26/12/2025
สวัสดีวันพฤหัสฯ ด้วยภาพถ่ายดาวพฤหัสบดี จากสองกล้องโทรทรรศน์อวกาศ ที่บันทึกภาพในช่วงแสงแตกต่างกัน
ภาพบนนั้นถ่ายโดยกล้องฮับเบิล ที่บันทึกภาพในช่วงแสงที่ตามองเห็น เป็นสีจริง ๆ ที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งจะเห็นรายละเอียดของชั้นผิวเมฆ และจุดแดงใหญ่อันเด่นชัด
ส่วนภาพล่าง ถ่ายโดยกล้องเจมส์ เว็บบ์ ในช่วงคลื่นอินฟราเรดย่านใกล้ แสดงให้เห็นกลุ่มเมฆ พายุ และแสงออโรราที่บริเวณขั้วของดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ดวงนี้
สำหรับผู้คนบนโลก ช่วงนี้สามารถมองเห็นดาวพฤหัสฯ ปรากฏสว่างบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ก่อนที่ดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ดวงนี้จะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกที่สุด ในคืนวันที่ 10 มกราคม 2026 นี้ครับ
#อวกาศน่ารู้
23/12/2025
ว้าว
🌌 ลองถ่ายภาพกาแล็กซีแอนโดรเมดา เพื่อนบ้านของทางช้างเผือก ที่อยู่ห่างไปมากกว่า 2,500,000 ปีแสงมาฝากครับ
แอนโดรเมดา เป็นกาแล็กซีแบบกังหันที่อยู่ใกล้เราที่สุด มีดาวฤกษ์อยู่กว่าล้านล้านดวง และแม้จะอยู่ห่างไปหลายล้านปีแสง ก็ยังมีความสว่างมากพอให้มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยมีขนาดปรากฏใหญ่เท่ากับดวงจันทร์เต็มดวง 6 ดวงเลยทีเดียว
กาแล็กซีแห่งนี้ มีขนาดใหญ่กว่าทางช้างเผือก และแอนโดรเมดากับทางช้างเผือกกำลังพุ่งเข้าหากันด้วยความเร็วสูง โดยคาดว่าในอีก 4,000 ล้านปีจากนี้ ทั้งสองกาแล็กซีจะเฉียดเข้าใกล้กัน และอาจมีโอกาสชนกันได้เล็กน้อย ด้วยข้อมูลล่าสุดในปัจจุบัน
เพิ่งมีโอกาสได้ถ่ายด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก ยังมือใหม่มาก ๆ ครับ แต่ก็ตื่นเต้นที่ได้เห็นภาพของกาแล็กซีอีกแห่ง ที่เราเคยเห็นจากในตำราเรียน จากการถ่ายของตัวเอง 🥹
#อวกาศน่ารู้
11/12/2025
ว้าว ดาวเนปจูน
แท้จริงแล้วสีของดาวเนปจูน ไม่ได้เป็นสีน้ำเงินเข้มแบบที่คุ้นตา แต่เป็นสีฟ้าจาง ๆ คล้ายกับดาวยูเรนัสเลย
ภาพดาวเนปจูนที่เราคุ้นตานั้น ถ่ายโดยยาน Voyager 2 ยานอวกาศเพียงลำเดียวที่เคยเดินทางไปบินผ่านในระยะใกล้ เมื่อปี 1989 ที่ผ่านมา เผยให้เห็นลักษณะของกลุ่มเมฆ และความเร็วลมอย่างรุนแรงของดาวเคราะห์ดวงนี้
อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวได้ถูกเพิ่มความเข้มของสีไปจากความเป็นจริง เพื่อให้นักดาราศาสตร์ได้มองเห็นลักษณะบนดาวเนปจูนได้ชัดยิ่งขึ้น ซึ่งหากปรับค่าลงมาให้ใกล้เคียงกับที่ตามนุษย์มองเห็น จะได้เป็นภาพด้านล่างของรูปนี้ ซึ่งมีความใกล้เคียงกับสีของดาวยูเรนัส ดาวเคราะห์ 'น้ำแข็งยักษ์' อีกดวงในระบบสุริยะ
ปัจจุบัน นอกจากยาน Voyager 2 แล้ว นักดาราศาสตร์ยังไม่เคยส่งยานอวกาศเดินทางไปสำรวจดาวเนปจูนอีกเลย และยังไม่มีแผนการส่งยานลำใหม่ไปอีกในอนาคตอันใกล้นี้
#อวกาศน่ารู้
08/12/2025
เคยเล่าให้ลูกศิษย์ฟังเสมอ ว่าขยะอวกาศมันเยอะมาก
🛰️ แต่ละจุดในรูปนี้ คือดาวเทียมและขยะอวกาศต่าง ๆ ที่กำลังโคจรอยู่รอบโลกของเรา โดยหากนับวัตถุที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 1 มิลลิเมตรขึ้นไปแล้ว จะมีเศษวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นมากกว่า 130,000,000 ชิ้น ที่อยู่ห้อมล้อมดาวของเรา
ภาพดังกล่าวมาจากข้อมูลของสำนักงานขยะอวกาศ องค์การอวกาศยุโรป หรือ ESA ที่มีการรวบรวมและติดตามวัตถุต่าง ๆ ในวงโคจรรอบโลก พบว่ามีจำนวนดาวเทียมในวงโคจรเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี นำไปสู่จำนวนของวัตถุในวงโคจรที่เพิ่มมากขึ้น
นับถึงช่วงสิ้นปี 2024 โลกของเรามีดาวเทียมและขยะอวกาศที่กำลังโคจรอยู่มากกว่า 130 ล้านชิ้น แบ่งเป็น:
- ดาวเทียมที่ใช้งานได้ (สีเขียว ในภาพประกอบ) 11,000 ดวง
- ขยะขนาด >10 ซม. (สีแดง) 50,000 ชิ้น
- ขยะขนาด > 1 ซม. (สีส้ม) 1,200,000 ชิ้น
- ขยะขนาด > 1 มม. (สีเหลือง) 130,000,000 ชิ้น
จำนวนของขยะอวกาศที่มากขึ้น หมายถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ‘Kessler Syndrome’ หรือดาวเทียมชนกัน กลายเป็นเศษขยะอวกาศเพิ่มขึ้น ที่โคจรไปพุ่งชนต่อด้วยความเร็วสูง จนไม่อาจใช้ห้วงอวกาศบางส่วนได้
ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานอวกาศต่าง ๆ จึงมีมาตรการรับมือและป้องกัน อาทิ GISTDA มีการพัฒนาระบบจัดการจราจรอวกาศ ป้องกันไม่ให้ดาวเทียมหรือขยะอวกาศมาชนกับดาวเทียมของไทย หรือบริษัทเอกชนอย่าง ClearSpace ที่มี ธาวัน อุทัยเจริญพงษ์ วิศวกรไทย เป็นหนึ่งในทีมออกแบบหุ่นยนต์เพื่อส่งขึ้นไเก็บขยะอวกาศจากวงโคจร
นอกจากนี้ หลายหน่วยงานได้มีการติดตั้งระบบขับดันไว้กับดาวเทียม เพื่อให้สามารถตกกลับมาเผาไหม้ในบรรยากาศโลกเมื่อสิ้นสุดภารกิจ และช่วยลดความแออัดของวัตถุต่าง ๆ ในวงโคจรของโลกได้อีกทางเช่นกัน
#อวกาศน่ารู้
29/11/2025
เรื่องของดาวเคราะห์แก๊ส
ดาวเคราะห์แก๊สทั้ง 4 ดวงของระบบสุริยะ ต่างมีวงแหวนเป็นของตัวเองกันครบทุกดวง! 🪐
นี่คือภาพถ่ายบรรดาดาวเคราะห์แก๊ส จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ ซึ่งเผยให้เห็นว่านอกจากวงแหวนอันแสนสวยงามของดาวเสาร์แล้ว ดาวเคราะห์ก๊าซทุกดวงก็ต่างมีวงแหวนเหมือนกัน
ทว่าวงแหวนของดาวเคราะห์ดวงอื่น ไม่ได้ปรากฏเด่นเหมือนดาวเสาร์ เนื่องจากมีวัตถุที่อยู่ในวงแหวนน้อยกว่า และมีความสามารถในการสะท้อนแสงดวงอาทิตย์ได้น้อยกว่านั่นเอง
ในอดีต นักดาราศาสตร์เคยคิดว่าวงแหวนก่อตัวขึ้นมาพร้อมกับดาวเสาร์ แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่าวงแหวนดาวเสาร์มีอายุประมาณ 100 ล้านปีเท่านั้น และในอีก 100 ล้านปีจากนี้ วงแหวนดาวเสาร์จะจางหายไป ไม่โดดเด่นเหมือนในปัจจุบัน
หากเป็นเช่นนี้ ก็เป็นไปได้ว่าเราอาจได้พลาดเห็นวงแหวนสวย ๆ ของดาวเคราะห์ดวงอื่นไปแล้วเช่นกัน แต่ก็ยังมีร่องรอยจาง ๆ ให้พอมองเห็นได้ จากภาพถ่ายของบรรดายานอวกาศ และกล้องโทรทรรศน์อวกาศเหล่านี้
#อวกาศน่ารู้
07/11/2025
น่าสนใจเลยค่ะ ทั้งเช้าและเย็น
8 พฤศจิกายนนี้ ชวนดูสถานีอวกาศนานาชาติ โคจรผ่านเหนือไทยทั้งตอนเช้ามืด-หัวค่ำ มองเห็นด้วยตาเปล่าชัดที่สุดในเดือนนี้ และเห็นได้จากทั่วไทย!
กลับมาอีกครั้ง กับการสังเกตดูสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS ผ่านเหนือประเทศไทย โดยในวันที่ 8 พฤศจิกายน สามารถเห็นแบบชัด ๆ ได้ถึงสองช่วงเวลา เริ่มจากตอนเช้าในเวลา 5:22 น. และตอนเย็นเวลา 18:38 น.
รายละเอียดและช่วงเวลาสำคัญในการมองเห็น:
🌅 ตอนเช้า
เริ่มเห็นสถานีเวลา 5:22 น. ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ตกลับขอบฟ้าเวลา 5:29 น. ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
🌄 ตอนเย็น
สถานีขึ้นเวลา 18:38 น. ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
เข้าสู่เงาโลกเวลา 18:45 น. ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
รอบนี้สถานีอวกาศนานาชาติ ผ่านเหนือเกือบกึ่งกลางประเทศไทย ทำให้มองเห็นได้สว่างที่สุดในเดือน และมองเห็นได้ยาวนานที่สุดในเดือนนี้เช่นกัน โดยปรากฏเป็นจุดสว่าง ที่เคลื่อนไปอย่างรวดเร็วบนท้องฟ้า
#อวกาศน่ารู้
20/10/2025
ดูดาวยาวๆไป ถ้าฝนไม่ตก
💫 ตุลาคม เดือนแห่งดาวหาง! รวมเหตุการณ์เด่น ๆ จากดาวหางทั้ง 4 ดวงที่น่าสนใจในช่วงปลายเดือนนี้
20 ตุลาคม - ดาวหาง C/2025 R2 (SWAN) เข้าใกล้โลกที่สุด แต่ยังไม่สว่างพอให้มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
21 ตุลาคม - ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ จากสายธารเศษฝุ่นของดาวหางฮัลเล่ย์ มีอัตราการตกสูงสุด 20 ดวง/ชั่วโมง
21 ตุลาคม - ดาวหาง C/2025 A6 (Lemmon) เข้าใกล้โลกที่สุด ตอนนี้ดาวหางกำลังสว่างขึ้นเรื่อย ๆ คาดว่าอาจสว่างจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในช่วงปลายเดือน
29 ตุลาคม - ดาวหาง 3I/ATLAS ผู้มาเยือนจากนอกระบบสุริยะ จะโคจรไปเฉียดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด และเริ่มต้นการเดินทางออกจากระบบสุริยะไปตลอดกาล
สำหรับใครที่ต้องการสังเกตฝนดาวตก และลุ้นชมดาวหาง ให้หาสถานที่ที่ค่อนข้างมืดสนิท ปราศจากแสงไฟรบกวน หรืออยู่ห่างจากบริเวณที่มีแสงไฟเมืองให้มากที่สุด รวมถึงควรเช็คสภาพอากาศ และความปลอดภัยของสถานที่ในการสังเกตด้วยครับ
#อวกาศน่ารู้
16/10/2025
ถ่ายติดชัด! ครั้งแรกของโลก นักดาราศาสตร์พบดาวเคราะห์กำเนิดขนาดมหึมา กำลังก่อตัวอยู่ในจานฝุ่นรอบดาวฤกษ์ดวงอื่น!
ทีมนักดาราศาสตร์ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการบันทึกภาพโดยตรงของ "ดาวเคราะห์ก่อนเกิด" ( ) ที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในจานฝุ่นและแก๊สที่โอบล้อมดาวฤกษ์อันห่างไกล นี่เป็นครั้งแรกที่มีการสังเกตการณ์โดยตรงเช่นนี้ ซึ่งช่วยยืนยันสมมติฐานที่ว่าดาวเคราะห์เหล่านี้คือสิ่งที่กำลังกวาดล้างช่องว่างที่เห็นเป็นวงแหวนว่างเปล่าในจานฝุ่นรอบดาวฤกษ์เหล่านั้น นับเป็นการเปิดหน้าต่างบานใหม่ในการทำความเข้าใจการกำเนิดของระบบสุริยะต่าง ๆ ทั่วทั้งกาแล็กซี
วัตถุท้องฟ้านี้มีชื่อว่า จัดเป็นดาวเคราะห์ก่อนเกิด เนื่องจากยังไม่เสร็จสมบูรณ์ในการเป็นดาวเคราะห์เต็มตัว แต่ถึงกระนั้นมันก็มีขนาดมหึมา เป็นดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ที่มีมวลประมาณ 5 เท่าของดาวพฤหัสบดี ของเราเลยทีเดียว
สิ่งที่น่าทึ่งคือ WISPIT 2b มีอายุเพียงประมาณ 5 ล้านปี เท่านั้น ซึ่งถือว่าเยาว์วัยมากเมื่อเทียบกับโลกของเราที่มีอายุประมาณ 4,500 ล้านปี และที่สำคัญคือมันอยู่ไม่ไกลจากเรามากนัก เพียงแค่ 437 ปีแสง
#ดาวฤกษ์อายุน้อย มักจะถูกล้อมรอบด้วยจานฝุ่นและแก๊ส (Circumstellar Disc) ซึ่งเป็นวัสดุที่เหลือจากการก่อตัวของดาวฤกษ์นั่นเอง และจากวัสดุในจานเหล่านี้เองที่ในที่สุดก็จะรวมตัวกันกลายเป็นดาวเคราะห์ เหมือนกับที่เกิดขึ้นในระบบสุริยะของเรา
นักดาราศาสตร์เคยสังเกตเห็นช่องว่างหรือส่วนที่โล่งในจานฝุ่นเหล่านี้มานานแล้ว ซึ่งปรากฏให้เห็นเหมือนเป็นวงแหวนมืด พวกเขาตั้งข้อสงสัยว่ามีดาวเคราะห์ที่กำลังเติบโตเป็นผู้รับผิดชอบในการกวาดวัสดุในช่องว่างออกไป โดยการผลักฝุ่นและแก๊สออกไปในขณะที่โคจรไปรอบ ๆ ดาวฤกษ์
การค้นพบ WISPIT 2b ซึ่งถูกสังเกตพบโดยตรงในช่องว่างวงแหวนหนึ่งรอบดาวฤกษ์แม่ชื่อ WISPIT 2 จึงเป็นการพิสูจน์สมมติฐานที่ขาดหลักฐานโดยตรงมาอย่างยาวนาน
การค้นพบนี้เป็นผลมาจากการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง คือ
1. VLT-SPHERE ของหอสังเกตการณ์ซีกฟ้าใต้แห่งยุโรป (European Southern Observatory – ESO) ในประเทศชิลี ซึ่งเป็นผู้สังเกตเห็นวงแหวนและช่องว่างรอบดาวฤกษ์ WISPIT 2 เป็นครั้งแรก
2. ต่อมา ทีมงานใช้ระบบ MagAO-X (Extreme Adaptive Optics System) ที่กล้องโทรทรรศน์มาเจลแลน 2 (Magellan 2 Telescope) ในชิลี ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยให้สามารถถ่ายภาพดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่มีความคมชัดสูงได้โดยตรง
ทีมนักดาราศาสตร์ได้ศึกษาข้อมูลในแสงไฮโดรเจน-แอลฟา (Hydrogen-alpha light) ซึ่งเป็นแสงที่ปล่อยออกมาเมื่อแก๊สไฮโดรเจนจากจานฝุ่นตกลงสู่ดาวเคราะห์ที่กำลังเติบโต ในแสงนี้ พวกเขาสามารถมองเห็นจุดสว่างเล็ก ๆ ที่อยู่ภายในวงแหวนมืดของจานฝุ่น ซึ่งจุดนั้นก็คือ ดาวเคราะห์ WISPIT 2b นั่นเอง
นอกจากนี้ การสังเกตการณ์ยังเผยให้เห็นจุดสว่างอีกจุดหนึ่งในวงแหวนมืดอีกวงที่อยู่ใกล้ดาวฤกษ์มากขึ้น ซึ่งอาจเป็นดาวเคราะห์ดวงที่สองที่กำลังก่อตัว แต่ยังต้องรอการยืนยันต่อไป
การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นภาพถ่ายที่น่าทึ่งของ "ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ( )" ในวัยเยาว์ แต่ยังเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจถึงกลไกการสร้างโลกและดาวเคราะห์ต่าง ๆ ทั่วจักรวาลได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
----------------
ข้อมูลอ้างอิง: BBC Sky at Night
- This is a real image of an alien world forming around a star.
👨🚀 กดไลก์ แชร์ คอมเมนต์ และติดตามเพจ เพื่อเป็นการสนับสนุนและให้กำลังใจครับ 🙏
#ข่าวอวกาศ #ดาราศาสตร์ #อวกาศ #ดาวเคราะห์ก่อนเกิด #ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ
16/10/2025
ดูดาวกันค่ะ
#อออ้อใจดี
วันที่ 21-22 ตุลาคมนี้ เป็นช่วงที่ฝนดาวตกนายพราน (Orionids) ตกสูงสุด
แม้ฝนดาวตกนายพรานจะไม่ใช่ฝนดาวตกที่มีอัตราตกสูงนัก ประกอบกับเงื่อนไขด้านตำแหน่งจุดกระจายฝนดาวตกที่ไม่เอื้อให้เห็นเป็นจำนวนมาก ทำให้ฝนดาวตกชุดนี้ไม่ได้รับการกล่าวถึงมากนัก แต่การที่มีช่วงสูงสุดตรงกับช่วงต้นฤดูหนาวซึ่งท้องฟ้าน่าจะปลอดโปร่ง และในปีนี้ตรงกับช่วงจันทร์ดับพอดี ทำให้ฝนดาวตกนายพรานถูกกล่าวถึงมากขึ้นในปีนี้
แต่อย่าคาดหวังสูงมากนัก นักดาราศาสตร์คาดว่ามีโอกาสเห็นฝนดาวตกนายพรานในปีนี้ไม่เกิน 20 ดวงต่อชั่วโมงเท่านั้น
หากจะกล่าวถึงความน่าสนใจของฝนดาวตกนายพราน ก็น่าจะอยู่ที่วัตถุต้นกำเนิด เพราะวัตถุที่เป็นต้นกำเนิดของฝนดาวตกนี้ คือดาวหางที่มีชื่อเสียงที่สุดตลอดกาล นั่นคือ ดาวหางฮัลเลย์
ต่อไปนี้คือเรื่องควรทราบบางประการเกี่ยวกับดาวหางฮัลเลย์
* ดาวหางฮัลเลย์ ไม่ได้ถูกค้นพบโดยเอ็ดมันด์ แฮลลีย์ มีบันทึกการปรากฏของดาวหางดวงนี้มาตั้งแต่ก่อนคริสต์กาลแล้ว แต่เอ็ดมันด์ แฮลลีย์เป็นคนแรกที่คำนวณวงโคจรได้ และพยากรณ์การกลับมาอีกครั้งได้ จึงได้รับเกียรติเอาชื่อไปตั้งให้ดาวหาง
* ดาวหางฮัลเลย์โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี รอบหนึ่งใช้เวลาประมาณ 75-76 ปี
* วงโคจรของดาวหางฮัลเลย์รีมาก จุดใกล้สุดอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าดาวศุกร์ จุดไกลสุดอยู่ไกลกว่ารัศมีวงโคจรของดาวเนปจูน
* คำออกเสียงที่ถูกต้องของนามสกุล Halley คือ /แฮล-ลีย์/ ชื่อดาวหางก็ควรเรียกว่า ดาวหางแฮลลีย์ แต่ในที่นี้ขอเรียกว่า ดาวหางฮัลเลย์ ตามความคุ้นเคยของคนส่วนใหญ่
* นับจากบันทึกครั้งแรกเมื่อ 240 ปีก่อนคริสต์กาล ดาวหางฮัลเลย์เคยมาเยือนโลกแล้ว 30 ครั้ง มีประวัติการแสดงที่สุดแสนประทับใจ
* ใน พ.ศ. 2453 ดาวหางฮัลเลย์เกิดกระแสตื่นกลัวดาวหางในโลกตะวันตก มีความเชื่อว่าสารพิษจากหางดาวหางจะทำให้สิ่งมีชีวิตบนโลกตายหมด จนมีนักต้มตุ๋นผลิต "ยาเม็ดกันดาวหาง" ออกมาวางขาย
* การปรากฏตัวครั้งล่าสุดของดาวหางฮัลเลย์ที่คนในปัจจุบันเคยเห็นเมื่อปี 2529/2530 คือครั้งที่แย่ที่สุดในรอบ 2,000 ปีของดาวหางดวงนี้
* นับจากการปรากฏตัวครั้งล่าสุดในปี 2529-2530 ดาวหางฮัลเลย์เดินทางไปเกินครึ่งทางแล้ว หมายความว่าตอนนี้ฮัลเลย์กำลังจะกลับมายังระบบสุริยะชั้นในอีกครั้งหนึ่ง
* ดาวหางฮัลเลย์จะกลับมาอวดโฉมให้เราเห็นครั้งถัดไปในปี พ.ศ. 2604
อยู่ให้ถึงนะ
07/09/2025
ไม่รู้ว่าฝนตกจะเห็นไหม แต่จะเฝ้ารอ
#อออ้อชวนดูดาว
คืนนี้ อย่าลืมแหงนหน้ามองฟ้า! ชม #จันทรุปราคาเต็มดวง เหนือฟ้าเมืองไทย สังเกตได้ด้วยตาเปล่าทั่วประเทศ (คืนวันอาทิตย์ที่ 7 ก.ย. ถึง เช้ามืดวันจันทร์ที่ 8 ก.ย. 68)
ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งนี้ เกิดขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปี เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 22:29-03:55 น. (ตามเวลาประเทศไทย ณ กรุงเทพมหานคร) คราสเต็มดวง เวลา 00:31-01:53 น. ช่วงดังกล่าวดวงจันทร์จะปรากฏเป็นสีแดงอิฐ นานกว่า 1 ชั่วโมง 22 นาที
มี #ลำดับการเกิดปรากฏการณ์ ดังนี้
7 กันยายน 2568 เวลา 22:29 น.
#เริ่มเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว
(Penumbral Eclipse begins) ดวงจันทร์เข้าสู่เงามัวของโลก ความสว่างของดวงจันทร์ลดลงเล็กน้อย ช่วงนี้จะยังมองไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนด้วยตาเปล่า
---
7 กันยายน 2568 เวลา 23:27 น.
#เริ่มเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน
(Partial Eclipse begins) ดวงจันทร์เข้าสู่เงามืดของโลก จะมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงมีลักษณะเว้าแหว่ง เนื่องจากเริ่มมีส่วนที่มืดเป็นเงาสีดำจากขอบด้านหนึ่ง ค่อยๆ กินพื้นที่เข้ามาทีละน้อย
---
8 กันยายน 2568 เวลา 00:31 น.
#เริ่มเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง
(Total Eclipse begins) ดวงจันทร์เริ่มถูกบดบังจากเงามืดของโลกทั้งดวง จึงเริ่มปรากฏเป็นสีแดงอิฐ
---
8 กันยายน 2568 เวลา 01:12 น.
#กึ่งกลางคราส (Maximum Eclipse)
ดวงจันทร์จะอยู่ใจกลางเงาของโลกพอดี ดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในแนวระนาบเดียวกัน โดยมีโลกอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ แสงอาทิตย์จะถูกบังทั้งหมด ดวงจันทร์ปรากฏเป็นสีแดงอิฐทั้งดวง
#ทำไมดวงจันทร์เป็นสีแดงอิฐช่วงที่เกิดจันทรุปราคาเต็มดวง >>https://www.facebook.com/share/p/1AgHvTrUQF/?mibextid=wwXIfr
---
8 กันยายน 2568 เวลา 01:53 น.
#สิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง
(Total Eclipse ends) ดวงจันทร์เริ่มเคลื่อนออกจากเงามืดของโลก ทำให้มีแสงสว่างกลับมาปรากฏที่ขอบอีกครั้ง และค่อยๆ ขยายพื้นที่ออกไปเรื่อยๆ หลังจากช่วงนี้ไปจะมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงมีลักษณะเว้าแหว่งอีกครั้ง
---
8 กันยายน 2568 เวลา 02:57 น.
#สิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน
(Partial Eclipse ends) ดวงจันทร์จะกลับเข้าสู่ช่วงเงามัวอีกครั้ง และความสว่างจะค่อยๆ กลับคืนสู่ปกติ
---
8 กันยายน 2568 เวลา 03:55 น.
#สิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว
(Penumbral Eclipse ends)
ความสว่างของดวงจันทร์กลับคืนสู่ปกติ
สิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงในครั้งนี้โดยสมบูรณ์
---
NARIT ถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ และช่องยูทูบ NARIT Thailand https://www.youtube.com/ รับชมได้ตลอดทั้งปรากฏการณ์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 22:29 น. เป็นต้นไป
#จันทรุปราคาเต็มดวงเหนือฟ้าเมืองไทย
03/06/2025
เบื้องหลังความสำเร็จของน้องๆที่สอบได้ลำดับที่1 เรียนกับครูผู้เชี่ยวชาญ ลงมือทำด้วยกัน เพิ่มคะแนนได้จริง สมัครด่วน❗️รับจำนวนจำกัด
16/01/2025
ใกล้มืดแล้ว ดูดาวกันค่ะ
#อออ้อใจดี #อออ้อดูดาว
16 มกราคม 2568 "ดาวอังคารอยู่ตรงข้ามดวงอาทิตย์" ปรากฏสว่างสีส้มแดง เห็นด้วยตาเปล่าตลอดคืนถึงรุ่งเช้า
ดาวอังคารจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (Mars Opposition) หมายถึง ดวงอาทิตย์ โลก และดาวอังคารจะเรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน วันดังกล่าวดาวอังคารจะปรากฏตั้งแต่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สว่างมากสีส้มแดง สังเกตได้ด้วยตาเปล่าตลอดคืนจนถึงเช้าวันถัดไป นับเป็นช่วงที่เหมาะสมแก่การชมดาวอังคารเป็นอย่างยิ่ง หากชมผ่านกล้องโทรทรรศน์กำลังขยายตั้งแต่ 100 เท่าขึ้นไป จะเห็นพื้นน้ำแข็งสีขาวบริเวณขั้วของดาวอังคารได้
เนื่องจากวงโคจรของดาวอังคารค่อนข้างรี และอยู่ใกล้โลกมาก เมื่อเทียบกับดาวเคราะห์วงนอกดวงอื่น ๆ เป็นผลให้วันที่ดาวอังคารอยู่ตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ จะไม่ใช่วันที่ดาวอังคารเข้าใกล้โลกมากที่สุด ต่างจากดาวเสาร์และดาวพฤหัสบดี ทั้งนี้ ดาวอังคารจะเข้าใกล้โลกในทุก ๆ 2 ปี 2 เดือน