01/02/2019
บทสรุป(จบ) : แนวทางการใช้ดนตรีบำบัด
ดนตรีบำบัดในเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
ดนตรีบำบัดช่วย ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ในด้านสติปัญญา ด้านอารมณ์ความรู้สึก ด้านสังคม ด้านการสื่อสาร และด้านร่างกาย (Guy, 2005; Wilson, 1997) ซึ่งส่วนประกอบของดนตรีจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมทางดนตรีบำบัดให้เด็กได้เรียนรู้บทเรียนต่าง ๆ ได้อย่างสนุกสนาน เพราะดนตรีเป็นสิ่งจูงใจที่น่าสนใจจึงช่วยให้เด็กสนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างกระตือรือร้นและตอบสนองต่อกิจกรรมได้เป็นอย่างดี ทำให้เด็กไม่เกิดความกลัวหรือความเครียดเมื่อต้องเรียนรู้ในบทเรียนต่าง ๆ และเตรียมความพร้อมให้เด็กพร้อมที่จะเรียนรู้และเปิดรับสิ่งต่าง ๆ ต่อไปได้ กิจกรรมดนตรีบำบัดจะถูกออกแบบให้เหมาะสมกับความบกพร่องและจุดแข็งของเด็กแต่ละคนที่มีความแตกต่างกัน เช่น การร้องเพลง การฟังเพลง และการเล่นเครื่องดนตรี เป็นต้น (Davis, Gfeller, & Thaut, 2008; Wilson, 1997) สำหรับการส่งเสริมเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้นั้น มีรายละเอียด ดังนี้
• ดนตรีบำบัดในฐานะช่วยส่งเสริมด้านสติปัญญา โดยจะช่วยจัดระบบและประมวลข้อมูลจากสิ่งเร้าทั้งทางตา หู และประสาทสัมผัสส่วนต่าง ๆ ได้ (Davis, Gfeller, & Thaut, 2008) ยกตัวอย่าง งานวิจัยที่ทำโดย Register, Darrow, Standley, & Swedberg (2007) ศึกษาผลของการใช้ดนตรีบำบัดต่อการส่งเสริมทักษะด้านการอ่านของนักเรียนที่อยู่ในระดับชั้นเกรด 2 ที่ถูกระบุว่ามีปัญหาเรื่องการอ่าน (งานวิจัยชิ้นนี้จะทดสอบทักษะทางด้านคำศัพท์ ทั้งในด้านความรู้ความเข้าใจ การแปลความหมาย และการอ่านวิเคราะห์ โดยใช้กิจกรรมทางดนตรีที่หลากหลายเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสส่วนต่าง ๆ เช่น การร้อง การฟัง การเล่นเครื่องดนตรี และการเคลื่อนไหว ยกตัวอย่างกิจกรรมการร้องเพลงเช่น นักดนตรีบำบัดสอนเด็กร้องเพลงที่จะใช้ในการทำกิจกรรมดนตรีบำบัด จากนั้นแจกบัตรที่มีตัวอักษร เช่น C B และ R เป็นต้น และบัตรที่มีคำผสม เช่น _at และ _et เป็นต้น และให้ทุกคนร้องเพลงไปพร้อม ๆ กันอีกหนึ่งครั้ง จากนั้นให้แต่ละคนนำแผ่นป้ายตัวอักษรและคำผสมนำมาผสมกัน และตรวจสอบคำพร้อมกับฝึกออกเสียง ซึ่งผลจากการวิจัยพบว่าเด็กมีทักษะการอ่านและทักษะด้านคำศัพท์ที่สูงขึ้น นอกจากนี้งานวิจัยที่ทำขึ้นโดย Roskam (1979) พบว่าดนตรีบำบัดช่วยส่งเสริมด้านความจำและช่วยส่งเสริมให้เข้าใจในสัญลักษณ์ในรูปแบบต่าง ๆ ได้อีกด้วย
• ดนตรีบำบัดในฐานะช่วยส่งเสริมด้านอารมณ์และความรู้สึก โดยดนตรีบำบัดจะส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังซึ่งกันและกัน ซึ่งนักดนตรีบำบัดจะใช้กิจกรรมทางดนตรีทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม ยกตัวอย่างเช่น การทักทายกันด้วยเสียงดนตรี การเล่นเครื่องดนตรีโต้ตอบกัน การแบ่งปันแลกเปลี่ยนเครื่องดนตรี การจับคู่เพลงกับรูปภาพ และการร้องเพลงพร้อมประกอบท่าทางกิจกรรม เป็นต้น วิธีการเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดปฏิสัมพันธ์ร่วมกันเพิ่มมากขึ้น (Davis, Gfeller, & Thaut, 2008) ตัวอย่างงานวิจัยโดย Montello และ C***s (1998) ที่ทดลองกับกลุ่มก่อนวัยรุ่นที่มีปัญหาด้านอารมณ์การเรียนรู้และพฤติกรรม ซึ่งทำการทดลองภายในคาบเรียนวิชาดนตรี โดยใช้แนวทางการฝึกจังหวะและการด้นสดทางดนตรีบำบัดในการทดลอง วิธีนี้ประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอนได้แก่ การฝึกอ่านและเขียนจังหวะโน้ตพื้นฐาน การฝึกเรียนรู้จังหวะด้วยเครื่องตีชนิดต่าง ๆ รวมไปถึงการร้องจังหวะเพื่อช่วยเรื่องสมาธิและการประสานงานของร่างกาย และขั้นสุดท้ายด้วยการด้นสด ที่ประกอบไปด้วยการเล่นตามตัวอย่าง การเล่นเลียนแบบจังหวะ การด้นสดบนจังหวะที่มีอยู่ การเล่าเรื่องราวพร้อมกับเล่นจังหวะที่คงที่ไปพร้อม ๆ กัน และการด้นสดอย่างไรก็ได้ ซึ่งเมื่อเด็กแต่ละคนเล่นจบก็ให้เพื่อน ๆ และนักดนตรีบำบัดกล่าวคำชมเชย ผลจากงานวิจัยชิ้นนี้พบว่าดนตรีบำบัดช่วยส่งเสริมด้านการแสดงออกด้านอารมณ์ ความรู้สึก เพิ่มช่องทางใหม่ ๆ ในการระบายความเครียด ความโกรธ รวมถึงความรุนแรงต่าง ๆ ออกมาผ่านกิจกรรมดนตรีบำบัด ซึ่งประสบการณ์การเล่นดนตรีจะช่วยให้เด็กเรียนรู้และให้รู้จักตัวเองมากขึ้น
• ดนตรีบำบัดในฐานะช่วยส่งเสริมด้านสังคม โดยนักดนตรีบำบัดจะสนับสนุนและส่งเสริมให้เด็กใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ ซึ่งจะปรับปรุงให้รู้จักการเข้าสังคม ให้รู้จักการสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ให้รู้จักการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ให้รู้จักการแสดงออกทางอารมณ์ที่เหมาะสมผ่านกิจกรรมทางดนตรีทั้งแบบเดี่ยวและกลุ่ม ยกตัวอย่างกิจกรรมเช่น การทักทายกันด้วยเสียงดนตรี การแบ่งปันแลกเปลี่ยนเครื่องดนตรีให้กันเล่น การเล่นเครื่องดนตรีโต้ตอบกัน เป็นต้น เหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการรับและส่งข้อมูลทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ร่วมกันในกลุ่มได้ (Davis, Gfeller, & Thaut, 2008)
• ดนตรีบำบัดในฐานะช่วยส่งเสริมด้านการสื่อสาร โดยอาจใช้วิธีให้เด็กแยกแยะเสียงว่าเหมือนหรือแตกต่างกันหรือไม่ รับรู้ถึงความต่างระหว่างเสียงที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องได้ รู้จักระดับเสียงที่มีความสูงต่ำแตกต่างกันไปในแต่ละทำนองเพลง นอกจากนี้การที่ลักษณะของคำพูดมีจังหวะจะโคนเหมือนเหมือนกันกับจังหวะของดนตรี ทำให้เด็กออกเสียงตามให้เหมือนกับที่ตนเองได้ยินได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างกิจกรรมเช่น การเรียนรู้คำศัพท์ใหม่จากการออกเสียงจากเนื้อร้องในเพลง การสร้างกิจกรรมที่มีการออกเสียงในทุก ๆ ช่วงของกิจกรรม และการให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ในการสื่อสารโดยไม่ตัดสินว่าถูกหรือผิด เป็นต้น (Davis, Gfeller, & Thaut, 2008)
• ดนตรีบำบัดในฐานะช่วยส่งเสริมด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กซึ่งอาจรวมถึงการประสานงานของสายตา จะใช้กิจกรรมการเล่นเครื่องดนตรีโดยเลือกเครื่องดนตรีให้เหมาะสมกับเป้าหมายที่ต้องการจะฝึก ยกตัวอย่างเช่น หากเด็กมีปัญหาในการรับลูกบอล นักดนตรีบำบัดจะใช้วิธีถือกลองและเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ แล้วให้เด็กใช้ไม้กลองร่วมกับสายตาตีกลองที่นักดนตรีบำบัดถือ (Davis, Gfeller, & Thaut, 2008; Wilson, 1997)
บทสรุป
ความบกพร่องทางการเรียนรู้ก่อให้เกิดปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวันของเด็กเป็นอย่างมาก ผู้ปกครองและคุณครูเป็นบุคคนสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาและคอยส่งเสริมให้กำลังใจ เพื่อให้เด็กมีทักษะด้านต่าง ๆ ที่ดีขึ้น ซึ่งดนตรีบำบัดถือเป็นทางเลือกใหม่ในการช่วยเหลือเด็กในกลุ่มนี้ โดยอาจใช้วิธีการร้องเพลง การฟังเพลง การเล่นเครื่องดนตรี และการเคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนด้านสติปัญญา หรือใช้วิธีการด้นสดที่ประกอบไปด้วยการเล่นตามตัวอย่าง การเล่นเลียนแบบจังหวะ การด้นสดบนจังหวะที่มีอยู่ การเล่าเรื่องราวพร้อมกับเล่นจังหวะที่คงที่ไปพร้อม ๆ กัน และการด้นสดอย่างไรก็ได้เพื่อสนับสนุนด้านอารมณ์และความรู้สึก วิธีการเหล่านี้เป็นสิ่งจูงใจที่ช่วยให้เด็กสนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างกระตือรือร้นและตอบสนองต่อกิจกรรมได้เป็นอย่างดี ทำให้เด็กไม่เกิดความกลัวหรือความเครียดเมื่อต้องเรียนรู้ ดนตรีบำบัดยังช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสมากกว่าหนึ่งทางและเรียนรู้บทเรียนต่าง ๆ ได้ อย่างสนุกสนานและง่ายมากขึ้น ซึ่งการสนับสนุนเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ในด้านสังคม ด้านการสื่อสาร และด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก หรือแม้กระทั่งด้านอารมณ์และความรู้สึก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อให้เด็กเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพไปพร้อมกับเด็กคนอื่น ๆ ในวัยเดียวกัน เพื่อใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเป็นปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
บทความ : วารสารเพลงดนตรี Music Journal Volume 23 No.10 June 2018
ผู้เขียน : ภานุ เจริญเสริมสกุล และ วทัญญู จิตเสถียรพร