โทร เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ โรงเรียนนี้

ReReef 𝗥𝗲𝘁𝗵𝗶𝗻𝗸 𝗬𝗼𝘂𝗿 𝗥𝗼𝘂𝘁𝗶𝗻𝗲, 𝗥𝗲𝗹𝗶𝗲𝘃𝗲 𝘁𝗵𝗲 𝗥𝗲𝗲𝗳𝘀. Our mineral based sunscreen mainly uses Zinc Oxide, the safest and most effective active natural sunscreen ingredient.

Scientifically-backed, reef-safe sun protection & eco-friendly essentials for a healthier planet.

📍 Thailand, Maldives, Singapore, Indonesia, Vietnam, Cambodia Recent scientific studies have shown that several chemicals commonly used in sunscreen can harm coral reefs and juvenile fishes. ReReef sunscreen is purposely developed to minimise the impact of chemical input to the ocean and do not contain any of these ingredients.

สำคัญมากๆ ที่ต้องเปลี่ยน Mindset และจัดการอย่างถูกต้อง เราต้องทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ เป็นเหตุการณ์ที่ทุกคนพร้อมรับมือ ปรับ...
27/09/2026

สำคัญมากๆ ที่ต้องเปลี่ยน Mindset และจัดการอย่างถูกต้อง เราต้องทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ เป็นเหตุการณ์ที่ทุกคนพร้อมรับมือ ปรับตัว และเรียนรู้ที่จะอยู่กับน้ำโดยไม่ต้องสูญเสียทรัพย์สินและสุขภาพจิต

"กรุงเทพฯ น้ำท่วมได้"
จาก “กทม. ห้ามท่วม” สู่ “เมืองที่แบ่งเบาภาระ”: ถึงเวลาแก้ปัญหาน้ำท่วมด้วย Mindset ที่ไม่เห็นแก่ตัว

***สัมภาษณ์ที่พูดถึงในบทความนี้ เป็น VDO เมื่อ 14 กรกฎาคม 2026 ก่อนเกิดภัยน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ขณะนี้***

เมื่อถึงฤดูฝน คำถามยอดฮิตที่คนกรุงเทพฯ และคนไทยมักถามกันเสมอคือ “ปีนี้น้ำจะท่วมไหม?” และคำตอบที่โครงสร้างพื้นฐานระดับชาติพยายามส่งมอบให้เรามาโดยตลอดคือการสร้างคันกั้นน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ หรือสร้างเขื่อนเพื่อป้องปัดไม่ให้น้ำแม้แต่หยดเดียวทะลักเข้าสู่ใจกลางเมืองหลวง

แต่เราเคยหยุดคิดไหมว่า “ราคาสูงลิ่ว” ของการทำให้กรุงเทพฯ ไม่ท่วมนั้น... ใครเป็นผู้จ่าย?

คำตอบที่เจ็บปวดคือ จังหวัดปริมณฑล และชุมชนรอบนอกกรุงเทพฯ และบางจังหวัดที่ใกล้ต้นน้ำ ที่ต้องกลายเป็น "แก้มลิงจำเป็น" นั่งจมน้ำอยู่นานหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน เพียงเพื่อแลกกับการให้คนในเมืองหลวงเดินช็อปปิ้งหรือขับรถได้อย่างสะดวกสบาย

จากการชมรายการ Coming of Age | EP. 306: สัมภาษณ์ 'กชกร วรอาคม' ศาสตราจารย์พิเศษแห่งมหาวิทยาลัย Cornell ภูมิสถาปนิกไทยผู้คว้ารางวัล UN Global Climate Action Awards พ.ศ. 2563 สาขา Woman for Results จากผลงานดังอย่างอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ, อุทยานการเรียนรู้ ป๋วย 100 ปี และสวนลอยฟ้าเจ้าพระยา ... อาจารย์ทำให้เราเปิดสมองกับแนวคิดที่ควรจะเป็นจริงๆของกรุงเทพฯ ไม่ใช่แนวคิดโลกสวยครับ

1. กรุงเทพฯ เป็น Delta City : เมืองแห่งดินพัดพาและ 3 น้ำ

อาจารย์กชกร วรอาคม ได้สะท้อนบริบททางภูมิศาสตร์ที่แท้จริงของกรุงเทพฯ ไว้อย่างเห็นภาพว่า กรุงเทพมหานครตั้งอยู่บนพื้นที่ดินพัดพาปากแม่น้ำ (Delta City) เป็นเมืองที่ต้องเผชิญกับ “3 น้ำ” ได้แก่

- น้ำเหนือ ที่ไหลลงมาจากตอนบนของประเทศ
- น้ำฝน ที่ตกสาดลงมาจากฟ้า
- น้ำหนุน จากอ่าวไทยเนื่องจากระดับน้ำทะเลสูงขึ้น

ในทางสากล Delta City คือคำศัพท์ที่ใช้เรียก "กลุ่มเมืองที่ตั้งอยู่บนดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ" (River Delta) ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำสายใหญ่ไหลมาบรรจบกับทะเล เมืองกลุ่มนี้มักจะเผชิญหน้ากับความท้าทายเรื่อง "น้ำ" อย่างรุนแรง และมีลักษณะเป็นเมือง 3 น้ำในอีกมิติหนึ่ง (เช่น กรุงเทพมหานคร ที่ต้องรับมือกับ น้ำเหนือ น้ำหนุน และน้ำฝน)

ตัวอย่าง Delta City ระดับโลกและการจัดการน้ำ:

• เนเธอร์แลนด์ (Rotterdam / Delta Works): เมืองปากแม่น้ำที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล มีการสร้างระบบประตูกั้นน้ำและเขื่อนระดับโลกเพื่อควบคุมน้ำเค็มและน้ำหลาก

• ปูซาน เกาหลีใต้ (Busan Eco-Delta Smart City): เมืองอัจฉริยะที่สร้างขึ้นบนพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำ โดยเน้นการใช้เทคโนโลยี AI และ IoT มาบริหารจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

แต่กลับมามองกรุงเทพฯ ที่ผ่านมา ผังเมืองและการพัฒนาของเรากลับทำราวกับว่าเราสามารถปฏิเสธน้ำทั้ง 3 นี้ได้ทั้งหมด เราเทคอนกรีตทับพื้นที่รับน้ำ ถมกำแพงสูงเพื่อดักทางน้ำ และไล่สูบน้ำออกไปให้พ้นตัว และสร้างเขื่อน ทำลายป่าจนเกลี้ยง เป็นการสูบใช้ทรัพยากรจากเมืองอื่น เพื่อมาปกป้องเมืองหลวงเพียงจังหวัดเดียว

การคิดว่า “กรุงเทพฯ ห้ามท่วม” จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของผังเมืองที่ไม่ยิงตรงไปที่สาเหตุ และหล่อหลอมให้ระบบบริหารจัดการเมืองกลายเป็น “ระบบที่เห็นแก่ตัวไปเรื่อยๆ”

เปรียบเทียบแนวคิดการจัดการน้ำ: จากวิธีคิดเดิม สู่วิธีคิดใหม่

:( วิธีคิดแบบเดิม: เห็นแก่ตัว "กรุงเทพฯ ห้ามท่วมเด็ดขาด!"
- สร้างคันกั้นน้ำ/ตัดเส้นทางน้ำ: มุ่งเน้นการสร้างสถาปัตยกรรมกีดขวางทางน้ำตามธรรมชาติเพื่อป้องปัดน้ำออกไป

- ผลักภาระให้พื้นที่รอบนอก: ปล่อยให้นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี และชุมชนปริมณฑลแบกรับน้ำไว้แทนคนเมือง หรือบางจังหวัดที่ซวยรับน้ำทุกปี เช่น อยุธยา

- ทำลายธรรมชาติแบบถาวร: ตัดขาดเมืองออกจากระบบนิเวศแหล่งน้ำเดิมอย่างสิ้นเชิง

:) วิธีคิดแบบใหม่: แบ่งเบาภาระ "กรุงเทพฯ เป็นเมือง 3 น้ำ... ท่วมได้"

- กระจายพื้นที่กักเก็บน้ำทั่วเมือง: กระจายจุดซับน้ำเข้าสู่โครงสร้างเมืองในทุกๆ ย่าน

- ทุกอาคารช่วยซับและชะลอน้ำฝน: ชะลอการไหลซึม ให้เวลาเมืองได้ระบายน้ำโดยไม่พึ่งพาเครื่องสูบน้ำเพียงอย่างเดียว

- ยอมให้น้ำผ่านอย่างเป็นมิตร: ปรับโครงสร้างเมืองให้ยืดหยุ่นและสามารถอยู่ร่วมกับน้ำได้อย่างเป็นธรรมชาติ

2. การแก้ปัญหาด้วย Concept “การแบ่งเบาภาระ”

หากเราต้องการหยุดวงจรอุบาทว์ของอุทกภัย วิธีเดียวคือการเปลี่ยน Mindset พื้นฐานว่า “กรุงเทพฯ น้ำท่วมได้” คำว่า "ท่วมได้" ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการยอมจำนนต่อภัยพิบัติแล้วปล่อยให้บ้านเรือนเสียหาย หากแต่คือการ "ปรับตัวและแบ่งรับภาระน้ำ"

- ชะลอ ไม่ใช่ผลักดัน: แทนที่จะพยายามสูบน้ำฝนให้ออกไปแห้งทันทีที่ตก เราควรออกแบบเมืองให้มีเวลาชะลอน้ำ

- กักเก็บน้ำได้ทุกอณูด้วยตัวเมืองเอง: ออกแบบให้ทุกตึก ทุกสวน ทุกลานกิจกรรม และทุกโครงสร้างพื้นฐานสามารถดูดซับและกักเก็บน้ำไว้ได้บางส่วน

- เปลี่ยนภัยพิบัติเป็นทรัพยากร: มองน้ำฝนเป็นโอกาสในการรีไซเคิลและสร้างพื้นที่สีเขียว

เมื่อกรุงเทพฯ ร่วมรับภาระน้ำไว้กับตัวเอง ชุมชนรอบข้างก็น้ำท่วมน้อยลง พื้นที่เกษตรกรรมปริมณฑลก็ไม่ต้องจมน้ำรับกรรมแทนคนเมือง นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้าง ความยุติธรรมทางความเป็นอยู่ (Spatial & Environmental Justice) ในสังคม

3. แนวคิดระดับสากล "เมืองฟองน้ำ" (Sponge City) และ Nature-Based Solutions

แนวคิดของคุณกชกรสอดคล้องอย่างสมบูรณ์กับทิศทางการพัฒนาเมืองทั่วโลกที่เน้น การแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-Based Solutions) โดยเฉพาะแนวคิด “เมืองฟองน้ำ” (Sponge City) ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญที่คุณค่าต่อสังคมไทย ดังนี้:

- สวนอุทยานซับน้ำ (Retention Parks): เช่น ตัวอย่างสวนอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ หรือ สวนป่าเบญจกิตติ ที่ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ทำหน้าที่เป็น "กระเพาะรับน้ำ" ยามฝนตกหนัก ช่วยดูดซับ ชะลอน้ำ และบำบัดน้ำก่อนปล่อยคืนสู่ระบบ

- พื้นผิวที่น้ำซึมผ่านได้ (Permeable Pavements): การเปลี่ยนฟุตบาท ลานจอดรถ และถนนคอนกรีตให้เป็นวัสดุมวลเบาหรืออิฐบล็อกรูพรุน เพื่อให้น้ำฝนสามารถซึมลงสู่ชั้นน้ำใต้ดินได้ตามธรรมชาติ

- สวนบนหลังคาและสวนแนวตั้ง (Green Roofs & Bioswales): กฎหมายผังเมืองยุคใหม่ควรสนับสนุนให้อาคารพาณิชย์และคอนโดมิเนียมสร้างพื้นที่สีเขียวบนหลังคาเพื่อช่วยดักจับน้ำฝนตั้งแต่ชั้นบรรยากาศ แบบที่เราจะเห็นกันในประเทศสิงคโปร์

ร่างพรบ.เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ยื่นเข้าสู่สภาแล้ว ร่วมติดตามและผลักดันกันต่อ 👏👏👏
15/09/2026

ร่างพรบ.เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ยื่นเข้าสู่สภาแล้ว ร่วมติดตามและผลักดันกันต่อ 👏👏👏

วันที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 9.30 น.

ในนามเครือข่าย Thailand Circular Economy และภาคี 28 องค์กร ขอยื่นรายชื่อประชาชนผู้สนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติเศรษฐกิจหมุนเวียน พ.ศ. .... (ฉบับประชาชน) ต่อรัฐสภา ที่มีจำนวนกว่า 21,000 รายชื่อจากการรณรงค์ผ่านระบบเข้าชื่อของภาคีภายในเวลาเพียง 1 เดือน

การยื่นรายชื่อในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการนำส่งเอกสารตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่คือการนำ เสียงของประชาชน ที่ต้องการเห็นประเทศไทยเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเข้าสู่รัฐสภา

การสนับสนุนของประชาชนต่อร่างฯ กฎหมาย CE กำลังบอกอย่างชัดเจนว่า เราไม่ควร และไม่ต้องการที่จะแก้ปัญหาขยะด้วยการจัดการที่ปลายทางเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องเปลี่ยนทั้งระบบตั้งแต่ การออกแบบ การผลิต การบริโภค การใช้ซ้ำ การซ่อมแซม และการรีไซเคิล เพื่อให้ทรัพยากรถูกใช้อย่างคุ้มค่า ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจให้นานที่สุด เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชน

ข้อเรียกร้องสำคัญที่สุดของเราในวันนี้ คือขอให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับรองร่าง พ.ร.บ. เศรษฐกิจหมุนเวียน ฉบับประชาชน โดยเร็วที่สุด เพื่อเปิดทางให้ร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรทันที
เหตุผลสำคัญคือ ร่างกฎหมายฉบับนี้เสนอให้มีกลไกทางการเงิน คือ กองทุนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy Fund) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การใช้ซ้ำ การซ่อมแซม การคัดแยก และการรีไซเคิล

เราจึงขอให้นายกรัฐมนตรีมองการรับรองร่างกฎหมายนี้ ไม่ใช่เพียงเป็นขั้นตอนทางกฎหมาย
แต่เป็นการ รับรองเจตนารมณ์ของประชาชน ที่ต้องการเห็นประเทศไทยเดินหน้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ทำให้เศรษฐกิจและผู้ประกอบการไทยปรับตัวทันระเบียบโลกและที่สำคัญที่สุด คุ้มครองสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชนไปพร้อม ๆ กัน

เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ใช่แค่เรื่องขยะ แต่คือวาระการพัฒนาประเทศ

21,000 รายชื่อไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือเสียงของประชาชนที่ต้องการเห็นประเทศไทยเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจและการบริหารทรัพยากรทั้งระบบ

วันนี้ประชาชนได้ทำหน้าที่ของประชาชนแล้ว

จากนี้ ขอให้นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ด้วยการลงนามรับรองร่างกฎหมาย และเปิดทางให้เสียงของประชาชนเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร
เพื่อให้ประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่แข่งขันได้ ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครอง และสิ่งแวดล้อมได้รับการดูแลอย่างยั่งยืน

KonggreengreenSustainable Environment Research Institute, Chulalongkorn University CHULA Zero Waste Repair Community ThailandPEAR is hungryEcoCrew Thailand - Reusable packaging serviceLess Plastic ThailandGreenpeace ThailandEnvironmanEnvironmental Justice Foundation Thailand ศสอ-HSM (ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย)PETROMATYOLO - Zero Waste Your Life

#พรบเศรษฐกิจหมุนเวียน

เกิดอะไรขึ้นกับทะเล และวาฬบรูด้า 😥😥
05/09/2026

เกิดอะไรขึ้นกับทะเล และวาฬบรูด้า 😥😥

ฉุดไม่อยู่! “วาฬบรูด้า” ตายตัวที่ 6 เกยตื้นแถวเกาะช้าง จ.ระนอง สภาพเน่าสรุปสาเหตุตายไม่ได้ หลังปลายเดือนส.ค.เพิ่งสูญเสีย “เจ้ามาลี” วาฬบรูด้าวัยรุ่น เกยตื้นตายสมุทรปราการ
อ่านข่าวในคอมเมนต์
#วาฬบรูด้า #เกาะช้าง #ซูเปอร์เอลนีโญ #วาฬบรูด้าตาย #วาฬนิวส์

"แทนที่จะบังคับให้แม่น้ำอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ เราควรคืนพื้นที่ให้แม่น้ำ เพื่อให้ธรรมชาติทำหน้าที่ของตัวเอง"แนวคิดนี้ถือเป็น...
22/08/2026

"แทนที่จะบังคับให้แม่น้ำอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ เราควรคืนพื้นที่ให้แม่น้ำ เพื่อให้ธรรมชาติทำหน้าที่ของตัวเอง"

แนวคิดนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของศาสตร์ด้านวิศวกรรม เพราะแทนที่จะสร้างคันกั้นน้ำให้สูงขึ้น เนเธอร์แลนด์กลับเลือก

> ย้ายแนวคันกั้นน้ำให้ถอยห่างจากแม่น้ำ
> ขุดทางน้ำสายใหม่เพื่อกระจายมวลน้ำ
> ขยายพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติ
> ฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำและทุ่งรับน้ำ
> ลดระดับพื้นที่ริมแม่น้ำให้รองรับน้ำหลาก
> เวนคืนหรือย้ายชุมชนในพื้นที่เสี่ยงบางส่วน พร้อมจ่ายค่าชดเชยอย่างเป็นธรรม

เป้าหมายคือ ยอมให้น้ำท่วมในพื้นที่ที่ออกแบบไว้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมเมือง เขตเศรษฐกิจ และพื้นที่สำคัญ

รัฐบาลเนเธอร์แลนด์เรียกแนวคิดนี้ว่า Living with Water หรือ "การอยู่ร่วมกับน้ำ"

แทนที่จะมองน้ำเป็นศัตรู รัฐเลือกมองว่า น้ำคือส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่ต้องอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล

นอกจากช่วยลดความเสี่ยงน้ำท่วมแล้ว โครงการยังสร้างประโยชน์หลายด้าน เช่น

> เพิ่มพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะริมแม่น้ำ
> ฟื้นฟูระบบนิเวศสัตว์น้ำและสัตว์ป่า
> พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำ
> ยกระดับคุณภาพภูมิทัศน์เมือง

ทำให้การบริหารจัดการน้ำกลายเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบเมืองอย่างยั่งยืน

ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศจำนวนมากมองว่า แนวคิด Nature-based Solutions หรือการใช้ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา กำลังกลายเป็นแนวทางสำคัญในการรับมือภาวะโลกร้อนในศตวรรษที่ 21

สำหรับประเทศไทย ซึ่งเผชิญปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากแทบทุกปี โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นักวิชาการหลายฝ่ายเสนอว่า การบริหารจัดการน้ำในอนาคตอาจต้องผสมผสานทั้งโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมกับแนวคิด "คืนพื้นที่ให้ธรรมชาติ"

ไม่ว่าจะเป็นการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ การกำหนดพื้นที่รับน้ำหลาก การควบคุมการก่อสร้างในพื้นที่เสี่ยง และการวางผังเมืองที่สอดคล้องกับเส้นทางน้ำตามธรรมชาติ เพื่อให้การรับมืออุทกภัยมีความยั่งยืนมากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ภัยพิบัติรุนแรงขึ้นทุกปี บทเรียนจากเนเธอร์แลนด์สะท้อนว่า "ความสำเร็จอาจไม่ได้อยู่ที่การเอาชนะธรรมชาติ แต่อยู่ที่การเรียนรู้จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล"

🇸🇬  WE ARE OFFICIALLY IN SINGAPORE! 🌊Your favorite reef-safe sunscreen is now available on Shopee SG! 💙🎉 Launch promotio...
09/08/2026

🇸🇬 WE ARE OFFICIALLY IN SINGAPORE! 🌊

Your favorite reef-safe sunscreen is now available on Shopee SG! 💙

🎉 Launch promotion is LIVE — shop now & enjoy special deals!

https://shopee.sg/rereef.singapore

ที่อยู่

Viphawadee
Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 19:00
อังคาร 09:00 - 19:00
พุธ 09:00 - 19:00
พฤหัสบดี 09:00 - 19:00
ศุกร์ 09:00 - 19:00
เสาร์ 09:00 - 19:00
อาทิตย์ 11:00 - 19:00

เบอร์โทรศัพท์

+66859004524

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ ReReef โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง ReReef:

ทางลัด

แชร์