🎤 เชิญทุกรุ่นมาฟังบรรยายวันศุกร์นี้ที่ PADA 12!
กับเซสชันพิเศษเปิดโลก Ai จากผู้เชี่ยวชาญ
“AI: The New Co-worker in the Office”
💡 เข้าใจการใช้ AI แบบที่แทนแรงงานจริงได้
และเรียนรู้วิธีคิดเพื่อใช้ AI ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
🗓 วันที่ 13 มิ.ย. เวลา 14.00 น.
📍Rama Garden Hotel ถ.วิภาวดีรังสิต
👨🏻💼 โดย คุณสุกฤษฎิ์ นรากรพิพิศร์
ผู้ก่อตั้ง Tongru Academy
🚀 ไม่ใช่อนาคต แต่คือโอกาสของวันนี้
แล้วเจอกันที่ PADA ค่ะ!
📞 087-233-8000
📱
📍 Facebook: PADA Academy
PADA Course
สถาบันฝึกอบรมที่คัดสรรองค์ความรู้คู่เครือข่าย ในการปรับตัวในโลกยุคดิจิทัล
15/11/2022
12 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ APEC 2022
ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 นี้ เป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยได้รับหน้าที่เป็นประธานและเจ้าภาพจัดงานการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 29 หรือ APEC 2022 จึงขอนำเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ APEC 2022 มาฝากกันเป็นเกร็ดความรู้ให้ได้ทราบกัน
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ APEC 2022
🔷 APEC ย่อมาจาก Asia-Pacific Economic Cooperation หรือ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
🔷 APEC ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2532 เริ่มแรกก่อตั้งมีสมาชิก 12 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และสหรัฐอเมริกา โดยจัดประชุมครั้งแรกที่ กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย
ปัจจุบัน มีสมาชิกจำนวน 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา ชิลี เขตปกครองพิเศษฮ่องกง อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เขตเศรษฐกิจไต้หวัน เวียดนาม และไทย
🔷 เป้าหมายหลัก คือ เพื่อการร่วมมือกันส่งเสริมการเปิดเสรีการค้าและการลงทุน รวมทั้งความร่วมมือในด้านมิติสังคมหรือการพัฒนาด้านต่าง ๆ ในกลุ่มประเทศที่ตั้งอยู่ในพื้นที่แถบมหาสมุทรแปซิฟิค อาทิ ด้านการเกษตร การส่งเสริมบทบาทสตรีในเศรษฐกิจ การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และการพัฒนาด้านสาธารณสุข โดยการวางกรอบความร่วมมือกันภายใต้มาตรการที่เอื้อต่อการลงทุนระหว่างกัน เพื่อให้สินค้า บริการ การลงทุน และผู้คน สามารถเคลื่อนย้ายไปมาหาสู่กันได้สะดวก ปลอดภัย มีระเบียบ มีกฎเกณฑ์ และมีมาตรฐาน
🔷 APEC มี GDP รวมกันกว่า 53 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 1,700 ล้านล้านบาท หรือเกินครึ่งหนึ่งของ GDP โลก มีมูลค่าการค้ารวมกันสูงเกือบครึ่งหนึ่งของการค้าโลก มีประชากรร่วมกันราว 2,900 ล้านคนหรือประมาณ 1 ใน 3 ของโลก
🔷 จุดเด่น คือ รูปแบบการปฏิสัมพันธ์จะมีความเป็นทางการน้อยกว่าการประชุมในรูปแบบอื่น ทุกเขตเศรษฐกิจมีเสียงเท่าเทียมกัน สามารถนำผลลัพธ์ไปใช้ได้โดยสมัครใจหรือเมื่อมีความพร้อม เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจนเกิดผลสำเร็จร่วมกัน
🔷 ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุม APEC มาแล้ว 2 ครั้ง ได้แก่
🔰 ครั้งแรกเมื่อปี 2535 ซึ่งเป็นการประชุม APEC ครั้งที่ 4 โดยจากการประชุมได้ข้อสรุปเป็นฉันทามติ ให้มีการจัดตั้งสำนักเลขาธิการเอเปค หรือ APEC Secretariat ที่สิงคโปร์ เพื่อทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการการประชุมและประสานงานเรื่องต่าง ๆ
🔰 ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2546 ซึ่งเป็นการประชุม APEC ครั้งที่ 15 โดยจากการประชุมได้ข้อสรุปเป็นฉันทามติ คือ การสนับสนุนให้เกิดความคืบหน้าในการเจรจาการค้าพหุภาคีรอบโดฮาภายใต้องค์การการค้าโลก และการการต่อต้านการก่อการร้ายที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
🔷 ปี 2565 ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นประธานและเจ้าภาพจัดงานการประชุม APEC Thailand 2022 ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 18 – 19 พฤศจิกายน 2565 ภายใต้แนวคิด “เปิดกว้าง สร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกันสู่สมดุล” หรือ Open : Connect : Balance ซึ่งประเทศไทยจะผลักดันในกรอบความร่วมมือในการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ เปิดกว้างในทุกโอกาส , เชื่อมโยงในทุกมิติ และสมดุลในทุกแง่มุม
,
🔰 เปิดกว้างในทุกโอกาส โดยการสานต่อการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะสินค้าจำเป็น เช่น วัคซีนโควิด-19 และสินค้าทางการแพทย์ รวมทั้งการเข้าสู่ยุคดิจิทัลและการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัล (Digital Transformation) เช่น การใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในกระบวนการระบบศุลกากร และการดำเนินธุรกิจที่ช่วยลดต้นทุนจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล อีกทั้งการส่งเสริมการหารือการจัดทำรายการสินค้าสิ่งแวดล้อมและปรับปรุงรายการสินค้าสิ่งแวดล้อมให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น
🔰 เชื่อมโยงในทุกมิติ โดยการเน้นการกลับมาเชื่อมโยงกันผ่านการเดินทางข้ามพรมแดนอย่างปลอดภัย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
🔰 สมดุลในทุกแง่มุม โดยการนำเสนอแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy Model) ซึ่งประเทศไทยถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โดยการผสานความร่วมมือกันเป็นเครือข่ายระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการและเยาวชน เพื่อผลักดันให้เกิดแนวคิดใหม่ ๆ ในการดำเนินธุรกิจ โดยไทยมุ่งเน้นในการคำนึงถึงทรัพยากรธรรมชาติ การรักษาป่าไม้ การจัดการขยะทางทะเล และการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย รวมถึงมองเห็นความสำคัญของการพัฒนาระบบอาหารและการเกษตรเพื่อความมั่นคงทางอาหารด้วย
🔷 ‘ชะลอม’ เป็นตราสัญลักษณ์ APEC 2022 ออกแบบโดย นายชวนนท์ วงศ์ตระกูลจง นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีแนวคิดและแรงบันดาลใจมาจากความต้องการนำความเป็นไทยให้สอดคล้องกับแนวคิด Open : Connect : Balance โดยได้นำแนวคิดจาก “ชะลอม” ซึ่งเป็นเครื่องจักสานของไทย เพื่อใช้ใส่สิ่งของต่าง ๆ และเป็นสิ่งของสัญลักษณ์การค้าขายและการให้ของไทยมาแต่โบราณ เส้นตอกไม้ไผ่แต่ละเส้นที่สอดประสานกันมีความแข็งแรงและยืดหยุ่น เหนียวแน่นและคงทน เสมือนการโอบอุ้มเศรษฐกิจภูมิภาคให้ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”
โดยความหมายของตราสัญลักษณ์ “ชะลอม” มีดังนี้
🔰 ใช้การจัดเรียงเส้นตอกไม้ไผ่สานกันจำนวน 21 ช่อง สื่อถึง 21 เขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค
🔰 Open ชะลอมสื่อถึงการค้าที่เปิดกว้าง
🔰 Connect ชะลอมเป็นสิ่งบรรจุสินค้าหรือส่งของสำหรับใช้ในการเดินทาง และสื่อถึงความเชื่อมโยง
🔰 Balance ชะลอมทำจากวัสดุธรรมชาติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับ BCG Economy Model การแทรกด้วยสีเส้นตอก 3 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน สื่อถึงการเปิดกว้าง สีชมพู สื่อถึงการสร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยง และสีเขียวสื่อถึงความสมดุล
🔷 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับมอบตำแหน่งเจ้าภาพเอเปคจากนิวซีแลนด์ให้ไทย เป็นเจ้าภาพการจัดประชุม APEC 2022 พร้อมกับการรับมอบไม้พายวากะ (Waka Paddle) อันเปรียบเสมือนการขับเคลื่อนเรือเอเปคต่อไปข้างหน้า
🔷 การประชุม APEC 2022 ครั้งนี้มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่เฉพาะเพียงกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น ยังมีกระทรวงอื่น ๆ จัดการประชุมในกรอบที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งการจัดกิจกรรมอบรมทักษะ และการเสวนาระดับต่าง ๆ รวมถึงการเสริมศักยภารความเป็นผู้นำแก่บุคลากรวิจัยรุ่นใหม่ในภูมิภาคเอเปค (Inclusive Science Leadership Program for Early-to Mid-Career Researchers in APEC) จัดโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ด้วย โดยการจัดประชุมจะกระจายไปในจังหวัดต่าง ๆ เช่น จังหวัดขอนแก่น จังหวัดเชียงใหม่ ฯลฯ รวมถึงการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ OTOP สินค้าพื้นเมือง งานหัตกรรมท้องถิ่น และอัตลักษณ์ของชาวล้านนา เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นของไทยอีกด้วย
🔷 การสนับสนุนการสร้างการรับรู้และความเข้มแข็งของเยาวชนในระบบเศรษฐกิจ , การสนับสนุน Startup และโครงการที่เยาวชนมีส่วนร่วม อาทิ โครงการ APEC Voices of the Future , โครงการอาสาสมัคร และกิจกรรม เช่น การประกวดภาพถ่าย (APEC Photo Contest) โครงการประกวด “เมนูอาหารอนาคต” รับผู้นำเอเปค ชิงรางวัลชนะเลิศ 1 ล้านบาท จัดโดยกรมประชาสัมพันธ์
🔷 สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (APEC Business Advisory Council) มีบทบาทสำคัญในการให้ข้อเสนอแนะต่อผู้นำและภาครัฐในประเด็นที่มีผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยภาคเอกชนมีการจัดการประชุมคู่ขนานกันไป และมีบริษัทเอกชนกว่า 30 บริษัท ร่วมเป็นพันธมิตรด้านต่าง ๆ เช่น APEC Communication Partners และ APEC Mobility Partners นอกจากนี้ตั้งแต่ต้นปีมาสถาบันการศึกษากว่า 20 มหาวิทยาลัย และโรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานครหลายแห่ง ได้ดำเนินการสร้างการรับรู้ให้แก่นักเรียนนักศึกษามาอย่างต่อเนื่อง
หากท่านใดสนใจติดตามข่าวสารข้อมูลที่เป็นสาระประโยชน์หรือหลักสูตรต่างๆ ของ สามารถติดตามการอัพเดตข่าวสารข้อมูลต่างๆ ได้ที่นี่
แหล่งอ้างอิง : https://apec2022.prd.go.th/10-interesting-facts-about-apec/
https://www.matichonweekly.com/column/article_605154
15/11/2022
T-Shaped Model Team ที่ทำให้องค์กรระดับโลกประสบความสำเร็จ
ลิซ่า โบเดล (Lisa Bodel) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ FutureThink ถูกโหวตจากบริษัทใหญ่ ๆ ระดับโลก ให้เป็นหนึ่งในท็อป 50 นักพูดนักสร้างแรงบันดาลใจในการปฏิวัติรูปแบบการทำงานขององค์กรให้ประสบความสำเร็จ ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสรรหาและสร้างทีมงานในองค์กรให้ประสบความสำเร็จแบบองค์กรใหญ่ ๆ ใน เวบไซต์ของ Forbes โดยใช้รูปแบบ T-Shaped Model Team
T-Shaped Model Team คืออะไร
T-Shaped Model Team คือ การสร้างหรือสรรหาบุคลากรที่มาร่วมทีม ที่มีคุณสมบัติที่มีทักษะทั้งแนวตรงและแนวนอนในบุคคลคนหนึ่ง กล่าวคือ บุคลากรหนึ่งคนความมีทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านใดด้านหนึ่งและมีความรู้รอบด้าน เพราะบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเพียงด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีทักษะอื่น จะมีปัญหาในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ในทางตรงข้ามหากบุคลากรไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางก็ไม่สามารถสร้างประโยชน์หรือคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ให้กับองค์กรได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรมีทักษะทั้งแนวตรงและแนวนอนในบุคลากรหนึ่งคน จึงจะสามารถทำให้องค์กรเติบโตและสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ได้
ลิซ่า โบเดล ได้กล่าวว่า จากการสำรวจของ McKinsey Global Survey ซึ่งเป็นองค์กรผู้ดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับปัญหาธุรกิจเร่งด่วน เศรษฐกิจ และการจัดการที่ต้องเผชิญ กับผู้บริหารระดับโลก พบว่า ผู้นำองค์กร 87% ทราบถึงช่องว่างเกี่ยวกับทักษะของพนักงานที่ขาดหายไป และน้อยกว่าครึ่งที่มีการเตรียมแผนชัดเจนกับปัญหานี้ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติโควิด -19 ทำให้ปัญหานี้เร่งด่วนยิ่งขึ้น ปัญหาเหล่านั้น อาทิ การเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ , การสร้างความสัมพันธ์ของพนักงานแบบ Remote , การทำงานร่วมกันแบบเสมือนจริง
ลิซ่า ได้แนะนำรูปแบบของการสร้างทีมงานแบบ T-Shaped Model ซึ่งเป็นรูปแบบที่องค์กรใหญ่ ๆ ทั่วโลกใช้และประสบความสำเร็จ อาทิ Tim Brown ซีอีโอของ IDEO Design Consultancy บริษัทผู้ให้คำปรึกษาและออกแบบเกี่ยวกับนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอุปโภคบริโภค , Valve Corporation บริษัทพัฒนาและจัดจำหน่ายเกมที่มีชื่อเสียงอันดับ 1 ของโลก , McKinsey & Company บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการระดับโลก
กล่าวคือ บุคลากรในทีมงานรูปตัว T Model คือ บุคลากรที่มีทักษะที่แสดงถึงความลึกของทักษะและความเชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะทาง ซึ่งมีลักษณะแนวตรงดิ่งเหมือนตัว I รวมทั้งมีทักษะแนวนอนหรือแนวกว้างในการมีความรู้รอบด้าน ซึ่งจะสามารถทำงานข้ามสายงานหรืองานส่วนอื่น ๆ ได้ เช่น ทักษะความฉลาดทางอารมณ์ การมีความคิดสร้างสรรค์ ทักษะการแก้ปัญหา ซึ่งทักษะเหล่านี้จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เจสัน ยิป (Jason Yip) โค้ชอาวุโสด้าน Agile ของ Spotify ได้กล่าวว่า เนื่องจากงานทุกอย่างในแต่ละวัน เราไม่จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านตลอดเวลา ฉะนั้นงานที่ไม่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญจึงสามารถถ่ายโอนไปให้กับทีมงานรูปแบบ T-Shaped ได้ ทำให้พวกเขาสามารถร่วมทำงานกับทั้งองค์กรได้ในโครงการต่าง ๆ ซึ่งหมายความว่า ผู้นำสามารถทำผลงานได้มากขึ้นด้วยจำนวนคนเท่าเดิม เขาจึงแนะนำให้มีการฝึกทำงานข้ามสายงานจากบทบาทหนึ่งไปอีกบทบาทหนึ่ง หรือการฝึกอบรมข้ามสายงาน ซึ่งจะนำไปสู่ความสามารถของทีมงานในการที่สามารถทำงานได้ทั่วทั้งองค์กร
จะเห็นว่าการสร้างหรือสรรหาบุคลากรในรูปแบบ T-Shaped Model นี้ มีความน่าสนใจทีเดียว เพราะแม้แต่องค์กรใหญ่ ๆ ระดับโลกก็ยังนำมาประยุกต์ใช้กับทีมงานขององค์กร เพื่อช่วยเพิ่มความคล่องตัวของพนักงานและทีมงาน ซึ่งช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมขององค์กร
หากท่านใดสนใจติดตามข่าวสารข้อมูลที่เป็นสาระประโยชน์หรือหลักสูตรต่างๆ ของ สามารถติดตามการอัพเดตข่าวสารข้อมูลต่างๆ ได้ที่นี่
แหล่งอ้างอิง : https://www.forbes.com/.../futurethink-forecasts-t.../...
T-Shaped Model Team ที่ทำให้องค์กรระดับโลกประสบความสำเร็จ
ลิซ่า โบเดล (Lisa Bodel) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ FutureThink ถูกโหวตจากบริษัทใหญ่ ๆ ระดับโลก ให้เป็นหนึ่งในท็อป 50 นักพูดนักสร้างแรงบันดาลใจในการปฏิวัติรูปแบบการทำงานขององค์กรให้ประสบความสำเร็จ ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสรรหาและสร้างทีมงานในองค์กรให้ประสบความสำเร็จแบบองค์กรใหญ่ ๆ ใน เวบไซต์ของ Forbes โดยใช้รูปแบบ T-Shaped Model Team
T-Shaped Model Team คืออะไร
T-Shaped Model Team คือ การสร้างหรือสรรหาบุคลากรที่มาร่วมทีม ที่มีคุณสมบัติที่มีทักษะทั้งแนวตรงและแนวนอนในบุคคลคนหนึ่ง กล่าวคือ บุคลากรหนึ่งคนความมีทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านใดด้านหนึ่งและมีความรู้รอบด้าน เพราะบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเพียงด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีทักษะอื่น จะมีปัญหาในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ในทางตรงข้ามหากบุคลากรไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางก็ไม่สามารถสร้างประโยชน์หรือคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ให้กับองค์กรได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรมีทักษะทั้งแนวตรงและแนวนอนในบุคลากรหนึ่งคน จึงจะสามารถทำให้องค์กรเติบโตและสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ได้
ลิซ่า โบเดล ได้กล่าวว่า จากการสำรวจของ McKinsey Global Survey ซึ่งเป็นองค์กรผู้ดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับปัญหาธุรกิจเร่งด่วน เศรษฐกิจ และการจัดการที่ต้องเผชิญ กับผู้บริหารระดับโลก พบว่า ผู้นำองค์กร 87% ทราบถึงช่องว่างเกี่ยวกับทักษะของพนักงานที่ขาดหายไป และน้อยกว่าครึ่งที่มีการเตรียมแผนชัดเจนกับปัญหานี้ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติโควิด -19 ทำให้ปัญหานี้เร่งด่วนยิ่งขึ้น ปัญหาเหล่านั้น อาทิ การเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ , การสร้างความสัมพันธ์ของพนักงานแบบ Remote , การทำงานร่วมกันแบบเสมือนจริง
ลิซ่า ได้แนะนำรูปแบบของการสร้างทีมงานแบบ T-Shaped Model ซึ่งเป็นรูปแบบที่องค์กรใหญ่ ๆ ทั่วโลกใช้และประสบความสำเร็จ อาทิ Tim Brown ซีอีโอของ IDEO Design Consultancy บริษัทผู้ให้คำปรึกษาและออกแบบเกี่ยวกับนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอุปโภคบริโภค , Valve Corporation บริษัทพัฒนาและจัดจำหน่ายเกมที่มีชื่อเสียงอันดับ 1 ของโลก , McKinsey & Company บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการระดับโลก
กล่าวคือ บุคลากรในทีมงานรูปตัว T Model คือ บุคลากรที่มีทักษะที่แสดงถึงความลึกของทักษะและความเชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะทาง ซึ่งมีลักษณะแนวตรงดิ่งเหมือนตัว I รวมทั้งมีทักษะแนวนอนหรือแนวกว้างในการมีความรู้รอบด้าน ซึ่งจะสามารถทำงานข้ามสายงานหรืองานส่วนอื่น ๆ ได้ เช่น ทักษะความฉลาดทางอารมณ์ การมีความคิดสร้างสรรค์ ทักษะการแก้ปัญหา ซึ่งทักษะเหล่านี้จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เจสัน ยิป (Jason Yip) โค้ชอาวุโสด้าน Agile ของ Spotify ได้กล่าวว่า เนื่องจากงานทุกอย่างในแต่ละวัน เราไม่จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านตลอดเวลา ฉะนั้นงานที่ไม่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญจึงสามารถถ่ายโอนไปให้กับทีมงานรูปแบบ T-Shaped ได้ ทำให้พวกเขาสามารถร่วมทำงานกับทั้งองค์กรได้ในโครงการต่าง ๆ ซึ่งหมายความว่า ผู้นำสามารถทำผลงานได้มากขึ้นด้วยจำนวนคนเท่าเดิม เขาจึงแนะนำให้มีการฝึกทำงานข้ามสายงานจากบทบาทหนึ่งไปอีกบทบาทหนึ่ง หรือการฝึกอบรมข้ามสายงาน ซึ่งจะนำไปสู่ความสามารถของทีมงานในการที่สามารถทำงานได้ทั่วทั้งองค์กร
จะเห็นว่าการสร้างหรือสรรหาบุคลากรในรูปแบบ T-Shaped Model นี้ มีความน่าสนใจทีเดียว เพราะแม้แต่องค์กรใหญ่ ๆ ระดับโลกก็ยังนำมาประยุกต์ใช้กับทีมงานขององค์กร เพื่อช่วยเพิ่มความคล่องตัวของพนักงานและทีมงาน ซึ่งช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมขององค์กร
หากท่านใดสนใจติดตามข่าวสารข้อมูลที่เป็นสาระประโยชน์หรือหลักสูตรต่างๆ ของ สามารถติดตามการอัพเดตข่าวสารข้อมูลต่างๆ ได้ที่นี่
แหล่งอ้างอิง : https://www.forbes.com/sites/lisabodell/2020/08/28/futurethink-forecasts-t-shaped-teams-are-the-future-of-work/?sh=5c9a3f1d5fde
15/11/2022
5 คำถามสัมภาษณ์คนรุ่นใหม่ให้ได้คนตรงกับงาน
ยุคสมัยปัจจุบันอยู่ในยุคที่มีจำนวนประชากรเป็นคนวัย Gen Y และ Gen Z เริ่มเข้าสู่วัยแรงงานมากขึ้น ซึ่งคนในวัย Gen ทั้งสองนี้มีความแตกต่างจาก Gen อื่น ๆ หลายอย่างในการเลือกงาน นั่นคือ นอกจากจะสนใจเรื่องของงานและเงินเดือนที่จะได้รับแล้ว ยังมองหางานที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของเขาด้วย ทั้งในเรื่องของสมดุลในชีวิต วัฒนธรรมองค์กร และความชอบของตัวเอง เพราะทั้งสอง Gen นี้มีความเคารพตัวเองอย่างมากที่สุด เพราะฉะนั้นการสรรหาบุคลากรที่อยู่ในวัยทั้งสอง Gen นี้เข้าทำงานในองค์กร ผู้ประกอบการอาจจะต้องเพิ่มคำถามสัมภาษณ์งานบางคำถามไปด้วย เพื่อให้ได้บุคลากรที่เหมาะสมและตรงกับงาน
Rhys Metler เป็นผู้สรรหาพนักงานขายอาวุโสที่มีผลงานโดดเด่นและแข็งแกร่ง มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปีในธุรกิจด้านสื่อดิจิทัล มือถือ ซอฟต์แวร์ เทคโนโลยี และ B2B เขามีประวัติที่ประสบความสำเร็จในการสรรหาพนักงานขายที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับแบรนด์ในอเมริกาเหนือ ได้ให้คำแนะนำในเรื่องของคำถามสัมภาษณ์คนรุ่นใหม่ ไว้ 5 คำถาม ดังนี้
5 คำถามสัมภาษณ์คนรุ่นใหม่ให้ได้คนตรงกับงาน
🟣 ความสำเร็จในอดีตของคุณอะไรที่จะช่วยคุณได้ในบทบาทของงานนี้
คำถามสัมภาษณ์นี้แม้ว่า ผู้ถูกสัมภาษณ์อาจจะยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงานมากนัก แต่ประสบการณ์จากกิจกรรมต่าง ๆ ที่เขาเคยทำมาในขณะศึกษา เช่น การเป็นอาสาสมัครต่าง ๆ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ก็จะทำให้เขาได้ถ่ายทอดมุมมองของเขาออกมาให้ผู้ประกอบการได้เห็นทักษะต่าง ๆ ของเขาได้
🟣 อะไร คือ แรงบันดาลใจของคุณ?
คำถามสัมภาษณ์ในข้อนี้ จะทำให้ผู้ประกอบการได้เห็นจุดมุ่งหมายในการดำเนินชีวิตของเขา เพราะคนรุ่นใหม่วัย Gen Y และ Gen Z นี้อาจยังไม่ได้มีแรงจูงในเรื่องเงินมากนัก แต่สนใจในเรื่องของการสร้างสมดุลชีวิตระหว่างงานและเรื่องส่วนตัว การทำความเข้าใจเรื่องแรงจูงใจในชีวิตของเขาจะทำให้คุณตัดสินใจได้ว่า ผู้ถูกสัมภาษณ์เหมาะสมกับองค์กรของคุณหรือไม่
🟣 ความคาดหวังและเป้าหมายของคุณกับงานนี้คืออะไร?
คำถามสัมภาษณ์ข้อนี้ จะทำให้ผู้ประกอบการได้เห็นถึงมุมมองความคิดที่มีต่อการทำงานในองค์กรว่า สนใจที่จะทำงานในองค์กรในระยะยาวหรือไม่ และเห็นว่าเหตุใดเขาจึงออกจากงานมาสมัครงานที่องค์กรของคุณ เขาเห็นองค์กรของคุณคือความก้าวหน้าหรือไม่ และได้เห็นว่าอันที่จริงแล้วผู้ถูกสัมภาษณ์ต้องการประกอบอาชีพที่ไหน
🟣 ทำไมคุณถึงมาสัมครงานนี้?
คำถามสัมภาษณ์ข้อนี้ จะทำให้ผู้ประกอบการได้เข้าใจเหตุผลในการสมัครงาน เพราะคนวัย Gen นี้ต้องการสร้างอาชีพ และความก้าวหน้าในอาชีพการงานอย่างรวดเร็ว
🟣 สถานที่ทำงานในอุดมคติของคุณคืออะไร?
คำถามสัมภาษณ์ข้อนี้ จะทำให้ผู้ประกอบการได้เข้าใจว่า ผู้ถูกสัมภาษณ์งานต้องการทำงานในรูปแบบสำนักงานอย่างไร หรือต้องการทำงานในรูปแบบการทำงานแบบยืดหยุ่นที่เป็นแบบไฮบริด คือ ทำงานแบบไม่ต้องเข้าสำนักงานทุกวัน หรือต้องการทำงานแบบที่เรียกว่า การทำงานแบบ Remote คือ รูปแบบการทำงานที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นที่สำนักงาน คืออาจทำงานที่บ้านก็ได้ หรือสถานที่ไหนก็ได้
ในการสัมภาษณ์สรรหาคนเข้าทำงานครั้งต่อไป ผู้ประกอบการอาจลองเพิ่มคำถามเหล่านี้เข้าไปในบทสัมภาษณ์งานดู โดยเฉพาะผู้สมัครงานที่เป็นคนรุ่นใหม่วัย Gen Y และ Gen Z อาจทำให้ได้คนที่เหมาะสมและตรงใจมากยิ่งขึ้น
หากท่านใดสนใจติดตามข่าวสารข้อมูลที่เป็นสาระประโยชน์หรือหลักสูตรต่างๆ ของ สามารถติดตามการอัพเดตข่าวสารข้อมูลต่างๆ ได้ที่นี่
แหล่งอ้างอิง : https://www.salesforcesearch.com/.../5-interview.../
5 คำถามสัมภาษณ์คนรุ่นใหม่ให้ได้คนตรงกับงาน
ยุคสมัยปัจจุบันอยู่ในยุคที่มีจำนวนประชากรเป็นคนวัย Gen Y และ Gen Z เริ่มเข้าสู่วัยแรงงานมากขึ้น ซึ่งคนในวัย Gen ทั้งสองนี้มีความแตกต่างจาก Gen อื่น ๆ หลายอย่างในการเลือกงาน นั่นคือ นอกจากจะสนใจเรื่องของงานและเงินเดือนที่จะได้รับแล้ว ยังมองหางานที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของเขาด้วย ทั้งในเรื่องของสมดุลในชีวิต วัฒนธรรมองค์กร และความชอบของตัวเอง เพราะทั้งสอง Gen นี้มีความเคารพตัวเองอย่างมากที่สุด เพราะฉะนั้นการสรรหาบุคลากรที่อยู่ในวัยทั้งสอง Gen นี้เข้าทำงานในองค์กร ผู้ประกอบการอาจจะต้องเพิ่มคำถามสัมภาษณ์งานบางคำถามไปด้วย เพื่อให้ได้บุคลากรที่เหมาะสมและตรงกับงาน
Rhys Metler เป็นผู้สรรหาพนักงานขายอาวุโสที่มีผลงานโดดเด่นและแข็งแกร่ง มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปีในธุรกิจด้านสื่อดิจิทัล มือถือ ซอฟต์แวร์ เทคโนโลยี และ B2B เขามีประวัติที่ประสบความสำเร็จในการสรรหาพนักงานขายที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับแบรนด์ในอเมริกาเหนือ ได้ให้คำแนะนำในเรื่องของคำถามสัมภาษณ์คนรุ่นใหม่ ไว้ 5 คำถาม ดังนี้
5 คำถามสัมภาษณ์คนรุ่นใหม่ให้ได้คนตรงกับงาน
🟣 ความสำเร็จในอดีตของคุณอะไรที่จะช่วยคุณได้ในบทบาทของงานนี้
คำถามสัมภาษณ์นี้แม้ว่า ผู้ถูกสัมภาษณ์อาจจะยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงานมากนัก แต่ประสบการณ์จากกิจกรรมต่าง ๆ ที่เขาเคยทำมาในขณะศึกษา เช่น การเป็นอาสาสมัครต่าง ๆ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ก็จะทำให้เขาได้ถ่ายทอดมุมมองของเขาออกมาให้ผู้ประกอบการได้เห็นทักษะต่าง ๆ ของเขาได้
🟣 อะไร คือ แรงบันดาลใจของคุณ?
คำถามสัมภาษณ์ในข้อนี้ จะทำให้ผู้ประกอบการได้เห็นจุดมุ่งหมายในการดำเนินชีวิตของเขา เพราะคนรุ่นใหม่วัย Gen Y และ Gen Z นี้อาจยังไม่ได้มีแรงจูงในเรื่องเงินมากนัก แต่สนใจในเรื่องของการสร้างสมดุลชีวิตระหว่างงานและเรื่องส่วนตัว การทำความเข้าใจเรื่องแรงจูงใจในชีวิตของเขาจะทำให้คุณตัดสินใจได้ว่า ผู้ถูกสัมภาษณ์เหมาะสมกับองค์กรของคุณหรือไม่
🟣 ความคาดหวังและเป้าหมายของคุณกับงานนี้คืออะไร?
คำถามสัมภาษณ์ข้อนี้ จะทำให้ผู้ประกอบการได้เห็นถึงมุมมองความคิดที่มีต่อการทำงานในองค์กรว่า สนใจที่จะทำงานในองค์กรในระยะยาวหรือไม่ และเห็นว่าเหตุใดเขาจึงออกจากงานมาสมัครงานที่องค์กรของคุณ เขาเห็นองค์กรของคุณคือความก้าวหน้าหรือไม่ และได้เห็นว่าอันที่จริงแล้วผู้ถูกสัมภาษณ์ต้องการประกอบอาชีพที่ไหน
🟣 ทำไมคุณถึงมาสัมครงานนี้?
คำถามสัมภาษณ์ข้อนี้ จะทำให้ผู้ประกอบการได้เข้าใจเหตุผลในการสมัครงาน เพราะคนวัย Gen นี้ต้องการสร้างอาชีพ และความก้าวหน้าในอาชีพการงานอย่างรวดเร็ว
🟣 สถานที่ทำงานในอุดมคติของคุณคืออะไร?
คำถามสัมภาษณ์ข้อนี้ จะทำให้ผู้ประกอบการได้เข้าใจว่า ผู้ถูกสัมภาษณ์งานต้องการทำงานในรูปแบบสำนักงานอย่างไร หรือต้องการทำงานในรูปแบบการทำงานแบบยืดหยุ่นที่เป็นแบบไฮบริด คือ ทำงานแบบไม่ต้องเข้าสำนักงานทุกวัน หรือต้องการทำงานแบบที่เรียกว่า การทำงานแบบ Remote คือ รูปแบบการทำงานที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นที่สำนักงาน คืออาจทำงานที่บ้านก็ได้ หรือสถานที่ไหนก็ได้
ในการสัมภาษณ์สรรหาคนเข้าทำงานครั้งต่อไป ผู้ประกอบการอาจลองเพิ่มคำถามเหล่านี้เข้าไปในบทสัมภาษณ์งานดู โดยเฉพาะผู้สมัครงานที่เป็นคนรุ่นใหม่วัย Gen Y และ Gen Z อาจทำให้ได้คนที่เหมาะสมและตรงใจมากยิ่งขึ้น
หากท่านใดสนใจติดตามข่าวสารข้อมูลที่เป็นสาระประโยชน์หรือหลักสูตรต่างๆ ของ สามารถติดตามการอัพเดตข่าวสารข้อมูลต่างๆ ได้ที่นี่
แหล่งอ้างอิง : https://www.salesforcesearch.com/blog/5-interview-questions-for-younger-gen-z-sales-candidates/
14/11/2022
12 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ APEC 2022
ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 นี้ เป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยได้รับหน้าที่เป็นประธานและเจ้าภาพจัดงานการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 29 หรือ APEC 2022 จึงขอนำเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ APEC 2022 มาฝากกันเป็นเกร็ดความรู้ให้ได้ทราบกัน
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ APEC 2022
🔷 APEC ย่อมาจาก Asia-Pacific Economic Cooperation หรือ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
🔷 APEC ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2532 เริ่มแรกก่อตั้งมีสมาชิก 12 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และสหรัฐอเมริกา โดยจัดประชุมครั้งแรกที่ กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย
ปัจจุบัน มีสมาชิกจำนวน 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา ชิลี เขตปกครองพิเศษฮ่องกง อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เขตเศรษฐกิจไต้หวัน เวียดนาม และไทย
🔷 เป้าหมายหลัก คือ เพื่อการร่วมมือกันส่งเสริมการเปิดเสรีการค้าและการลงทุน รวมทั้งความร่วมมือในด้านมิติสังคมหรือการพัฒนาด้านต่าง ๆ ในกลุ่มประเทศที่ตั้งอยู่ในพื้นที่แถบมหาสมุทรแปซิฟิค อาทิ ด้านการเกษตร การส่งเสริมบทบาทสตรีในเศรษฐกิจ การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และการพัฒนาด้านสาธารณสุข โดยการวางกรอบความร่วมมือกันภายใต้มาตรการที่เอื้อต่อการลงทุนระหว่างกัน เพื่อให้สินค้า บริการ การลงทุน และผู้คน สามารถเคลื่อนย้ายไปมาหาสู่กันได้สะดวก ปลอดภัย มีระเบียบ มีกฎเกณฑ์ และมีมาตรฐาน
🔷 APEC มี GDP รวมกันกว่า 53 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 1,700 ล้านล้านบาท หรือเกินครึ่งหนึ่งของ GDP โลก มีมูลค่าการค้ารวมกันสูงเกือบครึ่งหนึ่งของการค้าโลก มีประชากรร่วมกันราว 2,900 ล้านคนหรือประมาณ 1 ใน 3 ของโลก
🔷 จุดเด่น คือ รูปแบบการปฏิสัมพันธ์จะมีความเป็นทางการน้อยกว่าการประชุมในรูปแบบอื่น ทุกเขตเศรษฐกิจมีเสียงเท่าเทียมกัน สามารถนำผลลัพธ์ไปใช้ได้โดยสมัครใจหรือเมื่อมีความพร้อม เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจนเกิดผลสำเร็จร่วมกัน
🔷 ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุม APEC มาแล้ว 2 ครั้ง ได้แก่
🔰 ครั้งแรกเมื่อปี 2535 ซึ่งเป็นการประชุม APEC ครั้งที่ 4 โดยจากการประชุมได้ข้อสรุปเป็นฉันทามติ ให้มีการจัดตั้งสำนักเลขาธิการเอเปค หรือ APEC Secretariat ที่สิงคโปร์ เพื่อทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการการประชุมและประสานงานเรื่องต่าง ๆ
🔰 ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2546 ซึ่งเป็นการประชุม APEC ครั้งที่ 15 โดยจากการประชุมได้ข้อสรุปเป็นฉันทามติ คือ การสนับสนุนให้เกิดความคืบหน้าในการเจรจาการค้าพหุภาคีรอบโดฮาภายใต้องค์การการค้าโลก และการการต่อต้านการก่อการร้ายที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
🔷 ปี 2565 ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นประธานและเจ้าภาพจัดงานการประชุม APEC Thailand 2022 ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 18 – 19 พฤศจิกายน 2565 ภายใต้แนวคิด “เปิดกว้าง สร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกันสู่สมดุล” หรือ Open : Connect : Balance ซึ่งประเทศไทยจะผลักดันในกรอบความร่วมมือในการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ เปิดกว้างในทุกโอกาส , เชื่อมโยงในทุกมิติ และสมดุลในทุกแง่มุม
,
🔰 เปิดกว้างในทุกโอกาส โดยการสานต่อการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะสินค้าจำเป็น เช่น วัคซีนโควิด-19 และสินค้าทางการแพทย์ รวมทั้งการเข้าสู่ยุคดิจิทัลและการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัล (Digital Transformation) เช่น การใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในกระบวนการระบบศุลกากร และการดำเนินธุรกิจที่ช่วยลดต้นทุนจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล อีกทั้งการส่งเสริมการหารือการจัดทำรายการสินค้าสิ่งแวดล้อมและปรับปรุงรายการสินค้าสิ่งแวดล้อมให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น
🔰 เชื่อมโยงในทุกมิติ โดยการเน้นการกลับมาเชื่อมโยงกันผ่านการเดินทางข้ามพรมแดนอย่างปลอดภัย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
🔰 สมดุลในทุกแง่มุม โดยการนำเสนอแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy Model) ซึ่งประเทศไทยถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โดยการผสานความร่วมมือกันเป็นเครือข่ายระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการและเยาวชน เพื่อผลักดันให้เกิดแนวคิดใหม่ ๆ ในการดำเนินธุรกิจ โดยไทยมุ่งเน้นในการคำนึงถึงทรัพยากรธรรมชาติ การรักษาป่าไม้ การจัดการขยะทางทะเล และการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย รวมถึงมองเห็นความสำคัญของการพัฒนาระบบอาหารและการเกษตรเพื่อความมั่นคงทางอาหารด้วย
🔷 ‘ชะลอม’ เป็นตราสัญลักษณ์ APEC 2022 ออกแบบโดย นายชวนนท์ วงศ์ตระกูลจง นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีแนวคิดและแรงบันดาลใจมาจากความต้องการนำความเป็นไทยให้สอดคล้องกับแนวคิด Open : Connect : Balance โดยได้นำแนวคิดจาก “ชะลอม” ซึ่งเป็นเครื่องจักสานของไทย เพื่อใช้ใส่สิ่งของต่าง ๆ และเป็นสิ่งของสัญลักษณ์การค้าขายและการให้ของไทยมาแต่โบราณ เส้นตอกไม้ไผ่แต่ละเส้นที่สอดประสานกันมีความแข็งแรงและยืดหยุ่น เหนียวแน่นและคงทน เสมือนการโอบอุ้มเศรษฐกิจภูมิภาคให้ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”
โดยความหมายของตราสัญลักษณ์ “ชะลอม” มีดังนี้
🔰 ใช้การจัดเรียงเส้นตอกไม้ไผ่สานกันจำนวน 21 ช่อง สื่อถึง 21 เขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค
🔰 Open ชะลอมสื่อถึงการค้าที่เปิดกว้าง
🔰 Connect ชะลอมเป็นสิ่งบรรจุสินค้าหรือส่งของสำหรับใช้ในการเดินทาง และสื่อถึงความเชื่อมโยง
🔰 Balance ชะลอมทำจากวัสดุธรรมชาติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับ BCG Economy Model การแทรกด้วยสีเส้นตอก 3 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน สื่อถึงการเปิดกว้าง สีชมพู สื่อถึงการสร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยง และสีเขียวสื่อถึงความสมดุล
🔷 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับมอบตำแหน่งเจ้าภาพเอเปคจากนิวซีแลนด์ให้ไทย เป็นเจ้าภาพการจัดประชุม APEC 2022 พร้อมกับการรับมอบไม้พายวากะ (Waka Paddle) อันเปรียบเสมือนการขับเคลื่อนเรือเอเปคต่อไปข้างหน้า
🔷 การประชุม APEC 2022 ครั้งนี้มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่เฉพาะเพียงกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น ยังมีกระทรวงอื่น ๆ จัดการประชุมในกรอบที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งการจัดกิจกรรมอบรมทักษะ และการเสวนาระดับต่าง ๆ รวมถึงการเสริมศักยภารความเป็นผู้นำแก่บุคลากรวิจัยรุ่นใหม่ในภูมิภาคเอเปค (Inclusive Science Leadership Program for Early-to Mid-Career Researchers in APEC) จัดโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ด้วย โดยการจัดประชุมจะกระจายไปในจังหวัดต่าง ๆ เช่น จังหวัดขอนแก่น จังหวัดเชียงใหม่ ฯลฯ รวมถึงการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ OTOP สินค้าพื้นเมือง งานหัตกรรมท้องถิ่น และอัตลักษณ์ของชาวล้านนา เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นของไทยอีกด้วย
🔷 การสนับสนุนการสร้างการรับรู้และความเข้มแข็งของเยาวชนในระบบเศรษฐกิจ , การสนับสนุน Startup และโครงการที่เยาวชนมีส่วนร่วม อาทิ โครงการ APEC Voices of the Future , โครงการอาสาสมัคร และกิจกรรม เช่น การประกวดภาพถ่าย (APEC Photo Contest) โครงการประกวด “เมนูอาหารอนาคต” รับผู้นำเอเปค ชิงรางวัลชนะเลิศ 1 ล้านบาท จัดโดยกรมประชาสัมพันธ์
🔷 สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (APEC Business Advisory Council) มีบทบาทสำคัญในการให้ข้อเสนอแนะต่อผู้นำและภาครัฐในประเด็นที่มีผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยภาคเอกชนมีการจัดการประชุมคู่ขนานกันไป และมีบริษัทเอกชนกว่า 30 บริษัท ร่วมเป็นพันธมิตรด้านต่าง ๆ เช่น APEC Communication Partners และ APEC Mobility Partners นอกจากนี้ตั้งแต่ต้นปีมาสถาบันการศึกษากว่า 20 มหาวิทยาลัย และโรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานครหลายแห่ง ได้ดำเนินการสร้างการรับรู้ให้แก่นักเรียนนักศึกษามาอย่างต่อเนื่อง
หากท่านใดสนใจติดตามข่าวสารข้อมูลที่เป็นสาระประโยชน์หรือหลักสูตรต่างๆ ของ สามารถติดตามการอัพเดตข่าวสารข้อมูลต่างๆ ได้ที่นี่
แหล่งอ้างอิง : https://apec2022.prd.go.th/10-interesting-facts-about-apec/
https://www.matichonweekly.com/column/article_605154
https://web.facebook.com/PADAAcademy/posts/212381517811279
12 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ APEC 2022
ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 นี้ เป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยได้รับหน้าที่เป็นประธานและเจ้าภาพจัดงานการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 29 หรือ APEC 2022 จึงขอนำเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ APEC 2022 มาฝากกันเป็นเกร็ดความรู้ให้ได้ทราบกัน
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ APEC 2022
🔷 APEC ย่อมาจาก Asia-Pacific Economic Cooperation หรือ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
🔷 APEC ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2532 เริ่มแรกก่อตั้งมีสมาชิก 12 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และสหรัฐอเมริกา โดยจัดประชุมครั้งแรกที่ กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย
ปัจจุบัน มีสมาชิกจำนวน 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา ชิลี เขตปกครองพิเศษฮ่องกง อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เขตเศรษฐกิจไต้หวัน เวียดนาม และไทย
🔷 เป้าหมายหลัก คือ เพื่อการร่วมมือกันส่งเสริมการเปิดเสรีการค้าและการลงทุน รวมทั้งความร่วมมือในด้านมิติสังคมหรือการพัฒนาด้านต่าง ๆ ในกลุ่มประเทศที่ตั้งอยู่ในพื้นที่แถบมหาสมุทรแปซิฟิค อาทิ ด้านการเกษตร การส่งเสริมบทบาทสตรีในเศรษฐกิจ การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และการพัฒนาด้านสาธารณสุข โดยการวางกรอบความร่วมมือกันภายใต้มาตรการที่เอื้อต่อการลงทุนระหว่างกัน เพื่อให้สินค้า บริการ การลงทุน และผู้คน สามารถเคลื่อนย้ายไปมาหาสู่กันได้สะดวก ปลอดภัย มีระเบียบ มีกฎเกณฑ์ และมีมาตรฐาน
🔷 APEC มี GDP รวมกันกว่า 53 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 1,700 ล้านล้านบาท หรือเกินครึ่งหนึ่งของ GDP โลก มีมูลค่าการค้ารวมกันสูงเกือบครึ่งหนึ่งของการค้าโลก มีประชากรร่วมกันราว 2,900 ล้านคนหรือประมาณ 1 ใน 3 ของโลก
🔷 จุดเด่น คือ รูปแบบการปฏิสัมพันธ์จะมีความเป็นทางการน้อยกว่าการประชุมในรูปแบบอื่น ทุกเขตเศรษฐกิจมีเสียงเท่าเทียมกัน สามารถนำผลลัพธ์ไปใช้ได้โดยสมัครใจหรือเมื่อมีความพร้อม เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจนเกิดผลสำเร็จร่วมกัน
🔷 ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุม APEC มาแล้ว 2 ครั้ง ได้แก่
🔰 ครั้งแรกเมื่อปี 2535 ซึ่งเป็นการประชุม APEC ครั้งที่ 4 โดยจากการประชุมได้ข้อสรุปเป็นฉันทามติ ให้มีการจัดตั้งสำนักเลขาธิการเอเปค หรือ APEC Secretariat ที่สิงคโปร์ เพื่อทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการการประชุมและประสานงานเรื่องต่าง ๆ
🔰 ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2546 ซึ่งเป็นการประชุม APEC ครั้งที่ 15 โดยจากการประชุมได้ข้อสรุปเป็นฉันทามติ คือ การสนับสนุนให้เกิดความคืบหน้าในการเจรจาการค้าพหุภาคีรอบโดฮาภายใต้องค์การการค้าโลก และการการต่อต้านการก่อการร้ายที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
🔷 ปี 2565 ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นประธานและเจ้าภาพจัดงานการประชุม APEC Thailand 2022 ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 18 – 19 พฤศจิกายน 2565 ภายใต้แนวคิด “เปิดกว้าง สร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกันสู่สมดุล” หรือ Open : Connect : Balance ซึ่งประเทศไทยจะผลักดันในกรอบความร่วมมือในการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ เปิดกว้างในทุกโอกาส , เชื่อมโยงในทุกมิติ และสมดุลในทุกแง่มุม
,
🔰 เปิดกว้างในทุกโอกาส โดยการสานต่อการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะสินค้าจำเป็น เช่น วัคซีนโควิด-19 และสินค้าทางการแพทย์ รวมทั้งการเข้าสู่ยุคดิจิทัลและการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัล (Digital Transformation) เช่น การใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในกระบวนการระบบศุลกากร และการดำเนินธุรกิจที่ช่วยลดต้นทุนจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล อีกทั้งการส่งเสริมการหารือการจัดทำรายการสินค้าสิ่งแวดล้อมและปรับปรุงรายการสินค้าสิ่งแวดล้อมให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น
🔰 เชื่อมโยงในทุกมิติ โดยการเน้นการกลับมาเชื่อมโยงกันผ่านการเดินทางข้ามพรมแดนอย่างปลอดภัย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
🔰 สมดุลในทุกแง่มุม โดยการนำเสนอแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy Model) ซึ่งประเทศไทยถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โดยการผสานความร่วมมือกันเป็นเครือข่ายระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการและเยาวชน เพื่อผลักดันให้เกิดแนวคิดใหม่ ๆ ในการดำเนินธุรกิจ โดยไทยมุ่งเน้นในการคำนึงถึงทรัพยากรธรรมชาติ การรักษาป่าไม้ การจัดการขยะทางทะเล และการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย รวมถึงมองเห็นความสำคัญของการพัฒนาระบบอาหารและการเกษตรเพื่อความมั่นคงทางอาหารด้วย
🔷 ‘ชะลอม’ เป็นตราสัญลักษณ์ APEC 2022 ออกแบบโดย นายชวนนท์ วงศ์ตระกูลจง นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีแนวคิดและแรงบันดาลใจมาจากความต้องการนำความเป็นไทยให้สอดคล้องกับแนวคิด Open : Connect : Balance โดยได้นำแนวคิดจาก “ชะลอม” ซึ่งเป็นเครื่องจักสานของไทย เพื่อใช้ใส่สิ่งของต่าง ๆ และเป็นสิ่งของสัญลักษณ์การค้าขายและการให้ของไทยมาแต่โบราณ เส้นตอกไม้ไผ่แต่ละเส้นที่สอดประสานกันมีความแข็งแรงและยืดหยุ่น เหนียวแน่นและคงทน เสมือนการโอบอุ้มเศรษฐกิจภูมิภาคให้ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”
โดยความหมายของตราสัญลักษณ์ “ชะลอม” มีดังนี้
🔰 ใช้การจัดเรียงเส้นตอกไม้ไผ่สานกันจำนวน 21 ช่อง สื่อถึง 21 เขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค
🔰 Open ชะลอมสื่อถึงการค้าที่เปิดกว้าง
🔰 Connect ชะลอมเป็นสิ่งบรรจุสินค้าหรือส่งของสำหรับใช้ในการเดินทาง และสื่อถึงความเชื่อมโยง
🔰 Balance ชะลอมทำจากวัสดุธรรมชาติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับ BCG Economy Model การแทรกด้วยสีเส้นตอก 3 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน สื่อถึงการเปิดกว้าง สีชมพู สื่อถึงการสร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยง และสีเขียวสื่อถึงความสมดุล
🔷 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับมอบตำแหน่งเจ้าภาพเอเปคจากนิวซีแลนด์ให้ไทย เป็นเจ้าภาพการจัดประชุม APEC 2022 พร้อมกับการรับมอบไม้พายวากะ (Waka Paddle) อันเปรียบเสมือนการขับเคลื่อนเรือเอเปคต่อไปข้างหน้า
🔷 การประชุม APEC 2022 ครั้งนี้มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่เฉพาะเพียงกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น ยังมีกระทรวงอื่น ๆ จัดการประชุมในกรอบที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งการจัดกิจกรรมอบรมทักษะ และการเสวนาระดับต่าง ๆ รวมถึงการเสริมศักยภารความเป็นผู้นำแก่บุคลากรวิจัยรุ่นใหม่ในภูมิภาคเอเปค (Inclusive Science Leadership Program for Early-to Mid-Career Researchers in APEC) จัดโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ด้วย โดยการจัดประชุมจะกระจายไปในจังหวัดต่าง ๆ เช่น จังหวัดขอนแก่น จังหวัดเชียงใหม่ ฯลฯ รวมถึงการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ OTOP สินค้าพื้นเมือง งานหัตกรรมท้องถิ่น และอัตลักษณ์ของชาวล้านนา เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นของไทยอีกด้วย
🔷 การสนับสนุนการสร้างการรับรู้และความเข้มแข็งของเยาวชนในระบบเศรษฐกิจ , การสนับสนุน Startup และโครงการที่เยาวชนมีส่วนร่วม อาทิ โครงการ APEC Voices of the Future , โครงการอาสาสมัคร และกิจกรรม เช่น การประกวดภาพถ่าย (APEC Photo Contest) โครงการประกวด “เมนูอาหารอนาคต” รับผู้นำเอเปค ชิงรางวัลชนะเลิศ 1 ล้านบาท จัดโดยกรมประชาสัมพันธ์
🔷 สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (APEC Business Advisory Council) มีบทบาทสำคัญในการให้ข้อเสนอแนะต่อผู้นำและภาครัฐในประเด็นที่มีผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยภาคเอกชนมีการจัดการประชุมคู่ขนานกันไป และมีบริษัทเอกชนกว่า 30 บริษัท ร่วมเป็นพันธมิตรด้านต่าง ๆ เช่น APEC Communication Partners และ APEC Mobility Partners นอกจากนี้ตั้งแต่ต้นปีมาสถาบันการศึกษากว่า 20 มหาวิทยาลัย และโรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานครหลายแห่ง ได้ดำเนินการสร้างการรับรู้ให้แก่นักเรียนนักศึกษามาอย่างต่อเนื่อง
หากท่านใดสนใจติดตามข่าวสารข้อมูลที่เป็นสาระประโยชน์หรือหลักสูตรต่างๆ ของ สามารถติดตามการอัพเดตข่าวสารข้อมูลต่างๆ ได้ที่นี่
แหล่งอ้างอิง : https://apec2022.prd.go.th/10-interesting-facts-about-apec/
https://www.matichonweekly.com/column/article_605154
ที่ตั้ง
ประเภท
ติดต่อ โรงเรียนนี้
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
388/35 หมู่บ้าน Bizgalleria ถนนนวลจันทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม
Bangkok
10230