บ้านครูภานุ

บ้านครูภานุ

แชร์

Music Provider as Music Theraphy, all about PianoPiano for kid to Fun, Piano Fairy Tale, Piano for Mum, Sing and Play

บ้านครูภานุ ใช้เปียโนสอนดนตรีผ่านการเล่น ใช้ทำดนตรีบำบัดเพื่อสร้างพัฒนาการที่ดีขึ้น บ้านครูภานุเปิดสอนดนตรี โดยหลักสูตรหลักที่เปิดสอนเป็นเปียโนสำหรับเด็กโดยเฉพาะ นิทานดนตรี Piano Fairy Tale,ดนตรีเพื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ Piano for Mom,เพลงเพื่อพ่อหลวง King Songs for Kids และเปียโนบำบัด PianoTherapyสำหรับเด็กสมาธิสั้นและเด็กพิเศษ เป็นการเรียนเปียโนผ่านการเล่น การฟังเพลง การทำกิจกรรมดนตรี เพื่่อความสนุ

02/01/2023
18/08/2019

วันอัลไซเมอร์โลก ประจำปี 2562

แนะนำกิจกรรมดี ๆ ครับ กิจกรรม วันอัลไซเมอร์โลก ประจำปี 2562 จัดโดยภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะวิชาแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล และสมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย จัดขึ้นวันที่ 5-6 กันยายน 2562 เวลา 8.00-16.00 น. ในงานมีกิจกรรมที่หลากหลาย อีกทั้งยังมีการแนะนำดนตรีบำบัดในวันที่ 6 เวลา บ่ายโมงถึงบ่ายสามโมง โดย รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข และวงดนตรีจากมูลนิธิอาจารย์สุกรี

โดยงานมีขึ้น ณ ศาลาศิริราช 100 ปี ตึก 72 ปี ชั้น 1 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อย่าพลาดงานดี ๆ นี้นะครับ

05/03/2019

ดนตรีบำบัด กับ การศึกษาพิเศษ
Music Therapy in Special Education :

กลุ่มวิจัยและพัฒนาสื่อเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษาสำหรับคนพิการ
http://gtech.obec.go.th/index.html

ดนตรีบำบัด กับ การศึกษาพิเศษ
Music Therapy in Special Education :

ดนตรีบำบัดถือเป็น "Related Services" บริการที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ ทั้งในด้านการศึกษาและในด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพทางกระบวนการแพทย์ ตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 โดยดนตรีบำบัดจัดเป็นบริการอยู่ในลำดับที่ 11 และพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551 ทางสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำคู่มือสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อบริการ และความช่วยเหลืออื่นใด และดนตรีบำบัดก็ถูกบรรจุอยู่ในการให้ความช่วยเหลือ เป็นบริการที่เกี่ยวข้องครับ ใครสนใจลองศึกษารายละเอียดดูครับ

กลุ่มวิจัยและพัฒนาสื่อเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษาสำหรับคนพิการ
http://gtech.obec.go.th/index.html

23/02/2019

บทสัมภาษณ์ ดนตรีบำบัด จาก กาย - ศิลป์ - ธรรม สื่อสร้างสรรค์ เพื่อกำลังใจในการใช้ชีวิต

21/02/2019

หนูน้อยคนหนึ่งกำลังเล่นกีตาร์ร้องเพลง You are my sunshine ให้น้องชายของเขาที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา (ID) เป็น Down Syndrome ฟัง ช่างน่ารักอย่างแรง.... อะไรอย่างนี้ครับ ลองดูครับพี่สาวเขามีส่วนสนับสนุนในการใช้ดนตรีช่วยเหลือน้องชายเขาได้อย่างไร ?

20/02/2019

จำได้ไหมครับ น้องเอ๋ย นักเปียโนระดับแนวหน้าของไทย ผู้น่ารักและใจดีที่มาเล่นเปียโนไพเราะ ๆ ให้น้อง ๆ ฟังในงานเปียโนคอนเสริต์การกุศลบ้านครูภานุ เพื่อน้อง ๆ เด็กที่มีความต้องการพิเศษที่ ประภาคารปัญญา ตลอดหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา ตอนนี้ ขวัญชนก กำลังมีคอนเสริต์ใหญ่อีกงานที่น่าฟังมากครับ " Amadeus Live concerts " ในวันศุกร์ที่ 22 และเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ครับ ที่มหิดลสิทธาคาร ใครสนใจติดตามดูรายละเอียดได้เลยนะครับผม

In Amadeus Live concerts, the elegant Thai pianist Kwanchanok Pongpairoj serves as soloist in the lyrically sublime Andante from Mozart’s twenty-first piano concerto.

Kwanchanok has joined the piano faculty at College of Music, Mahidol University, Thailand since July 2016. She received her Master of Music Degree in Piano Performance from Royal Northern College of Music, Manchester and her Bachelor of Music Degree in Piano Performance with first-class honours from College of Music, Mahidol University.

Kwanchanok was awarded the First Prize in the Piano Trio Category from the Princess Galyani Vadhana International Ensemble Competition 2014 and the Second Gold Medal Prize together with a scholarship for lessons with Klaus Kaufmann at Mozarteum University of Salzburg from the Settrade Thailand Youth Music Competition 2010. She was also selected for an award from Her Royal Highness Princess Soamsawali for her contributions in music activities to Thailand by the Ministry of Tourism and Sports of Thailand in 2014.

Join us this weekend in Amadeus Live concerts, leading the concert will be one of Europe’s foremost conductors specializing in classical-era music, Maestro Ludwig Wicki.

Don’t miss, Friday 22 February 2019, 7.00 p.m. and Saturday 23 February 2019, 4.00 p.m. at Prince Mahidol Hall

19/02/2019

Intellectual Disability (ID) ความบกพร่องทางสติปัญญา

เราลองมาดูเด็กที่มีความต้องการพิเศษในกลุ่มนี้กันครับ เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการตามช่วงอายุแตกต่างกันไป แต่จะมีความบกพร่องทางพัฒนาการที่คล้ายกัน ทั้งในด้านทักษะภาษา การปรับตัวทางสังคมและอารมณ์ ทักษะทางกายภาพ และการจัดระบบข้อมูล แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดก็คือ ในการเก็บข้อมูลจะทำได้น้อยกว่าและเกิดความล่าช้าในการเก็บข้อมูล ซึ่งขึ้นอยู่กับความรุนแรงในภาวะบกพร่องนี้ ส่วนลักษณะปัญหาที่พบอื่น ๆ ได้แก่ ไม่มีสมาธิ ปัญหาของความเข้าใจในเรื่องที่เป็นนามธรรมจับต้องไม่ได้ และปัญหาในด้านการนำข้อมูลที่ได้ไปประยุกต์ปรับใช้ชีวิตด้านอื่น ๆ ค่อนข้างยาก โดยสิ่งสำคัญปัญหาเรื่องการจัดระบบหรือการประมวลผลข้อมูลที่เกิดขึ้นทั้ง 3 ขั้นตอน 1)การรับข้อมูลจากสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัสทั้ง 2)การประมวลข้อมูลส่วนกลาง ที่จัดสิ่งเร้าทั้งหลายเข้ามาด้วยความจำ หลักการและเหตุผล ประเมินผล และ 3) การแสดงออก สามารถเลือกพฤติกรรมตอบสนองที่เหมาะสมออกมาได้จากทางเลือก ต่าง ๆ ที่ตนเองประมวลผลออกมา (Executive Function) (Davis, Gfeller, & Thaut, 2008)

01/02/2019

บทสรุป(จบ) : แนวทางการใช้ดนตรีบำบัด

ดนตรีบำบัดในเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
ดนตรีบำบัดช่วย ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ในด้านสติปัญญา ด้านอารมณ์ความรู้สึก ด้านสังคม ด้านการสื่อสาร และด้านร่างกาย (Guy, 2005; Wilson, 1997) ซึ่งส่วนประกอบของดนตรีจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมทางดนตรีบำบัดให้เด็กได้เรียนรู้บทเรียนต่าง ๆ ได้อย่างสนุกสนาน เพราะดนตรีเป็นสิ่งจูงใจที่น่าสนใจจึงช่วยให้เด็กสนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างกระตือรือร้นและตอบสนองต่อกิจกรรมได้เป็นอย่างดี ทำให้เด็กไม่เกิดความกลัวหรือความเครียดเมื่อต้องเรียนรู้ในบทเรียนต่าง ๆ และเตรียมความพร้อมให้เด็กพร้อมที่จะเรียนรู้และเปิดรับสิ่งต่าง ๆ ต่อไปได้ กิจกรรมดนตรีบำบัดจะถูกออกแบบให้เหมาะสมกับความบกพร่องและจุดแข็งของเด็กแต่ละคนที่มีความแตกต่างกัน เช่น การร้องเพลง การฟังเพลง และการเล่นเครื่องดนตรี เป็นต้น (Davis, Gfeller, & Thaut, 2008; Wilson, 1997) สำหรับการส่งเสริมเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้นั้น มีรายละเอียด ดังนี้
• ดนตรีบำบัดในฐานะช่วยส่งเสริมด้านสติปัญญา โดยจะช่วยจัดระบบและประมวลข้อมูลจากสิ่งเร้าทั้งทางตา หู และประสาทสัมผัสส่วนต่าง ๆ ได้ (Davis, Gfeller, & Thaut, 2008) ยกตัวอย่าง งานวิจัยที่ทำโดย Register, Darrow, Standley, & Swedberg (2007) ศึกษาผลของการใช้ดนตรีบำบัดต่อการส่งเสริมทักษะด้านการอ่านของนักเรียนที่อยู่ในระดับชั้นเกรด 2 ที่ถูกระบุว่ามีปัญหาเรื่องการอ่าน (งานวิจัยชิ้นนี้จะทดสอบทักษะทางด้านคำศัพท์ ทั้งในด้านความรู้ความเข้าใจ การแปลความหมาย และการอ่านวิเคราะห์ โดยใช้กิจกรรมทางดนตรีที่หลากหลายเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสส่วนต่าง ๆ เช่น การร้อง การฟัง การเล่นเครื่องดนตรี และการเคลื่อนไหว ยกตัวอย่างกิจกรรมการร้องเพลงเช่น นักดนตรีบำบัดสอนเด็กร้องเพลงที่จะใช้ในการทำกิจกรรมดนตรีบำบัด จากนั้นแจกบัตรที่มีตัวอักษร เช่น C B และ R เป็นต้น และบัตรที่มีคำผสม เช่น _at และ _et เป็นต้น และให้ทุกคนร้องเพลงไปพร้อม ๆ กันอีกหนึ่งครั้ง จากนั้นให้แต่ละคนนำแผ่นป้ายตัวอักษรและคำผสมนำมาผสมกัน และตรวจสอบคำพร้อมกับฝึกออกเสียง ซึ่งผลจากการวิจัยพบว่าเด็กมีทักษะการอ่านและทักษะด้านคำศัพท์ที่สูงขึ้น นอกจากนี้งานวิจัยที่ทำขึ้นโดย Roskam (1979) พบว่าดนตรีบำบัดช่วยส่งเสริมด้านความจำและช่วยส่งเสริมให้เข้าใจในสัญลักษณ์ในรูปแบบต่าง ๆ ได้อีกด้วย
• ดนตรีบำบัดในฐานะช่วยส่งเสริมด้านอารมณ์และความรู้สึก โดยดนตรีบำบัดจะส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังซึ่งกันและกัน ซึ่งนักดนตรีบำบัดจะใช้กิจกรรมทางดนตรีทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม ยกตัวอย่างเช่น การทักทายกันด้วยเสียงดนตรี การเล่นเครื่องดนตรีโต้ตอบกัน การแบ่งปันแลกเปลี่ยนเครื่องดนตรี การจับคู่เพลงกับรูปภาพ และการร้องเพลงพร้อมประกอบท่าทางกิจกรรม เป็นต้น วิธีการเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดปฏิสัมพันธ์ร่วมกันเพิ่มมากขึ้น (Davis, Gfeller, & Thaut, 2008) ตัวอย่างงานวิจัยโดย Montello และ C***s (1998) ที่ทดลองกับกลุ่มก่อนวัยรุ่นที่มีปัญหาด้านอารมณ์การเรียนรู้และพฤติกรรม ซึ่งทำการทดลองภายในคาบเรียนวิชาดนตรี โดยใช้แนวทางการฝึกจังหวะและการด้นสดทางดนตรีบำบัดในการทดลอง วิธีนี้ประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอนได้แก่ การฝึกอ่านและเขียนจังหวะโน้ตพื้นฐาน การฝึกเรียนรู้จังหวะด้วยเครื่องตีชนิดต่าง ๆ รวมไปถึงการร้องจังหวะเพื่อช่วยเรื่องสมาธิและการประสานงานของร่างกาย และขั้นสุดท้ายด้วยการด้นสด ที่ประกอบไปด้วยการเล่นตามตัวอย่าง การเล่นเลียนแบบจังหวะ การด้นสดบนจังหวะที่มีอยู่ การเล่าเรื่องราวพร้อมกับเล่นจังหวะที่คงที่ไปพร้อม ๆ กัน และการด้นสดอย่างไรก็ได้ ซึ่งเมื่อเด็กแต่ละคนเล่นจบก็ให้เพื่อน ๆ และนักดนตรีบำบัดกล่าวคำชมเชย ผลจากงานวิจัยชิ้นนี้พบว่าดนตรีบำบัดช่วยส่งเสริมด้านการแสดงออกด้านอารมณ์ ความรู้สึก เพิ่มช่องทางใหม่ ๆ ในการระบายความเครียด ความโกรธ รวมถึงความรุนแรงต่าง ๆ ออกมาผ่านกิจกรรมดนตรีบำบัด ซึ่งประสบการณ์การเล่นดนตรีจะช่วยให้เด็กเรียนรู้และให้รู้จักตัวเองมากขึ้น
• ดนตรีบำบัดในฐานะช่วยส่งเสริมด้านสังคม โดยนักดนตรีบำบัดจะสนับสนุนและส่งเสริมให้เด็กใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ ซึ่งจะปรับปรุงให้รู้จักการเข้าสังคม ให้รู้จักการสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ให้รู้จักการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ให้รู้จักการแสดงออกทางอารมณ์ที่เหมาะสมผ่านกิจกรรมทางดนตรีทั้งแบบเดี่ยวและกลุ่ม ยกตัวอย่างกิจกรรมเช่น การทักทายกันด้วยเสียงดนตรี การแบ่งปันแลกเปลี่ยนเครื่องดนตรีให้กันเล่น การเล่นเครื่องดนตรีโต้ตอบกัน เป็นต้น เหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการรับและส่งข้อมูลทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ร่วมกันในกลุ่มได้ (Davis, Gfeller, & Thaut, 2008)
• ดนตรีบำบัดในฐานะช่วยส่งเสริมด้านการสื่อสาร โดยอาจใช้วิธีให้เด็กแยกแยะเสียงว่าเหมือนหรือแตกต่างกันหรือไม่ รับรู้ถึงความต่างระหว่างเสียงที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องได้ รู้จักระดับเสียงที่มีความสูงต่ำแตกต่างกันไปในแต่ละทำนองเพลง นอกจากนี้การที่ลักษณะของคำพูดมีจังหวะจะโคนเหมือนเหมือนกันกับจังหวะของดนตรี ทำให้เด็กออกเสียงตามให้เหมือนกับที่ตนเองได้ยินได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างกิจกรรมเช่น การเรียนรู้คำศัพท์ใหม่จากการออกเสียงจากเนื้อร้องในเพลง การสร้างกิจกรรมที่มีการออกเสียงในทุก ๆ ช่วงของกิจกรรม และการให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ในการสื่อสารโดยไม่ตัดสินว่าถูกหรือผิด เป็นต้น (Davis, Gfeller, & Thaut, 2008)
• ดนตรีบำบัดในฐานะช่วยส่งเสริมด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กซึ่งอาจรวมถึงการประสานงานของสายตา จะใช้กิจกรรมการเล่นเครื่องดนตรีโดยเลือกเครื่องดนตรีให้เหมาะสมกับเป้าหมายที่ต้องการจะฝึก ยกตัวอย่างเช่น หากเด็กมีปัญหาในการรับลูกบอล นักดนตรีบำบัดจะใช้วิธีถือกลองและเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ แล้วให้เด็กใช้ไม้กลองร่วมกับสายตาตีกลองที่นักดนตรีบำบัดถือ (Davis, Gfeller, & Thaut, 2008; Wilson, 1997)

บทสรุป
ความบกพร่องทางการเรียนรู้ก่อให้เกิดปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวันของเด็กเป็นอย่างมาก ผู้ปกครองและคุณครูเป็นบุคคนสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาและคอยส่งเสริมให้กำลังใจ เพื่อให้เด็กมีทักษะด้านต่าง ๆ ที่ดีขึ้น ซึ่งดนตรีบำบัดถือเป็นทางเลือกใหม่ในการช่วยเหลือเด็กในกลุ่มนี้ โดยอาจใช้วิธีการร้องเพลง การฟังเพลง การเล่นเครื่องดนตรี และการเคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนด้านสติปัญญา หรือใช้วิธีการด้นสดที่ประกอบไปด้วยการเล่นตามตัวอย่าง การเล่นเลียนแบบจังหวะ การด้นสดบนจังหวะที่มีอยู่ การเล่าเรื่องราวพร้อมกับเล่นจังหวะที่คงที่ไปพร้อม ๆ กัน และการด้นสดอย่างไรก็ได้เพื่อสนับสนุนด้านอารมณ์และความรู้สึก วิธีการเหล่านี้เป็นสิ่งจูงใจที่ช่วยให้เด็กสนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างกระตือรือร้นและตอบสนองต่อกิจกรรมได้เป็นอย่างดี ทำให้เด็กไม่เกิดความกลัวหรือความเครียดเมื่อต้องเรียนรู้ ดนตรีบำบัดยังช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสมากกว่าหนึ่งทางและเรียนรู้บทเรียนต่าง ๆ ได้ อย่างสนุกสนานและง่ายมากขึ้น ซึ่งการสนับสนุนเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ในด้านสังคม ด้านการสื่อสาร และด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก หรือแม้กระทั่งด้านอารมณ์และความรู้สึก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อให้เด็กเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพไปพร้อมกับเด็กคนอื่น ๆ ในวัยเดียวกัน เพื่อใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเป็นปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

บทความ : วารสารเพลงดนตรี Music Journal Volume 23 No.10 June 2018
ผู้เขียน : ภานุ เจริญเสริมสกุล และ วทัญญู จิตเสถียรพร

29/01/2019

บทความ (ต่อ)

จุดแข็งและจุดที่ต้องให้การสนับสนุน
เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านการเรียนรู้อาจมีปัญหาด้านการอ่าน การเขียนหรือการคิดคำนวณ เพียงด้านเดียวหรือมากกว่าหนึ่งด้าน ซึ่งเป็นจุดที่ต้องให้การสนับสนุน จุดแข็งและจุดที่ต้องให้การสนับสนุน ทั้งนี้เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้อาจมีด้านที่ต้องการการสนับสนุนที่แตกต่างกันเฉพาะในเด็กแต่ละคน บางคนอาจต้องสนับสนุนให้มีความภาคภูมิใจในตนเอง ให้มีทักษะการฟังที่ดีขึ้น ให้มีสมาธิในการทำสิ่งต่างๆ เสริมทักษะการพูดและภาษา เสริมทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็ก เสริมทักษะด้านวิชาการ เสริมทักษะทางด้านสังคม เสริมกิจกรรมให้เด็กเกิดความผ่อนคลาย และส่งเสริมให้เด็กเกิดความกล้าแสดงออก (Wilson, 1997) ความบกพร่องทั้ง 3 ด้านข้างต้น หากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้องอย่างทันท่วงทีก็อาจส่งผลต่อด้านจิตใจ (emotional) และสังคม (social) ของเด็กได้ (สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน, 2555; Wilson, 1997)

จุดแข็ง (strength) ของเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้โดยทั่วไปแล้วจะมีร่างกายที่เป็นปกติและมีความสามารถในด้านที่ไม่บกพร่องเทียบเท่าหรืออาจมากกว่าเด็กปกติ แต่ควรได้รับการฝึกฝนหรือส่งเสริมในกิจกรรมที่ตนเองมีความถนัด (Wilson, 1997; สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน, 2555) เด็กกลุ่มที่มีความบกพร่องทางการอ่านบางคนมีความสามารถที่โดดเด่นในด้านมิติสัมพันธ์ สามารถจดจำเส้นทาง และสร้างภาพในสมองจากสิ่งของ ใบหน้าคนหรือภาพวิวทิวทัศน์ ซึ่งเป็นทักษะที่ใช้ในงานออกแบบสถาปัตย์ งานถ่ายภาพและการสร้างภาพยนตร์ บางคนมีความสามารถเชื่อมโยงแนวคิดสิ่งต่าง ๆ โดยอธิบายเหตุผลออกมาเป็นคำพูดได้ดี เนื่องจากเขาใช้การมองภาพใหญ่มากกว่ามองรายละเอียดปลีกย่อย บางคนมีทักษะในการใช้เหตุผลเชิงบรรยายหรือแปลความหมายได้ดี มีความจำเป็นเลิศในการเก็บบันทึกประสบการณ์ในชีวิต ซึ่งเป็นทักษะที่นำไปใช้ในการเป็นนักเขียน นักแต่งบทกลอนได้ (Csillag, 2014) เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านการเรียนรู้มักจะมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือเพื่อนเพราะมีประสบการณ์ความลำบากที่เคยต้องการความช่วยเหลือมาก่อน กล้าเผชิญหน้ากับความเสี่ยงในการทำสิ่งต่างๆ รู้จักตัวเอง มีจุดยืน กล้าบอกความต้องการของตัวเองให้ผู้อื่นรู้ เช่น ต้องการความช่วยเหลือจากใคร อย่างไรบ้างและแก้ปัญหาโดยการลงมือทำ (Kelly, 2014)

แนวทางในการช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้การตรวจคัดกรองเป็นสิ่งสำคัญในเด็กที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้ เพราะหากพบได้เร็ว
ก็จะยิ่งมีโอกาสพัฒนาเด็กได้มากขึ้น โดยขั้นตอนการคัดกรองจะเริ่มต้นจากคุณครูประจำชั้น หากสังเกตเห็นความเสี่ยงก็จะส่งข้อมูลไปที่คณะกรรมการการเรียนร่วมเพื่อคัดกรองเบื้องต้น ถ้าพบความบกพร่องก็จะหารือกับผู้ปกครองและส่งเด็กไปให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ได้แก่ แพทย์ นักจิตวิทยา และคุณครูการศึกษาพิเศษคัดกรองเพื่อยืนยันอีกครั้ง ขั้นตอนสุดท้ายคือการจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างเหมาะสมพร้อมทั้งจดทะเบียนเป็นผู้พิการเพื่อรับสิทธิและสื่อการเรียนการสอน (สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน, 2555) ผู้ปกครองบางคนอาจไม่ให้ความร่วมมือในการพาเด็กมาคัดกรอง เพราะกลัวว่าลูกตนเองจะถูกมองว่าเป็นผู้พิการทำให้เกิดปัญหากับตัวเด็กจากการที่ไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสมและไม่ได้รับการยอมรับในสังคม ทำให้เกิดพฤติกรรมรุนแรง ก้าวร้าว แยกตัว หรือกระทั่งต้องออกจากการเรียน (สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน, 2555; Davis, Gfeller, & Thaut, 2008; Wilson, 1997) แนวทางในการช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนได้แก่ การช่วยเหลือทางการแพทย์ ช่วยเหลือทางด้านการศึกษา และช่วยเหลือทางด้านจิตใจ (โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, 2558)

ขั้นแรก การช่วยเหลือทางการแพทย์โดยแพทย์จะประเมินและวินิจฉัยว่าเด็กมีความ บกพร่องทางการเรียนรู้ในด้านใดและเกิดร่วมกับความผิดปกติด้านอื่นด้วยหรือไม่

ขั้นที่สอง การช่วยเหลือทางด้านการศึกษาโดยคุณครูจะจัดทำแผนการเรียนการสอน รายบุคคน (IEP) เพื่อพัฒนาในด้านที่มีความบกพร่อง (โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, 2558) เพราะเด็กแต่ละคนมีความบกพร่องที่แตกต่างกัน ทำให้เด็กอาจมีวิธีเรียนรู้ที่แตกต่างจากคนทั่วไป (สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน, 2555) นอกจากนี้คุณครูจะส่งเสริมให้เด็กทำกิจกรรมเสริมทักษะในด้านที่เด็กสนใจ เช่น ด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา เป็นต้น เพื่อสร้างความมั่นใจและภาคภูมิใจในตนเอง (โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, 2558)

ขั้นสุดท้าย การช่วยเหลือด้านจิตใจจากทางครอบครัว โดยให้ครอบครัวได้รับรู้ถึงปัญหา ความบกพร่องของเด็ก และเปลี่ยนจากการตำหนิหรือลงโทษเป็นรับฟังปัญหา เพื่อลดความรุนแรง ของผลที่อาจตามมาได้โดยใช้การให้กำลังใจ ช่วยเหลือด้านจิตใจ ชื่นชมให้เด็กเกิดความภูมิใจในตนเอง เป็นต้น (โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, 2558)

ตัวอย่างสถานที่ที่เปิดให้บริการบำบัดความบกพร่องทางด้านการเรียนรู้ในประเทศไทย ยกตัวอย่างเช่น คลีนิคเพิ่มพูนทักษะการเรียน สาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล (สาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่นภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, 2555) คลีนิคการเรียนรู้บกพร่อง ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล (คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ภาควิชาจิตเวชศาสตร์, 2015) และสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา สถาบันวิจัยและพัฒนาการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นต้น (มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2013)

ติดตามอ่านบทความตอนต่อไป

ผู้เขียน : ภานุ เจริญเสริมสกุล และ วทัญญู จิตเสถียรพรบทความ : วารสารเพลงดนตรี Music Journal Volume 23 No.10 June 2018

26/01/2019

บทความ : วารสารเพลงดนตรี Music Journal Volume 23 No.10 June 2018
ผู้เขียน : ภานุ เจริญเสริมสกุล และ วทัญญู จิตเสถียรพร


บทนำ
ดนตรีเป็นศาสตร์และศิลป์แขนงหนึ่งที่มนุษย์รังสรรค์ขึ้นมา ดนตรีมีอิทธิพลต่อร่างกายจิตใจและความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ ดนตรีถูกนำมาใช้ตามความต้องการของแต่ละปัจเจกบุคคล บางคนฟังดนตรีเพื่อทำให้เกิดความรู้สึกเพลิดเพลิน บางคนฟังเพื่อผ่อนคลายจากความเครียด บางคนเพื่อเข้ากลุ่มกับเพื่อน บางคนใช้ดนตรีเพื่อการศึกษาเสริมสร้างพัฒนาการการเรียนรู้ และส่งเสริมศักยภาพในด้านต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น
ดนตรีบำบัดคือการนำองค์ประกอบของดนตรี เช่น ทำนองเพลง อัตราจังหวะ ความดังเบา เป็นต้น มาเป็นเครื่องมือโดยอ้างอิงวิธีการบำบัดจากงานวิจัยทางดนตรีบำบัดที่เชื่อถือได้ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ก่อให้เกิดการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เสริมสร้างทักษะทางด้านร่างกาย อารมณ์สังคม สติปัญญา การสื่อสาร และจิตใจโดยไม่ได้หวังผลให้เกิดทักษะทางด้านดนตรี นักดนตรีบำบัดต้องมีทักษะความสามารถทางด้านดนตรีบำบัดที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ในการบำบัดนักดนตรีบำบัดจะวางแผนตั้งเป้าหมายในการบำบัดตามความต้องการของผู้เข้ารับบริการและประเมินผลเพื่อติดตามความก้าวหน้าในการบำบัด อีกทั้งยังต้องมีทักษะในด้านการผูกสัมพันธ์กับผู้เข้ารับการบำบัดเพื่อให้เกิดการไว้เนื้อเชื่อใจ
นักดนตรีบำบัดไม่ได้มุ่งเน้นให้ผู้รับบริการเพิ่มพูนทักษะทางด้านดนตรีแต่นักดนตรีบำบัดนำดนตรีมาประยุกต์ใช้ช่วยเหลือด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ ยกตัวอย่างเช่น ลดความกังวลในคนไข้ก่อนการผ่าตัด ลดความเจ็บปวดในผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง ลดอาการซึมเศร้า นอกจากนี้ยังช่วยปรับพฤติกรรมเด็กออทิสติก เสริมสร้างสมาธิให้กับเด็กสมาธิสั้น และพัฒนาศักยภาพให้กับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ได้อีกด้วย บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ เกี่ยวกับลักษณะสาเหตุปัญหาและวิธีการส่งเสริมเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ต่อไป

ความบกพร่องทางการเรียนรู้
ความบกพร่องทางการเรียนรู้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มความผิดปกติด้านพัฒนาการระบบประสาท (neurodevelopmental disorder) โดยมีความบกพร่องด้านการเรียนรู้ (learning skills) ในด้านวิชาการที่อาจอยู่ในระดับต่ำกว่าวัยจนอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ (academic skills) ซึ่งมีความแตกต่างกันออกไปในเด็กแต่ละคน (Wilson, 1997)
ความบกพร่องในการเรียนรู้แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ ความบกพร่องทางด้านการอ่าน (Dyslexia) ความบกพร่องทางด้านการเขียน (Dysgraphia) และความบกพร่องทางด้านคณิตศาสตร์ (Dyscalculia) (American Psychiatric Association, 2013) โดยลักษณะ ความบกพร่องด้านการอ่าน เป็นชนิดที่พบได้มากที่สุดในประชากรทั่วโลก (มนัส สูงประสิทธิ์และเพียงใจ ทองพวง, 2557)
ผู้ที่มีความบกพร่องทางด้านการอ่าน อาจไม่เข้าใจว่าตัวอักษรตัวใดมาก่อนหรือหลัง สะกดคำผิด แยกสระไม่ได้ อ่านสลับตัวอักษร อ่านข้ามคำ จำตัวอักษรและจับใจความไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น คำว่า “แมลง” อ่านเป็น “แม-ลง” หรือ มะ-แลง-ลง คำว่า “กบ” อ่านเป็น บก เป็นต้น (โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, 2558)
ผู้ที่มีความบกพร่องทางด้านการเขียน อาจมีความบกพร่องในการเขียน สะกดคำ เขียนตัวอักษรไม่ครบ เขียนคำผิดหรือกลับข้าง หรือแต่งประโยคไม่ได้ เป็นต้น
ผู้ที่มีความบกพร่องทางด้านคณิตศาสตร์ อาจมีความบกพร่องในการคิดคำนวน ไม่เข้าใจค่าของตัวเลข สับสนในการคิดเลข คิดคำนวนได้ช้า ไม่เข้าใจสัญลักษณ์ คิดวิเคราะห์เลข หรือทำโจทย์เลขไม่ได้ (American Psychiatric Association, 2013; มนัส สูงประสิทธิ์และเพียงใจ ทองพวง, 2557)
ลักษณะความบกพร่องทางการอ่านมีความแตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย แบ่งได้เป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงก่อนวัยเรียน ช่วงวัยประถม และช่วงวัยมัธยม (มนัท สูงประสิทธิ์, 2558)

ช่วงก่อนวัยเรียน เช่น จำลักษณะและเสียงของตัวอักษรไม่ได้ จำชื่อและเขียนชื่อตนเองไม่ได้ และไม่เข้าใจคำสัมผัส เป็นต้น
ช่วงวัยประถม เช่น อ่านสะกดคำผิด อ่านได้ช้า ทำงานไม่เสร็จและไม่ส่งการบ้าน เป็นต้น
ช่วงวัยสุดท้ายคือวัยมัธยมไปจนถึงวัยทำงาน เช่น ใช้ความพยายามในการอ่านมาก ผิดปกติ ต้องอ่านซ้ำ ๆ หลาย ๆ รอบถึงจะเข้าใจ และหลีกเลี่ยงการอ่านในสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นต้น (American Psychiatric Association, 2013)
ทั้งนี้หากเด็กมีความบกพร่องตามลักษณะข้างต้นในภาษาที่ไม่ใช่ภาษาแม่ จะไม่นับว่ามีความบกพร่องในการเรียนรู้ (American Psychiatric Association, 2013)
สาเหตุของการเกิดความบกพร่องในการเรียนรู้มีทั้งหมด 3 สาเหตุ ได้แก่ สาเหตุจากการ ทำงานของสมองที่ผิดปกติส่งผลให้ระบบประสาทพัฒนาบกพร่อง (impaired neurological development) สาเหตุจากการพัฒนาการด้านต่าง ๆ ที่ช้ากว่าวัย (maturational delay) สาเหตุจากปัจจัยทางพันธุกรรม (genetic factor) และสาเหตุจากปัจจัยทางสภาวะแวดล้อม (environment factor) (ศรีเรือน แก้วกังวาล, 2556) ซึ่งสาเหตุที่พบมากที่สุดคือ สาเหตุจากการ ทำงานของสมองที่ผิดปกติ (มนัท สูงประสิทธิ์, 2558)

โปรดติดตามเนื้อหาในบทความช่วงต่อไป..... (เนื้อหาค่อนข้างมาก)

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 21:00
อังคาร 08:00 - 21:00
พุธ 08:00 - 21:00
พฤหัสบดี 08:00 - 21:00
ศุกร์ 08:00 - 21:00
เสาร์ 08:00 - 19:00
อาทิตย์ 08:00 - 16:00