09/02/2020
... สมาธิไร้รูปแบบ ...
การปฏิบัติธรรมในทุกรูปแบบ มีคุณประโยชน์ในเบื้องต้น (เพราะทำให้ผู้เริ่มปฏิบัติมีหลักเกณฑ์ มีที่พึ่ง) ประคับประคองในท่ามกลาง และเป็นอุปสรรคในท้ายที่สุดเพราะเกิดการ “ยึดติด” ทั้งๆ ที่จุดประสงค์ท้ายที่สุดในการปฏิบัติธรรมคือ “ความรู้สึกตัว” มิใช่การยึดติด
การเจริญสติแบบเคลื่อนไหวตามแนวทางของหลวงพ่อเทียน หรือการ “ยกมือ” เวลาทำซ้ำๆ กันนานๆ จะเหมือนการท่องสูตรคูณ คือรู้สึกเบื่อหน่าย
นั่นคือก้าวย่างใหม่ในการค้นหาการก้าวสู่สมาธิโดยไม่มีรูปแบบ หรือ “สมาธิไร้รูปแบบ” นั่นเอง
แต่หากไม่เริ่มต้นด้วยรูปแบบ เราก็หาเส้นทางเดินต่อไปไม่ได้
เมื่อบุคคลภาวนาด้วยรูปแบบใด เขาก็จะสอนในรูปแบบนั้น ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ในเบื้องต้น แต่เมื่อใดก็ตามที่ผู้ปฏิบัติธรรมหลุดพ้นจากรูปแบบ นั่นแหละคือ “กำไร” ของเขา
การหลุดพ้นจากรูปแบบจะเป็นไปเองตามธรรมชาติ จะปรากฏขึ้นเอง ที่ไหน เมื่อใดก็ได้ ต่างคนต่างรู้ รู้ใครรู้มัน ถ่ายทอดกันไม่ได้ เหมือนบทสวดที่ว่า
“สันทิฏฐิโก เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็น (รู้) ได้ด้วยตนเอง
อะกาลิโก เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล และเป็น
ปัจจัตตัง เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน”
หากเมื่อไรก็ตามที่เราตั้งใจ “รู้” นั่นคือเราหลงทาง ในการปฏิบัติธรรม ก็มีการหลงบ้าง รู้บ้าง ไม่มีวิธีที่แน่ชัด เพราะเป็นเรื่องปัจจัตตัง เป็นเรื่องเฉพาะราย ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว เมื่อเราก้าวเข้าสู่ “สมาธิไร้รูปแบบ” ทั้งครู ทั้งรูปแบบ ก็จะกลายเป็นสิ่ง “ไม่จำเป็น”
สมาธินอกรูปแบบ (หรือสมาธิไร้รูปแบบ) จะทำให้ชีวิตทั้งชีวิต ชาติทั้งชาติ หลุดพ้นจากรูปแบบ ไม่ตกอยู่ภายใต้การติดยึดในรูปแบบใดๆ เปรียบเสมือนการท่องสูตรคูณ ท่องไป ว่าไปเรื่อยๆ ตามรูปแบบ ต้องใช้ความจำ
แต่แล้ววันหนึ่ง สูตรคูณอันนี้จะกลายเป็น “อัตโนมัติ” ความจำไม่มีความหมาย เวลาเราจะใช้งาน ... ธรรมะแท้ ไม่มีชื่อ ...
ธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอน เป็นแบบ model (แบบจำลอง) ของธรรมะที่แท้จริงซึ่งไม่มีชื่อ แต่เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการเรียนรู้ พระพุทธองค์จึงทรงสร้าง model ขึ้น ท่านตรัสว่า ธรรมะเปรียบเหมือนแพ พอขึ้นฝั่งแล้ว แพก็หมดความหมาย แม้แต่ธรรมะเราก็ต้องทิ้ง
ธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอน ท่านทรงสร้างด้วยอัจฉริยภาพของพระศาสดา ให้เป็นความจริงมากที่สุด
คนจำนวนมากยังคงดำเนินชีวิตโดยมีข้อสงสัยผุดขึ้นตลอดเวลา มีการถกเถียงหาคำตอบเรื่อยมา ทั้งนี้เป็นเพราะเขายังคงอยู่ในระดับ “รู้จำ” มิใช่ “รู้แจ้ง”
ในบางกรณี การนิ่งเฉย ไม่ออกความเห็นใดๆ มีประโยชน์กว่าการพูด ความรู้สึกตัว หรือสติเท่านั้นคือมิตรแท้ในการดำเนินชีวิต ขอให้มีความเพียรพยายามในการปฏิบัติ อย่าย่อท้อ แล้วจะประสบกับความสุขสงบบนเส้นทางที่ถูกต้องในท้ายที่สุด
#เล่าเรื่อง “วันครู”
#เรื่องเล่าโดย ท่านเขมานันทะ
#เรียบเรียงโดย สิริรัตน์ เจ้าประเสริฐ
24/12/2014
17/11/2014
13/11/2014
13/11/2014
13/11/2014
13/11/2014
13/11/2014