Thai Performance Practice as Research

Thai Performance Practice as Research

แชร์

วิจัยการแสดง เมธีวิจัยสกว.Performance Research:Doing Creative Research in Contemporary Thai Performing Arts

Photos from คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย's post 10/06/2024
22/05/2024

ในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 69 พรรษาในวันที่ 2 เมษายน 2567 คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสมาคมนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์ฯ จัดการแสดงละครเวทีเฉลิมพระเกียรติเรื่อง "แต่บแตบตะแล้บแตบแตบ" จากพระราชนิพนธ์นิทาน ระหว่างวันที่ 5 - 8 มิถุนายน 2567 ณ ศูนย์ศิลปการละครสดใส พันธุมโกมล ชั้น 6 อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์

ในการนี้ คณะอักษรศาสตร์ ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตเชิญพระราชนิพนธ์นิทาน 7 เรื่อง คือ เพลงดูควาย นิทานเรื่องเกาะ หลวงจีนสามรูป ศิลปินวาดไก่ ตาดีมือแป นิทานทาจิกีสถานเรื่อง นกคาฮา และนักดนตรีเถื่อน มาจัดแสดง โดยมีศาสตราจารย์พรรัตน์ ดำรุง เป็นผู้สร้างบทและกำกับการแสดง อาจารย์สินนภา สารสาส ประพันธ์และกำกับดนตรี บุญพงษ์ พานิช ร่วมสร้างสรรค์และกำกับการแสดง เสงี่ยม เลิศจิรราตง ร่วมประพันธ์ดนตรีและควบคุมวง และภาควิชาศิลปการละครเป็นผู้ผลิต

"แต่บแตบตะแล้บแตบแตบ" จัดแสดงทั้งสิ้น 4 วัน วันละ 2 รอบ
5-8 มิ.ย. 10.00 น. และ 14.00 น.

เปิดให้ชมฟรี ผู้สนใจกรุณาสำรองที่นั่งได้ที่ https://www.ticketmelon.com/dramaartschula/tabtab2024
หรือ Line OA:
ตั้งแต่ 27 พฤษภาคม 2567 เวลา 12.00 น.
*ขอสงวนสิทธิ์การสำรองที่นั่ง : ท่านละไม่เกิน 2 ที่นั่ง

พิเศษสำหรับศิษย์อักษรฯ :
สามารถจองที่นั่งชมในรอบครอบครัว (วันเสาร์ที่ 8 มิ.ย. ทั้งสองรอบ) ได้ไม่เกินท่านละ 4 ที่ โดยแจ้งความจำนงกับตัวแทนของ สนอจ. ตั้งแต่ 16 พ.ค. - 25 พ.ค.)

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม:
FB: Drama Arts Chula
[email protected]
Line OA:
โทรฯ 02-218-4802, 02-218-4804, 02-218-1709 ในวันและเวลาราชการ
#ศิลปการละคร

Photos from Thai Performance Practice as Research's post 22/04/2024

เป็นแฟนขวับ​ โขนมูลนิธิคึกฤทธิ์​ 80​ นะ

แม้จะเยิฟฟ​พี่ทศกัณฐ์​ ตามแบบคุณพี่​ๆ คุณน้าๆ​ แม่ยกรุ่นใหญ่ที่ปรบมือเกรียวกราว​ ตอน​ ท่านทศกัณฐ์​ คุณวิรัช​ เธอออกมา​ เธอสง่างาม​ องอาจ​ ประทับใจจริงจัง
รู้สึกได้ถึงพลังแม่ยกที่มีความสุข​ มันแผ่ความปลื้มไปทั้งหอประชุม

Up close และ​ personal มากๆๆๆๆ สำหรับฉัน​ ที่ได้นั่งแถว​ เอ​ ที่หอประชุมของมูลนิธิฯ

เชียร์ทุกการแสดง​ เพราะมาเอาใจช่วยหลานๆ​ จริงแล้ว​ ชอบการแสดงที่​เห็น​ บุคคลิก​ลีลาของบุคคล​ หลานๆ ​รำไม่เป๊ะ​ แต่มันน่ารัก​
มีรอยยิ้มพิมพ์ใจต่างฉบับ​ และหลายคนมีลีลา​ ลักคอ​ กดตัวที่มีจังหวะ​แต่ไม่ตรงแบบ​ 100 % นัก

ผู้ชมอื่นๆ​ อาจไม่ถูกใจนะ​
แต่ฉันชอบมาก​

เราเห็นตัวตน​ คนรักรำ​ เราเห็นการสร้างสรรค์ ต้องขอบพระคุณคุณครู​ ที่ให้หลานๆ​ ได้รำ​ มีที่ทางให้ผู้ชมได้เห็นทุกคน​ เด็กๆ แต่งตัวสวย​
และ​ได้แสดงงานใหญ่มากด้วยกัน​ มันสวย​ มันร่าเริง​ และ​มีชีวิตชีวา

เนื่องจาก​ ตัวเอง​ เป็นคนไม่เป๊ะ​ ได้่เห็นลีลา​ แบบฉบับเฉพาะตัว​บ้างในการแสดง​แบบขนบ มันก็น่ารักไปอีกแบบนึง​
สำหรับโขนยกรบ​ ฉันรอแบบจดจ่อ​นะ เพราะ​โขนบ้านนี้​ ลิง​ยักษ์​มีทุกเพศ​ทุกวัยหลาย​ขนาด​ ขอให้มา​ มีใจพร้อม​ กาย​ ยังไม่พร้อมนัก​ งงบ้างก็โอเค​
คิดว่า​จับปูใส่กระด้ง​ มันคือ​สิ่งนี้​ ปรบมือให้ครูๆทุกท่านค่ะ
ย่าอุ๋ยเทหมดใจให้ คุณลิงเล็ก​ เป็นกำลังใจ​ให้​ เพราะ​มองก็ไม่ค่อยจะเห็น​ กะระยะก็ไม่ค่อยถูก​ มากันสิบกว่าลิง มีหางแถวตกเวที​อยู่​สองลิง​ ที่นั่งไม่พอ

ขอบคุณคุณครู​ ที่ฝึกน้องเขนลิงเหล่านี้ให้เป็นลิงขยัน​มาก​ เป็นลูกลิงสมศักดิ์ศรี​ ขยัน​จับแมลง​ ชวนกันพูดคุย​ สรวลเส เม้าท์​มอยรุ่นพี่เสนา​ ร่าเริง​ มีจังหวะ​ น่าเอ็นดู
ใครจะรำ​ จะร้อง​ น้องลิงก็อิน​ อยู่ในโมเม้นท์​ ลิง​มากๆ แต่ฟังจังวะ​ และคิวเป๊ะ​ ต้องลุกต้องเดิน​ ทำได้ไม่ผิดเลย

รักมากก
ฝ่ายเสนายักษ์​ เต้นไป​ มีลุ้นไป​ หลายคน​มีขาสั่น​ จังหวะยังไม่มั่นคง​ แต่​ก็ไม่มีหย่อน​ นะคิดว่าหลานกัดฟัน​ เคลื่อนไปกับขบวน​ และเคลื่อนไปกับจังหวะ​ เก่งมากกกก

ต้องขอโทษ​ พระราม​ พระลักษมณ์ และทศกัณฐ์​พี่​ขวัญ​ของน้องๆ​ ย่าก็ดูนะ​ เชียร์อยู่​​ ต่แบ่งใจมาฝ่ายลิงน้อยๆ​ และเสนาทั้งสองฝ่าย​ กลัวผิดคิว​ เพราะตัวจิ๋วกันมาก
มาดูโขน​ มาเชียร์​ เด็กๆ​ ที่ฝึกโขน​

กราบขอบพระคุณครูๆ ผู้ฝึกสอน​ มีเมตตา​ และประคับประคองให้เด็กๆ​ ได้แสดง​ ได้ทำหน้าที่​ ได้อวดฝีมือ​ และได้ทำงานกับเพื่อนๆ​ พี่ๆ น้องๆ​
โขนรอบที่ชม​ เลิกแล้ว​ เด็กๆ ยังต้องแสดงอีก​สองรอบ

การแสดงของผู้เรียน​ ไม่ได้เพอร์เฟ็ค​ แต่ทุกคนรักสิ่งที่ทำรักในการแสดง มีข้อผิดพลาดทุกคนสู้นะ
มีลุ้น​ เห็นความกังวล​ ความเครียด​ แต่ก็เห็นรอยยิ้ม​ด้วย​ เห็นความภูมิ​ใจ​ เห็นความรัก​ระหว่างกัน​

ต้องบอกว่า​มันงดงาม​ เป็นทีมเวิร์คที่มหัศจรรย์
ครูทุกท่านเข้าใจเด็กๆ​ ให้ที่​ ให้ทาง​ ให้โอกาส​ และให้ศิลปะ​ เพื่อเขาได้พัฒนา​ และทดลอง​แสดง
ฉ่ำมาก​ เพราะเห็นว่าทุกคนมีใจ​เดียวกันและทำดีที่สุด​ มีวินัย​ และรับผิดชอบ​

ทุกคนเก่งมากกกกก
ขอบคุณที่สุด​ เยิฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

ครูอุ๋ย

เครดิตภาพ สถาบันคึกฤทธิ์, Biggyphoto, Chukiate Lertpenmayta

18/04/2024

ขอบคุณศูนย์สื่อศิลปวัฒนธรรม ไทยพีบีเอสมากค่ะ

17/04/2024

ปิดการฝึกอบรม-"เล่าเรื่องเป็น เล่นละครได้" มีวงเล็บว่า (Advanced) ไปแล้ว

ขอขอบคุณผู้เข้ามามีส่วนร่วมในการฝึกอบรมทุกท่าน ต้องขอโทษถ้าไม่ได้สื่อสารพูดคุยด้วย เพราะเห็นว่าหมกมุนกับกิจกรรมที่จัดไว้ และจำชื่อได้ไม่ครบ เพราะ เป็นแม่ยกเชียร์อยู่ขอบสนาม

ที่ต้องขอบคุณมากๆ คงได้แก่ ศ.ดร. สมปอง คล้ายหนองสรวง ท่านผอ.ของ บพค.หน่วยบริหารจัดการทุนและการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาฯ ที่ตั้งเป้าหมายที่การพัฒนา กำลังคนรุ่นใหม่ทางศิลปะการแสดง เพื่อให้ตอบโจทย์ในเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์

โครงการนี้ จึงเป็นโครงการวิจัยที่ พัฒนา กำลังคนที่ทำงานศิลปะ-งานสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการทางการละคร และภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมสมัย เราสัญญากับบพค.ไว้ว่าจะพัฒนากำลังคน 100 คน ใน 4 ภูมิภาคใน 1 ปี จุดตั้งต้นเป็นอย่างนั้น

นักวิจัยเชื่อว่า คนเขียนบทต้องรู้จัก การแสดงและกระบวนการทำงานกำกับการแสดง จะทำให้ เรื่องที่เขียน สาระที่สื่อสารเข้มข้น และไม่ใช่แค่การบอกเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น ตาม Plotมาตรฐาน คนเขียนบทควรรู้จักตัวละคร-ที่ชัดเจน และความขัดแย้งในใจของเขา

โครงการวิจัยทางศิลปะ( Artistic Research) เป็นงานวิจัยที่เน้นการลงมือปฏิบัติ สืบค้นด้วยกระบวนการฝึกอบรม เรามีนวัตกรทางการละครต้นแบบ 8 คน ทำการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่ออกแบบไว้เป็นเวลา 6 วันแบบเข้มๆ สลับสับเปลี่ยน จาก เขียนบท-การแสดง -กำกับการแสดง และการโค้ชหน้างาน ในสองวันสุดท้าย

แม้จะมี Structure ที่เป็นกิจกรรม-และสถานการณ์ต่างๆให้ปฏิบัติ
แต่เราตั้งต้นที่ให้ผู้เข้าอบรมกลับมาที่พื้นฐาน คือตัวเอง-ความรู้สึกนึกคิดของตนอีกครั้งและอีกหลายๆครั้ง เพื่อสื่อสาร เล่นเกมละคร ฝึกฝน-พื้นฐานง่ายๆ ตา-ดู-หูฟัง-สติอยู่ รับรู้ เรียนรู้ โต้ตอบ ณ ขณะนั้น ( at the moment) เล่น-หัวเราะ แต่มี Focus และจุดมุงหมาย สื่อสาร และแสดงออก และไว้เนื้อเชื่อใจ พบที่ทางที่ปลอดภัย มีเพื่อนใหม่ และพัฒนา Trust
วันแรกกับคน 40 คนต่างอายุ และภูมิรู้ทางการแสดง ก็คือการกลับมาพิจารณาตน "ตัวของเราที่ยังมีชีวิต" ร่างกาย ลมหายใจเข้าและออก การอยู่กับตนเอง อยู่อย่างมีสติ รู้ตัว ทั่วพร้อม---อันนี้ เป็นการ Re-skill เพราะเราใช้งานตัวเราจนเป็นอัตโนมัติ เป็น AI แบบเบ็ดเสร็จ

แม้ ภูมิรู้ด้านการละคร/การแสดง จะต่างกัน แต่ เราทำงานด้วยพื้นฐานว่า เราทุกคนล้วนมีดี มีเรื่องเล่า มีประสบการณ์ชีวิต --

ทุกวัน เรามีหลายบทบาทต้องแสดง ต้องปรับเปลี่ยนเกือบทุกชั่วโมง
เราล้วนมีประสบการณ์ และถ้าเราเชื่อมต่อความเข้าใจของเรา กับตัวละครได้ การแสดงก็ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องหวั่นใจมากนัก

กิจกรรมที่เตรียมไว้ ให้ผู้เข้าฝึกอบรม ปฏิบัติ ก็คือกลับไปที่ตัวเรา ภูมิรู้ประสบการณ์ และการแสดงทัศนะ ส่งเสียง Voice out เสียงพูด ที่เป็นการแสดงความคิดเห็น เสียงลมหายใจ เสียงหัวเราะ การฟัง ความเงียบ และการสื่อสารระหว่างกัน ด้วยหลายๆเทคนิค

Reflection ของนวัตกร ระหว่างการทำกิจกรรม การสะท้อนคิดระหว่างกัน ระหว่างกลุ่ม การระดมสมอง ---การสืบค้นข้อมูล เรื่องเมาท์ของสังคม เรื่องราวที่เลือกมานำเสนอ ----

แต่เสนอในมุมมองที่แตกต่าง ลึกซึ้งกว่า โต้เถียงกันอย่างหัวชนฝา แต่บทก็ไม่ออก แล้วเราจะเริ่มต้นอย่างไร
หัวจะปวด​ 555555

น่าสนใจมากที่กลุ่มแต่ละกลุ่ม วนเวียนอยู่กับเรื่องราวในกระแส เรื่อง S*X เรื่อง LGBTQ เรืองแรงปราถนาที่ไม่สิ้นสุด
เวลาสั้นๆ แม้ระดมสมอง ก็แก้ปัญหายากๆไม่ตก

ปรบมือรัวๆ ที่ทุกกลุ่มหันมาสนใจเรื่องความเป็นปุถุชน ความรู้สึกในใจคน Passion ของตัวละคร และใช้เป็นทุ่นเกาะ ดีใจที่การทำงานจากประเด็น มีการฟังกัน หรือ การไม่อยากฟังเหตผลซ้ำๆ ความรัก ความอยากกระหาย แรงปราถนา และความโดดเดี่ยว

ละครสนุกมาก ความหลากลาย ของภูมิรู้ ตาของนักออกแบบ ทำให้ละครมีการแสดงที่สื่อสารผ่าน มายาของแสง และ ตำแน่งแห่งที่ของตัวละคร
ละครสามเรื่อง ที่เป็น Work in Progress จึงพัฒนาขึ้น จาก กระบวนการทำงานเชิง Devise เกิดประเด็นร่วมสร้าง ร่วมสนใจ แสดงความคิดเห็น และทัศนะ เพื่อหา แนวทางในการเล่า ถกเถียงกันหลายชั่วโมง กว่าสาระที่ต้องการสื่อกับผู้ชมจะคม และจริงใจ

โครงการนี้ ใช้กระบวนการละคร และ เวลาในการทำให้เกิด ที่ทางที่ปลอดภัย ความไว้เนื้อเชื่อใจ และทัศนะที่หลากหลาย ให้กำลังใจกันในการสร้างทีม-และเครือข่ายคนกล้าคิดต่าง กล้าลองปฏิบัติ และเลือกที่ได้สาระที่สุด

สำหรับทีมกรุงเทพฯ เราได้ละคร ชุด Short of Breath มีละครสามเรื่องสั้นๆ กระบองนี้เพื่อเธอ สบงทรงชมพู และอาย

เรื่องราวมีการใช้คำหยาบคาย​นะหว่างการสร้างงาน มีฉากหวือหวา วาบหวิว มีประเด็น ที่เกี่ยวข้อง กับศาสนา ศรัทธา LGBTQ ศิลธรรมและบรรทัดฐานแบบเก่า และจริยธรรมใหม่ในการใช้ชีวิตคู่ ละครไม่ได้มีการจบตามแบบฉบับ แต่ตั้งคำถามให้ขบคิด

ขอบคุณ ผู้ชมรับเชิญล้วนคนรักกัน และเป็นแรงหนุนสำคัญของงานศิลปะการแสดง ได้แก่ พี่ตั้ว ประดิษฐ ประสาททอง ศิลปินแห่งชาติสาขาการแสดงร่วมสมัย ศิลปินศิลปาธร พี่นิกร แซ่ตั้ง พี่จุ๋ม สุมณฑา สวนผลรัตน์ ครูดูก นพีสี เรเยส ครูโอ๋ ภัทรา โต๊ะบุรินทร์ และพี่กุ้ง รสิตา แม่ยกของฉัน ครูคิง และครูโอปอ ที่มาเชียร์กัน ขอบคุณพีหยา จรรยา ธนาสว่างกุล และคุณจิระ หนุ่ม ที่มาทำให้การพูดคุยร่าเริงๆ

ขอบคุณคุณแหม่มและศูนย์ข่าวศิลปะวัฒนธรรมที่สนใจโครงการวิจัยของเรา
เยิฟฟฟฟฟฟฟฟฟผู้เข้าอบรมทุกท่าน แม่ยกเครียดแทน กินอาหาร และเบรคจนแก้มยุ้ยกว่าเดิม แต่งานสนุกมาก เกินความคาดหมาย ปลื้มใจจริงๆ
คนไหนไม่คุยด้วยก็อย่าเสียใจนะ แสดงว่า ดูดีมีความสุขแล้ว​ ถ้าคุยกับใครแปลว่า แอบสืบสวนสอบสวนบ้าง​ อยากรู้ว่า​ เป็นใครมาจากไหนนะ​ และมาทำไม​ 5555555

ลุ้นๆๆๆๆ พบกันอีกครั้งเดือน มิถุนายน 2567​ อันนี้​ ปิดร้านจริงจัง เยิฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

Photos from Thai Performance Practice as Research's post 08/04/2024

ภาพบรรยายการฝึกอบรม "เล่าเรื่องเป็น เล่นละครได้"
งานวิจัยปฏิบัติการ ได้ทุนสนับสนุนจาก บพค หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน กระทรวง อว.

เป้าหมายหลักที่ออกแบบไว้คือ ใช้กระบวนการละคร เพื่อสร้าง นวัตกรทางการละครรุ่นใหม่ ให้สามารถใช้ กระบวนการละคร "สร้าง"เรื่องราวที่มีพลัง -สนุก-แตกต่าง สื่อสารเรื่องดีงาม-สุ้มเสียงของผู้คนรอบตัวเรา-สร้างการรับรู้ ความเข้าใจระหว่างกันสำหรับผู้ชมร่วมสมัย เยิฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

04/04/2024

ขออนุญาตแจ้งกัลยาณมิตร​ค่ะ​
โครงการ​ เล่าเรื่องเป็น​ เล่นละครได้​ ที่ครูอุ๋ย​โพสต์​และทำเป็นปก ของเฟสครู​นั้น​ ทางเพจของภาควิชา​ศิลปการละครได้โพสต์​ และเปิดให้ลงทะเบียนมาสักพักแล้วค่ะ​ (แต่ครูยุ่งทำโน่นนี่​เยอะไป)

เอามาโพสต์​ เพื่อประชาสัมพันธ์ค่ะ
เพจของภาคฯได้คนลงทะเบียน​แล้ว
จำได้ว่าประมาณ 60​ คน​
กำลังสอบทวน​กันว่า​ ผู้ลงทะเบียนมานั้น​ มึประสบการณ์อะไรบ้าง​ อายุเข้าเกณฑ์ที่เรากำหนดไหม​ (18ปีขึ้นไป)​ และ​อยู่ร่วมกระบวนการได้​ทั้ง​ 6 วันหรือเปล่า​

ทั้งนี้เพราะ​เราเน้น​ เรือง​การทำงานร่วมกัน​ แบบ​กระบวนการทำละคร​ ฝึกฝน ประสบการณ์​ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ร่วมทีม​ ฝึกการสื่อสาร​ แสดงทัศนะ​(อีกครั้ง)​ การสร้างเป้าหมายร่วมกัน​ และ​ความยืดหยุ่น​ ปรับทาง​เล่า​ และทางเล่น​ ได้เจรจา​ต่อรองทางความคิด ปะทะ​ ย้อนแย้ง​ วิพากษ์​วิจารณ์กัน
เพื่อฝึกปฏิบัติ​ สร้างสรรค์ผลงานให้มีความชัดเจน
กระบวนการฝึกอบรม​ให้ความสำคัญกับ​ภูมิรู้ของผู้เข้าฝึกอบรม​ และการทำงานแบบ​ collective เป็นพื้นที่เรียนรู้จากแบบฝึกหัด​ และลงมือปฏิบัติ​ เป็นที่ทาง​ให้กลับมารื้อฟื้น​ เพิ่ม​เติม และ​ได้ร่วมคิด​ไดร่วมกันทำงานในวิถีสร้างสรรค์ใหม่ๆ รับฟัง​ สะท้อนคิด​ แลกเปลี่ยนทัศนะ ปรับเปลี่ยน​ และได้แสดงออก​
มี​ showcase.ผลงาน​สั้นๆในวันสุดท้าย

เราจึงเช็ค​เรื่อง​ การอยู่ร่วมกระบวนการตั้งแต่ต้น​จนจบ​ นะคะ

ขอบคุณทุกท่านที่สนใจ​ สอบถาม​ และพยายามลงทะเบียนค่ะ​
ครูอุ๋ย​ ชี้แจง​ และขออภัยนะคะเยิฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

02/04/2024
31/03/2024

**ปิดรับสมัครแล้วค่ะ**

ขอเชิญผู้สนใจเข้าอบรมปฏิบัติการ การแสดง การเขียนบท และการกำกับ สำหรับนวัตกรการละคร
Creative Innovators Workshop (Advanced)
เล่าเรื่องเป็น เล่นละครได้ (ระดับ Advanced)

ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 9 และศูนย์ศิลปการละครสดใสพันธุมโกมล ชั้น 6
อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ระหว่างวันที่ 6-11 เมษายน 2567
เวลา 09.00-18.00 น.

+ ฝึกฝนทักษะ "การละคร" เต็มรูปแบบ Storytelling-Acting-Directing รวมถึงการได้ทดลองทำจริง-เข้าใจ-แก้ปัญหาได้
+ สร้าง "นวัตกรการละคร" ที่สามารถประยุกต์ความรู้ด้านการละครสู่ศิลปะแขนงอื่นๆ
+ การพัฒนา 4C ในศตวรรษที่ 21 ด้วยศิลปะการละคร
- Confidence ความกล้าแสดงออก
- Creative ความคิดสร้างสรรค์
- Collaborative การทำงานร่วมกัน
- Critical Thinking การคิดเชิงวิพากษ์
+ เชื่อมต่อกับผู้คนในการอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ Creative Economy ด้วยทักษะการเล่าเรื่อง ทำงานสร้างสรรค์ในแนวคิดที่มีความร่วมสมัย เล่าเรื่องที่มีเนื้อหา content จากศิลปะวัฒนธรรมผ่านกลวิธีทางการละคร

**ไม่มีค่าสมัคร มีเกียรติบัติรับรองหลังอบรม***

**ลงทะเบียนผ่าน QR Code อยู่ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์**

Photos from Thai Performance Practice as Research's post 31/03/2024

ก่อนจะเปลี่ยนไปสู่เดือนแห่งการเฉลิมฉลองสงกรานต์

วันนี้ขอย้อนกลับไปวันที่ 28 มีนาคม2567 ที่เวทีสาธารณะการเสวนาแลกเปลี่ยนกันระหว่าง ภาครัฐ ภาคคนปฏิบัติงานที่เรียกว่าคณะอนุกรรมการ Soft Power และภาคประชาชนโดยมีศูนย์สื่อศิลปะวัฒนธรรมและเครือข่่ายของ Thai PBS เปิดที่ทางในการถก-เถียง แลกเปลี่ยนทัศนะกันในวงเสวนา สร้างพายุหมุน Soft Powerไทย ให้ไปสู่สากล ขอบคุณไทยพีบีเอสนะ

เวลา 3 ชั่วโมง มันมีความดีนะ ชัดเจนขึ้นว่าตัวเองอยู่ตรงไหน ยังได้เก็บข้อมูล จาการฟังภาครัฐ -นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี คณะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เธอมาชี้แจง แถลงหลายสิ่งให้ได้ฟังกัน และเกิดความเข้าใจชัดขึ้น

เก็บตกจาก การขึ้นเวทีในวันนั้น
ดีใจที่ได้ฟังคุณชายอดัม คุณชูเกียรติ ดูว่าทีมนี้จะได้รับการเชื่อมต่อจากภาครัฐ ได้ไปเทศกาลและเข้าถึงทุน รัฐได้รับฟังปัญหาเรื่องภาษีหลากรูปแบบที่ไม่เอื้ออำนวยต่อผู้ทำงานสร้างสรรค์ และจะปรับเปลี่ยนแก้ไขให้ทำงานได้

แต่เมื่อพูดกันถึง Pain point ในอุตสาหกรรมภาพยนต์และซีรีย์ เธอๆ พูดถึงระบบที่เปลี่ยนแปลง และทำให้ภูมิรู้ ทักษะการทำงานด้านเทคโนโลยี ก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เท่าทันโลก ตลาดภาพยนต์ และซีรีย์ต่างๆ เกิดผู้ชมที่สนใจการสื่อสาร ด้วยภาพ ด้วยเรื่องราวที่แตกต่าง แยกแยะ วิพากษ์ หลากหลายมากขึ้น ตลาด และที่ทางในการทำงานไม่เหมือนเดิม จุด-เจ็บปวดรวดร้าว ก็มีเรื่องแรงงานทั้งผู้สร้างสรรค์ และทีมงาน ก็ต้องทำความเข้าใจ ปรับวิถีกันด้านเวลาที่ใช้ ต้อง Re-skill ทักษะในอุตสาหกรรมแบบใหม่เพื่อการส่งออก และที่สำคัญพูดกันว่าแม้จะบุกตลาดละคร "วาย" กันมาสักพัก แต่ก็ขาด "Story" ที่แตกต่าง เรื่องที่นำเสนอก็ซ้ำๆ บางทีก็ออกเกินเลยกันไปมากแทบนำเสนอไม่ได้ (อุ๊บบบส์)

คุณวิเชียร แก้วไพศาล คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านดนตรีเล่าถึง Pain point ในระบบการศึกษา ศิลปะ ดนตรี ที่ขาดแคลน คุณครู เครื่องมือ และที่ทางให้มีการฝึกฝนต่อเนื่อง เยาวชนที่สนใจด้านนี้ ขาดเส้นทางการพัฒนาตน วิชาศิลปะ ทุกสิ่งเรียนกันในห้องเรียนและครูคนเดียวนั้น สอนทุกเรื่อง วาดรูป ขับร้อง ฟ้อนรำ และดนตรี ใช้กระดานดำเป็นตัวสื่อสาร

ฉันกับพี่นา คุณลักขณา คุณาวิชยานนท์ จากทีมอนุกรรมการการขับเคลื่อนด้านศิลปะและศิลปะการแสดง และคุณคำหอม ศรีนอก คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนด้านหนังสือ เขาใส่ห่อเราไว้ใน ฐานะ "ต้นน้ำ-กลางน้ำ" ที่ยังไม่ได้ไปสู่ระบบอุตสาหกรรมส่งออกไปสู่ตลาดโลก ในใจมีค้าน เพราะเราก็ส่งออกนี่นา แต่ก็ไปกันเดี่ยวๆ แบบของเรา

ฉันรวบสิ่งที่เตรียมมา เพราะคิดว่า จุด-เจ็บปวด PP ของพวกเรานั้นคล้ายคลึงกัน แต่ไม่ได้พูดเรื่องต้นน้ำ แต่พูดถึงระบบนิเวศ ทางศิลปะ-วัฒนธรรมของเรา ว่ามันไม่เชื่อมต่อ ไม่ให้ความสำคัญ หรือมองเห็นคุณค่าของ ศิลปะ การแสดงที่อยู่ในเนื้อ ในตัว ในจิตวิญญาณของผู้คนในบ้านเราว่ามันคือ"ศิลปะ" และเป็น"หัวใจ" เป็นภูมิรู้สำคัญของบ้านเมืองเรา

โชคดีที่บ้านเรา รุ่มรวยสิ่งนี้ มีความหลากหลาย และผู้คนก็ยังถือปฎิบัติอยู่

ระบบนิเวศทางศิลปะของเรา ขาดการเชื่อมต่อกันระหว่างเก่ากับใหม่ เมืองกับชนบท ระหว่างศิลปินคนมีภูมิรู้ ภูมิปัญญามีความเชี่ยวชาญในแบบดั้งเดิม กับ คนสร้างสรรค์ที่มีภูมิรู้ทักษะในระบบใหม่ที่มีแนวคิดที่เป็นสากล

เราล้วนต่างคน ​ต่างอยู่กัน
มีพื้นที่-มีผู้ชม-มีมาร์เก็ตกันคนละส่วน
เรามองไม่เห็นกัน ไม่อยากจะรู้จักกันด้วยซ้ำ
เราไม่เก็บเกี่ยว แลกเปลี่ยนเรียนรู้
เราไม่มีตัวอย่าง ขาดที่ทาง สนาม เวที และไม่มีทุนรอน
ขาดการสนับสนุนในระบบศึกษาให้เกิดพื้นที่ที่จะเชื่อมต่อกันและกัน เราจึงยังไม่กล้าลองสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดการเคลื่อนที่่ งานศิลปะของเราจึงเป็นศิลปะเพื่อความสวยงาม และยังยึดตามที่ครูท่านเคยวาง เคยสร้างมาแล้ว ไม่กล้าขยับให้แตกต่าง อย่างลึกซึ้ง

การวิเคราะห์ รื้อ/เพื่อหาสาระที่ซ่อนอยู่มานำเสนอใหม่ เป็นการวิพากษ์ วิจารณ์ สื่อสารการตีความจากเรื่องราวในงานเดิมๆ ที่ซ่อนอยู่ หรือเรื่องราวที่เป็น จุดปวดร้าวในสังคม จึงไม่มีคนเล่า​ เกิดยาก เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เราปลูกฝังกันมา ระบบนิเวศทางศิลปะในวันนี้จึงควรต้องเปิดออกไปนอกโรงเรียน ออกไปสู่ชุมชน ศิลปะที่ดีงาม อาจจะอยู่ที่บ้านครู ศิลปิน เหมือนในอดีตที่บ้านครู วัด ย่านเก่าแก่​เป็นพื้นที่สร้างงาน มีเรื่องราว​ เป็นชุมชนที่มีทักษะพิเศษ เป็น"ที่ทางให้เยาวชนได้มา อยู่ เรียนรู้ แลกเปลี่ยนฝีมือกัน เป็นสนาม ที่ทางเวทีทดลอง ผิด​-ถูกลองทำดูและมีพี่เลี้้ยง มีครูช่วยบ่มเพาะ ประคับประคอง

นอกจากชุมชนแล้ว ศิลปะอาจยังอยู่ในเมืองที่ว้าวุ่น ในย่านเก่าและใหม่ย่านที่จะเปลี่ยนแปลง มีแต่คนแปลกหน้ามาเดินกัน คนรุ่นใหม่ นำความรู้ ทักษะใหม่ไปคุย ไปทำงานกับคนในย่าน เชื่อมกันให้มีส่วนรับรู้ร่วมกันถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึง เราควรสร้างการรับรู้​ และสร้างย่านที่มีชีวิตร่วมกัน​

ศิลปินสร้างงานที่มีสุ้มเสียงของผู้คน ย่านสมัยใหม่มีที่ทางที่ให้​งานสร้างสรรค์เกิดเวทีศิลปะการแสดงที่​แตกต่าง พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด ย่านท่องเที่ยว ย่านของผู้คนในอดีตที่เชื่อมต่อปัจจุบัน​ได้ สืบทอดตั้งรกรากกันเนิ่นนาน เครือข่ายของศิลปะ-เกื้อหนุนให้ย่านกลับฟื้นมีชีวิต มองหาความแข็งแกร่ง เรื่องราวของผู้คน และทำงานสร้างสรรค์ให้เกิดการเคลื่อนกระเพื่อม​ เศรษฐกิจ

"พื้นที่" เช่นนี้ต้องมีปรากฏในระบบนิเวศทางวัฒนธรรม เรามีอยู่แล้วนะ​ ทั้งคน​และที่ทาง​ แต่ก็เติบโตในแบบออร์แกนิค หรือฉันจะเรียกว่า แบบแกนแกร็น คือทำเอง อดทน และทำไป แล้วก็ยังทำอยู่

จุดประสงค์ที่ชักนำมาทางนี้ก็เพื่อนำไปสู่สภาศิลปะ ที่ได้คุยกันไว้กับ พี่นา ซึ่งพี่นา ก็ได้พูดคุย และนำเสนอในวงเสวนา
แต่ศิลปะการแสดงเองก็อยากสื่อสารเรื่อง "กองทุนศฺิลปะการแสดง" ซึ่งน่าจะมีอยู่เมื่อจัดตั้งอยู่ในสภาศิลปะ ภายใต้ THACCA หรือ Thailand Creative Culture Agency ในปี 2568
แต่กองทุนศิลปะการแสดงฯ เริ่มต้นได้เลยวันนี้ เพื่อให้ทุนที่ให้ศิลปินไม่เป็นทุนระยะสั้น เป็นเบี้ยหัวแตก แต่เป็นทุนที่ช่วยในการพัฒนาระบบให้เคลื่อนที่ทำงานได้สร้างตัวอย่างให้เห็นว่า เรานั้นมีคนดี คนเก่ง เราทำได้ มีทักษะ มีศิลปะ และมีรสนิยม มีความเป็นตัวของเรา ที่ชัดเจนและไม่ได้ตามใคร

กองทุนนี้ควรเริ่มต้นที่ Mobility Fund ที่ศิลปินได้ใช้ในการเดินทางของศิลปินในการเชื่อมต่อระหว่างกัน ศิลปินไทยใช้ไปนำเสนอการแสดงไทย-ในต่างประเทศ หรือสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน

ทุนในการ Research และทุนพัฒนาสิ่งที่เราขาดพร่องเช่น ความรู้เรื่องการจัดการศิลปะ คนเล่าเรื่องเป็น การแสดงในแบบสากล เรื่องและธีมที่ชาวโลกสนใจและให้ความสำคัญ ทุนเพื่อการพัฒนาผู้ชม และนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ๆ

สุดท้าย มีทุนอุดหนุนให้กับ ศิลปิน ผู้ทำงานสร้างสรรค์ทดลองในเงื่อนไขใหม่ กับคนที่แตกต่าง งานข้ามวัฒนธรรม ข้ามศาสตร์ เพื่อให้เกิดผลงานใหม่ๆ รวมถึงเงินสนับสนุนเทศกาลสำคัญๆ ที่มีอยู่แล้วในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็น BTF เทศกาลละครกรุงเทพฯ เทศกาลสามแพร่ง ที่ล้วนเกิดขึ้นและมีอยู่เป็นต้นแบบ และที่ทางของการสร้างคน ปล่อยของ นำเสนอผลงานของศิลปินทั้งใหม่และเก่า เทศกาลของ BIPAM และเทศกาลละครเด็ก BICFEST ที่เลือกไปนำเสนอในส่วนภูมิภาค ฯลฯ

ทั้งหมดนี้ยังรวมถึง การสนับสนุนที่ภาครัฐ จะช่วยให้กองทุนด้านศิลปะการแสดงฯ สามารถระดมทุน และผู้บริจาคสามารถลดหย่อนภาษี เพื่อให้กองทุนเติบโต และสามารถทำงานได้อย่างยั่งยืน

กรรมการยุทธศาสตร์ฯ และคณะอนุกรรมการ หลายสาขาในวงเสวนานี้ สามารถเชื่อมต่อ และสร้างระบบอุตสาหกรรมที่เข้มแข็งได้ เช่น ครัวไทยที่จะทำให้เกิดร้านอาหารไทยที่มีมาตรฐานรสชาติ และ วัตถุดิบ

ถอนใจยาว ในฐานะคนดั้งเดิมที่มีความรู้แบบใหม่ และพยายามเชื่อมต่อกับญาติมิตรทุกฝ่าย ในแบบ Organic หรือแกนแกร็น ระบบนิเวศของศิลปะวัฒนธรรมนั้นสำคัญมาก​ เป็นระบบที่ซ้อนอยู่ใน การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ Creative Economy และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ

นอกจากเรื่องทุน เรื่องขาย เรื่องสร้างระบบอุตสาหกรรมแล้ว
ระบบนิเวศทางศิลปะ-วัฒนธรรมให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ "ผู้คน" ในแวดวงศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นพื้นบ้าน พื้นเมือง หรือศิลปินนักแสดง บนเวทีละคร หรือภาพยนต์ ผู้กำกับ หน่วยงาน-แรงงานสนับสนุน คนเปิดประตูโรงละคร ทุกคนล้วนอยู่ในแวดวง เครือข่าย ที่พึ่งพาสนับสนุนกัน ล้วนเสมอภาค และให้การยอมรับนับถือในบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ เห็นความสำคัญและความเป็นมนุษย์

เราอาจมองเห็นความสำเร็จของอุตสาหกรรม การสร้าง Infrastructure และส่วนงานที่สนับสนุน และมีระบบแบบแผน นอกจากอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายในโลกใบนี้ ก็ยังมีตลาด มีรสนิยมไทย มีงานในย่าน งานในบ้าน งานที่ศิลปิน นักสร้างสรรค์ ผู้คน ผู้ชมในชุมชน ต่างวัย ต่างชาติพันธุ์ สามารถชื่นชม​ ซึมซับ​ มีสุข และมีความรื่นรมย์

งานศิลปะแบบเก่า ก็ยังคงสืบสาน สืบทอด มีผู้ชม มีคนผึกฝน​ มีการงาน​ สร้างชีวิต มีสุข​ กับครอบครัว นี่เป็นการพัฒนาที่อ้างอิงกับ SDG​ ที่พูดถึงชีวิตที่ดี​ และการพัฒนาคุณภาพของผู้คน

ขอบคุณ น้ำมนต์ นวรัตน์ แววพลอยงามแห่ง กลุ่ม E-เลิ้ง ศิลปินที่เชื่อในการใช้ศิลปะเพื่อขับเคลื่อนย่าน และชุมชน นำเสนอทัศนะเรื่องเครือข่ายศิลปิน-คนรุ่นใหม่ในแวดวงศิลปะกับการพัฒนาย่าน และผู้คนที่มีเรื่องราวมีศิลปินละครชาตรีที่มีความโดดเด่น การยอมรับนับถือกันและกัน และทำให้ผู้คนได้อยู่ดีกินดี ผ่านการทำงานศิลปะ การเสวนา-ผ่านไปแล้ว และเข้าใจ เป้าหมายของรัฐ ที่จะสร้างTHACCA องค์กรสำคัญ ที่ต้องมีขึ้นเพื่อให้เราสามารถ พัฒนา "ผลงานสร้างสรรค์" ที่เป็น Brand Thai ให้อยู่ในแวดวงอุตสากรรมในระดับโลก สร้างความรื่นรมย์ และ​ เม็ดเงิน รวมถึงการยอมรับในฝีมือ​สร้างสรรค์ ให้ผู้คนอยากมาทำงาน ร่วมงาน และเกิดความนิยมชมชอบในการทำงาน สร้างสรรค์กับศิลปิน และวงการศิลปะการแสดงไทย

ดีใจที่เรืองราวที่ได้ยิน ได้ฟังในวันนั้นจะเกิดขึ้นมันเป็นประโยชน์ต่อคนไทย ศิลปิน คนทำงานศิลปะ และเป็นการพัฒนา ผู้ชมของเราให้รักและใกล้ชิดกับศิลปะ

คณะอนุกรรมการด้านศิลปะการแสดงที่เห็นกันอยู่ล้วนเป็นคนจริง อดทนและต่อสู้ในงานศิลปะการแสดงในแบบที่เขารัก ทุกคนอยู่ในแวดวงศิลปะการแสดงและเชื่อมต่อแล้วกับต่างประเทศ ทุกคนน่าจะใช้ประสบการณ์ที่มีในการทำงาน และรอโอกาสที่จะได้เชื่อมต่อกับ Focal Point ของรัฐ และทำให้เกิด สิ่งดีๆให้กับ ศิลปะการแสดงของบ้านเรา สาธุ อนุโมทนา

โอมเพี้ยง เยิฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

ครูอุ๋ย

เครดิตภาพ : ศูนย์สื่อศิลปวัฒนธรรม ศูนย์สื่อศิลปวัฒนธรรม

#ไทยบันเทิง #ศูนย์สื่อศิลปวัฒนธรรม #ศูนย์สื่อศิลปวัฒนธรรม

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10330