CAD ศูนย์พัฒนาศักยภาพเด็กออทิสติก พัฒนาการช้า สมาธิสั้น

CAD ศูนย์พัฒนาศักยภาพเด็กออทิสติก พัฒนาการช้า สมาธิสั้น

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก CAD ศูนย์พัฒนาศักยภาพเด็กออทิสติก พัฒนาการช้า สมาธิสั้น, โรงเรียน, 294 ถ. พหลโยธิน 35/19 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม, Bangkok.

CAD-Center For Autism Development
กระตุ้นพัฒนาการแบบเข้มข้น ส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวกด้วยวิธีการวิเคราะห์พฤติกรรมแบบประยุกต์
Applied Behavior Analysis(ABA)
ดำเนินการโดยทีมนักวิเคราะห์พฤติกรรม(BCBA)จากคณะกรรมการวิชาชีพการวิเคราะห์พฤติกรรมแห่งสหรัฐอเมริกา

26/05/2026

วิธีรับมือ เมื่อลูก “กระตุ้นตัวเอง”

พ่อแม่เคยไหมคะ?
เวลาที่เห็นลูกสะบัดมือ
เขย่งเท้า หมุนตัวบ่อย ๆ
ต้องเผลอดุ เผลอจับให้หยุด บอกให้หยุด

แล้วพบว่า ยิ่งดุยิ่งทำให้ลูกเครียดกว่าเดิม
ทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ มากกว่าเดิม

ลองเปลี่ยนจากการดุ
มาเป็นการรับมืออย่างเหมาะสม

ตามหลัก Functions of Behavior (E-A-T-S)
หรือ หน้าที่ของพฤติกรรม ดังนี้ค่ะ

🚪 E – Escape-Avoidance
วิธีรับมือเมื่อลูกหลีกหนี-หลีกเลี่ยง

หากลูกทำเพราะงานยากเกินไป เยอะเกินไป
ให้ช่วยย่อยงานให้ขั้นตอนง่ายขึ้น
แบ่งงานและให้เวลาพัก เช่น
จากต้องทำโจทย์เลข 10 ข้อ
แบ่งให้ลูกทำทีละ 5 ข้อ และให้เวลาพักเบรก
เพื่อให้ลูกไม่รู้สึกว่าเยอะเกินไปและเลี่ยงงาน
และสอนให้ลูกใช้การสื่อสาร
เช่น “ขอพักค่ะ” “คุณแม่ช่วยหน่อยค่ะ”
แทนการกระตุ้นตัวเองเพื่อหนีงานค่ะ

👀 A - Attention
วิธีรับมือเมื่อลูกเรียกร้องความสนใจ

หากลูกทำเพื่อให้เราหันมอง
ให้เราสอนทักษะสังคม
เช่น การเดินเข้ามาสะกิดไหล่
หรือเรียก "แม่ครับ"
เมื่อลูกทำวิธีที่ถูก
ให้รีบหันไป ชมและกอดทันทีค่ะ

🧸 T-Tangible
วิธีรับมือเมื่อลูกอยากได้ของบางอย่าง

ฝึกให้ลูกบอกความต้องการด้วยวิธีที่เหมาะสมก่อน
เช่น ฝึกพูดชื่อของ
เมื่อลูกสื่อสารอย่างเหมาะสม จึงค่อยยื่นของชิ้นนั้นให้ค่ะ

🧠 S-Sensory
วิธีรับมือเมื่อลูกต้องการตอบสนองประสาทสัมผัส
เพื่อความเพลิดเพลินและลดความคับข้องใจ

เราจะไม่สั่งหรือจับให้ลูก "หยุดทำ" ทันที
แต่จะใช้เทคนิค "พฤติกรรมทดแทน"
หาของเล่นที่ให้ความรู้สึกคล้ายกัน
แต่ปลอดภัยกว่าและเหมาะสมมาให้ทำแทน
เช่น เปลี่ยนจากสะบัดมือว่าง ๆ เป็นบีบดินน้ำมันแทนค่ะ

การที่พ่อแม่ใช้วิธีรับมือกับพฤติกรรมที่ถูกต้อง
ไม่ใช่การใจร้ายกับลูก
แต่เป็นการให้ทางเลือกใหม่ที่เหมาะสม
ที่ตรงกับความต้องการของลูกรักนั่นเองค่ะ 😊

#พัฒนาการเด็ก #กระตุ้นพัฒนาการ
#เลี้ยงลูกเชิงบวก #เด็กเล็ก
#ปรับพฤติกรรมเด็ก #ออทิสติก

24/05/2026

เด็กออทิสติกสะบัดมือ เขย่งเท้า หมุนตัว
ทำไปเพื่ออะไร?

มาทำความเข้าใจพฤติกรรม “กระตุ้นตัวเอง” จาก
📍4 Functions of Behavior

คุณพ่อคุณแม่เคยสงสัยไหมคะ?
ทำไมเวลาลูกตื่นเต้น ดีใจ หรือนั่งว่าง ๆ
ลูกมักจะแสดงพฤติกรรมซ้ำ ๆ ออกมา

ในทาง ABA (Applied Behavior Analysis)
เราพบว่า พฤติกรรมกระตุ้นตัวเอง
หรือ "Stimming" ของลูก
มีหน้าที่ซ่อนอยู่ ตามหลัก
Functions of Behavior (E-A-T-S)
หรือ หน้าที่ของพฤติกรรม ดังนี้ค่ะ

🚪 E – Escape-Avoidance การหลีกหนี-หลีกเลี่ยง

บางครั้งเมื่อลูกต้องทำกิจกรรมที่ยากเกินไป
งานที่ต้องใช้สมาธินานๆ แล้วสมองเริ่มล้า
ลูกจะเริ่มกระตุ้นตัวเองเพื่อหนีออกจากงานนั้น
หรือกระตุ้นตัวเองเพื่อเลี่ยงจากงานนั้น
เมื่อรู้ว่าเดี๋ยวจะต้องเจองานที่ยาก กิจกรรมที่ไม่ชอบ

👀 A - Attention การเรียกร้องความสนใจ

เมื่อลูกอยากให้พ่อแม่หันมามอง หรือมาเล่นด้วย
แต่ด้วยข้อจำกัดทางภาษาที่ยังสื่อสารได้ไม่ดีพอ
ลูกจึงใช้ท่าทางการกระตุ้นตัวเองซ้ำๆ
เพื่อส่งสัญญาณบอกว่า "หันมาสนใจหนูหน่อยนะ"

🧸 T - Tangible
ต้องการสิ่งของบางอย่าง

พฤติกรรมนี้จะเกิดขึ้นเมื่อลูกอยากได้ของเล่น
อยากกินขนม หรืออยากไปทำกิจกรรมที่ชอบ
แต่ยังสื่อสารบอกพ่อแม่ตรงๆ ไม่ได้
เลยแสดงท่าทางออกมา
เพื่อสื่อความต้องการของตัวเองค่ะ

🧠 S - Sensory / Automatic
เพื่อตอบสนองประสาทสัมผัส

ข้อนี้พบได้บ่อยที่สุดในเด็กออทิสติกค่ะ
เกิดจากระบบประสาทภายในร่างกายสั่งให้ทำ
เพื่อผ่อนคลายเมื่อมีสิ่งเร้า "มากเกินไป" (เสียงดัง)
หรือเมื่อสิ่งเร้า "น้อยเกินไป" (เบื่อ)
ทำแล้วลูกจะรู้สึกคับข้องใจน้อยลง
สบายใจขึ้นทันทีโดยอัตโนมัติค่ะ

การเข้าใจสาเหตุของพฤติกรรม
จะช่วยให้เรามองเห็นความต้องการที่แท้จริง
ภายใต้ “การกระตุ้นตัวเอง” ของลูกค่ะ ❤

#พัฒนาการเด็ก #กระตุ้นพัฒนาการ
#เด็กเล็ก #ออทิสติก

22/05/2026

เทคนิคการสอนระบุคำ สอนให้เด็กประยุกต์ทักษะได้ในทุกสถานการณ์
#เด็กพูดช้า #ออทิสติก #เด็กเล็ก #พัฒนาการเด็ก #กระตุ้นพัฒนาการ #พูดช้า #เทคนิคการสอน #ส่งเสริมพัฒนาการ #กระตุ้นพัฒนาการเด็ก

21/05/2026

🧩 3 เทคนิค ชวนลูกเล่นของเล่นให้ถูกฟังก์ชัน

พ่อแม่เคยเห็นแบบนี้ไหมคะ?

ลูกเอาโมเดลรถยนต์มาวางเรียงกัน
เป็นแถวยาวซ้ำ ๆ
แทนที่จะไถวิ่งบนถนน
หรือเอาบล็อกไม้มาเคาะพื้น
แทนที่จะต่อเป็นตึกสูงไหมคะ?

พฤติกรรมนี้เรียกว่า...
การเล่นไม่ตรงตามฟังก์ชัน (Non-functional play)

จริงอยู่ที่ "การเล่นคือการเรียนรู้"
แต่ถ้าปล่อยให้ลูกเล่นผิดฟังก์ชันนานเกินไป
เด็ก ๆ อาจพลาดโอกาสในการพัฒนาทักษะภาษา
และจินตนาการไปอย่างน่าเสียดาย

วันนี้เรามาลองใช้ 3 เทคนิคง่าย ๆ
ชวนลูกเปลี่ยนมาเล่นให้สนุก
และได้ประโยชน์มากขึ้นกันค่ะ

1. เล่นให้ดูเป็นตัวอย่าง (Modeling)

แทนที่จะดุหรือห้าม
ให้เราเข้าไปนั่งข้าง ๆ
แล้วหยิบของเล่นชิ้นนั้นมาเล่นให้ถูกวิธี
พร้อมทำเสียงประกอบแสนสนุก
เช่น "บรื๊นนน! ขับรถขึ้นสะพาน"
พร้อมกับเอารถไถไปบนถนนแล้วขึ้นสะพาน
เพื่อให้เขาเห็นภาพและอยากเลียนแบบค่ะ

2. เบี่ยงเบนความสนใจทันที (Redirection)

ถ้าลูกเริ่มเล่นวนซ้ำๆ
อยู่ในโลกของตัวเอง
เช่น เคาะบล็อกไม้ไม่ยอมหยุด
ให้เราหยิบบล็อกไม้อีกชิ้น
มาต่อซ้อนกันเป็นตึกสูงทันที
แล้วชวนลูกว่า
"ดูนี่สิคะ! แม่ต่อตึกสูงเลย
มาช่วยกันต่อเร็ว"

3. ชื่นชมเมื่อเล่นถูกวิธี (Positive Reinforcement)

เมื่อไหร่ที่ลูกเริ่มเล่นของเล่นถูกฟังก์ชันด้วยตัวเอง
เช่น ยอมเอาช้อนป้อนข้าวตุ๊กตา
หรือไถรถไปมาบนถนน
ให้รีบให้รางวัลเป็นคำชมทันที
"เก่งมากเลยค่ะ! รถวิ่งบรื๊นไปนู่นแล้ว"

การสอนลูกเล่นให้ถูกฟังก์ชัน
ไม่ใช่การตีกรอบจินตนาการนะคะ
แต่เป็นการสร้าง "พื้นฐานการเรียนรู้"
เพื่อให้เขาสามารถต่อยอดไปสู่การเล่นบทบาทสมมติ
และการเล่นร่วมกับเพื่อนๆ ในสังคม (Social Play)
ได้อย่างราบรื่นในอนาคตค่ะ

คุณพ่อคุณแม่ลองนำไปปรับใช้ในการเล่นกับลูกที่บ้านดูนะคะ 😊

#พัฒนาการเด็ก #กระตุ้นพัฒนาการ #เด็กเล็ก
#เลี้ยงลูกเชิงบวก #ส่งเสริมพัฒนาการ
#ปรับพฤติกรรมเด็ก

19/05/2026

⏳ "รอแป๊บนึงนะลูก" พูดง่ายแต่ทำยาก...

มาดูวิธีช่วยลูกน้อยให้ "รอเป็น" กันค่ะ
คุณพ่อคุณแม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหมคะ?
พอเราบอกให้รอแค่แป๊บเดียว ลูกก็เริ่มร้องกรี๊ด
ลงไปดิ้น หรือดึงมือเราไม่หยุดเลย
จนบางทีเราก็แอบถอนหายใจในใจ

"การรอ" ไม่ใช่แค่การอยู่นิ่ง ๆ
แต่มันคือการฝึก ทักษะการควบคุมตัวเอง
(Self-Regulation) ค่ะ

ซึ่งทักษะนี้ไม่ได้ติดตัวเด็กมาตั้งแต่เกิด
แต่เป็นสิ่งที่ "ฝึกกันได้"
และควรเริ่มฝึกจากเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันค่ะ

วิธีที่ง่ายที่สุดคือการเริ่มจาก "รอเวลาสั้น ๆ" ค่ะ
เวลาลูกขอของที่เขาชอบ แทนที่เราจะยื่นให้ทันที
ให้ลองพูดว่า "รอแป๊บนึงนะลูก"
แล้วนับหนึ่งถึงสองในใจแค่เสี้ยววินาทีพอค่ะ

จากนั้นค่อยยื่นให้พร้อมคำชมว่า...
"เก่งมากเลยที่รอแม่ได้"
การทำแบบนี้บ่อย ๆ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกว่า...
"การรอไม่ได้น่ากลัว" และ
"ถ้าสัญญาว่าจะให้ ก็ให้จริง ๆ"

พอลูกรอได้ดี รอได้สม่ำเสมอขึ้น
ค่อยเพิ่มระยะเวลาการรอมากขึ้นค่ะ

อีกตัวช่วยหนึ่ง คือ ทำให้ลูก "มองเห็นเวลา" ค่ะ
เพราะคำว่า "แป๊บนึง" ของเด็กกับผู้ใหญ่มันไม่เท่ากัน

ลองใช้นิ้วมือของเรานับถอยหลัง 3-2-1 ช้า ๆ
ให้ลูกเห็น หรือใช้นาฬิกาทรายสีสวย ๆ มาวางตรงหน้า
วิธีนี้จะช่วยลดความกังวลของลูกได้ดีมาก
เพราะเขารู้ว่าเมื่อไหร่ที่การรอคอยจะสิ้นสุดลงค่ะ

ที่สำคัญที่สุดคือ "พลังของการชื่นชม" ค่ะ

ทุกครั้งที่ลูกรอได้ แม้จะแค่ไม่กี่วินาที
ให้รีบชมพฤติกรรมนั้นทันที
เพื่อให้เขาเรียนรู้ว่าการรอคอยได้คือสิ่งที่น่าภูมิใจ

ในทางตรงกันข้าม หากลูกเริ่มร้องให้โวยวาย
เพราะไม่อยากรอ เราต้องใจแข็งสักนิดนะคะ
โดยการ "ไม่ให้" ของชิ้นนั้นในขณะที่เขาร้อง

เพื่อไม่ให้ลูกเรียนรู้ว่าการร้องไห้
คือทางลัดที่จะได้ของเร็วขึ้นค่ะ

"การฝึกรอคอย" อาจจะต้องใช้ความอดทน
ของคุณพ่อคุณแม่ในช่วงแรกสักหน่อย

แต่มันคือการวางรากฐานสำคัญ
ที่จะช่วยให้ลูกเติบโตเป็นเด็กที่มีสมาธิ
และสามารถจัดการอารมณ์ตัวเองได้ดีในอนาคตค่ะ

เป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่ทุกบ้านนะคะ
ลองนำเทคนิคนี้ไปปรับใช้ดู แล้วจะพบว่าลูกน้อยสามารถรอได้เก่งกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ ❤️

#พัฒนาการเด็ก #กระตุ้นพัฒนาการ #เลี้ยงลูกเชิงบวก
#พัฒนาการเด็ก #เด็กเล็ก #ปรับพฤติกรรมเด็ก

17/05/2026

ทำไมการชวนลูก "เล่น"
ถึงช่วยให้ลูก "พูด" เก่งขึ้น?

พ่อแม่มักกังวลว่า…
"ลูกยังไม่พูดเลย ต้องรีบซื้อสมุดคัดลายมือหรือบัตรคำมาสอนไหม?"

จริงๆ แล้ว "การเล่น" นี่แหละค่ะ
คือการสอนภาษาที่ดีที่สุด

📌ทำไมการเล่นถึงสำคัญขนาดนั้น?

🩷 เพราะความสนุกทำให้ลูก "อยากพูด"
ลองนึกภาพนะคะ ถ้าเราถูกบังคับให้ท่องศัพท์เราคงเบื่อ แต่ถ้าเรากำลังเล่นเกมที่ชอบ เราจะอยากตะโกน อยากหัวเราะ อยากบอกให้คนอื่นมาสนุกด้วยกัน เด็กก็เหมือนกันค่ะ เมื่อเขาสนุกกับการเล่น เขาจะอยากสื่อสารออกมาเองโดยธรรมชาติ ไม่ต้องบังคับเลยค่ะ

🩷 การเล่นช่วยให้ลูก "รู้จักสังเกต"
ก่อนที่ลูกจะเรียกชื่อเรา หรือเรียกชื่อของเล่นได้
เขาต้อง "มอง" และ "สนใจ" สิ่งนั้นก่อนค่ะ
เวลาเราเล่นด้วยกัน ลูกจะมองมือเรา มองหน้าเรา
และฟังเสียงเราไปพร้อม ๆ กัน
ลูกจะเรียนรู้ว่า "อ๋อ... สิ่งนี้เรียกว่าหุ่นยนต์นะ"

🩷 ฝึก "การผลัดกันโต้ตอบ" (Turn-taking)
การเล่นที่ต้องผลัดกันทำ เช่น คุณแม่หยอดบล็อกทีนึง ลูกหยอดทีนึง เป็นการฝึกพื้นฐานการคุยกันค่ะ
เพราะการสนทนา คือการ "ผลัดกันพูด ผลัดกันฟัง"
ถ้าลูกเล่นแบบผลัดกันเป็น เขาก็จะเข้าใจจังหวะ
ในการคุยกับคนอื่นได้ง่ายขึ้นค่ะ

🩷เป็นการฝึก "การเลียนแบบ" ที่ง่ายที่สุด
ก่อนจะพูดเป็นคำได้ ลูกต้องเริ่มจากการทำตามท่าทาง หรือทำเสียงสนุก ๆ ก่อนค่ะ เช่น เลียนแบบเสียงรถ "บรื๊น ๆ" หรือเสียงเป็ด "ก้าบ ๆ" การเล่นที่ไม่มี
กฎเกณฑ์ทำให้ลูกกล้าลองพูดเสียงใหม่ ๆ ออกมา
จนในที่สุดจะค่อย ๆ กลายเป็นคำพูดที่ชัดเจนค่ะ

📌เทคนิคง่าย ๆ เล่นกับลูกยังไงให้ลูกได้ "ฝึกพูด"

🔹พากย์เหมือนพากย์หนัง
ลูกทำอะไรอยู่ ให้เราพูดสิ่งนั้นออกมาค่ะ เช่น
"โอ้โห... น้องตักทรายใส่ถังแล้ว" วิธีนี้ช่วยให้ลูกได้ยินคำศัพท์บ่อย ๆ โดยไม่รู้สึกโดนกดดันค่ะ

🔹แกล้งรอบ้างก็ได้
เวลาเล่นสนุก ๆ ลองหยุดกะทันหันแล้วรอสักนิดค่ะ
ให้ลูกได้มีจังหวะส่งเสียง "เอาอีก" หรือทำท่าทาง "ขอ" เป็นการกระตุ้นให้เขาต้องใช้การสื่อสารเพื่อความสนุกของตัวเองค่ะ

🔹ทำเสียงให้สนุกเข้าไว้
ใช้เสียงสูง ๆ ต่ำ ๆ หรือคำอุทานตื่นเต้น เช่น "อุ๊ย!" "ว้าว!" "ตู้มมม!" เสียงที่แปลกหูจะช่วยให้ลูกสนใจและอยากมองปากเรามากขึ้นค่ะ

ถ้าอยากให้ลูกพูดเก่ง เรามาเริ่มจากการเป็นเพื่อนเล่น
ที่สนุกที่สุดของลูกกันนะคะ 😊

#พัฒนาการเด็ก #กระตุ้นพัฒนาการ #เด็กเล็ก
#เด็กพูดช้า #การเรียนรู้ผ่านการเล่น

15/05/2026

เมื่อพ่อแม่รู้ใจลูกมากไป...
จนลูก "ไม่ต้องสื่อสาร" "ไม่ต้องพูด" ก็อยู่ได้

เคยไหมคะ? ลูกยังไม่ทันได้บอกอะไร
พ่อแม่ก็จัดให้เสร็จสรรพ

ลูกแค่มองขวดน้ำ
"หิวน้ำเหรอคะลูก นี่ค่ะ" (ยื่นขวดน้ำให้ทันที)

ลูกแค่เดินไปหน้าตู้เย็น
"หนูจะกินนมใช่ไหมคะ เดี๋ยวแม่หยิบให้" (หยิบนมให้ลูกทันที)

🔴จะเกิดอะไรขึ้นหากรู้ใจลูกมากเกินไป?

การรู้ใจมากเกินไป ทำให้ลูกขาดโอกาสฝึกทักษะ
การสื่อสารบอกความต้องการ (Mand)
ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของการพูดค่ะ

การสื่อสารจะเกิดขึ้นเมื่อมี แรงจูงใจ (Motivation)
ถ้าลูกได้รับสิ่งที่ต้องการทันที
โดยไม่ต้องพยายามสื่อสาร ลูกจะเรียนรู้ว่า…
"ไม่ต้องเหนื่อยพูด ไม่ต้องทำท่าทาง แค่อยู่เฉย ๆ
เดี๋ยวแม่ก็เอามาประเคนให้เอง"

ผลที่ตามมา คือ…

ลูกขี้เกียจพูด เพราะชีวิตมันสบายเกินไป
ไม่มีแรงกระตุ้นให้ต้องออกเสียง

พัฒนาการทางสังคมลดลง ลูกไม่เรียนรู้การเข้าหาคนอื่นเพื่อสื่อสาร

🟢พ่อแม่ลองใช้ 3 เทคนิคนี้ เพื่อให้ลูกมีโอกาสได้สื่อสารบอกความต้องการค่ะ

➡️1. วางของล่อใจที่ลูกอยากได้ แต่อย่าให้หยิบถึง
ลองเอาของเล่นที่ลูกชอบ หรือขนมที่ลูกอยากกิน ไปวางไว้ในที่ที่เขามองเห็นแต่เอื้อมไม่ถึง หรือใส่ในกล่องใสที่เปิดยาก ๆ เพื่อสร้างสถานการณ์ให้ลูก "จำเป็น" ต้องหันมาขอความช่วยเหลือจากเราค่ะ

➡️2.เป็นพ่อแม่ที่สงสัย รอให้ลูกสื่อสาร อย่างพึ่งหยิบให้ทันที
เมื่อรู้ว่าลูกต้องการอะไร อย่าเพิ่งรีบยื่นให้ค่ะ ให้รอประมาณ 3-5 วินาที สบตาลูก แล้วทำหน้าสงสัยนิด ๆ เพื่อรอให้เขาส่งสัญญาณบางอย่าง เช่น การชี้ การพูดชื่อสิ่งที่อยากได้ หรือการมองหน้าเราสลับกับของ เพื่อส่งสัญญาณว่า "ขอหน่อยค่ะ"

➡️3. ช่วยลูกทีละนิด
หากลูกยังพูดคำนั้นได้ไม่ชัด ลองช่วยออกเสียงใกล้เคียงที่ง่ายเพื่อให้ลูกพูดตาม เช่น "นม" … นอออ โน

เมื่อลูกพยายามจะสื่อสาร แม้ยังพูดคำนั้นไม่ได้ชัด ให้รีบชมและยื่นของให้ทันที เพื่อให้เขารู้ว่า
การพยายามสื่อสาร = ได้ของที่ต้องการ

การที่เรา "รอสักนิด" "รู้ใจลูกให้น้อยลงบ้าง" เพื่อให้ลูกสื่อสาร ไม่ได้แปลว่าเรารังแกหรือละเลยลูกนะคะ แต่มันคือการให้โอกาสลูกได้ฝึกใช้ทักษะที่สำคัญที่สุดในชีวิต นั่นคือการใช้ "เสียงและภาษา" เพื่อ สื่อสารบอกความต้องการกับคนรอบข้าง

ความภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเด็ก คือการค้นพบว่าเขาสามารถ "สื่อสาร" เพื่อบอกความต้องการของตัวเองได้ โดยไม่ต้องรอให้ใครมาเดาใจ

วันนี้พ่อแม่ลอง "แกล้งไม่รู้ใจ" ลูกดูสักนิดหรือยังคะ? 😊

#พัฒนาการเด็ก #เด็กพูดช้า #เลี้ยงลูกเชิงบวก #เทคนิคเลี้ยงลูก #เด็กเล็ก #กระตุ้นพัฒนาการ
#ออทิสติก

13/05/2026

5 สัญญาณเช็กด่วน! ลูกแค่พูดตาม หรือสื่อสารเป็น?

พ่อแม่หลายท่านอาจจะภูมิใจที่เห็นลูกน้อยพูดภาษาอังกฤษสำเนียงเป๊ะ ท่องบทสนทนาจากการ์ตูนได้เป็นหน้า ๆ

แต่ถ้า "การพูดเก่ง" นั้น มาพร้อมกับการที่ลูก
"คุยกับเราไม่รู้เรื่อง" นี่คือสัญญาณเตือนของภาวะ Echolalia (การพูดทวนคำ) ที่ต้องรีบแก้ไขค่ะ

ลองเช็ก 5 สัญญาณที่ไม่ควรมองข้ามดังนี้ค่ะ...

📍1. พูดแต่ "สคริปต์" (Scripting)

ลูกใช้ประโยคในการ์ตูนมาพูดซ้ำๆ ในเวลาที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย เช่น พูดว่า "Let's save the world!" ในขณะที่กำลังนั่งกินข้าว หรือพูดบทพูดของตัวละครวนไปมา โดยไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อบอกความต้องการแก่ใคร

📍2. ตอบคำถามไม่ได้ แต่เลือก "ทวนคำถาม"

ลองเช็กดูนะคะ เมื่อเราถามว่า "ลูกเอาขนมไหม?" เด็กที่สื่อสารเป็นจะตอบว่า "เอา" หรือ "ไม่เอา" แต่เด็กจะตอบกลับมาด้วยการพูดตามว่า "ลูกเอาขนมไหม?" ด้วยเสียงและโทนเดียวกับเราเป๊ะ นี่คือสัญญาณว่าเขาจำ “คลื่นเสียง” ได้ แต่ไม่เข้าใจ "ความหมาย" ของประโยคค่ะ

📍3. เรียกชื่อไม่หัน แต่หันเมื่อได้ยินเสียงการ์ตูน

เสียงเรียกชื่อของพ่อแม่มักจะถูกเพิกเฉย (เหมือนหูดับ) แต่ถ้าเป็นเสียงดนตรีเปิดตัวการ์ตูนหรือเสียงโฆษณาที่ชอบ ลูกจะหันขวับทันที เพราะสมองจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ถูกป้อนซ้ำๆ ผ่านหน้าจอ

📍4. ท่องศัพท์ยากๆ ได้ แต่บอก "หิว/เจ็บ" ไม่เป็น

ลูกอาจจะรู้จักชื่อไดโนเสาร์ทุกสายพันธุ์ หรือท่องคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้ แต่ในชีวิตจริงเขากลับไม่สามารถสื่อสารความต้องการพื้นฐานได้ เช่น ไม่พูดว่า "หิวน้ำ" "เจ็บ" หรือ "ง่วง" แต่มักจะใช้วิธีร้องไห้ โวยวาย หรือลากมือพ่อแม่ไปหาของที่ต้องการโดยไม่สบตา

📍5. ขาด "การมีความสนใจร่วมกัน" (Joint Attention)

เด็กที่สื่อสารเป็นจะอยากแชร์สิ่งที่เห็นให้เราดู เช่น ชี้ให้ดูนก หรือเอาของเล่นมาโชว์ แต่เด็กที่ติดภาษาการ์ตูนมักจะอยู่ในโลกส่วนตัว ชอบเล่นคนเดียวแบบซ้ำๆ และจะสื่อสารเฉพาะเวลาที่ต้องการสิ่งที่อยากได้มากๆ เท่านั้น โดยไม่ได้มุ่งหวังที่จะมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับเราจริงๆ

⚠️ ทำไมพ่อแม่ควรกังวล
…การที่ลูกพูดแต่ภาษาการ์ตูน คือสัญญาณว่าลูกกำลัง "รับสารทางเดียว" นานเกินไปจนเริ่มขาดทักษะการโต้ตอบกับคนรอบข้าง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของพัฒนาการด้านสติปัญญาและอารมณ์ หากปล่อยไว้นานจะส่งผลต่อทักษะสังคมและการเรียนรู้เมื่อเข้าสู่โรงเรียนค่ะ

…หากพ่อแม่สังเกตเห็นสัญญาณบางอย่างที่น่ากังวล การพาไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่อายุยังน้อย (Early Intervention) จะช่วยให้ลูกกลับมามีพัฒนาการที่สมวัยได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุดค่ะ

#พัฒนาการเด็ก #เลี้ยงลูกเชิงบวก #ออทิสติก #กระตุ้นพัฒนาการ #เด็กเล็ก #พูดช้า

11/05/2026

ทำไมการเรียนปรับพฤติกรรมถึงไม่ได้ผลกับเด็กทุกคน?
#เด็กพูดช้า #ออทิสติก #พัฒนาการเด็ก #เลี้ยงลูกเชิงบวก #พัฒนาการเด็กเล็ก #เด็กเล็ก #พูดช้า #ปรับพฤติกรรม #เทคนิคการสอน #เด็กเอาแต่ใจ #ปรับพฤติกรรมเด็ก

10/05/2026

❓ เมื่อพ่อแม่ต้องทำงาน
และลูกอยู่กับตายาย…ในโลกที่หน้าจออยู่ใกล้แค่เอื้อม

หลายครอบครัวไม่ได้มีทางเลือกมากนัก
พ่อแม่ต้องทำงาน
ตายายคือกำลังสำคัญที่ช่วยเลี้ยงหลาน

และด้วยความรัก
ตายายอยากให้หลาน “อยู่นิ่ง ๆ ไม่งอแง”
มือถือหรือทีวีจึงกลายเป็นตัวช่วยที่ง่ายที่สุด

เราเข้าใจตรงนี้ดีค่ะ ❤️

แต่ในขณะเดียวกัน
โลกวันนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน

📱 หน้าจอเข้าถึงง่ายมาก
และบางครั้ง
ไม่ใช่แค่หลานที่ดูจอ

แต่ผู้ใหญ่เองก็มีมือถืออยู่ในมือ
ทำให้ “เวลาที่ควรจะเล่นด้วยกัน” ค่อย ๆ หายไป

🧠 สิ่งที่เด็กเล็กต้องการจริง ๆ คืออะไร?

ไม่ใช่แค่ความเงียบ
ไม่ใช่แค่การดูการ์ตูน

แต่คือ

👀 การมองหน้า
💬 การพูดคุย
🧸 การเล่นโต้ตอบ
😊 การมีคนตอบสนอง

สิ่งเหล่านี้คือ
“พื้นฐานของภาษาและพัฒนาการ”

📌 ถ้าเด็กใช้เวลาส่วนใหญ่กับหน้าจอ

เขาอาจ

พูดช้า
ไม่ค่อยสื่อสาร
เล่นคนเดียวมากขึ้น
โต้ตอบกับคนน้อยลง

ไม่ใช่เพราะเขาไม่เก่ง
แต่เพราะเขา “ไม่ได้รับโอกาสฝึก”

❤️ สิ่งที่อยากฝากถึงทุกบ้าน

เราไม่ได้บอกให้เลิกใช้หน้าจอทันที
หรือโทษใคร

แต่อยากชวนให้ “เพิ่มช่วงเวลาเล็ก ๆ” ที่มีคุณภาพ

เช่น

✔️ คุยกับหลานระหว่างกินข้าว
✔️ เล่นของเล่นง่าย ๆ ด้วยกันวันละนิด
✔️ เรียกชื่อ มองหน้า ตอบโต้
✔️ ปิดหน้าจอสักช่วงหนึ่ง แล้วเพิ่ม “เวลาเล่นด้วยกัน”

✨ เพราะพัฒนาการของเด็ก
ไม่ได้รอเรา

ทุกวันคือโอกาสในการเรียนรู้

บางอย่าง
ถ้าเริ่มเร็ว
จะง่ายมาก

แต่ถ้าปล่อยนาน
อาจต้องใช้เวลามากขึ้นในการแก้ไข

เพราะสิ่งที่เด็กต้องการที่สุด
ไม่ใช่หน้าจอที่คอยนำความสนุกมาให้เขา

แต่คือ
คนที่อยู่ตรงหน้า…และเล่นกับเขาจริง ๆ ❤️
#พัฒนาการเด็ก #เด็กพูดช้า #ลูกติดหน้าจอ
#กระตุ้นพัฒนาการ #ออทิสติก #เลี้ยงลูกเชิงบวก #พ่อแม่มือใหม่

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


294 ถ. พหลโยธิน 35/19 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม
Bangkok
10900