02/05/2018
คืนที่บิล คลินตัน โทร.หาโทนี่ รอบบินส์
Tony Robbins ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน Performance Coach ที่เก่งที่สุดในโลก
มีคนยอมจ่ายค่าตั๋วหลายหมื่นบาทเพื่อเข้าร่วมสัมมนาของโทนี่
และมีผู้บริหารระดับ CEO มากมายที่จ้างโทนี่ไปเป็นโค้ชส่วนตัว
โทนี่เล่าให้ฟังว่า
ค่ำคืนหนึ่งเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว เขาได้รับโทรศัพท์จากบิล คลินตัน ประธานาธิบดีคนที่ 42 ของอเมริกา
คลินตัน: พรุ่งนี้ในสภาคองเกรสเขาอาจจะลงชื่อถอดถอนผมแล้ว ผมควรทำยังไงดีโทนี่?
โทนี่คิดในใจว่า เรื่องใหญ่ระดับนี้ ทำไมไม่โทร.มาถามให้เร็วกว่านี้(ฟระ)
โทนี่: ถามผิดคำถามครับท่านประธานาธิบดี
คลินตัน: ??
โทนี่: ท่านไม่ควรถามว่า "ควรจะทำยังไง"
แต่ควรจะถามว่า “ท่านต้องการอะไร”?
มากกว่า
ท่านต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าท่านต้องการผลลัพธ์อะไรจากเหตุการณ์ครั้งนี้
ต้องการจะได้ความเคารพเชื่อมั่นกลับคืนมารึเปล่า
ท่านต้องการจะเล่นการเมืองต่อรึเปล่า
เมื่อคำตอบตรงนี้ของท่านชัด ท่านก็จะรู้เองว่าควรต้องทำยังไง
คลินตัน: จริงด้วยโทนี่ ขอบคุณมากๆ เลยนะ
แล้วประธานาธิบดีก็วางหูไป
โทนี่ย้ำว่า How ไม่สำคัญ
สิ่งที่สำคัญกว่าคือ How คือ What
และสำคัญกว่า What ก็คือ Why
เขาเลยมีเทคนิคง่ายๆ ที่เรียกว่า RPM
R = Results อะไรคือสิ่งที่คุณต้องการ (What)
P = Purpose ทำไปเพื่ออะไร (Why?)
M = Massive Action Plan ต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้ได้ผลลัพธ์นั้น (How?)
โทนี่ใช้เทคนิคที่ชื่อว่า RPM มาหลายสิบปีแล้ว ทั้งกับตัวเขาเอง คนที่เขาโค้ช และพนักงานกว่า 2000 คนในบริษัทของเขา
ดังนั้น เมื่อเจอโจทย์ยากๆ ในชีวิต แทนที่จะคิดค้นหาทางออก (how) เราควรถามตัวเองก่อนว่าเราอยากให้ผลลัพธ์ออกมาหน้าตาแบบไหน
และทำไมเราถึงต้องการสิ่งนั้น
สรุปคือ
"เมื่อภาพปลายทางชัดเจน และ
เหตุผลเราแข็งแรงพอ
ก็คงไม่ยากเย็นเกินไปที่จะหาหนทางให้เจอว่าปัญหาเราแก้ไขอย่างไร
เราจะตอบได้เอง "
ขอบคุณข้อมูลจาก The James Altucher Show: 326 – Tony Robbins:
14/02/2018
มาดูกันนะคับ สำหรับเพื่อนๆที่กำลังขายของออนไลน์กันอยู่ วันนี้ผมมีเทคนิคง่ายมาบอกกัน
โพส อย่างไร? ให้ขายดี จนขายไม่ทัน
เทคนิคในการโพสต์ยังไงให้ขายของดี 1.วรรคทอง คือ พูดถึงกลุ่มลูกค้าตรงๆไปเลย เช่น เราขายผลิตภัณฑ์แต้มสิว เรา....
17/04/2017
มา ๆ อัปเดทกัน...
เทรนด์การใช้งานสังคมออนไลน์ Social Network ในปี 2017
#โค้ชลูกน้ำ
12/05/2016
มีเกร็ดความรู้ดีๆ สำหรับคนที่เริ่มทำธุรกิจ มาฝากนะคับ...
++ วิธีการคำนวณต้นทุนและจุดคุ้มทุน ในการทำธุรกิจส่วนตัว +++++
การทำธุรกิจทุกประเภท ผู้ทำธุรกิจส่วนตัว หรือธุรกิจ SME ต่างก็ต้องการที่จะมีกำไรทั้งนั้น
ซึ่งกำไร จะได้มาจาก กำไร = รายได้ - ต้นทุน
ดังนั้นนอกจากเราจะคำนึงถึงการเพิ่มรายได้ เพิ่มกำไรแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ทำธุรกิจส่วนตัว ควรให้ความสำคัญก็คือ ต้นทุน ในการดำเนินธุรกิจ
ต้นทุนในการทำธุรกิจ หลักๆ แล้วแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
1 ต้นทุนคงที่ ( Fixed cost) ต้นทุนคงที่คือต้นทุนที่ผู้ประกอบการจะต้องจ่าย ไม่ว่าจะขายได้มาก หรือขายได้น้อย เช่น ร้านขายก๋วยเตี๋ยว คุณจะมีต้นทุนคงที่คือ ค่าเช่าที่ร้าน เงินเดือนลูกจ้าง เป็นต้น
2 ต้นทุนผันแปร ( Vaiable cost) ต้นทุนผันแปร คือต้นทุนที่จะแปรผันไปตามยอดขาย เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยว จะมีค่าใช้จ่ายพวกวัตถุดิบในการทำก๋วยเตี๋ยว เส้นบะหมี่ เนื้อหมู เป็นต้นทุนผันแปร เพราะยิ่งคุณขายดีเท่าไหร่ คุณก็ต้องจ่ายต้นทุนผันแปรมากขึ้นเช่นกัน
ขอยกตัวอย่างการคำนวนต้นทุนของร้านก๋วยเตี๋ยวนะครับ
ถ้าร้านก๋วยเตี๊ยว ต้องเสียค่าเช่าร้าน เสียค่าเช่าที่เดือนละ 10,000 บาท
เสียค่าจ้างเด็กในร้านก๋วยเตี๊ยว เพื่อช่วยบริการในร้าน ช่วยล้างจาน เดือนละ 9,000 บาท
ดังนั้นร้านก๋วยเตี๊ยวจะมีต้นทุนคงที่ 19,000 บาท
ส่วนต้นทุนผันแปร สมมุติว่าเจ้าของร้านก๋วยเตี๊ยวไปจ่ายตลาด ซื้อเส้นก๊วยเตี๋ยว ลูกชิ้น ผักต่างๆ รวมแล้ว 1,200 บาท จะผลิตก๋วยเตี๊ยวได้ 100 ชาม
ดังนั้น 1,200 หาร 100 = 12 บาท ดังนั้นต้นทุนผันแปร เท่ากับ 12 บาท ต่อชาม
ถ้าร้านก๋วยเตี๊ยวขายก๋วยเตี๋ยวได้ 100 ชามต่อวัน ขายได้ชามละ 30 บาท เดือนนึงจะขายได้ประมาณ 3000 ชาม ขายได้เงิน 90,000 บาท
ซึ่งจากสูตร กำไร = รายได้ - ต้นทุน( เกิดจาก ต้นทุนคงที่ + ต้นทุนผันแปร)
คำนวณคร่าวๆ จะได้ดังนี้ = 90,000 - (19,000 + (12*3,000))
= 90,000 - (19,000 + 36,000)
ดังนั้น ร้านก๋วยเตี๊ยว จะมีกำไรประมาณ 35,000 ต่อเดือน (คิดคร่าวๆแบบยังไม่รวมเงินเดือนของผู้ประกอบการเอง)
ผู้ที่ต้องการจะเปิดร้าน หรือเปลี่ยนสถานที่เปิดร้าน ควรที่จะใช้สูตรนี้ในการคำนวณ รายได้ กำไร ต้นทุนต่างๆ ครับ
เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาว่าทำแล้วธุรกิจส่วนตัว หรือธุรกิจ SME ของคุณจะได้กำไรประมาณเท่าไหร่ต่อเดือน
ในกรณีที่คุณอยากจะย้ายทำเลค้าขายของคุณไปยังสถานที่ใหม่ คุณก็สามารถใช้สูตรนี้ช่วยพิจารณาว่าจะย้ายทำเลดีหรือไม่
เช่น มีตึกแถวว่าง ทำเลดีมากๆ ใกล้ตลาดที่มีคนพลุกพล่าน เจ้าของตึกคิดค่าเช่า เดือนละ 20,000 บาท ซึ่งแพงกว่าทีปัจจุบันร้านก๋วยเตี๋ยวมีค่าเช่าที่ 10,000 บาท
ถ้าเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวคาดคะเนว่าถ้าย้ายร้านไปที่ใกล้ตลาด จะขายได้ประมาณวันละ 150 ชาม หนึ่งเดือนจะขายได้ประมาณ 4500 ชาม ราคาขายชามละ 30 บาท รายได้ต่อเดือนประมาณ 135,000 บาท
ดังนั้นลองคำนวณกำไร ในกรณีถ้าย้ายร้านไปที่ตึกว่างใกล้ตลาด
สูตร กำไร = รายได้ - ค่าใช้จ่าย(ต้นทุนคงที่ +ต้นทุนผันแปร)
คำนวณคร่าวๆ จะได้ดังนี้ = 135,000 - ((20,000+9,000) + (12*4,500))
= 135,000 - (29,000 + 54,000)
= 135,000 - 83,000
= 52,000
ดังนั้นถึงแม้ว่าทำเลใหม่ค่าเช่าตึกแถว จะแพงกว่าค่าเช่าเดิมเท่าตัว (จาก 10,000 เป็น 20,000) แต่เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ก็ควรที่จะย้ายร้านไปที่ตั้งใหม่ครับ เพราะว่าจะมีกำไรที่มากกว่า (กำไรถ้าเช่าที่เดิม 35,000 แต่ถ้าเช่าที่ใหม่ จะกำไร 52,000 บาท )
และถ้าจะเจ้าของร้านก๋วยเตี๊ยวต้องการหาว่าจะต้องขายก๋วยเตี๋ยวอย่างน้อยได้เดือนละ กี่ชาม ถึงจะถึงจุดคุ้มทุน ให้ใช้สูตรคำนวณจุดคุ้มทุนตามนี้ครับ
จุดคุ้มทุน = ต้นทุนคงที่รวม / (ราคาขายต่อหน่วย - ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย)
จากตัวอย่างร้านก๋วยเตี๊ยวนี้ก็คือ จุดคุ้มทุน = 19,000 / ( 30 - 12 )
ดังนั้นจุดคุ้มทุนของร้านก๋วยเตี๋ยวก็คือ 1,055 ชาม นั่นเอง
ถ้าร้านก๋วยเตี๋ยวขายก๋วยเตี๋ยว หนึ่งเดือน ได้น้อยกว่า 1,055 ชาม ก็คือร้านก๋วยเตี๋ยวจะขาดทุนครับ
แต่ถ้าขายได้ตั้งแต่ 1,055 ชาม เป็นต้นไปก็จะเริ่มได้กำไร
นอกจากนี้ถ้าคุณมีพื้นที่เป็นของตัวเอง เช่น คุณมีตึกแถว และคุณใช้ตึกแถวนั้นทำธุรกิจส่วนตัว ถึงคุณจะไม่ต้องเสียค่าเช่า
แต่ถ้าเป็นไปได้อยากให้คุณเวลาคำนวณกำไร ให้ใส่ค่าเช่าร้านของคุณไปเป็นต้นทุนด้วย (อาจจะเทียบกับค่าเช่าบริเวณใกล้เคียง)
ที่ให้ใส่ค่าเช่าร้านเป็นค่าใช้จ่ายไปด้วยเพราะว่าถึงคุณจะไม่ทำธุรกิจที่ตึกแถวของคุณเอง คุณก็อาจจะปล่อยตึกแถวของคุณให้คนอื่นเช่าก็ได้ครับดังนั้นเพื่อการคำนวณกำไรอย่างละเอียดจึงควรใส่ค่าเช่าร้านเป็นต้นทุนด้วย (ถึงแม้ว่าคุณไม่ต้องจ่ายค่าเช่าก็ตาม)
หวังว่าบทความนี้จะช่วยผู้อ่านประเมินต้นทุนในการทำธุรกิจส่วนตัวได้ดีขึ้นครับ
ที่มา...www.ThaiSMEfriend.com