23/03/2026
بسم الله الرحمن الرحيم
السلام عليكم ورحمة الله وبركاته
เรียน ท่านผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนศานติวิทยา
โรงเรียนศานติวิทยาขอเรียนเชิญท่านผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป.1-ป.5 , ม.1-ม.2, ม.4 รับผลการเรียน ภาคเรียนที่ 2/2568 พบปะคุณครูประจำชั้นและรับเงินออมของนักเรียน ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. - 11.30 น. นี้ครับ
ญะซากุมุลลอฮุคอยรอนครับผม
ดร.นวาส เพ็ชรทองคำ
ผู้อำนวยการ
20/03/2026
عيد مبارك
تقبل الله منا ومنكم
كل عام وانتم بخير
โรงเรียนศานติวิทยาขออวยพรให้ทุกท่านได้รับความสุข ริสกีและบะรอกัตในวันอีดนี้ครับ ทั้งสำหรับท่านที่ยึดถือทรรศนะเดือนโลก(ซึ่งทำการออกอีดในวันนี้)และทรรศนะเดือนประเทศ(ซึ่งจะทำการออกอีกในวันพรุ่งนี้)ครับผม
ขออัลลอฮฺ(ซบ.)ทรงโปรดให้ได้อีดที่มีความจำเริญ และขอพระองค์ทรงตอบรับการงานของเราทุกคน และขอให้ทุกๆปีเป็นปีแห่งการได้รับสิ่งดีๆครับผม
18/03/2026
อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ขอแสดงความยินดีกับเด็กชายภารัญชย์ รามบุตร และเด็กชายเรฮาน สมานประธาน ในการทำข้อสอบ O-NET วิชาภาษาอังกฤษได้ 100 คะแนนเต็ม
และขอแสดงความยินดีกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และประถมศึกษาปีที่ 6 ในการทำข้อสอบ O-NET โดยมีผลคะแนนเฉลี่ยของโรงเรียนในทุกรายวิชา สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยทุกระดับ (ระดับขนาดโรงเรียน ระดับที่ตั้งโรงเรียน:ในเมือง ระดับจังหวัด ระดับเขตพื้นที่ ระดับสังกัด ระดับ ศธ.ภาค ระดับภูมิภาค ระดับกระทรวง:ศธ และระดับประเทศ)
การทำคะแนนสอบได้เต็ม 100 คะแนน และทำคะแนนเฉลี่ยได้สูงกว่าระดับทั่วไปนับเป็นการสร้างแรงบันดาลใจที่ดีแก่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ นักเรียนได้เป็นอย่างดี ขออัลลอฮฺ(ซบ.)ทรงประทานบะรอกัตความจำเริญในการศึกษาหาความรู้แก่นักเรียนทุกคน และขอทรงตอบแทนความดีแก่ผู้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาแก่เยาวชนทุกท่านครับผม
11/03/2026
อัลฮัมดุลิลลาฮฺ อัลฮัมดุลิลลาฮิลละซีฮะดานาลิฮาซา วะมากุนนาลินะฮฺตะดิยะเลาลาอันฮะดานัลลอฮฺ
ขอสรรเสริญเอกองค์อัลลอฮฺ(ซบ)ที่ได้ทรงให้เราได้รับฮิดายะห์แห่งอิสลามจนถึงวันนี้ เพราะหากไม่ใช่ด้วยอนุมัติของพระองค์แล้ว เราคงไม่ได้รับฮิดายะห์อย่างแน่นอน และเราหวังในความเมตตานี้จะอยู่กับเราไปตลอด จนวันที่เราจากโลกนี้ไป
คุณครูขอเชิญชวนทุกคนรวมถึงตัวคุณครูเองให้ยำเกรงและรำลึกถึงอัลลอฮฺให้มาก นึกถึงพระองค์ให้มาก โดยเฉพาะเรากำลังถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอน การรำลึกถึงพระองค์ และยำเกรงพระองค์ เป็นเป้าหมายหลักของการถือศีลอดในเดือนนี้เลย ดังที่อัลลอฮฺ(ซบ)ได้ตรัสว่า
يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا كُتِبَ عَلَيْكُمُ الصِّيَامُ كَمَا كُتِبَ عَلَى الَّذِينَ مِنْ قَبْلِكُمْ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُونَ (البقرة: 183)
“โอ้บรรดาผู้ศรัทธา การถือศีลอดถูกกำหนดแก่พวกเจ้า เหมือนที่ถูกกำหนดแก่บรรดาผู้มาก่อนหน้า เพื่อที่พวกเจ้าจะได้ยำเกรง”
لعلكم تتقون
ความว่า "เพื่อที่พวกเจ้าจะยำเกรง"
ทุกคนครับ ในเดือนนี้เป็นเดือนอันประเสริฐ เดือนที่อัลกุรอานได้ถูกประทานลงมา ซึ่งเป็นทางนำ เป็นแสงสว่าง เป็นข้อเตือนใจ เป็นยารักษาโรคทางจิตใจ และเป็นสิ่งจำแนกระหว่างความจริงและความเท็จ ดังที่พระองค์ตรัสในซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺ 185 ความว่า
شَهْرُ رَمَضَانَ الَّذِي أُنزِلَ فِيهِ الْقُرْآنُ هُدًى لِلنَّاسِ وَبَيِّنَاتٍ مِّنَ الْهُدَىٰ وَالْفُرْقَانِ
“เดือนเราะมะฎอนนั้น เป็นเดือนที่อัลกุรอานถูกประทานลงมา เพื่อเป็นทางนำแก่มนุษย์ และเป็นหลักฐานที่ชัดเจนจากทางนำ และเป็นสิ่งจำแนกระหว่างความจริงและความเท็จ
ดังนั้น อัลกุรอานคือสิ่งมหัศจรรย์ คือมั๊วะญิซาตของท่านร่อซูล(ซล) ที่อัลลอฮฺ(ซบ)ได้ประทานให้กับท่าน และก็ได้ทรงรักษาไว้แบบดั้งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง จนมาถึงเราทุกคน และจะถูกรักษาไว้ตลอดจนวันกิยามะห์
นอกเหนือจากอายะฮฺอัลกุรอานที่เป็นบัญญัติในการถือศีลอดที่ครูเอ่ยสักครูแล้ว ในอัลกุรอานมีซูเราะฮฺที่กล่าวถึงเดือนเราะมะฎอนและการทำอิบาดะฮฺในช่วงสิบคืนสุดท้ายของเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ท่านร่อซูล(ซล)จะขะมักเขม้นในการทำอิบาดะห์ จะพยายามกระตุ้นครอบครัวของท่านให้ทำอิบาดะห์ให้มากๆ ในเวลากลางคืน เพราะมีความประเสริฐมากมาย หนึ่งในนั้นคือ คืนอัลก็อดร์ หรือ คืนลัยละตุลก็อดร์นั่นเอง
ลัยละตุลก็อดร์คืออะไร? สำคัญอย่างไร? มีความเป็นมาอย่างไรครับ? ลัยละตุลก็อดร์คือคืนที่อัลลอฮฺทรงให้เป็นของขวัญแก่ประชาชาติอิสลามของท่านร่อซูล(ซล) เป็นคืนที่มีความสำคัญมาก ดังที่มีบอกในซูเราะห์อัลกอดร์ที่นักเรียนทุกคนท่องจำพร้อมความหมายกันได้ว่าดีกว่าหนึ่งพันเดือน คืนที่อัลกุรอานถูกประทานมา และเป็นคืนที่บรรดามลาอิกะห์จะลงมาขอดุอาอฺให้
ใช่เลยครับ ความประเสริฐและสำคัญอันดับแรกเลยนั่นก็คือ การที่ลัยละตุลก็อดร์เป็นคืนที่อัลกุรอานได้ถูกประทานลงมา โดยอัลกุรอานได้ถูกบันทึกไว้ในสถานที่ๆหนึ่งชื่อว่า เลาฮิลมะห์ฟูซ ( لوح المحفوظ ) และได้ถูกประทานลงมาสู่ชั้นฟ้าดุนยานี้ที่สถานที่แห่งหนึ่งเรียกว่า บัยตุลอิซซะห์ ( بيت العزة ) และหลังจากนั้น อัลลอฮฺ(ซบ) ทรงให้ท่านญิบรีล นำอัลกุรอานมาให้ท่านร่อซูล(ซล)เป็นช่วงๆ เป็นตอน ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตของท่าน เพื่อเป็นทางนำแก่ท่านและแก่เรา เพราะเหตุการณ์ต่างๆที่ท่านเจอนั้นมันหลากหลายมาก มันมีขึ้นมีลง มีลำบาก มีสบาย มีความทุกข์ สุข ซึ่งเราสามารถนำไปศึกษา เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ประทับใจ และเพิ่มพูนอีมาน ศรัทธาได้อย่างดี
ขอยกตัวอย่างสาเหตุการประทานซูเราะฮฺนี้สักตัวอย่างหนึ่ง เป็นเหตุการณ์ในชีวิตของท่านร่อซูล(ซล)ที่มีระบุในตัฟซีรของท่านอิบนุกะษีร คือท่านร่อซูล(ซล)ได้พูดคุยกับบรรดาศ่อฮาบะห์(รฎ)ถึงบ่าวทรงคุณธรรมสี่คนซึ่งเป็นชาวบนีอิสรออีลว่า พวกเขาอิบาดะห์ต่ออัลลอฮฺ(ซบ)ตลอดเวลา 80ปี โดยไม่ฝ่าฝืนพระองค์เลย บรรดาศ่อฮาบะห์ประหลาดใจและทึ่งมาก และท่านมลาอิกะห์ญิบรีล(อลส)ได้ลงมาบอกแก่ท่านร่อซูล(ซล)ว่า ให้บอกข่าวดีแก่ประชาชาติของท่านร่อซูล(ซล)ว่า อัลลอฮฺ(ซบ)ทรงประทานสิ่งที่ดียิ่งกว่าการอิบาดะห์ตลอด 80 ปีอีก นั่นคือ คืนอัลกอดร์ และอายะห์นี้ก็ถูกประทานลงมา บอกว่า คืนลัยละตุลกอดร์นั้นดียิ่งกว่า 1,000 เดือน
ความสำคัญอีกอันได้แก่ บรรดามลาอิกะห์จะลงมาขอดุอาอฺให้แก่เรา นักตัฟซีรได้บอกว่าบรรดามลาอิกะห์ทั้งหลายจะลงมาดุอาอฺให้แก่ผู้ที่รำลึกถึงพระองค์ ทั้งคนที่ละหมาด อ่านดุอาอฺ และอีกมากมาย คนที่พยายามตลอดในการทำความดีต่างๆ หวังในความเมตตาของอัลลอฮฺ(ซบ) ซึ่งอัลลอฮฺ(ซบ)จะทรงให้มีมลาอิกะห์มาขอดอาอฺให้ และมาปกป้องจากสิ่งไม่ดีต่างๆ และทรงทำให้คืนนี้มีความศานติปลอดภัย
จะเห็นได้ว่า คืนลัยละตุลก็อดร์ และช่วงสิบคืนสุดท้ายนี้มีความสำคัญมาก มีความประเสริฐที่พอจะสรุปได้ถึง3อย่างด้วยกัน
1. คืนที่อัลกุรอานถูกประทานลงมา
2. คืนที่ดียิ่งกว่า 1,000เดือน
3. คืนที่มลาอิกะห์ทั้งหลายจะลงมาขอดุอาอฺให้แก่เรา
หากเราเจอลัยละตุลก็อดร์ เราจะอ่านดุอาอฺอะไรดีครับ เพื่อให้คุ้มกับที่ได้พบเจอคืนนี้ ท่านร่อซูล(ซล)ได้บอกไว้ครับ โดยท่านหญิงอาอิชะห์(รฎ) ภรรยาท่านได้ถามท่านว่า “โอ้ท่านร่อซูลของอัลลอฮฺ(ซบ) หากฉันพบคืนลัยละตุลก็อดร์ ฉันควรอ่านดุอาอฺอะไร?
ท่านร่อซูล(ซล)ตอบว่า ให้อ่านดุอาอฺ
اللَّهُمَّ إِنَّكَ عَفُوٌّ تُحِبُّ الْعَفْوَ فَاعْفُ عَنِّا
ความว่า “โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงพระองค์ทรงเป็นผู้ทรงให้อภัย ทรงรักการอภัยโทษ ดังนั้นได้โปรดอภัยโทษให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด”
ดังนั้น เราได้ทราบถึงความสำคัญของคืนลัยละตุลก็อดร์แล้ว เราได้ทราบถึงความสำคัญของสิบคืนสุดท้ายของเราะมะฎอนแล้ว เราได้ทราบด้วยว่าควรอ่านดุอาอฺอะไรในคืนลัยละตุ้ลก็อดร์ แต่เราไม่สามารถรู้ได้ว่าเมื่อไรคือค่ำคืนนี้ ทางเดียวที่เราทำได้นั่นคือการทำอิบาดะห์ให้ตลอดเดือน ตลอดทุกคืนเป็นประจำ อยากให้นักเรียนตั้งใจทำอิบาดะห์ให้มากๆ ทางโรงเรียนได้งดการบ้านในช่วงนี้ เพื่อให้เรามีโอกาสทำอิบาดะห์ให้มากๆ ให้เป็นไปตามแบบอย่างที่ท่านนบี(ซล)ได้ทำไว้ และเพื่อเป็นแบบอย่างแก่ตัวเราเองในการนำความดีต่างๆของเรา มาใช้มาปฏิบัติต่อไปในเดือนอื่นๆ ตลอดชีวิตของเรา อินชาอัลลอฮฺ
คุตบะฮฺวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โดย ดร. นวาส เพ็ชรทองคำ
10/03/2026
بسم الله الرحمن الرحيم
السلام عليكم ورحمة الله وبركاته
โรงเรียนศานติวิทยาประกาศรับสมัครครูสอนวิชาภาษาอังกฤษ
"คุณธรรมนำความรู้" คือปรัชญาการจัดการศึกษาให้ดีมีคุณภาพตามคำสอนของอิสลาม เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเป็นผู้มีคุณธรรม มีความรู้ทักษะรอบด้าน สามารถดำรงตนในสังคมได้อย่างมีความสุข และประสบความสำเร็จทั้งในดุนยาและอาคิเราะห์
เราต้องการบุคลากรที่มาช่วยส่งเสริมภารกิจอันสำคัญนี้ เราเน้นเสมอว่าการมาทำงานที่นี่ คุณครูจะต้องได้อย่างน้อย 3 ประการต่อไปนี้
1. เป็นครูมืออาชีพ เรามีความตั้งใจดูแลอาชีพครูอย่างสุดความสามารถ ทั้งการจ่ายค่าตอบแทน การอบรมพัฒนาบุคลากร การทำงานร่วมกันเป็นทีมที่ทำให้เราผ่านความท้าทายในการทำงานต่างๆมาโดยตลอด
2. เป็นคนดีมีศาสนา เรามีหลักในการทำงานร่วมกันอยู่ว่า โรงเรียนเราเป็นโรงเรียนวิถีอิสลาม ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เราคิด เราปฏิบัติ เราอบรมสั่งสอนกัน จึงอยู่ภายใต้กรอบของอัลอิสลาม เพื่อให้การทำงานของเราที่นี่ดำเนินไปด้วยความโปรดปราณและบะร่อกัตจากพระองค์อัลลอฮฺ(ซบ.)
3. ได้ทำงานศาสนา เรามีความเชื่อว่า ทุกๆคนสามารถมีส่วนร่วมในการทำงานศาสนาได้ตามความถนัดของแต่ละคน การจัดการศึกษาในแนวทางของอิสลามที่มุ่งเน้นให้เยาวชนเป็นคนดีจึงนับเป็นการทำงานศาสนาเช่นเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่เราทำจึงเป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้สังคม ด้วยการส่งเสริมให้เยาวชนเป็นคนดีนั่นเอง
หากท่านมีความคิดที่ตรงกับเราในการประกอบอาชีพ เราขอเชิญชวนให้ท่านสมัครเข้าทำงานกับเราที่โรงเรียนศานติวิทยา โดยการกรอกรายละเอียดในลิ้งค์ที่แนบมานี้เพื่อการนัดสัมภาษณ์ ทดสอบสอนและตกลงรายละเอียดงานต่อไป
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมงานกันครับผม
ดร. นวาส เพ็ชรทองคำ
ผู้อำนวยการ
https://forms.gle/qbpfE3XPjQQd2Ygf8
09/03/2026
بسم الله الرحمن الرحيم
السلام عليكم ورحمة الله وبركاته
โรงเรียนศานติวิทยาขอเรียนกำหนดการช่วงปิดเทอมจนถึงวันเปิดเทอมปีการศึกษา 2569 ครับ ซึ่งทางโรงเรียนจะมีการแจ้งรายละเอียดในโอกาสต่อไปครับ
ขอขอบคุณท่านผู้ปกครองทุกท่านในการให้ความร่วมมือมาโดยตลอดครับ ญะซากุมุลลอฮุคอยรอนครับผม
والسلام
ดร.นวาส เพ็ชรทองคำ
ผู้อำนวยการ
06/03/2026
ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงสั่งใช้เราให้มีอัตตักวา คือมีความยำเกรงต่อพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้น ดังนั้น เราจึงต้องสร้างความยำเกรงต่อพระองค์ให้เกิดขึ้นในหัวใจของเราให้ได้ โดยการศึกษา แสวงหาความรู้ในเรื่องราวของบทบัญญัติศาสนา พยายามทำความเข้าใจ และนำมาสู่การปฏิบัติ ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา โดยต้องพยายามทำให้สุดความสามารถของเรา ในขณะเดียวกันก็ต้องออกห่างจากคำสั่งห้ามของพระองค์โดยสิ้นเชิง พร้อมกันนั้นก็ต้อง ปฏิบัติอิบาดะฮฺทุกอย่างให้อยู่ในแบบฉบับบของท่านนบีมูฮัมมัด (ซ.ล) นั้นก็คือ ต้องไม่ทำบิดอะฮฺนั้นเองครับ บิดอะฮฺคือการออกนอกรีดในเรื่องราวของบทบัญญัติศาสนา
พี่น้องที่รักครับ เมื่อเดือนเราะมะฎอนอันจำเริญได้เวียนมาบรรจบอีกครั้ง นั่นหมายถึงช่วงเวลาที่พิเศษที่สุดในรอบปีได้มาถึงแล้ว เป็นช่วงเวลาที่ประตูแห่งความเมตตาของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ถูกเปิดกว้าง ประตูนรกถูกปิดสนิท และชัยฏอนถูกล่ามโซ่ เดือนนี้ไม่ใช่เพียงแค่เดือนแห่งการงดเว้นจากการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น แต่คือ "โอกาสทอง" ที่พระองค์ทรงประทานมาให้แก่บ่าวทุกคน เพื่อให้เราได้พักจากความวุ่นวายของทางโลก แล้วหันมาเติมเต็มจิตวิญญาณ สะสมเสบียงแห่งความดี และขัดเกลาจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
การถือศีลอดที่สมบูรณ์นั้น ไม่ได้หมายความเพียงแค่ท้องหิว แต่คือการที่อวัยวะทุกส่วนของเราต้องถือศีลอดไปด้วย ตาต้องไม่มองสิ่งฮะรอม หูต้องไม่ฟังสิ่งไร้สาระ ลิ้นต้องไม่พูดจาเท็จหรือนินทาผู้อื่น และใจต้องระลึกถึงพระองค์เสมอ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดคือความยำเกรง (ตักวา) และนี่คือสิ่งดีๆ ที่เราควรทุ่มเทปฏิบัติในเดือนอันประเสริฐนี้
1. รักษาการละหมาดฟัรฎูและเพิ่มพูนอิบาดะฮฺยามค่ำคืน
หน้าที่หลักที่สำคัญที่สุดคือการละหมาดฟัรฎู 5 เวลาให้ตรงเวลา โดยเฉพาะการละหมาดร่วมกันที่มัสยิดสำหรับผู้ชาย และสิ่งพิเศษที่มีเฉพาะในเดือนนี้คือ "การละหมาดตะรอเวียะฮฺ" ท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ) กล่าวว่า: "ใครที่ยืนหยัดละหมาดในยามค่ำคืนของเดือนเราะมะฎอนด้วยความศรัทธาและหวังในความโปรดปราน เขาจะได้รับการอภัยโทษในบาปที่ผ่านมา"
ดังนั้น จงใช้เวลาในยามค่ำคืนไปกับการยืนต่อหน้าพระองค์ มากกว่าการนั่งอยู่หน้าจอโทรศัพท์ครับ นอกจากนี้ การทำละหมาดตะฮัจญุดในช่วงก่อนซะฮูร (กินอาหารช่วงเช้ามืด) คือเวลาที่วิเศษที่สุดในการขอดุอาอฺและวิงวอนขอต่อพระองค์ครับ
2. กระชับมิตรกับอัลกุรอานและทำความเข้าใจความหมาย
เราะมะฎอนคือเดือนที่อัลกุรอานถูกประทานลงมา เราควรให้เวลากับการอ่าน ท่องจำ และที่สำคัญคือการพยายามทำความเข้าใจความหมายของบทบัญญัติของพระองค์ ลองตั้งเป้าหมายเล็กๆ เช่น อ่านให้ได้วันละ 1 ยุซ หรืออ่านพร้อมคำแปลวันละไม่กี่หน้า เพื่อให้รัศมีของอัลกุรอานนำทางชีวิตเราตลอดทั้งปี การอ่านอัลกุรอานด้วยความตั้งใจจะช่วยขัดเกลาหัวใจและทำให้เราใกล้ชิดกับอัลลอฮฺมากยิ่งขึ้นครับ
3. การเป็นผู้ให้และใจบุญ (ซอดะเกาะฮฺ)
ท่านนบี (ศ็อลฯ) เป็นแบบอย่างของผู้ที่ใจบุญที่สุด และท่านจะบริจาคมากยิ่งขึ้นในเดือนเราะมะฎอน ความดีที่ทำได้ง่ายและได้บุญมากคือ "การเลี้ยงอาหารละศีลอด" ท่านนบีสอนว่า ใครที่เลี้ยงอาหารแก่ผู้ถือศีลอด เขาจะได้รับผลบุญเท่ากับผู้ถือศีลอดคนนั้น โดยที่ผลบุญของคนนั้นไม่ลดน้อยลงเลย แม้จะเป็นเพียงอินทผาลัมเม็ดเดียว หรือน้ำแค่แก้วเดียวก็ตาม จงใช้โอกาสนี้บริจาคซอดะเกาะฮฺให้มากที่สุด เพื่อช่วยเหลือคนยากจนและผู้ด้อยโอกาสในสังคม
4. รักษาคำพูดและมารยาท
นี่คือสิ่งที่หลายคนอาจมองข้าม ท่านนบี (ศ็อลฯ) เตือนว่า: "ใครที่ไม่ยอมทิ้งการพูดเท็จและการกระทำที่เลวร้าย อัลลอฮฺก็มิทรงต้องการการงดอาหารและเครื่องดื่มของเขา" (บันทึกโดยบุคอรี) ดังนั้น ในขณะที่ท้องเราหิว ลิ้นของเราต้องสะอาด ต้องไม่นินทา ไม่โกหก และไม่ด่าทอผู้อื่น หากมีใครมาหาเรื่อง ให้เรากล่าวตอบอย่างสุภาพว่า "ฉันกำลังถือศีลอดอยู่" เพื่อเตือนสติทั้งเขาและเรา การรักษาลิ้นคือหัวใจสำคัญของการถือศีลอดที่สมบูรณ์ครับ
5. การขอดุอาอฺและซิกรุลลอฮฺ
ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งคือ "ช่วงก่อนละศีลอด" เพราะดุอาอฺของผู้ถือศีลอดในขณะนั้นจะไม่ถูกปฏิเสธ จงใช้ช่วงเวลาก่อนแก้บวชในการวิงวอนขอต่อพระองค์ ทั้งเรื่องส่วนตัว ครอบครัว และพี่น้องมุสลิมทั่วโลก รวมถึงการกล่าวขออภัยโทษ (อิสติฆฟาร) ให้มากๆ เพื่อล้างบาปผิดที่ติดค้างอยู่ในใจ และการทำอิติกาฟในคืนลัยละตุลก็อดร์ ซึ่งเป็นคืนที่ประเสริฐกว่าพันเดือน
พี่น้องครับ เราะมะฎอนเปรียบเสมือนโรงเรียนที่ฝึกฝนเราเพียง 30 วัน เพื่อให้เราเป็นคนดีไปตลอดทั้งปี อย่าปล่อยให้เดือนนี้ผ่านไปโดยที่เราได้เพียงแค่ความหิวและกระหายน้ำ แต่จงใช้ทุกนาทีให้เป็นกำไรแก่ชีวิต เพราะเราไม่รู้เลยว่าเราะมะฎอนปีหน้า เราจะยังมีโอกาสได้กลับมาทำความดีแบบนี้อีกหรือไม่
ขออัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงประทานความง่ายดายในการทำความดี ทรงตอบรับอิบาดะฮฺ และทรงทำให้เราเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่ได้รับการอภัยโทษบาปในเดือนอันจำเริญนี้ด้วยเถิด อามีน
คุตบะฮฺวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 โดย ด.ช.ริฎวาน เด่นสุมิตร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
04/03/2026
ความโปรดปรานที่ประเสริฐที่สุดประการหนึ่งซึ่งอัลลอฮฺได้ทรงประทานแก่บ่าวของพระองค์คือสติปัญญา หากมนุษย์ไร้ซึ่งสติปัญญา เขาก็คงไม่รู้จักอิสลาม ไม่ศรัทธาต่อบรรดานบี ไม่สามารถแยกแยะความดีความชั่ว และความจริงความเท็จได้
อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า
﴿ ۞وَلَقَدۡ كَرَّمۡنَا بَنِيٓ ءَادَمَ وَحَمَلۡنَٰهُمۡ فِي ٱلۡبَرِّ وَٱلۡبَحۡرِ وَرَزَقۡنَٰهُم مِّنَ ٱلطَّيِّبَٰتِ وَفَضَّلۡنَٰهُمۡ عَلَىٰ كَثِيرٖ مِّمَّنۡ خَلَقۡنَا تَفۡضِيلٗا ٧٠ ﴾ [الإسراء: ٧٠]
"และโดยแน่นอน เราได้ให้เกียรติแก่ลูกหลานของอาดัม และเราได้บรรทุกพวกเขาทั้งทางบกและทางทะเล และได้ให้ปัจจัยยังชีพที่ดีทั้งหลายแก่พวกเขา และเราได้ให้พวกเขาดีเด่นอย่างมีเกียรติเหนือกว่าผู้ที่เราได้ให้บังเกิดมาเป็นส่วนใหญ่" (อัลอิสรออ์: 70)
กล่าวคือ อัลลอฮฺทรงให้มนุษย์ลูกหลานอาดัมมีความประเสริฐดีเด่นเหนือสิ่งถูกสร้างอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งไร้ชีวิต สัตว์ หรือพืชผล ด้วยสติปัญญานั่นเอง
พระองค์ได้ตรัสสรรเสริญบ่าวผู้มีสติปัญญาว่า
﴿ إِنَّ فِي خَلۡقِ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِ وَٱخۡتِلَٰفِ ٱلَّيۡلِ وَٱلنَّهَارِ لَأٓيَٰتٖ لِّأُوْلِي ٱلۡأَلۡبَٰبِ ١٩٠ ﴾ [آل عمران: ١٩٠]
“แท้จริงในการสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน และการที่กลางวันและกลางคืนตามหลังกันนั้น แน่นอนมีหลายสัญญาณ สำหรับผู้มีปัญญา” (อาลอิมรอน: 190)
อิบนุกะษีร กล่าวว่า “หมายถึงสติปัญญาที่ดีซึ่งมีความบริสุทธิ์ปลอดโปร่ง สามารถแยกแยะและเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องชัดเจนตรงกับข้อเท็จจริง มิใช่ดั่งผู้ที่หูหนวกบอดใบ้ ไร้ซึ่งสติปัญญา ซึ่งอัลลอฮฺได้ตรัสถึงพวกเขาว่า
﴿ وَكَأَيِّن مِّنۡ ءَايَةٖ فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِ يَمُرُّونَ عَلَيۡهَا وَهُمۡ عَنۡهَا مُعۡرِضُونَ ١٠٥ وَمَا يُؤۡمِنُ أَكۡثَرُهُم بِٱللَّهِ إِلَّا وَهُم مُّشۡرِكُونَ ١٠٦ ﴾ [يوسف: ١٠٥-106]
“และกี่มากน้อยแล้ว จากสัญญาณในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน ที่พวกเขาผ่านมันไปโดยที่พวกเขาผินหลังให้ และส่วนใหญ่ของพวกเขาจะไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ เว้นแต่พวกเขาเป็นผู้ตั้งภาคี” (ยูสุฟ: 105-106)
และอัลลอฮฺได้ทรงตำหนิบรรดาผู้ที่เพิกเฉยและไม่ใช้สติปัญญาใคร่ครวญศึกษาศาสนาว่า
﴿ ۞إِنَّ شَرَّ ٱلدَّوَآبِّ عِندَ ٱللَّهِ ٱلصُّمُّ ٱلۡبُكۡمُ ٱلَّذِينَ لَا يَعۡقِلُونَ ٢٢ ﴾ [الأنفال: ٢٢]
“แท้จริงสัตว์ที่ชั่วร้ายยิ่ง ณ อัลลอฮฺนั้น คือผู้ที่หูหนวก (ไม่สนใจจะรับฟังโองการของอัลลอฮฺและเราะสูล) ที่เป็นใบ้ (ประหนึ่งเป็นใบ้ เพราะเมื่อไม่เข้าใจก็ไม่พูดไม่ถาม) ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่ใช้ปัญญา” (อัลอันฟาล: 22)
และพระองค์ตรัสว่า
﴿ وَلَقَدۡ ذَرَأۡنَا لِجَهَنَّمَ كَثِيرٗا مِّنَ ٱلۡجِنِّ وَٱلۡإِنسِۖ لَهُمۡ قُلُوبٞ لَّا يَفۡقَهُونَ بِهَا وَلَهُمۡ أَعۡيُنٞ لَّا يُبۡصِرُونَ بِهَا وَلَهُمۡ ءَاذَانٞ لَّا يَسۡمَعُونَ بِهَآۚ أُوْلَٰٓئِكَ كَٱلۡأَنۡعَٰمِ بَلۡ هُمۡ أَضَلُّۚ أُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلۡغَٰفِلُونَ ١٧٩ ﴾ [الأعراف: ١٧9]
“และแน่นอนเราได้บังเกิดมนุษย์และญินจำนวนมากเพื่อเตรียมไว้สำหรับนรกญะฮันนัม โดยที่พวกเขามีหัวใจ ซึ่งพวกเขาไม่ใช้มันทำความเข้าใจ และพวกเขามีตา ซึ่งพวกไม่ใช้มันมอง และพวกเขามีหู ซึ่งพวกเขาไม่ใช้มันฟัง ชนเหล่านี้แหละที่เปรียบเหมือนปศุสัตว์ แต่พวกเขาหลงผิดยิ่งกว่า ชนเหล่านี้คือผู้ที่เผลอเรอ"
แน่นอนว่าเมื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดไร้ซึ่งสติปัญญาที่ถูกต้องซึ่งจะนำพาเขาไปสู่ความดี และฉุดดึงเขาให้ออกห่างจากความชั่ว ก็เปรียบได้ดังสัตว์เดรัจฉานที่ใช้ชีวิตดื่มกินไปวัน ๆ โดยไม่ต้องใช้สมองไตร่ตรองสิ่งใด ซึ่งจะว่าไปแล้ว สัตว์เหล่านั้นยังดีกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ ดังที่อัลลอฮฺได้ตรัสในอายะฮฺข้างต้น
ท่านสะฮัล บิน สะอัด เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า
« إِنَّ اللَّهَ كَرِيمٌ يُحِبُّ الْكَرَمَ، وَيُحِبُّ مَعَالِيَ الْأَخْلَاقِ، وَيَكْرَهُ سَفْسَافَهَا » [رواه الحاكم في مستدركه 1/64]
“แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงโอบอ้อมใจบุญ พระองค์ทรงรักความใจบุญ ทรงชอบการมีมารยาทที่ดีงาม และทรงรังเกียจมารยาทที่ต่ำทรามชั่วช้า” (บันทึกโดยอัลหากิม 1/64)
อิบนุหิบบาน กล่าวว่า “การที่คนเราชื่นชอบการมีมารยาทและความประพฤติที่ดี และรังเกียจความประพฤติที่ชั่วช้าต่ำทรามนั้น คือแก่นแท้ของการมีปัญญา ผู้ใดมีสติปัญญานับว่าเป็นผู้ที่โชคดี เขาจะมีความสุขความเบิกบานใจ แม้ยามเหงาและห่างไกลความยากจน ไม่มีทรัพย์สินใดจะดีไปกว่าการเป็นผู้ที่มีสติปัญญา และศาสนาของคนคนหนึ่งจะไม่สมบูรณ์หากเขาขาดสติปัญญา ดังนั้นสติปัญญาจึงถือเป็นความโปรดปรานอันยิ่งใหญ่ที่สุด ที่อัลลอฮฺได้ทรงประทานให้แก่บ่าวของพระองค์ สติปัญญายังเป็นยารักษาจิตใจ เป็นกำลังใจให้เกิดความเพียรขยันประกอบคุณงามความดีเพื่อโลกอาคิเราะฮฺ ทั้งยังเป็นดั่งมงกุฎประดับความงามแก่ผู้ศรัทธาในดุนยา ผู้ที่ไร้สติปัญญานั้น อำนาจบารมีหรือทรัพย์สินเงินทองมิอาจช่วยให้เขาสูงส่งมีเกียรติขึ้นได้ และแน่นอนผู้ที่หลงลืมอาคิเราะฮฺ และมัวเพลิดเพลินกับดุนยานั้น คือผู้ที่ไร้ซึ่งสติปัญญาที่สุด” (เราเฎาะฮฺ อัลอุเกาะลาอ์ วะนุซฮะฮฺ อัลฟุเฎาะลาอ์ หน้า 16-19)
กวีคนหนึ่งกล่าวว่า
وَ أَفضَلُ قَسم الله للمرءِ عَقلهُ فَلَيْسَ مِنَ الخَيْرَاتِ شَيْءٌ يُقَارِبُهْ
إِذَا أَكْمَلَ الرَّحْمَنُ لِلْمَرْءِ عَقْلَهُ فـقـد كَـمُلتْ أخلاقُـه ومآرِبُهُ
ปัญญาคือสุดยอดของขวัญจากอัลลอฮฺ
ไม่มีสิ่งใดจะเทียบได้
หากอัลลอฮฺให้มีปัญญาที่สมบูรณ์แล้วไซร้
มารยาทและความประพฤติก็จะสมบูรณ์ไปด้วย
กวีอีกคนหนึ่งกล่าวว่า
لَيْسَ الجَمَالُ بِأَثْوَابٍ تُزَيِّنُنَا إِنَّ الجَمَالَ جَمَالُ العَقْلِ وَالأَدَبِ
ความงามที่แท้จริงมิได้ขึ้นอยู่กับเสื้อผ้าอาภรณ์
แต่เป็นความงดงามของสติปัญญาและมารยาท
อาจมีคำถามว่าสติปัญญาคืออะไร? และใครคือผู้มีสติปัญญา?
สติปัญญาคือ การรู้จักแยกแยะสิ่งที่เป็นความถูกต้องชอบธรรมอันควรประพฤติปฏิบัติ และหลีกเลี่ยงออกห่างจากสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ในอายะฮฺที่ว่า
﴿ حَتَّىٰٓ إِذَا بَلَغَ أَشُدَّهُۥ وَبَلَغَ أَرۡبَعِينَ سَنَةٗ ﴾ [الأحقاف: ١٥]
“จนกระทั่งเมื่อเขาบรรลุวัยหนุ่มฉกรรจ์ของเขา และมีอายุถึงสี่สิบปี” (อัลอะหฺกอฟ: 15)
อิบนุกะษีรฺ ได้กล่าวอธิบายว่า “หมายถึง เมื่อเขามีสติปัญญาที่สมบูรณ์ มีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และความอดทนอดกลั้นอย่างสูง ซึ่งกล่าวกันว่าคุณลักษณะเหล่านี้มักจะเริ่มคงที่ ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เมื่อมีอายุสี่สิบปี” (ตัฟสีรฺอิบนุกะษีรฺ เล่ม 13 หน้า 15)
อิบนุหัซมฺ กล่าวว่า “การมีสติปัญญา คือการปฏิบัติตามคำสั่งใช้และกระทำสิ่งที่ดีงาม พร้อมหลีกห่างจากการฝ่าฝืนและสิ่งชั่วร้าย อัลลอฮฺได้ทรงระบุในคัมภีร์ของพระองค์ว่า ผู้ใดฝ่าฝืนพระองค์ เขาผู้นั้นคือผู้ที่ไร้ซึ่งสติปัญญา
พระองค์ตรัสว่า
﴿ وَقَالُواْ لَوۡ كُنَّا نَسۡمَعُ أَوۡ نَعۡقِلُ مَا كُنَّا فِيٓ أَصۡحَٰبِ ٱلسَّعِيرِ ١٠ فَٱعۡتَرَفُواْ بِذَنۢبِهِمۡ فَسُحۡقٗا لِّأَصۡحَٰبِ ٱلسَّعِيرِ ١١ ﴾ [الملك: ١٠-١١]
“และพวกเขากล่าวอีกว่า หากพวกเราฟังและใช้สติปัญญาใคร่ครวญ พวกเราก็จะมิได้อยู่เป็นชาวนรกอย่างนี้ดอก พวกเขายอมสารภาพในความผิดของพวกเขา แต่มันห่างไกลไปเสียแล้วสำหรับชาวนรก” (อัลมุลกฺ: 10-11)
ส่วนความโง่เขลา คือการฝ่าฝืนและลุ่มหลงอยู่กับความชั่วร้ายต่ำช้า ซึ่งตรงกันข้ามการมีสติปัญญา ส่วนสิ่งที่อยู่กลาง ๆ ระหว่างสองสิ่งนี้คือความไร้สาระ” (อัลอัคลาก หน้า 65-66)
มีชายผู้หนึ่งถามอิบนุลมุบาร็อกว่า “อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดในบรรดาสิ่งที่คนคนหนึ่งมี?” ท่านตอบว่า “สติปัญญาอันเฉียบคม” เขาถามอีกว่า “หากเขาไม่มีสิ่งนั้นเล่า?” ท่านตอบว่า “มารยาทอันงดงาม” เขากล่าวถามว่า “หากเขาทำไม่ได้เล่า?” ท่านตอบว่า “การมีเพื่อนที่ดีคอยให้คำปรึกษา” ชายผู้นั้นถามต่อว่า “หากไม่มีเล่า?” ท่านตอบว่า “การนิ่งเงียบ” ชายคนดังกล่าวถามว่า “หากเขาทำไม่ได้เล่า?” ท่านตอบว่า “ถ้าเป็นเช่นนั้น ความตายก็คงจะเป็นการดีที่สุด” (เราเฎาะตุล อุเกาะลาอ์ หน้า 17)
บุคคลที่มีความประพฤติที่ดี และมีสติปัญญาอันชาญฉลาดนั้น มักจะเป็นที่รักของคนทั่วไป ซึ่งท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เป็นผู้ที่มีสติปัญญาและไหวพริบปฏิภาณอันล้ำเลิศที่สุด ในยุคญาฮิลิยะฮฺก่อนที่ท่านจะได้รับวะฮีย์จากอัลลอฮฺ ท่านไม่เคยก้มกราบเจว็ดรูปปั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งที่มันมีอยู่เป็นจำนวนมากรอบ ๆ ตัวท่าน และผู้คนต่างยึดถือบูชาเคารพสักการะกันก็ตาม เพราะท่านทราบดีว่าเจว็ดเหล่านี้เป็นเพียงสิ่งไร้ชีวิตที่ไม่เคยให้คุณให้โทษแก่ใคร นอกจากนี้ชาวกุร็อยชฺยังเคยฝากทรัพย์สินของพวกเขาให้ท่านดูแลรักษา ทั้งยังขอคำปรึกษาและคำชี้แนะจากท่านอยู่เสมอด้วยความที่ท่านเป็นผู้ที่มีสติปัญญาเฉียบคม และมีความคิดความอ่านที่หลักแหลม และท่านยังได้ปลีกตัวออกห่างจากผู้คน แล้วเข้าไปอยู่ในถ้ำหิรออฺ เพื่อวิงวอนขอให้พระผู้อภิบาลทรงโปรดประทานทางนำแก่ท่าน
มีบันทึกในเศาะฮีหฺอัลบุคอรีย์ว่า ท่านอบูบักรฺได้กล่าวแก่ ซัยดฺ บิน ษาบิต ว่า “แท้จริงท่านเป็นคนหนุ่มที่มีสติปัญญาหลักแหลม และเราก็ไม่พบว่าท่านมีข้อเสียหายใด ๆ ท่านคือผู้ที่บันทึกวะฮีย์แก่ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ดังนั้นขอให้ท่านรวบรวมอัลกุรอานให้มาอยู่ที่เดียวเถิด” ซัยดฺกล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ หากพวกเขามอบหมายให้ฉันขนย้ายภูเขาทั้งลูก ยังเป็นการง่ายสำหรับฉันยิ่งกว่าการที่ให้ฉันรวบรวมอัลกุรอานเสียอีก” (ส่วนหนึ่งจากหะดีษซึ่งบันทึกโดย อัลบุคอรีย์ เลขที่ 4987)
มีเรื่องเล่าว่า ชาวนะศอรอกลุ่มหนึ่งได้พูดคุยกันในหมู่พวกเขา โดยมีผู้หนึ่งกล่าวว่า “พวกมุสลิมช่างไร้สติปัญญาเสียนี่กระไร พวกเขาอ้างว่าศาสนทูตของพวกเขาเคยเป็นคนเลี้ยงแกะ มันเหมาะสมหรือที่คนเลี้ยงแกะเลี้ยงจะได้เป็นศาสนทูต?” ทันใดนั้นมีคนหนึ่งในกลุ่มกล่าวขึ้นว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ในความเป็นจริงแล้วพวกเขามีสติปัญญาที่ชาญฉลาดกว่าพวกเรา เพราะอัลลอฮฺทรงมีเหตุผลอันล้ำลึกในการที่ทรงให้ศาสนทูตของพระองค์เคยชินกับการเลี้ยงสัตว์ เมื่อท่านสามารถเลี้ยงดูสัตว์ได้เป็นอย่างดี พระองค์ก็ทรงให้ท่านได้ปกครองดูแลมนุษย์ตามลำดับอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในขณะที่พวกเราชาวนะศอรอ กลับยกย่องเชิดชูทารกซึ่งเกิดจากสตรีนางหนึ่ง ใช้ชีวิตไปกับการกินการดื่ม ปัสสาวะ และร้องไห้ ให้เป็นพระเจ้าผู้สร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน” ผู้คนในกลุ่มจึงพากันเงียบกริบ (ญามิอุลอาดาบ เล่ม 1 หน้า 218)
สติปัญญาที่แท้จริงไม่ใช่เพียงความฉลาดหรือความรู้มาก แต่คือการใช้หัวใจและปัญญาเพื่อเชื่อฟังอัลลอฮฺ ทำความดี และละเว้นความชั่ว ผู้ที่มีสติปัญญาคือผู้ที่นำความรู้ไปปฏิบัติจริง ไม่ใช่สั่งสอนผู้อื่นแต่ลืมตนเอง แม้บางคนจะฉลาดหรือมีความสามารถสูง แต่หากไม่ได้รับทางนำจากอัลลอฮฺ สติปัญญานั้นก็ไม่ก่อประโยชน์ในอาคิเราะฮฺ ดังตัวอย่างประชาชาติในอดีต
ดังนั้น มุสลิมควรขอดุอาอฺให้อัลลอฮฺประทานหัวใจที่ดีงาม สติปัญญาที่ถูกต้อง และทางนำ เพื่อให้เราเป็นผู้ฟังคำตักเตือนแล้วปฏิบัติตามสิ่งที่ดีที่สุด จนได้พบพระองค์ในสภาพที่พระองค์พอพระทัย
คุตบะฮฺวันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569
หัวข้อคุตบะฮฺ โดย คุณครูฮารีส ตอเฮร
03/03/2026
อัลฮัมดุลิลลาฮฺ กิจกรรม"Congrats Day"
พี่ๆน้องๆ เพื่อนๆ และคุณครูทุกท่านได้ส่งมอบกำลังใจแก่รุ่นพี่มัธยมศึกษาปีที่ 3 และประถมศึกษาปีที่ 6 ทุกคนอย่างอบอุ่น พร้อมกับได้ถ่ายรูปร่วมกันเพื่อบันทึกความทรงจำดีๆนี้ไว้ครับ
และปีนี้เป็นปีที่สอง ที่มีนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวนหนึ่งได้ศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนศานติวิทยาครับ โปรแกรมการเรียนมี 2 โปรแกรมได้แก่ โปรแกรมวิทย์-คณิต-อิสลาม (I-SMP) และโปรแกรม อังกฤษ-อาหรับ-อิสลาม (I-EAP) ซึ่งจะทยอยเปิดชั้นเรียนมัธยมปลายทีละชั้นตั้งแต่ปีการศึกษา 2568 ที่จะถึงนี้เป็นต้นไป (ม.4 ปี 2568, ม.5 ปี 2569, ม.6 ปี 2570) อินชาอัลลอฮฺ
พวกเราชาวโรงเรียนศานติวิทยาขอดุอาอฺให้ทุกคนได้รับความสำเร็จในการศึกษาต่อในด้านต่างๆต่อไป และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พี่ๆจะมาเยี่ยมเยียนโรงเรียนเราอีกนะครับ ขออัลลอฮ์ทรงคุ้มครองทุกคนครับ และขอขอบคุณมูลนิธิมัสยิดดารุลอิหฺซาน คณะกรรมการบริหารโรงเรียนศานติวิทยา คณะครู ท่านผู้ปกครองและท่านผู้มีส่วนร่วมและสนับสนุนโรงเรียนศานติวิทยาทุกท่านครับ
ญะซากุมุลลอฮฺคอยรอนครับผม
#ปีการศึกษา2568
02/03/2026
อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ขอแสดงความยินดีแก่นักเรียนทุกคนที่ได้รับประกาศนียบัตรกิจกรรม Spelling Bee ประเภท เหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง และขอชื่นชมนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนในความพยายามของแต่ละคนนะครับผม
ขออัลลอฮฺ(ซบ.)ทรงให้กิจกรรม Spelling Bee เป็นการสร้างแรงบัลดาลใจในการเรียนภาษาอังกฤษได้อย่างดีนะครับ ทุกคนจะเก่งขึ้น พัฒนาขึ้นด้วยจากความตั้งใจและความพยายามแน่นอนครับ
อินชาอัลลอฮฺ
Alhamdulillah. Congratulations to all students who received certificates in the Spelling Bee activity in the Gold, Silver, and Bronze categories. I'd also like to express my appreciation to every student who participated for their individual effort and determination.
May Allah (SWT) make this Spelling Bee activity a great source of inspiration for learning English. Everyone will surely improve and become better through dedication and hard work, inshaAllah.
25/02/2026
กาลเวลาคือสาระสำคัญของการมีชีวิตอยู่ เวลาเป็นต้นทุน และเป็นเสบียงของชีวิต เป็นคลังของลมหายใจ เป็นอามานะห์ ที่พระองค์ได้เน้นเอาไว้ในหลาย ๆ ที่ในคัมภีร์ของพระองค์ เช่น อายะห์ที่บอกว่า
﴿وَالْعَصْرِ﴾
“ขอสาบานด้วยกาลเวลา”
﴿وَاللَّيْلِ إِذَا يَغْشَى﴾
“ขอสาบานด้วยเวลากลางคืนเมื่อมันแผ่คลุม”
﴿وَالْفَجْرِ﴾
“ขอสาบานด้วยยามรุ่งสาง”
﴿وَالضُّحَى﴾
“ขอสาบานด้วยเวลายามสาย”
ทำไมพระองค์ต้องสาบานด้วยกาลเวลาเยอะแยะ อย่างนี้ เพราะ ทุกช่วงเวลามีคุณค่าของมัน แต่เราจะเห็นมันหรือเปล่า จะคิดได้หรือเปล่า
มีคนที่ไม่เผลอเท่านั้นที่จะเห็นความสำคัญของเวลา เขาจะคิดเสมอว่าเวลากำลังดำเนินผ่านไปเร็วบ้าง ช้าบ้าง แต่ไม่เคยหยุดเดิน
เวลาคุณ เหนื่อย คุณหยุดพัก คุณนอน แต่เวลาไม่ได้หยุด ไปกับคุณ
คนรู้คุณค่าของกาลเวลา เขาจะเอาเวลาเป็นภาชนะบรรจุอามั้ล การงานดีของเขา
เวลาบางช่วงเป็นเวลาที่ดี ที่ตราตรึงอยู่ในใจของแต่ละคน ไม่อยากลืม และจำมันไว้เสมอ
เวลาบางช่วงไม่ดี เขาก็อยากทิ้งและลืมมันไป เขาก็ขอให้เวลานั้นช่วยให้เขาลืม
เวลาเป็นสิ่งที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก เวลาที่สนุกและมีความสุขก็ผ่านไปเร็ว อยากให้มันกลับมาอีกบางทีมันก็ไม่กลับมา
เวลานำพาเราเข้าใกล้อัลลอฮฺไปเรื่อย ๆ โดยที่เราอาจไม่ทันตั้งตัวเวลาเป็นความโปรดปรานที่อัลลอฮฺประทานให้แต่คนชอบหลงลืม
ฮะดีษ رواه البخاري
«نعمتانِ مغبونٌ فيهما كثيرٌ من الناسِ: الصحةُ والفراغُ»
“ความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ 2 อย่างที่คนมักขาดทุนและเสียโอกาส นั่นคือ สุขภาพดี และเวลาว่าง”
ﷺ: «لا تزولُ قدما عبدٍ يومَ القيامةِ حتى يُسألَ عن عمرِه فيما أفناهُ»
ฮะดีษ “เท้าทั้งสองข้างของบ่าวในวันกิยามะฮฺจะยังไม่ขยับไปไหนจนกว่าจะถูกถามเกี่ยวกับอายุของเขาที่เขาใช้มันให้หมดไปอย่างไร”
﴿ حَتَّى إِذَا جَاءَ أَحَدَهُمُ الْمَوْتُ قَالَ رَبِّ ارْجِعُونِ * لَعَلِّي أَعْمَلُ صَالِحًا فِيمَا تَرَكْتُ ﴾
المؤمنون: 99، 100
อัลกุรอาน “จนกว่าความตายจะมาหาคน ๆ หนึ่ง เขากล่าวว่า โอ้พระเจ้าของฉันโปรดให้ฉันกลับไป เพื่อฉันจะได้ทำความดีในสิ่งที่ฉันได้ทิ้งมันไปด้วยเถิด”
﴿ مِنْ قَبْلِ أَنْ يَأْتِيَ أَحَدَكُمُ الْمَوْتُ فَيَقُولَ رَبِّ لَوْلا أَخَّرْتَنِي إِلَى أَجَلٍ قَرِيبٍ فَأَصَّدَّقَ وَأَكُنْ مِنَ الصَّالِحِين ﴾
المنافقون:
“ก่อนที่ความตายจะมาหาคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้า และเขาจะกล่าวว่า โอ้พระเจ้าของเราหวังว่าพระองค์จะให้เวลาเราสักนิดเดียวเพื่อเราจะได้ไปบริจาคทาน และจะได้เป็นหนึ่งในหมู่คนทำดีทั้งหลาย”
﴿ وَلَنْ يُؤَخِّرَ اللَّهُ نَفْسًا إِذَا جَاءَ أَجَلُهَا وَاللَّهُ خَبِيرٌ بِمَا تَعْمَلُونَ ﴾ [المنافقون: 11]
“และพระองค์อัลลอฮฺจะไม่ทรงล่าช้าเด็ดขาดเมื่อกำหนดได้มาถึงแล้ว อัลลอฮฺทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วนในสิ่งที่ท่านทั้งหลายกระทำ”
فكانَ سيّدُنا عبدُ اللهِ بنُ مسعودٍ رضيَ اللهُ عنه يقولُ بلسانِ العارفِ المشفقِ: ما ندمتُ على شيءٍ ندمي على يومٍ غربتْ شمسُهُ، نقصَ فيه أجلي، ولم يزددْ فيه عملي
อิบนิมัสอู๊ดกล่าวว่า “ฉันไม่ได้เสียใจต่ออะไรมากไปกว่าความเสียใจที่วันนึงดวงอาทิตย์ลับไป เวลาฉันก็หมดไป แต่ความดีฉันไม่ได้เพิ่มอะไรเลย”
ความเสียใจแบบนี้แหล่ะคือหัวใจที่ตื่นรู้ รู้ถึงความบกพร่องของตัวเราต่อกาลเวลา มุสลิมควรทำตนให้เวลาขัดเกลาตัวของเขา ปลูกฝังความดีงามให้แผ่นดินที่อาศัย เพื่อให้กาลเวลานั้นเป็นพยานช่วยเหลือแก่เขา มิใช่ให้กาลเวลาเป็นพยานที่ฟ้องร้องเขา
คนที่เป็นผู้รู้นั้นเขาเสียดายเวลามาก ตัวอย่างเช่น
อิมามฟัครุ อัรรอซีย์ ท่านบอกว่า ท่านเสียใจที่เสียเวลาไปมากในการทานอาหารแทนที่จะไปหาความรู้
ท่านอิมามอิบนิตัยมียะห์ ก่อนตายท่านได้ปารภว่า ฉันเสียใจที่ฉันเสียเวลาไปเยอะกับการโต้แย้งกับคนนอกศาสนา จนทำให้ฉันไม่ได้เอาเวลามาทุ่มเทให้กับอัลกุรอาน
และมีผู้รู้อีกหลาย ๆ ท่านที่พูดทำนองนี้
﴿فَأَمَّا الزَّبَدُ فَيَذْهَبُ جُفَاءً وَأَمَّا مَا يَنْفَعُ النَّاسَ فَيَمْكُثُ فِي الْأَرْضِ﴾
“และสิ่งที่เป็นฟองในน้ำนั้นมันจะจางหายไปส่วนสิ่งที่ยังประโยชน์ให้กับมนุษย์นั้นมันจะคงอยู่ในโลกสืบไป”
คำว่า “เดี๋ยวก่อนนำมาซึ่งความขี้เกียจ และนำมาซึ่งการไม่ทำ
قولَ الإمامِ الحسنِ البصريِّ: يا ابنَ آدمَ، إنما أنتَ أيامٌ، فإذا ذهبَ يومٌ ذهبَ بعضُك
ท่านอิมาม อัลฮะซัน อัล บัศรี่ (ตาบีอีน) ได้กล่าวไว้ว่า “โอ้ลูกหลานแห่งอาดัม แท้ที่จริงแล้วคุณคือกาลเวลา เมื่อวันหนึ่งหมดไป ตัวของคุณส่วนหนึ่งก็หมดไปด้วย”
الحسن البصري (أبو سعيد الحسن بن يسار البصري) هو أحد أبرز وأكبر التابعين، وهو إمام وعالم جليل من علماء أهل السنة والجماعة، وُلد في خلافة عثمان، وأدرك كبار الصحابة وروى عنهم، وتوفي سنة 110 هـ
ท่านนบี ﷺ ได้สอนว่า:
«اغتنمْ خمسًا قبلَ خمسٍ: شبابَك قبلَ هرمِك، وصحتَك قبلَ سقمِك، وغناكَ قبلَ فقرِك، وفراغَك قبلَ شغلِك، وحياتَك قبلَ موتِك»
“จงใช้ห้าสิ่งก่อนห้าสิ่ง: วัยหนุ่มก่อนแก่ สุขภาพก่อนเจ็บ ความมั่งคั่งก่อนจน เวลาว่างก่อนยุ่ง และชีวิตก่อนตาย” (บันทึกโดย บัยฮะกีย์)
คุตบะฮฺวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 โดย คุณครูไพรัตน์ กาญจนรักษ์
24/02/2026
อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ขอแสดงความยินดีแก่นักเรียนที่ได้รับประกาศนียบัตรกิจกรรมฮาฟิศอัลกุรอาน ซึ่งจำนวนหน้าสูงสุดที่เข้าร่วมท่องจำคือ 90 หน้า
ทางโรงเรียนได้มีหลักสูตรการเรียนอัลกุรอาน(อัตตะห์ฟิซ)ที่สนับสนุนให้นักเรียนได้ท่องจำอัลกุรอานจำนวน 3 ญุซ และซูเราะฮฺอื่นๆที่โรงเรียนกำหนด เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (กล่าวคือโรงเรียนพยายามให้นักเรียนท่องจำญุซที่ 30 ได้ภายในป.3 ญุซที่ 29 ภายในป.6 และญุซที่่ 28 ภายในม.3)
โรงเรียนศานติวิทยาขอขอบคุณท่านผู้ปกครองสำหรับการมีส่วนร่วมกับทางโรงเรียนอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนการเรียนและท่องจำอัลกุรอานของนักเรียนครับ
ขออัลลอฮฺ(ซบ.)ทรงโปรดประทานความดีแก่ผู้มีส่วนร่วมกับทางโรงเรียนทุกท่านครับ และขอทรงโปรดให้เราทุกคนได้เป็นชาวอัลกุรอาน ด้วยการใช้เวลาอยู่กับอัลกุรอาน ทั้งการอ่านให้ถูกต้องไพเราะ(อัตตัรตีล) การท่องจำ(อัตตะห์ฟิซ) และการทำความเข้าใจ(อัตตัฟซีร) เพื่อที่เราทุกคนจะได้เป็นที่รักของพระองค์ด้วยกับอัลกุรอานด้วยเถิด
اللهم اجعل القرآن العظيم ربيع قلوبنا ونور صدورنا
وجلاء أحزاننا، وذهاب همومنا وغمومنا
"โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงโปรดทำให้อัลกุรอานอันยิ่งใหญ่เป็นสิ่งที่ทำให้หัวใจของพวกข้าพระองค์มีชีวิตชีวา เป็นแสงสว่างแก่หัวใจของพวกข้าพระองค์ เป็นการขจัดความเสียใจ และการลบความเศร้าหมองของพวกข้าพระองค์ด้วยเถิด อามีน