06/11/2025
📢ประชาสัมพันธ์ “กิจกรรมโดยผู้แทนเยาวชนของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และเพื่อนนักกิจกรรม”
🌿 Mittapheap x Santipheap: Youth Art Beyond Borders เวิร์กช็อป “มิตรภาพและสันติภาพ: ศิลปะเยาวชนไร้พรมแดน” มาแล้ว! 🎨 กิจกรรมที่เปิดพื้นที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ให้เยาวชนได้ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร “สันติภาพ ความเข้าใจ และความหลากหลาย”
ชวนเยาวชนที่สนใจในประเด็นสันติภาพ และอยากใช้พลังของศิลปะ มาแลกเปลี่ยนมุมมอง พูดคุย และสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันในบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง 🌈
📌 ภายในเวิร์กช็อปจะมีกิจกรรม:
- สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์
- ทำกิจกรรมศิลปะ Mixed Media Art เพื่อสื่อสารเรื่องสันติภาพ ความเข้าใจ และสิทธิมนุษยชน
🧡 เหมาะสำหรับเยาวชนอายุ 15 - 25 ปี
✨ สนใจในศิลปะและการสร้างวัฒนธรรมแห่งสันติ
✨ อยากพัฒนามุมมองใหม่และพบเพื่อนที่มีใจคล้ายกัน
พบกัน!!
🗓️ วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2568
⏰ เวลา 14.00 - 17.00 น.
📍 กรุงเทพฯ (จะแจ้งสถานที่ให้ทราบพร้อมยืนยันการเข้าร่วม)
💸 เข้าร่วมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถเบิกค่าเดินทางได้
☕ มีของว่างและเครื่องดื่มบริการ
🗣️ กิจกรรมจัดเป็นภาษาอังกฤษ (มีล่าม)
⏰ ปิดรับสมัครวันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2568 (เที่ยงคืน)
📩 ประกาศผลผู้ได้รับคัดเลือกทางอีเมลหรือโทรศัพท์ภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568
👉 สมัครเลย Mittapheap x Santipheap: Youth Art Beyond Borders - Fill out form
หรือสแกน QR Code จากโปสเตอร์
📍ลงทะเบียนที่นี่: https://bit.ly/4nHHEBI
link ใบสมัคร
https://forms.office.com/e/rrXkNhQShc
………………………………..
“Organized by the Youth Representative of Amnesty International Thailand and her youth activist friend” The “Youth Art Beyond Borders” Workshop is here! 🎨
A creative and safe space for Thai youth to use art as a tool for peace, understanding, and connection.
This workshop welcomes young people who are passionate about peace and creativity
to come together, exchange ideas, and express their visions through art in a friendly and inspiring environment. 🌿
🎨 What’s included:
• Dialogue and reflection sessions
• Hands-on Mixed Media Art Workshop to express messages of peace, empathy, and human rights
🧡 Open to youth aged 15–25
✨ Interested in art and peacebuilding
✨ Excited to connect, share, and learn with others
📅 Saturday, 15 November 2025
🕓 2:00 – 5:00 PM
📍 Bangkok (Exact location will be shared with confirmed participants)
💸 Free of charge! Travel reimbursement available
☕ Snacks and drinks provided
🗣️ The session will be conducted mainly in English
⏰ Application closes at midnight on Monday, 10 November 2025!
📩 Selected participants will be notified by 11 November 2025 via email or phone.
👉 Register via link: Mittapheap x Santipheap: Youth Art Beyond Borders – Fill out form
or scan QR code on the Poster For Tomorrow
Let’s create, connect & share through art! 🌈
📍Register here : https://bit.ly/4nHHEBI
link ใบสมัคร
https://forms.office.com/e/rrXkNhQShc
09/03/2025
#เรียนภาษาเขมร
คำถาม “หรือยัง” ภาษาเขมรพูดว่ายังไง
ภาษาเขมรใช้ในชีวิตประจําวัน
07/11/2024
UPDATE: นายกฯ แสดงท่าที 5 ประเทศ 200 ล้านคนในลุ่มน้ำโขง ต้องร่วมแก้ปัญหายาเสพติด, อาชญากรข้ามชาติ, ฝุ่น PM2.5, ภัยพิบัติ
วันนี้ (7 พฤศจิกายน) เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) ครั้งที่ 10 โดยมีผู้นำของ 4 ประเทศ คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นประธานการประชุม และนายกรัฐมนตรีจากราชอาณาจักรกัมพูชา, สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เข้าร่วมด้วย
นายกฯ ขอบคุณนายกฯ สปป.ลาว ที่จัดการประชุมในวันนี้ นับเป็นเวลาถึง 21 ปี นับตั้งแต่ปี 2003 ซึ่งขณะนั้นไทยริเริ่มและร่วมกันก่อตั้ง ACMECS ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพทางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ พื้นที่ยุทธศาสตร์เป็นสะพานเชื่อมระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก และบทบาทที่มีความสำคัญมากขึ้นในการส่งเสริมความเชื่อมโยงในอาเซียนและภูมิภาคต่างๆ พร้อมมองว่า ACMECS ในวันนี้เติบโตเปรียบเสมือนคนวัยหนุ่มสาวที่เปี่ยมไปด้วยความหวังและพลังที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์และพัฒนาอย่างยั่งยืน
นายกฯ กล่าวต่อไปว่า พัฒนาการของ ACMECS ในช่วงกว่า 4 ปีที่ผ่านมาภายใต้วิสัยทัศน์การเสริมสร้าง ACMECS ที่เชื่อมโยงกันแบบไร้รอยต่อ (Seamless Connectivity) ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางคมนาคมทั้งทางบก น้ำ และอากาศ ซึ่งไทยได้เชื่อมโยงเส้นทางต่างๆ เช่น การก่อสร้างถนนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายตะวันออก-ตะวันตก, เส้นทางตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ ตลอดจนส่งเสริมการทำงานร่วมกันในพื้นที่ท้องถิ่นผ่านระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง อินโดจีน เมาะลำไย
พร้อมทั้งสร้างการสอดประสานด้านเศรษฐกิจ เน้นการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการค้าชายแดน การปรับกฎระเบียบด้านการค้าและการลงทุนให้สอดคล้องกัน เช่น กฎระเบียบด้านการขนส่งข้ามพรมแดนภายใต้แผนงาน GMS และร่วมกันพัฒนาอนุภูมิภาคในมิติความยั่งยืนและนวัตกรรม โดยเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการยุคใหม่ ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาไทยให้ทุนการศึกษาและจัดการฝึกอบรมแก่บุคลากรในประเทศสมาชิกกว่า 100 ราย และจะต่อยอดโครงการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานในกัมพูชา, สปป.ลาว และเมียนมา เพื่อให้มั่นใจว่าอนุภูมิภาคของเราจะเติบโตโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
“ดิฉันภูมิใจอย่างยิ่งที่ไทยได้เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน ACMECS ในมิติอื่นๆ โดยเฉพาะการได้รับความไว้วางใจให้กรุงเทพฯ เป็นสำนักงานเลขาธิการชั่วคราว ACMECS ซึ่งเป็นกลไกกลางในการวางแผนยุทธศาสตร์ที่สำคัญและประสานงานทั้งภายในและภายนอกอนุภูมิภาค ซึ่งที่ผ่านมามีการส่งเสริมความเป็นปึกแผ่นและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับ ACMECS ผ่านการเปิดตัวตราสัญลักษณ์และเว็บไซต์ ACMECS และในที่ประชุมวันนี้ได้ต้อนรับประเทศนิวซีแลนด์ในฐานะหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาประเทศที่ 7 สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญและศักยภาพของความร่วมมือในกรอบ ACMECS”
นายกฯ กล่าวต่อไปว่า สมาชิกทั้ง 5 ประเทศเป็นเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและเกื้อกูลกัน มีผลประโยชน์และศักยภาพร่วมกันในด้านต่างๆ ขณะเดียวกันก็เผชิญกับความท้าทายร่วมกัน ทั้งอาชญากรรมข้ามพรมแดน มลพิษทางอากาศ และภัยธรรมชาติ อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การประชุมในวันนี้จึงควรร่วมกันพิจารณานำกรอบความร่วมมือ ACMECS มาใช้ในการช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด ซึ่งนายกฯ เสนอ 3 แนวทางเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ ภายใต้กรอบ ACMECS ดังนี้
1. ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการค้ายาเสพติดและอาชญากรรมทางไซเบอร์ ซึ่งตามรายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ในปี 2023 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยึดเมทแอมเฟตามีนมากถึง 170 ตัน และเคตามีน 22 ตัน ขณะเดียวกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ยังกลายเป็นภัยคุกคามสำคัญในอนุภูมิภาค
ที่ผ่านมามีการรายงานความเสียหายทางเศรษฐกิจในไทยระหว่างเดือนมีนาคม 2023 - มีนาคม 2024 มูลค่าสูงกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยจึงขอสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกใช้กลไกตามกรอบความร่วมมือต่างๆ เช่น ปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการสกัดกั้นการนำเข้าสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในการผลิตยาเสพติด การปราบปรามการผลิต การค้ายาเสพติด รวมถึงการเสริมสร้างพัฒนาความเข้มแข็งและยกระดับความร่วมมือในด้านต่างๆ และพร้อมที่จะเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดประชุมและพบปะกันอย่างสม่ำเสมอ
2. เรื่องมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ซึ่งช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงที่ปัญหามลพิษทางอากาศเริ่มกลับมารุนแรง ประชากรกว่า 200 ล้านคนในอนุภูมิภาค หรือ 650 ล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีค่ามลพิษทางอากาศสูงกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ทำให้อายุขัยเฉลี่ยของประชาชนลดลงประมาณ 1.5 ปี และเพิ่มจำนวนผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
ทั้งนี้ ไทยจึงมุ่งมั่นดำเนินความร่วมมือกับประเทศสมาชิก เพื่อลดจุดความร้อนตามแผนปฏิบัติการเชียงราย 2017 ซึ่งเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมาไทยร่วมกับ สปป.ลาว และเมียนมา จัดพิธีเปิดตัว ‘ยุทธศาสตร์ฟ้าใส’ เพื่อเป็นหนึ่งในต้นแบบความร่วมมือในการร่วมกันแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนในภูมิภาคให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการเชียงราย และเพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็นภูมิภาคอาเซียนที่ปลอดหมอกควันภายในปี 2030
3. เรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมามีประชาชนกว่า 5 ล้านคนในอนุภูมิภาคต้องเผชิญกับผลกระทบจากไต้ฝุ่นยางิ โดยมีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.66 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่สถิติ แต่เป็นชีวิต บ้านเรือน ทรัพย์สิน และเป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
นายกฯ ได้ใช้โอกาสนี้แสดงความเสียใจต่อความสูญเสียในกัมพูชา, สปป.ลาว, เมียนมา และเวียดนาม จากอุทกภัยในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา พร้อมเน้นย้ำถึงการบริหารจัดการน้ำในอนุภูมิภาค ซึ่งถือเป็นประเด็นเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้ โดยไทยเสนอเอกสารแนวคิดเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเป็นภาคผนวกเพิ่มเติมในแผนแม่บท ACMECS เพื่อเป็นแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับเจ้าหน้าที่ ACMECS ในโอกาสแรก เพื่อร่วมกำหนดท่าทีในการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ รวมทั้งใช้ประโยชน์จากทุกกรอบความร่วมมือในอนุภูมิภาคให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ทั้งนี้ ACMECS ควรเร่งรัดการจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนา ACMECS เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้อย่างเร่งด่วน และระดมทุนสำหรับพัฒนาโครงการต่างๆ ภายใต้แผนแม่บท ACMECS โดยไทยยืนยันคำมั่นที่จะสนับสนุนเงินให้แก่กองทุน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถหาข้อสรุปร่วมกันเกี่ยวกับกลไกการบริหารกองทุนได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2025 เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม พร้อมเชิญชวนให้ประเทศสมาชิกและประเทศหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา ตลอดจนประเทศที่มีศักยภาพ องค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงสถาบันการเงินต่างๆ ร่วมสมทบกองทุน เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืนต่อไป
ในการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันรับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุม 2 ฉบับ ได้แก่ 1. ร่างปฏิญญาเวียงจันทน์ (Vientiane Declaration) ของการประชุมผู้นำ ACMECS ครั้งที่ 10 และ 2. ร่างเอกสารแนวคิด (Concept Note) เรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เป็นภาคผนวกเพิ่มเติมในแผนแม่บท โดยไทยเป็นผู้เสนอ