ครูเดียว Pain Free Be Fit

ครูเดียว Pain Free Be Fit

แชร์

ดูแลร่างกายแบบองค์รวม ออกกำลังกาย คลายกล้ามเนื้อ และปรับสมดุลจิตใจ ด้วยพิลาทิสและเวทเทรนนิ่งกันครับ
👍กดติดตาม แล้วมาเข้าใจร่างกายตังเองไปด้วยกันครับ

ผมครูเดียว เดินอยู่ในสายสุขภาพและการออกกำลังกายมาร่วม20ปีแล้ว สิ่งที่ผมทำอยู่ไม่ใช่แค่การทำงาน แต่มันคือความสุขในการเรียนรู้ร่างกาย พูดคุยแก้ปัญหาทั้งด้านร่างกายและจิตใจให้กับนักเรียนและคนที่สนใจกลับมารักตัวเอง ดังนั้นการออกกำลังกายในสไตล์ผม จึงเป็นการผสมผสานหลายๆศาสตร์ หลายแนวคิดบำบัดทั้งใจและกาย
การที่ผมได้มีโอกาสทำงานใน Wellness Health Resort ระดับต้นๆของโลก ได้เปิดมุมมองการเรียนรู้ใหม่ๆ ได้เร

Photos from ครูเดียว Pain Free Be Fit's post 02/05/2026

สวัสดียามเช้าครับ เพื่อน ๆ แฟนเพจทุกท่าน
ครูเดียวมีข่าวดีๆมาแจ้งครับ 😊
ครูเดียวมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมการกุศลในงาน Pilates Fest

ภายในงานจะมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้ง Charity Class และ Workshop จากครูผู้สอนมากประสบการณ์หลายท่าน
เพื่อน ๆ สามารถสแกน QR หรือกดผ่านลิงก์ที่ผมแนบไว้ เพื่อเข้าไปดูรายละเอียดในแต่ละหัวข้อได้เลยครับ

สำหรับคลาสของครูเดียว
Back to Basic – From Ground Up
เป็นคลาสที่พากลับสู่รากฐานของการเคลื่อนไหว
เริ่มตั้งแต่การหายใจ ควบคู่กับการเคลื่อนไหว
จากท่าพื้นฐานบนพื้น ค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ท่ายืนที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
(สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในโพสต์นี้เลยครับ)

📌เพื่อนๆสามารถจองสิทธิ์ก่อนได้แล้ววันนี้ เวลา 9 .09 โมงครับ
พิเศษ! มีโค้ดส่วนลดให้ด้วยนะครับ
เดี๋ยวผมจะลงไว้ในคอมเมนต์ครับ

แล้วพบกันในงานนะครับ 🙏
https://www.zipeventapp.com/e/Pilatesfest-2026

16/04/2026

💪 มาพิลาทิสด้วยกันเถอะ! Pilates Fest 2026

ยกทัพครูระดับ Top Pilates และ Instructor สาย วงการ Movements มากที่สุดในไทย! จัดเต็มทั้งครูไทยและต่างชาติ กว่า 25 ชีวิต กับ 30 คลาสสุดปัง!

6-7 มิ.ย. นี้ เจอกันที่ ไบเทค บางนา (ห้อง MR 211-221) งานเดียวที่สายสตรอง สายเปิดโลกต้องมา!

✅ Free Class! สนุกพร้อมกันที่เวทีกลาง (เข้าร่วมได้เลยไม่มีเงื่อนไข)
🎟️ Special Class! อยากอัปเลเวลแบบ Exclusive เตรียมเล็งครูที่ชอบได้เลย

🗓️ ระบบจองเปิดเร็วๆ นี้! กด See First เพจไว้ เดี๋ยวเต็มก่อน!

#พิลาทิส #ไบเทคบางนา

16/04/2026

แก่นของ Pilates คืออะไร⁉️
ในโลกของการออกกำลังกายมีความหลากหลายมาก ซึ่งครูเดียวเอง ก็เป็นหนึ่งคนที่ชอบเรียน ชอบลอง และปัจจุบันก็ใช้หลายศาสตร์มาผสมผสานในการทำงาน ตามปัญหาและเป้าหมายของนักเรียนแต่ละท่าน

ซึ่งก็ได้ผลตอบสนองที่ดี ทั้งด้านร่างกาย (Physical) จิตใจ (Mindfulness) และภาวะการตื่นรู้ (Awareness)

วันนี้ผมขอพูดถึง “แก่น” ของ Pilates นั่นคือ Principles
ครูเดียวขออ้างอิงจาก 3 สถาบันหลักที่มีโอกาสได้เรียนมา คือ Polestar, Balanced Body และ STOTT ซึ่งทั้ง 3 สถาบันนี้จัดอยู่ในกลุ่ม Modern Pilates

🩵 หัวใจสำคัญของ Pilates ทุกสถาบันคือ Principles
แม้จะมีความแตกต่างกันในรายละเอียด แต่ภาพรวมจะสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน
คือมุ่งเน้นที่ Breathing, Posture Alignment และ Control
ซึ่งสอนให้ผู้เรียน “เรียนรู้การเคลื่อนไหวไปพร้อมกับลมหายใจ” หรือที่เรียกว่า Mind-Body Connection

ครูเดียวขออธิบายหลักการ 6 Principles
ที่ถูกนำมาใช้และพูดถึงกันบ่อย เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นครับ

1️⃣ Breathing
ไม่ใช่แค่การหายใจเข้าทางจมูก ออกทางปาก แต่มันคือ “จังหวะ (Rhythm)” ที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหว รวมถึงการทำงานของกระบังลม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของ Core Activation ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

2️⃣ Concentration
ไม่ใช่แค่การโฟกัส หรือการแยกใช้กล้ามเนื้อ (Isolation)
แต่มันคือการมีสมาธิ รับรู้ว่าร่างกายกำลังทำอะไร และจัดระเบียบการเคลื่อนไหวไปพร้อมกับลมหายใจ

3️⃣ Centering
ส่วนตัวครูเดียวชอบคำนี้มาก มันไม่ใช่แค่การเกร็งหน้าท้อง
แต่คือการ “กลับมาอยู่กับตัวเอง” รับรู้ถึง Powerhouse หรือแกนกลางของร่างกาย เริ่มตั้งแต่ จมูก ปาก คอ อก แกนกลาง จนถึงอุ้งเชิงกราน (Pelvic Floor)

4️⃣ Control
คือการควบคุมการเคลื่อนไหว ใช้แรงอย่างพอดี ไม่จำเป็นต้องช้าเสมอไป แต่ใน Pilates มักเริ่มจากช้า เพื่อให้เห็นรายละเอียดก่อน แล้วจึงพัฒนาไปสู่ความเร็ว ภายใต้การควบคุม

5️⃣ Precision
เมื่อควบคุมได้แล้ว ขั้นต่อไปคือ “ความแม่นยำ” การเคลื่อนไหวของแขน ขา องศา ระยะ ซ้าย-ขวา ไม่เพี้ยนหรือหลุดจากที่ตั้งใจไว้

6️⃣ Flow
ไม่ใช่แค่ความต่อเนื่อง แต่คือ “ความลื่นไหล” ของการเคลื่อนไหว ไม่สะดุด ไม่กระชาก และต้องสัมพันธ์กับลม หายใจ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และต่อเนื่องเป็นธรรมชาติ

👁️ ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าหลักการเหล่านี้
สอดแทรกอยู่ในทุกท่าฝึกของ Pilates และในความเป็นจริง
เราสามารถนำ Principles เหล่านี้ไปปรับใช้กับการออกกำลังกายรูปแบบอื่นได้ด้วย โดยเฉพาะสาย Weight Training
ครูเดียวบอกเลยว่า“มีประโยชน์มาก”

🫰ในทางกลับกัน
ถ้าเราเห็นการฝึก Pilates ที่หลุดออกจากแนวคิดเหล่านี้
และผู้สอนไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้ว่า “ทำไปเพื่ออะไร”
ตรงนั้นก็อาจไม่ใช่ “แก่นของ Pilates” ที่แท้จริง
ทุกศาสตร์มีทั้งข้อดี ข้อเด่น และข้อจำกัด และก็อาจมีความคลาดเคลื่อนจากแก่นได้

📌สุดท้ายแล้ว
ขึ้นอยู่กับทั้ง “ผู้สอน”(ผู้สื่อสาร)ว่าเข้าใจแก่นมากน้อยแค่ไหน และถ่ายทอดออกมาอย่างไร
และ“ผู้เรียน”(ผู้รับสาร)ว่าจะเปิดรับ เข้าใจ และนำไปใช้ได้ลึกแค่ไหน

🌈ทุกสิ่งล้วนมีประโยชน์ในตัวของมัน
ขึ้นอยู่กับว่า…เราจะมองเห็น และเลือกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากแค่ไหนครับ
#พิลาทิส #เรียนพิลาทิส

11/04/2026

ครูเดียว ค้นพบว่า
เมื่ออายุหรือเวลาที่เปลี่ยนไปเป้าหมายออกกำลังกายก็เปลี่ยนไปตามช่วงวัยด้วย
เพื่อนๆมีความคิดเห็นกันยังไร?

Photos from ครูเดียว Pain Free Be Fit's post 09/04/2026

🦶เป็นเท้าล้ม ต้องฝึกอะไรบ้าง⁉️
เท้าเปรียบเสมือน “รากฐานของบ้าน” ถ้าจุดรับน้ำหนักด้านล่างทรุด ก็สามารถส่งผลไปถึง เสา คาน และหลังคาได้

ร่างกายเราก็เช่นกันครับ
เมื่อเท้าล้ม หรือเท้าแบน เข่า สะโพก และหลัง ก็มีโอกาส “บิด เอียง หรือชดเชย” ตามไปด้วย ยิ่งถ้ากล้ามเนื้อไม่สามารถช่วยประคองโครงสร้างได้ดีแล้ว ภาระหนักก็จะไปตกที่ ข้อต่อ เอ็น และโครงสร้างหลักของร่างกาย

แต่ไม่ว่าเท้าแบน หรืออุ้งเท้าสูง ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป
ถ้ากล้ามเนื้อและพังผืด ยังสามารถทำ “หน้าที่ (Function)” ได้ปกติดี ก็อาจไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยครับ

แล้วถ้าเป็น “เท้าแบน” ควรฝึกอะไรบ้าง ?
จากมุมมองของ Kinetic Chain (การเคลื่อนไหวที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ) มักจะเห็นรูปแบบที่กระทบเป็นห่วงโซ่เริ่มจาก
🦶 เท้าบิดเข้า (Foot Overpronation)
➡️ เข่าบิดเข้า (Knee Valgus / Knock Knee)
➡️ สะโพกหมุนเข้า (Hip Internal Rotation)
➡️ หลังแอ่น (Lumbar Extension)
ซึ่งในระบบนี้ จะมีกล้ามเนื้อบางกลุ่มที่ “ทำงานน้อยลง”

ซึ่งตัวครูเดียวสรุปกลุ่มที่ควรฝึกไว้ 3 กลุ่มหลักครับ

1️⃣ กลุ่มพยุงอุ้งเท้า (Intrinsic Foot Muscles) เช่น
• Tibialis Anterior
• Tibialis Posterior
ท่าฝึกแนะนำ
• Short Foot
• Heel Raises (หนีบลูกเทนนิส)

2️⃣ กลุ่มควบคุมเข่าและสะโพก (Hip Stabilizers) เช่น
• Gluteus Maximus
• Gluteus Medius
ท่าฝึกแนะนำ
• Hip Extension
• Clamshell
• Side Walk Band

3️⃣ กลุ่มควบคุมแกนลำตัว (Core Control)
ท่าฝึกแนะนำ
• Dead Bug
• Plank
• Reverse Crunch

🧡และสุดท้ายหัวใจสำคัญ
จบด้วย “การฝึก Balance (การทรงตัว)”ทั้งแบบ
✔️ Static (อยู่กับที่)
✔️ Dynamic (เคลื่อนไหว)
เพื่อให้กล้ามเนื้อเหล่านี้ สามารถดึงศักยภาพ “ทำงาน ร่วมกันจริง”ในชีวิตประจำวันครับ

ใครมีปัญหาเท้าแบน หรือฝึกแล้วได้ผลยังไง
มาแชร์กันได้นะครับ
หรือมีคำถามสงสัย คอมเมนต์ไว้ได้เลยครับ 👇
#แก้เท้าแบน #เท้าล้ม

Photos from ครูเดียว Pain Free Be Fit's post 07/04/2026

Swayback ท่าที่ “ยื่นพุง แถมยัง ไม่พยุงหลัง”
เป็นท่าที่พบบ่อยในคนที่ต้อง ยืน หรือนั่งทำงานนานๆ
โดยเฉพาะคนที่ หลังพิง แต่สะโพกไหลไปด้านหน้า
ลักษณะเด่นคือ
⬅️ สะโพกดันไปด้านหน้า
➡️ ลำตัวเอนไปด้านหลัง
↙️ หน้าท้องปล่อย (เหมือนยื่นพุงออกมา)
หรือเข้าใจง่ายๆ ว่า Lazy posture ท่าที่ “ดูเหมือนสบาย” แต่จริงๆ แล้ว โครงสร้างหลังต้องทำงานหนัก

ผลที่ตามมา
⛔️ กล้ามเนื้อหน้าท้อง (Core) แทบไม่ได้ทำงาน ขี้เกียจจนชิน
🔥กล้ามเนื้อหลังล่างเกร็ง และขาดความยืดหยุ่น (Locked short)
💢 แรงกดส่วนใหญ่ไปตกที่ กระดูก เอ็น และข้อต่อ โดยเฉพาะหลังล่าง

หลายคนจะรู้สึกว่า “สบาย” เพราะไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อพยุง
แต่ถ้าปล่อยไว้นาน 👉 อาการปวดหลังจะค่อยๆ สะสมมากขึ้น จากสรีระที่เปลี่ยนไป

แนวทางเริ่มฝึกง่ายๆ 3 สิ่งนี้

1️⃣ Spine Mobility
เน้นให้กระดูกสันหลัง “ขยับได้” โดยเฉพาะช่วงล่าง
ให้กล้ามเนื้อได้ยืด–หด และคลายตัว
เช่น
• Cat–Cow
• Child’s Pose

2️⃣ Core & Glutes Strengthening
ฝึกกล้ามเนื้อที่ช่วยพยุงตัวจริง ๆ
เช่น
• Dead Bug
• Glute Bridge
• Squat

3️⃣ Balance & Control
ฝึกการจัดแนวร่างกาย + การทรงตัว
ให้ เท้า–สะโพก–ลำตัว อยู่ในแนวเดียวกัน
เช่น
• Single Leg Stand
• Single Leg Deadlift

ถ้าลองสังเกตตัวเองแล้วรู้สึกว่า “ยืนแบบนี้ประจำเลย”
ลองเริ่มปรับทีละนิดนะครับ + ฝึกความแข็งแรง และคลายกล้ามเนื้อตามที่แนะนำ แล้วจบด้วย การยืนทรงตัว
ร่างกายจะค่อยๆ เรียนรู้ และกลับมาสมดุลครับ 👍
#ปวดหลัง #หลังแอ่น #แก้หลังแอ่น

Photos from ครูเดียว Pain Free Be Fit's post 05/04/2026

💪Rotator Cuff กล้ามเนื้อกระชับข้อไหล่
ไหล่หลวม ปวดคอบ่า ลองพิจารณาฝึกกลุ่มกล้ามเนื้อนี้ดูครับ
ช่วงนี้ครูเดียวเจอบ่อยมาก ในงานสอนกลุ่ม Office Syndrome
ฝึกบริหารสะบักแล้ว แต่ก็ยังมีอาการเกร็ง คอ บ่า ทั้งที่คุมท่าดีแล้ว

พอลองทดสอบแรงกล้ามเนื้อกลุ่มอื่นๆ กลับเจอว่า
Rotator cuff ไม่ทำงาน บางคนไม่รู้สึกถึงกล้ามเนื้อกลุ่มนี้เลย ร่างกายจึงข้ามไปใช้ คอบ่าช่วยทำงานแทนด้วยความเคยชิน

Rotator cuff คืออะไร ?
คือกลุ่มกล้ามเนื้อ 4 มัด ที่ทำหน้าที่ พยุงและจัดตำแหน่งหัวไหล่ให้เข้าเบ้า” สร้างความมั่นคงขณะขยับแขนและไหล่ ในการเคลื่อนไหวและออกกำลังกาย
และแต่ล่ะมัดมีหน้าพิเศษอะไรบ้าง เรามาดูกันเลยครับ

1️⃣ Subscapularis (ด้านหน้า)
หมุนแขนเข้า (Internal rotation) เป็นตัวช่วย
“กันหัวไหล่หลุดไปด้านหน้า”
👉 เปรียบเหมือนตัวล็อกจากด้านหน้า

2️⃣ Infraspinatus (ด้านหลัง)
หมุนแขนออก (External rotation)ช่วย “จัดหัวไหล่ให้อยู่กลางเบ้า”
👉 เป็นตัว stabilizer สำคัญมาก

3️⃣ Teres minor (ด้านหลังล่าง)
หมุนแขนออกเหมือน Infraspinatus จะทำงานเด่นขึ้น “ตอนแขนถูกยกออกจากลำตัว”
👉 ช่วยเสริมความมั่นคงในมุมกางแขน

4️⃣ Supraspinatus (ด้านบน) ช่วยเริ่มยกแขนช่วงแรก
(~0–30°) และช่วย “กดหัวไหล่ไม่ให้ลอยขึ้นไปชน”
👉 ลดโอกาสเกิด impingement

สรุป Rotator cuff เมื่อทำงานได้ดี จะช่วยให้คุณภาพการเคลื่อนไหวโดยรวมของ สะบักไหล่ แขนมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ

เรามาดูวิธีการฝึกของแต่ล่ะมัดกันเลยครับ
✅ Subscapularis
ยางยืด ดึงแขนเข้าลำตัว ศอกแนบลำตัว
โฟกัส “หมุนจากไหล่ ไม่ใช่ข้อมือ”
✅ Infraspinatus
ยางยืด ดึงออก (External rotation)
หนีบผ้าเล็ก ๆ ที่ศอก รู้สึก “หลังไหล่ลึก ๆ” ทำงาน
✅ Teres minor
External rotation ในท่ากางแขนเล็กน้อย จะเริ่มรู้สึกกล้ามเนื้อด้านหลังลึกขึ้น
✅ Supraspinatus
ยกแขนเฉียงหน้า (Scaption) ยกเบา ๆ ไม่เกินระดับไหล่
เน้น “ควบคุม ไม่เหวี่ยง ไม่กระชาก”
หากใครทำแล้ว หรือกำลังทำอยู่ มีผลยังไงมาแชร์กันได้เลยนะครับ
#ไหล่หลวม #ปวดคอบ่าไหล่ #แก้สะบัก

Photos from ครูเดียว Pain Free Be Fit's post 28/03/2026

ความหนักที่เพิ่มขึ้น กับจำนวนครั้งที่ลดลง ควรปรับเมื่อไหร่⁉️
วันนี้มีนักเรียนท่านหนึ่งถามว่า “จำเป็นต้องเพิ่มความหนักขึ้นไหม?”
เป็นคำถามง่าย ๆ แต่น่าชวนคิดมากครับ ในมุมมองของครูเดียว มองว่า “จำเป็น” ครับ แต่มีเงื่อนไขบางอย่างที่ต้องพิจารณาร่วมด้วย

ถ้ามองตามหลักการพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
ร่างกายสามารถ “ปรับตัว” (Muscle Adaptation) และพัฒนาได้ จากการถูกกระตุ้นด้วยแรงต้านหรือความหนัก (Intensity)

🔺ตามหลัก Strength Training Pyramid
จำนวนครั้ง (Reps) จะสัมพันธ์กับความหนักที่เปลี่ยนไป
ตัวอย่างเช่น ผู้ฝึกใหม่ ใช้น้ำหนักน้อย → สามารถทำได้หลายครั้ง (High Repetition)
แต่เมื่อเพิ่มความหนัก → กล้ามเนื้อล้าเร็วขึ้น → จำนวนครั้งจึงลดลง ซึ่งหลักคิดนี้ก็ดูตรงไปตรงมาครับ

แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่คือ“เมื่อไหร่ควรปรับ?”และ“ปรับแล้วควรดูอะไรบ้าง?”
ในมุมของครูเดียว จะใช้ 4 ปัจจัยนี้ ในการประกอบการตัดสินใจครับ
1️⃣ Phase of Training
เป้าหมายของผู้ฝึกคืออะไร? ตอนนี้อยู่ในPhaseไหน ยังอยู่ในแผนไหม ?
ถ้ายังอยู่ในช่วงพื้นฐาน (Base / Endurance)
และจำนวนครั้งที่กำหนดทำได้สบาย ไม่ล้า ครูเดียวคิดว่า นี่คือสัญญาณว่าควรขยับไป Phase ต่อไปครับ

2️⃣ Movement Quality
คุณภาพการเคลื่อนไหว ต้องดูตลอด ทั้งก่อนและหลังเพิ่มความหนัก
✅ Alignment / ฟอร์ม / ท่าทาง ยังดีไหม
✅ คุมการเคลื่อนไหวได้ตลอดช่วง (ROM) หรือไม่
✅ คุมได้ทั้ง ชะลอแรง Eccentric และออกแรง Concentric
สำหรับสายฟื้นฟู คุณภาพการเคลื่อนไหว สำคัญมากครับ

3️⃣ Muscle Feeling
เมื่อปรับแล้ว ยัง “โดนจุด” เหมือนเดิมไหม เช่น Chest Press
✅ กล้ามเนื้อหลัก หน้าอก(Primary mover) ยังทำงานชัดไหม
✅ กล้ามเนื้อช่วย หลังแขน(Secondary / Stabilizer) ยังช่วยส่งเสริม ไม่ชดเชยมากเกินไป
Feeling ไม่ควรลดไปจากเดิม ผมให้เผื่อค่า ที่ยอมรับได้ประมาณ 10–20%)

4️⃣ Recovery
การฟื้นตัวของร่างกายเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญเช่นกัน
✅ ไม่ควรล้าสะสมนานเกิน 48–72 ชั่วโมง
✅ เมื่อกลับมาฝึก ควรจะทำได้ดี ใกล้เคียงหรือดีขึ้น
ถ้าฟื้นตัวนาน อาจะต้องพิจารณา เรื่อง โหลดมากเกินไป อาหาร หรือการพักผ่อนด้วยครับ

ทิ้งท้ายครับ
การเพิ่มความหนัก คือการปรับ “ความท้าทายที่เหมาะสม”
🙅‍♂️ ไม่หนักไป (ร่างกายพัง)
😴 ไม่เบาไป (ไม่พัฒนา)
ร่างกายต้องการ “การกระตุ้นพอดี” เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยังยืน

🚗 เปรียบเสมือน การเหยียบคันเร่งรถ
เบาไป รถไม่ขยับ หนักไป รถกระชาก เสี่ยงอุบัติเหตุ
ความหนักพอดี ต้องค่อย ๆ ปรับจูน รถจึงเคลื่อนตัว ปลอดภัย

🏋️‍♀️นอกจากการเพิ่มความหนักแล้ว ยังมีวิธีอื่นๆ ในการเพิ่มความท้าทาย เช่น ลดเวลาพัก (Rest Time) เพิ่มระยะเวลาการเกร็งกล้ามเนื้อ (Time Under Tension) และเพิ่มจำนวนรอบ (Volume)
ซึ่งทั้งหมดนี้ ล้วนช่วยให้ร่างกายพัฒนาได้เช่นกันครับ

แล้วเพื่อน ๆ ล่ะครับ มีเทคนิคหรือประสบการณ์อะไร
มาแชร์กันได้เลยครับ 😊
#เพิ่มความหนัก #เวทเทรนนิ่ง

26/03/2026

ครูเดียวกลับมาแล้ว พร้อมคอนเทนท์ดีๆ เทคนิคออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน
กดติดตาม หรือเข้ามาอ่านเพิ่มเติมในเพจครูเดียว PainFreeBeFit ได้เลยครับ #ครูเดียว #ออกกำลังกาย #ฟื้นฟู

Photos from ครูเดียว Pain Free Be Fit's post 25/03/2026

ฝึกพับสะโพก (Hip Hinge) ให้เป็นได้ใน 3 ขั้นตอน
สำหรับมือใหม่ หรือใครที่ยังสับสนว่า “งอหลัง” กับ “พับสะโพก” ต่างกันอย่างไร
ทั้งสองแบบดูคล้ายกัน แต่จริงๆ แล้วไม่เหมือนกันครับ

วันนี้ครูเดียวมีเทคนิคง่ายๆ นำไปใช้ได้เลย พร้อมภาพและคำอธิบายประกอบ มาฝากทุกคนครับ

1️⃣ Back to Wall Hinge
ฝึกให้รู้จัก “จุดพับ” ให้ถูกตำแหน่ง ใช้สะโพกเป็น “จุดหมุน” ไม่ใช่หลังล่าง ลองวางมือที่สะโพก แล้วดันก้นไปด้านหลัง เหมือน “จะเอาก้นไปแตะกำแพง” และเช็ค
✅ หลังยังตรงและยืดยาว
✅ อกยังเปิด ไม่งอหลัง
ถ้ารู้สึกตึงหลังขา (Hamstrings) = มาถูกทางแล้วครับ

2️⃣ 3 Points Dowel Hinge (Stick Drill)
ใช้ไม้แนบ 3 จุด ตามแนวกระดูกสันหลัง
ศีรษะ➕หลังช่วงอก ➕ก้นกบ ให้เป็นแนวเส้นตรง หลัง จากนั้น แล้วลองพับสะโพก และเช็ค
✅ ไม้ต้องแนบ 3 จุดตลอด
❌ ถ้าไม้หลุด = หลังเริ่มงอ
วิธีนี้คือ “ตัวช่วยเช็คฟอร์มที่ดี” สำหรับมือใหม่เลยครับ

3️⃣ Kettlebell Deadlift (เริ่มใส่น้ำหนัก)
เมื่อเริ่มควบคุมได้แล้ว ค่อยเพิ่มน้ำหนัก (Loading) สามารถใช้ Barbell, Dumbbell หรือ Kettlebell ก็ได้ครับ
✅ ดันก้นไปหลังก่อน น้ำหนักอยู่กลางเท้า
✅ แขนเป็นแค่ “ตัวห้อย” ไม่ใช่ตัวยก บีบสะบักเบาๆเพื่อประคอง

สรุปสั้นๆ ให้จำง่าย
พับสะโพก = ก้นไปหลัง + หลังนิ่ง + ตึงหลังขา
🗣️มีคำอธิบายเพิ่มเติมใต้ภาพด้วยนะครับ

ลองสำรวจตัวเองดูนะครับว่า
เรากำลัง “พับสะโพก” หรือ “งอหลัง” อยู่กันแน่?
ใครลองแล้วรู้สึกต่าง คอมเมนต์มาแชร์กันครับ 👇
#พับสะโพก

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok