Digitorium online marketing ห้องแห่งการเรียนรู้ การตลาดออนไลน์

Digitorium online marketing ห้องแห่งการเรียนรู้ การตลาดออนไลน์

แชร์

การตลาดออนไลน์ ธุรกิจออนไลน์

13/11/2021

7 เทคนิค ตอบแชทลูกค้ายังไง ให้ปิดการขายได้มากขึ้น

1. สร้าง First Impression ตั้งแต่แรกคุย
5 นาทีแรกของการสนทนาเป็นช่วงเวลาสำคัญ ร้านค้าควรหาทางตอบกลับให้เร็วที่สุด ผู้ตอบควรใช้ภาษาที่สุภาพ แต่ไม่เป็นทางการมากเกินไป เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกเข้าถึงง่าย กล้าที่จะถามข้อมูลเพิ่มเติมอย่างสบายใจ

2. ให้ข้อมูลแบบมืออาชีพ
แอดมินควรทราบรายละเอียดที่สำคัญของสินค้าทั้งหมด อาจมีการเปรียบเทียบให้ลูกค้าเห็นความแตกต่างเรื่องราคา ความคุ้มค่า ข้อดีและข้อเสียของสินค้าแต่ละตัว ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีหลายทางเลือก เพื่อให้ลูกค้าไม่รู้สึกกดดันจนเกินไป

3. ใช้คำถามนำไปสู่การสนทนาในขั้นต่อ ๆ ไป
เมื่อนำเสนอสินค้าเรียบร้อย หากลูกค้ายังไม่มีการตอบกลับหรือเงียบไป อาจลองใช้คำถามกับลูกค้าเพิ่ม เพื่อทำให้คุณทราบความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า อาจใช้คำถามอย่าง “คุณลูกค้าสนใจรับสินค้าชิ้นนี้ไว้เลยมั้ยคะ? สินค้าชิ้นนี้มีจำนวนจำกัด” เทคนิคนี้จะทำให้ลูกค้ารู้สึกอยากได้สินค้ามากขึ้น แต่ต้องระวังการใช้คำพูดให้ดี ไม่ควรดู Hardsell หรือดูตื๊อมากเกินไป

4. สวมบทนักเจรจาที่ดี
ในกรณีที่สินค้าของคุณสามารถยืดหยุ่นหรือต่อรองราคาได้ หากลูกค้าแจ้งว่าติดเรื่องราคา เราอาจถามตรง ๆ ถึงงบประมาณในใจของลูกค้า เพื่อมอบข้อเสนอให้ตรงกับลูกค้ามากที่สุด”

หากเป็นสินค้าที่ลดราคาไม่ได้จริง ๆ อีกทางออกที่จะทำให้ลูกค้าพอใจ คือ การมอบสิทธิพิเศษอื่น ๆ ให้แทน เช่น ของแถม บริการหลังการขายที่ดีขึ้น อย่างการขยายระยะเวลาการรับประกัน

5. ปิดจบอย่างสวยงาม ดูแลให้ถึงปลายทาง
เมื่อลูกค้าตกลงซื้อสินค้าเรียบร้อย ควรปิดการขายอย่างสวยงามด้วยการสรุปยอดสินค้า สินค้าที่สั่งมีอะไรบ้าง ที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า วันที่จะส่งสินค้าออกและวันที่คาดคะเนว่าสินค้าจะไปส่งถึงมือลูกค้า เพื่อป้องกันความผิดพลาดและแสดงให้ลูกค้าเห็นถึงความเป็นมืออาชีพของร้านค้า เพิ่มความประทับใจให้แก่ลูกค้ามากขึ้นอีกด้วย

6. จดจำลูกค้าให้ได้เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าในครั้งต่อไป
คุณคงทราบกันดีว่าการหาลูกค้าใหม่นั้นยากกว่าการรักษาลูกค้าเก่าหลายเท่า ดังนั้นเพื่อที่จะดึงลูกค้าเก่าให้กลายมาเป็นลูกค้าประจำของร้าน เราควรสร้างความประทับใจ และแสดงให้ลูกค้าเห็นถึงความใส่ใจของเราให้ได้มากที่สุด โดยเมื่อลูกค้าเก่าทักแชทมาซื้อสินค้าอีกครั้ง เราอาจเรียกชื่อลูกค้า จำได้ว่าลูกค้าซื้อสินค้าอะไรไป โดยอาจใช้คำถามอย่าง กระโปรงที่ซื้อไปคราวที่แล้วเป็นอย่างไรบ้างคะ หรืออาจมอบส่วนลดสำหรับลูกค้าเก่า จัดทำระบบสมาชิกให้ลูกค้า ให้ลูกค้าอยากกลับมาซื้อซ้ำ

7. ลูกค้าอาจไม่ใช่พระเจ้า แต่เราคือเพื่อนมนุษย์เหมือนกัน
หลายคนอาจมีความคิดว่า”ลูกค้าคือพระเจ้า” ไม่ว่าลูกค้าอยากได้อะไร เราก็ต้องหาให้ได้เสมอ แต่เราไม่อยากให้คิดเช่นนั้น เราควรมองลูกค้าเป็นเหมือนเพื่อน เมื่อเพื่อนอยากได้เกินความสามารถของเรา เราก็ควรอธิบายให้เพื่อนเข้าใจ ดังนั้นการทำธุรกิจร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพื่อรักษาความสัมพันธ์ให้ดีและยาวนาน

#สอนออนไลน์

Cr. SME Thailand club

10/11/2021

🎯 5 วิธีตั้งเป้าหมายให้สำเร็จ
ทุกคนย่อมมีเป้าหมายในชีวิตที่วางไว้ และมุ่งมั่นที่จะพุ่งชนเป้าหมายนั้นให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายในความก้าวหน้าของงาน เป้าหมายในการดูแลสุขภาพให้มีรูปร่างตามที่ต้องการ หรือเป้าหมายในการเก็บเงินเพื่อซื้อสิ่งของที่อยากได้ ถึงเป้าหมายของแต่ละคนจะแตกต่างกันไป แต่สุดท้ายแล้ว การตั้งเป้าหมายชีวิตก็เพื่อตอบโจทย์ให้ตัวเองทำตามสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จ วันนี้เรามีวิธีที่จะช่วยให้เป้าหมายในชีวิตที่เราตั้งไว้ประสบผลสำเร็จ ดังนี้

1. แน่วแน่ไว้ว่า สิ่งที่เราทำนั้น เราต้องการอะไร
เมื่อตั้งเป้าหมายชีวิตแล้ว เราต้องตัดสินใจอย่างแน่วแน่และจริงจังกับมัน บางคนอยากเป็นนักโปรแกรมเมอร์ บางคนอยากเป็นนักกีฬา บางคนอยากมีเงินทองเยอะ ๆ จากการทำธุรกิจ ให้คิดไว้ว่า สิ่งที่เราจะทำนั้นคือสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ ไม่ใช่ทำเพราะเห็นคนอื่นทำเลยทำตาม พอทำไม่สำเร็จคุณก็ท้อ และหยุดทำ เพราะนั่นมันไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการจากใจจริง เป็นเพียงแค่กระแสชั่วคราวเท่านั้น

2. กำหนดเป้าหมาย
เมื่อรู้ว่าเป้าหมายในชีวิต หรือสิ่งที่เราต้องการทำคืออะไรแล้ว ลำดับถัดมาก็คือ การกำหนดเป้าหมาย เพราะการที่จะประสบความสำเร็จได้ ส่วนหนึ่งก็มาจากการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน กำหนดไปเลยว่าจะสำเร็จตรงตามเป้าหมายในวัน เดือน หรือปีใด แต่ต้องสอดคล้องกับความเป็นจริงที่สามารถทำให้สำเร็จได้ด้วย สุดท้ายแล้วถ้าตั้งเป้าหมายชีวิตไว้แต่ไม่ยอมลงมือทำสักที เป้าหมายที่ตั้งไว้ก็เป็นเพียงความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง ดังนั้นจึงต้องลงมือทำอย่างจริงจังด้วย

3. วางแผน
การวางแผนอาจทำควบคู่ไปกับการกำหนดเป้าหมายในชีวิตเลยก็ได้ โดยอาจจะให้กำหนดออกมาว่า วันนี้เราต้องทำอะไร เดือนหน้าเราต้องทำอะไรต่อ ให้เขียนเป้าหมายไว้เป็นข้อย่อย อาจดูเหมือนเป็นเรื่องยิบย่อย แต่เป้าหมายย่อย ๆ เล็ก ๆ เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ส่งต่อให้ไปถึงเป้าหมายใหญ่ทั้งนั้น เหมือนกระจายงานทำทีละเล็กละน้อย พอรวมกันเข้าก็จะกลายเป็นเป้าหมายใหญ่ ทั้งนี้ทั้งนั้นการวางแผนจะต้องสอดคล้องกับการกำหนดเป้าหมายในการทำให้สำเร็จตามที่วางไว้ด้วย

4. ลงมือปฏิบัติ
เมื่อกำหนดเป้าหมายและวางแผนเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มลงมือปฏิบัติได้เลย จงมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเททำให้เต็มที่ หมั่นทบทวนเป้าหมายในชีวิตของคุณอยู่สม่ำเสมอ อย่าไปกลัวกับอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น เพราะอุปสรรคเป็นบททดสอบที่เปรียบเหมือนบันไดให้เราก้าวข้ามไปสู่ความสำเร็จ หากคิดและแก้ไขปัญหาได้ ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน

5. สร้างความสำเร็จต่อเนื่อง
เมื่อเราได้เริ่มทำสิ่งต่าง ๆ จนสำเร็จตามเป้าหมายแล้ว ก็อย่าลืมรักษามาตรฐานนี้เอาไว้ให้คงที่ อย่ามัวแต่หลงอยู่กับความสำเร็จที่ได้มา เพราะไม่รู้ว่าความสำเร็จที่ได้มานั้นจะอยู่กับเราไปตลอดหรือไม่ ควรเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อการพัฒนาตัวเองให้ประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้าน

#สอนออนไลน์

Cr.Krungsri

07/11/2021

ภาษี e-Service คืออะไร?
ภาษี e-Service คือ การเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ (e-Service) และอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยถ้ามียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จะต้องนำส่ง VAT ให้กรมสรรพากร ซึ่งปัจจุบันคิดอัตรา 7% ของราคาค่าบริการ

ธุรกิจไหนต้องจดภาษี e-Service ในไทยบ้าง?
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือแพลตฟอร์มของบริษัทต่างประเทศที่ให้บริการทางออนไลน์ในประเทศไทย แบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก คือ
1. ธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับขายของออนไลน์ เช่น Amazon, Alibaba
2. ธุรกิจให้บริการพื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook, Google
3. ธุรกิจให้บริการจองโรงแรมที่พักและการเดินทาง เช่น Agoda, Booking, Airbnb
4. ธุรกิจให้บริการเป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อ-ผู้ขาย เช่น บริการเรียกรถรับ-ส่ง, ขนส่ง
5. ธุรกิจให้บริการสมาชิกดูหนัง-ฟังเพลงออนไลน์ เล่นเกม และแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น Netflix, Disney, Youtube, IQIYI, Spotify, App Store, Play Store, Zoom, Slack

โดยทั้ง 5 กลุ่มธุรกิจนี้ หากมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และยังไม่ได้จดทะเบียน VAT จะต้องมาจดทะเบียนและดำเนินการทางภาษีผ่านระบบงานภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ (VAT for Electronic Service : VES) บนเว็บไซต์ของกรมสรรพากร

ถ้าต้องการทราบว่าผู้ประกอบการรายไหนจดทะเบียน VAT ในไทยแล้วบ้าง สามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่นี่เลย eservice.rd.go.th

#สอนออนไลน์

Cr. Kapook

04/11/2021

รวมสูตรสำเร็จ “ขายของออนไลน์” ทำได้ตามนี้ กำไรพุ่ง ธุรกิจรุ่ง

• สร้างตัวตน

• รู้จักสินค้าของตนเองอย่างถ่องแท้

• สร้างคอนเทนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ และให้ข้อมูลที่ครบถ้วน

• รู้ความต้องการของลูกค้า

• พยายามนำหน้าคนอื่นอยู่เสมอ

• รู้จัก 'ลูกค้า' ด้วยการศึกษาข้อมูลเชิงลึก

• คำนึงถึงราคาสินค้าที่เราจะขาย

• ปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรง

• จัดส่งรวดเร็วทันใจไม่ต้องรอนาน

• ทำในสิ่งที่ยากคนอื่นเลียนแบบไม่ได้

#สอนออนไลน์

Cr. cheechongruay.smartsme

31/10/2021

5 พฤติกรรมลูกค้าออนไลน์ รู้ไว้ก่อนจะได้ขายดี

พบกับ 5 ทิปเด็ด วิเคราะห์ เจาะพฤติกรรมลูกค้าออนไลน์กัน

1.อยากรู้อะไรเร็ว ๆ

คนเราไม่ชอบอะไรที่ยืดเยื้อ เมื่อคุณรู้พฤติกรรมในจุดนี้ของลูกค้าแล้ว คุณก็จะได้นำเสนออะไรที่เร็ว ๆ หน่อย เช่น เว็บไซต์ควรโหลดได้เร็ว

นำเสนอข้อมูลไม่ว่าจะเป็นบทความหรือภาพประกอบที่สามารถสื่อให้ลูกค้าเข้าใจได้ง่ายในเวลาสั้น ๆ ถ้าพวกเขาสนใจต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม พวกเขาก็สามารถคลิกดูรายละเอียดเองได้

2.เป็นคนขี้เบื่อ

แทบทุกคนบนโลกออนไลน์มักมีอาการขี้เบื่อ หากเว็บไซต์ไหนไม่ค่อยอัพเดทข้อมูล หรือไม่มีจุดเด่นอะไรเลย

โอกาสที่พวกเขาจะกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณก็น้อยลง ตัวอย่างเพจบางเพจมีคนติดตามหลักล้าน ได้เพราะเพจมีชีวิตชีวา มีการทักทาย มีการโพสต์อยู่เป็นประจำ และสร้างปฏิสัมพันธ์อยู่ตลอดเวลา ทำให้ได้เสียงหัวเราะได้ความครื้นเครงแถมได้ความรู้อีกด้วย

คุณก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับเว็บไซต์หรือเพจของคุณได้ด้วยเช่นกัน

3.ชอบมองแบบผ่านๆ

จัดเป็นพฤติกรรมของลูกค้าออนไลน์ที่คุณต้องใส่ใจเพราะหากพวกเขาผ่าน ๆ ข้อมูลของคุณไปบ่อย ๆ คำสั่งซื้อก็จะไม่มีนั่นเอง ต้องยอมรับว่าผู้เข้าชมเว็บไซต์ไม่ชอบอ่านเนื้อหาทั้งหมดแบบละเอียด พวกเขามักกวาดสายตาดูแบบผ่าน ๆ เพื่อหาข้อมูลที่ตนต้องการ

หากคุณจัดวางหน้าเว็บไซต์ไม่ดี ก็จะทำให้พวกเขาไม่พบข้อมูลที่ต้องการได้แน่นอนดังนั้น คุณจึงต้องจัดวางเนื้อหาให้อ่านง่าย เน้นหัวข้อให้โดน และจัดวางเนื้อหาเป็นย่อหน้าสั้น ๆ ให้อ่านง่าย

4.ไม่ชอบจำและไม่ชอบคิด

เรารู้อยู่ว่าข้อมูลที่กระหน่ำเข้ามาทางโลกออนไลน์นั้นมีมากมายในแต่ละวัน และพวกเขามักคลิ้กเข้าไปดูเว็บนั้นเว็บนี้นับสิบเว็บในแต่ละวัน ซึ่งพวกเขาก็ไม่สามารถจดจำรายละเอียดสำคัญได้ทั้งหมดหรอก

เมื่อคุณเข้าใจพฤติกรรมนี้จึงควรนำเสนอประเด็นหลักเพียงประเด็นเดียว อย่าลืมตั้งชื่อหัวข้อให้กระชับและจำได้ง่ายด้วยนะ

5.ระแวงไว้ก่อน

ข่าวการถูกหลอกขายสินค้าบนโลกออนไลน์มีให้เห็นกันบ่อย ๆ ได้สินค้าไม่ตรงกับสิ่งที่ตัวเองคิดบ้าง สินค้าคุณภาพไม่ดีบ้าง ทำให้เกิดการระแวงไว้ก่อนและยังไม่เชื่อมั่นในสิ่งที่คุณนำเสนอ

ดังนั้น คุณต้องเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าด้วยการนำเสนอข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ของธุรกิจ แสดงแบนเนอร์การจดทะเบียนพาณิชย์ฯ เป็นต้น

เพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในสินค้าและบริการของคุณมากขึ้น การได้รู้พฤติกรรมของลูกค้าออนไลน์ จะช่วยให้คุณปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการนำเสนอเนื้อหาให้เข้ากับพฤติกรรมของลูกค้า โอกาสที่เว็บไซต์ของคุณจะมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก เป็นที่น่าเชื่อถือ และมีกระแสตอบรับเพิ่มขึ้นก็สูงตามมาด้วย

#สอนออนไลน์
Cr. Taokaemai

28/10/2021

🌟 กลยุทธ์ 5A 🌟 ในการสร้างแบรนด์

1️⃣Aware การทำให้ลูกค้ารู้จักกับสินค้า หรือแบรนด์ของเรา

2️⃣Appeal คือการดึงดูดความสนใจจากลูกค้า ทำอย่างไรให้เราเข้าไปเป็นตัวเลือกในอันดับต้นๆ จากคู่แข่งจำนวนมากมาย

3️⃣Ask เมื่อลูกค้าให้ความสนใจแล้ว ต่อมาก็คือการซักถามถึงข้อมูล รายละเอียดต่างๆ ของสินค้า หรือการค้นหาข้อมูล รีวิวจากการใช้งานจริง

4️⃣Act หลังจากการรับรู้ สนใจ ซักถาม แล้วล่ะก็ ในกรณีที่คุณทำให้ลูกค้าพึงพอใจในตัวสินค้าได้การตัดสินใจซื้อก็จะเกิดตามมา

5️⃣Advocate คือการบอกต่อ อันเกิดจากการที่ลูกค้าใช้งานสินค้าแล้วเกิดความประทับใจหรือไม่ประทับใจก็ได้ ลูกค้าสามารถบอกต่อได้ทั้งหมด แต่จะเป็นแง่ดีหรือร้ายก็แล้วแต่ประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับมา พลังแห่งการบอกต่อนี้สำคัญมากและส่งผลกระทบต่อแบรนด์ได้มากอย่างที่คุณอาจคาดไม่ถึงเลย และเป็นข้อที่ทำให้นักการตลาดควรตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่าไม่ใช่แค่เทคโนโลยีเท่านั้นที่มีความสำคัญต่อการตลาด 4.0 แต่ยังมีเรื่องของ “ผู้คน” ด้วย

#สอนออนไลน์

Cr:หนังสือMarketing4.0

26/10/2021

Storytelling แบบ Before-After-Bridge
หนึ่งในสูตรการเล่าเรื่องราวของแบรนด์ ใช้เป็นเป็นโครงสร้างในการเขียนคอนเทนต์ โฆษณา ผ่านโซเชียลมีเดีย แคมเปญการตลาด หรือในหน้า Landing Page

Before (ก่อน)

– แสดงให้ผู้อ่านรับรู้ถึงปัญหา นำเสนอผู้ชมด้วยปัญหาที่แบรนด์สามารถช่วยเหลือแก้ไขได้ เพื่อให้ผู้อ่านเห็นและเริ่มเข้าใจว่าสิ่งนี้เป็นปัญหาและควรได้รับการแก้ไข ซึ่งเราควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสิ่งที่ระบุนั้นสอดคล้องกับสิ่งที่ผู้อ่านกำลังประสบปัญหาอยู่

After (หลัง)

– แสดงให้ผู้อ่านเห็นว่าเมื่อแก้ปัญหาแล้วเป็นอย่างไร อธิบายถึงอนาคตที่ได้รับการแก้ไขปัญหาแล้ว ว่ามีลักษณะอย่างไร ดีขึ้นอย่างไร และพวกเขาได้รับประโยชน์อะไรบ้าง

Bridge (สะพาน)

– แสดงให้เห็นว่าต้องทำอย่างไรถึงจะไปถึงจุดนั้น เมื่อพวกเขาเห็นแล้วว่าหากได้รับการแก้ไขแล้วจะส่งผลดีอย่างไรบ้าง เราจึงควรแสดงให้เห็นว่าแล้วต้องทำอย่างไรถึงจะไปถึงจุดนั้นได้ ด้วยการมีแบรนด์เราเป็นตัวช่วย เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย

#สอนออนไลน์

Cr. Stepstraining

23/10/2021

5 สิ่งสำคัญใน การรักษาฐานลูกค้าเก่า
เพื่อเพิ่มรายได้จากลูกค้ากลุ่มนี้

1. รู้ก่อนว่าใครคือลูกค้าที่มีความสำคัญต่อบริษัทของคุณ
ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกก่อนว่าใครคือลูกค้าพิเศษ โดย 3 สิ่งที่สามารถใช้ในการพิจารณาลูกค้าที่จัดมาอยู่ในลิสต์ VIP ได้ คือ
• ลูกค้าที่นานๆ ซื้อที แต่ซื้อทีละเยอะๆ หรือยอดสูงๆ
• ลูกค้าที่ยอดไม่สูงมาก แต่ซื้อซ้ำเป็นประจำมาอย่างยาวนาน
• ลูกค้าที่ยินดีที่จะบอกต่อ และแนะนำไปยังคนอื่นๆ หรือบริษัทอื่นๆ
ลูกค้า 3 กลุ่มนี้เป็นลูกค้าที่คุณต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อที่จะรักษาความสัมพันธ์กันได้นานๆ

2. ศึกษาว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อผลิตภัณฑ์ หรือใช้บริการซ้ำเจาะลึกถึงเหตุผลที่ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ประทับในสินค้า หรือบริการของบริษัท เพื่อที่จะได้นำไปปรับใช้กับลูกค้าคนอื่นๆ

3. พยายามติดต่อกับลูกค้าเก่าอยู่เสมอการติดต่อ และสร้างความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องก็สำคัญใน การรักษาลูกค้าเก่า

4. ให้สิทธิพิเศษเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม
คิดโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าเก่าโดยเฉพาะ เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณให้ความสำคัญกับพวกเขาและเป็นการดึงดูดให้พวกเขากลับมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการกับคุณอีกครั้ง เช่น การให้ส่วนลดพิเศษ หรือของแถมสำหรับลูกค้า VIP

5. ใส่ใจกับคำติชมของลูกค้า และนำมาปรับปรุงแก้ไข

#สอนออนไลน์

Cr. Hardcoreceo

02/10/2021

Digital Marketing Strategy คืออะไร?

กล่าวถึง Digital Marketing ส่วนใหญ่แล้ว เราก็มักจะนึกถึงวิธีการต่างๆ ที่จะทำ นึกถึงคอนเทนต์ นึกถึงแพลตฟอร์มต่างๆ ในการเข้าถึงลูกค้า เช่น Facebook, LINE, Search Engine ฯลฯ นึกถึงกลยุทธ์โปรโมชั่นต่างๆ ที่อยากจะใช้ปฏิบัติจริงจนประสบความสำเร็จ

Digital Marketing Strategy ประกอบด้วย

1. Know Your Business รู้จักตัวเองก่อน ว่าเราจะขายอะไร เพื่อที่เราจะวางกลยุทธ์ Digital Marketing ให้มีประสิทธิภาพ ทำให้เราขายได้จริงๆ

2. Know Your Customer ลูกค้าของคุณคือใคร?
ขั้นตอนนี้ เป็นอีกขั้นตอนคลาสสิกที่จะข้ามไปไม่ได้เลย ในขั้นตอนการทำ Digital Marketing Strategy ขั้นตอนนี้ เราจะมาลงรายละเอียดการ “กำหนดกลุ่มลูกค้า” ของธุรกิจมากขึ้น ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า “Customer Persona” หรือ “แบบจำลองลูกค้า”

3. Define Objectives กำหนดวัตถุประสงค์ของแผนการตลาด Digital Marketing ของการวางเป้าหมาย และกำหนดวัตถุประสงค์ของการทำ Digital Marketing

4. Marketing Funnels Mapping เชื่อมโยงวัตถุประสงค์กับระยะการตัดสินใจของลูกค้า
ความรู้เรื่องของ Digital Marketing Framework หรือ Sales Funnel เราจะทำมาใช้ในขั้นตอนนี้เพื่อวางกลยุทธ์ Digital Marketing

5. Choose Tactics เลือกวิธีหรือกลยุทธ์การตลาดที่ตอบวัตถุประสงค์
เมื่อเรากำหนดวัตถุประสงค์ทางการตลาดเรียบร้อยแล้ว ก็เปรียบเสมือนว่าเราได้ตั้งโจทย์ในกับตัวเองหรือทีมทำการตลาดของเรา สิ่งที่เหลือก็คือการเลือกคำตอบ หรือ กลยุทธ์การตลาดนั่นเอง

กลยุทธ์การตลาดนั้นก็ที่มีอยู่มากมาย ซึ่งอาจหมายถึง เช่น ลด/แลก/แจก/แถม หรือโปรโมชั่นอื่นๆ โดยที่เราสามารถเลือกทำได้หลายทาง หรือจะหมายถึงข้อเสนอหรือ Offer ต่างๆ ที่แบรดน์หรือธุรกิจของเราสามารถนำเสนอให้เขาได้ โดยเราสามารถเลือกใช้กลยุทธ์ได้หลากหลาย โดยเลือกให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายและเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มที่จะทำให้เราสามารถบรรวัตถุประสงค์ทางการการตลาดที่ตั้งไว้ได้

6. Choose Media & Channels เลือกสื่อและช่องทางเข้าหากลุ่มเป้าหมาย
ในขั้นตอนนี้ คือ ขั้นตอนที่เราจะมาเลือกสื่อและช่องทางที่เราจะใช้โปรโมตหรือลงมือทำตามกลยุทธ์ที่เราเลือกไว้เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

7. Report & Optimize วัดผลลัพธ์และปรับปรุง Digital Marketing Strategy ให้ดียิ่งขึ้น
หลังจากที่เราสร้าง Digital Marketing Strategy และได้ลงมือทำไปแล้ว สิ่งที่ ‘จำเป็น’ ต้องทำต่อมาก็คือ การวัดผลลัพธ์ทุกอย่างที่เราลงแรงและลงทุนทำไป เพื่อที่ว่า เราจะได้รู้ว่ากลยุทธ์แบบไหน ปัจจัยอะไรบ้างที่มันได้ผลจริงๆ

#สอนออนไลน์

Cr. EverydayMarketing

01/10/2021

6 เทคนิค ออกแบบเว็บไซต์ให้ปัง!!!

1. ให้เรียบง่ายเข้าไว้
*** สำคัญตรงที่การลำดับชั้นของวัตถุหรือทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งบนรูปภาพมีความโดดเด่นกว่าสิ่งอื่นโดยรอบ

2. เข้าใจเรื่องการใช้สี
การที่จะนำสีมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดคุณต้องรู้ความหมายของมันให้ดี แต่ละสีนั้นให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันต่อผู้เข้าชม
***สีหลัก เป็นสีเดียวกับโลโก้ของแบรนด์
**สีรองหรือพื้นหลัง เป็นสีโทนอ่อนอ่อนหรือสีขาวดำเพื่อความสบายตา
*ปุ่ม Call to action เน้นเป็นสีที่ตัดกับโลโก้เพื่อเพิ่มความโดดเด่น

3. รูปภาพต้องดึงดูด
มีเว็บไซต์มากมายที่สามารถเข้าไปดาวน์โหลดรูปภาพมาใช้ได้ฟรี รูปภาพต้องมีความคมชัดมากพอและสามารถสื่อความเป็นธุรกิจออกไปได้ ดังนั้นจึงเป็นเสมือนการเติมเต็ม สร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าชม รวมถึงบ่งบอกความเป็นมืออาชีพของธุรกิจเราได้ด้วย

4. เลือกฟอนต์ต้องโดน
"สโลแกนเด็ดๆ ต้องมาพร้อมกับฟอนต์ที่โดนใจ" อีกทั้งยังเพิ่มมูลค่าให้กลุ่มคำเหล่านั้นได้มากขึ้นด้วย การเลือกฟอนต์ที่ให้ Mood & Tone เดียวกันกัยโทนสีของเว็บไซต์และรูปภาพ จะส่งผลต่อความรู้สึกของผู้ชม

5. ตัวหนังสืออ่านง่าย
เมื่อเราพูดถึงเว็บไซต์ที่ตัวหนังสือ ‘เป็นมิตร’ กับสายตาของผู้เข้าชม มันควรจะประกอบด้วยทั้ง 3 สิ่งนี้
1) ภาษาเข้าใจง่าย
2)ชัดเจน
3)ตรงประเด็น เนื้อหาครบถ้วน
6. รองรับระบบมือถือเป็นอันดับแรก
ไม่ใช่เพียงเพื่อตอบสนองการใช้งาน แต่ Mobile responsiveness ยังส่งผลต่อการจัดอันดับของ Google อีก ด้วย

***สิ่งที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าเว็บไซต์เราสวยงามตอบโจทย์หรือไม่..นั่นคือการใช้งานได้จริงนั่นเอง

#สอนออนไลน์

Cr: MakeWebEasy

30/09/2021

5 วิธีลัด ช่วยจัดระเบียบแอปฯ LINE ให้ใช้งานง่ายและสะดวกกว่าที่เคย รับรองว่างานนี้ต้องร้องว้าว...น่าจะรู้ตั้งนานแล้ว

1. ตั้งชื่อเพื่อนบน LINE ในแบบตัวเอง
หาชื่อเพื่อนหรือหากรุ๊ปบน LINE ไม่เจอ เวลาจะรีบแชทหา ถือเป็นปัญหาเบสิกที่เจอกันบ่อยๆ เพราะไหนเจ้าตัวจะเปลี่ยนชื่อ หรือตั้งชื่อด้วยสัญลักษณ์อิโมจิแทนตัวอักษรตรงๆ รวมถึงเพื่อนชื่อซ้ำกันหลายคนไปอีก

ปัญหานี้จะหมดไปด้วยการตั้งชื่อเพื่อนในแบบตัวเองเพื่อให้ค้นหาง่าย เพียงกดที่โปรไฟล์ เพื่อน คลิกสัญลักษณ์ดินสอข้างชื่อเพื่อน จากนั้นก็ตั้งชื่อเพื่อนคนนั้นๆ ในแบบที่ง่ายต่อการค้นหาของเราและกดบันทึก โดยไม่กระทบกับชื่อฝั่งเจ้าตัว เพียงแค่นี้ เราก็สามารถค้นหาเพื่อน ด้วยคำคำนั้นเจออย่างรวดเร็ว

2. “อ่านทั้งหมด” จบวันด้วยการเคลียร์แชทให้โล่ง
ใครชอบดองแชทยกมือขึ้น! เราเข้าใจหัวอกคุณดี เพราะไหนจะแชทกรุ๊ปหมู่บ้าน ไหนจะกรุ๊ปซีเอฟของออนไลน์ ไหนจะข่าวสารจากบัญชีที่เราติดตาม รู้ตัวอีกทีจบวันมีแชทค้างตั้งพันกว่า! จะให้กดเคลียร์ทีละแชทก็ไม่ไหว ง่ายๆ เพียงเลือกไอคอน Edit Chats (สัญลักษณ์สามขีดกับเครื่องหมายถูก) บนมุมขวาหน้าแชทรวม เลือก “เปลี่ยนเป็นอ่านแล้วทั้งหมด” ก็จะสามารถเคลียร์แชทให้ถูกอ่านทั้งหมดในพริบตา ตัวเลขที่ค้างพันกว่านั้นก็จะหายไป (หากเป็น Desktop ให้เลือกไอคอนสัญลักษณ์ลูกศรชี้ขึ้นลงที่มุมขวาบน และเลือก “เปลี่ยนเป็นอ่านแล้วทั้งหมด”)

3. จัดเก็บข้อมูลให้ใช้ได้ยาวๆ ด้วยปุ่ม Keep
หลายคนหงุดหงิดกับไฟล์งานที่ส่งกันบน LINE นั้นหมดอายุไปซะก่อน แต่เราสามารถกดค้างตรงข้อมูล ที่ต้องการเซฟด้วยปุ่ม Keep (สัญลักษณ์รูปริบบิ้น) ซึ่งจะเก็บได้ทั้งไฟล์ ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ รวมถึงลิงก์ต่างๆ ได้รวมสูงสุดถึง 1 GB ไว้บนบัญชีของเราได้โดยไม่จำกัดระยะเวลา (ยกเว้นไฟล์ ขนาดเกิน 50 MB เก็บได้ 30 วัน) สามารถสร้างและตั้งชื่อ Collections จัดเก็บข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ ทั้งยังเรียกใช้ได้จากหลายช่องทาง ทั้งจากในห้องแชท, หน้า Home, หน้าโปรไฟล์ของตนเอง รวมถึง ตั้งเป็นไอคอน Shortcut ไว้บนหน้าจอมือถือก็ยิ่งใช้สะดวกขึ้นไปอีก

4. ปักหมุดแชท – กรุ๊ปสำคัญให้ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เราต่างมีเพื่อนและกรุ๊ป LINE ที่ต้องการเกาะติดอัปเดตแตกต่างกันออกไปในแต่ละช่วงเวลา บางครั้งเมื่อรวมกับบัญชีทางการที่เราติดตามข่าวสารแล้วด้วย ก็อาจทำให้เราพลาดลืมอ่านและตอบ LINE ไป การปักหมุดแชท ให้อยู่บนตำแหน่งบนสุดของหน้าแชทรวม เพียง Slide แชทนั้นไปด้านขวา เลือกปักหมุด จะช่วยให้เราไม่ลืมการสื่อสารที่สำคัญในช่วงนั้นๆ ทั้งยังช่วยทำให้เราสามารถจัดการการสื่อสารบน LINE ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

5. จัดวางบริการฯ ที่ใช้บ่อยบนหน้า Home
LINE ยังมีอีกหลากหลายบริการบนแอปฯ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ประจำวันรวมกว่าอีก 23 บริการ อยู่บนหน้า Home ซึ่งแต่ละคนมีความต้องการใช้ไม่เหมือนกัน ผู้ใช้สามารถเลือกตั้ง 8 บริการที่ใช้งานบ่อย ให้ขึ้นบนหน้า Home นี้ได้ง่ายๆ เพียงกด “ดูเพิ่ม” ตรงแถบบริการ เลือก “แก้ไข” จากนั้นก็เลือกบริการ ที่ต้องการให้ปรากฏบนหน้าแรกสูงสุดถึง 8 บริการเพื่อให้เรียกใช้ได้สะดวกรวดเร็วเหมาะกับ ความต้องการของผู้ใช้ที่แตกต่างกัน

หลายข้ออาจเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ LINE หลายคนรู้อยู่แล้ว แต่ขณะที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน ทางลัดเหล่านี้ จะช่วยให้เราสามารถใช้แอปฯ LINE เพื่อเป็นผู้ช่วยใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวก ตรงใจและคุ้นมือเรา ได้มากยิ่งขึ้นไปอีก

#สอนออนไลน์

Cr.Siritorn

29/09/2021

ถอดรหัส 4 แนวความคิดและวิธีการของคนสำเร็จ

1. คนสำเร็จใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการตั้งคำถามและหาคำตอบ

ในขณะที่คนทั่วไปเอาแต่พูดโม้โอ้อวดเพื่อสร้างความดูดีให้แก่ตัวเอง คนสำเร็จจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตไปกับการตั้งคำถามและหาคำตอบ การฟังต่างหากที่เป็นกุญแจดอกสำคัญในการไขกล่องความรู้ ปัญญาที่แท้จริงไม่ได้มาจากการพูด เพราะฉะนั้นเมื่อใดที่ได้ฟังก็จงตั้งใจและไตร่ตรอง หลังจากนั้นให้ลงมือพิสูจน์ในสิ่งที่ได้ยินมาเพื่อเปลี่ยนความรู้ที่มีเป็นปัญญาให้ติดตัวเราต่อไป

2. ให้มากกว่ารับ

คนเราเกิดมาเพื่อให้อะไรบางอย่างกับใครบางคน ซึ่งไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องเป็นเงินทองหรือสิ่งที่จับต้องได้ สิ่งที่จับต้องไม่ได้อย่าง รอยยิ้ม ความสุข ความจริงใจ ก็เรียกว่าเป็น การให้ ขอแค่คุณตั้งใจที่จะให้ ให้อย่างจริงใจไม่หวังผลสิ่งใด และผลดีของนิสัยนี้ คือ มันมักจะนำพาเรื่องไม่คาดคิดกลับมาให้ในยามที่ขับคันของคุณเสมอ

3. ความสบายเป็นผลพลอยได้จากการทำงานหนักในช่วงต้นเสมอ

ไม่มีงานไหนที่สบาย ง่าย หรือรวยเร็ว ถึงแม้คุณจะบอกว่าตัวเองไม่ได้ต้องการร่ำรวย ก็ไม่มีงานไหนที่ง่ายและสบายเช่นกัน ไม่ว่าเป้าหมายชีวิตการทำงานของคุณจะคืออะไร ยากเย็นแค่ไหน ในช่วงตั้งต้นย่อมต้องประสบกับความยากลำบากกันทั้งนั้น หากคุณสบายในวันนี้ กล้ารับประกันว่าในอนาคตคุณจะเหนื่อยแน่นอน และให้รู้เอาไว้เลยว่า ถ้าไม่ใช่คุณที่ต้องมารับความลำบาก ก็แสดงว่ามีใครบางคนที่เค้ารักคุณกำลังแบกรับความลำบากนั้นแทนคุณ

4. ซื้อประสบการณ์

คนสำเร็จลงทุนจ่ายให้กับประสบการณ์ คนเราไม่ได้ต้องการข้าวของราคาแพงจริงๆ สิ่งที่ไขว่คว้ากันมันคือความรู้สึกหรือประสบการณ์จากการใช้สิ่งๆ นั้นต่างหาก เพราะฉะนั้นแยกแยะให้ดี ว่าอะไรที่จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้กับชีวิตคุณได้? และอะไรไม่ได้? สิ่งไหนที่คุ้มค่า ถึงจะราคาแพงแค่ไหน ก็คุ้มค่ากับการหาเงินมาจ่าย

#สอนออนไลน์

Cr. Wealth Creation

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10510