12/12/2025
ย้อนดูประวัติศาสตร์ #ยุบสภา การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลไทยจากอดีตถึงปัจจุบันมาแล้ว 15 ครั้ง
และครั้งที่ 16 “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศ “ขอคืนอำนาจกลับไปยังประชาชน” หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมคำนี้ถึงมีความสำคัญนัก และการยุบสภาจะส่งผลอย่างไรต่อทิศทางการเมืองของประเทศ
การยุบสภาคือ การ “รีเซ็ต” การเมืองโดยสมบูรณ์ กล่าวคือ เป็นการยุติอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดก่อนครบวาระ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้กลับไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งใหม่
การ "ยุบสภา" ทุกครั้งจะมีคณะรัฐมนตรี ที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่า ครม.ที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ เพื่อให้ประเทศไม่เป็นสุญญากาศในการบริหาร แต่รัฐมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่ได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น
เมื่อพิจารณาถึงสาเหตุของการยุบสภาผู้แทนราษฎรแต่ละครั้ง พบว่าแต่ละครั้งของการยุบสภาผู้แทนราษฎรล้วนมีเหตุการณ์และเงื่อนไขที่เป็นสาเหตุแตกต่างกันไป ซึ่งพอสรุปถึงสาเหตุใหญ่ 3 ประการหลักๆ ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ ,ความขัดแย้งภายในพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล , ปัญหาทางการเมืองหรือวิกฤตการณ์ทางการเมือง
#ยุบสภา #เลือกตั้งใหม่
ขอบคุณ สำนักข่าว SPRiNG”
01/04/2025
ย้อนรอยตึกร้างสาทร ร่องรอยความทรงจำต้มยำกุ้งที่ขายไม่ออก สร้างต่อไม่ได้ สู่ตึกร้างผีสิง
ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย มนุษย์เรามักจะทิ้งร่องรอยเหตุการณ์บางอย่างที่สำคัญ ๆ ไว้กับสถานที่ อย่างที่สหรัฐอเมริกามีรูปปั้นเทพีเสรีภาพตั้งอยู่บนเกาะ Liberty เพื่อระลึกถึงวันประกาศอิสรภาพ หรืออย่างที่ประเทศไทยสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อนึกถึงเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง พอเวลาผ่านไป สถานที่เหล่านี้ก็เปลี่ยนหน้าที่ไปตามยุคสมัยจากการเป็นบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ไปเป็นสถานที่ท่องเที่ยวบ้าง แหล่งรวมตัวทำกิจกรรมกันบ้าง
แต่หลายๆ ครั้ง อนุสรณ์ความทรงจำก็ไม่ได้ก่อตัวขึ้นจากความจงใจ โดยเฉพาะเมื่อเหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนัก อย่างที่ตึกสาธร ยูนีค ทาวเวอร์ (Sathorn Unique Tower) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ตึกร้างสาทร” กลายเป็นหมุดหมายที่แสดงร่องรอยความเสียหายจากวิกฤติการณ์ต้มยำกุ้งในปี 2540 ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางกรุงเทพ ฯ ชวนให้ผู้คนนึกถึงช่วงเวลาที่ไม่น่าจดจำอยู่เสมอ
ตึกสาธร ยูนีค ทาวเวอร์ เป็นตึกสถาปัตยกรรมแบบโรมันสูง 185 เมตร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัท Rangsan & Associates ในปี 2533 โดยได้รับการออกแบบและพัฒนาจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ รังสรรค์ ต่อสุวรรณ สถาปนิกและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัทได้วางแผนให้ตึกสาธร ยูนีค ทาวเวอร์ เป็นคอนโดมิเนียมสุดหรู 49 ชั้น 600 ยูนิต
ขณะนั้นไทยเป็นหนึ่งในเสือทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งที่สุดประเทศหนึ่งในอินโดจีน ในระหว่างปี 2528-2539 เศรษฐกิจของประเทศมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ราว 9 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เพราะมีเงินลงทุนไหลเข้ามาจากต่างประเทศมหาศาล
อาคารแห่งนี้คือโปรเจ็กต์ระดับ 1,800 ล้านบาท จากการบอกเล่าของนายพรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ ลูกชายของนายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ โดยมีแหล่งเงินทุนมาจาก เงินลงทุนของบริษัท สาธรยูนีค จำกัด และเงินพรีเซลล์จากลูกค้า แต่เงินจาก 2 แหล่งก็ยังไม่เพียงพอที่จะดลบันดาลให้โครงการนี้เกิดขึ้นมา
เงินกู้จากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ไทยเม็กซ์ จำกัด (มหาชน) จึงเป็นแหล่งทุนก้อนสุดท้าย ที่เป็นตัวกำหนดชะตาของตึกสาธร ยูนีค ทาวเวอร์
แต่ตอนนั้นไม่มีใครรู้เลยว่า เงินก้อนนี้จะเป็นจุดพลิกผันที่ไม่อาจย้อนกลับเช่นเดียวกัน…
จุดเริ่มต้นเส้นทางที่ไม่ราบรื่นของตึกนี้เริ่มต้นที่นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ ถูกตั้งข้อหาในคดีจ้างวานฆ่านายประมาณ ชันซื่อ ประธานศาลฎีกาในขณะนั้น ก่อนที่ศาลจะยกฟ้องในภายหลัง แต่ข้อหาในขณะนั้นทำให้บริษัทสถาบันการเงินระงับการปล่อยเงินกู้ชั่วคราวในช่วงที่ อ. รังสรรค์ ถูกขังหลายเดือนก่อนจะกลับมาปล่อยกู้อีกครั้งหลังจากได้รับการประกันตัว
หลังจากนั้น เหตุการณ์สำคัญที่กำหนดให้ชะตากรรมของตึกสาธร ยูนีค ทาวเวอร์ที่ใช้เงินลงทุนมหาศาลต้องกลายเป็นตึกร้างมาจนถึงปัจจุบันคือ วิกฤติการณ์ต้มยำกุ้งในปี 2540
ย้อนกลับไปก่อนวิกฤติจะปะทุขึ้น เศรษฐกิจของไทยขณะนั้นเติบโตอย่างมาก ทำให้ดอกเบี้ยเงินกู้ในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ขณะอัตราดอกเบี้ยต่างประเทศอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้บรรดาผู้ประกอบการกู้ยืมเงินจำนวนมากมาจากต่างประเทศมาลงทุน (มีถึงระดับ กู้เงินต่างประเทศมาฝากในไทยด้วยซ้ำ เพราะดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่าดอกเบี้ยเงินกู้) เลยเป็นสาเหตุให้ไทยมีเงินไหลมาเทมา
ปัญหาคือนโยบายของรัฐบาลในช่วงนั้น ในปี 2536 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้จัดตั้งสถาบันการเงินดำเนินกิจการวิเทศธนกิจ (BIBF) เพื่อเป็นแหล่งกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินกู้ต่างประเทศมาปล่อยสินเชื่อในประเทศไทย ในบรรยากาศเศรษฐกิจที่เงินสะพัด บริษัทเงินทุนต่างพากันปล่อยสินเชื่อโดยขาดความระมัดระวังโดยเฉพาะในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่ควรจะกู้เงินในรูปแบบหนี้ระยะยาว แต่ในขณะนั้นส่วนใหญ่เป็นหนี้ระยะสั้นกันหมด
การกู้ยืมเงินจากต่างประเทศจำนวนมหาศาลและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหย่อนในช่วงนั้นทำให้ หนี้ของไทยที่อยู่ในรูปเงินตราต่างประเทศเริ่มพุ่งสูงขึ้นกว่าเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ แต่ในขณะนั้นไทยใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนคงที่โดยการยึดติดกับสกุลเงินดอลลาร์ ในขณะนั้น 1 ดอลลาร์เท่ากับ 25 บาท เลยไม่มีใครกังวลว่าอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราจะกระทบกับการใช้หนี้
ในช่วงสิ้นปี 2539 หนี้จากต่างประเทศมีมูลค่าสูงถึง 90.5 พันล้านดอลลาร์และส่วนใหญ่เป็นหนี้ระยะสั้น ซึ่งหนี้ต่างประเทศนี้ 73.7% เป็นของภาคเอกชน ส่วนที่เหลือเป็นของรัฐบาล
เมื่อเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในรูปดอลลาร์ของธนาคารแห่งประเทศไทยแทบจะไม่เหลือหลอ ประชาชนจึงขาดความเชื่อมั่นและพากันไปแลกเป็นเงินดอลลาร์ จนทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องประกาศ “ลอยตัวค่าเงิน” ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 จนทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างมากจนอ่อนสุดเป็นประวัติการณ์มากกว่า 50 บาทต่อ 1 ดอลลาร์
ขอบคุณ By Pitchaya K. - 08/12/2022
06/10/2024
Next station Chit Lom
เมื่อครั้งที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนสตรีได้ประท้วงที่ตั้งสถานีหน้าโรงเรียน เนื่องด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย เพราะผู้โดยสารบนชั้นชานชาลาจะสามารถมองเห็นภายในโรงเรียนได้อย่างชัดเจน และเหตุผลด้านมลภาวะ ในภายหลังจึงมีการติดตั้งผนังกั้นบริเวณชั้นชานชาลาด้านทิศใต้ และย้ายจุดทางขึ้น-ลงสถานีฝั่งทิศใต้ไปอยู่หน้าศูนย์การค้าเมอร์คิวรีวิลล์ และโรงแรมเรเนซองส์เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยสถานียังคงอยู่หน้าโรงเรียนเช่นเดิม
และในปัจจุบันเมื่อสร้างเสร็จได้เกิดประโยชน์มากมายในด้านการขนส่ง ถ้าในตอนนั้นสถานีย้ายออกไปจริง ๆ จะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายแก่คนรุ่นหลัง ในระหว่างการก่อสร้างก็ย่อมทำให้รถติดเป็นธรรมดา เพื่ออนาคตให้ประเทศชาติพัฒนาไปในทางที่เจริญขึ้น อย่างที่ทุก ๆ ท่านเห็นในปัจจุบัน
ขอบคุณ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ 2539
08/04/2024
วันสงกรานต์ ถือเป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของไทยมาแต่โบราณ เป็นประเพณีที่เก่าแก่ งดงาม และเต็มไปด้วยบรรยากาศของความกตัญญู ความสนุกสนาน ความอบอุ่น และการแสดงความเคารพซึ่งกันและกัน สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะของความเป็นไทยได้อย่างชัดเจนโดยใช้ "น้ำ" เป็นสื่อในการเชื่อมสัมพันธไมตรี
คำว่า "สงกรานต์" หรือ “สํ-กรานต” มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า ก้าวขึ้น ผ่าน หรือการเคลื่อนที่ ย้ายที่ หมายถึง เวลาที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนจากตีหนึ่งไปสู่อีกราศีหนึ่งไปสู่อีกราศีหนึ่งทุก ๆ เดือน เรียกว่า สงกรานต์เดือน ยกเว้นเมื่อพระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ เมื่อใดก็ตามจะเป็นสงกรานต์ และเรียกชื่อพิเศษว่า "มหาสงกรานต์" ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามคติพราหมณ์ โดนเป็นการนับทางสุริยคติ (วิธีนับวันและเดือนโดยถือกำหนดตำแหน่งดวงอาทิตย์เป็นหลัก) ดังนั้น การกำหนดวันนับสงกรานต์จึงตกอยู่ในระหว่างวันที่ 13, 14 และ 15 เมษายน ซึ่งทั้ง 3 วันจะมีชื่อเรียกเฉพาะดังนี้
วันที่ 13 เมษายน เรียกว่า มหาสงกรานต์ หมายถึง วันที่ดวงอาทิตย์ก้าวขึ้นสู่ราศีเมษอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ผ่านการเข้าสู่ราศีอื่น ๆ แล้วจนครบ 12 เดือน
วันที่ 14 เมษายน เรียกว่า วันเนา หมายถึง วันที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าอยู่ราศีเมษประจำที่เรียบร้อยแล้ว
วันที่ 15 เมษายน เรียกว่า เถลิงศก หรือวันขึ้นศก คือวันที่เริ่มจุดเปลี่ยนศักราชใหม่ การที่กำหนดให้อยู่ในวันนี้นั้นเพื่อให้แน่ใจได้ว่าดวงอาทิตย์โคจรขาดจากราศีมีนขึ้นอยู่ราศีเมษแน่นอนแล้ว อย่างน้อย 1 องศา
สำหรับในวันสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ไทย ประจำปี 2567 ตรงกับวันเสาร์ ที่ 13 เมษายน เวลา 22 นาฬิกา 17 นาที 24 วินาที จันทรคติ ตรงกับ วันเสาร์ ขึ้น 5 ค่ำ เดือนห้า ปีมะโรง นางสงกรานต์ นามว่า "นางมโหธรเทวี" ทัดดอกสามหาว ทรงพาหุรัด อาภรณ์ด้วยแก้วนิลรัตน์ ภักษาหารคือเนื้อทราย พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงตรีศูล เสด็จมาบนหลังมยุรา
คำทำนายนางสงกรานต์ 2567
1. เกณฑ์พิรุณศาสตร์ ปีนี้ อังคารเป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก 300 ห่า, ตกในเขาจักรวาล 120 ห่า, ตกในป่าหิมพานต์ 90 ห่า, ตกในมหาสมุทร 60 ห่า, ตกในโลกมนุษย์ 30 ห่า
2. เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราศีตุล ชื่อวาโย (ธาตุลม) น้ำพอประมาณ พายุจัด
3. เกณฑ์นาคราชให้น้ำ ปีนี้ นาคราชให้น้ำ 7 ตัว ทำนายว่า ฝนแล้ง
4. เกณฑ์ธัญญาหารชื่อ วิบัติ ข้าวกล้าในไร่นา จะเกิดกิมิชาติ คือ มีด้วงและแมลงรบกวน ข้าวกล้า จะได้ผล 1 ส่วน เสีย 5 ส่วน บ้านเมืองจะเกิดยุทธสงคราม จะฆ่าฟันกัน จะนิราชจากกัน จะฉิบหายเป็นอันมากแลฯ.
นอกจากวันสงกรานต์แล้ว รัฐบาลยังกำหนดให้วันที่ 13 เมษายน เป็น “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” เพื่อให้ลูกหลานได้เล็งเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นบุพการี ผู้อาวุโสหรือผู้ใหญ่ในชุมชนที่เคยทำคุณประโยชน์แก่สังคมนั้น ๆ มาแล้วและวันครอบครัว ส่วนวันที่ 14 เมษายน กำหนดให้เป็นวัน "วันครอบครัว" เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว ซึ่งผู้ที่ไปทำงานต่างท้องที่ก็จะได้มีโอกาสกลับไปยังถิ่นฐานตน เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ และบรรพชนผู้ล่วงลับ
ทั้งนี้ แนวทางที่พึงปฏิบัติในประเพณีสงกรานต์ เพื่อสืบสานเป็นวัฒนธรรมที่ดีงามของไทย คือ
1) การบำเพ็ญกุศล ด้วยการตักบาตร หรือนำอาหารไปถวายพระที่วัด รักษาศีล และสรงน้ำพระพุทธรูป ถือว่าเป็นการรักษากายใจ ให้สะอาดผ่องแผ้ว เพื่อเป็นสิริมงคล ทั้งยังเป็นการสืบทอดและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
2) การทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้แก่บรรพบุรุษ เพื่อแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว
3) การรดน้ำ เพื่อแสดงความเคารพและความกตัญญูกตเวทิตาต่อผู้มีพระคุณ เช่น ลูกกับพ่อ-แม่-ปู่-ย่า-ตา-ยาย ผู้สูงอายุ พุทธศาสนิกชนต่อพระภิกษุสงฆ์ เป็นต้น
4) การเล่นรดน้ำและสาดน้ำ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างญาติ พี่น้องและมิตรสหาย ด้วยการเล่นอย่างสุภาพพร้อมกับกล่าวคำอวยพรให้มีความสุข คำนึงถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัยทั้งของตนเองและผู้อื่น ไม่เล่นสาดน้ำรุนแรง หรือเล่นเกินขอบเขต ไม่ดื่มสุรา ตลอดจนแต่งกายให้เหมาะสม
ที่มา : https://www.senate.go.th/view/386/รายละเอียดข่าว/Edutainment/149/TH-TH
ภาพ : Mgr online และ กรุงเทพธุรกิจ
28/07/2021
ประวัติศาสตร์กีฬายกน้ำหนักในโอลิมปิกของไทย
คำถามที่หลายคนสงสัย คือทำไมโอลิมปิกที่โตเกียวครั้งนี้ ไม่มีนักยกน้ำหนักไทยเข้าแข่งขันแม้แต่คนเดียว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เราจะลองไปลำดับเหตุการณ์พร้อมๆกัน
พูดถึงกีฬาโอลิมปิกแล้ว ตั้งแต่เกษราภรณ์ สุตา ได้เหรียญทองแดงจากยกน้ำหนักหญิง ที่ซิดนีย์ในปี 2000 นับจากวันนั้น ประเทศไทยได้เหรียญโอลิมปิกจากกีฬายกน้ำหนัก "ทุกครั้ง"
- เอเธนส์ 2004
ทอง : อุดมพร พลศักดิ์ (53 กก.)
ทอง : ปวีณา ทองสุก (75 กก.)
ทองแดง : อารีย์ วิรัฐถาวร (48 กก.)
ทองแดง : วันดี คำเอี่ยม (58 กก.)
- ปักกิ่ง 2008
ทอง : ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล (53 กก.)
ทองแดง : เพ็ญศิริ เหล่าศิริกุล (48 กก.)
ทองแดง : วันดี คำเอี่ยม (58 กก.)
- ลอนดอน 2012
เงิน : พิมศิริ ศิริแก้ว (58 กก.)
ทองแดง : ศิริภุช กุลน้อย (58 กก.)
- ริโอ 2016
ทอง : โสภิตา ธนสาร (48 กก.)
ทอง : สุกัญญา ศรีสุราช (58 กก.)
เงิน : พิมศิริ ศิริแก้ว (58 กก.)
ทองแดง : สินธุ์เพชร กรวยทอง (ชาย 56 กก.)
ว่าง่ายๆ คือช่วงหลัง ยกน้ำหนัก เป็นกีฬาความหวังอันดับ 1 ที่เรามีโอกาสได้เหรียญทอง มากยิ่งกว่ามวยสากลสมัครเล่นเสียอีก และตามหลักในโตเกียว 2020 เราก็ควรมีโอกาสลุ้นเหรียญทองอีกครั้ง โดยเฉพาะในประเภทหญิงรุ่นเล็ก
แต่อย่างที่ทราบกันว่า ในโอลิมปิกครั้งนี้ ไม่มีนักกีฬาไทยเลยแม้แต่คนเดียว เหตุผลคือเราโดนสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ (IWF) สั่งแบน ไม่ให้เข้าร่วมในการแข่งขันใดๆ เป็นเวลา 3 ปี
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจแบ็กกราวน์ก่อนว่า ตั้งแต่จบโอลิมปิกที่ริโอเป็นต้นมา คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ( IOC) มีความเข้มงวดมากๆ เรื่องสารกระตุ้น เราคงเห็นแล้ว่า พวกเขากล้าแบนประเทศรัสเซียออกไปจากโอลิมปิกเลย เพราะไม่สามารถจัดการเรื่องการใช้สารต้องห้ามได้อย่างดีพอ
ไม่เพียงแค่นั้น กีฬาอะไรก็ตามที่มีความเชื่อมโยงกับการโด๊ป ทาง IOC ก็พร้อมจะตัดทิ้ง เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ของโอลิมปิกให้สะอาดมากขึ้น อย่าลืมว่ามีกีฬาอีกมากมายที่พร้อมจะรอเสียบเพื่อจะได้เข้ามาอยู่ในโอลิมปิกอีกเพียบ เช่นรักบี้, แฮนด์บอล, คริกเก็ต ฯลฯ
สำหรับยกน้ำหนัก เป็นกีฬาที่โดนจับตามองมากที่สุด ว่าอาจโดน IOC ตัดทิ้งจากโอลิมปิก เพราะเป็นการแข่งที่ใช้พลังร่างกายโดยตรง และมีข่าวเรื่องนักกีฬาใช้สารกระตุ้นอยู่บ่อยๆ ดังนั้นเพื่อให้ IOC เห็นถึงความตั้งใจจริง ทางสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติจึงเพิ่มความเข้มงวดเรื่องสารกระตุ้นหลายเท่า เพื่อไม่ให้มีข้อครหาเกิดขึ้นได้อีก
หลังจบโอลิมปิกที่ริโอ ในปี 2016 ทีมยกน้ำหนักไทย เข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนส์ 2018 ที่อินโดนีเซีย คว้ามา 1 เงิน 6 ทองแดง จากนั้นก็เตรียมตัวลงแข่งเก็บคะแนนสะสม เพื่อคว้าโควต้าไปโอลิมปิกที่โตเกียวต่อ
ปัญหามาเกิดขึ้นในปีช่วงเดือนพฤศจิกายน 2018 ในรายการยกน้ำหนักชิงแชมป์โลกที่เติร์กเมนิสถาน สมาคมฯ ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันปกติ แต่ในคราวนี้ สหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ ร่วมมือกับศูนย์ต่อต้านการโด๊ป (WADA) ทำการปูพรมตรวจสารกระตุ้นอย่างเข้มข้นด้วยวิธี IRMS ซึ่งจะได้ผลการตรวจที่แม่นยำยิ่งกว่าเดิม
และผลการตรวจโด๊ปของ IWF ประกาศผลออกมาเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2019 ปรากฏว่ามีนักกีฬาไทย "10 คน" ที่ถูกตรวจพบสารต้องห้ามในร่างกาย
ในระหว่างการสืบสวนว่าเกิดอะไรขึ้น ทาง IWF จึงสั่งห้ามนักกีฬาไทยเข้าร่วมแข่งขันทุกรายการไปก่อน จนกว่าจะมีคำตัดสินออกมา นั่นคือเหตุผลว่าทำไมในเดือนกันยายนปี 2019 ตอนที่ไทยเป็นเจ้าภาพยกน้ำหนักชิงแชมป์โลกที่พัทยา แต่เราไม่สามารถส่งผู้เล่นไทยลงแข่งได้แม้แต่คนเดียว คือต้องเป็นเจ้าภาพเฉยๆ จัดให้คนอื่นแข่ง ว่างั้นเถอะ
เมื่อคำประกาศจาก IWF ถูกเผยแพร่ออกมา สมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทยก็สับสนมาก ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง เพราะนักกีฬาไทยทุกคนได้รับการสอนอย่างดีมาตลอด ว่าให้ระมัดระวังเครื่องดื่ม อาหาร ยาที่กิน และ ยาที่ฉีดทุกประเภท มันเป็นไปได้งั้นหรือ ที่นักกีฬาจะใช้สารกระตุ้นพร้อมกัน 10 คนขนาดนั้น
แต่ก็แน่นอนว่า ข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านการโด๊ปอย่าง WADA ไม่มีทางผิดพลาดอยู่แล้ว มันต้องมีรูโหว่ที่ตรงไหนสักแห่งที่ทางเราพลาดไปเอง
สมาคมฯ ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิหลายคน รวมถึงร้อยเอกหญิงปวีณา ทองสุก เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกด้วย และหลังใช้เวลาสืบสวนอยู่พักหนึ่งก็ค้นพบความจริง ว่าสารต้องห้ามนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากการกิน หรือ ฉีด แต่เป็นการใช้เจลแบบพิเศษสำหรับทา แล้วมีการซึมเข้าร่างกายผ่านทางผิวหนัง
ย้อนกลับไปในเดือนกันยายน 2017 สมาคมฯ แต่งตั้ง หลิว หนิง โค้ชชาวจีน มาเป็นผู้ฝึกสอนยกน้ำหนักทีมชาติไทย ซึ่งการซ้อมก็มีไปอย่างปกติ แต่สิ่งที่หลิว หนิง ชอบทำ คือเวลาที่นักกีฬามีอาการเจ็บข้อกระดูกและกล้ามเนื้อ เขาจะนำยาแบบกระปุกจากประเทศจีนมาทาให้นักกีฬาใช้ โดยกล่าวว่าเป็นเจลใสแบบพิเศษ ที่จะช่วยลดอาการบาดเจ็บได้
เมื่อใช้เจลพิเศษแล้วได้ผล ทำให้หลิว หนิง ก็ใช้กับนักกีฬามาโดยตลอดเป็นเวลา 1 ปีเต็ม (2017-2018) ซึ่งระหว่างนั้น นักกีฬาไทยก็ไปแข่งหลายรายการ มีการตรวจปัสสาวะโดยวิธีปกติ แต่ก็ไม่พบเจอสารกระตุ้นอะไร ทุกคนจึงไม่ได้สนใจเรื่องเจลนี้เลย
พอมาถึงรายการใหญ่ ศึกยกน้ำหนักชิงแชมป์แห่งโลก ที่เติร์กเมนิสถาน คราวนี้ผู้จัดการแข่ง ใช้วิธีการตรวจแบบ IRMS คือจะเจาะลึก แบบเข้มเป็นพิเศษ ก็มาตรวจพบว่า เจลนี้มีฤทธิ์ของสารต้องห้าม และเมื่อมันซึมเข้าร่างกาย นักกีฬาไทยจึงโดนตรวจจับว่าใช้สารต้องห้ามในที่สุด
สมาคมฯ แถลงการณ์ว่า "นักกีฬาได้รับการอบรมว่า การใช้สารต้องห้าม มาจากการกิน การดื่ม หรือการใช้ยาฉีดเท่านั้น ไม่เคยทราบมาก่อนว่ายาทา หรือยานวด จะเป็นการซึมเข้าไปแล้วทำให้เกิดการออกฤทธิ์ของสารต้องห้ามด้วย ดังนั้นทุกคนที่ใช้เจลรักษาอาการบาดเจ็บ จึงรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ได้จงใจหรือตั้งใจกระทำ"
ขณะที่ผู้ฝึกสอนชาวไทย 4 คน ก็ให้การว่า ไม่ทราบมาก่อนเลยเช่นกันว่าเจลพิเศษของหลิวหนิง มีสารต้องห้ามเป็นส่วนประกอบ
เรื่องนี้ได้รับการจับตามองจากทั่วโลกเป็นอย่างมาก เพราะการที่นักกีฬาโดนจับโด๊ป 10 คนพร้อมกันในทัวร์นาเมนต์เดียว มันไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว ถ้าคุณไม่จงใจ ก็ต้องผิดพลาดอย่างร้ายแรงจริงๆ
ก่อนที่ IWF จะประกาศว่าบทลงโทษของสมาคมยกน้ำหนักของไทย จะรุนแรงแค่ไหน มีดราม่าอีกเรื่องซ้อนเข้าไปอีก เมื่อนักข่าวชาวเยอรมันจากสถานีโทรทัศน์ ARD กำลังทำสารคดีสืบสวนเจาะข่าวเรื่องการใช้สารกระตุ้นในกีฬายกน้ำหนักของไทย เขาปลอมตัวเข้ามาพูดคุยกับ ศิริภุช กุลน้อย อดีตนักยกน้ำหนักเหรียญทองแดงจากโอลิมปิกที่ลอนดอนในปี 2012
ศิริภุช ทำงานอยู่ที่ฟิตเนสแห่งหนึ่ง ซึ่งเธอโดนนักข่าวชาวเยอรมันคนนี้แกล้งทำเป็นลูกค้าที่สนใจเป็นสมาชิกฟิตเนส และเริ่มต้นพูดคุยกับศิริภุชในหลายประเด็น ก่อนจะแอบอัดเสียงเอาไว้
วันที่ 5 มกราคม 2020 สถานี โทรทัศน์ ARD ลงสารคดีในชื่อ "คำสารภาพ" โดยมีเสียงหลุดของศิริภุช พูดว่านักยกน้ำหนักไทยใช้สารต้องห้ามกันตั้งแต่อายุ 13 ปี ซึ่งคลิปนี้ ได้ถูกเอาไปเปิด ในการประชุมใหญ่ของ IOC ด้วย ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหายยับเยิน และบุษบา ยอดบางเตย นายกฯ สมาคมขณะนั้น จึงขอแสดงสปิริต นำกรรมการสมาคมฯ ลาออกทั้งคณะ
เรื่องมันใหญ่ขนาดที่ IOC ออกมาแถลงเลยว่า "เป็นประเด็นที่ซีเรียส และไม่สบายใจอย่างมาก" มันยิ่งทำให้คนไทยโดนเพ่งเล็งเข้าไปใหญ่ว่า อ้าว ที่ผ่านมา ชนะเพราะแอบใช้สารกระตุ้นหรือเปล่า กลายเป็นโดนดิสเครดิตผลงานในอดีตไปอีก
ถึงแม้ประเด็นของสถานีโทรทัศน์ ARD สมาคมฯ จะล้างมลทินได้ในภายหลังว่า การสื่อสารของนักข่าวเยอรมันกับศิริภุช เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ศิริภุชเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ปี 2011 ที่มีคนใช้สารกระตุ้นจริง และโดนลงโทษไปแล้ว แต่นักข่าวเยอรมันเอาไปตัดต่อ ราวกับเป็นเรื่องในปัจจุบัน เลยกลายเป็นดราม่าที่ไปไกลเกินกว่าเหตุมาก
แม้ความจริงจะเป็นแบบนั้น แต่กับความรู้สึกที่คนภายนอก โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ที่มีต่อวงการยกน้ำหนักไทยก็คือมองแย่ไปแล้ว และหลายคนก็เชื่อว่า ประเด็นนี้ มีผลต่อการวินิจฉัยบทลงโทษของ IWF ด้วย
5 เมษายน 2020 IWF ประกาศผลสอบสวนออกมา ได้ข้อสรุปว่าประเทศไทย "ผิดจริง" และสมาคมฯ จะโดนแบนไม่ให้ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันทุกรายการของการแข่งยกน้ำหนัก เป็นเวลา 3 ปี จนถึงวันที่ 1 เมษายน 2023 พร้อมปรับเงินอีก 2 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ไทยจะมีเวลาอุทธรณ์ได้ 21 วัน
นั่นหมายความว่าโอลิมปิกที่โตเกียว และ เอเชียนเกมส์ที่หังโจว ไทยก็จะไม่สามารถส่งใครไปแข่งได้ เพราะอยู่ใน Period ของการโดนแบนนั่นเอง
สมาคมฯ เมื่อรู้ว่าโดนแบน จึงยื่นเรื่องขออุทธรณ์กับศาลกีฬาโลกทันที โดยส่งเอกสาร 52 หน้า ยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่านักกีฬาไม่รู้จริงๆ ว่าเจลที่ใช้มีฤทธิ์สารต้องห้ามด้วย
ศาลกีฬาโลกใช้เวลาวินิจฉัยราวๆ 1 ปี สุดท้าย ในวันที่ 19 เมษายน 2021 ก็เห็นคล้อยตามกับสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ โดยศาลกีฬาโลกใช้คำว่า "ประเทศไทยเลินเล่อเอง ที่ไม่ให้ความรู้กับนักกีฬามากพอ"
โดยศาลกีฬาโลกหวังว่าเคสของไทย จะเป็นบทเรียนให้สมาคมฯ ของประเทศต่างๆ ใส่ใจเรื่องการใช้สารต้องห้ามมากกว่านี้ และให้ความรู้กับนักกีฬาเพิ่มมากขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม ศาลกีฬาโลกยังมีความปราณี เมื่อลดโทษแบนลงเล็กน้อย จากเดิมจะสิ้นสุดโทษแบนวันที่ 1 เมษายน 2023 ก็ลดโทษเหลือแค่ถึงวันที่ 7 มีนาคม 2022 ซึ่งแปลว่า นักกีฬาไทยจะเข้าร่วมแข่งขันเอเชียนเกมส์ ที่หังโจวได้
แต่ศาลกีฬาโลกเน้นย้ำว่า สมาคมยกน้ำหนักของไทย ต้องแสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจน และมีหลักฐานให้เห็นว่า ร่วมแรงร่วมใจในการต่อต้านการใช้สารต้องห้าม ว่าง่ายๆ คือ คาดโทษไว้ก่อนนั่นแหละ ถ้าหากเห็นว่าผิดอีก คราวนี้แม้แต่เอเชียนเกมส์ ก็คงจะไม่ได้ไปแข่งด้วย
สำหรับบทสรุปของเรื่องนี้ นิพนธ์ ลิ่มบุญสืบสาย ฝ่ายกฎหมายต่างประเทศ ของสมาคมฯ อธิบายว่า "ทางเราน้อมรับคำตัดสินทุกประการ นอกจากนี้ สมาคมฯ ก็ได้มีหลายสิ่งที่พวกเราจำเป็นต้องถอดบทเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก"
ความผิดพลาดของสมาคมฯ ในการโดนแบนครั้งนี้ คือไม่ให้ความรู้กับนักกีฬามากพอว่าสารกระตุ้นสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง นอกจากนั้นก็ยังเชื่อใจโค้ชชาวจีนมากเกินไป จนไม่รู้เลยว่าเอาอะไรมาใช้กับนักกีฬาบ้าง กว่าจะมารู้ตัวอีกทีมันก็สายเกินแก้แล้ว
นี่คือบทเรียนสำคัญที่มีราคาแพงมากจริงๆ ของสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย แต่มันก็ผ่านไปแล้ว มาตีโพยตีพายตอนนี้ก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไร เก็บทุกอย่างไว้เป็นประสบการณ์ก็พอ
เพียงแต่หวังว่า เมื่อล้มลงด้วยความเจ็บปวดแบบนี้ พวกเขาจะลุกกลับขึ้นมาได้อย่างแข็งแกร่งกว่าเดิม เพื่อที่ในโอลิมปิกครั้งต่อไปที่ปารีส ในปี 2024 สมาคมฯ ยกน้ำหนัก จะได้กลับมาเป็นความหวังของคนไทยอีกครั้ง
ขอบคุณ เพจวิเคราะห์บอลจริงจัง
26/07/2021
มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน น้ำท่วมต้องระเบิดเขื่อน แล้วแม่น้ำโขงไทยจะท่วมด้วยมั้ย? มีคำตอบเรื่องนี้ตามบทความนี้
เหตุการณ์น้ำท่วมหนักในเมืองเจิ้งโจว เมืองเอกของมณฑลเหอหนานทางตอนกลางของประเทศจีน เมื่อ 3 วันก่อนทำให้จีนต้องระเบิดเขื่อนในเมืองลั่วหยาง เพื่อเปลี่ยนทางน้ำไม่ให้มาเพิ่มในเมืองเจิ้งโจว เนื่องจากน้ำท่วมหนักครั้งนี้หนักเป็นประวัติการณ์ในท้องถิ่นชาวจีนเรียกว่าเป็นฝนพันปี เพราะปริมาณฝนตกเกิน 200 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมง ระดับน้ำในแม่น้ำเหลืองเอ่อล้นท่วมอย่างรวดเร็ว เมื่อข่าวว่าจีนระเบิดเขื่อนมีหลายๆคนมาโพสต์แสดงความคิดเห็นจำนวนมาก บางคนก็ว่า ภาคอีสานบ้านเราแม่น้ำโขงในไทยก็เตรียมตัวรับน้ำท่วมได้เลย
ข้อเท็จจริงเรื่องนี้หากดูแผนที่ต้นกำเนิดแม่น้ำโขง และ แม่น้ำเหลือง(ที่ท่วมเมืองเจิ้งโจว) จะเห็นว่ามีต้นกำเนิดจากที่ราบสูงบริเวณมณฑลชิงไห่ของประเทศจีนเหมือนกัน แต่เส้นทางน้ำไปต่างทิศทางกัน
แม่น้ำเหลือง หรือ แม่น้ำหวางเหอ หรือ แม่น้ำฮวงโห เป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับสองของประเทศจีน รองจากแม่น้ำแยงซี และเป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับที่ 6 ของโลก มีความยาว 5,464 กิโลเมตร (ยาวกว่าแม่น้ำเจ้าพระยาถึง 15 เท่า) ไหลจากฝั่งตะวันตกมาทางตะวันออก ผ่านมณฑลชิงไห่, เสฉวน, กานซู, หนิงเซี่ย, มองโกเลียใน, ส่านซี, ซานซี, เหอหนาน และออกสู่อ่าว ปั๋วไห่ ในมณฑลซานตงเชื่อมต่อทะเลเหลือง น้ำในแม่น้ำหวางเหอ เป็นสีเหลืองเนื่องจากมีตะกอนดินทรายพัดพามาจากทิศตะวันตก ซึ่งเหมาะในการเพาะปลูกริมฝั่งแม่น้ำ แต่ในหน้าน้ำหลากก็เกิดอุทกภัยหลายครั้งซึ่งแต่ละครั้งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนอย่างมากมายมหาศาล จึงได้รับฉายาว่า "แม่น้ำวิปโยค"
ส่วนแม่น้ำโขงมีต้นกำเนิดมาจากการละลายของน้ำแข็งและหิมะบริเวณที่ราบสูงทิเบตในบริเวณตอนเหนือของประเทศทิเบตและบริเวณมณฑลชิงไห่ของประเทศจีน แม่น้ำโขงช่วงที่ไหลผ่านประเทศจีนชาวจีนเรียกว่า “แม่น้ำหลานชางเจียง” (Lancang Jiang) ไหลผ่านภูเขาและที่ราบสูงในประเทศจีน ผ่านมณฑลยูนนานเข้าสู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และประเทศไทย บริเวณ “สามเหลี่ยมทองคำ” ที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ไหลเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างประเทศไทยกับ สปป.ลาว ผ่านจังหวัดเชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี เป็นระยะทาง 1,520 กิโลเมตร แล้วไหลเข้าสู่ สปป.ลาว และกัมพูชา ก่อนไหลลงสู่ทะเลจีนใต้ที่ประเทศเวียดนาม รวมความยาวทั้งสิ้น 4,880 กิโลเมตร
***สรุปได้ว่าน้ำท่วมที่มณฑลเหอหนาน และการระเบิดเขื่อน ไม่กระทบกับแม่น้ำโขงแน่นอน
ส่วนการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง ที่จีนดำเนินการขณะนี้เป็น"เขื่อนขั้นบันได โขงตอนบน" Lancang cascade เริ่มสร้างมาตั้งแต่ปี 1996 ที่มณฑลยูนนาน ปัจจุบันมี 11 เขื่อน (ตามภาพด้านขวา) ที่ผ่านมายังเป็นข้อพิพาทกับประเทศริมน้ำโขงเพราะจีนอ้างว่าไม่ได้กักน้ำแต่ไม่เคยบอกปริมาณน้ำที่เก็บไว้ ล่าสุด 9 มิถุนายน 2564 จีนเป็นเจ้าภาพจัดประชุม รัฐมนตรีลุ่มน้ำโขง ที่เมืองฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มีการออกแถลงการณ์ร่วม Joint Statement on Enhancing Sustainable Development Cooperation of the Lancang-Mekong Countries โดยมีเนื้อหา 10 ข้อ อาทิความร่วมมือในการพัฒนาประเทศในลุ่มน้ำโขง ตระหนักถึงความสำคัญในธรรมาภิบาลทรัพยากรน้ำ แผนปฎิบัติการ 5 ปีความร่วมมือทรัพยากรน้ำล้านช้าง – แม่น้ำโขง (2018-2022) (Five-Year Action Plan on Lancang-Mekong Water Resources Cooperation) โดยจีนยอมที่จะให้ข้อมูลอุทกวิทยาแม่น้ำตลอดทั้งปี และเพิ่มการระบายน้ำตามที่ประเทศท้ายน้ำร้องขอ จากนี้ยังต้องติดตามพันธสัญญานี้ว่าจะทำได้จริงหรือไม่
ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยขณะนี้ต้องเฝ้าระวังพายุดีเปรสชัน “เจิมปากา” ที่ปกคลุมบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนและอ่าวตังเกี๋ย ซึ่งขณะนี้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่งผลทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
#น้ำท่วมเหอหนาน #แม่น้ำโขง
Cr : MONO29NEWS
18/11/2020
ปฏิวัติ หรือ รัฐประหาร ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรและมีการใช้ในลักษณะใดบ้าง
ปฏิวัติ (revoluton)
หมายถึง การเปลี่ยนรูปแบบหรือระบอบการปกครองประเทศ จากรูปแบบหนึ่ง ไปสู่อีกรูปแบบหนึ่ง อย่างสิ้นเชิง เช่น การปฏิวัติฝรั่งเศส (เปลี่ยนจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ไปสู่ระบอบสาธารณรัฐ)หรือ ในประเทศไทย ก็คือสมัย ร๗ ที่เปลี่ยนจากระบบสมบูรณาญาสิทธิราช ไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่พระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ) ซึ่งเกิดได้ยากกว่าการรัฐประหาร

รัฐประหาร(coup de ta)
หมายถึง การล้มล้างรัฐบาลผู้บริหารปกครองรัฐในขณะนั้น แต่มิใช่การล้มล้างระบอบการปกครองหรือทั้งรัฐ และไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง หรือเกิดเหตุนองเลือดเสมอไป
เช่น การรัฐประหารสมัยจอมพล แปลก พิบูลสงคราม หรือ สมัย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ยึดอำนาจรัฐบาลรักษาการ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งจะเห็นว่า เปลี่ยนแปลงเฉพาะคณะรัฐบาลเท่านั้น โดยที่ประเทศไทยยังคงระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุขเช่นเดิม ทั้งนี้ หากความพยายามในการก่อรัฐประหาร ไม่ประสบความสำเร็จ ผู้ก่อการมักถูกดำเนินคดีในข้อหากบฏ
ข้อมูลจาก kapook.com และ sanook.com