โรงเรียนบางกะปิไม่ใช่เพจทางการ

โรงเรียนบางกะปิไม่ใช่เพจทางการ

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก โรงเรียนบางกะปิไม่ใช่เพจทางการ, โรงเรียนมัธยม, ซอย สุภาพงษ์ 2, Bangkok.

เพจนี้ "โรงเรียนบางกะปิไม่ใช่เพจทางการ" เป็นเพจที่สร้างขึ้นโดยศิษย์เก่า เพื่อแบ่งปันข่าวสารทางการศึกษา และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับนักเรียน ศิษย์เก่า และผู้ที่สนใจ
** ย้ำ เพจนี้สร้างโดยศิษย์เก่า ไม่ใช่เพจทางการ ** กระทรวงศึกษาธิการได้ตกลงขอเช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่ หมู่ 3 ตำบลคลองจั่น อำเภอบางกะปิ เนื้อที่ 50 ไร่ 2 งาน 78 ตารางวา เป็นเงินปีละ 13,600 บาท

15/03/2025

จากใจจริงเพิ่งรู้ว่าการใช้ชื่อ "โรงเรียนบางกะปิ" หรือ "Bangkapi School" จะทำให้เกิดความเสียหายขนาดนี้จากการเข้าใจผิด ทำให้เกิดการ "เสียเวลา, เสียอารมณ์, เสียความรู้สึก ฯลฯ"

ตอนแรกเข้าใจว่าถ้าไม่หลอกลวง ไม่ทำให้เสียเงินทองก็โอเคแล้ว

หลังจากเปลี่ยนชื่อเพจและให้ไม่มีคำ "โรงเรียนบางกะปิ" และ "Bangkapi School" เรียบร้อยแล้วอาจกลับมาเผยแพร่เนื้อหาหลักทางการศึกษาที่สำคัญจริงๆ ในปัจจุบันและอนาคตต่อไป

สุดท้าย ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าที่ศึกษาระหว่าง พ.ศ. 2537-2542 (6 ปีเต็ม) อยู่ห้องเดียวกับ "สแตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข" 6 ปี มี "ศรีริต้า เจนเซ่น เป็นรุ่นพี่หนึ่งปี และอยู่คณะเดียวกัน ฯลฯ

อยากฝากทุกคนถ้าเป็นไปได้ควร "เก่งภาษาอังกฤษ, เรียนรู้ภาษาจีน, ควรเก่งด้าน AI (สร้าง Model เองได้-เขียนโค้ดเป็น)"

แล้วจะสนุกกับคลื่นลูกใหม่ที่สำคัญมากที่กำลังมาในอนาคต (ควรเตรียมตัวให้พร้อมรับ)

ศึกษาทุกอย่างด้วยตัวเองทันทีผ่านอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะ AI หรือเทคโนโลยีต่างๆ คนเก่งส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่เมืองไทย...

ห้าทุ่มคืนนี้ปิดเพจ อีกอย่างน้อย 60 วันค่อยว่ากันครับ...

..คิดถึงและรักโรงเรียนบางกะปิเสมอ ถ้าย้อนเวลาได้ขอได้เข้าแถวตอนเช้าอีกครั้งก็พอแล้ว... ❤️❤️❤️❤️❤️

อริยสัจ 4: เป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา 15/03/2025

"อริยสัจ 4: เป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา"

อริยสัจ 4: เป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา หลายท่านเข้าใจผิดว่าพระพุทธศาสนามีเป้าหมายเพียงแค่การทำบุญ ทำทาน รักษาศีล หรือทำสมาธิ เพื่อไปเกิดในภพภ.....

15/03/2025

ได้ปรึกษากับ GPT-4o ตกลงเปลี่ยนชื่อเพจเรียบร้อยแล้วครับ
ขอบคุณที่แนะนำสิ่งที่ควรทำครับ

15/03/2025

เพจนี้ไม่ใช่เพจ official
ถ้ามีคำถามสามารถโทรเข้า รร.บางกะปิได้ที่ เบอร์ 023775870
ขออภัยที่ทำให้เข้าใจผิดมานาน

15/03/2025

น่ากลัวมาก ขอบอก
ใครเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ของตัวเอง เตรียมตัวเตรียมใจไว้เลย ...
Luckin "ลัคกิ้น" 瑞幸 (ยุ่ยซิ่ง) กำลังจะบุกไทยเต็มตัวแล้ว --- หลังเพิ่งชนะคดีความ "เครื่องหมายการค้า" (ที่ "จีนเทา" ปลอมเอาเข้ามาจดก่อนแม่ตัวจริง)
🔥🔥🔥"ราคา" คือ อาวุธที่สู้กันที่จุดนี้เลย
คนชอบกล่าวถึงเฉพาะว่า "ลัคกิ้น" ล้มยักษ์อย่าง "สตาร์บัคส์" ในตลาดจีนได้ยังไง แต่กลับมิเอ่ยถึง "ผลกระทบ" ที่ลัคกิ้นทำให้พวกร้านกาแฟเล็กๆ ข้างทางในจีนถูกพายุพัดถล่ม!!!
อยู่ไม่ได้
เพราะที่จริง "ราคา" มันมาชนกับเหล่านี้แบบจังๆ
(ขณะที่ "สตาร์บัคส์" มันก็ยังมีกลุ่มเป้าหมายอีกกลุ่ม ที่เสพติดความหรูของยี่ห้อ)
ลัคกิ้น ถือกำเนิด ต.ค. 2017
มาพร้อมโปรโมชั่นอันลือลั่น : ซื้อ 5 แถม 5
นั่นแหละ ถล่มทลายเลย!!!!! 55555

ซึ่งมาไทย ก็อาจไม่เล่นท่านี้
การตลาดแบบหนึ่ง มันก็เวิร์กในที่หนึ่งๆ และในยุคหนึ่งๆ
นี่มันก็ผ่านมา 7-8 ปีแล้ว
แต่เชื่อเถอะ จีนเก่งพวก "ลูกเล่น" งี้ คิดอะไรใหม่ๆ ได้อยู่แล้ว
และที่สำคัญ พร้อม "ทุ่มหมดหน้าตัก" แน่ๆ
แรกๆ ไม่สนมาร์จิ้น ภารกิจคือขอ "ตีตลาด" ให้ได้ก่อน

(*หมายเหตุ ตอนโน้น ที่ ซื้อ 1 แถม 1 หรือซื้อ 2 แถม 2 ไม่ได้ เพราะต้องการกวาดต้อนคนมาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ อย่างพนักงานออฟฟิศก็ต้องรวบรวมกันมาเป็นกลุ่มก้อน --- 10 คน ถึงจะได้ซื้อ 5 แถม 5
และจะได้โปรฯ นี้ ก็ต้องสั่งผ่านแอปเท่านั้น เพื่อดูดล่อคนสมัครแอปให้เยอะที่สุดเท่าที่จะเยอะได้ เพื่อที่ต่อไปจะได้ยัดโปรฯ ลดแลกแจกแถมให้อีกแบบจัดหนักรัวๆ
แรกๆ คือให้หน้าร้านเป็นจุดรับของมากกว่า)

ใช่ พอผ่านไปสักระยะ ลัคกิ้นก็ฉาวโฉ่ จนเกือบจะไม่รอด (แต่หลังๆ ก็กลับมาได้ เพียงแต่ไม่หวือหวาเท่าเดิม)
แต่ประเด็นอยู่ที่ตอนเริ่ม ว่าดุจคลื่นถาโถมที่เจ้าเล็กเจ้าน้อยไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้

ปัจจุบัน ลัคกิ้นมี 21,300 สาขา เป็นเชนร้านอาหาร&เครื่องดื่ม ใหญ่สุดอันดับ 5 ของโลก
สาขาของลัคกิ้น อยู่ในจีนแทบล้วนๆ
(*นี่ไง ถึงเริ่มๆ จะรุกออกนอกบ้านแล้วไง)

สตาร์บัคส์ มีทั่วโลก 40,200 สาขา
ถ้านับเฉพาะจีน มี 7,600 สาขา --- เท่ากับว่าในแดนมังกร สาขาลัคกิ้นมีมากกว่าสตาร์บัคส์เกือบ 3 เท่า
มันเหลือเชื่อมากๆ ๆ ๆ
เพราะย้อนกลับไปสักเกือบสิบปีก่อน มันมองไม่เห็นความเป็นไปได้เลยที่จะมีเจ้าไหนใหญ่กว่าสตาร์บัคส์ในจีนได้
เป็นไปไม่ได้เลย . . .

มันเป็นไปแล้ว
และมันก็ไปไกลกว่านั้น
เพราะตอนนี้ทั้งลัคกิ้นกับทั้งสตาร์บัคส์ก็ลำบาก!!!!!
มี Cotti "ค็อตตี้" 库迪 (คู่ตี๋) ผงาดขึ้นมาท้าชน
(*แสบ! เพราะเถ้าแก่ค็อตตี้ ก็คือพวกเถ้าแก่ร่วมของลัคกิ้น ที่โดนคดีฉาวโฉ่น่ะแหละ! พอถูกตะเพิดออกมา ก็เปิดเจ้าใหม่ แล้วก็ใช้การตลาดแบบเดียวๆ กันกับลัคกิ้นน่ะแหละ! เปรี้ยง!)
ไม่ช้าเลย
แค่ 2 ปีเท่านั้น ค็อตตี้ก็ทะลุ 10,000 สาขา! มากกว่าสตาร์บัคส์อีก! (ย้ำว่าแค่ 2 ปี ; ขณะที่ลัคกิ้นใช้เวลา 5 ปีจึงแซงสตาร์บัคส์ได้)
ถูกไง!
เอาราคาถูกๆ เข้าสู้ --- เหมือนๆ ที่ลัคกิ้นใช้เจาะตลาดนั่นแหละ แต่ตอนนี้ค็อตตี้ถูกกว่าอีก!
ลัคกิ้นกับสตาร์บัคส์จึงกระเสือกกระสนน่าดู

ก็อาจเป็นอีกมูลเหตุ
ตลาดในบ้าน ชักยากขึ้นทุกทีๆ ฉะนั้น ลัคกิ้นจึงหาลู่ทางข้างนอกบ้าง
(ดู MIXUE "มี่เสวี่ย" 蜜雪 เป็นแบบอย่างมั้ง --- มี่เสวี่ย เป็นเชนร้านอาหาร&เครื่องดื่ม ใหญ่สุดอันดับ 1 ของโลก)
เพิ่งเริ่มๆ ชิมลางเอง
มีในสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อย่างละนิดอย่างละหน่อย
แต่ตั้งเป็นกลยุทธ์แล้ว ว่าจะบุกเอเชียอาคเนย์กับอเมริกาจริงๆ จังๆ
อีกไม่นาน น่าจะ "ลุยเต็มตัว"
ซึ่งน่ากลัวมาก บอกเลย
(*ให้ดู "มี่เสวี่ย" เป็นตัวอย่าง เร็วมาก)

ขอหมายเหตุย้อนกลับเข้าไปอีกที
ค็อตตี้ ตั้งเป้ามีทั้งหมด 50,000 สาขาในจีนปีนี้
เอ่อ จำนวนนี้คือจะโค่นมี่เสวี่ย กลายเป็นเชนร้านอาหาร&เครื่องดื่ม ใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ของโลก!
ก็นั่นเอง ... ตลาดจีนจึงไม่ค่อยน่าอยู่แล้ว ลัคกิ้นต้องหาตลาดใหม่ๆ

ซึ่งไทยก็หนึ่งในนั้น
(และตอนนี้ทางสะดวก ไม่มีคดีความเรื่องยี่ห้อปลอมแล้ว ก็จะได้เวลารุกเต็มสูบ!)
ซึ่งถ้าใช้การตลาดแบบเดิมๆ อย่างที่ใช้ในจีน (และคล้ายๆ อย่างที่มี่เสวี่ยใช้ในไทย) ก็คือเล่นที่ "ราคา"
ก็ย้ำแล้วย้ำอีก ย้ำๆ ว่าร้านกาแฟเจ้าเล็กเจ้าน้อยที่เปิดธุรกิจเป็นของตัวเองจะ "อยู่ยาก" ขึ้นมากๆ

เจ้าใหญ่ล่ะ
สตาร์บัคส์ในไทย กระเทือนไหม ก็คงมีบ้างแต่ไม่เท่าไหร่
อเมซอนในไทยนี่สิ มีเสียวได้เหมือนกัน (หลังๆ ราคาอเมซอนก็ก้ำๆ กึ่งๆ ไม่ได้ถือว่าถูกเท่าไหร่ มีค่อนแพงเหมือนกัน --- แต่แน่นอนว่าไม่มีภาพหรูแบบสตาร์บัคส์มาค้ำ ; แลกลุ่มเป้าหมายก็ดูเอียงๆ มาใกล้ลัคกิ้นไม่น้อย)

ร้านข้างทาง ต้องตั้งหลักดีๆ ตอนนี้

ขึ้นกับว่าลัคกิ้นจะเอาจริงไหม (เพราะที่ผ่านๆ มายังไม่เรียกได้ว่า "เดินหน้า" เลย)
ขึ้นกับว่าลัคกิ้นจะวางภาพยังไง จะฟัดอเมซอน โดยที่ positioning ใกล้กันแล้วราคาถูกกว่าหน่อย
หรือว่าไม่มีภาพอะไรทั้งนั้น! ลุย "สงครามราคา" อย่างตอนมาใหม่ๆ ที่จีนเลย!

ย้ำ คนที่เปิดธุรกิจร้านกาแฟของตัวเอง ต้องเตรียมรับมือให้ดี
เป็นห่วง

AI จะทำให้คนเก่งยิ่งเก่งขึ้น แต่คนที่ยังไม่เก่งอาจตกงาน! 10/03/2025

เข้าใจการใช้งาน AI กันใหม่... การเชี่ยวชาญในทักษะที่ยากขึ้น แล้วใช้ AI มาช่วยอาจดีกว่า เพราะการใช้ AI ธรรมดาใครก็ทำได้ง่าย

AI จะทำให้คนเก่งยิ่งเก่งขึ้น แต่คนที่ยังไม่เก่งอาจตกงาน! ความจริงที่หลายคนอาจไม่อยากเชื่อ ทำไม AI กำลังขยายช่องว่างระหว่างคนเก่งกับคนไม่เก่งงานวิจัยจาก MIT และมหาว.....

Photos from ฐานเศรษฐกิจ's post 06/03/2025

"สมัครทะลุ 13,361 คน รับจริง 1,520 คน"

05/03/2025

"💥 รวม AI ช่วยเขียนงานโฆษณา เครื่องมือทำงานเสร็จไวกว่าเดิม!"

💥 รวม AI ช่วยเขียนงานโฆษณา เครื่องมือทำงานเสร็จไวกว่าเดิม!

💬 ใครที่ต้องเขียนบทความ ทำคอนเทนต์ หรือต้องใช้ข้อมูลในการเขียนงานโฆษณา แอดรวมเครื่องมือ AI ตัวช่วยทำงานไว้ให้แล้ว แต่ละอันทำหน้าที่ได้ดีคนละแบบ บอกเลยว่าครอบคลุมสุด ๆ มีติดเครื่องไว้ได้ใช้แน่!

#ชอบโปร

05/03/2025

"...เมื่อถูกถามว่า เขามีคำแนะนำอะไรกับคนที่อยากจะดร็อปเรียนมหาวิทยาลัยมาทำธุรกิจ

บิล เกตส์ ก็บอกว่า "รู้ไหม ผมไม่ใช่คนที่สนับสนุนแนวคิดให้เลิกเรียนมหาวิทยาลัย ผมสนับสนุนให้คนเราได้เรียนรู้หลายแขนง ส่วนการดร็อปเรียนแล้วไปทำอย่างอื่น ผมมองว่าต้องเป็นกรณีพิเศษจริงๆ"

พอพูดถึงคนที่เรียนไม่จบแต่ประสบความสำเร็จ 'บิล เกตส์' ผู้ก่อตั้งและอดีตซีอีโอ Microsoft มักจะถูกยกขึ้นมาพูดถึงกันใช่ไหมครับ

แต่ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาบอกว่าเขาเคยพยายามกลับมาเรียนให้จบ และก็ไม่สนับสนุนให้ใครเลิกเรียนแบบเขาด้วย

อันนี้เป็นบทสัมภาษณ์ CNBC ที่เผยแพร่ออกมาเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2025 ที่ผ่านมา โดย บิล เกตส์ ได้พูดถึงเรื่องการตัดสินใจดร็อปเรียนจากมหาวิทยาลัย Harvard ของเขา

บิล เกตส์ ได้บอกครับว่า เขามีช่วงเวลาที่ดีมากๆ ในช่วงที่เรียนใน Harvard อยู่สองปี เขาสนุกกับคลาสเรียน ชอบที่ได้อยู่ในสังคมที่มีคนเก่งๆ รอบตัว ได้เจอเพื่อนที่เขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจ

แต่เมื่อ บิล เกตส์ ก่อตั้ง Microsoft ขึ้นมา เขาบอกว่าลังเลอยู่เหมือนกันว่าจะเรียนก่อน หรือเลิกเรียนไปทุ่มเทกับบริษัทเลยดี ซึ่งสุดท้ายเขาได้เลือกดร็อปเรียนไปในปี 1975

แต่ บิล เกตส์ ได้เล่าว่า หลังดร็อปเรียนไปแล้ว เขาได้พยายามกลับมาเรียนให้จบด้วยนะ แค่มันไม่สำเร็จเฉยๆ

ในปี 1976 เขาได้ขอให้ ริก ไวแลนด์ หนึ่งในโปรแกรมเมอร์คนแรกๆ ของ Microsoft ที่เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยไฮสคูล มาคุมบริษัทแทนเขา เพราะเขาตั้งใจจะกลับมาเรียน Harvard ให้จบ แล้วคอยดูบริษัทจากทางไกลเอา

แต่พอกลับมาเรียนได้ 2 เทอม บิลก็พบว่าบริษัทค่อนข้างติดขัด ก็เลยตัดสินใจเลิกล้มความตั้งใจที่จะเรียนจบ แล้วกลับไปคุม Microsoft ด้วยตัวเองอีกครั้ง

และเมื่อถูกถามว่า เขามีคำแนะนำอะไรกับคนที่อยากจะดร็อปเรียนมหาวิทยาลัยมาทำธุรกิจ บิล เกตส์ ก็บอกว่า เขาไม่แนะนำ

"รู้ไหม ผมไม่ใช่คนที่สนับสนุนแนวคิดให้เลิกเรียนมหาวิทยาลัย ผมสนับสนุนให้คนเราได้เรียนรู้หลายแขนง ส่วนการดร็อปเรียนแล้วไปทำอย่างอื่น ผมมองว่าต้องเป็นกรณีพิเศษจริงๆ"

"ผมได้ใช้ความรู้ทั้งหมดที่เรียนมาจากมหาวิทยาลัย ในการบริหารบริษัท ผมดีใจที่ตัวเองสนใจเรียนวิชาที่หลากหลาย ดังนั้น ผมสนับสนุนให้ทุกคนเรียนรู้สิ่งต่างๆ ให้หลากหลายอยู่เสมอ"

#เหมียวเฟนเดอร์

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


ซอย สุภาพงษ์ 2
Bangkok
10240