02/08/2026
เป็นพันปีมาแล้วมีผู้คนอาศัยกระจายอยู่บริเวณพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี มีการค้นพบเครื่องมือหินโบราณลูกปัดหรือถ้วยชามที่มีอายุเก่าแก่ตั้งแต่สมัยยุคหินใหม่ ในอดีตผู้คนมักมีการอพยพโยกย้ายไปตามทรัพยากร จนเมื่อหลายร้อยปีก่อนมีชาวกะเหรี่ยงผู้หนึ่งนามว่าพะตะเบิด ได้รวบรวมคนเเละนำพาชาวกะเหรี่ยงอพยพลงมาเพื่อจะมาก่อร่างสร้างเมืองที่บริเวณตำบลอุทัยเก่า อำเภอหนองฉาง ในตำบลอุทัยเก่ายังคงมีร่องรอยของวัดโบราณทั้งสี่วัด หนึ่งในนั้นคือวัดหัวเมือง ซึ่งก็คือโรงเรียนวัดหัวเมืองที่เราชาวค่ายได้ไปทำค่ายนั่นเอง ในอดีตตัวตำบลอุทัยเก่านี่เองที่เป็นเสมือนศูนย์กลางของอุทัยธานีก่อนที่ในเวลาต่อมาจากปัญหาภัยแล้งและการคมนาคมขนส่งทางน้ำกลายเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้มีการย้ายตัวเมืองหลักไปอยู่ที่อำเภอเมืองอุทัยธานีในปัจจุบันซึ่งติดกับลำน้ำสะแกกรังที่เชื่อมไปยังเจ้าพระยาและออกสู่ทะเลได้
ชาวอุทัยส่วนใหญ่มักประกอบอาชีพเกษตรกรรมโดยมักทำนาเป็นหลัก ส่วนมากจะเป็นนาปี ก็คือต้องรอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลถึงจะหว่านได้ ด้วยปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงขึ้นจากภาวะโลกร้อน ปัญหาสงครามและความไม่มั่นคงระดับโลกส่งผลให้น้ำมันและปุ๋ยซึ่งเป็นต้นทุนหลักของเกษตรกรแพงขึ้น ในขณะที่ข้าวราคาตกต่ำ เหล่านี้ทวีความหนักหน่วงขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ความลำบากเช่นนี้มีมานานและดูจะรุนเเรงขึ้นเรื่อยๆ จากการลงค่ายที่โรงเรียนวัดหัวเมือง พบว่าโรงเรียนแห่งนี้มีเด็กไม่ถึง 50 คน จากเดิมที่เคยมีหลายร้อยในอดีต ปัจจุบันเด็กค่อยๆหดหาย และในไม่ช้าโรงเรียนแห่งนี้ก็คงถูกยุบเหมือนโรงเรียนขนาดเล็กแห่งอื่นในประเทศ นอกจากค่านิยมพ่อแม่ที่ต้องการส่งลูกไปเรียนในเมืองเพื่อการศึกษาที่ดีกว่า ปัญหาหาความยากจนที่ได้กล่าวไปก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มีเด็กเกิดใหม่น้อยลง แม้เราจะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำให้คุณภาพการศึกษาทัดเทียมกันกับโรงเรียนในเมือง ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กถูกยุบ ก็อาจไม่ได้รับการแก้ไข เพราะไม่ได้มีเด็กเกิดใหม่มากเหมือนในอดีต ! ซึ่งถือเป็นปัญหาระดับชาติที่ไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ไม่ใช่แค่คนในเมือง ที่ไม่อยากมีลูก คนชนบทก็เช่นกัน ปัญหาเศรษฐกิจและสภาพความเป็นอยู่ที่เเย่กระทบคนทุกหย่อมหญ้า !
ด้วยความยากจน ปัญหารุมเร้าเพราะไม่มีเงิน ชาวบ้านจึงแสวงหาที่พึ่งยามยาก ข้าราชการยื่นมือเข้ามาดูแลในรูปของ ส่วนภูมิภาค ที่เข้ามาจัดการระงับข้อพิพาท ควบคุม ตรวจการ ช่วยเหลือต่างๆ ซึ่งทำหน้าที่ร่วมกับส่วนท้องถิ่นและส่วนท้องที่ ที่เป็นคนในพื้นที่เองที่ได้รับเลือกเข้ามา ระบบอุปถัมภ์ เครือญาติ พวกพ้อง ย่อมเกิดขึ้นเมื่อเกิดความลำบาก ชาวบ้านชาวนาต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ลงแขก ! และวางอยู่บนความเกรงใจกันในพื้นที่ เเม้ผู้นำในส่วนท้องที่หรือท้องถิ่นจะรู้ปัญหาดีเพราะเป็นคนในพื้นที่ แต่จะปฏิบัติบังคับกฎอันใดก็ยาก ก็เพราะเป็นคนในพื้นที่ เกรงใจ…พี่น้องกันทั้งนั้น…เดียวรอบหน้าเค้าไม่เลือกนะถ้าเหม็นหน้ากัน ดังนั้นส่วนภูมิภาคจึงต้องเข้ามาบังคับใช้ เพราะตนย้ายมาจากที่อื่น และเดี๋ยวก็ย้ายไป ไม่ต้องเกรงใจใครเพราะไม่ใช่คนพื้นที่ พ่อปู่แม่ย่าไม่ได้อยู่ในชุมชนนี้ ! แน่นอนว่า เมื่อพูดถึงส่วนภูมิภาคที่ถูกส่งมาจากส่วนกลาง ความล่าช้า หรือ Red tape ก็คงลอยมาทันควันตามระบบราชการไทยที่ขึ้นชื่อในเรื่องนี้ กว่าปัญหาชาวบ้านจะถูกแก้ กว่าเงินช่วยเหลือจะมา มันไม่ทันใจและไม่ทันการ ! เมื่อนั้นชาวบ้านจึงหันไปหาผู้ที่ช่วยได้เร็วกว่า ใจถึงกว่า ทันใจกว่า ด้วยเหตุนี้เอง บ้านใหญ่จึงถือกำเนิดขึ้น และเรียกคะแนนนิยมของชาวบ้านได้อย่างถล่มทลาย
ถ้ามีคนหนึ่งช่วยเหลือคุณยามคุณลำบาก ภายภาคหน้าหากเขาต้องการให้คุณช่วย คุณก็คงจะช่วย หรืออย่างน้อยก็คงมีความเกรงใจกันบ้าง หรือคุณจะไม่ช่วยเลย ! บ้านใหญ่จะหายไปได้เมื่อตัดความกตัญญู การทดแทนบุญคุณ ความเกรงใจ ความรักพวกพ้อง ของคนออกไป ? หรือจะหายไปเมื่อรัฐส่วนกลางเข้ามาดูเเลชาวบ้านได้อย่างทั่วถึง จนไม่ต้องพึ่งบ้านใหญ่ ? แต่ถ้าทำอย่างนั้น จะเป็นการรวบอำนาจผูกขาด เป็นการล่าอาณานิคมโดยกรุงเทพฯ ที่ส่วนกลางเข้าไปดูแลอย่างละเอียด !?
นอกจากชาวบ้านขาดที่พึ่งจึงพึ่งบ้านใหญ่ ชาวบ้านยังแสวงหาที่พึ่งทางใจในยามยาก ชาตินี้ลำบากยากจน ชาติหน้าขอรวยแล้วกัน… วัดวาอารามที่โอ่อ่า พุทธพาณิชย์ที่เฟื่องฟู ภายในเต็มไปด้วยตู้บริจาคและคาถาเงินล้าน เหล่านี้ยิ่งแสดงถึงความยากลำบากของชาวบ้านที่มีมานาน และมีต่อไป !
ในด้านทิศตะวันตกของจังหวัดคือผืนป่าขนาดใหญ่ที่พี่สืบได้สละชีวิตปกป้องและได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ผืนป่าห้วยขาแข้งเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าหลายชนิดและเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตกซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำให้แก่อ่างเก็บน้ำทับเสลาที่หล่อเลี้ยงนาข้าวของคนครึ่งค่อนจังหวัด ปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงขึ้นทำให้น้ำไม่พอใช้ แต่ถ้าจะเปิดพื้นที่ป่าสร้างเขื่อนเพิ่มก็ไม่ได้ เพราะจะทำให้ป่าที่ราบถูกทำลาย อุทัยฯมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อย่างมาก แต่กลับใช้ประโยชน์จากมันไม่ได้ ! การมีนกเงือก หรือเสือโคร่งอยู่ในป่าไม่ได้ทำให้ชาวบ้านรวยขึ้น ?! จริงๆแล้วชาวบ้านก็พอเข้าไปเก็บเห็ด หรือหน่อไม้ได้บ้างในส่วนของป่าชุมชน หรือป่าสงวนรอบนอก แต่ชาวบ้านไม่ได้เก็บแค่พอกิน แต่เก็บไปขายเอารวย เก็บเกลี้ยงจนแทบไม่เหลือให้สิ่งมีชีวิตอื่นได้ใช้ประโยชน์ ! เราจะทำอย่างไร ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ โดยที่ป่ายังสมบูรณ์และชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ ? ถ้าคนยังเก็บหน่อไม้ให้มากที่สุด เพื่อให้ขายได้เงินเยอะๆ จะได้รวยๆ แบบนี้ จะยั่งยืนเมื่อไหร่ ? จะบอกให้ชาวบ้านเก็บแค่พอกิน ให้พอเพียง จะเป็นไปได้หรือ ? ยิ่งในภาวะที่ทำนาไม่ได้จากภัยแล้ง หรือขาดทุนจากต้นทุนที่สูง ความยากจนก็ยิ่งทำให้ชาวบ้านแสวงหาผลประโยชน์จากป่ามากขึ้นไปอีก
จะเห็นได้ว่าประเด็นต่างๆที่กล่าวมาตั้งแต่เรื่องความลำบากของชาวนา การเกิดบ้านใหญ่ ระบบอุปถัมภ์ ปัญหาระบบราชการ ปัญหาเรื่องป่ากับคน เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาพื้นฐานที่พบได้แทบทุกจังหวัดในประเทศไทย อุทัยธานีอาจดูเป็นจังหวัดที่ไม่ได้มีอะไรมากนัก ไม่ได้มีโครงการลงทุนอะไร หรือเป็นที่จับตา ไม่ได้เป็นเมืองท่องเที่ยวอะไรมากมาย แต่การศึกษาความธรรมดาเหล่านี้ ทำให้เราได้เห็นความเชื่อมโยง และรากเหง้าของปัญหาได้อย่างลึกซึ้งและปรับใช้ในการวิเคราะห์กับจังหวัดอื่นๆได้อีก อย่างระบบบ้านใหญ่ ที่ล้วนมีในทุกๆจังหวัด เมื่อลองมองที่ต้นตอของมัน ทำให้พบว่าระบบบ้านใหญ่นั้นผูกอยู่กับคุณค่าหลายอย่างที่คนไทยยึดถือ อย่างความกตัญญู น้ำใจ เกรงใจ ช่วยพวกพ้อง สำฤทธิ์ผลนิยม ! พี่น้องสิงห์ดำ…คิดว่าทำไงดี !?
“ ลองมองว่า การเมือง ไม่ใช่แค่กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรอำนาจ ทรัพยากร และผลประโยชน์ ให้แก่มนุษย์เท่านั้น แต่รวมไปถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆบนโลกด้วย……”
#ชีวิตสัมพันธ์
ภาพ: ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ค่ายอาสาพัฒนาชนบท สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
เขียน : ฝ่ายเนื้อหา ค่ายอาสาพัฒนาชนบท สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่:
FB page : ฝ่ายพัฒนาสังคม สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
Instagram: sdkaipat
31/07/2026
เราเดินทางมาถึงวันสุดท้ายแล้วครับท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาถึงตรงนี้ ในวันนี้ทางคณะเนื้อหาได้มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองอีกครั้ง แต่รอบนี้ไม่ธรรมดา เพราะแทนที่เราจะทำกิจกรรมบนบกเหมือนวันก่อนๆ วันนี้เราจะสัญจรทางน้ำไปชมวิถีชีวิตชุมชนชาวแพสะแกกรังกันน
ต้องขอเท้าความสักเล็กน้อย ในสมัยก่อนผู้คนอุทัยตั้งถิ่นฐานอยู่แถวอุทัยเก่า (แถวรร.วัดหัวเมืองของเรานี่เอง) แต่ประสบปัญหาน้ำแล้ง คมนาคมไม่สะดวก จึงโยกย้ายถิ่นฐานมาแถวแม่น้ำสะแกกรัง บวกกับความเจริญที่หลั่งไหลเข้ามา ชุมชนชาวแพจึงเติบโตอย่างไม่ต้องสงสัย
ทว่าในปัจจุบันชุมชนชาวแพสะแกกรังเป็นชุมชนชาวแพที่เหลืออยู่ไม่กี่แห่งของไทย วิถีชีวิตที่แท้จริงเริ่มหายไปตามกาลเวลา เรือนแพส่วนใหญ่ถูกซื้อเอาทะเบียนแพไป เปิดรีสอร์ท โฮมสเตย์ คาเฟ่ ร้านอาหาร แพไม้ไผ่แบบเก่าถูกรื้อแทนที่ด้วยทุ่นลอยน้ำสีฟ้า สิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่ถูกปลูกขึ้นมาแทนที่แพเรือนเก่า อาจดูไม่ชินตา
แต่ไม่ใช่ว่าจะหายไปทั้งหมด ในช่วงเช้าเราได้เข้าไปสัมภาษณ์ “ป้าแต๋ว” ที่แกยังประกอบอาชีพเดิมของชาวแพคือ ทำปลาแห้ง ปลาเค็ม ย่างปลาขาย และเป็นเพียงแพเดียวจากทั้งหมดร้อยกว่าแพที่ยังคงทำอยู่ นอกจากขาย แกก็มีเลี้ยงพวกปลาน้ำจืด ปลาแดง ปลาแรด เทโพ เป็นต้น ด้วยเช่นกัน ลุงสมชายคนขับเรือของเราก็เป็นชาวแพ มีแพไว้เลี้ยงปลาเหมือนกัน อีกแพไว้ให้แม่แกอยู่อาศัยซึ่งอายุ 93 แล้ว อายุยืนกันจริงๆ
จากการพูดคุย แม้จะมีรายการมาถ่าย และมีการโปรโมทชุมชนชาวแพเป็นไฮไลต์จังหวัด แต่ชุมชนกลับไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร จะมีก็แต่งบประมาณช่วยเหลือซ่อมแซมแพ ปัญหายังมีเรื่องแม่น้ำที่ปนเปื้อนด้วยมลพิษ ป้าแต๋วเล่าว่าเมื่อก่อนแกสามารถลงไปอาบน้ำได้สบาย แต่ตอนนี้ไม่น่าได้ อีกเรื่องคือการที่ชุมชนไม่สามารถเติบโตเหมือนเมื่อก่อน เพราะเปิดทะเบียนแพใหม่ไม่ได้ เหตุผลเนื่องจากเพื่อไม่ให้รบกวนธรรมชาติ รบกวนสัตว์น้ำ ถ้าจะสร้างแพใหม่ก็ต้องซื้อทะเบียนแพเก่ามาสวม ทำให้จำนวนแพลดลงไปอย่างมาก บวกกับลูกหลานของชาวแพรุ่นใหม่อย่างเราๆ ก็ขึ้นฝั่งไปหาความเจริญในเมืองกันหมด ไม่มีใครอยากติดแหง่กใช้ชีวิตอยู่ในแพเหมือนเช่นรุ่นปู่ย่าตายาย วิถีชีวิตชาวแพจึงค่อยๆ อันตรธานหายไปอย่างห้ามไม่ได้ ฟังแล้วน่าใจหายจริงๆครับ
ภาพ: ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ค่ายอาสาพัฒนาชนบท สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
เขียน : ฝ่ายเนื้อหา ค่ายอาสาพัฒนาชนบท สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่:
FB page : ฝ่ายพัฒนาสังคม สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
Instagram: sdkaipat
30/07/2026
วันนี้เราเข้าป่ากันอีกแล้วทุกท่าน วู้ว! คณะฝ่ายเนื้อหาได้เดินทางไปยังเขตห้ามล่าสัตว์ถ้ำประทุน อ.ลานสัก จุดหมายคือหุบป่าตาด ป่ายุคดึกดำบรรพ์ที่ซ่อนตัวจากโลก
ว่าแล้วก็ถือไฟฉายผ่านเข้าถ้ำค้างคาวสุดตระการตา ลงเดินเส้นทางศึกษา 700 เมตรที่ร่มครึ้มตลอดทางใต้ต้นตาดขนาดใหญ่ ตามหากิ้งกือมังกรสีชมพู (ซึ่งไม่เจอสักตัว) พักดื่มน้ำสักครู่แล้วไปกันต่อกับตอนบ่าย เตรียมตัวขึ้นเขาปลาร้าใกล้ๆ ไปดูภาพเขียนยุคก่อนประวัติศาสตร์ ระยะทางไปกลับ 4 โลกว่าเอง
ทีแรกคิดว่าชิวครับ สรุป ร่วงกันทั้งหมู่คณะเพราะไม่รู้ว่าทางชัน เหนื่อยไม่ไหว เวลาที่เหลือเลยไปคุยสอบถามชาวบ้านบริเวณนั้น ชมวิวที่อ่างเก็บน้ำห้วยขุนแก้ว แวะตลาดชาวบ้านสักครู่ แล้วก็กลับที่พักของเรา
จากเล่าไปดูไม่ค่อยได้อะไรใช่มั้ยครับ แต่อย่างว่าชาวสิงห์ดำอย่างเราๆ อยากรู้อะไรต้องได้รู้อยากรู้อะไรต้องได้ถาม เลยได้ประเด็นที่น่าสนใจมาประมาณนึงครับ ที่หุบป่าตาดมีน้องๆ ตั้งแต่ประถมถึงมัธยมมาเป็นมัคคุเทศน์ตัวน้อยให้นักท่องเที่ยว โดยไม่คิดค่าจ้าง เพื่อปลูกจิตสำนึกน้องๆ ให้รักผืนป่าและเสริมสร้างทักษะควบคู่กันไปด้วยครับ
เป็นเรื่องดีอย่างมากที่เยาวชนได้มีบทบาทในการอนุรักษ์ผืนป่าที่จะอยู่ร่วมกับพวกเขาไปจนโต และนอกจากเด็กๆ แล้ว ชาวบ้านรอบๆ หุบป่าตาดก็ได้เรียนรู้ด้วยเช่นกัน ทางการมีการสร้างองค์ความรู้ การประชาสัมพันธ์ให้รู้ผลดีผลเสีย กำหนดขอบเขตพื้นที่ป่าที่คนและสัตว์จะสามารถใช้ร่วมกัน
ในช่วงบ่ายที่สัมภาษณ์ชาวบ้าน ก็ได้รู้ว่าแต่ละพื้นที่ไม่ได้ปลูกข้าวกันซะหมดเหมือนกับชาวนาในวันก่อนๆ เพราะสภาพดินต่างกัน โดยลานสักดูค่อนข้างอุดมสมบูรณ์กว่า แถวนี้จึงปลูกทั้งพืชไร่ พืชสวนอย่างอ้อย ปาล์ม มะม่วง ทุเรียน ยาง ข้าวโพด ยูคาลิปตัส แต่ถึงอย่างนั้นคนพื้นที่ก็ยังมองว่าเศรษฐกิจแถวนี้ก็ยังดูซบเซาเหมือนกับพื้นที่อื่นๆ
ในส่วนของทางบ้านใหญ่ก็มีบทบาท ลงมาสำรวจพื้นที่ตลอด อีกทั้งยังมาช่วยพัฒนาไฟฟ้าถนนอีกด้วย ทั่วถึงจริงๆ นะครับเนี่ย
ภาพ: ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ค่ายอาสาพัฒนาชนบท สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
เขียน : ฝ่ายเนื้อหา ค่ายอาสาพัฒนาชนบท สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่:
FB page : ฝ่ายพัฒนาสังคม สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
Instagram: sdkaipat
29/07/2026
และแล้วเราก็เดินทางมาถึงครึ่งทางของกิจกรรมค่ายพัดในครั้งนี้ เราเดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี ในช่วงเช้า เราได้รับเกียรติจาก ผู้ว่าสมบัติ ไตรศักดิ์ หรือ พี่โค รุ่น 38 ที่ให้โอกาสกับ น้อง ๆ สามารถมาพูดคุย รับฟังและแลกเปลี่ยนแนวคิดกัน
ประเด็นหลัก ๆ คือการเมือง , เศรษฐกิจ , สิ่งแวดล้อม , วิถีชีวิต และวัฒนธรรม ทำให้ได้รับมุมมองจากเลนส์ระดับผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงหน่วยงานของรัฐ ต่อทั้งปัญหา , แนวทางการแก้ไข รวมไปถึง นโยบายที่มุ่งเน้น หรือ ผลักดันให้กับจังหวัดอุทัยธานี ที่มีจุดประสงค์เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวอุทัยดีขึ้น
ส่วนในช่วงบ่าย เราพาลูกค่ายเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมืองอุทัยธานี เข้ารับฟังในเรื่องของประวัติศาสตร์ความเป็นมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น , ทำไมจังหวัดอุทัยธานีถึงได้รับฉายาว่าเป็นเมืองพระชนกจักรี หรือเป็นเมืองของพ่อของรัชกาลที่ 1 , ทำไมตึกภายในตัวเมืองถึงเป็นสีม่วงซะส่วนใหญ่ , เข้าชมของใช้โบราณต่างๆตั้งแต่ยุคหินใหม่เรื่อยมาจนปัจจุบัน ตั้งแต่ขวานหินขัด ไปจนถึง เตารีดถ่านที่รุ่นตา ยาย เราคุ้นเคย รวมถึงประวัติบุคคลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าเมือง หรือ บุคคลตัวอย่าง เช่น สืบ นาคะเสถียรเป็นต้น
นอกจากนั้นยังได้เดินทางไปชมหมุดโลก ซึ่งมีเพียง 3 ที่ในทวีปเอเชียของเรา โดยอีก 2 ที่ได้แก่ ซึ่งหมุดโลกนั้น อินเดีย , เวียดนาม ซึ่งความสำคัญของหมุดโลกคือเป็นพิกัดที่ใช้เป็นมาตรฐานในการคำนวณและโยงเพื่อใช้ทำแผนที่ ซึ่งไม่ได้มีทั่วไป !
ภาพ: ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ค่ายอาสาพัฒนาชนบท สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
เขียน : ฝ่ายเนื้อหา ค่ายอาสาพัฒนาชนบท สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่:
FB page : ฝ่ายพัฒนาสังคม สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
Instagram: sdkaipat
28/07/2026
ทางคณะได้มีโอกาสพูดคุยกับนักการเมืองระดับท้องถิ่น จะเรียกว่าบ้านใหญ่ก็ไม่เต็มปากนัก เป็นบ้านใหญ่หลังเล็ก! ระดับตำบล
เขาได้อธิบายถึงปัญหาระดับท้องถิ่น ชาวนาน้ำแล้ง ทำนาไม่ได้ พอบอกให้ทำนาได้แค่ครั้งเดียวเพราะน้ำไม่มากในปีนี้ ชาวนาก็ทำ2 3 …(เพราะหวังว่าอาจจะมีฝนตก…อยากรวยกะเขาบ้าง…) พอลงทุนไปเช่นนั้น ฝนดันไม่ตกก็ขาดทุนเป็นหนี้ เกิดปัญหาหนี้นอกระบบตามมา พอชาวนาลำบาก
สิ่งที่จะบรรเทาความลำบากตรงนี้ได้ก็คือการช่วยเหลือกัน น้ำใจ ระบบอุปถัมภ์! เขายอมรับว่าทำงานกันแบบครอบครัว ช่วยเหลือกัน ยึดถือระบบเครือญาติและความเกรงใจ แต่การกระทำเช่นนี้เป็นสิ่งชั่วร้ายหรือไม่? ในหมู่บ้านก็ญาติพี่น้องกันทั้งนั้น ก็ย่อมต้องช่วยเหลือกัน ชาวบ้านย่อมเลือกคนที่ตนสนิทและคอยช่วยเหลือตนยามยาก
ในช่วงบ่ายทางคณะเดินทางไปยังตัวอำเภอเมืองและได้ไปเยี่ยมชมวัดท่าซุง ซึ่งเป็นวัดอันโด่งดังในสายหลวงปู่ลิงดำ ตัววัดช่างโอ่อ่ายิ่งใหญ่อลังการสวนทางกับภาพชาวนาที่ลำบากยากจนที่ได้พานพบมาตลอดการสำรวจสอบถาม ภายในวัดมีตู้เซฟบริจาคมากมายวางอยู่ มีพิพิธภัณฑ์ที่เล่าประวัติของวัดอย่างสวยงามตระการตา มีการอธิบายถึงการวิปัสสนาที่จะทำให้ผู้ฝึกหยั่งรู้นรกสวรรค์ comic ที่เล่าถึงการที่พระพุทธเจ้านั้นอยู่กับเราเสมอถ้าเราตั้งจิตถึง เงินบริจาคมากมายที่หลั่งไหลเข้ามาสะท้อนอะไร?
หากลองมองให้ลึกลงไป เมื่อชาวบ้านลำบากขาดที่พึ่ง นอกจากจะไปพึ่งพาบ้านใหญ่หรืออิทธิพลท้องถิ่นแล้ว การพึ่งโชคลาภโดยการทำบุญเพื่อหวังให้อะไรๆดีขึ้นก็เป็นหนทางหนึ่ง ชาตินี้ไม่รวยชาติหน้าก็ได้วะ… เหล่านี้นำมาสู้การเกิดพุทธพาณิชย์ที่มักเห็นได้ในข่าวอยู่เป็นนิจ หรือการแสวงหาผลประโยชน์จากชาวบ้านผ่านการบังหน้าด้วยศาสนา…
ภาพ: ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ค่ายอาสาพัฒนาชนบท สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
เขียน : ฝ่ายเนื้อหา ค่ายอาสาพัฒนาชนบท สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่:
FB page : ฝ่ายพัฒนาสังคม สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
Instagram: sdkaipat
27/07/2026
ในวันนี้ฝ่ายเนื้อหาได้เดินทางไปยังทางฝั่งตะวันตกของอุทัยธานีที่ปกคลุมไปด้วยป่า และยังเป็นที่ตั้งของไฮไลต์หลักของวันนี้อย่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งอีกด้วย ผ่านการนำและบรรยายของพี่เจ้าหน้าที่ เดินผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาหินแดง ชมพืชพรรณในป่าเบญจพรรณ เต็งรัง และ ดิบแล้ง
ระหว่างทางพี่แกตัดเห็ด ใบไม้ มาให้ชิม เคี้ยวเล่นด้วย บอกเลยว่าหาประสบการณ์แบบนี้ไม่ได้ที่ไหนนอกจากค่ายพัดเลยครับ (มั้ง) แล้วมาส่องดูร่องรอยชีวิตสัตว์ป่า เข้าชมบ้านพักคุณสืบ นาคะเสถียร อนุสรณ์สถาน และพิพิธภัณฑ์ห้วยขาแข้ง สุทธิแล้ววันนั้นเดินไปกัน 8 กม.กว่า กลับมาหลับสบายเลยทีเดียว…
แต่ถึงจะอยู่ห่างไกลจากความเจริญ ผืนป่านี้ก็ยังมีเรื่องราวและประเด็นให้เราได้ขบคิด จากข้อมูลผ่านการพูดคุยสอบถามพี่เจ้าหน้าที่ ห้วยขาแข้งนี้เป็นแหล่งต้นน้ำที่ไหลลงสู่เขื่อนทับเสลาที่หล่อเลี้ยงไร่นาคนอุทัยธานีครึ่งค่อนจังหวัด ซึ่งดูแล้วไม่น่าเพียงพอต่อความต้องการในพื้นที่ที่ทวีขึ้น พี่เจ้าหน้าที่แกยังกล่าวถึงผลพวงในอดีต อย่างการทำสัมปทานป่าไม้ที่เกิดการทำไม้เกินกำลังผลิตของป่าและไม่รักษาปลูกบำรุง อีกทั้งยังพ่วงมากับการล่าสัตว์ผิดกฎหมาย ผลที่ตามมาคือ ชาวบ้านก็เข้าไปตั้งถิ่นฐาน พื้นที่ป่ารอบนอกถูกทำลายอย่างหนัก
ในปัจจุบันได้ไล่ที่ออกไปจนหมดและกันเขตที่ชาวบ้านจะเข้ามาใช้ประโยชน์ได้เพียงบางส่วน พี่แกยังเหน็บแบบแสบๆ ว่า “มนุษย์นี่เห็นแก่ตัว มีแล้วอยากมีเพิ่ม ถ้าเข้ามาเก็บไว้กินก็แล้วไป แต่ที่เข้ามาเพราะจะเก็บไปขาย ป่ามันก็ผลิตไม่ทัน” คงเห็นใช่ไหมครับ ว่าที่นี่เขาอนุรักษ์เข้มข้นขนาดไหน ผืนป่าตั้งกว้างใหญ่แต่กลับไม่มีใครใช้ประโยชน์จากมันได้ เขื่อนใหม่ก็สร้างไม่ได้ ชาวบ้านก็เก็บของป่าได้ไม่มาก ช่องทางทำกินหายไป แต่หากเปิดป่าแล้วถูกทำลายเหมือนครั้งอดีตก็คงจะไม่ดีเหมือนกัน ท่านผู้อ่านมีความเห็นว่าอย่างไร ลองขบคิดดูครับ
ภาพ: ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ค่ายอาสาพัฒนาชนบท สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
เขียน : ฝ่ายเนื้อหา ค่ายอาสาพัฒนาชนบท สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่:
FB page : ฝ่ายพัฒนาสังคม สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
Instagram: sdkaipat
26/07/2026
ทางคณะเดินทางไปพูดคุยกับท่านนายอำเภอ รุ่นพี่สิงห์ดำของเรา ทำให้ได้ทราบถึงประเด็นต่างๆโดยเฉพาะรูปแบบการปกครองไทย ท้องที่ ท้องถิ่น ที่ซ้อนทับหรือแก้ปัญหาให้กันและกัน?…
จะเกิดอะไรขึ้นถ้านายอำเภอ ผู้ว่ามาจากการเลือกตั้ง มันจะทำให้ปัญหาถูกแก้ได้ดีขึ้นเพราะคนคนนั้นเป็นคนในพื้นที่ที่ถูกเลือกมา หรือปัญหาจะไม่ถูกแก้เพราะคนคนนั้นเกรงใจไม่กล้าบังคับโทษเพราะกลัวจะเสียฐานเสียงจากชาวบ้าน อิ่มหนำสำราญจากงบประมาณที่ใช้ได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีใครจากส่วนกลางที่ย้ายมาควบคุม และสุดท้าย ผู้ชนะเลือกตั้งผู้ว่าคือบ้านใหญ่เจ้าเดิม ?
ในช่วงบ่ายทางเราได้เดินทางไปยังชุมชนชาวลาวครั่ง ลาวโซ่ง ซึ่งเป็นชนที่ถูกกวาดต้อนมาแต่โบราณสมัยรัชกาลที่ 3 ที่ทรงทำศึกกับเจ้าอนุวงศ์ เมื่อได้รับชัย จึงได้กวาดต้อนผู้คนมา เขาเธอเหล่านี้ได้กลืนกลายเป็นคนอุทัยแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งขนบจารีตของตน มีทักษะศิลปะทอผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ และยังขายได้ในราคาสูง
แต่ปัญหาคือ ไม่มีใครสืบทอด ! เด็กรุ่นใหม่ไม่อยากมานั่งทอผ้าแล้ว แล้วจะทำอย่างไร? บังคับให้เด็กๆมาฝึกศิลปะนี้ไว้ หรือปล่อยไปให้ค่อยๆเหลือแค่ในพิพิธภัณฑ์…
ภาพ: ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ค่ายอาสาพัฒนาชนบท สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
เขียน : ฝ่ายเนื้อหา ค่ายอาสาพัฒนาชนบท สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่:
FB page : ฝ่ายพัฒนาสังคม สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
Instagram: sdkaipat
25/07/2026
ทางคณะฝ่ายเนื้อหาได้ลงพื้นที่บริเวณรอบๆโรงเรียนวัดหัวเมือง เข้าไปสอบถามสัมภาษณ์ชาวบ้านทั้งชาวนาหรือผู้ที่ทำอาชีพค้าขายร้านขายของชำหรือร้านขายน้ำหวาน รวมถึงได้มีโอกาสคุยกับผู้นำชุมชนอย่างกำนัน
จากการสัมภาษณ์ทำให้ทราบว่าในบริเวณอำเภอหนองฉางตำบลอุทัยเก่าที่ทางค่ายได้ลงพื้นที่ไปนั้นชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเป็นชาวนามากถึงร้อยละ 80% ซึ่งชาวนานั้นก็ประสบปัญหาจากราคาข้าวตกต่ำโดยอยู่ประมาณเกวียนละ 5000 ถึง 6000 บาทเท่านั้น(1 เกวียนเท่ากับ 1 ตัน) ซึ่งไม่คุ้มที่น้ำมันและปุ๋ยยามีราคาที่สูงขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมานี่เองทำให้ชาวนาประสบปัญหาขาดทุน
นอกจากนี้ยังพบอีกว่าครึ่งต่อครึ่งของชาวนานั้นไม่ได้มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเองแต่ต้องเช่าที่ส่งผลให้ต้นทุนยิ่งสูงขึ้นอีกทำให้เกิดการขาดทุน ชาวนาส่วนมากทำนาปีโดยจะต้องรอให้ฝนตามฤดูกาลถึงจะสามารถทำนาได้ ปัญหาภัยแล้งจึงเป็นอีกปัญหาสำคัญที่ยิ่งทำให้ชาวนาลำบากขึ้นอีก ปัญหาข้าวถูก มีมานานและมีตลอดจริงๆ !
เมื่อเกิดปัญหาความยากจน จำนวนลูกหลานก็ลดน้อยถอยลงไปเพราะไม่มีเงินเลี้ยงลูก เมื่อมีเด็กเกิดน้อยลง โรงเรียนขนาดเล็กของชุมชนก็มีเด็กร่อยหรอและลดลงเรื่อยๆจนต้องปิดตัวลงไป โรงเรียนวัดหัวเมืองเองจากอดีตที่เคยมีนักเรียนร่วม 100 คนปัจจุบันก็เหลือเพียงหลัก 20 กว่าคนเท่านั้น นอกจากนี้พ่อแม่รุ่นใหม่มักส่งลูกไปเรียนในอำเภอเมือง ซึ่งขัดกับบรรดาคนเฒ่าคนแก่ที่ยังคงอยากให้ลูกเรียนใกล้บ้าน
ถามว่าพ่อกับแม่เหล่านั้นผิดหรือไม่ ! หากเป็นคุณคุณจะเลือกให้ลูกเรียนโรงเรียนวัดเหมือนพ่อกับแม่เพราะใกล้บ้านหรือจะส่งลูกไปเรียนในเมือง ? ปัญหาประชากรเด็กลดโรงเรียนเล็กยุบ เกิดขึ้นทุกสารทิศ แล้วอย่างนี้ในอนาคต จะยังเหลือโรงเรียนขนาดเล็กให้ไปจัดค่ายกันอีกไหมนะ……
ภาพ: ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ค่ายอาสาพัฒนาชนบท สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
เขียน : ฝ่ายเนื้อหา ค่ายอาสาพัฒนาชนบท สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่:
FB page : ฝ่ายพัฒนาสังคม สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
Instagram: sdkaipat
08/06/2026
🥳 ผ่านพ้นไปพร้อมความทรงจำสุดประทับใจ สำหรับค่ายปลายปีการศึกษา 2568 กับ ค่ายไออุ่นกรุ่นฝนมนต์อุทัย ชวนกันไปเติมฝันที่วัดหัวเมือง ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 - 26 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมานี้เองค่ะ🦁🫵🏻✨
🏕️ โดยรอบนี้ พวกเราจากชมรมค่ายอาสาพัฒนาชนบท คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมใจกันลงพื้นที่ไปเนรมิตความสุข พัฒนาโรงเรียน และสร้างรอยยิ้มร่วมกับน้องๆ ณ โรงเรียนวัดหัวเมือง ต.ทุ่งพง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี
แน่นอนว่าทุกๆ กิจกรรมและความสำเร็จของค่ายในครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขาดการดูแลและแรงซัพพอร์ตที่ดีจากผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน พวกเราชาวค่ายพัฒน์ฯ ขอขอบพระคุณสปอนเซอร์ทุกๆ ท่านที่เป็นพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ช่วยผลักดันและเติมเต็มให้ค่ายนี้ขับเคลื่อนไปได้อย่างราบรื่น ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จาก
1. บริษัท โรงงานแม่รวย จำกัด
2. บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
3. บริษัท เอเวอร์มอร์ จำกัด
4. บริษัท THAI HERB ENTERPRISE CO., LTD. (เต่าเหยียบโลก)
5. บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
6. บริษัท โอซูก้า นิวทราซูติคอล (ประเทศไทย) จำกัด (Pocari Sweat)
We really appreciate your support! พวกเราชาวค่ายทุกคนรู้สึกซาบซึ้งและขอขอบคุณในความเอ็นดูและความปรารถนาดีของทุกบริษัทมากๆ เลยค่ะ 🙇♂️🙇♀️
ส่องภาพบรรยากาศและติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
FB page : ฝ่ายพัฒนาสังคม สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
Instagram: sdkaipat
08/06/2026
🥳 แฮปปี้และอบอุ่นหัวใจสุดๆ กับค่ายปลายปีการศึกษา 2568 ค่ายไออุ่นกรุ่นฝนมนต์อุทัย ชวนกันไปเติมฝันที่วัดหัวเมือง ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 - 26 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา 🦁🫵🏻✨
🏕️ รอบนี้พวกเราชาวชมรมค่ายอาสาพัฒนาชนบท คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เดินทางไปลุยภารกิจพัฒนาพื้นที่ พร้อมขนกิจกรรมสนุกๆ และมอบความสุขให้กับน้องๆ กันที่ โรงเรียนวัดหัวเมือง ต.ทุ่งพง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี
แน่นอนว่ารอยยิ้มและความสำเร็จในค่ายครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่มีผู้ใหญ่ใจดีที่คอยก้าวเข้ามาเป็นแรงผลักดันและสนับสนุนพวกเรา พวกเราชาวค่ายพัฒน์ฯ ขอขอบพระคุณสปอนเซอร์สุดพิเศษที่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ ช่วยเติมเต็มให้ค่ายนี้สมบูรณ์แบบและราบรื่นไปด้วยดี โดยได้รับการซัพพอร์ตจาก
✨ Bright hair studio ✨
Thank you so much for your support! พวกเราชาวค่ายขอขอบคุณในความน่ารักและความกรุณาครั้งนี้มากๆ เลยค่ะ 🙇♂️🙇♀️
ส่องภาพบรรยากาศและติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
FB page : ฝ่ายพัฒนาสังคม สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
Instagram: sdkaipat