09/03/2026
#ดุอาอ์ยามเช้า
اللَّهُمَّ بِكَ أَصْبَحْنَا وَبِكَ أَمْسَيْنَا وَبِكَ نَحْيَا وَبِكَ نَمُوتُ وَإِلَيْكَ النُّشُورُ
คำอ่าน: อัลลอฮุมมะ บิกะ อัศบะห์นา, วะบิกะ อัมสัยนา, วะบิกะ นัฮยา, วะบิกะ นะมูต, วะอิลัยกัล นุชูร
ความหมาย: โอ้อัลลอฮ์ ด้วยพระองค์ที่เราเข้าสู่ยามเช้า ด้วยพระองค์ที่เราเข้าสู่ยามเย็น ด้วยพระองค์ที่เรามีชีวิตอยู่ และด้วยพระองค์ที่เราจะตาย และยังพระองค์คือการฟื้นคืนชีพ (ในวันกิยามะฮ์)
อธิบายหะดิษ: ท่านอบูฮุร็อยเราะฮ์ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ) เล่าว่า ท่านนบี (ซล.) ได้สอนให้บรรดาศอฮาบะฮ์อ่านดุอาอ์บทนี้เมื่อเข้าสู่ยามเช้า และให้เปลี่ยนคำว่า "อัศบะห์นา" (เข้าสู่ยามเช้า) เป็น "อัมสัยนา" (เข้าสู่ยามเย็น) เมื่ออ่านในช่วงเย็น
บันทึกโดย: อัต-ติรมิซีย์ (3391),อบู ดาวูดด(5068),อิบนุ มาญะฮ์ (3868)
08/03/2026
#สุนนะห์และความประเสริฐของการรับประทานอาหารซะฮูร
حَدَّثَنَا آدَمُ بْنُ أَبِي إِيَاسٍ، حَدَّثَنَا شُعْبَةُ، حَدَّثَنَا عَبْدُ الْعَزِيزِ بْنُ صُهَيْبٍ، قَالَ سَمِعْتُ أَنَسَ بْنَ مَالِكٍ ـ رضى الله عنه ـ قَالَ قَالَ النَّبِيُّ صلى الله عليه وسلم " تَسَحَّرُوا فَإِنَّ فِي السَّحُورِ بَرَكَةً ".
ความหมาย: จากท่านอนัส บิน มาลิก ได้รายงานว่า ท่านนบี ﷺ ได้กล่าวว่า :
" พวกท่านจงรับประทานอาหารซะฮูรเถิด เพราะแท้จริงในอาหารซะฮูรนั้นมีความจำเริญ บารอกัต "
[บันทึกโดย: อัลบุคอรียฺ หมายเลข 1923]
[บันทึกโดย: มุสลิม หมายเลข 1095]
ประโยชน์ที่ได้รับ:
1- ความจำเริญในด้านศาสนา บารอกัตทางจิตวิญญาณ การรับประทานอาหารซะฮูรเป็นการปฏิบัติตามแบบอย่าง ซุนนะห์ ของท่านนบี ﷺ ซึ่งการปฏิบัติตามคำสั่งของท่านถือเป็นความจำเริญที่ได้รับผลบุญจากการเชื่อฟังและดำเนินรอยตามท่าน
2- ความจำเริญในด้านร่างกาย การรับประทานอาหารมื้อก่อนรุ่งสางช่วยให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอสำหรับการถือศีลอด ช่วยลดความอ่อนเพลีย และช่วยให้สามารถประกอบศาสนกิจ เช่น การละหมาดและการอ่านอัลกุรอาน ได้อย่างกระฉับกระเฉงตลอดทั้งวัน
3- การสร้างความแตกต่างจากประชาชาติอื่น ท่านนบี ﷺ เคยกล่าวว่าจุดแตกต่างระหว่างการถือศีลอดของเรากับชาวคัมภีร์ก่อนหน้านี้ คือการรับประทานอาหารซะฮูร ดังนั้นการกินซะฮูรจึงเป็นการรักษาอัตลักษณ์และแสดงถึงความเข้มแข็งของวิถีปฏิบัติในอิสลาม
4- ความประเสริฐของการตื่นในเวลาดุอาอ์ เวลาซะฮูรเป็นช่วงเวลาใกล้รุ่ง ซึ่งเป็นเวลาที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงตอบรับคำวิงวอน การตื่นขึ้นมาทานอาหารจึงเปิดโอกาสให้มุสลิมได้ทำอิบาดะฮ์และขอดุอาอ์ในช่วงเวลาอันประเสริฐนี้ด้วย
5- ความผ่อนปรนในหลักการ แม้จะไม่มีอาหารมื้อใหญ่ นักวิชาการอธิบายว่าความจำเริญนี้ยังคงได้รับ แม้เพียงการดื่มน้ำเปล่าเพียงอึกเดียว หรือรับประทานอินทผลัมเพียงผลเดียวตามซึ่งมีรายงานระบุไว้
#อิสลามตามแบบนบี
08/03/2026
#ดุอาอ์แห่งผู้ที่อัลลอฮ์ทรงตอบรับและของผู้ถือศีลอด
ثَلاَثَةٌ لاَ تُرَدُّ دَعْوَتُهُمُ الصَّائِمُ حَتَّى يُفْطِرَ وَالإِمَامُ الْعَادِلُ وَدَعْوَةُ الْمَظْلُومِ يَرْفَعُهَا اللَّهُ فَوْقَ الْغَمَامِ وَيَفْتَحُ لَهَا أَبْوَابَ السَّمَاءِ وَيَقُولُ الرَّبُّ وَعِزَّتِي لأَنْصُرَنَّكَ وَلَوْ بَعْدَ حِينٍ
ความหมาย: มีบุคคลสามจำพวกที่ดุอาอ์ของพวกเขาจะไม่ถูกปฏิเสธ
1- ผู้ที่ถือศีลอดในขณะที่เขาละศีลอด
2- ผู้นำที่เที่ยงธรรม
3- ดุอาอ์ของผู้ที่ถูกอธรรม
ซึ่งอัลลอฮ์จะทรงยกมันขึ้นไปเหนือหมู่เมฆ และทรงเปิดประตูแห่งฟากฟ้าให้กับมัน และพระองค์จะทรงตรัสว่า
"ด้วยเกียรติของข้า ข้าจะช่วยเหลือเจ้าอย่างแน่นอน แม้ว่าจะเป็นเวลาหลังจากนี้ก็ตาม"
[บันทึกโดย: ติรมีซีย์ หมายเลข 3598 สถานะ: หะสัน ]
#อิสลามตามแบบนบี
08/03/2026
#การขอดุอาอฺระหว่างอาซานและอิกอมะฮฺ
قَالَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهِ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : " الدُّعَاءُ بَيْنَ الْأَذَانِ وَ الْإِقَامَةِ مُسْتَجَابٌ ، فَادْعُوا " [ صحيح الجامع (٣٤٠٥) حكم الحديث : صحيح ]
ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า :
“ดุอาอฺระหว่างอาซานและอิกอมะฮฺนั้นถูกตอบรับ ดังนั้นพวกท่านจงวิงวอนขอเถิด”
[ ศอฮีฮุลญามิอฺ หมายเลข 3405 สถานะหะดีษ : ศอฮีหฺ ]
ท่านนบี ﷺ ได้ชี้นำประชาชาติของท่านให้คว้าโอกาสอันมีค่าในช่วงเวลาหนึ่งที่มีความประเสริฐ โดยท่านสั่งใช้ให้ขอดุอาอฺ ซิกรุลลอฮฺ และทำความดีอื่นๆ ในสภาพที่มีความหวังว่าดุอาอฺหรือการงานของเขาจะถูกตอบรับ ณ ที่อัลลอฮฺ
ในหะดีษบทนี้ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า :
การขอดุอาอฺในช่วงระหว่างอาซานกับอิกอมะฮฺนั้นจะถูกตอบรับ หมายถึงผู้ใดขอดุอาอฺในช่วงเวลานั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าดุอาอฺของเขาจะถูกตอบรับ เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษ เป็นช่วงเวลาแห่งการเข้าเฝ้าอัลลอฮฺ
ด้วยเหตุนี้ส่งเสริมให้ขอดุอาอฺให้มากในช่วงเวลานั้น ขอด้วยกับหัวใจที่มีสมาธิ มีความบริสุทธิ์ และหวังว่าพระองค์จะตอบรับดุอาอฺ อินชาอัลลอฮฺ ดุอาอฺของเขาจะเป็นดุอาอฺที่ถูกตอบรับ
ประโยชน์เพิ่มเติม :
1- ส่งเสริมให้ขอดุอาอฺให้มากระหว่างอาซานกับอิกอมะฮฺ เพราะเป็นเวลาที่ดุอาอฺจะถูกตอบรับ
2- การขอดุอาอฺจะต้องขอด้วยความบริสุทธิ์ใจ มีสมาธิ และหวังว่าพระองค์จะตอบรับ
3- บางคนที่ดุอาอฺของเขาไม่ถูกตอบรับนั้น อาจจะเพราะว่าเขาไม่มีสมาธิในตอนที่ขอดุอาอฺ หรือสิ่งที่เขาขออาจจะเป็นสิ่งที่อัลลอฮฺไม่ชอบ หรือเขาอาจจะไม่บริสุทธิ์ใจ หรืออาจจะไม่เชื่อมั่นว่าอัลลอฮฺจะรับดุอาอฺของเขา หรืออาจจะเพราะเขากินของฮะรอม ฯลฯ
#อิสลามตามแบบนบี
07/03/2026
#ดุอาอ์เยียวยาหัวใจจากโลกดุนยา
اللَّهُمَّ حَصِّنْ قَلْبِي مِنْ هُمُومِ الدُّنْيَا، وَهَبْ لِي نَفْسًا مُطْمَئِنَّةً رَاضِيَةً
คำอ่าน: อัลลอฮุมมะ ฮัศศิน ก็อลบี มิน ฮุมูมิด-ดุนยา, วะฮับ ลี นัฟซัน มุฏมะอินนะตัน รอฎิยะฮ์
คำแปล: โอ้ อัลลอฮ์... ขอพระองค์ทรงปกป้องคุ้มครองหัวใจของฉัน จากความกังวลต่าง ๆ ของโลกดุนยา และขอพระองค์ทรงประทานจิตวิญญาณที่สงบมั่นและมีความพึงพอใจให้แก่ฉันด้วยเถิด
07/03/2026
วิทยุกุรอาน(ชุดรุกยะห์ไล่ญินและชัยฏอน)
คุ้มสุดๆ!!
‼️ราคา 378 บาท✨สั่งซื้อแอดLine:
โทรสั่งหรือสอบถาม : 0824667777
✅บ้านใดมีเสียงกุรอาน บ้านนั้นจะมีเราะฮฺมัต
✅แถมฟรี❗ สายชาร์จ ,ชาร์จไฟบ้านได้ , คู่มือการใช้งานภาษาไทยพร้อมสารบัญ, กล่องกิ๊ฟบ็อกใส่วิทยุ , สายคล้องมือ
✅วิทยุรุกยะห์ไล่ญิณและชัยฏอน 5 ทำนอง 5 กอรี
✅มีเนื้อหาตามด้านล่างนี้
✅- รุกยะห์ทำนองที่ 1 รักษาโรคมืด ขับไล่ญินและชัยฏอน ไสยศาสตร์มนต์ดำ
✅- รุกยะห์ทำนองที่ 2 ป้องกันสิ่งชั่วร้ายและสายตาอิจฉาริษยา
✅- รุกยะห์ทำนองที่ 3 เพิ่มพูนอีหม่าน ช่วยให้มีสมาธิและจิตใจสงบ
✅- รุกยะห์ทำนองที่ 4 เพิ่มพูนรีสกีและบารอกัต เสริมพลังให้ครอบครัวมีสุข
✅-รุกยะห์ทำนองที่ 5 บำบัดรักษาอาการป่วยทางร่างกายและทางจิตใจ
✨รวมรุกยะห์ครอบคลุมทุกศาสตร์ อ่านนานมากกว่า 8 ชั่วโมง‼️
✅- กุรอานอาหรับ 30ยุส (ครบเล่ม)
✅- 40 ดุอาอฺร็อบบานา
✅- 99 พระนามของอัลลอฮฺ
✅- อัซการเช้าและเย็น อัล-นาบาวียะห์
✅- 40 หะดีษอันนาวะวีอาหรับ/แปลไทย
✅หัวข้อเกี่ยวกับการละหมาด
- การทำความสะอาด
- วิธีการละหมาด
- การทำตะยัมมุม
- บัญญัติละหมาด
- อิริยาบถการละหมาด
- บทสรุปรวมวิธีละหมาด
✅หัวข้อบรรยายศาสนา โดย อ.มุสตอฟา อยู่เป็นสุข
- ซัยฏอนศัตรูของคน
- โลกบัรซัค ชีวิตหลังความตาย
- ตัดญาติขาดมิตร
- ไฟใกล้ตัว
- เลี้ยงลูกอย่างไรถึงจะเก่ง
- อย่ารอจนถึงวันตาย
- กลับตัวกลับใจ
- คนรวยที่จนในอิสลาม
- เครื่องหมายใกล้โลกอวสาน
- ยิ้มสู้เมื่อมีภัย
- กุรอานชวนคิด นบีชวนทำ
✅️เนื้อหาชุดที่2เพิ่ม
-อะซานจากมัสยิดสำคัญ มักกะ มาดีนะ อัลอักซอ
-ยาซีน10ทำนอง 6ชั่วโมง
วิทยุกุรอาน 30ยุซ‼️คุ้มกว่า🤗เนื้อหามากกว่า‼️มีรุกยะห์5ทำนอง‼️มีอัซการ์‼️ดุอาอฺ‼️บรรยา
บ้านใดมีเสียงกุรอาน บ้านนั้นจะมีเราะฮฺมัต ‼️แถมฟรี❗ สายชาร์จ ,ชาร์จไฟบ้านได้ , คู่มือการใช้งานภาษาไทยพร้อ....
28/02/2026
#ข้อโต้แย้งของอิหม่ามอบูหะนีฟะฮฺกับพวกเอทิสต์
(กลุ่มที่ไม่เชื่อว่าพระเจ้ามีจริง)
» ความเฉลียวฉลาดของอิหม่ามในการโต้ตอบ
เสรีภาพทางความคิด และการสนทนาในยุคอิสลาม
ตอนต้น
อบู หะนีฟะฮฺ เป็นที่รู้จักกันในนาม الإمام الأعظم
“อิหม่ามผู้ยิ่งใหญ่” มีสติปัญญาเฉียบแหลม มองการณ์ไกล และโดดเด่นด้านการตั้งสมมติฐานทางนิติศาสตร์ ความคิดเช่นนี้ทำให้ท่านสามารถเข้าสู่การโต้วาทีทางปัญญากับนักคิดในยุคของท่าน และแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการโต้แย้งด้วยปัญญาและความสุขุม
หนึ่งในเรื่องเล่าที่โด่งดังคือการโต้วาทีกับพวกที่ปฏิเสธการมีอยู่ของพระเจ้า (ในภาษาอาหรับเรียกกลุ่มคนพวกนี้ว่า..ดะห์รียะฮฺ หรือ มุลฮิดีน)
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ อิมามอบูฮะนีฟะฮ์ ยังเป็นลูกศิษย์ศึกษากับอาจารย์ของท่านคือ ฮัมมาด อิบนุ อบี สุไลมาน
ขณะที่อบูฮะนีฟะฮ์กำลังนอนหลับ ท่านฝันเห็นนิมิตที่คลุมเครือ คือเห็นหมูตัวหนึ่งพยายามแทะลำต้นของต้นไม้ แล้วกิ่งเล็ก ๆ กิ่งหนึ่งได้เอนลงมาและฟาดหมูนั้นอย่างเจ็บปวด จนมันร้องโหยหวนและถอยหนี จากนั้นในความฝัน หมูตัวนั้นกลับกลายเป็นมนุษย์ และมานั่งอยู่ใต้ต้นไม้นั้นทำอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮฺ
เมื่อท่านตื่นขึ้น จึงไปหาอาจารย์เพื่อให้ช่วยตีความฝัน แต่พบว่าอาจารย์มีสีหน้ากังวลใจ ท่านจึงถามถึงสาเหตุ นั้น อาจารย์ของท่านตอบว่า..
“มีกลุ่มคนที่ไม่เชื่อในพระเจ้า (อเทวนิยม) เชื่อว่าโลกเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่มีพระผู้เป็นเจ้า พวกเขาได้ไปหากษัตริย์ของเมืองนี้ และขอให้ส่งนักวิชาการอิสลามคนหนึ่งมาอธิบายว่า ในจักรวาลนี้มีพระเจ้า !กษัตริย์จึงเรียกฉันไป และได้กำหนดวันเวลาและสถานที่ถกเถียงกันไว้ แต่..โอ้ลูกเอ๋ย เราจะต้องโต้แย้งเพื่อพิสูจน์การมีอยู่ของสิ่งที่ตาไม่เห็น มือไม่อาจสัมผัสได้ ข้าจึงเกรงว่าจะเกิดความสับสนแก่ผู้คน”
อบูฮะนีฟะฮ์จึงกล่าวว่า..
“ตอนนี้ฉันเข้าใจความหมายของความฝันแล้ว หมูตัว
นั้นคือหัวหน้าของพวกไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า ที่พยายามทำลายต้นไม้แห่งความรู้ ซึ่งก็คือท่านอาจารย์ ส่วนกิ่งเล็ก ๆ คือศิษย์ของท่าน ที่จะฟาดหมูด้วยหลักฐานของตน จนเขารับอิสลามและมาเป็นศิษย์ของท่าน ดังนั้นขอให้ฉันเป็นผู้ไปโต้แย้งกับพวกเขา หากฉันชนะ ก็ยิ่งแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของอาจารย์ แต่หากฉันแพ้ ก็เป็นเพียงศิษย์ตัวเล็ก ๆ เท่านั้น แต่ถ้าอาจารย์ไปเอง แล้วชนะ ก็เป็นเรื่องธรรมดา”
อาจารย์จึงกล่าวว่า “ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ เธอก็จงไปเถิด”
เมื่ออบูฮะนีฟะฮ์ไปถึง เขากล่าวกับผู้คนว่า..
“อาจารย์ของข้านั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าจะมาถกเถียงในเรื่องที่ชัดเจนเช่นนี้ ดังนั้นท่านจึงเลือกศิษย์ที่เล็กที่สุด คือข้า มาถกเถียงกับพวกท่าน และด้วยความช่วยเหลือจาก
อัลลอฮฺ ท่านจะพบว่าคำตอบของคำถามต่าง ๆ นั้นอย่างชัดเจน”
แล้วพวกเขาก็ได้ตั้งคำถามกับท่านหลายข้อ ซึ่งมีบางคำถามดังต่อไปนี้..
>คำถามที่ 1:
√ พวกเขาถามว่า: “พระเจ้าของท่านเกิดในปีใด?”
ท่านตอบว่า:
“อัลลอฮฺมิได้ทรงถูกให้กำเนิด มิฉะนั้นพระองค์ก็ต้องมีบิดามารดา และในคัมภีร์พระองค์กล่าวว่า..
{พระองค์มิได้ให้กำเนิด และมิได้ถูกให้กำเนิด}”
(อัลอิคลาศ)
√ พวกเขาถามอีกว่า..“แล้วพระเจ้าของท่านมีมาก่อนตั้งแต่ปีใด ?”
ท่านตอบว่า..
“อัลลอฮ์ทรงมีอยู่ก่อนกาลเวลาและยุคสมัยทั้งปวง ไม่มีจุดเริ่มต้นของการมีอยู่ของพระองค์”
พวกเขากล่าวว่า..
“เราต้องการตัวอย่างจากความเป็นจริงเพื่อให้เข้าใจคำตอบของท่าน”
ท่านอิหม่ามอบูฮะนีฟะฮ์จึงถามว่า..
“ก่อนเลขสี่ในลำดับตัวเลขคืออะไร?”
พวกเขาตอบ:..“สาม”
ท่านถาม.. “ก่อนสามล่ะ?”
ตอบ.. “สอง”
ถาม:..“ก่อนสองล่ะ?”
ตอบ.. “หนึ่ง”
ท่านถามต่อว่า..“แล้วก่อนหนึ่งล่ะ?”
พวกเขาตอบ: “ไม่มีอะไรอยู่ก่อนมัน”
ท่านจึงกล่าวว่า..
“ถ้าแม้แต่ ‘หนึ่ง’ ในทางคณิตศาสตร์ยังไม่มีสิ่งใดมาก่อน แล้ว ‘หนึ่งที่แท้จริง’ คืออัลลอฮฺผู้ทรงสูงส่ง จะยิ่งสมควรเพียงใดที่พระองค์ทรงไม่มีจุดเริ่มต้น และไม่มีสิ่งใดมาก่อนพระองค์ ”
> คำถามที่ 2:
พวกเขาถามว่า..“พระเจ้าของท่านอยู่ในทิศทางใด?”
ท่านตอบว่า..
“ถ้าเราจุดตะเกียงในที่มืด แสงของมันจะส่องไปในทิศใด ?”
พวกเขาตอบว่า.. “ทุกทิศทาง”
ท่านกล่าวว่า:
“ถ้าแสงที่มนุษย์สร้างยังส่องไปทุกทิศ แล้วนับประสาอะไรกับพระผู้ทรงเป็น ‘แสงแห่งฟากฟ้าและแผ่นดิน’”
> คำถามที่ 3:
พวกเขาถามว่า..
“จงบอกลักษณะของพระเจ้าของท่าน พระองค์เป็นของแข็งเหมือนเหล็ก หรือของเหลวเหมือนน้ำ หรือเป็นก๊าซเหมือนควันหรือไอน้ำ ? ”
ท่านตอบโดยถามกลับว่า..
“พวกท่านเคยนั่งอยู่ข้างผู้ป่วยที่ใกล้เสียชีวิตหรือไม่?”
พวกเขาตอบว่า..“เคย”
ท่านกล่าวว่า..
“ก่อนตาย เขาพูดได้ ต่อมากลายเป็นเงียบ ก่อนตายเขาเคลื่อนไหวได้ ต่อมากลายเป็นนิ่ง สิ่งใดที่ทำให้สภาพของเขาเปลี่ยนไป ?”
พวกเขาตอบว่า..“ วิญญาณของเขาออกจากร่าง ”
ท่านถามว่า..
“แล้ววิญญาณนั้นออกไปต่อหน้าพวกท่านใช่หรือไม่?”
พวกเขาตอบ.. “ใช่”
ท่านกล่าวว่า..
“จงอธิบายวิญญาณให้ข้าฟัง มันเป็นของแข็งเหมือนเหล็ก ของเหลวเหมือนน้ำ หรือเป็นก๊าซเหมือนควันหรือไอน้ำ? ”
พวกเขาตอบว่า..“เราไม่รู้เกี่ยวกับมันเลย”
ท่านจึงกล่าวว่า..
“วิญญาณซึ่งเป็นสิ่งถูกสร้าง พวกท่านยังไม่สามารถรู้แก่นแท้ของมันได้ แล้วท่านจะให้ข้าอธิบายแก่นแท้ของพระผู้ทรงสร้างได้อย่างไร ! ”
> คำถามที่ 4:
ถาม.. พระเจ้าของท่านอยู่ที่ไหนหรือ ?
ตอบ..หากเรานำถ้วยที่เต็มไปด้วยน้ำนมสดมา ถามว่าในน้ำนมนั้นมีเนยใส (ไขมัน) อยู่ไหม ?
พวกเขาตอบว่า.. มี
ท่านถามว่า..แล้วเนยใสอยู่ตรงไหนในน้ำนม ?
พวกเขาตอบว่า..ไม่มีที่เฉพาะ แต่มันกระจายอยู่ในทุกส่วนของน้ำนม
อิหม่ามจึงกล่าวว่า..หากสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเนยใสยังไม่มีที่เฉพาะ แล้วพวกท่านจะเรียกร้องให้พระผู้เป็นเจ้า ต้องมีสถานที่เฉพาะอย่างนั้นหรือ? นั่นช่างน่าประหลาดใจจริง ๆ
> คำถามที่ 5:
ถาม.. หากทุกสิ่งถูกกำหนดไว้ก่อนการสร้างจักรวาล แล้วพระเจ้าทรงทำอะไร ?
ตอบ..ทรงแสดงสิ่งต่าง ๆ ให้ปรากฏ (ทรงทำให้เกิดขึ้น) มิใช่ทรงเริ่มต้นใหม่จากการไม่มีอะไร ทรงยกบางกลุ่มให้สูงขึ้น และทรงลดบางกลุ่มให้ต่ำลง
> คำถามที่ 6
ถาม..หากการเข้าสวรรค์มีจุดเริ่มต้น แล้วทำไมจึงไม่มีจุดสิ้นสุด ทั้งที่ชาวสวรรค์จะอยู่ในนั้นตลอดกาล ?
ตอบ.. ตัวเลขทางคณิตศาสตร์มีจุดเริ่มต้น แต่ไม่มีจุดสิ้นสุดใช่มั้ย !
> คำถามที่ 7:
ถาม..จะเป็นไปได้อย่างไรที่เรากินในสวรรค์ แต่ไม่ปัสสาวะและไม่ถ่ายอุจจาระ ?
ตอบ.. ฉันและท่าน และสิ่งถูกสร้างทุกคน เคยอยู่ในครรภ์มารดาเก้าเดือน ได้รับสารอาหารจากเลือดของมารดา โดยไม่ปัสสาวะและไม่ถ่ายอุจจาระ จากหยดน้ำเชื้อที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า จนกลายเป็นมนุษย์ที่เต็มมือของหมอตำแยหรือแพทย์ได้
> คำถามที่ 8:
ถาม.. จะเป็นไปได้อย่างไรที่ความสุขในสวรรค์นั้นจะไม่หมดสิ้น และยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเมื่อมีการใช้หรือเสพสุขจากมัน ?
ตอบ..อัลลอฮ์ทรงสร้างสิ่งหนึ่งในโลกนี้ที่ยิ่งให้ยิ่งเพิ่มขึ้น นั่นคือ “ความรู้ ” ทุกครั้งที่แบ่งปัน ความรู้ยิ่งเพิ่ม ไม่ได้ลดลง
> คำถามที่ 9, 10 และ 11:
ถาม..ไหนแสดงพระเจ้าของท่านให้เราดูสิ ในเมื่อบอกว่าพระองค์มีอยู่จริง ?
– ชัยฏอน (ซาตาน) ถูกสร้างจากไฟ แล้วทำไมไฟจึงถูกลงโทษด้วยไฟ ?
– ความดีและความชั่วถูกกำหนดไว้แก่มนุษย์แล้ว เหตุใดจึงยังมีการให้รางวัลและการลงโทษอีก ?
อิหม่ามตอบว่า..
แท้จริงแล้ว การตอบคำถามทั้งสามของพวกท่าน จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ประกอบคำอธิบาย
พวกเขากล่าวว่า.. เอามาเถิด จะใช้อะไรก็ได้
ท่านจึงก้มลงหยิบก้อนดินเผาจากพื้นดิน แล้วเคาะไปที่ศีรษะของหัวหน้าพวกเขา ทำให้เขาเจ็บปวด
เจ้าหน้าที่รีบเข้ามาด้วยความไม่พอใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
ท่านอบู ฮะนีฟะฮ์ กล่าวว่า การตีเขานั้นเป็นเพียงสื่อเพื่ออธิบายคำตอบต่อคำถามของเขา
พวกเขาถามว่า.. สื่ออย่างไร?
ท่านกล่าวว่า..การตีครั้งนี้ทำให้เจ็บไหม?
ชายผู้นั้นตอบ..ใช่
ท่านถามว่า..แล้วความเจ็บปวดอยู่ที่ไหน?
เขาตอบ..อยู่ที่บาดแผล
ท่านอบู ฮะนีฟะฮ์กล่าวว่า..
ถ้าเช่นนั้น จงแสดงให้ฉันเห็นความเจ็บปวดที่อยู่ในบาดแผล แล้วฉันจะแสดงพระเจ้าที่มีอยู่ในจักรวาลให้ท่านดู
และก้อนอิฐนั้นทำจากดิน ส่วนเจ้าก็ถูกสร้างจากดิน แล้วเหตุใดดินจึงทำให้ดินเจ็บปวดได้ ?
และการที่ข้าตีเจ้านั้นก็ถูกกำหนดไว้แล้ว เหตุใดเจ้าจึงร้องขอความช่วยเหลือเพื่อให้พวกเขามาลงโทษข้า ?
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวหน้าพวกปฏิเสธพระเจ้าก็ยอมรับอิสลาม และเพื่อนๆของเขาก็เงียบงัน ไม่กล้าโต้แย้ง
ใดๆอีกเลย
#การโต้แย้งพวกเอทิสต์ต่อหน้าคอลีฟะห์ อบู ญะอฺฟัร อัล-มันศูร
มีเรื่องเล่าที่ปรากฏในหนังสือชีวประวัติและมะนากิบ เกี่ยวกับการโต้วาทีระหว่างอิหม่าม อบูหะนีฟะฮฺ กับกลุ่ม “ดะห์รียะฮฺ” (กลุ่มไม่เชื่อการมีอยู่ของพระเจ้า) โดยเกิดขึ้นต่อหน้าคอลีฟะห์ อบูญะอฺฟัร อัลมันศูร
> การร้องขอให้มีการโต้วาที
มีรายงานว่า กลุ่มดะห์รียะฮฺได้มาหาคอลีฟะห์ และขอให้ท่านเลือกนักวิชาการมุสลิมสักคนหนึ่งเพื่อโต้วาทีกับพวกเขาในเรื่องการมีอยู่ของพระผู้สร้าง
คอลีฟะห์จึงเลือกอิหม่าม อบูหะนีฟะฮฺ เนื่องจากท่านมีชื่อเสียงด้านสติปัญญา ความหลักแหลม และความสามารถในการโต้แย้ง
ได้กำหนดวัน เวลา และสถานที่สำหรับการโต้วาที และมีผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันที่ริมแม่น้ำไทกริส (دجلة
ดิจละฮฺ) เพื่อรอฟังการสนทนา
> การมาสายของอิหม่าม
อิหม่าม อบูหะนีฟะฮฺมาสาย ทำให้ผู้คนรอคอยเป็นเวลานาน บางคนในกลุ่มดะห์รียะฮฺกระซิบกันว่า..
" ถ้าเขามีหลักฐานจริง คงไม่มาสายเช่นนี้ "
แม้แต่คอลีฟะห์ก็รู้สึกอึดอัดใจ เพราะไม่คาดคิดว่าท่านจะมาสาย
จนกระทั่งใกล้จะเลิกประชุม อิหม่ามก็เดินทางมาถึง
> เหตุผลที่มาสาย
คอลีฟะห์ถามเหตุผลที่มาสาย ท่านตอบว่า..
ฉันอยู่ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำดิจละฮฺ และรอเรือที่จะพาข้ามฟาก แต่หาไม่ได้
ระหว่างที่รออยู่นั้น ฉันเห็นไม้ตกลงมาจากฟ้า จากนั้นไม้ก็เข้ามารวมตัวกัน แล้วมีตะปูมาประกอบเข้าด้วยกัน มีน้ำมันและยางมาทา จนกลายเป็นเรือที่สมบูรณ์ ฉันจึงขึ้นเรือนั้นและมาถึงที่นี่
ผู้คนต่างพากันหัวเราะ และกล่าวว่า:
ชายคนนี้บ้าไปแล้ว! จะเป็นไปได้อย่างไรที่ไม้จะมารวมตัวกันเป็นเรือโดยไม่มีผู้สร้าง ?
> คำโต้ตอบของอิหม่าม
อิหม่ามจึงกล่าวว่า.. ซุบฮานัลลอฮฺ !
หากสติปัญญาของพวกท่านไม่ยอมรับว่าไม้จะรวมตัวกันเป็นเรือโดยไม่มีผู้สร้าง
แล้วพวกท่านจะยอมรับได้อย่างไรว่า
ฟากฟ้าอันมีระบบระเบียบ แผ่นดินอันกว้างใหญ่
และทะเลที่มีคลื่น จะเกิดขึ้นโดยไม่มีผู้สร้างและผู้ควบคุม ?
พวกเขาจึงนิ่งเงียบ ไม่สามารถโต้ตอบได้ !
#แสดงสติปัญญาของท่านแล้วข้าจะแสดงพระเจ้าให้ดู”
> มีชายคนหนึ่งถามว่า..“ท่านมองเห็นพระเจ้าหรือ?”
อิหม่ามตอบว่า.. ด้วยสายตามิอาจหยั่งถึงพระองค์
ชายคนนั้นถามว่า..“ถ้าไม่เห็น ไม่ได้ยิน ไม่ได้สัมผัส
แล้วจะพิสูจน์การมีอยู่ได้อย่างไร ?”
อิหม่ามถามกลับว่า.."ท่านเห็นสติปัญญาของตนหรือไม่ ?
ตอบ..ไม่
ท่านสัมผัสมันได้หรือไม่ ?
ตอบ..ไม่
แล้วท่านมีสติปัญญาหรือไม่ ?
ตอบ..มี
ท่านจึงกล่าวว่า..
เช่นเดียวกัน พระเจ้าทรงมีอยู่ แม้สายตาจะไม่เห็นพระองค์ และพระองค์ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์ และพระองค์ทรงได้ยินและทรงเห็นทุกสิ่ง
15/05/2024
#ยุคแห่งความเลวร้าย
อิบนุ อับบาส (ร ด.) เล่าว่า ท่านร่อซูล(ซ.ล.) กล่าวว่า
👉"การละหมาด"จะถูกทอดทิ้ง
👉"ตัณหา"จะถูกชักชวน
👉"คนชั่ว"จะกลายเป็น"ผู้นำ"
👉"ผู้คน" ไม่สามารถแยกความถูกต้องออกจากความผิดได้
👉"การโกหก"หลอกลวงจะกลายเป็น"สิ่งจำเป็น"
👉การจ่าย"ซะกาต"จะถูกปฏิบัติเหมือนกับภาระที่หนักอึ้ง
👉"ผู้ศรัทธา"จะถูกทำให้ต้องอับอายที่สุด"และ"เขาจะ
เจ็บปวด..เมื่อเห็นความชั่วร้ายต่างๆรอบตัว"และ"หัวใจเขา
จะสลาย..คล้ายกับเกลือที่อยู่ในน้ำ"แต่" เขาไม่สามารถ
จะพูดอะไรได้
👉ฝนจะไม่ทำประโยชน์"และ"ไม่ตกต้องตาม"ฤดูกาล"
👉ระบบ"สุริยะ"จะแปรปรวน
👉ชาย"สมสู่"กับชาย"และ"หญิง"สมสู่"กับหญิง..โดยเสรี
👉สิ่งมึนเมา"ผิดกฎหมาย"ถูก"อนุมัติ"โดยชอบธรรม
👉ลูกหลานจะไม่เชื่อฟังพ่อแม่"เนรคุณ"ถึงขั้น"
สายเลือด"เดียวกัน"ฆ่าฟัน"กันอย่างง่ายดาย
👉เพื่อน"ต่อ"เพื่อนจะปฏิบัติต่อกันอย่าง"เลวร้าย"
👉"บาป"ทั้งหลายจะกลายเป็นของเล็ก"และ"ง่ายดาย
👉จิตใจคน"เลวร้าย"ตกต่ำขาดจิตสำนึกขาดความเมตตา
👉"มัสยิด"จะมีแต่สิ่งประดิษฐ์ประดับประดาภายนอกอย่างสวยงาม"และ"ผู้มา"นมาซ"จะเป็นผู้ตลบแตลง"และ"
มีความเป็นศัตรูอยู่ในหัวใจของเขาเหล่านั้น
👉"แล้ว"จะปรากฏประชากรจากตะวันตก..ผู้ซึ่ง
จะเข้า"ครอบครอง"ผู้อ่อนแอใน"บรรดาประชาชาติ
ของฉัน"
👉ประชาชาติจะประดิษฐ์(คัดลอก)อัลกุรอาน..
เป็นตัวอักษรสีทอง"แต่"ไม่มีการปฏิบัติตามนั้น
👉"อัลกุรอาน"จะถูกนำมาอ่านในท่วง"ทำนอง"ของ
เสียง"ดนตรี"อย่างดาษดื่น
👉"ดอกเบี้ย"จะรุ่งเรือง
👉"เลือดมนุษย์"จะไม่มีค่า
👉"ศาสนา"จะถดถอยไม่มี"ผู้ค้ำจุน"ไม่ให้ความสำคัญ
👉ผู้มั่งมีจะประกอบพิธีฮัจญ์เหมือนกับ"งานอดิเรก"
คนชั้นกลางก็กระทำเช่นนั้นบ้าง..เพื่อจะทำธุระกิจ
👉"และ"คนจนจะขอทาน
#ดุนยาจะเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ
"ฟิตนะห์"ความชั่วร้ายจะทวี"ความรุนแรง"มากขึ้น
"แต่"ไม่ว่ากฎแห่ง"ดุนยา"จะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร
#หลักการของอัลอิสลาม
ก็ยังมี"อัลกรอ่าน"ที่เป็นดั่ง"ธรรมนูญ"
แห่งการดำเนินชีวิตต่อไปจวบจน"วันกิยามัต"
#วันนี้ดุอาน่ะให้เราลูกหลาน
ของเราได้อยู่กับ"อัลลอฮฺ
(ซ.บ.)"เพื่อเราจะ"เจ็บปวด"น้อยที่สุด
#ขออัลลอฮฺคุ้มครองทุกคน..อินชาอัลลอฮฺ..
#เตือนฉันเตือนเธอ
Cr.อิสลามตามแบบฉบับ
14/05/2024
ท่านอับดุลลอฮฺ เล่าว่า ชายหนึ่งมาหาท่านนบี ﷺ พลางกล่าวว่า :
“ อะไรในอิสลามดีที่สุด? ท่านนบี ﷺ ตอบว่า การที่ท่านเลี้ยงอาหาร (ผู้อื่น) และการที่ท่านให้สลามแก่บุคคลที่ท่านรู้จักและไม่รู้จัก “
เศาะฮีหฺ อัลบุคอรี 12
* เลี้ยงอาหารผู้ขัดสน จัดหาอาหารแด่ผู้ไม่มีเงินจ่ายหรือไม่สามารถเข้าถึงอาหารได้ และทักทายผู้คนด้วยความเมตตาและความเคารพ ไม่ว่าเราจะรู้จักพวกเขาหรือไม่ก็ตาม คืออุปนิสัยที่สำคัญของมุสลิม และควรได้รับการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอสำหรับผู้ศรัทธาทุกคน *
حَدَّثَنَا عَمْرُو بْنُ خَالِدٍ، قَالَ حَدَّثَنَا اللَّيْثُ، عَنْ يَزِيدَ، عَنْ أَبِي الْخَيْرِ، عَنْ عَبْدِ اللَّهِ بْنِ عَمْرٍو ـ رضى الله عنهما ـ أَنَّ رَجُلاً، سَأَلَ النَّبِيَّ صلى الله عليه وسلم أَىُّ الإِسْلاَمِ خَيْرٌ قَالَ " تُطْعِمُ الطَّعَامَ، وَتَقْرَأُ السَّلاَمَ عَلَى مَنْ عَرَفْتَ وَمَنْ لَمْ تَعْرِفْ ".
Narrated 'Abdullah bin 'Amr:
A man asked the Prophet (ﷺ) , "What sort of deeds or (what qualities of) Islam are good?" The Prophet (ﷺ) replied, 'To feed (the poor) and greet those whom you know and those whom you do not Know (See Hadith No. 27).
Sahih al-Bukhari 12
https://sunnah.com/bukhari:12
09/05/2024
คำให้การของอดีตเจ้าหน้าที่ NASA ที่ถูกไล่ออกหลังเห็นปาฏิหาริย์ของโลกลัยลาตุลก็อดร์
25 เมษายน 2024 • เวลา 8:30 น.
นักวิทยาศาสตร์จากองค์การบริหารการบินและอวกาศหรือ NASA ต้องสูญเสียตำแหน่งอันทรงเกียรติเพราะเขาเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามหลังจากได้เห็นปาฏิหาริย์ของลัยลาตุลก็อดร์
ประสบการณ์ในทางจิตวิญญาณนี้สัมผัสได้โดยคาร์เนอร์ อดีตเจ้าหน้าที่ NASA ที่ถูกไล่ออกหลังจากเป็นผู้เปลี่ยนศาสนาได้ไม่นาน แล้วเรื่องราวจะเป็นอย่างไรเมื่อคุณได้รับการนำทางจากพระเจ้า? คาร์เนอร์เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์ อ้างอิงจากรายการ YouTube SAHABAT BELAJAR เขาทำงานที่ NASA มามากกว่า 10 ปี.
"ผมภูมิใจในงานของผมมากเพราะผมรู้สึกว่าสามารถมีส่วนร่วมในวิทยาศาสตร์และความก้าวหน้าของมนุษย์ได้ ผมยังสนใจปรากฏการณ์อัศจรรย์บนท้องฟ้าด้วย เช่น ดวงดาว ดาวเคราะห์ กาแล็กซี และอื่นๆ” เขากล่าว.
คาร์เนอร์ยอมรับว่าปรากฏการณ์ท้องฟ้าอย่างหนึ่งที่เขาชอบมากที่สุดคือคืนลัยลาตุลก็อดร์ ชาวมุสลิมเชื่อว่า เป็นค่ำคืนที่ประเสริฐกว่า 1,000 เดือน และจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนรอมฎอน.
“ในช่วงเวลานั้น ผมเห็นบางสิ่งที่แปลกมากบนท้องฟ้า ผมเห็นว่าท้องฟ้าไม่มีดวงดาว แต่มันดูสว่างไสว ผมยังรู้สึกถึงอากาศที่เย็นสบายมาก” เขากล่าว. คาร์เนอร์รู้สึกว่ามีบางอย่างแตกต่างออกไปในคืนนั้น.
“ผมอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น. จากนั้นผมได้พบสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้น, ผมพบว่าทุกๆ วันจะมีดาว 10 ดวง และดาวตก 20,000 ดวงที่ตกลงสู่ชั้นบรรยากาศโลก ยกเว้นคืนนั้น” เขากล่าว.
ตามข้อมูลของ Siap Viva, คาร์เนอร์กล่าวว่าคืนนั้นไม่มีดวงดาวและไม่มีอุกกาบาตตก “ผมยังพบว่าคืนนั้นเกิดขึ้นในคืนคี่คืนหนึ่งใน 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน.ผมสงสัยว่าคืนนั้นเกี่ยวข้องกับเดือนรอมฎอนอย่างไร,” คาร์เนอร์กล่าว.
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงใช้กล้องโทรทรรศน์ที่ซับซ้อนซึ่งสามารถถ่ายภาพท้องฟ้าที่มีความละเอียดสูงได้. “ผมหวังว่าจะเห็นสิ่งที่น่าสนใจและมีคุณค่าจากคืนนั้น แต่สิ่งที่ผมเห็นบนหน้าจอกล้องโทรทรรศน์ทำให้ผมประหลาดใจและประหลาดใจมาก” เขากล่าว.
“ผมเห็นแสงที่สว่างและสวยงามมากมาจากทิศทางของกะอ์บะฮ์ที่ตั้งอยู่ในเมกกะห์แสงดูแตกต่างจากดวงดาวหรือดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ แสงดูเหมือนลำแสงเลเซอร์ที่เชื่อมกะอ์บะฮ์กับท้องฟ้า" เขาพูดว่า. ในตอนแรก คาร์เนอร์แทบไม่เชื่อสิ่งที่เขาเห็น.
“ผมคิดว่ามันเป็นข้อผิดพลาดทางเทคนิคหรือภาพหลอน ผมพยายามรีเซ็ตกล้องโทรทรรศน์และตรวจสอบข้อมูลที่ได้มาอีกครั้ง แต่ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม แสงยังคงอยู่ตรงนั้นและไม่เปลี่ยนแปลง”
“ผมรู้สึกสับสนและสงสัย ผมอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและความหมายของแสงนั้นคืออะไร จากนั้นผมก็ได้ทราบเกี่ยวกับคืนลัยลาตุลก็อดร์และกะอ์บะฮ์จากแหล่งข้อมูลของศาสนาอิสลาม” เขากล่าวต่อ. จากนั้นคาร์เนอร์ได้ไปพบกับเพื่อนคนหนึ่งของเขาซึ่งเป็นชาวมุสลิม เพื่อค้นหาคำตอบสำหรับความอยากรู้อยากเห็นของเขา.
“เพื่อนร่วมงานของผมอธิบายว่าคืนนั้นเป็นคืนลัยละตุลก็อดร์ ซึ่งเป็นคืนที่ประเสริฐและมีความสุขมากสำหรับชาวมุสลิม เพื่อนร่วมงานของผมยังท่องโองการจากอัลกุรอานที่เกี่ยวข้องกับคืนลัยลาตุลก็อดร์ด้วย” เขาอธิบาย.
มาชาอัลลอฮ์ อัลลอฮูอักบัร
อัลลอฮ์ทรงนำทางผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์
ที่มา
https://newswav.com/article/the-testimony-of-the-ex-nasa-officer-who-was-fired-after-seeing-the-miracle-A2404_4wObgj
แปลโดย Firdaus Msd
The Testimony of the Ex-NASA Officer Who Was Fired After Seeing the Miracle of Lailatul Qadr
A scientist from the Aeronautics and Space Administration, or NASA, had to lose his prestigious position because he converted to Islam after seeing th
11/02/2024
‼️โปรโมชั่น 200 บาทฟรี
‼️ส่วนลดวิทยุกุรอาน 200 บาทฟรี
‼️คลิกที่นี้
https://m.me/radioalquran7777?mibextid=2JQ9oc
วิทยุอัลกุรอาน Alquran MP3
เพจวิทยุอัลกุรอานให้ความรู้อิสลาม