ลินทร์ Relation

ลินทร์ Relation

แชร์

เล่าเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ และศีลธรรมในสังคม ด้วยน้ำเสียงแสบ คม ขบกัด แต่ตรงไปตรงมา ทั้งเพื่อความบันเทิงและชวนคิด

15/01/2023
17/03/2020

คลิบนี้อธิบาย social distance หรือการแยกตัวจากสังคม เพื่อลดการระบาดได้เผ็นอย่างดี

Photos from ลินทร์ Relation's post 02/03/2020

มาสร้างผู้ประกอบการร้านอาหารเดลิเวอรี่ รุ่นเยาว์กันจ้า

ใกล้อวสาน!! พนักงานธนาคาร..คอตกกันเป็นแถว!! ธนาคารแห่ปิดหลายสาขาทั่วประเทศ!! มีที่ไหนบ้าง... 06/11/2017

ใกล้อวสาน!! พนักงานธนาคาร..คอตกกันเป็นแถว!! ธนาคารแห่ปิดหลายสาขาทั่วประเทศ!! มีที่ไหนบ้าง…เช็ครายละเอียดเลย!?

ใกล้อวสาน!! พนักงานธนาคาร..คอตกกันเป็นแถว!! ธนาคารแห่ปิดหลายสาขาทั่วประเทศ!! มีที่ไหนบ้าง... ใกล้อวสาน!! พนักงานธนาคาร..คอตกกันเป็นแถว!! ธนาคารแห่ปิดหลายสาขาทั่วประเทศ!! มีที่ไหนบ้าง…เช็ครายละเอียดเลย!? วันนี้พวกเราทีมงาน ชิควาไรตี้ จะมาแจงรายละเอียดข่าวลือที่ว่า ธนาคารจะแห่ปิด บอกเลยว่ามันคือเรื่องจริง… ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ตั้งแต่เดือนกันยายน 59-กันยายน 60 มีธนาคารพาณิชย์แ...

Photos 12/08/2017

แง่คิดดีๆ ....ถูก ผิด แล้วได้อะไร

เรื่องจริงที่เกิดกับ "เอี้ยนหุยและขงจื้อ"

เอี้ยนหุย กับ พ่อค้า ขายผ้า ในตลาด
พ่อค้าบอกว่า 8 x 3 = 23
เอี้ยนหุย รีบบอก พ่อค้าทันทีว่า 8 x 3 = 24

(พ่อค้าไม่รู้ว่า เอี้ยนหุยเป็นลูกศิษย์ขงจื้อ)

ทั้งคู่เถียงกันอยู่นาน ในสิ่งที่ตัวเองถูก สั่งสอนมา
สุดท้ายก็เดินทาง ไปหาขงจื้อ
ด้วยกันเพื่อให้ ขงจื้อ ตัดสิน

เอี้ยนหุย ก็บอก ต่อหน้า ขงจื้อว่า

ถ้า 8 x 3 = 23 ผมจะถอดยศ ถอดหมวกออก
แต่ถ้า 8 x 3 = 24 พ่อค้าคนนี้ต้องโดนตัดหัว

ขงจื้อได้ยินดังนั้น ก็ตัดสินว่า "8 x 3 = 23"

เอี้ยนหุย รู้สึกเสียใจมากที่อาจารย์ผู้เป็นที่เคารพตัดสินเช่นนี้
คิดว่า ขงจื้อคงจะเลอะๆ เลือนๆ แล้ว
จึงถอดหมวกลง อย่างฉุนเฉียว แล้วตีตนจากไป
แต่ก่อนจะจากไป ขงจื้อ ก็ได้บอกกับ เอี้ยนหุยว่า

"เจ้าจงอย่าอยู่ ใต้ต้นไม้
และถ้าเจ้าจะคิดฆ่าใคร เจ้า จงคิดให้ดีเสียก่อน"

ระหว่างทางกลับมี ฝนตกหนัก เอี้ยนหุย จึงรีบวิ่งเข้าไป หลบใต้ต้นไม้ พลันก็แว๊ปปขึ้นมาในหัวว่า อ.บอกไว้ว่า

"ห้ามอยู่ใต้ต้นไม้"
ก็รีบวิ่งออกมา จากต้นไม้

ทันใดนั้น ฟ้าก็ผ่าต้นไม้ ต้นนั้น !! เอี้ยนหุยตกใจมาก
แต่ก็รู้สึกขอบคุณ ขงจื้อมากที่เตือน
นึกในใจว่า ขงจื้อรู้ได้ยังไงว่า จะเกิดเรื่องนี้ ///

หลังจากนั้น ก็รีบเดินทาง กลับบ้าน
พอถึงบ้าน เนื่องจาก ดึกมากแล้ว ไม่อยากให้ภรรยาตื่น
จึงใช้มีดงัด ประตู เข้าไป แล้วใช้ มือคลำทางเอา

พอถึงห้องนอน เอี้ยนหุยคลำเจอคน 2 คนนอนอยู่
เขานึกใจในด้วย ความโมโหว่า

"อะไรกันเนี๊ยะ ข้าฯไป เรียนรู้วิชา กับ อ.ขงจื้อ
กลับมา ภรรยามีชู้เลยเหรอ"

ขณะที่กำลังจะเอามีดฟัน ก็นึกได้ว่า อ.เตือนไว้ว่า
"คิดจะฆ่าใคร ต้องคิดให้ดี"

เขาจึงจุดเทียนแล้ว ดูว่า 2 คนที่นอน อยู่นั้น เป็นใคร ?
สิ่งที่เขาเห็นนั้นคือ ภรรยาและน้องสาวของภรรยานอนอยู่ !!!!!!!!
เขานึกเลยว่าถ้าเขาไม่เชื่อคำของขงจื้อ ก็จะมีคนตาย 2 คน
ซึ่งเป็นภรรยาของเขาเอง และน้องสาว ของภรรยา!!

เอี้ยนหุย ไม่รีรอ ที่จะเดินทาง กลับไปถามขงจื้อ
ว่าท่านรู้ได้อย่างไร ว่าจะเกิดสิ่งต่างๆนี้

ขงจื้อจึงบอกว่า " ถ้าข้าตัดสินว่า 8 x 3 = 24 "
พ่อค้าคนนั้นต้อง ตาย ใช่ไหม ?

จงใจสอนผิด เพื่อไม่ให้มีคน ล้มตาย แม้ไม่ใช่ คณิตศาสตร์ ที่ถูกต้อง แต่ #คุณธรรม ต่างหากที่ #ถูกต้อง

เสียเกียรติ แต่ อย่าให้ผู้อื่น เสียชีวิต

______________________________________

คนที่กำลังโกรธ ฉุนเฉียว มักจะ วู่วาม
ทำอะไรโดย ไม่คิดหน้าคิดหลัง
ดังนั้น รู้จักยอม และหยุด แล้วพูดว่า "ไม่เป็นไร"
แล้วค่อยหาหนทาง แก้ไขต่อไปอย่าง มีสติ
จะได้ไม่ต้อง เสียใจ ภายหลัง See less

แง่คิดดีๆ ....ถูก ผิด แล้วได้อะไร

เรื่องจริงที่เกิดกับ "เอี้ยนหุยและขงจื้อ"

เอี้ยนหุย กับ พ่อค้า ขายผ้า ในตลาด
พ่อค้าบอกว่า 8 x 3 = 23
เอี้ยนหุย รีบบอก พ่อค้าทันทีว่า 8 x 3 = 24

(พ่อค้าไม่รู้ว่า เอี้ยนหุยเป็นลูกศิษย์ขงจื้อ)

ทั้งคู่เถียงกันอยู่นาน ในสิ่งที่ตัวเองถูก สั่งสอนมา
สุดท้ายก็เดินทาง ไปหาขงจื้อ
ด้วยกันเพื่อให้ ขงจื้อ ตัดสิน

เอี้ยนหุย ก็บอก ต่อหน้า ขงจื้อว่า

ถ้า 8 x 3 = 23 ผมจะถอดยศ ถอดหมวกออก
แต่ถ้า 8 x 3 = 24 พ่อค้าคนนี้ต้องโดนตัดหัว

ขงจื้อได้ยินดังนั้น ก็ตัดสินว่า "8 x 3 = 23"

เอี้ยนหุย รู้สึกเสียใจมากที่อาจารย์ผู้เป็นที่เคารพตัดสินเช่นนี้
คิดว่า ขงจื้อคงจะเลอะๆ เลือนๆ แล้ว
จึงถอดหมวกลง อย่างฉุนเฉียว แล้วตีตนจากไป
แต่ก่อนจะจากไป ขงจื้อ ก็ได้บอกกับ เอี้ยนหุยว่า

"เจ้าจงอย่าอยู่ ใต้ต้นไม้
และถ้าเจ้าจะคิดฆ่าใคร เจ้า จงคิดให้ดีเสียก่อน"

ระหว่างทางกลับมี ฝนตกหนัก เอี้ยนหุย จึงรีบวิ่งเข้าไป หลบใต้ต้นไม้ พลันก็แว๊ปปขึ้นมาในหัวว่า อ.บอกไว้ว่า

"ห้ามอยู่ใต้ต้นไม้"
ก็รีบวิ่งออกมา จากต้นไม้

ทันใดนั้น ฟ้าก็ผ่าต้นไม้ ต้นนั้น !! เอี้ยนหุยตกใจมาก
แต่ก็รู้สึกขอบคุณ ขงจื้อมากที่เตือน
นึกในใจว่า ขงจื้อรู้ได้ยังไงว่า จะเกิดเรื่องนี้ ///

หลังจากนั้น ก็รีบเดินทาง กลับบ้าน
พอถึงบ้าน เนื่องจาก ดึกมากแล้ว ไม่อยากให้ภรรยาตื่น
จึงใช้มีดงัด ประตู เข้าไป แล้วใช้ มือคลำทางเอา

พอถึงห้องนอน เอี้ยนหุยคลำเจอคน 2 คนนอนอยู่
เขานึกใจในด้วย ความโมโหว่า

"อะไรกันเนี๊ยะ ข้าฯไป เรียนรู้วิชา กับ อ.ขงจื้อ
กลับมา ภรรยามีชู้เลยเหรอ"

ขณะที่กำลังจะเอามีดฟัน ก็นึกได้ว่า อ.เตือนไว้ว่า
"คิดจะฆ่าใคร ต้องคิดให้ดี"

เขาจึงจุดเทียนแล้ว ดูว่า 2 คนที่นอน อยู่นั้น เป็นใคร ?
สิ่งที่เขาเห็นนั้นคือ ภรรยาและน้องสาวของภรรยานอนอยู่ !!!!!!!!
เขานึกเลยว่าถ้าเขาไม่เชื่อคำของขงจื้อ ก็จะมีคนตาย 2 คน
ซึ่งเป็นภรรยาของเขาเอง และน้องสาว ของภรรยา!!

เอี้ยนหุย ไม่รีรอ ที่จะเดินทาง กลับไปถามขงจื้อ
ว่าท่านรู้ได้อย่างไร ว่าจะเกิดสิ่งต่างๆนี้

ขงจื้อจึงบอกว่า " ถ้าข้าตัดสินว่า 8 x 3 = 24 "
พ่อค้าคนนั้นต้อง ตาย ใช่ไหม ?

จงใจสอนผิด เพื่อไม่ให้มีคน ล้มตาย แม้ไม่ใช่ คณิตศาสตร์ ที่ถูกต้อง แต่ #คุณธรรม ต่างหากที่ #ถูกต้อง

เสียเกียรติ แต่ อย่าให้ผู้อื่น เสียชีวิต

______________________________________

คนที่กำลังโกรธ ฉุนเฉียว มักจะ วู่วาม
ทำอะไรโดย ไม่คิดหน้าคิดหลัง
ดังนั้น รู้จักยอม และหยุด แล้วพูดว่า "ไม่เป็นไร"
แล้วค่อยหาหนทาง แก้ไขต่อไปอย่าง มีสติ
จะได้ไม่ต้อง เสียใจ ภายหลัง

Photos 30/03/2017

10 ปีแรกดูแม่ผัว 10 ปีหลังดูลูกสะใภ้

คุณนายตรงข้ามบ้านหกล้ม ต้องทำกายภาพประมาณ3เดือน ลูกสะใภ้แสนกตัญญู หาข้าวหาน้ำมาป้อนถึงที่ ตอนนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว เมื่อลูกสะใภ้เลิกจากทำงาน ก็พาไปเดินเล่น แกบอกกับใครๆว่า
“ลูกสะใภ้กตัญญูกว่าลูกสาวซะอีก”

เหล่าคุณนายในชุมชนต่างก็รู้สึกอิจฉา ทุกครั้งที่เห็นลูกสะใภ้กตัญญูคนนี้ ต่างก็พากันทอดถอนหายใจ
“แหม๊! ถ้าเปลี่ยนเป็นอั๊วล้มหมอนนอนเสื่อบ้าง ลูกสะใภ้อั๊วมันคงเตรียมฉลองแน่ๆเลย”
พูดเสร็จ นางก็หายใจฮึดฮัดไม่สบอารมณ์
นางมีลูกชายคนเดียว เมื่อลูกชายแต่งสะใภ้เข้าบ้าน แต่สะใภ้คนนี้ทำอะไรก็ไม่เป็น งานบ้านก็ไม่แตะ กับข้าวก็ไม่ทำ เวลาจะทำอะไรก็เรียกลูกชายของนางไปช่วย นางจึงรู้สึกไม่ถูกชะตากับลูกสะใภ้เลย

วันหยุดวันหนึ่ง ในขณะที่นางนั่งอยู่หน้าบ้าน ก็เห็นลูกสะใภ้ตรงข้ามบ้านกำลังเล่นกับลูกอยู่
นางจึงเรียกให้เธอเข้ามานั่งเล่นที่บ้านของนาง บทสนทนาจึงเริ่มต้นขึ้น
“แม่ผัวเธอนี่โชคดีจริงๆเลย ได้ลูกสะใภ้กตัญญูอย่างเธอมาอยู่ด้วย”
จากนั้นก็นินทาลูกสะใภ้ของตัวเองให้เธอฟังชุดใหญ่
ลูกสะใภ้ตรงข้ามบ้านนั่งฟังไปก็ยิ้มไป เมื่อนางระบายความอัดอั้นเสร็จ เธอจึงเอ่ยขึ้นว่า
“คุณป้าคะ หนูขอถามคำถามสัก2-3คำถาม คุณป้าอย่าเพิ่งโกรธหนูนะคะ!”
“ถามได้เลย ป้าจะโกรธหนูทำไม?” นางกล่าว
“เวลาที่เธอกลับบ้านค่ำ เธอเรียกให้ลูกชายของคุณป้าออกไปรับ คุณป้ารู้สึกยังไงคะ?”
“โมโหนะสิ ถามได้ ลูกชายของป้าทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน หล่อนก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้ทางกลับบ้านซะหน่อย”
“ลูกสะใภ้ของคุณป้าคลอดลูกชายหรือลูกสาวคะ?”
“ลูกสาว”
“แล้วคุณป้ารู้สึกยังไงคะ?”เธอถามคำถามต่อ
“โมโห! ดูสิ ลูกสะใภ้บ้านอื่นคลอดมาเป็นเด็กผู้ชายหมดเลย นี่อะไร คลอดมาท้องแรกก็เป็นเด็กผู้หญิงซะแล้ว”
“ตอนที่เธออยู่เดือน คุณป้าได้ดูแลเธอบ้างหรือเปล่าคะ? คุณป้าใส่ใจความรู้สึกของเธอบ้างไหมคะ?”
“ฉันรู้สึกว่า คนสมัยนี้อยู่ในท่ามกลางวาสนาแต่ไม่รู้จักถนอมรักษา อะไรก็ไม่ทำ ยังมีหน้ามาบอกว่าเบื่อ คลอดลูกก็ต้องอยู่เดือนสิ พวกฉันอยู่เดือนกันทุกคน” นางระบายความในใจ
“ที่จริงหนูกับเธอก็ไม่ต่างกันหรอกคะ”
“อุ๊ย อย่าพูดอย่างนั้นนะ ใครๆก็รู้ก็เห็น หนูนะเป็นลูกสะใภ้กตัญญูจะตาย”
“เมื่อก่อนหนูก็ทำกับข้าวไม่เป็นคะ เวลาเข้าไปช่วยแม่สามีทำกับข้าวในครัว ท่านก็ไล่ให้ไปดูทีวี ท่านบอกว่า ท่านทำคนเดียวก็ได้แล้ว”
นางได้ยินดังนั้นก็นิ่งไปครู่หนึ่ง
“เวลาที่หนูกลับบ้านค่ำเพราะทำโอที ท่านก็บอกให้สามีหนูออกไปรับหนู ท่านบอกว่า เป็นผู้หญิงเดินคนเดียวกลางค่ำกลางคืนมันอันตราย”
“ตอนที่หนูคลอดลูก แม่สามีดูแลหนูทุกวัน ไม่ให้หนูทำอะไรเลย ท่านเป็นคนเตรียมข้าวของเครื่องใช้ให้หนูและลูก ”
ถึงตอนนี้ นางเริ่มรู้สึกชาๆที่ใบหน้า
“หนูก็คลอดลูกสาวเหมือนกันคะ ก็อยู่ไฟครบเดือน ทุกวันแม่สามีจะทำกับข้าวให้หนูทานทั้ง3มื้อ มีเวลาก็นั่งคุยเป็นเพื่อนหนู ตอนกลางคืนท่านก็อาสาดูแลหลานเอง ไม่ยอมให้หนูอุ้มลูกเลย ท่านบอกว่า ลูกผู้หญิงลำบากที่สุดอันตรายที่สุดก็ตอนคลอดลูก จะทำอะไรก็ต้องระมัดระวัง นั่งๆนอนๆอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม ออกไปไหนก็ไม่ได้ กินอะไรก็ต้องระวัง กลัวว่าจะแสลง”
ถึงตรงนี้ นางเริ่มก้มหน้า
“แม่สามีบอกกับหนูว่า ระหว่างแม่ผัวลูกสะใภ้ 10ดูแรกที่แม่ผัว 10ปีหลังดูที่ลูกสะใภ้ ตอนนี้ ใครๆก็เห็นว่าหนู ปรนนิบัติท่านเหมือนแม่แท้ๆของหนู แต่ที่ใครๆไม่เคยเห็นก็คือ ท่านดูแลหนูเหมือนลูกแท้ๆมาก่อน”
นางอ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่ก็ไม่ได้พูด
“คุณป้าคะ หนูเจอแม่ผัวที่ดีขนาดนี้ แล้วหนูจะไม่เป็นลูกสะใภ้ที่ดีได้ยังไงคะ”
....?

Photos 27/03/2017

ทำไมไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง
============================
ผมทำงานที่บริษัทฯ ใกล้จะครบสามปีแล้ว เพื่อนร่วมงานที่เข้ามาทีหลังผมต่างทยอยได้เลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น ผมกลับจมอยู่ที่เดิม ความรู้สึกภายในจิตใจยากที่จะรับได้ จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมยอมเสี่ยงกับการถูกเลิกจ้าง ตัดสินใจขอพบเจ้านายเพื่อคุยถึงสาเหตุ

“เจ้านาย ผมเคยมาสาย กลับก่อนเวลา หรือ ละเมิดกฎระเบียบหรือไม่”

เจ้านายตอบทันทีว่า “ไม่เคยและไม่มี”

“ถ้าเช่นนั้น เป็นเพราะบริษัทฯมีความลำเอียง อยุติธรรมกับผมหรือ”

เจ้านายอึ้งก่อน แล้วพูดว่า “ไม่มี ไม่ใช่แน่นอน”

“แล้วทำไม ผู้ที่อายุงานน้อยกว่าผม กลับได้รับความสำคัญ ความไว้วางใจในหน้าที่ปฏิบัติงาน แต่ผมกลับอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ที่ไม่สำคัญมาตลอด”

เจ้านายนิ่งเงียบ ไม่สามารถหาคำพูดมาตอบผมทันที จากนั้นยิ้มๆ แล้วพูดว่า

“ปัญหาของเธอเดี๋ยวเราค่อยคุยกันใหม่ เวลานี้ ผมมีเรื่องเร่งด่วนสำคัญอยู่เรื่องหนึ่ง ช่วยผมจัดการไปก่อน มีลูกค้าเจ้าหนึ่ง เตรียมตัวมาที่บริษัทฯ เพื่อตรวจสอบสินค้า”

เจ้านายให้ผมติดต่อพวกเขา สอบถามว่า จะมาถึงเมื่อไหร่ ผมคิดในใจว่า
“นี่หรือ งานเร่งด่วนเร่งรีบที่สำคัญ”

ก่อนก้าวออกจากประตู ผมอดไม่ได้จะคิดเยาะเย้ย

ไม่ถึงสิบห้านาที ผมกลับเข้าไปในห้องทำงานของเจ้านาย

“ติดต่อได้หรือยัง” เจ้านายถาม

“ติดต่อได้แล้ว พวกเขาบอกว่า อาจจะมาสัปดาห์หน้า”

“สัปดาห์หน้า วันเฉพาะเจาะจงคือวันไหน”

“ผมไม่ได้ถามรายละเอียด”

“พวกเขาจะมากันกี่คน”

“โอ้…ท่านไม่ได้ให้ผมถามเรื่องนี้น่ะ”

“งั้นพวกเขาจะมาทางรถไฟหรือเครื่องบิน”

“นี่ท่านก็ไม่ได้บอกให้ผมถามสักหน่อย”

เจ้านายไม่พูดอะไรอีก ท่านโทรศัพท์เรียกจูเจิ้นเข้ามา

จูเจิ้นเข้ามาบริษัทฯหลังผมหนึ่งปี ตอนนี้เป็นผู้ควบคุมรับผิดชอบแผนกหนึ่งไปแล้ว เขาได้รับคำสั่งเดียวกับผมที่ได้รับเมื่อสักครู่ เวลาผ่านไปครู่เดียว จูเจิ้นก็เดินกลับมา

“อ้อ…เป็นอย่างนี้” จูเจิ้นเริ่มรายงาน “พวกเขาจะมาโดยเครื่องบิน เที่ยวบ่ายสามโมง วันศุกร์ จะมาถึงประมาณหกโมงเย็น เดินทางมาทั้งหมดห้าคน นำคณะโดยฝ่ายจัดซื้อผู้จัดการหวัง”

“ผมบอกพวกเขาแล้วว่า ทางบริษัทฯเรา จะส่งคนไปรับ นอกเหนือจากนี้ พวกเขาวางแผนตรวจสอบสองวัน รายละเอียดเจาะจงเมื่อพวกเขามาถึงแล้ว ค่อยปรึกษาหารือร่วมกันทั้งสองฝ่าย”

“เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงาน ผมขอเสนอจัดหาที่พักระดับอินเตอร์ที่อยู่ใกล้กับบริษัทฯให้แก่พวกเขา หากท่านเห็นด้วย พรุ่งนี้ผมก็จะจองห้องพักไว้ล่วงหน้า”

“นอกเหนือจากนี้ ยังมีอีกเรื่อง กรมอุตุฯ รายงานว่า สัปดาห์หน้าฝนจะตก ผมจะคอยติดต่อสื่อสารพวกเขาตลอด หากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ผมจะรายงานท่านทันที”

หลังจากจูเจิ้นออกไปจากห้องแล้ว เจ้านายแตะไหล่ผม แล้วพูดว่า “ตอนนี้ เรามาคุยถึงปัญหาของของเธอต่อ”

“ไม่ต้องแล้ว ผมรู้สาเหตุแล้วว่าเพราะเหตุใด รบกวนท่านมากแล้ว”

ผมเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่า ไม่มีใครเกิดมาก็สามารถแบกรับภาระหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ ล้วนเริ่มจากความเรียบง่าย เริ่มทำจากเรื่องเล็กๆที่เรียบง่าย วันนี้ เธอติดแผ่นฉลากให้เธอเองเช่นไร อาจกำหนดตัดสินว่า พรุ่งนี้เธอจะเป็นผู้ที่สมควรได้รับมอบหมาย ภารกิจที่ใหญ่ขึ้นหรือไม่

ระยะห่างของความสามารถ มีผลกระทบโดยตรงกับผลของชิ้นงาน ไม่ว่าองค์กรใดบริษัทฯใด ก็ต้องการบุคคลที่ทำงาน ที่มีความสามารถ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่อยู่ในตัวตัวเอง

พนักงานที่มีความโดดเด่น ยอดเยี่ยม ล้วนไม่ต้องให้ผู้อื่นมาบอกมากล่าวว่า
จะต้องทำอะไรถึงจะขยับตัวทำ แต่จะทำความเข้าใจด้วยตนเองว่า สมควรทำอะไร หลังจากนั้นทุ่มเทแรงกาย แรงใจ กระทำจนสำเร็จ

ท่องไว้ในใจนะ……นายสั่งให้ทำหนึ่ง…สอง…สาม….

สิ่งที่เราทำคือ..หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก…เจ็ดแปดเก้า เก็บไว้ในกระเป๋า….สิบสิบเอ็ดสิบสอง อยู่ในสมอง….ทันที พร้อมเอาออกมาใช้ในทุกสถานการณ์

Photos 25/03/2017
ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


Interchanger Building Asok Sukhumvit 21
Bangkok
10110