให้...เด็กต้องทำเอง) เราช่วยกันวางแผนการส่งรายงาน และเธอเริ่มกลับไปอ่านวิชาที่ควรอ่านก่อนเข้าห้องเรียนอย่างเช่นพวกประวัติศาสตร์ สังคมฯ ด้วยตัวเอง

เธอหิ้วเจ้าสมุดนี้ไปโรงเรียนทุกวัน จนครูคิดว่าสภาพมันจะต้องเยินในไม่ช้า ครูเลยหยิบปกพลาสติกมาใส่ให้ จำได้ว่าวันนั้น...เด็กน้อยนั่งมองครู น้ำตาคลอ

ครูไม่รู้ว่าวิธีการนี้จะทำให้เด็กน้อยคนนี้เดินไปถึงตรงไหน...แต่ที่แน่ๆ ครูมันใจ ว่าเธอจะไปได้ไกลกว่าจุดที่เธอกำลังหลงทางอยู่อย่างแน่นอน

สำหรับฉันที่เป็นเพียงครูสอนพิเศษ ไม่ได้มียศ ไม่ได้มีตำแหน่ง ไม่ได้มีเงินเดือนมั่นคงหรือสวัสดิการอะไร แต่ครูเชื่อมาตลอดว่า คนเป็นครู...ไม่ว่าจะสอนอยู่ที่ไหน ทำได้มากกว่าการยืนหน้าห้องและสอนแต่วิชาการ คนเป็นครู....ทำได้มากกว่านั้น

และหนึ่งในหลายๆสิ่งมากกว่านั้นที่ครูทำได้....

ก็คือ....การเป็นแรงบันดาลใจและเป็นต้นแบบที่ดี

บันทึกไว้ด้วยรัก
08.11.2019

ชีวิตครูวี

31/01/2018

อีกหนึ่งพลังใจดีๆของครูวีในวันนี้ คือการที่ลูกศิษย์ของครูสอบเข้า B.Eng in Biomedical Engineering ของ Kmitl (ลาดกระบัง) ได้แล้วจ้า ขอบคุณริวที่ตั้งใจเรียนและขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่ไว้ใจและเชื่อมั่นในครูวีมาตลอดค่ะ #เราสู้มาด้วยกัน #คนแรกของปีการศึกษานี้ #รอฟังข่าวดีของอีกเกือบสิบคนที่เหลือจ้า #ชีวิตครูวี

10/09/2017

สิบกว่าปีมานี้ ครูวี...ในฐานะที่เป็นครูสอนพิเศษได้เห็นช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จในเรื่องของการเรียน และช่วงเวลาที่พลาดหวังและไปไม่ถึงฝั่งฝันของลูกศิษย์มาเยอะมากเลยค่ะ หลายวันมานี้เลยมาลองนั่งๆคิดดู แล้วก็พบว่า ระหว่างเด็กกลุ่มที่บรรลุเป้าหมายกับเด็กกลุ่มที่เดินยังไงก็ไม่ถึงเส้นชัยนั้น มันจะมีลักษณะร่วมอย่างหนึ่งที่เด็กกลุ่มแรกมี แต่ครูหาไม่เจอในเด็กกลุ่มที่สอง นั่นก็คือลักษณะของการ "กัดไม่ปล่อย"

มันเป็นธรรมดาของการเรียน ไม่ว่าจะระดับไหน ที่ผู้เรียนจะต้องเผชิญกับเนื้อหาที่ไม่รู้ ไม่เข้าใจ บางช่วงบางตอนของการเรียน อุปสรรคอาจจะเกิดจากครูผู้สอนที่สอนไม่รู้เรื่อง หรือเกิดจากการกระบวนการรับรู้ของตัวเด็กเอง แต่ไม่ว่าความยากนั้นมันจะมาจากไหน และมันยากในระดับใด เด็กกลุ่มแรกจะไม่ปล่อยมือ จะไม่ละสายตา จะไม่ล้มเลิก และจะพยายามทุกทางเพื่อให้ตัวเองก้าวข้ามผ่านความยากและความไม่รู้นั้นไปให้ได้

แต่ในขณะเดียวกัน เด็กกลุ่มหลัง มักจะเลือกที่จะเลี่ยงความยากที่ต้องเผชิญ พวกเขามักจะหันหลังให้กับอะไรก็ตามที่รู้สึกว่ายากเกินไป มักจะเซย์โนให้กับเนื้อหาหรือวิชาที่รู้สึกว่าซับซ้อนวุ่นวาย เลือกที่จะเรียนกับครูที่ให้เกรดง่ายๆ และใส่ใจกับวิถีทางที่ไม่ต้องแลกมาด้วยความลำบาก เด็กกลุ่มนี้ กลุ่มที่ทิ้งทุกอย่างที่รู้สึกว่ายาก และมุ่งหาแต่ของง่ายๆ กลุ่มนี้มักจะเป็นกลุ่มที่ไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้สวยหรูในตอนแรก และบางคนถึงกับต้องพลาดจากโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตไปเลย

การเรียนหนังสือ มันก็คือการขึ้นสังเวียนค่ะ บางคนสู้กับคนอื่น บางคนสู้กับตัวเอง ถ้าอยากจะชนะ ไม่ว่าจะชนะคนอื่นหรือชนะตัวเอง คนเรียนต้องมุ่งมั่น ต้องมีเป้าหมาย และต้องกัดเป้าหมายไว้ไม่ปล่อย ไม่ว่าจะเจออุปสรรคยากเย็นแค่ไหนก็ตาม

ถ้าแค่จิกแย้บๆพอให้เจ็บๆคันๆแล้วปล่อย แค่คู่ต่อสู้ง้างหมัดใส่นิดนึงก็วิ่งหนี สังเวียนนี้ก็คงไม่มีที่ยืนให้สำหรับคนแบบนั้น คนที่แพ้ได้แม้กระทั่งใจตัวเอง

ด้วยความปรารถนาดีและอยากเห็นเด็กไทย "กัดไม่ปล่อย" มากกว่านี้ค่ะ
ครูวี

29/08/2017

ว่าด้วยเรื่องของ "กบเหลาดินสอ"

ในบ้านครูวีมีกบเหลาดินสอตั้งโต๊ะอยู่หนึ่งอันค่ะ ครูซื้อยี่ห้ออย่างดี ราคาค่อนข้างสูง เพราะครูชอบให้ลูกศิษย์ของครู โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ ใช้ดินสอทำแบบฝึกหัด เวลาผิดจะได้ลบได้ง่าย ไม่สกปรกเลอะเทอะ และที่สำคัญไม่ต้องเสียเงินซื้อปากกาลบคำผิด ที่เดี๋ยวนี้นิยมทำเป็นแถบกระดาษรูดปรื๊ดๆ ใช้แป๊บเดียวหมด

เจ้ากบเหลาดินสอตัวนี้เป็นอุปกรณ์ยอดนิยมมากของบ้านครู เพราะเด็กเล็กเด็กน้อยจะชอบเดินมาหยิบเอาไปเหลาดินสอของตัวเองเป็นประจำ บางคนดินสอยังไม่ทู่สักหน่อย แต่เจ้าตัวชอบเวลาได้เอามือหมุนเครื่อง เอะอะก็จะลุกขึ้นมาขอเหลาดินสออยู่เรื่อยไป

จนกระทั่งวันหนึ่ง...เด็กชายชั้น ป.4 ของครู ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่ชอบเหลาดินสอมาก ก็เดินดุ้กๆ มาหยิบกบเหลาดินสอที่อยู่บนโต๊ะ แต่เพราะความไม่ระมัดระวัง จึงทำกบเหลาดินสอตกพื้นเสียงดังเพล้ง ชิ้นส่วนแตกกระจายชนิดที่ซ่อมไม่ได้ และนั่น...ก็คือกาลอวสานของกบเหลาดินสอของครูวี

เด็กคนนั้นก้มลงเก็บซากกบเหลาดินสอขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ และขณะที่เขากำลังจะเดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ครูก็เรียกเขาเอาไว้ "เดี๋ยวก่อนครับ ทำตกแตกแล้ว จะเดินกลับไปเฉยๆได้ยังไง นี่คือของใช้ของส่วนรวม หนูทำพังไปแล้ว คนอื่นจะใช้อะไร หนูต้องช่วยครูคิดว่าจะทำยังไงให้บ้านครูวีมีกบเหลาดินสอใช้ มันคือความรับผิดชอบ"

เขายืนนิ่งคิดหน้าสลด คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก ก่อนครูวีจะสรุปให้ว่า "เดี๋ยวครูวีจะบอกคุณแม่ แล้วจะให้คุณแม่ซื้อกบเหลาอันใหม่มาให้คุณครูนะคะ" เด็กชายได้แต่พยักหน้ารับ

หลังเลิกเรียน ครูวีติดต่อคุณแม่ เล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้ฟัง และอธิบายคุณแม่ว่า ลำพังแค่กบเหลาดินสอนั้น ครูไม่ได้คิดว่าเป็นราคาค่างวดอะไรมากมาย แต่ที่อยากสอนเด็กในครั้งนี้ก็คือ คนทำผิดต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าความผิดนั้นจะเล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม

คุณแม่น่ารักมาก เข้าใจเหตุผลและเรื่องราวทุกอย่าง ระหว่างที่ยังไม่ได้ไปหาซื้อกบเหลาดินสอเครื่องใหม่ ก็ให้เด็กชายตัวแสบเอากบเหลาดินสอเครื่องเก่าของที่บ้านมาตั้งไว้ให้เด็กคนอื่นๆ ได้ใช้ไปพลางๆ ก่อน

แล้วในที่สุด....ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น คุณแม่ก็นำกบเหลาดินสอเครื่องใหม่เอี่ยมมาใช้คืนครูวีค่ะ

ครูวีขอบคุณคุณแม่ และนำกบเหลาดินสอเครื่องใหม่มาเล่าให้เด็กคนอื่นๆฟังว่า เด็กผู้ชายคนนี้และครอบครัวเป็นตัวอย่างที่ดีของการรับผิดชอบต่อสิ่งทีตัวเองทำ เป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ควรเพิกเฉย และเป็นการแสดงออกถึงจิตสำนึกที่ดีต่อทรัพย์สินของส่วนรวม

ตั้งแต่นั้นมา...เด็กหลายคนในบ้านครูวี โดยเฉพาะเด็กน้อยที่ก่อเรื่องวันนั้น เวลาจะหยิบจับอะไรในบ้านครูจะระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะพวกเขารู้แล้วว่า "จิตสำนึกต่อส่วนรวม" เป็นอย่างไร

การจะให้การศึกษากับเด็ก...เราสอนเขาได้ทุกเรื่องค่ะ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องใกล้ตัว

ด้วยความปรารถนาดี
ครูวี

Photos 07/05/2017

คลาสฟิสิกส์พื้นฐานสำหรับน้องๆที่เตรียมตัวจะขึ้นสายวิทย์ ม.ปลาย เริ่มแล้วนะคะ สอนโดยคุณครูที่จบปริญญาตรี โท เอก วิศวกรรมศาสตร์ค่า รับรองคุณภาพสุดๆ 📚📚📚

30/03/2017

ผลงานของลูกศิษย์ "บ้านครูวี" ในปีนี้ อัพเดท ณ วันที่ 30 มี.ค.2560

EBA จุฬาฯ
BBA ธรรมศาสตร์
BBL ธรรมศาสตร์
นิติศาสตร์ จุฬาฯ
นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์

บ้านเล็กๆของครูวี สร้างเด็กที่มีคุณภาพได้ทุกวันค่ะ 😊

#ดีงามมากกกก #ภูมิใจมากกกก
#ชีวิตครูวี

Photos 04/11/2016

หนึ่งในความภาคภูมิใจของครูวี...เมื่อคะแนน IELTS ของเด็กๆ ประกาศวันนี้ #กรี๊ดดังกว่าลูกศิษย์ 😊

30/10/2016

ต้องขออภัยผู้ปกครองทุกท่านนะคะ ที่เมื่อกลับมาสมัครเรียนใหม่หลังจากที่เลิกต่อคอร์สไปแล้ว ครูวีไม่สามารถรับเด็กบางคนกลับเข้ามาเรียนได้ ทั้งนี้ เพราะเมื่อบุตรหลานของท่านเลิกคอร์สไป ครูจะรับเด็กที่ยื่นใบสมัครต่อคิวเอาไว้ทันที เมื่อถามว่าทำไมถึงรับเด็กหลายๆคนต่อหนึ่งห้องเรียนไปได้ ครูก็ขอเรียนตามตรงค่ะว่า มันคือจุดยืนในเรื่องของคุณภาพการเรียนการสอน ครูเป็นครู ไม่ใช่ติวเตอร์ ครูไม่คิดว่าการสอนเด็ก
20-30 คนในเวลาเดียวกัน จะสามารถดูแลเด็กได้อย่างทั่วถึง

และเนื่องจากครูมั่นใจในคุณภาพ ศักยภาพ ความรู้ และความทุ่มเทของตัวเอง ดังนั้นครูจะไม่สามารถลดค่าเรียนให้ได้ตามอำเภอใจนะคะ เพื่อเป็นการยุติธรรมกับเด็กๆคนอื่นๆด้วย

และสำหรับเทอมนี้ครูจะเข้มงวดกับการขาดเรียนมากขึ้นนะคะ เด็กที่ขาดเรียนบ่อยโดยไม่มีเหตุอันสมควร ครูอาจจะพิจารณาไม่ต่อคอร์สในคอร์สถัดไปนะคะ เพราะเด็กที่ขาดเรียนบ่อย หมายความว่าต่อให้ครูสอนเต็มที่แค่ไหน เด็กก็จะไม่สามารถเรียนให้ดีขึ้นได้ ครูคิดว่าต่อคอร์สต่อไป นอกจากจะทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียเงินโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของครูที่มานะพยายามสั่งสมมาตลอดด้วยค่ะ

อยากให้ผู้ปกครองทุกท่านเข้าใจตรงกัน เพื่อที่เราจะได้มีจุดยืนเดียวกันในการพัฒนาบุตรหลานของท่านต่อไป

ด้วยความปรารถนาดี

ครูวี
30 ต.ค. 2559

Mobile uploads 10/06/2015

ความมักง่ายของครูต่างชาติโรงเรียนสองภาษาชื่อดังโรงเรียนหนึ่ง

เมื่อวานนี้ ลูกศิษย์เอาการบ้านที่ยังไม่ได้ทำมาให้ครูวีสอน เป็นวิชา Maths ที่ต้องการให้เด็กฝึกอ่านและวิเคราะห์โจทย์ปัญหาเป็นภาษาอังกฤษ ครูรู้สึกท้าทายมาก เพราะมันยากดี ที่จะสอนให้เด็กคนนึงเข้าใจ เลยบอกว่า "โอเคลูก...หยิบขึ้นมาเลย ครูสอนให้"

พอเด็กกางหนังสือออกมา และครูเห็นเครื่องหมาย + - × ÷ ที่อยู่หน้าแต่ละข้อ ครูวีเลยถามเด็กว่า "นี่หนูทำเองเหรอ หรือคุณครูที่โรงเรียนอธิบายมาแล้วครับ"

เด็กน้อยส่ายหน้า "เปล่าครับ teacher ให้การบ้าน แล้วก็เขียนบนกระดานเลยว่าข้อไหนทำวิธีอะไร แล้วให้เด็กๆจดลงไปครับ แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมแต่ละข้อต้องทำวิธีนี้"

หึ....พวกคุณมักง่ายมากอ่ะค่ะ คือไม่มีปัญญาจะสอน ไม่มีความอดทนจะอธิบายพวกเขา ก็เล่นกันแบบนี้เลย?? คุณรู้ไหมว่าการสอนและฝึกเด็กคนนึงให้อ่านโจทย์เลขออก วิเคราะห์ และตีความ เพื่อหาวิธีทำในแต่ละข้อโดยใช้เหตุผล มันเป็นกระบวนการที่ฝึกการเป็นคนที่รู้จักคิด วิเคราะห์ และแยกแยะให้พวกเขามากแค่ไหน มันเป็นกระบวนการสอนที่สำคัญต่อพวกเขามากๆ แต่ครูอย่างพวกคุณ "มักง่าย" และ "เกียจคร้าน" ที่จะสอน เลยมองข้ามมันไปอย่างไม่เห็นความสำคัญ

ห่วยจัง!

และความห่วยๆของพวกคุณกำลังจะทำให้อนาคตของประเทศนี้ห่วยไปด้วย

สรุปว่า เมื่อวานครูวีเอาน้ำยาลบคำผิดลบเครื่องหมายพวกนั้นทุกข้อเลยค่ะ แล้วสอนเด็กใหม่ทุกข้อ อธิบายคำศัพท์ที่ไม่เข้าใจ สอนให้เด็กวิเคราะห์เป็นภาพ คิดแบบมีเหตุผล แล้วเขาก็ตอบครูได้เองว่าแต่ละข้อต้องใช้วิธีอะไร

ยากค่ะ เหนื่อยค่ะ แต่มันคุ้มค่ามาก และสมศักดิ์ศรีกับการได้เกิดมาเป็นครูค่ะ

วันนี้เด็กคนเดิมมาเรียน พร้อมกับรายงานครูวีว่า เขาคือคนเดียวที่ทำการบ้านเสร็จและส่งตรงเวลา เพราะเพื่อนๆคนอื่นทำไม่ได้และไม่เข้าใจ

จ้ะ...ครูวีไม่แปลกใจ

ก็อย่างที่บอก...ครูห่วยยังไง ก็จะสร้างเด็กที่มีคุณภาพห่วยๆออกมา ตามนั้น

#โมโหมากจริงๆ

18/05/2015

สวัสดีเช้าวันจันทร์...วันที่โรงเรียนส่วนใหญ่เปิดเทอม และเพราะเป็นวันเปิดเทอม ครูสอนพิเศษจึงว่างช่วงเช้าแบบนี้ ว่างพอที่จะนั่งวางแผนการเรียนและการสอนของตัวเอง ว่างพอที่จะทบทวนประสบการณ์การสอนช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา เพื่อเอาไปพัฒนาการสอนในคอร์สเปิดเทอมที่กำลังจะเริ่มในวันเสาร์นี้แล้ว

และหนึ่งในคำถามที่ช่วงนี้ถูกถามบ่อยมากจากคนที่อยู่ในฐานะของผู้ปกครองก็คือ "คุณครูทำยังไง ถึงเอาเด็กแสบๆอยู่ ทำยังไงถึงทำให้ลูกยอมเรียนได้ ทำไมลูกไม่เป็นแบบนี้ตอนอยู่ที่โรงเรียน"

ส่วนคำถามจากเด็กๆที่เริ่มสนิทกับครูก็คือ "ครูครับ...ทำไมครูที่โรงเรียนผมจะตั้งใจสอนและสอนให้รู้เรื่องเหมือนครูไม่ได้ครับ" หรือ "ครูคะ...ทำไมคนสอนรู้เรื่องอย่างครู ไม่เข้าไปอยู่ในโรงเรียนคะ"

ไม่ว่าจะคำถามจากเด็กหรือผู้ปกครอง ทำให้ครูพอจะมองภาพรวมได้ว่า ในทุกวันนี้แม้เราจะมีบุคลากรครูที่ขยันและทุ่มเทกับการเรียนการสอนอยู่ไม่น้อย แต่ความขยันและทุ่มเทนั้นหลายครั้งที่พบว่า "จัดการ" กับเด็กไม่ได้

ไม่ว่าครูจะเก่งแค่ไหน เด็กก็ไม่เห็นคุณค่า ต่อให้ครูใจดียังไง เด็กก็ไม่รู้สึกว่าอยากเรียน หรือแม้ครูจะเคี่ยวเข็ญยังไง เด็กก็มองว่าเป็นเรื่องไร้สาระน่ารำคาญ

จากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับเด็กเกเรมานาน จากหนังสือเกี่ยวกับการเรียนการสอนที่ชอบอ่านในเวลาว่างๆ จากข้อมูลจากหนังสือจิตวิทยาหลายสิ่งอัน และจากการพูดคุยกับเด็กและผู้ปกครองโดยตรง ทำให้พอสรุปได้ว่า ปัญหาจริงๆนั้น ไม่ใช่เรื่องของความสามารถและคุณภาพของครูเพียงอย่างเดียว แต่ปัญหามันคือครูหลายๆท่านลืมนึกไปว่า "ภาวะผู้นำ" เป็นสิ่งสำคัญ

ถ้าการแข่งขันกีฬาเพื่อคว้าแชมป์ยังต้องการโค้ชที่ดี การขัดเกลาเด็กในห้องให้บรรลุเป้าหมายในอนาคตของตัวเองก็ต้องการครูที่ทำหน้าที่เป็น "โค้ช" ที่ดีเหมือนกัน

ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา ครูส่วนใหญ่มองว่า "การนำ" เป็นเรื่องของผู้บริหาร เป็นเรื่องของการพัฒนาองค์กร โดยลืมมองไปว่าตัวเองนั้นคือ "ผู้นำ" ที่สำคัญมากที่สุดในห้องเรียน เพราะครูต้องนำผู้ตามซึ่งเป็นเด็กนักเรียนตาดำๆอีกเกือบครึ่งร้อยชีวิต

เก่งแค่ไหน....ถ้านำพวกเขาไม่ได้ ก็ไร้ความหมาย
ทุ่มเทแค่ไหน....ถ้าบันดาลใจพวกเขาไม่ได้ ก็ไร้ประโยชน์

การสอนปาวๆๆ การดุด่า พร่ำบ่น โดยที่ไม่ใส่แรงบันดาลใจลงไป ไม่ใช้ศิลปะในการชักจูง และไม่วิเคราะห์ให้ถึงปัญหาของนักเรียนซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้ตามอย่างแท้จริง เหล่านี้...ไม่มีทางเลยที่จะทำให้คนที่ชื่อว่าเป็น "ครู" จัดการกับ "เด็ก" ในยุคปัจจุบันได้

พวกเขาคือเด็กที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อไปโรงเรียนเพื่อเอาความรู้แต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว การไปโรงเรียนของพวกเขาคือการหา "Role Model" และ "แรงบันดาลใจ" ซึ่งครูไทยส่วนใหญ่ลืมนึกไปว่าต้องเริ่มจากตัวเอง

เพราะเมื่อไหร่ที่ครูหลงลืมไปว่า หน้าที่ของตนเป็นมากกว่าคนสอน ย่อมไม่แปลกที่นักเรียนส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าหน้าที่ของตัวเองก็คือการตื่นนอนเพื่อมาเช็คชื่อเข้าเรียนให้มันจบๆไป

ด้วยความปรารถนาดีจริงๆ ^^

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Nimitmai Road
Bangkok
10510