5Marketing Must by Educreet

5Marketing Must by Educreet

แชร์

หลักสูตรการสร้างธุรกิจ หลักการตลาดจริงๆ ที่เข้าใจ ง่ายที่สุด

นักการตลาด ที่เคยเสียเวลากับการตลาดแบบผิดๆ จึงอยากจะถ่ายทอดหลักการที่แท้จริงของการตลาด แบบที่เข้าใจง่าย

29/09/2025

"นักจิตวิทยาบอกไว้ว่า การที่คุณชอบช่วยแก้ปัญหาให้คนอื่น อาจไม่ใช่เพราะคุณใจดี… แต่อาจเพราะคุณเคยอยากให้ใครสักคนช่วยคุณ แต่วันนั้นไม่มีใครทำ 😞 …คุณเลยรู้สึกว่า ถ้าทำได้ คุณจะไม่ปล่อยให้ใครต้องรู้สึกโดดเดี่ยวแบบที่คุณเคยเป็น“

22/09/2025

กลยุทธ์ที่สมบูรณ์แบบ

วิธีจัด Live สด ขายของ 100 ล้าน และเทคนิคตัด TikTok ให้สมองคนอยากดู จาก LA GLACE | BrandCase
-เรื่องนี้ถูกแชร์ ภายในงาน MARKETING CONFERENCE 2025 โดย คุณธีระฑัต หนูดำ COO ของแบรนด์ LA GLACE และเจ้าของเพจ ใดๆในโลกล้วนการตลาด

เรื่องที่น่าสนใจมาก ๆ ใน Session นี้ คือการแชร์เทคนิคเบื้องหลังการไลฟ์ของ LA GLACE ที่สร้างรายได้หลัก 100 ล้าน ในไลฟ์เดียว รวดเดียว 25 ชั่วโมง
ซึ่ง Live นั้น ถือเป็นความสำเร็จที่ถูกพูดถึงมาก ของ LA GLACE ในช่วงแคมเปญ 8.8 เมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา

และยังมีอีกเรื่อง คือเทคนิคการตัด TikTok ให้สมองคนอยากดู สไตล์ LA GLACE

BrandCase สรุปมาให้ใน 6 ข้อ แบบเข้าใจง่าย ๆ

1.ใช้คอนเทนต์เป็นตัว Leads Traffic ก่อนขึ้น Live สด

เบื้องต้นแบรนด์จะประเมินตัวเลขและข้อมูลต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อน Live สด ด้วยการคำนวณแบบย้อนกลับ จากเป้าหมายยอดขายที่ต้องการ

แล้วทำอย่างไร ? คุณธีระฑัต เล่าผ่านสมการ

Traffic (จำนวนคนเข้าดูร้านเฉลี่ย) x Conversion (% ลูกค้าที่ซื้อ) x Price (ยอดซื้อต่อคน) = Revenue (ยอดซื้อ)

ด้วยการใช้ข้อมูลจำนวนคนเข้าร้านเฉลี่ย จำนวนคนที่ซื้อจริง และยอดขายต่อออเดอร์ ซึ่งจะทำให้แบรนด์สามารถประมาณได้ว่า
ถ้าต้องการยอดซื้อเท่านี้ จะต้องการคนเท่าไรในการเข้ามาดูในไลฟ์

ตัวอย่างเช่น ถ้าอยากได้ 20 ล้านบาทจะต้องใช้ข้อมูล Conversion Rate (จากสถิติเดิมว่าคนเข้ามาดูเท่าไร เปลี่ยนเป็นลูกค้าได้กี่คน) และใช้ข้อมูล ยอดซื้อต่อออเดอร์ (Price per Order เฉลี่ยต่อคน)

เมื่อนำสองตัวแปรนี้มาคูณ ก็จะรู้ทันทีว่า ต้องการ Traffic กี่คน เข้ามาดูในไลฟ์เพื่อปิดยอดขายตามเป้า

แล้วก็เอามาคิดต่อ ว่าจะทำอย่างไร ให้คนเข้ามาดู Live สด ได้ตามเป้า

2. ทำอย่างไรให้ได้ Traffic ที่ต้องการ ? คำตอบคือ “คอนเทนต์”

ยกตัวอย่างเช่น ก่อนขึ้นไลฟ์ 8.8 ทาง LA GLACE ลงทุนทำคอนเทนต์ล่วงหน้า 15 วัน เพื่อดึงคนเข้าสู่แบรนด์ให้ได้มากที่สุด
ซึ่งทำให้แบรนด์สามารถเพิ่ม Traffic ได้มากถึง 400 ล้าน Leads

โจทย์คือ ทำอย่างไรก็ได้ ให้คนดูนานที่สุด และดูจบให้เยอะที่สุด เพื่อให้แพลตฟอร์มนำส่ง (lead) คอนเทนต์อย่างมีประสิทธิภาพ
เพราะนี่คือเงื่อนไขที่ทำให้แพลตฟอร์ม TikTok ดันคอนเทนต์ไปสู่ผู้ชมในจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังมีการใส่ ดีเทลเล็ก ๆ เชิงจิตวิทยาเข้ามาช่วยเพื่อเพิ่ม Conversion ตั้งแต่ก่อนขึ้น Live สด

เช่น การเลือกชุดที่ใช้ในคอนเทนต์กับชุดวันไลฟ์ให้ใกล้เคียงกัน เพื่อสร้างความคุ้นเคย คนที่เห็นซ้ำบ่อย ๆ จะหยุดนิ้วและกดเข้ามาดูไลฟ์ง่ายขึ้น

3. เฟรมเวิร์กสำหรับทำคอนเทนต์ให้คนรู้จัก ก่อนขึ้น Live สด ของ LA GLACE ประกอบด้วยคอนเทนต์ 5 มิติ ได้แก่
-Awareness (เห็นบ่อย) เน้นการทำให้ลูกค้าเห็นแบรนด์บ่อยครั้ง

-Image (ภาพลักษณ์ที่แตกต่าง) เน้นการสร้างภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง

-Quality (คุณภาพที่แตกต่าง) เน้นการนำเสนอคุณภาพของสินค้าในรูปแบบที่แตกต่าง

-Identity (ตัวตนที่แตกต่าง) เน้นการสร้างตัวตนที่ชัดเจนและแตกต่างของแบรนด์

-Storytelling (สร้างศรัทธา) เน้นการสร้างเรื่องราวเบื้องหลังเพื่อสร้างความศรัทธาและความผูกพัน

ซึ่งคอนเทนต์แนว Storytelling นี้จะช่วยสร้างความภักดี (Loyalty) ให้กับลูกค้าได้ค่อนข้างมาก
โดยแบรนด์จะต้องมีการสร้างเรื่องราวให้กับตัวละคร เพื่อดึงดูดความสนใจและความอินกับเรื่องราวของแบรนด์

โดยที่คอนเทนต์ทั้ง 5 มิตินี้มีเป้าหมายร่วมกันคือการทำให้คนดู ดูนาน ดูจบ, รักแบรนด์ รักตัวละคร, และจำแบรนด์ จำเรื่องราวได้

4. เทคนิคการตัดต่อคอนเทนต์ TikTok ฉบับ LA GLACE

หนึ่งในกุญแจสำคัญของ LA GLACE คือการทำให้คน ดูนาน ดูจบ และผูกพัน กับคอนเทนต์ ซึ่งเกิดจากการใส่เทคนิคทางจิตวิทยาและการตัดต่อที่ออกแบบมาอย่างละเอียด ให้ทุกวินาทีถูกออกแบบมาให้ควบคุมอารมณ์ของผู้ชมได้อย่างแยบยล

โดยเทคนิคการตัดต่อคอนเทนต์ TikTok ฉบับ LA GLACE แบ่งออกมาได้ 3 เทคนิคหลัก ๆ

-การกระตุ้น Dopamine (โดพามีน)

เทคนิคหลักคือการกระตุ้น Dopamine ผ่านการตัดต่อแบบ Jump Cut ทุก ๆ 2–3 วินาที

ทำให้คอนเทนต์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สมองจึงถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่องและทำให้ผู้ชมดูจนจบ แม้คลิปจะยาวถึง 5-10 นาที ก็ตาม

-การสร้าง Oxytocin (ออกซิทอซิน)

นอกจากนั้น LA GLACE ยังสร้างความผูกพันด้วยการใส่ Oxytocin ผ่านตัวละครที่มีบุคลิกน่ารักและเข้าถึงง่าย
เมื่อลูกค้ารู้สึกใกล้ชิดกับคนในคลิป ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชมกับแบรนด์ก็จะลึกขึ้น กลายเป็นความรู้สึกหลงใหลและอยากติดตามต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ

-การใส่ Conflict (ความขัดแย้ง / ตึงเครียด)

และเพื่อให้คอนเทนต์น่าจดจำ แบรนด์ยังเลือกใช้ Conflict หรือความตึงเครียด ความขัดแย้งบางอย่างแทรกเข้าไปในเรื่องราว

เพราะสมองของคนเรามักจำเหตุการณ์ที่มีอารมณ์เข้มข้นได้ดีกว่า
เช่น เรื่องราวการถูกแกล้งในวัยเด็กหรือเหตุการณ์กดดันเล็ก ๆ ซึ่งกลายเป็นจุดที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าเรื่องราวนี้น่าสนใจและฝังอยู่ในความทรงจำ

5. กฎ 3 องค์ประกอบของการไลฟ์ TikTok

โดย AI ของแพลตฟอร์ม TikTok จะพิจารณาจาก 3 คีย์เวิร์ดหลัก ได้แก่
-คน (Person) ตัวผู้ขายหรือพรีเซนเตอร์
-สินค้า (Product) สิ่งที่นำเสนอ
-สถานที่ (Place) บริบทและสภาพแวดล้อมที่ใช้เล่าเรื่อง

ยิ่งทั้งสามองค์ประกอบสัมพันธ์กันมากเท่าไร โอกาสที่ไลฟ์จะถูกดันและเข้าถึงผู้ชมมากขึ้นก็สูงตามไปด้วย

ตัวอย่างเช่น การไลฟ์ขายอาหารทะเลที่ตลาดปลา ผลลัพธ์มีแนวโน้มดีกว่า การไลฟ์ที่ขายอาหารทะเลในบ้าน

เพราะตลาดปลาคือบริบทที่เชื่อมโยงกับสินค้าโดยตรง และถ้าอยากไปไกลกว่าคู่แข่งที่ไลฟ์ขายอยู่ในตลาดปลา วิธีที่เหนือชั้นกว่าคือ การไลฟ์ขายอาหารทะเลบนเรือประมง เพื่อสร้างบรรยากาศที่สมจริงและแตกต่างยิ่งขึ้น

แต่การไลฟ์ให้สำเร็จ ไม่ได้มีเพียงเรื่องฉากหรือการนำเสนอเท่านั้น แบรนด์ต้องมองไปถึง ศักยภาพตลาดและความต้องการจริง ๆ ของลูกค้าด้วย

เช่น LA GLACE ก่อนขึ้นไลฟ์จะศึกษามูลค่าตลาดของสินค้านั้น ๆ อย่างละเอียด อย่างกรณี Toner Pad ที่มีมูลค่าตลาดกว่า 2,400 ล้านบาท

และเมื่อวิเคราะห์คอนเทนต์ย้อนหลัง ก็พบว่าตนเองครองส่วนแบ่งการเข้าถึง (Lead Share) ไปถึง 97% ข้อมูลเหล่านี้ทำให้สามารถวางแผนสต๊อกสินค้าและหลังบ้านได้พอดี ไม่ขาดและไม่ล้น

อีกกลยุทธ์สำคัญคือการติดตามทุกการเคลื่อนไหวของตลาด LA GLACE แท็กคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์เครื่องสำอางและสินค้าบิวตี้กว่า 6,000 คำ

เพื่อเก็บ Insight ทั้งคำชม คำด่า และกระแสใหม่ ๆ อยู่เสมอ นั่นทำให้แบรนด์สามารถปรับตัวได้แบบเรียลไทม์ และอยู่ในทุกจังหวะที่ผู้บริโภคสนใจ

6. Customer Journey ที่ซับซ้อนของสินค้าความงาม

แม้ว่า LA GLACE จะสามารถสร้าง Traffic ได้มากถึง 400 ล้าน Leads ใน TikTok แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ยอดขายจริงกว่า 55% กลับมาจาก Shopee

สาเหตุเพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มบิวตี้ ไม่ได้เป็นเส้นทางตรงแบบเห็นแล้วซื้อทันที แต่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและหลายขั้นตอน

โดยเส้นทางของลูกค้า LA GLACE ส่วนใหญ่เริ่มจากการ เห็นคอนเทนต์บน TikTok แล้วตามไป Test สีจริงที่หน้าร้าน

ก่อนจะกลับมาหาข้อมูลเพิ่มจากรีวิวบน Lemon8 หรือพูดคุยในกลุ่ม Facebook และสุดท้ายจึงปิดการซื้อโดยใช้โคดคูปองใน Shopee อย่างนี้เป็นต้น

พฤติกรรมนี้สะท้อนว่า Beauty Customer Journey ไม่ได้ผูกติดกับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง แต่กระจายตัวอยู่ในทุกที่ที่ผู้บริโภคใช้เวลา

ดังนั้น แบรนด์ที่ต้องการปิดการขายในหมวดบิวตี้ จำเป็นต้องวางตัวเองให้ปรากฏในทุกจุดสัมผัส (Touchpoint)
ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มโซเชียล ร้านค้าหน้าสาขา หรือมาร์เก็ตเพลสออนไลน์

รวมถึงการให้ Value-Added Service อย่างการแชร์เทคนิคการแต่งหน้า เพื่อดึงลูกค้าให้อยู่กับแบรนด์และสร้างโอกาสปิดการขายได้จริง

Photos from 5Marketing Must by Educreet's post 22/09/2025

🥹สะเพร่าเกินไปมาก บริษัทระดับโลก ลืมใส่ข้อความในป้ายโฆษณา เกือบ 100 ป้าย
ได้หรอ 😲

😎 หรือ เป็น กลยุทธ์การตลาด แสนฉลาด สร้างความน่าจดจำ ทำให้คนแชร์
สิ่งที่ Youtrip ทำ ตอบโจทย์การตลาดแทบจะครบทุกข้อ

✅ 1.คนถามถึงทุกคน ว่า ป้ายสี ม่วงๆ ฟ้าๆ คืออะไร ไม่รู้จักก็ไป ค้นหา
" y o u t r i p"

✅2.แบรนด์ ชัด สี เป๊ะ เห็นๆ ม่วงมาแต่ไกล ไม่ต้องมองนาน
ม่วงมากกกกกกกกกกกกกกกกก

✅3.คนถาม คนบอกต่อ คนแชร์
สร้างการรับรู้ไปอีก.....นี่ไง ป้ายโฆษณาซ้ำๆ ทำไปเพื่ออะไร เถียงกันไปซิ
ชอบ ไม่ชอบ เมื่อเราพูดถึง นั่นก็คือคำตอบของทีมการตลาดแล้ว

✅4.ลูกค้ามาตามอ่าน จนรู้ว่า Y o u t r i p เป็นใคร กดเข้าเว็ปไซต์เค้าซะแล้ว
เรื่องที่ทำ มันต้องใหญ่ แปลกพอให้คนหันมามอง สนใจ
ไม่เรียกการตลาด แล้ว จะเรียกว่าอะไร
ทำได้เทพ เนียนซะขนาดนี้

✅5. สิ่งที่ทำเนี้ย เรียกว่าการ "โฆษณา"
ป้าย แม้จะเป็นสื่อช่องทางธรรมดาบนทางด่วน เป็น Offline
แต่เค้าเอามาสร้างโพสต์ ทำให้คนเห็นใน Online คนพูดถึง คนถาม คนแชร์
แล้วก็เป็น Funnel คือ นำพาคนจากออนไลน์ ไปสู่เวปไซต์เค้าได้สำเร็จ

นี่แหละ กลยุทธ์การตลาด ที่ฉลาด และ เนียนมาก จนต้องหยิบมาเล่าให้ฟัง
__________
กลยุทธ์การตลาด 5marketing must
1. Traffic คือ การมีสะพานเชื่อมโยงคน ให้คนมาติดต่อธุรกิจเรา
2. Hook คือ ทำให้คนสนใจ หันมามองเราให้ได้

Youtrip คือ ทำ 2 ข้อนี้เนียนมากๆๆ จึงอยากให้เข้าใจว่า
ธุรกิจที่ดี ต้องทำการตลาด ให้ครบทั้ง 5 ข้อ
และข้อ 1-2 นั้นคือ จุดเริ่มต้นที่สำคัญมากๆของการทำการตลาดครับ

credit : รูป โพสต์ poetry of bitch

10/09/2025

😎ถ้าคุณมีไอเดียธุรกิจ ตอนตี 5 สิ่งที่เราจะทำคือ ตื่นมาจดมันไว้
แล้วพอผมจดมันไว้ ผมก็คิดว่า ช่วงนี้ที่ตื่นเต้นที่สุด น่าจะทำอะไรขึ้นมาเลยดีมั้ย ? ทำไมมันตื่นเต้นจัง นอนไม่หลับ


แล้วเมื่อ ผมใช้ Ai ช่วยทำงาน บวกประสบการณ์การตลาดที่พอจะมีบ้าง

มันก็ได้ เว็ปไซต์เวอร์ชั่น ร่างๆๆๆ ออกมา เพื่อเป็นต้นแบบในการทำงาน
แอบบอกตรงๆนะ มันยังใช้ไม่ได้หรอก เราต้อง เกลามันอีกที

แต่มันก็คือ ผู้ช่วยที่ดี ที่ช่วยให้เราไปสู่เป้าหมายได้ไวขึ้น
ผมใช้ Ai เป็นสะพาน แต่ผมเองอะ เป็น สมอง

อย่าปล่อยให้ใครเอาความฝันคุณหลุดมือ
อยากทำอะไรก็ลงมือ ได้ไม่ได้ ไปแก้ปัญหาเอาได้

เป็นกำลังใจให้ 😎

#ลูกค้าเราอยู่ที่ไหน
ผมช่วยวางระบบการตลาดออนไลน์ให้ได้ง่ายและมีระบบ😎
แบงค์ ระบบการตลาด
ฟู ระบบโปรดักชั่นทำคอนเทนต์

07/09/2025

บทความที่ดี คู่ควรแก่การฟังซ้ำซ้ำ 😎

จะปิดการขายต้องตอบให้ไว ไม่งั้นลูกค้าก็นอกใจไปหาคนอื่น เปิดกลยุทธ์ยุค AI จาก Meta ที่เชื่อมทุกจุดใน Customer Journey จากงาน DSME2025

Meta มีอะไรอัปเดต และ SMEs จะดันยอดขาย ใช้เครื่องมืออย่างไรให้ธุรกิจไปรอดได้ในยุคนี้?

ในงาน ในเซสชัน Future of messaging and AI โดยคุณอุ้ม - ภารดี สินธวณรงค์ Head of Marketing, Thailand & Philippines, Meta และเซสชันเปลี่ยนแชทเป็นช้อป: กลยุทธ์ ดันยอดขาย Business Messaging สำหรับ SME ยุคใหม่ โดย Pimolpong Sriyapai & Nuttamon Tachapattarawat - Client Solutions Manager, Thailand Meta ได้อัปเดตตัวเลขของแพลตฟอร์มที่น่าสนใจ พร้อมวิธีการใช้เครื่องมือของ Meta อย่างมีประสิทธิภาพ ส้รางยอดได้จริง!

🌎 5 เรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการไทย และคนทำธุรกิจควรรู้เกี่ยวกับ Future of messaging and AI เพราะ Meta เชื่อว่าทุกการเชื่อมโยงคือโอกาส

🎯 1. Trends

การสื่อสารมีมานาน แต่ปัจจุบันรูปแบบที่มาแรงที่สุดคือ ‘Messaging’" โดยทาง Meta มีสถิติที่น่าสนใจเพื่อให้ธุรกิจสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และบรรลุเป้าหมายทางกลยุทธ์

🔹 74% ของผู้ใหญ่ที่ใช้ออนไลน์บอกว่า ต้องการสื่อสารกับธุรกิจในแบบเดียวกับที่สื่อสารกับเพื่อนหรือครอบครัวผ่านการแชท
🔹 95% ของธุรกิจทั่วโลก บอกว่าการใช้ Business Messaging ช่วยพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าได้ดีมากขึ้น
🔹 55% ธุรกิจที่มีการทักแชทเกิดขึ้น สามารถปิดการขายได้ดีขึ้น จากลูกค้าที่สนใจ เปลี่ยนเป็น ‘ลูกค้าจริง’
🔹 87% ของนักช้อป เขาทักแชทกับร้านค้า และทักแชทใน Meta platform ในช่วงเทศกาล เลือกใช้ แอปส่งข้อความของ Meta


🎯 2. Do more with conversations

กว่า 1 พันล้าน นี่คือตัวเลขของการส่งข้อความทุกอาทิตย์ ซึ่งไม่ใช่แค่สวัสดีวันจันทร์แบบที่เราคุ้นเคย แต่เป็นการส่งในเชิงธุรกิจ เพื่อที่จะปิดการขาย คำถามคือแล้วคุณจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร และนี่คือข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้

🔹 Largest messaging technologies globally
messaging คือเครื่องมือที่ผู้คนใช้กันมากที่สุดในโลก การเจอลูกค้าในที่ที่พวกเขาใช้อยู่ทุกวัน นับเป็นช่องทางในการทำธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการไทยเองก็มีโอกาสขยายไปต่างประเทศทั่วโลกเช่นกัน

🔹 Powerful discovery engine
ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ เนื่องจาก AI จาก Meta อย่าง discovery engine มีกลไกจะช่วยหากลุ่มเป้าหมาย ผู้คนที่มีแนวโน้มสนใจสินค้าและบริการของคุณ ผ่านโฆษณาบน Facebook และ Instagram

🔹 APIs and AI-driven machine learning
มีการลงทุนทางด้าน API หลังบ้าน ช่วยในการจัดการจำนวนข้อความมหาศาล ซึ่งจะมอบโซลูชันครบวงจร เพื่อการค้นหา, การทำธุรกรรม และการกลับมามีส่วนร่วมผ่านข้อความ


🎯 3. Design messaging journeys

เราจะใช้ประโยชน์จากการทักแชททางธุรกิจได้อย่างไร สิ่งสำคัญก่อนที่จะเริ่มทำธุรกิจคือการ “กำหนดเป้าหมาย” ให้ชัดเจน แล้วจึงเริ่มสร้างเส้นทางผ่านแคมเปญต่าง ๆ

เข้าใจการออกแบบเพื่อการเติบโต (Design for Growth) เพื่อสร้างกลยุทธ์การสื่อสารทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง เริ่มจาก

🔹 3.1 Business Outcomes
ผลลัพธ์ทางธุรกิจคือตัวชี้วัดความสำเร็จสูงสุด เช่น ยอดขาย หรือรายได้ คุณสามารถออกแบบ เส้นทางการสื่อสาร (Messaging Journeys) ที่หลากหลาย เพื่อนำลูกค้าไปสู่ผลลัพธ์เดียวกันได้

ตัวอย่างผลลัพธ์ทางธุรกิจ
- Sales (ยอดขาย)
- Customer Acquisition (การหาลูกค้าใหม่)
- Customer Retention (การรักษาลูกค้าเดิม)
- Cost Reduction (การลดต้นทุน)
- Inquiry Resolution (การแก้ไขคำถาม/ข้อสงสัย)
- Customer Onboarding (การแนะนำและเริ่มต้นใช้งาน)
- Order Fulfillment (การจัดการคำสั่งซื้อ)

🔹 3.2 การออกแบบเส้นทางการสื่อสาร (Messaging Journeys)

- Entry and re-entry points
หมายถึงวิธีที่ทุกคนกระตุ้นให้ลูกค้าเริ่มต้น หรือกลับมาโต้ตอบกับธุรกิจผ่านการแชท

- In-thread experience
คือการโต้ตอบทั้งหมดที่เกิดขึ้นในแชท ซึ่งช่วยพาลูกค้าไปยังจุดที่ต้องการ เช่น การซื้อ หรือ การตัดสินใจ เป็นต้น

- Conversion point
คือหมุดหมายสำคัญที่เปลี่ยนลูกค้าเป้าหมายให้กลายเป็นลูกค้าจริง ที่จะทำให้ธุรกิจบรรลุความสำเร็จ เช่น การสั่งซื้อ การสมัคร หรือการชำระเงิน เป็นต้น


🎯 4. Case Studies ธุรกิจในไทย

หนึ่งในเคสที่น่าสนใจของการจับคู่ Live Shopping กับ Business Messaging คือแบรนด์ Sunishop ร่วมมือกับ V Rich ซึ่งเป็น Meta Business Partner เพื่อทดสอบเครื่องมือ Live Shopping ของ Facebook โดยใช้โฆษณาแบบ Boosted Live ที่ออกแบบมาเพื่อข้อความ ส่งตรงถึงกลุ่มผู้หญิงอายุ 25–50 ปี (รวมถึงนักเรียน) ในประเทศไทย

สิ่งนี้ทำให้ผู้ซื้อได้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับสินค้าที่เห็นขณะไลฟ์ และสามารถกดสั่งซื้อได้ทันทีผ่าน Messenger ทีมงานได้ทำการทดสอบแบบ A/B เพื่อวัดประสิทธิภาพของแนวทางนี้ และพบว่า สามารถกระตุ้นยอดซื้อได้ในต้นทุนต่อการซื้อที่ต่ำกว่าวิธีปกติ

ผลลัพธ์ที่ได้คือ
🔹 22% ต้นทุนต่อการซื้อถูกลง
🔹 25% การซื้อเพิ่มขึ้น
🔹 17% ผลตอบแทนจากงบโฆษณาเพิ่มขึ้น
🔹 11% การเริ่มต้นบทสนทนาเพิ่มขึ้น

หนึ่งในคำพูดจาก Narachat Moddok จาก SUNISHOP BABY กล่าวไว้ว่า
“เครื่องมือ Live Shopping นั้นทรงพลัง ซึ่งมอบวิธีใหม่ที่สะดวกให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าผ่านการไลฟ์ของ Facebook โดยลูกค้าสามารถเลือกดูรายการสินค้าที่ต้องการและสั่งซื้อได้ทันที นับเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ขายและผู้ซื้อ”


🎯 5. AI and future of messaging

AI เป็นคำที่ฮิตมาก Meta ลงทุน AI มา 10 กว่าปีแล้ว และมีการทำ Generative AI Solutions ไว้มากมาย เพื่อตอบโจทย์การใช้งานหลักในหลายด้าน
.
🔹 Llama
โมเดลพื้นฐานแบบเปิด (Open Source) ที่รองรับหลายรูปแบบข้อมูล โดยโมเดลพื้นฐานแบบเปิดนี้ที่นักพัฒนาสามารถนำไปต่อยอดหรือปรับใช้ได้ด้วย AI

🔹 Meta AI
หนึ่งใน AI ที่เข้าถึงผู้คนทุกคน ซึ่งอยู่ใน Facebook Messenger และ Instagram เป็น Tools AI เรียกได้ว่าเสมือนผู้ช่วยคนสำคัญที่ถูกใช้งานมากที่สุดในโลก

🔹 Advantage+
อีกหนึ่งตัวช่วยที่ใช้ AI ในการเป็นกลไก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแคมเปญโฆษณา ในการหากลุ่มลูกค้าให้กับธุรกิจ

🔹 Business AI
ธุรกิจทักแชท มอบประสบการณ์ลูกค้าได้ ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ช่วยผู้ประกอบการไทยทุกคนแม้กระทั่งเวลาเรานอนหลับ สามารถตอบลูกค้าได้ทันที, ลดงานซ้ำ ๆ ของทีม, ช่วยเปลี่ยนลูกค้าเป้าหมายให้เป็นลูกค้าจริงได้เร็วขึ้น และที่สำคัญ แชทบอทนี้เปิดให้ใช้งานฟรี!


สถิติที่น่าสนใจจากเทคโนโลยีของ Meta ยังคงมีบทบาทสำคัญในเส้นทางการช้อปปิ้ง และนักช้อปจำนวนมากบอกว่า Meta มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของพวกเขา โดย

Discovery การค้นพบสินค้า/แบรนด์ กว่า 50% ของนักช้อปช่วงเทศกาลบอกว่า พวกเขาพบสินค้า/แบรนด์ใหม่ ๆ ผ่านเทคโนโลยีของ Meta (เพิ่มขึ้นจาก 51% ในปี 2023)
🔹 30% ผ่าน Search engines
🔹 26% ผ่าน YouTube
🔹 21% ผ่าน TikTok
🔹 43% ผ่าน Net/YouTube search engines
🔹 39% ผ่านโซเชียลมีเดียอื่น ๆ

Evaluation - การค้นหาข้อมูลและเปรียบเทียบก่อนซื้อ กว่า 41% ของนักช้อปใช้เทคโนโลยีของ Meta เพื่อค้นคว้าและประเมินสินค้า/แบรนด์ในช่วงเทศกาล
🔹 51% ใช้ Google Search
🔹 37% เว็บไซต์ของแบรนด์หรือร้านค้า
🔹 31% YouTube
🔹 28% แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
🔹 22% TikTok

Purchase - การตัดสินใจซื้อ กว่า 58% ของนักช้อปบอกว่าเทคโนโลยีของ Meta มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ (เพิ่มขึ้นจาก 55% ในปี 2023)
🔹 46% ซื้อบน YouTube
🔹 38% ซื้อบน TikTok
🔹 26% ซื้อผ่าน Meta
🔹 44% ซื้อบน Amazon
🔹 13% ซื้อบน Temu
🔹 12% ซื้อบน Shein
🔹 10% ซื้อบน TikTok


สำหรับใครที่พลาดเนื้อหาในเซสชันนี้จากทางทีม Meta สามารถติดตามเนื้อหาจาก Meta ได้ใน Meta Ads Insights Series

พร้อมลุ้นรับเครดิตลงโฆษณาฟรี 599 USD ฟรี เพียงคลิกลิงค์ลงทะเบียนที่นี่ https://events.atmeta.com/MetaAdsInsightsSeries/creativetalk


🌎 เสริมทัพเครื่องมือ (Tools) ที่น่าสนใจในการขายของผ่านแชทในปี 2025 นี้

🎯 1. Efficient Sales and Maximise Return on Ad Spend

วิธีปิดการขายด้วยต้นทุนต่อการซื้อที่ต่ำที่สุด และการเพิ่มผลตอบแทนจากโฆษณา (ROI) เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ลงทุนไปขายของได้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น คุ้มค่ากับการลงทุนเพื่อสร้างการซื้อที่มียอดตะกร้าสินค้ามากขึ้น

โดยในปัจจุบัน Meta มีเครื่องมือที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันดีอย่าง Ads Manager - Meta for Business โดยในปัจจุบัน Meta ออกฟีเจอร์ที่มาเสริมในหลาย ๆ ธุรกิจ ที่มีความต้องการในการปิดการขายหาคนที่มีศักยภาพ ซึ่งฟีเจอร์ที่ปัจจุบันมีนั้น มีดังนี้

🔹 1.1 Leads Optimization (LO) เหมาะกับธุรกิจที่มีการตัดสินใจใช้บริการ Service ต่าง ๆ ที่มีระยะเวลานานขึ้น โดยเหมาะกับธุรกิจต้องการเก็บข้อมูลที่เป็น Lead มากขึ้น หาคนที่มีโอกาสสูงที่สุดที่จะให้ข้อมูลติดต่อนั่นเอง
.
โดยข้อมูลจากทาง Meta ระบุไว้ว่า ต้นทุนต่อหนึ่งลูกค้าเป้าหมายถูกลง 31% เมื่อเทียบกับ Conversation Optimization

🔹 1.2 Purchase Optimization (PO) เหมาะกับธุรกิจที่จะเพิ่ม ‘จำนวนการซื้อ’ กระตุ้นจำนวนออเดอร์ หรือการซื้อผ่านการสนทนาให้มากขึ้น เหมาะอย่างมากในการ Scale จำนวนคนมากขึ้นกับแบรนด์ เน้นจำนวนเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น ธุรกิจประเภท Service เสริมความงาม, สปา หรือแบรนด์รถยนต์ เพื่อให้ผู้บริโภคทักเข้า เกิดการตัดสินใจ มาติดต่อตัว Service กับร้านค้าได้ง่ายขึ้น เพื่อปิดการขายได้

โดยข้อมูลจาก Meta ระบุว่า การใช้ Purchase Optimization ทำให้ยอดซื้อเพิ่มขึ้น 24% และต้นทุนต่อการซื้อถูกลง เมื่อใช้ Purchase Optimization เทียบกับ Conversation Optimization

🔹 1.3 Value Optimization (VO) ใหม่ล่าสุดซึ่งจะเน้นทำอย่างไรให้สามารถ Optimize Campaign หาคนที่มีโอกาสสูงที่สุดที่จะซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูงที่สุด ซึ่งเหมาะกับทุกคนที่สนใจในเรื่องเพิ่ม ROAS (Return on Ad Spend) ให้ได้สูงที่สุด

โดยเหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการ ROAS (ผลตอบแทนจากงบโฆษณา) ที่สูงที่สุด หรือธุรกิจที่มีสินค้าหลายประเภท หลายราคา โดยจากข้อมูลของ Meta ระบุว่า ROAS เพิ่มขึ้น 6% จากการทดสอบ เมื่อเทียบกับ Purchase Optimization

หมายเหตุ: ธุรกิจที่มีการใช้ Business Messaging Partner หรือใช้ Solution ของทางพาสเนอร์ เชื่อมต่อกับเพจบน Meta ตรงนี้สำคัญ เพราะทาง Meta จะมีการสร้างเรื่องของ API เชื่อมต่ออยู่แล้วในการเก็บ signals ร่วมกัน ตรงนี้ต้องการอย่างน้อย 100 value signals ภายในระยะเวลา 21 วัน ในการปลดล็อกฟีเจอร์

✅ [ มีเคสที่น่าสนใจจากผู้ใช้จริง ]

เคสที่ 1 → ด้วยการใช้โฆษณาที่คลิกไปยัง Messenger พร้อมการปรับแต่งมูลค่า (Value Optimization) โดยผู้ขายรองเท้าออนไลน์ได้ทดสอบการใช้เป้าหมาย Value Optimization กับโฆษณาที่คลิกไปยัง Messenger เทียบกับวิธีปกติที่ใช้โฆษณาเพื่อการซื้อ (Purchase Optimization)

ผลลัพธ์คือ ROAS ผลตอบแทนจากงบโฆษณาเพิ่มขึ้น 4.9 เท่า ซึ่งเป็นเคสตัวอย่างหนึ่งของธุรกิจที่มุ่งหวังการสร้างผลกำไรจากแคมเปญให้ได้มากที่สุด

เคสที่ 2 → จากแบรนด์ Yes Care ความสำเร็จจากการใช้ Value Optimization โดย Yes Care แบรนด์อาหารเสริมชั้นนำ เปิดตัวแคมเปญที่ประสบความสำเร็จ โดยใช้กลยุทธ์ Value Optimization แทนวิธีเดิม (Purchase Optimization แบบปกติ)

ผลลัพธ์ที่ได้คือ ผลตอบแทนจากงบโฆษณา (ROAS) สูงขึ้น และ ต้นทุนต่อการซื้อถูกลง

👉 +14% Higher ROAS
แคมเปญ CTM ที่ใช้ Value Optimization (VO) ให้ ROAS สูงกว่า Purchase Optimization (PO)

👉 +32% Higher Reach
แคมเปญ CTM ที่ใช้ Value Optimization (VO) เข้าถึงผู้คนมากกว่า PO

✅ [ บน Meta มีเครื่องมือหลากหลายที่มากกว่า Facebook ]

ปัจจุบันบน Messenger หรือ Instagram มีกลุ่ม user เข้ามาแชทเชิงธุรกิจกันหลากหลายมาก ๆ โดยการเติบโตบน IG สูงมาก ๆ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงาน และกลุ่มเด็กลงมา และนอกจากนั้น คนที่ใช้ Instagram Direct ในการสนทนาร่วมกับแบรนด์ก็มีมากเช่นกัน

โดยหนึ่งในข้อมูลจาก Meta ระบุว่า อัตราการเปลี่ยนเป็นการซื้อสูงขึ้น 11% เมื่อเลือกหลายช่องทางข้อความสำหรับโฆษณาที่คลิกไปแชท เทียบกับการเลือกเพียงช่องทางเดียว

✅ [ ข้อมูลการตั้งค่าสำหรับ การซื้อผ่าน Messenger และ Instagram Direct ]

01 ตรวจสอบให้เพจของคุณมีสิทธิ์สำหรับการตั้งค่า Maximize number of purchases ผ่าน Messenger โดยเกณฑ์ ต้องมีสัญญาณการซื้ออย่างน้อย 5 ครั้งภายใน 30 วันล่าสุด

02 เลือกวัตถุประสงค์แคมเปญ (Campaign Objective) เป็น Sales หรือ Engagement

03 เลือกช่องทางข้อความ (Message Destination) เป็นทั้ง Messenger และ Instagram
ส่วน Performance Goal: เลือก Maximize number of purchases through messaging

04 Meta แนะนำให้ส่งข้อมูลการซื้อไปที่ Messenger และ Instagram ทั้งคู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ (เพียงลง Ad ครั้งเดียว ก็สามารถเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสื่อสารได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทาง Instagram Direct message หรือ Messenger)

หมายเหตุ: สัญญาณการซื้อสามารถส่งได้จาก Instagram Inbox หรือ Messaging Partners


🎯 2. Grow Sales Volume with Creator

ขยายยอดขายด้วยครีเอเตอร์ สร้างโอกาสการขายเพิ่มเติมผ่านครีเอเตอร์ โดยก่อนอื่น ขอขยายความ 2 คำนี้เพื่อให้ทุกคนเข้าใจในภาพรวมของแพลตฟอร์ม Meta
.
🔹 1. Branded Content คือโพสต์ที่มีการแอบแฝงการทำงานกับแบรนด์โดยมีการแจ้ง User โดยเป็นรูปแบบ Organic หรือไม่ได้ใช้เงินในการซื้อโฆษณา

🔹 2. Partnership Ads เมื่อเกิดกรณีถูกทำสปอนเซอร์หรือจ่ายเงินบูสต์แอด จาก Branded Content จะเปลี่ยนเป็นอีกคำ นั่นคือ Partnership Ads แทนนั่นเอง

จากข้อมูลของ Meta ระบุว่า การเพิ่ม Partnership Ads เข้าไปในแคมเปญปกติ (Business-as-usual campaigns) ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

👉 ลดต้นทุนต่อการได้ลูกค้า (CPA) ลง 19%
👉 อัตราการคลิก (CTR) สูงขึ้น 53%

✅ [ Partnership Ads Support for Business Messaging ]
👉 รูปแบบการแสดงผลมีด้วยกัน 3 ส่วนคือ Feed, Reels, Stories
👉 วัตถุประสงค์ คือ เน้น Traffic (การเข้าถึง), Engagement (การมีส่วนร่วม) และ Sales (ยอดขาย)

✅ [ เครื่องมือ Partnership Ads Hub ]
สิ่งนี้จะถูกฝังอยู่ใน Ads Manager โดยหน้าที่หลัก ๆ คือ ช่วยจัดการและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานแคมเปญ ครอบคลุมมากมาย อธิ

👉 จัดการสิทธิ์ทั้งหมดของโฆษณาแบบพาร์ทเนอร์ได้ในที่เดียว
👉 รับการแจ้งเตือนทั้งหมดของโฆษณาพาร์ทเนอร์ในศูนย์กลางเดียว
👉 ตรวจสอบข้อผิดพลาดและแก้ปัญหาของโฆษณาแบบพาร์ทเนอร์
👉 ดูคำแนะนำเนื้อหาที่ควรโปรโมตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

✅ [ การจัดการสิทธิ์โฆษณาแบบพาร์ทเนอร์ (Managing Partnership Ad Permissions) ]
โดยตอนนี้การจัดการพาร์ทเนอร์ของครีเอเตอร์ (Creator partnerships) ได้ย้ายจาก Meta Business Suite มายัง Partnership Ads Hub ใน Ads Manager โดยสามารถจัดการสิทธิ์โฆษณาและความเหมาะสมของคอนเทนต์ได้จากที่นี่ ทั้งบน Instagram และ Facebook

หมายเหตุ: ผู้ลงโฆษณายังสามารถเข้าถึงการจัดการสิทธิ์ได้ผ่าน Meta Business Suite

โดยสามารถเข้าใช้งาน Partnership Ads Hub ได้ที่
https://business.facebook.com/latest/partnership_ads_hub

✅ [ ปัจจุบันการทำงานกับ KOL บนแพลตฟอร์มตอนนี้ทำได้ 2 แบบ]

🔹 1. Account-Level Permissions
ซึ่งจะใช้ Partnership Ads เป็นการจับมือกันยาว ๆ เน้นการทำงานกับ KOL บ่อย ๆ โดยผู้ลงโฆษณาสามารถขอสิทธิ์ในระดับบัญชีจากพาร์ทเนอร์ผ่าน Meta Business Suite โดยสิทธิ์นี้ทำให้ผู้ลงโฆษณาสามารถสร้างโฆษณาโดยใช้ Content จากพาร์ทเนอร์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีโพสต์หรือคอนเทนต์ที่มีอยู่ก่อนแล้ว และสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายเฉพาะจากฐานผู้ติดตามหรือผู้ชมของพาร์ทเนอร์ เพื่อให้โฆษณามีประสิทธิภาพมากขึ้น

สิ่งที่ผู้ลงโฆษณาทำได้
👉 สร้างโฆษณาโดยใช้สิทธิ์จากบัญชีพาร์ทเนอร์
👉 เลือกกลุ่มเป้าหมายจากผู้ชมของพาร์ทเนอร์
👉 ใช้ Label “Paid Partnership” (เนื้อหาที่เป็นความร่วมมือแบบชำระเงิน) เมื่อสร้างโฆษณา

🔹 2. Content-Level Permissions
เน้นการทำงานกับ KOL ด้วยกันครั้งเดียว โดยพาร์ทเนอร์สามารถอนุญาตให้ผู้ลงโฆษณาใช้สิทธิ์เพื่อโปรโมตโพสต์ คอนเทนต์ หรือวิดีโอเฉพาะชิ้นเป็นโฆษณาได้ สิทธิ์นี้สามารถให้ได้ผ่านการแท็ก (Tag) โฆษณาหรือแชร์รหัสโฆษณา (Ad Code)

สิ่งที่ผู้ลงโฆษณาทำได้
👉 ใช้โพสต์ที่พาร์ทเนอร์สร้างไว้แล้วบน Facebook หรือ Instagram ในการทำโฆษณา
👉 เลือกโปรโมตเฉพาะโพสต์/สตอรี่/วิดีโอที่พาร์ทเนอร์อนุญาต
👉 กำหนดให้โฆษณาเจาะกลุ่มผู้ติดตามพาร์ทเนอร์ หรือกลุ่มกว้างได้ตามสิทธิ์ที่กำหนด

สิ่งที่พาร์ทเนอร์ทำได้
👉 เลือกได้ว่าโพสต์ไหนที่อนุญาตให้ผู้ลงโฆษณานำไปใช้เป็นโฆษณาแบบพาร์ทเนอร์

✅ [ มีเคสที่น่าสนใจจากผู้ใช้จริง ]
แบรนด์จากบ้าน CMF แบรนด์จากคุณซี ศิวัฒน์ ได้จัดแคมเปญที่ประสบความสำเร็จ โดยผสมผสาน Partnership Ads สำหรับ Click-to-Messenger (CTM) เข้ากับกลยุทธ์ BAU (Business-As-Usual)

👉 ผลลัพธ์ที่ได้คือ มีการปรับปรุงอย่างเห็นได้ชัดในด้าน ผลตอบแทนจากการใช้จ่ายโฆษณา (ROAS) และ ลดต้นทุนต่อการซื้อ (Cost per Purchase)

ผลลัพธ์ตัวเลขสำคัญ
👉 +25% → ROAS ดีขึ้น
สำหรับการซื้อสินค้าบน Meta ผ่านแคมเปญ BAU + Partnership Ads

👉 17% → ต้นทุนต่อการซื้อถูกลง
สำหรับการซื้อสินค้าบน Meta ผ่านแคมเปญ BAU + Partnership Ads

👉 42% → ต้นทุนต่อการซื้อถูกลง
สำหรับแคมเปญ CTX Partnership Ads เมื่อเทียบกับ BAU


สำหรับใครที่พลาดเนื้อหาในเซสชันนี้จากทางทีม Meta สามารถติดตามเนื้อหาจาก Meta ได้ใน Meta Ads Insights Series

พร้อมลุ้นรับเครดิตลงโฆษณาฟรี 599 USD ฟรี เพียงคลิกลิงค์ลงทะเบียนที่นี่ https://events.atmeta.com/MetaAdsInsightsSeries/creativetalk


#ผู้ประกอบการ #คนทำงาน #ธุรกิจทักแชท

05/09/2025

คนรุ่นใหม่ ที่อยากทำแบรนด์
การทำโลโก้ การทำตีมสียังไม่พอครับ

โลโก้ สี เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์
ในฐานะที่แมธธิว อยู่เบื้องหลังแบรนด์ใหญ่
ในการสร้างแบรนด์ มากกว่า 10 ปี

สีและโลโก้ ไม่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการทำแบรนด์
แต่ ควรจะเป็น ตัวตนจริงๆของเจ้าของแบรนด์

เหตุผลง่ายๆ คือ คุณจะทำไม่ได้นาน
แล้วคนก็สัมผัสได้ว่านี่คือ “ของจริง”

พอเราเป็นตัวเอง รักในสิ่งที่ทำ
มันก็ทำแบรนด์ออกมาได้ดี

ที่สำคัญ ยังทำให้แบรนด์ได้ลูกค้า
แฟนคลับที่เป็นคนที่ “รักตัวตนเราจริงๆ”

ก่อนเข้าเวิร์คช็อป ผมแนะนำให้เข้า
สัมมนาเรื่อง แบรนด์ก่อนว่ามันสำคัญยังไง
ผมเปิดสอนให้ ฟรี แต่จำกัดแค่ 50 คนนะครับ

กดที่ลิ้งนี้
https://www.brandeater.online/brand-hacking-i

05/09/2025

ถ้าเหนื่อย..ทำตามคนอื่น แล้วแบรนด์ไม่ชัด
เป็นเพราะ เราทำตามกระแสครับ

เราต้อง สร้างแบรนด์ ได้แล้ว
และสร้างแบรนด์ที่ชัด เป็นตัวตนจริงๆ
เป็นเราจริงๆ ให้คนที่ติดตามเรา เข้าใจ

ว่า อ๋อ มันเป็นแบรนด์แบบนี้
รู้สึกแบบนี้ นี่แหละ แบรนด์นี้เอง

ถ้าอยากสร้างแบรนด์ ที่ไปถึงจุดนี้
แมธธิวแนะนำ สัมมนาตัวนึงก่อน
รับแค่ 50 คน
กดลงทะเบียนที่นี่
https://www.brandeater.online/brand-hacking-i

05/09/2025

แนวคิด “ค้นหาตัวตน” เพื่อสร้างแบรนด์
ให้ชัดเจน ผ่านการเล่นบอร์ดเกมส์

แมธธิว มีโมเดล 𝗕𝗿𝗮𝗻𝗱 𝗛𝗮𝗰𝗸𝗶𝗻𝗴 𝗜
ซึ่งใช้แกะแบรนด์ สร้างแบรนด์ให้เจ้าของธุรกิจ
มาแล้วมันเวิร์ค เพราะ มันสนุกและเข้าใจง่าย

สร้างแบรนด์ มันเป็นคำง่ายๆ แต่ไม่ได้ทำง่าย
แต่ ถ้าเราเข้าใจตั้งแต่วันแรกที่ทำแบรนด์

เราจะได้แบรนด์ของเราที่ชัดเจน เป็นตัวเอง
แล้วเราก็ทำมันได้ทุกวัน เพราะเรารักมัน

เข้ามาฟังสัมมนา เรื่อง ทำไมต้องแบรนด์จากตัวตน
กับแมธธิว
ลงทะเบียน ฟรี
แต่จำกัดที่ 50 ที่เท่านั้นนะครับ
https://www.brandeater.online/brand-hacking-i

Photos from 5Marketing Must by Educreet's post 05/09/2025

😎 ถ้า Ai จะเก่งขนาดนี้
ไม่รวยวันนี้ จะรวยวันไหน !! 😎

🍌"Nano Banana" คืออะไร?
มันคือโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นล่าสุดในเครือ Gemini ของ Google ที่พัฒนามาเพื่อสร้างและแก้ไขรูปภาพโดยเฉพาะ โดยเน้นความสามารถในการเข้าใจคำสั่งที่เป็นภาษาธรรมชาติได้อย่างแม่นยำ และสามารถแก้ไขภาพที่มีอยู่ได้อย่างแนบเนียน

เจ๋งและใหม่ยังไง?
เข้าใจคำสั่งที่ซับซ้อน: สามารถเข้าใจคำสั่งแบบหลายขั้นตอนและภาษาที่เป็นธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม เช่น "เปลี่ยนคนในรูปให้เป็นอัศวินยุคกลางโดยยังคงพื้นหลังเดิม" หรือ "เปลี่ยนชุดของนางแบบให้เป็นสีแดงสดใส" ซึ่ง AI รุ่นเก่าๆ ทำได้ยาก

รักษาความสอดคล้องของภาพ: มีความสามารถในการรักษาเอกลักษณ์ของตัวละครหรือวัตถุในภาพให้สอดคล้องกัน แม้จะมีการแก้ไขหลายครั้งก็ตาม ทำให้รูปภาพที่สร้างออกมาดูเป็นธรรมชาติ

การแก้ไขแบบหลายขั้นตอน (Multi-turn editing): ผู้ใช้สามารถแก้ไขภาพได้หลายครั้งต่อเนื่องกันในบทสนทนาเดียว ไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้งที่ต้องการแก้ไข

ประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย: สามารถใช้สร้างภาพสินค้า (Packshot) ให้ดูมืออาชีพได้ทันทีโดยไม่ต้องไปสตูดิโอ หรือสร้างภาพประกอบสำหรับโฆษณา, โซเชียลมีเดีย, และงานศิลปะอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว

พัฒนามาเพื่ออะไร?
โมเดลนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อ ทำให้การสร้างและแก้ไขภาพด้วย AI เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบ, เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก, หรือบุคคลทั่วไปที่ไม่มีทักษะด้านการตัดต่อภาพขั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อตอบโจทย์:

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ: ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์สามารถสร้างภาพสินค้าที่ดูดี มีฉากหลังที่สวยงาม และดูน่าเชื่อถือได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำ

การตลาดและโฆษณา: สามารถสร้างสื่อแคมเปญที่มีความสอดคล้องและน่าสนใจได้อย่างรวดเร็ว

ผู้สร้างคอนเทนต์: ช่วยให้สามารถแปลงไอเดียในหัวให้กลายเป็นภาพคุณภาพสูงได้ทันที

โดยสรุปแล้ว "Nano Banana" คือก้าวสำคัญที่ทำให้ AI เข้ามาช่วยงานด้านกราฟิกและสื่อดิจิทัลได้อย่างทรงพลังและแม่นยำยิ่งกว่าเดิมครับ

ภาพเจนเองจาก Ai
บทความถามเอง แต่ Ai ตอบมา
#ระบบการหาลูกค้าที่ดีที่สุด

ผมจะช่วยเจ้าของธุรกิจ ไม่ให้ต้องเจอปัญหาคนเดียว
เพราะผมเข้าใจว่ามันเหนื่อยเวลาที่ต้องเจอปัญหาคนเดียว

ในเมื่อเราเคยผ่านมันมาก่อน ทำมันคนอื่นๆจะต้องเจอปัญหาแบบเดียวกันซ้ำๆ ซ้ำๆ พอเถอะ

อย่าทำธุรกิจแบบที่ผมพลาดมาเลย ให้ผมเป็นสะพานไปสู่เป้าหมายเลยดีกว่า 😎 โคตรเท่เลยครับ

04/09/2025

✅ข้อแนะนำ สำหรับคนอยากมีลูกค้าออนไลน์

1.ทำเว็ปไซต์ให้สวย กับทำเพื่อหาลูกค้ามันคิดคนละแบบจริงๆนะ
แต่ก่อน ทำเว็ปเอาง่าย แต่ลูกค้าไม่ชอบ
ทำเว็ปที่ลูกค้าชอบ ก็อาจจะไม่ง่าย ดังนั้น เอาลูกค้าเป็นหลัก

2.ก็ปรับไป ดูลูกค้าไปง่ายที่สุด
ปรับยังไง ดูลูกค้าไป
ก็ให้ปรับแล้วดูว่าคนเข้ามาเยอะขึ้นไหม ดูเว็ปเรานานขึ้นไหม

บางทีเราทำมาดีเกือบทุกอย่าง ตกม้าตายง่ายๆก็มี
ไม่ใช้ไม่เก่ง แต่เพราะประมาทมากกว่าครับ 😊

3.อย่าเยอะจนแน่น
อย่าน้อยจนไม่น่าเชื่อถือ
เอาพอดีๆ หรูมากก็ไม่ดี ลูกค้าคิดว่าแพง

#กลยุทธ์ช่องทางการตลาด #ลูกค้าฉันหายไปไหน

18/08/2025

ความสำเร็จ บางทีก็ไม่ใช่ที่อุปกรณ์ หรือ ความซับซ้อน 😂
🌑 ตั้งค่ามากมาย สุดท้าย สิ่งสำคัญ คือ ความเรียบง่าย.... และ
ลงมือ 👊

ตั้งค่า สัมมนา ให้เสียงออก ลำโพง ซาวเอฟเฟค ออกทางนึง
ตั้งซะย๊ากกกกกยาก แล้ว เป็นไง ไม่ได้ใช้ทุกวัน .ก็..เริ่มใหม่ !!

สุดท้าย สิ่งสำคัญ คือ อะไรที่เราใช้ได้จริง ควบคุมได้
และ " เราเข้าใจ "​ มันจริงๆ

อย่าตามกระแส ถ้าเราไม่ได้ ไวเท่าใครเค้า (บอกตัวเอง)
อย่าเอาตามใจอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องเอาเครื่องมือที่ มาตรฐาน
และสำคัญ อย่ายาก เพราะ สิ่งที่ยาก เราจะไม่ได้ใช้

อะไรที่ "ง่าย เราจะได้ใช้มัน"
อะไรที่ "ได้ใช้มัน เราจะชำนาญ"
อะไรที่ "ชำนาญ เราจะทำมันได้ดี"

ทำซ้ำ ทำเป็นระบบ ทำให้มันง่าย นี่อาจจะเป็น ศิลปะ ขั้นสูง
ของการทำธุรกิจ เลยก็ได้

𝗦𝗶𝗺𝗽𝗹𝗲 𝗯𝘂𝘁 𝗦𝘆𝘀𝘁𝗲𝗺*
เรียบง่ายแต่มีระบบ

วันนั้น try 24-3-68

#กลยุทธ์ช่องทางการตลาด

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Samaedham, Bangkhuntian
Bangkok
10150

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 18:00