15/07/2017
Siam Intuition: ก้าวไปข้างหน้าด้วยปัญญาญาณแห่งสยาม
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Siam Intuition: ก้าวไปข้างหน้าด้วยปัญญาญาณแห่งสยาม, การศึกษา, Bangkok.
15/07/2017
21/05/2017
เห็นข่าวครูตัดผมเด็กนักเรียนประจาน
แล้วเห็นอะไรบ้าง?
อยากชวนให้มาแลกเปลี่ยนมุมมองกัน :)
นอกจากเรื่องความไม่เหมาะสมในการกระทำของครูที่คนวิพากษ์วิจารณ์กันแล้ว
เรามาลองมองให้ลึกลงไปอีก...
โรงเรียนไทย
ทำไมต้องบังคับนักเรียนเรื่องทรงผม?
เพื่อความเรียบร้อยไม่รุงรัง
เพื่อความเป็นระเบียบ
และอีกหลายเหตุผลต่างๆ นานา
ความจริงแล้วสิ่งเหล่านี้มันส่งผลดีและเกิดประโยชน์แค่ไหน
มันมีผลต่อการสร้างคนให้มีคุณภาพในระบบการศึกษาหรือไม่
มันเป็นสาระสำคัญถึงขนาดที่ต้องเข้มงวดอย่างเอาเป็นเอาตายรึเปล่า
มันสำคัญมาก...
ถึงขั้นต้องตั้งเป็นกฎบังคับที่ละเมิดอิสรภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย์เชียวหรือ
แท้จริงแล้วรากวิธีคิดที่ซ่อนอยู่ของมันคืออะไร
คือการควบคุมคนให้อยู่ในอำนาจใช่หรือไม่
การบังคับให้ทุกคนตัดผมเหมือนกันหมด
อาจสะท้อนให้เห็นว่าเรากำลังปิดกั้นอิสรภาพในการคิด
การเป็นตัวเองของเด็ก
นั่นก็เพื่อให้เคยชินกับการอยู่ในกฎระเบียบ
ให้ทำตามคำสั่งโดยไม่โต้แย้ง
แม้สิ่งๆ นั้นจะดูไม่มีเหตุผลที่น่ายอมรับเอาเสียเลย
เพื่อรักษาอำนาจของผู้ควบคุม
มองดูแล้วก็คล้ายกับการเป็นทหาร
ที่ต้องถูกบังคับเรื่องทรงผมและจำกัดอิสรภาพด้านอื่นๆ เหมือนกัน
นั่นก็เพื่อหล่อหลอมให้ทหารมีความคิด ความรู้สึกน้อยที่สุด
เพราะการทำตามค่ำสั่งเป็นเรื่องสำคัญ
เมื่อถูกสั่งให้ "ฆ่า"
ก็ต้องพร้อมจะฆ่าตามคำสั่งได้
ความคิดความรู้สึกของปัจเจกบุคคลจึงกลายเป็นอุปสรรค
อิสรภาพจึงเป็นศัตรูของผู้ใช้อำนาจ
แน่นอนว่า ครูหลายคนอาจปฏิเสธเหตุผลนี้
เพราะเขาไม่ได้มีความคิดจะใช้อำนาจกับเด็กแบบนั้น
แต่เราก็ควรจะย้อนมองเพื่อตระหนักรู้ว่า
สิ่งที่เราทำตามๆ กันมานานจนลืมตั้งคำถามกับมันนั้น
มีมิติอะไรซ่อนอยู่
เราอยากหล่อหลอมให้เยาวชนของชาติเป็นแบบไหนกันแน่?
------------------------------
[ขอบคุณภาพประกอบและข้อความด้านล่างจากเพจ Tan-star]
ก บ ฏ
ศึกษา
รายชื่อกบฎ
"วินัย ไกลเก้อ" กัปตันทีมคณะปฏิวัติ(ไอ้ผมยาว) นักเรียนชายที่ไม่เคยเข้าแถวตรวจผม และหลบหนีการจับกุมได้ทุกครั้ง
"กฤษดา จรสรรค์" รองกัปตัน(ไอ้หนวด) เด็กน้อยผู้รักหนวด พละกำลังดั่งสิงโต
"หยาดพิรุณสิริ วัฒนาปิติพิชญเดชาอัษฎาวุธภูดินันท์วรกุล"
(อีนุ่งสั้น) นักรบหญิงแห่งคณะปฏิวัติ นิสัยดุร้าย ว่องไวดังพายุ
และ"จูณ" (ปีศาจเล็บเหล็ก) ....
คณะปฏิวัติแห่งสถานศึกษา ตัวแทนของเหล่าผู้โหยหาอิสระภาพ
เรียกคืนสิทธิบนเรือนร่าง เสรีภาพที่มนุษยชาติควรได้รับ!!!
10/05/2017
ชวนอ่านเรื่องราวด้านล่างแล้วมาแลกเปลี่ยนความคิดกัน
ว่าแท้จริงแล้ว
"เราเลือกเกิดไม่ได้จริงหรือ?"
--------------
วิสาขบูชา
แปลว่า การบูชาที่ทำในวันเพ็ญ เดือนวิสาขะ
การประสูติ ตรัสรู้ และนิพพาน ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ความหมายที่แท้จริงเป็นความหมายในทางธรรม
การประสูติคือการเกิดโดยร่างกาย
การตรัสรู้ คือการเกิดโดยญาณ โดยปัญญา
ส่วนการปรินิพพานนั้น คือการชนะการเกิดโดยสิ้นเชิง
ที่ว่าการประสูติ เป็นการเกิดโดยร่างกายนั้น ถ้าจะนึกให้กว้างออกไป ควรจะนึกว่าเป็นการเกิดของ อริยบุคคล คือคนที่จะมาช่วยกู้โลกให้พ้นจากความทุกข์ มีความหมายมากกว่าการเกิดของบุคคลทั่วไป เพราะฉะนั้นเราต้องสนใจให้มากสมกัน
ท่านแสดงปาฏิหาริย์กับการเกิดนั้น โดยรูปของบุคลาธิษฐานว่า
พอพระสิทธัตถะประสูติจากพระครรภ์พระมารดา สิ่งต่าง ๆ ได้ปรากฏออกมา อย่างนั้นเป็นปาฏิหาริย์ หรือเป็นมหัศจรรย์ เช่นว่าคนตาบอดเห็นได้ คนง่อยเดินได้ ทุกทิศทุกทางเปิดโล่งให้เห็นกันหมด
ว่าสวรรค์อยู่ที่ไหน? นรกอยู่ที่ไหน?
ดังนี้เป็นต้น
โดยที่แท้นั้นหมายถึงการเกิดของบุคคลที่จะมาชี้ให้สิ่งต่าง ๆ เช่น คนจะเห็นธรรมะ ที่ตาบอดเพราะบอดด้วยอวิชชา หรือหลับอยู่ด้วยอวิชชา พระองค์มาทำให้ตื่น และที่ว่าคนง่อยเดินได้ หมายความว่าทุกคนในโลกนี้เป็นง่อยเพราะว่าไม่สามารถเดินไปสู่ความดับทุกข์ หรือนิพพานได้ แต่พอพระพุทธเจ้าเกิดขึ้น คนง่อยนี้ก็เดินได้ คือเดินไปถึงจุดหมายปลายทางของชีวิตทุกชีวิตได้ จึงอยู่ในลักษณะที่เป็นปาฏิหาริย์
การตรัสรู้ ซึ่งเรียกว่าเป็นการเกิดอีกครั้งหนึ่ง แต่เป็นการเกิดโดยญาณ หรือโดยจิตที่ประกอบด้วยญาณ ซึ่งเป็นการเกิดที่สมบูรณ์กว่าการเกิดครั้งแรก
การตรัสรู้ คือการตัดกิเลสหมดสิ้นเชิง ดับทุกข์สิ้นเชิง กลายเป็นคนใหม่คนหนึ่งไม่เหมือนกับคนก่อน
เรียกอาการอย่างนี้ว่า เป็นการเกิดโดยนามกาย หรือโดยธรรมกาย นั่นเอง
การปรินิพพาน การปรินิพพานนี้ หมายถึง การชนะความเกิดโดยสิ้นเชิง ไม่ต้องเกิดใหม่ให้ยุ่งยากลำบากอีกต่อไป ขึ้นชื่อว่าการเกิดแล้วล้วนแต่ลำบากยุ่งยากทั้งนั้น ฉะนั้น ความเกิดนี้จึงไม่ใช่ของที่น่ายึดมั่นถือมั่นแต่ประการใด
นิพพานนี้เป็นการดับของความเกิด เป็นการดับของกิเลสซึ่งเป็นเหตุให้เกิด จึงเป็นการเอาชนะความเกิดได้โดยสิ้นเชิง
พุทธทาสภิกขุ
เครดิต ธรรมาศรมธรรมมาตา สวนโมกขพลาราม
30/04/2017
สรรพสิ่งในโลกล้วนมีคุณค่าในตัวเอง
และถูกจัดสรรให้เกิดขึ้นเพื่อเชื่อมโยงเกื้อกูลกันเสมอ
เพียงแค่บางครั้งเรายังไม่รู้ว่าจุดเชื่อมต่ออยู่ที่ใด
การไม่รู้ไม่ได้แปลว่าไม่มี
การไม่มีตอนนี้ก็อาจแค่มุมเห็นของตัวเราคนเดียว
..
สมมติว่าสรรพสิ่งมีคุณค่าจริงๆ แม้แต่อุปสรรคที่เจอ
เราจะลองเปลี่ยนคำเรียก "อุปสรรค" เป็นคำว่าอะไร
#คำถามเปลี่ยนชีวิต
29/04/2017
สมมติว่า "พระเจ้าตา" เป็น Coach ของสุดสาคร
เราจะเรียนรู้อะไรได้บ้าง ?
..
วันนี้ในการอบรมหัวข้อ
Principles of Siam Intuitive Coaching
เกิดชุดคำถามที่เปิดการเรียนรู้ของหลายคนถึงการเสริมหนุนกระบวนการพัฒนาสุดสาครของพระเจ้าตา
จึงพบว่ามีสิ่งมหัศจรรย์ซ่อนอยู่ในเรื่องราวตอนนี้มากมาย
..
Active Learning
Problem-Based Learning
How to Coaching
และอะไรอีกมากมาย
สุดยอดมากๆสำหรับผู้ร่วมเรียนรู้ในวันนี้
..
สุนทรภู่ซ่อนอะไรไว้ในวรรณคดีเรื่องนี้มากมายจริง ๆ
#คำถามเปลี่ยนชีวิต
#เก็บตกจากข้างเวที
27/04/2017
สมมติว่า "ชีวิตที่สมบูรณ์แบบไม่มีจริง"
..
แล้วเราจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างไร
บนชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ ?
..
มนุษย์ทุกคนเกิดมาบนโลกใบนี้
ยากที่จะพบบุคคลที่สมบูรณ์แบบ
ไม่มีปัญหา ไม่มีทุกข์ ไม่มีเรื่องไม่สบายใจ
หลายคนไม่ได้มีเงินทองมากมาย
อดมื้อกินมื้อไม่สุขกายแต่กลับสุขใจ
หลายคนมีทรัพย์สินมากมายใช้ไม่หมด
กลับซึมเศร้า เหงา ทุกข์
ไม่ใช่ทุกข์ที่ไม่มีเงิน
แต่อาจจะทุกข์ที่ไม่พอ
ไม่ใช่ทุกข์ที่ไม่มีคนรอบข้าง
แต่อาจจะทุกข์ที่ไม่มีคนเข้าใจ
...
ชีวิตที่สมบูรณ์แบบไม่น่าจะมีแบบตายตัว
ขึ้นอยู่กับว่า "แบบของใคร"
การที่จะต้องรอให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ
แล้วจึงจะแบ่งปัน
แล้วจึงจะลงมือทำ
แล้วจึงจะก้าวออกจากพื้นที่คุ้นเคย
จึงเป็นเรื่องที่ย้อนแย้งกับความจริง
เพราะไม่มีใครสมบูรณ์แบบจริงๆสักคน
..
สำหรับคนที่เชื่อว่า
ชีวิตที่สมบูรณ์แบบมีจริง
การที่อยากจะสมบูรณ์แบบ
แล้วต้องหาแบบที่สมบูรณ์เพื่อเลียนแบบ
หากเจอแล้ว
แน่ใจจริงแล้วหรือว่า "แบบ" นั้น
เป็น "แบบของเราจริง"
..
เวลาเรามองคนอื่นเราก็มักจะเห็นสองอย่าง
สิ่งแรกคือสิ่งที่เขาขาด
สิ่งที่สองคือสิ่งที่เราไม่มี
..
แต่หากเรากลับมามองตัวเอง
เราก็อาจจะพบสิ่งที่เราขาด
แต่หลายคนไม่เห็นสิ่งที่เรามี
..
หลายครั้งที่สิ่งที่เรามี
กลับเป็นสิ่งที่โลกขาดแคลน โลกต้องการ
แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆชีวิตเราจะเปลี่ยนไปอย่างไร
..
แล้วคนหลายคนที่เดินเข้ามาในชีวิตของเรา
แล้วเขาก็มีสิ่งที่เขาขาดตกบกพร่อง
ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่มีสิ่งที่เราขาด
..
สรรพสิ่งในโลกเกิดมาเพื่อเกื้อกูลกันเสมอ
หากเรามองหาสิ่งดีที่มีในตนเองและคนอื่นได้
เราก็แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อเติมเต็มกันและกันได้
..
คนที่ให้คำปรึกษาก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทุกข์
ไม่ใช่ว่าจะมีชีวิตสมบูรณ์แบบ
แต่อาจจะนับว่าเป็นเพื่อนทุกข์
เข้าใจทุกข์ แบ่งปันสุข
แม้อาจจะยังไม่รู้ทางออกทุกข์
แต่ก็พร้อมชวนกันเดินต่อไป
เพื่อค้นหาทางสุขใหม่ร่วมกัน
เพื่อค้นหาเส้นทางเพื่อความสำเร็จของตนเองต่อไป
#คำถามเปลี่ยนชีวิต
27/04/2017
ความคิดที่ว่า "เราไม่เก่ง" ก็คือการทำร้ายตัวเอง ?
..
หลายๆครั้งที่พวกเรา มักจะใช้ประโยคนี้ในการถ่อมตัว
อาจจะด้วยรากฐานของประโยคที่โบราณหล่อหลอมเรามาที่ว่า
จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัยไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน
ประโยคคลาสสิคที่เชื่อว่าคนไทยเคยได้ยินมากกว่า 90%
วัฒนธรรมที่สอนให้เรารู้จักอ่อนน้อม
ที่สอนให้เรารู้จักใส่ใจความรู้สึกของคนอื่น
ที่สอนตัวเราไม่ให้หยิ่งผยองลำพอง
ที่สอนให้พวกเรามีสติเรียนรู้ที่จะอยู่กับคนอื่น
เรียนรู้ที่จะแบ่งปันโอกาส
..
แต่กลายเป็นวาทกรรมสำคัญ
ในการทำร้ายตัวเอง
ปิดเงื่อนไขของการพัฒนา
บดบังการเห็นคุณค่าในตน
ทั้งนี้สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญ
อาจจะไม่ใช่การใส่ใจว่า
คนอื่นมองเราอย่างไรเท่านั้น
สำคัญที่ตัวเรามองเราอย่างไรต่างหาก
หากเราเห็นคนอื่นเก่งและเขาเก่งจริงตามที่เราเห็น
เราคงยินดีและชื่นชม ในความเก่งของเขา
แต่การแสดงออกของความเก่งนั้นต่างหาก
จะเป็นตัวเสริมว่าตัวเขาและคนอื่น
รู้สึกอย่างไรกับความเก่งนั้นนั้น
การที่คนคนหนึ่งจะเก่ง ไม่ใช่เรื่องแปลก
แค่เขาฉลาดพอที่จะนำเสนอความเก่งนั้น
ให้งดงามและเป็นประโยชน์สูงสุดอย่างไร
แม้คนอื่นจะมองไม่เห็นความเก่งในตัวเรา
ก็ไม่ได้แปลว่าความเก่งนั้นจะไม่มีจริงในตัวเรา
ขึ้นอยู่กับเราจะนำเสนอ
หรือสะท้อนภาพของความเก่งในตน
ออกมาให้คนอื่นรับรู้อย่างไร
ซึ่งอาจจะทำให้เราเห็นมองสิ่งที่มีในตน
ต่างไปจากเดิม
..
แล้วถ้าจริงๆแล้ว คำว่าเก่ง ไม่มีจริงล่ะ
แต่มันถูกแทนที่ด้วย สติ ปัญญา ความสามารถ
ทักษะ ความพยายาม และการเห็นโอกาส
อีกทั้ง ความฉลาดในการนำมาใช้
หากสิ่งนั้นมีจริง การมองเห็นรับรู้และรู้สึกดี
ชื่นชมในสิ่งนั้นย่อมไม่ได้แปลว่า เราหลงตัวเอง
แต่แปลได้ว่า เราเห็นจุดที่เราจะรักตัวเองมากขึ้น
หรืออาจจะเรียกได้ว่า
"เราเห็นคุณค่าในตัวเองต่างหาก"
แม้แต่ตัวเราเอง หากยังไม่เห็นคุณค่าในตน
แล้วจะรอให้ใครมาเห็น
เราอยู่กับตัวเรา มาตลอดชีวิต รู้จักตัวเองดีที่สุด
เราย่อม ต้องก็รู้จัก และเห็นสิ่งดีในตนมากกว่าคนอื่น และเมื่อตัวเราสามารถเห็นคุณค่าในคนอื่นได้
จะยากอะไรกับการเห็นคุณค่าในตนเอง
หรือที่จริงแล้ว เราแค่ ไม่เคยมอง ไม่กล้ามอง
แล้วไม่ยอมรับว่า เรามีสิ่งนั้นอยู่จริงๆ
...
สมมุติว่า สิ่งนั้นมีจริงๆในตัวเราล่ะ
..
แล้วสมมุติว่า ตัวเรา มีคุณค่าจริงๆล่ะ
..
และ สมมุติว่า ตัวเราเก่งจริงๆล่ะ
..
ชีวิตจะเปลี่ยนไปอย่างไร
#คำถามเปลี่ยนชีวิต
24/04/2017
ทำอะไรตามใจคือไทยแท้
ที่มันแย่เพราะชอบทำตามสมอง
ความคิดนำว่าต้องทำกลัวคนมอง
ไม่กล้ามองเสียงร้องของใจตน
กดทับย่ำยีความรู้สึก
จากส่วนลึกเจ็บอย่างไรก็ไม่สน
เพียงสนองตอบความคิดเชื่อของปวงชน
ยึดถือจนหัวใจทนทรมาน
ที่ตั้ง
ประเภท
ทีมทำอาหาร
เสื้อผ้า
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10240