Pacharapanya Elementary School

Pacharapanya Elementary School

แชร์

With the motto of "Erudition of the Land" in mind, our school strives to create a new generation of i

“We place our children in the right position”
ประวัติความเป็นมา
โรงเรียนพชรปัญญา ก่อตั้งจากเจตนารมณ์ของนักวิชาการและสมาชิกบางส่วนในชมรมผู้ปกครองและครูสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล หรือที่เรียกกันว่า “สถาบันเด็กฯ” โดยเล็งเห็นลักษณะอันโดดเด่นจากการจัดการศึกษาในระดับปฐมวัยที่มีมากว่า 18 ปีของสถาบันเด็กฯ ซึ่งพบว่า เด็กที่ได้รับการศึกษาที่เน้นหลักสูตรพัฒนาการมนุษย์ดังกล่าว

30/05/2025

ทำอะไรย่อมได้ผลเช่นนั้น
หากเลี้ยงเขามาด้วยรักและอ่อนโยน ไม่มีทางที่เขาจะมาอกตัญญูต่อคุณ

12/05/2025

อีกไม่เกิน 100 ปี ก็ไม่มีคุณอยู่ตรงนี้แล้ว
อย่าบ้าบอกับชีวิตนักเลย

25/04/2025

ถ้ามีโอกาส "โกงประเทศ" คุณจะโกงไหมครับ?

ผมเชื่อว่าเพื่อน ๆ ที่อ่านบทความนี้อย่างน้อย 98% น่าจะตอบว่า "ไม่"

ความน่าสนใจคือ คำตอบว่า "ไม่" นั้น เกิดจากจรรยาบรรณ จิตใต้สำนึกในใจ หรือเป็นเพราะโอกาสยังมาไม่ถึง?

มีเรื่องนึงที่ผมเคยอ่านจากหนังสือ ผมขอเรียกเรื่องนี้ว่า "ทฤษฎีแม่กุญแจ" นะครับ เขาบอกว่า..

"ความจริงแล้ว แม่กุญแจไม่ได้มีไว้กันขโมย"

เพราะแม่กุญแจที่ล็อคประตูแล้วนั้นสะเดาะไม่ยาก แต่เหตุที่ต้องมีแม่กุญแจก็เพราะว่า..

100% ของมนุษย์เรา มี..

1% ที่เป็นคนซื่อสัตย์มาก ต่อให้ประตูไม่ล็อคยังไงก็ไม่ขโมยของใคร ดังนั้นแม่กุญแจจึงไม่มีความจำเป็นสำหรับคนกลุ่มนี้

อีก 1% เป็นคนเลว ที่ไม่ว่าจะห้ามยังไง เขาก็จะหาวิธีขโมยให้ได้ ต่อให้มีแม่กุญแจก็ไม่สามารถกันคนเหล่านี้ได้

ส่วนที่เหลือ 98% เป็นคนดีตามสถานการณ์ คือถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ก็อาจจะเผลอใจลักเล็กขโมยน้อยได้

ซึ่งกุญแจมีไว้ป้องกันคนเหล่านี้.. คน 98% ที่ต้องมีอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้เตือนใจไม่ให้ทำผิด

ผมไม่รู้ว่าคุณอยู่ในกลุ่มไหน 1% ที่ซื่อสัตย์มาก หรือ 98% ที่เป็นคนดีตามสถานการณ์ (หรือ 1% คนเลว)

ไม่แปลกถ้าจะอยู่กลุ่ม 98% แต่ผมกำลังจะบอกว่า ตอนนี้ประเทศเรากำลังจะแย่แล้วครับ

เพราะทุกวันนี้ "แม่กุญแจ" ที่ว่ากำลังเลือนลาง จางหายไปจากประเทศไทยเราทุกวัน ๆ

เพราะกฎเกณฑ์ที่บิดได้ คนร้ายที่ไม่ต้องรับโทษ นักการเมืองโกหกประชาชน คนรวยคนมีอำนาจอยู่เหนือทุกอย่าง การคอรัปชั่นเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนรู้กัน ขณะที่ประโยค "อย่าไปยุ่งกับเขาเลยหาเรื่องใส่ตัว" กลับเป็นคำพูดติดปาก

เรื่องเหล่านี้มันหล่อหลอม mindset และความคิด ของคนในประเทศครับ

และเจ้าความคิดที่ว่า จะทำให้แม่กุญแจนั้นจางหายไปเรื่อย ๆ ยิ่งรับรู้ทุกวัน ฟังทุกวัน เห็นทุกวัน ก็เหมือนประตูบ้านที่ไม่มีแม่กุญแจล็อค

เมื่อบ้านไม่มีกุญแจล็อค คน 98% ที่เห็นโอกาสก็อาจใช้ทางลัด ลักขโมยบ้าง อย่างที่เห็นเป็นเรื่องธรรมดาของประเทศ ก็คงไม่แปลก

ซึ่งแม่กุญแจที่หายไปนี่ไม่ได้มองเห็นได้เฉพาะคนในประเทศนะครับ แต่คนนอกประเทศก็เห็น

เขาเห็นว่าบ้านนี้ไม่ได้ล็อค คนที่หน้าด้านมากก็เดินเข้าไปหยิบของได้เลย คนที่กล้าหน่อยก็ย่อง แอบ ๆ เข้าไปหยิบได้ คนที่เคยเป็นคนดีก็เริ่มมองเห็นโอกาส เอาหน่อยก็ได้วะ ส่วนคนดีจริง ๆ ก็ได้แต่มอง และทำใจ ดึงมือเพื่อนแล้วบอกว่า "อย่าไปยุ่งกับเขาเลย"

คำถามคือ เมื่อคนนอกประเทศเห็นแล้ว เค้าจะทำอย่างไร? เขาจะอยากเข้ามาฉวยโอกาสในประเทศเราไหม?

คนเลว 1% เข้ามาแน่นอน

คนที่เห็นโอกาส 98% อาจจะมา

แต่คนดี 1% ไม่มาแน่นอน

เรามักชอบต่อว่าคนจีนที่เข้าประเทศไทยเราในช่วงหลัง ๆ ว่าเป็นคนไม่ดี เป็น "จีนเทา" เป็นมิจฉาชีพ แต่มีเพื่อนคนหนึ่งเคยถามผมว่า "คนจีนเขาก็มีจำนวนมากอยู่นะ ทำไมจีนดี ๆ ไม่เข้ามาบ้างเลยหรอ? ทำไมมีแต่จีนเทา?"

แปลกที่คนจีนที่เข้ามาก่อนหน้านี้ เมื่อนานมาแล้ว ไม่เคยจะเทาขนาดนี้..

หรือเพราะช่วงหลังเราเป็น "ประเทศสีเทา" เราจึงดึงดูดได้แต่ "คนสีเทา"?

เพราะคนสีขาวที่ไหนจะอยากเข้ามาทำธุรกิจในประเทศสีเทา

นึกภาพว่า ถ้าคุณเป็นพนักงานกำลังหางานใหม่ คุณรู้ว่าบริษัทนี้คดโกง การเมืองเยอะ ผู้บริหารเห็นแก่ตัว ผู้จัดการรวมหัวกับหัวหน้าโกงเงินบริษัท พนักงานระดับล่างเน้นเลียแข้งเลียขาเจ้านายเพื่อเลื่อนตำแหน่ง คุณจะอยากไปทำด้วยไหม? และคนแบบไหนที่อยากทำงานกับบริษัทแบบนี้?

เราเป็นกลุ่มหนึ่งที่สำคัญเลยครับ กลุ่มที่มีโอกาสจะเอาเปรียบชาวบ้าน และกลุ่มที่มีโอกาสจะโดนเอาเปรียบ

อย่าทำให้ประเทศเรา "ชัด" ในความเทามากไปกว่านี้เลย

อย่าทำให้คน "เห็นโอกาส" ในทางไม่ดีไปมากกว่านี้เลย

อย่าทำให้แม่กุญแจในประเทศเราเลือนลางไปกว่านี้เลย

ถ้าคุณเป็น 1% ของคนซื่อสัตย์นั้นเป็นเรื่องที่ดีครับ

แต่อย่างที่บอกว่าแม่กุญแจไม่ได้มีไว้กันขโมย

และไม่ได้ใช้กับคนซื่อสัตย์ 1%

แต่มีไว้กันคน 98% ที่ไม่เคยคิดจะขโมย ไม่ให้มองเห็นโอกาส

อย่าทำให้ความเน่าของประเทศเป็นเรื่องธรรมดา

อย่าทำให้คนต่างชาติมองว่าเราเป็นประเทศสีเทา

อย่าทำให้ประเทศเป็นสนามเด็กเล่นของคนรวยและมีอำนาจ

ช่วยกันต่อสู้ เรายังมีคนที่อยากเปลี่ยนแปลงประเทศอีกมาก ถ้าไม่ใช่คนเริ่ม เป็นคนสนับสนุนก็ยังดี

ไม่ฉวยโอกาส ถ้าเห็นประตูบ้านไม่ล็อคแม่กุญแจ

ไม่เมินเฉยและบอกว่า "อย่าไปยุ่งเรื่องของเขาเลย"

ทุกอย่างเริ่มต้นได้ที่ตัวเราเอง

เพื่อรักษาแม่กุญแจไว้ เพื่อปกป้องคน 98% จากในและต่างประเทศครับ

24/04/2025

งานเลี้ยงหรูในห้องน้ำ
มีแม่คนหนึ่งกับลูกชายวัยสี่ขวบใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เธอมีอาชีพเป็นคนรับใช้ของครอบครัวหนึ่ง
มีวันหนึ่ง เจ้านายที่เป็นเจ้าของบ้านต้องการจะจัดงานเลี้ยงแขก และเขาก็หวังว่าสาวใช้คนนี้จะมาช่วยเขาต้อนรับแขกในตอนเย็น แต่เมื่อเธอนึกถึงลูกชายที่ต้องอยู่บ้านเพียงลำพังคนเดียว คงจะกลัวมากตามประสาเด็ก เธอจงขออนุญาตเจ้านายพาลูกชายมาด้วย ในระหว่างทางที่เธอพาลูกชายมานั้น ก็ได้ซื้อขนมปังและไส้กรอกที่ไม่เคยซื้อมาก่อนเลยให้กับลูกชาย และพูดกับลูกชายว่า
แม่ : วันนี้แม่จะพาลูกไปงานเลี้ยงน่ะ
งานเลี้ยงจัดขี้นอย่างหรูหรา สาวใช้ไม่อยากให้ลูกชายรับรู้ถึงความแตกต่างระหว่างความจนกับความรวยเร็วจนเกินไปนัก และเพราะในบ้านนี้ทุกที่ต่างเต็มไปด้วยแขกเหรื่อผู้มีเกียรติ ดังนั้น สาวใช้จึงจำเป็นต้องพาลูกชายไปซ่อนไว้ในห้องน้ำที่เจ้านายใช้เฉพาะคนเดียว หลังจากนั้น เธอน้ำตาคลอเบ้าแต่ต้องเก็บซ่อนน้ำตาไว้ พร้อมบอกกับลูกชายว่า
แม่ : หนูก็มีความสุขอยู่ในห้องงานเลี้ยงนี้นะลูก
เด็กชายคนนี้เติบโตขึ้นมาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน เขาไม่เคยเห็นห้องที่หรูหราขนาดนี้มาก่อน แล้วยิ่งไม่เคยเจอสุขภัณฑ์โถชักโครกมาก่อน และยิ่งไม่เคยรู้จักอ่างล้างหน้าที่ทำด้วยหินอ่อนอันสวยงามนี่มาก่อน แล้วเขายังดมกลิ่นหอมของน้ำยาล้างมือและสบู่อีกด้วย ซึ่งตัวเด็กชายคนนี้ได้คิดเอาเองว่า เขาได้มาถึงภัตตาคารแล้ว มีความสุขมากจนถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว เขานั่งบนพื้น เอาจานว่างบนฝาชักโครก จ้องมองไส้กรอกและขนมปังที่วางอยู่ในจาน และร้องเพลงอย่างมีความสุข
ณ เวลานี้ งานเลี้ยงของจริงได้ถูกจัดขึ้นแล้ว เจ้านายนึกถึงลูกชายของสาวใช้ได้ จึงถามสาวใช้ สาวใช้ตอบว่า
สาวใช้ : ไม่ทราบค่ะ อาจจะออกไปวิ่งเล่นอยู่ข้างนอกมั้งค่ะ
เจ้านายสังเกตเห็นว่าสาวใช้ตอบอย่างหลบสายตา จึงเดาเหตุการณ์ท้้งหมดได้ เขาจึงตามหาลูกของสาวใช้อย่างเงียบ ๆ ภายในบ้าน ในที่สุด ก็ตามเสียงร้องเพลงของเด็กชายคนหนึ่งไปเจอว่าอยู่ในห้องน้ำ เจ้านายตกตะลึงอึ้งกิมกี่ แล้วถามเด็กชายว่า
เจ้านาย : เจ้าหนู มาซ่อนอะไรอยู่ในนี้?
เด็กชายที่ตอนนี้กำลังเคี้ยวไส้กรอกอยู่เต็มปาก จึงตอบอย่างตะกุกตะกักว่า
เด็กชาย : ผมมางานเลี้ยงที่นี่ครับ ตอนนี้ผมกำลังกินอาหารเย็นอยู่
ตัวของเจ้านายเองต้องพยายามสะกดกลั้นอาการตกใจไว้ แล้วถามต่อว่า
เจ้านาย : หนูรู้ไหมว่าที่นี่คือสถานที่อะไร?
เด็กชาย : ผมต้องรู้อยู่แล้ว ว่าที่นี่เป็นห้องที่เจ้าของงานเลี้ยงจัดไว้ให้ผมโดยเฉพาะ
เจ้านาย : แม่ของหนูบอกมาอย่างนี้หรอ?
เด็กชาย : ใช่ครับ อันที่จริงไม่ต้องให้แม่บอก ผมก็รู้ครับว่า เจ้าของงานเลี้ยงต้องจัดห้องที่ดีที่สุดไว้ให้สำหรับผมแน่นอนอยู่แล้ว !

แล้วเด็กชายก็ชี้ไปที่ไส้กรอก แล้วพูดว่า
เด็กชาย : เพียงแต่ ผมหวังว่าจะมีใครสักคนหนึ่งมากินอาหารเป็นเพื่อนกับผม ของอร่อย ๆ ก็ต้องให้ทุกคนมากินด้วยกันมันถึงจะสนุก
เจ้านายเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นต่อหน้าของตัวเองแล้ว เขาเดินออกไปที่โต๊ะจัดเลี้ยงอาหารอย่างเงียบ ๆ แล้วพูดกับแขกเหรื่อว่า
เจ้านาย : ท่านผู้มีเกียรติครับ ต้องขอโทษเป็นอย่างยิ่ง ที่เกรงว่าวันนี้กระผมไม่อาจอยู่ร่วมโต๊ะกับทุกท่านได้ เพราะกระผมต้องไปเป็นเพื่อนกับแขกพิเศษท่านหนึ่ง
หลังจากนั้น เจ้านายก็ยกอาหารสองจานจากโต๊ะจัดเลี้ยง ไปยังห้องน้ำ เคาะประตูเบา ๆ เมื่อเด็กชายอนุญาตให้เข้าห้อง เขาจึงเปิดประตู แล้วเอาอาหารทั้งสองจานนั้นวางบนฝาชักโครก แล้วขยับตัวนิดหน่อยพูดกับเด็กชายอย่างสุภาพว่า
เจ้านาย : ห้องที่ดีสวยงามออกอย่างนี้ แน่นอนจะให้หนูมีความสุขคนเดียวได้อย่างไรกัน ขอให้ฉันได้ร่วมงานเลี้ยงกับหนูหน่อยก็แล้วกัน
ห้องน้ำได้กลายเป็นห้องที่ดีที่สุดในบ้านหลังนี้ไปซะแล้ว พวกเขาทั้งคู่กินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยในห้องน้ำนี้ และร้องเพลงกันหลายต่อหลายเพลง และก็มีแขกเหรื่อผู้มีเกียรติมากมายต่างทยอยกันมาเคาะประตูห้องน้ำ แล้วเข้ามาทักทายเด็กชายกับเจ้านาย ส่งน้ำแอปเปิ้ลรสเลิศและปีกไก่ที่ทอดกรอบสีเหลืองทองให้กับเด็กชาย ต่อมา แขกคนอื่น ๆ ก็เข้ามาแออัดกันอยู่แต่ในห้องน้ำ ร้องเพลงร่วมกับเด็กชาย ทุกคนต่างตั้งอกตั้งใจ ไม่มีใครเสแสร้ง
หลายปีต่อมา เด็กชายคนนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ เขามีบริษัทเป็นของตัวเอง มีบ้านที่มีห้องน้ำถึงสองห้องด้วยกัน เขาค่อย ๆ ก้าวขึ้นสู่สังคมชั้นสูง กลายเป็นมหาเศรษฐี แต่ในทุก ๆ ปีเขาก็ยังบริจาคเงินจำนวนมากให้กับคนจนด้วย แต่เขาไม่เคยจัดงานการกุศลเลย และยิ่งไม่อยากให้คนจนรู้จักชื่อของเขาด้วย มีเพื่อนของเขาถามถึงเหตุผลว่าทำไม เขาตอบว่า ฉันจำเหตุการณ์หนึ่งในอดีตเมื่อหลายปีก่อนได้อย่างชัดเจน มีอยู่วันหนึ่ง มีเศรษฐีท่านหนึ่งและเพื่อน ๆ ของท่าน ไม่รังเกียจเลยที่จะปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของเด็กชายวัยสี่ขวบเอาไว้
อ่านจบไม่ต้องพูดอะไรมาก อ่านแล้วชอบก็แปลเลย แต่เมื่อมองย้อนกลับไป ถ้าในตอนนั้น เจ้านายและแขกเหรื่อต่างหัวเราะเยาะเขาที่เข้ามากินข้าวในห้องน้ำ เด็กชายคนนี้อาจจะไม่ได้เติบโตมีอนาคตที่สดใสแบบนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว แววตาหรือสายตาที่สื่อออกมา กับการกระทำที่แสดงออกมาอาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของใครคนหนึ่งได้เลย

ขอบคุณที่มา
Translated: Zab Chinese Story

05/04/2025

“ราคาทองคำ” จากอดีตจนถึงปัจจุบัน
พ.ศ.2508 บาทละ 416 บาท
พ.ศ.2509 บาทละ 414 บาท
พ.ศ.2510 บาทละ 416 บาท
พ.ศ.2511 บาทละ 451 บาท
พ.ศ.2512 บาทละ 476 บาท
พ.ศ.2513 บาทละ 416 บาท
พ.ศ.2514 บาทละ 451 บาท
พ.ศ.2515 บาทละ 576 บาท
พ.ศ.2516 บาทละ 912 บาท
พ.ศ.2517 บาทละ 1497 บาท
พ.ศ.2518 บาทละ 1580 บาท
พ.ศ.2519 บาทละ 1379 บาท
พ.ศ.2520 บาทละ 1519 บาท
พ.ศ.2521 บาทละ 1982 บาท
พ.ศ.2522 บาทละ 3063 บาท
พ.ศ.2523 บาทละ 5660 บาท
พ.ศ.2524 บาทละ 4869 บาท
พ.ศ.2525 บาทละ 4239 บาท
พ.ศ.2526 บาทละ 4791 บาท
พ.ศ.2527 บาทละ 4233 บาท
พ.ศ.2528 บาทละ 4274 บาท
พ.ศ.2529 บาทละ 4708 บาท
พ.ศ.2530 บาทละ 5614 บาท
พ.ศ.2531 บาทละ 5644 บาท
พ.ศ.2532 บาทละ 5004 บาท
พ.ศ.2533 บาทละ 4916 บาท
พ.ศ.2534 บาทละ 4615 บาท
พ.ศ.2535 บาทละ 4375 บาท
พ.ศ.2536 บาทละ 4467 บาท
พ.ศ.2537 บาทละ 4745 บาท
พ.ศ.2538 บาทละ 4712 บาท
พ.ศ.2539 บาทละ 4792 บาท
พ.ศ.2540 บาทละ 4869 บาท
พ.ศ.2541 บาทละ 5748 บาท
พ.ศ.2542 บาทละ 5144 บาท
พ.ศ.2543 บาทละ 5426 บาท
พ.ศ.2544 บาทละ 5766 บาท
พ.ศ.2545 บาทละ 6355 บาท
พ.ศ.2546 บาทละ 7167 บาท
พ.ศ.2547 บาทละ 7844 บาท
พ.ศ.2548 บาทละ 8555 บาท
พ.ศ.2549 บาทละ 12900 บาท
พ.ศ.2550 บาทละ 13300 บาท
พ.ศ.2551 บาทละ 15350 บาท
พ.ศ.2552 บาทละ 17250 บาท
พ.ศ.2553 บาทละ 20050 บาท
พ.ศ.2554 บาทละ 27100 บาท
พ.ศ.2555 บาทละ 25900 บาท
พ.ศ.2556 บาทละ 24350 บาท
พ.ศ.2557 บาทละ 21150 บาท
พ.ศ.2558 บาทละ 20150 บาท
พ.ศ.2559 บาทละ 22800 บาท
พ.ศ.2560 บาทละ 21200 บาท
พ.ศ.2561 บาทละ 20300 บาท
พ.ศ.2562 บาทละ 22400 บาท
พ.ศ.2563 บาทละ 30400 บาท
พ.ศ.2564 บาทละ 28300 บาท
พ.ศ.2565 บาทละ 32000 บาท
พ.ศ.2566บาทละ 34050 บาท
พ.ศ.2567บาทละ 43450 บาท
พ.ศ.2568บาทละ 50150 บาท
#ราคาทองวันนี้

01/04/2025

ปล่อยผ่านบ้าง อย่างไปจริงจังกับทุกเรื่อง

25/03/2025

มีสติให้มากขึ้น อธิบายให้น้อยลง
รู้เท่าที่สบายใจ เงียบเพื่อปล่อยผ่าน
อย่าเหนื่อยเพราะคนอื่น อย่าใส่ใจทุกเรื่องที่ได้ยิน 🙂

Photos from Pacharapanya Elementary School's post 20/03/2025

สำหรับคนไม่มีต้นทุนชีวิต การศึกษาเท่านั้นที่จะเปลี่ยนชีวิต 🥰

ใครที่บอกว่า บ้านจนเรียนหมอไม่ได้ บอกเลยไม่จริง ⛔️

เราสองพี่น้องพิสูจน์ให้แล้ว จนมากๆก็ยังเป็นหมอได้ทั้งคู่ ❤️❤️

แกวจบเภสัชหาเงินส่งน้องชายเรียนหมอ พอเริ่มอยู่ตัว แกวก็มาเรียนหมออีกใบ ☺️

ในระบบการศึกษาไทย มีทุนการศึกษามากมายรอเราอยู่ ขอแค่เราตั้งใจ ✌🏻

แล้วงานพิเศษก็ช่วยให้เรารอดได้ แกวทำทุกอย่างที่ได้เงิน สอนพิเศษ หาเสื้อผ้ามือสองมาขาย ทำงานร้านหมูกะทะ สู้มาก ☺️



“กล้วยไม้ออกดอกช้าฉันท์ใด การศึกษาเป็นไปฉันท์นั้น” 🌸

จริงตามนัันทุกประการ ระหว่างทางที่เดิน ล้มลุกคลุกคลาน เสียน้ำตาไปมหาศาล

ต่อให้ร้องไห้แค่ไหน ก็ยังจะเดินต่อไปไม่หยุด กัดไม่ปล่อย จะคิดเทียบเสมอ เดินต่อไปได้อะไร หยุดได้อะไร มองไกลๆ



คำว่าไม่มีคือไม่มีจริงๆ ความจนมันน่ากลัว ความจนมันมืดบอด 🥹

น้องๆคนไหนที่รู้สึกน้อยใจในโชคชะตาชีวิต เข้มแข็งแล้วลุกขึ้นมาเอาชนะความจนไปด้วยกัน

เทคนิคคือ 📍

เดินในทางที่ถูกที่ควรไปเรื่อยๆ ระหว่างทางก็เอื้อเฟื้อแบ่งปัน พัฒนาตัวเอง

เป็นของขวัญให้ทุกคนที่พบเจอ ไปที่ไหนจะมีแต่คนรักคนเมตตา เทวดาคุ้มครอง ทำอะไรก็งอกงามขึ้นเรื่อยๆ

แกวเป็นคนที่ได้รับความเมตาจากผู้คนที่ผ่านเข้ามาในทุกช่วงเวลาของชีวิตอยู่เสมอ

รู้สึกขอบคุณตลอด มีคนใจดีมากมายคอยโอบอุ้ม ไม่เคยลืม 🙏🏻



ดอกไม้ดอกนี้เบ่งบานแล้ว พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป เพราะเรารู้ดีว่าการได้รับตอนลำบาก มันทำให้ใจฟูแค่ไหน 😊

bye ความจน เราก้าวข้ามคุณได้แล้วนะ ไม่มีอีกแล้วเด็กน้อยในวันนั้นที่หน้าหนาวยังไม่มีเสื้ออุ่นๆใส่ 🥹

#ขอบคุณทุกทุนการศึกษา ขอบคุณผู้คนที่ผ่านเข้ามาทุกช่วงเวลาของชีวิตที่เมตตาช่วยเหลือ 🙏🏻

#ขอบคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาอย่างดีด้วยความรัก ความอบอุ่น ยากจนเงินทอง แต่ไม่ได้ยากจนความสุข 🥰

วันนี้พ่อแม่สุขสบายแล้ว เราสองคนตอบแทนดูแลพ่อแม่อย่างดี

ท่านเสียสละเพื่อพวกเรามามาก ในวันที่ลำบาก สิ่งที่ท่านให้คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ท่านทำให้แล้ว 🙏🏻

เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเดิน รู้ว่าเหนื่อย

อดทนทำต่อไปค่ะ ผลลัพธ์คุ้มมาก ถ้าล้มแล้วปัดฝุ่นลุก มันต้องถึงเป้าหมายสักวัน ❤️

Cr: เพจ เรียนหมอ
ขอบคุณค่ะ

15/03/2025

🧓👵🏻..หากคุณอายุ 60 ปีแล้ว แนะนำให้อดทนอ่านบทความเรื่อง "ความมืดมาอย่างช้าๆ" จะทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไปและเผชิญหน้ากับชีวิตในแง่ดี ไม่เชื่อ ก็อ่านบทความต่อไปนี้

✍️ ...Zhou Da xin ผู้ชนะรางวัล Mao Dun Literature Prize ที่เพิ่งตีพิมพ์นวนิยายเรื่องล่าสุดของเขา เขาบรรยายชีวิตของผู้สูงอายุได้อย่างจับใจมาก

🧓👵🏻 ..ผู้คนเมื่อเข้าสู่อายุ 60 จนถึงเวลาที่ชีวิตปิดสนิทลง ในช่วงเวลานี้มีบางฉากที่ควรใส่ใจ คุณจะรู้ว่าต้องทำอะไรบ้างแล้วคุณจะไม่ตื่นตระหนก เมื่อเวลานั้นมาถึง
.
🔸️ •..ฉากแรกคือ คนที่อยู่รอบข้างจะน้อยลงเรื่อยๆ
คนรุ่นพ่อ ปู่ย่าตายายของคุณ ส่วนใหญ่จะจากคุณไปแล้ว เพื่อนๆรุ่นเดียวกันส่วนใหญ่ยุ่งกับเรื่องดูแลตนเอง คนรุ่นลูกหลานก็ยุ่งอยู่กับงานตัวเอง ภรรยาหรือสามีบางคน อาจลาจากไปก่อนแล้วด้วย เหลือแต่วันว่างๆเท่านั้นเป็นเพื่อนอยู่กับคุณ คุณต้องเรียนรู้ที่จะเคยชินกับการอยู่คนเดียว ลิ้มรส และเผชิญกับความเหงาตัวเอง

🔸️ •..ฉากที่สองคือ สังคมจะสนใจในตัวคุณ ลดน้อยลงเรื่อยๆ
ไม่ว่าอาชีพการงานของคุณจะสดใสแค่ไหนในอดีต มีชื่อเสียงแค่ไหน เมื่ออายุมากขึ้น จะเปลี่ยนคุณเป็นชายชราและหญิงชราธรรมดา และสปอตไลท์จะไม่ส่องที่ตัวคุณอีกต่อไป คุณต้องเรียนรู้ที่จะหลบอยู่มุมเงียบๆ เพื่อชื่นชม ตื่นเต้นกับสถานภาพคนรุ่นหลัง แทนเกิดความอิจฉาหรือตำหนิพวกเขา

🔸️ •.. ฉากที่สามคือ อันตรายเกิดขึ้นตลอดในอนาคตข้างหน้า
กระดูกหัก, หลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดอุดตัน, สมองลีบ, มะเร็ง, ฯลฯ ทั้งหลายอาจมาเยี่ยมเยือนคุณ แม้คุณไม่อยากต้อนรับ คุณต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับโรคพวกนี้ เหมือนเป็นเพื่อนกันเลย และเลิกเพ้อฝันถึงชีวิตที่มั่นคงโดยปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องรักษาทัศนคติที่ดีและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และคุณต้องให้กำลังใจตัวเองให้เดินหน้าต่อไป

🔸️ •..ฉากที่สี่คือ การเตรียมตัวนอนบนเตียงและหวนคืนสู่วัยเด็ก
แม่ให้กำเนิดเรามาในโลกครั้งแรกนั้นเราอยู่บนเตียง หลังจากต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนักและคดเคี้ยวมาทั้งชีวิต สุดท้ายก็กลับคืนสู่ต้นกำเนิดของชีวิต – อยู่บนเตียงเพื่อรับการดูแลของผู้อื่น ข้อแตกต่างคือตอนแรกที่เรามา แม่จะดูแลเรา แต่เมื่อเรากำลังจะจากไป เราอาจไม่จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากญาติ แม้ว่าจะมีญาติอยู่บ้าง แต่เทียบไม่ได้กับแม่ ผู้ดูแลคุณอาจเป็นมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสแต่ในใจกลับเบื่อที่จะทนดูแลผู้ไม่ใช่ญาติเขา คุณต้องเจียมตัวและอดทน ขอบคุณคนเหล่านี้

14/03/2025

ดร.นพ. ฮิเดกิ วาดะ แนะนำ ให้ผู้ที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป มีพฤติกรรมดังนี้ จะมีอายุยืนยาวเกิน 90 ปี แน่ๆ คือ

1. ต้องเดินทุกวัน พยายามเดินให้ได้วันละ ไม่น้อยกว่า 15 นาที
2. เมื่อนึกขึ้นได้เมื่อไร ให้หายใจยาวๆลึกๆ ให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง
3. พยายามยืดเส้น ยืดกล้ามเนื้อ บิดเนื้อ บิดตัวเป็นครั้งคราว
4. จิบน้ำบ่อยๆ แม้จะไม่กระหายน้ำก็ตาม พยายามจิบน้ำให้ได้มากขึ้น
5. พยายามขยับปาก จะเคี้ยว จะพูด จะร้องเพลงเป็นสิ่งที่ควรทำ
6. ความจำเสื่อมไม่ใช่เพราะอายุมาก แต่ เพราะไม่ใช้สมองเลยนั่นเอง
7. ไม่ต้องกินยาเยอะ กินเท่าที่จำเป็น
8. พยายามวัดความดันเลือดบ่อยๆ เพื่อคุมไม่ให้ความดันสวิง
9. ทำในสิ่งที่ชอบ ปิดหู ปิดตา ไม่รับรู้สิ่งที่ไม่ชอบ หรือปัดทิ้งให้มากขึ้น
10. อย่านั่งนอนตลอดเวลา ให้ขยับตัวลุกเดินให้บ่อยขึ้น
11. กินอะไรก็ได้ ที่ชอบ แต่ อย่าให้เกิดโทษต่อร่างกายนัก
12. ทำทุกอย่าง ที่ทำให้ใจสบาย
13. ปล่อยวาง ให้อภัยให้มากขึ้น
14. เป็นโรคอะไรอยู่ก็ตาม เรียนรู้ที่อยู่กับมัน จนคุ้นเคยจักดีกว่า
15. มองสิ่งรอบตัวในแง่บวกเข้าไว้ เห็นอะไร ก็ดีนะ ดีที่มี ดีที่เป็น
16. ถ้าเผลอหลับ ห้ามฝืน งีบเลย
17. เห็นสิ่งใดดี ทำเลย สิ่งใดไม่ดี เลิกทำ ช่วยใครได้ ช่วยเลย
18. หา "หมอครอบครัว" อย่าเชื่อหมอที่โรงพยาบาลมากนัก
19. อย่าบังคับตัวเองมากเกินไป ทำสิ่งที่สบายใจก่อน
20. แก่แล้ว ไม่ต้องโลภ ตายแล้ว เอาอะไรไปด้วยไม่ได้ พอใจในสิ่งที่มี
21. สิ่งใดเป็นประโยชน์ต่อผู้อิ่น ถ้าทำได้ ให้ทำทันที
22. มองสิ่งรอบตัว ให้มีความสุข
23. มีเมตตา ช่วยเหลือเกื้อกูลคน หรือ สัตว์ใดได้ ทำทันที
24. มีอะไรที่เกิดขึ้น ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นว่า มันเป็นเช่นนั้นเอง
25. พยายามช่วยตัวเองให้ได้มากที่สุด ไม่ทำตัวเป็นภาระให้ผู้อื่น
26. ยอมรับความจริงว่า เมื่อมีสิ่งใดเกิดขึ้น มันจะอยู่ไม่นาน จะเป็นอยู่ชั่วคราว แล้วก็เปลี่ยนไป ในที่สุด ก็จะหมดไป ดับไป เป็นธรรมดา

ใครมีพฤติกรรมเช่นนี้ มีอายุยืน 90 ปี เป็นอย่างน้อย ด้วยความปรารถนาดีแชร์ให้เพื่อนๆที่อยากมีอายุยืน 90 ปี ปฏิบัติตามนี้ จาก ดร.สิทธิชัย แก้วเศรษฐี

ที่มา: ชมรมผู้เชี่ยวชาญชีวิต

FB: โต๊ะป้าศรี CH Table

12/03/2025

โดเรม่อน อยู่กับโนบิตะ มา 80ปี
ก่อนที่จะตาย…โนบิตะพูดกับโดเรม่อนว่า
"หลังจากที่ฉันไปแล้ว เธอควรกลับไปยัง
ที่ที่ของเธอนะ“
ไม่นานต่อมา โนบิตะก็ตายจากไป แต่โดเรม่อน
ไม่ได้กลับไปในอนาคต แต่กลับใช้ไทม์แมชชีน
ย้อนกลับไปในวันแรกที่พบเจอโนบิตะ และพูดกับ
โนบิตะในวัยเด็กว่า"สวัสดีโนบิตะฉันชื่อโดเรม่อน"

"โอกาสจะมีอีกสักกี่ครั้ง ฉันก็ยังอยากเจอเธอ
เพราะที่ที่เธออยู่ คือ ที่ที่ฉันควรอยู่ๆ"
หาก...เหนื่อยล้ากันแล้ว พวกเราก็ย้อนเวลา
กลับไป คิดถึงความรู้สึก ความเข้าใจกันในการ
พบเจอกันครั้งแรก…มันจะทำให้การคบหากันเป็น
เวลานานจะไม่รู้สึกเบื่อหน่าย ทำให้เกิดแต่ความรัก
พบกันชาตินี้วาสนาได้มาไม่ง่าย หากชีวิตนี้ มีเพียง
ความรู้สึกเหมือนดั่งเจอะเจอครั้งแรกแล้วละก็
คงจะดีไม่น้อย
…เป็นเพื่อนก็ดีเป็นคนรักก็ช่าง จงหวงแหนทะนุ
ถนอมกันและกันไว้🥰

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


ทวีวัฒนา 55
Bangkok
73120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00