ประกาศนียบัตรบัณฑิต วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ประกาศนียบัตรบัณฑิต วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

แชร์

รับสมัครนักศึกษาระดับป.บัณฑิต 2 หลักสูตร วิชาชีพครู และ วิชาชีพบริหารการศึกษา วิทยาลัยครุศาสตร์ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ คุรุสภาให้การรับรองหลักสูตรแล้ว

หลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครู สังกัดวิทยาลัยครุศาสตร์

19/08/2026

🎓 ยังเปิดรับสมัคร ป.บัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU)

หากเป้าหมายของคุณคือการเติบโตสู่ ผู้บริหารสถานศึกษา หรือผู้บริหารการศึกษา การเริ่มต้นเร็ว ย่อมทำให้คุณพร้อมก้าวสู่เส้นทางวิชาชีพได้เร็วขึ้น

✨ จุดเด่นของหลักสูตร
✅ หลักสูตรได้รับการรับรองจากคุรุสภา รหัสรับรอง 4204
✅ เรียนเน้นปฏิบัติ ไม่มีวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์
✅ เรียนแบบ Block Course
✅ สำเร็จการศึกษาใน 1.5 ปี
✅ เรียนรู้จากกรณีศึกษาจริงของโรงเรียน
✅ พัฒนาทักษะการใช้ข้อมูล การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา

เมื่อสำเร็จการศึกษา สามารถดำเนินการขอรับ
📜 ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
📜 ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา
ตามหลักเกณฑ์ของคุรุสภา

💜 อย่ารอให้โอกาสมาถึง แล้วจึงเริ่มเตรียมตัว เริ่มเรียนให้เร็ว เพื่อพร้อมสำหรับโอกาสที่มาถึงได้เร็วกว่า

สอบถามรายละเอียดและสมัครเรียนในแชต

#ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู #มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

15/08/2026

ภาพตัวอย่างครุยวิทยฐานะแบบใหม่ ของประกาศนียบัตรบัณฑิต "สาขาวิชาชีพครู" และ "สาขาวิชาการบริหารการศึกษา"
จะเริ่มใช้ครุยนี้ในพิธีประสาทปริญญาบัตร วันเสาร์ที่ 21 พ.ย. นี้ค่ะ

Photos from มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ DPU's post 15/08/2026
15/08/2026

ครูอนุบาลควรรู้อะไรเกี่ยวกับ ป.1

🧑‍🏫 ครูอนุบาลควรรู้อะไรเกี่ยวกับ ป.1

ช่วงเปลี่ยนผ่านจาก อนุบาลสู่ประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญของเด็ก ทั้งรูปแบบการเรียนรู้ กิจวัตร ความคาดหวัง และการปรับตัวทางสังคม

ดังนั้น ครูอนุบาลควรรู้ว่า ป.1 ไม่ได้ต้องการเพียงเด็กที่อ่านออก เขียนได้ หรือคิดเลขเป็น แต่ต้องการเด็กที่มี “รากฐานพร้อมเรียนรู้” หลายด้าน

🌱 ก่อนส่งเด็กไป ป.1 ครูอนุบาลควรช่วยสร้างรากฐานสำคัญ

🔤 ด้านภาษาและการรู้หนังสือ — ฟังและสื่อสารได้ มีคลังคำศัพท์ สนใจหนังสือ เข้าใจเรื่องราว และมีพื้นฐานเรื่องเสียงกับตัวอักษร

🧠 ด้านการคิดและการเรียนรู้ — ช่างสังเกต ตั้งคำถาม แก้ปัญหา และมีความอยากรู้อยากเห็น

🤹 ด้านการกำกับตนเอง — จดจ่อกับกิจกรรม ทำตามข้อตกลง รอคอย และจัดการอารมณ์ได้เหมาะสมตามวัย

👬 ด้านสังคมและการช่วยเหลือตนเอง — ทำงานร่วมกับผู้อื่น ขอความช่วยเหลือ สื่อสารความต้องการ และรับผิดชอบกิจวัตรพื้นฐานของตนเอง

👩‍🏫 สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การเปลี่ยนห้องอนุบาลให้เป็นห้อง ป.1 เร็วขึ้น แต่คือการจัดประสบการณ์ที่เหมาะกับวัย พร้อมทั้งทำงานร่วมกับครู ป.1 และครอบครัว เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านมีความต่อเนื่อง

เด็กที่พร้อมขึ้น ป.1 จึงไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กที่ “เรียนเนื้อหา ป.1 มาก่อน” แต่ควรเป็นเด็กที่มีพื้นฐานดีพอที่จะ เรียนรู้ ปรับตัว และมีความมั่นใจเมื่อก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่

🎯 จากอนุบาลสู่ ป.1 ไม่ใช่การเร่งเด็กให้ไปถึงก่อน แต่คือการสร้างรากฐานให้เขาก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง

#หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต #สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยและการประถมศึกษา #วิทยาลัยครุศาสตร์

13/08/2026

AI กำลังเปลี่ยนโลกการศึกษา… แล้ว “ผู้นำ” จะเปลี่ยนอย่างไร?

ขอเชิญผู้บริหารการศึกษา ครู อาจารย์ และผู้สนใจ
ร่วมเปิดมุมมองใหม่ในงานสัมมนา

🌏 BEYOND AI : Educational Leadership for Human and Global Futures
“สมดุลปัญญามนุษย์ ปัญญาประดิษฐ์ และภาวะผู้นำเพื่อสร้างพลเมืองโลก”

📅 30 สิงหาคม 2569
📍 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
🎟️ สำรองที่นั่งฟรี | จำนวนจำกัด

👉 สนใจเข้าร่วม คลิกลงทะเบียนได้เลย

https://forms.cloud.microsoft/r/a0iUwi3Fq2

อย่าพลาดโอกาสที่จะได้มอง “การศึกษาแห่งอนาคต” ก่อนใคร

13/08/2026

สาระจาก หลักสูตรป.โท สาขาการศึกษาปฐมวัยและการประถมศึกษา DPU

หยุด Bullying ตั้งแต่ยังเล็ก...เริ่มได้ที่ “ครู” 🌱

การป้องกันการกลั่นแกล้งไม่ควรรอจนเกิดเหตุ แต่ควรเริ่มตั้งแต่ช่วงปฐมวัยและประถมศึกษา เพราะนี่คือช่วงสำคัญที่เด็กกำลังเรียนรู้ว่า จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างไร

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการสอนเด็กว่า “อย่าแกล้งเพื่อน” แต่คือการสร้าง “ภูมิคุ้มกันชีวิต” ให้เด็กสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเคารพ เห็นอกเห็นใจ และจัดการความขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง

ครูช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กได้ทุกวัน ด้วย 6 เรื่องง่าย ๆ

❤️ 1. สอนให้เห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น
ช่วยให้เด็กเรียนรู้ว่าแต่ละคนอาจมีรูปร่าง หน้าตา ความสามารถ ภาษา ครอบครัว หรือวิถีชีวิตแตกต่างกัน แต่ทุกคนมีคุณค่าและสมควรได้รับการเคารพ

😠 2. สอนว่า “โกรธได้ แต่ไม่ทำร้ายกัน”
เด็กเล็กยังอยู่ระหว่างการเรียนรู้การกำกับอารมณ์ ครูจึงควรช่วยให้เด็กรู้จักบอกความรู้สึก รอคอย เจรจา และหาทางออกแทนการตี ผลัก แย่ง หรือใช้คำพูดทำร้ายกัน

💬 3. สอนให้รู้ว่า “คำพูดก็ทำให้คนอื่นเจ็บได้”
การล้อรูปร่าง ตั้งฉายา ดูถูก หรือหัวเราะเยาะ อาจดูเหมือนเรื่องเล่น ๆ แต่หากอีกฝ่ายไม่สนุกด้วยและพฤติกรรมนั้นเกิดซ้ำ ก็ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงการหยอกล้อ

✋ 4. สอนให้เคารพคำว่า “ไม่ชอบ” และ “หยุด”
เด็กควรเรียนรู้ทั้งการบอกขอบเขตของตนเองและการเคารพขอบเขตของผู้อื่น เช่น “ฉันไม่ชอบแบบนี้” “หยุดนะ” และเมื่อเพื่อนบอกให้หยุด เราต้องหยุด

🤝 5. สอนให้แก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง
แทนการแย่ง ตี หรือกีดกัน ครูสามารถฝึกประโยคง่าย ๆ เช่น “ขอเล่นด้วยได้ไหม” “ขอเล่นต่อจากเธอได้ไหม” หรือ “เรามาหาวิธีที่เล่นด้วยกันได้ไหม”

👫 6. สอนให้เด็กเป็น “ผู้ช่วย” ไม่ใช่ “ผู้ชม”
เมื่อเห็นเพื่อนถูกล้อ ถูกแกล้ง หรือถูกกีดกัน ไม่ควรหัวเราะตามหรือร่วมวง แต่ควรรู้จักอยู่ข้างเพื่อน ชวนเพื่อนออกจากสถานการณ์ และขอความช่วยเหลือจากครูหรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้

ครูสามารถปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ผ่านกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น นิทาน การเล่น บทบาทสมมติ เกมที่ต้องร่วมมือกัน วงสนทนา และการสะท้อนความรู้สึก

ลองชวนเด็กคิดด้วยคำถามง่าย ๆ

💭 “ถ้าเราเป็นเพื่อน เราจะรู้สึกอย่างไร?”
💭 “มีวิธีไหนที่แก้ปัญหาได้โดยไม่ทำร้ายกัน?”
💭 “ถ้าเห็นเพื่อนถูกแกล้ง เราจะช่วยอย่างไร?”

เพราะเป้าหมายของการป้องกัน Bullying ไม่ใช่เพียงทำให้เด็ก “ไม่แกล้งกัน” แต่คือการสร้างเด็กที่ เห็นคุณค่าตนเองและผู้อื่น จัดการอารมณ์เป็น แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สร้างความสัมพันธ์ที่ดี และกล้ายืนอยู่ข้างสิ่งที่ถูกต้อง

ที่มาและแหล่งศึกษาเพิ่มเติม
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. แนวทางการดำเนินการป้องกัน “การบูลลี่ในสถานศึกษา”

https://www.unesco.org/en/articles/qa-role-teachers-preventing-and-addressing-school-violence?utm_source=chatgpt.com

https://www.stopbullying.gov/bullying/what-is-bullying?utm_source=chatgpt.com

https://www.cdc.gov/classroom-management/approaches/classroom-social-dynamics.html?utm_source=chatgpt.com

12/08/2026

หยุด Bullying ตั้งแต่ยังเล็ก...เริ่มได้ที่ “ครู” 🌱

การป้องกันการกลั่นแกล้งไม่ควรรอจนเกิดเหตุ แต่ควรเริ่มตั้งแต่ช่วงปฐมวัยและประถมศึกษา เพราะนี่คือช่วงสำคัญที่เด็กกำลังเรียนรู้ว่า จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างไร

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการสอนเด็กว่า “อย่าแกล้งเพื่อน” แต่คือการสร้าง “ภูมิคุ้มกันชีวิต” ให้เด็กสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเคารพ เห็นอกเห็นใจ และจัดการความขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง

ครูช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กได้ทุกวัน ด้วย 6 เรื่องง่าย ๆ

❤️ 1. สอนให้เห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น
ช่วยให้เด็กเรียนรู้ว่าแต่ละคนอาจมีรูปร่าง หน้าตา ความสามารถ ภาษา ครอบครัว หรือวิถีชีวิตแตกต่างกัน แต่ทุกคนมีคุณค่าและสมควรได้รับการเคารพ

😠 2. สอนว่า “โกรธได้ แต่ไม่ทำร้ายกัน”
เด็กเล็กยังอยู่ระหว่างการเรียนรู้การกำกับอารมณ์ ครูจึงควรช่วยให้เด็กรู้จักบอกความรู้สึก รอคอย เจรจา และหาทางออกแทนการตี ผลัก แย่ง หรือใช้คำพูดทำร้ายกัน

💬 3. สอนให้รู้ว่า “คำพูดก็ทำให้คนอื่นเจ็บได้”
การล้อรูปร่าง ตั้งฉายา ดูถูก หรือหัวเราะเยาะ อาจดูเหมือนเรื่องเล่น ๆ แต่หากอีกฝ่ายไม่สนุกด้วยและพฤติกรรมนั้นเกิดซ้ำ ก็ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงการหยอกล้อ

✋ 4. สอนให้เคารพคำว่า “ไม่ชอบ” และ “หยุด”
เด็กควรเรียนรู้ทั้งการบอกขอบเขตของตนเองและการเคารพขอบเขตของผู้อื่น เช่น “ฉันไม่ชอบแบบนี้” “หยุดนะ” และเมื่อเพื่อนบอกให้หยุด เราต้องหยุด

🤝 5. สอนให้แก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง
แทนการแย่ง ตี หรือกีดกัน ครูสามารถฝึกประโยคง่าย ๆ เช่น “ขอเล่นด้วยได้ไหม” “ขอเล่นต่อจากเธอได้ไหม” หรือ “เรามาหาวิธีที่เล่นด้วยกันได้ไหม”

👫 6. สอนให้เด็กเป็น “ผู้ช่วย” ไม่ใช่ “ผู้ชม”
เมื่อเห็นเพื่อนถูกล้อ ถูกแกล้ง หรือถูกกีดกัน ไม่ควรหัวเราะตามหรือร่วมวง แต่ควรรู้จักอยู่ข้างเพื่อน ชวนเพื่อนออกจากสถานการณ์ และขอความช่วยเหลือจากครูหรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้

ครูสามารถปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ผ่านกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น นิทาน การเล่น บทบาทสมมติ เกมที่ต้องร่วมมือกัน วงสนทนา และการสะท้อนความรู้สึก

ลองชวนเด็กคิดด้วยคำถามง่าย ๆ

💭 “ถ้าเราเป็นเพื่อน เราจะรู้สึกอย่างไร?”
💭 “มีวิธีไหนที่แก้ปัญหาได้โดยไม่ทำร้ายกัน?”
💭 “ถ้าเห็นเพื่อนถูกแกล้ง เราจะช่วยอย่างไร?”

เพราะเป้าหมายของการป้องกัน Bullying ไม่ใช่เพียงทำให้เด็ก “ไม่แกล้งกัน” แต่คือการสร้างเด็กที่ เห็นคุณค่าตนเองและผู้อื่น จัดการอารมณ์เป็น แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สร้างความสัมพันธ์ที่ดี และกล้ายืนอยู่ข้างสิ่งที่ถูกต้อง

ที่มาและแหล่งศึกษาเพิ่มเติม
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. แนวทางการดำเนินการป้องกัน “การบูลลี่ในสถานศึกษา”

https://www.unesco.org/en/articles/qa-role-teachers-preventing-and-addressing-school-violence?utm_source=chatgpt.com

https://www.stopbullying.gov/bullying/what-is-bullying?utm_source=chatgpt.com

https://www.cdc.gov/classroom-management/approaches/classroom-social-dynamics.html?utm_source=chatgpt.com

11/08/2026

คำขวัญวันแม่แห่งชาติ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙

เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๙ ความว่า

"พระคุณแม่มากพ้น พรรณนา
จรดลึกเหนือเวลา เปรียบได้
แทนคุณแม่ยากหา ใดทด แทนคุณ
ประกอบดีประกาศไว้ โลกรู้ สรรเสริญ"

11/08/2026

📚 เด็กอนุบาลที่อ่านออกก่อน = ได้เปรียบกว่าเสมอ จริงหรือ?

การอ่านออกเร็วเป็นพัฒนาการที่ดี แต่ ไม่ได้หมายความว่าเด็กจะอ่านได้ดีในระยะยาวเสมอไป เพราะการอ่านที่มีคุณภาพไม่ได้มีเพียงการออกเสียงหรือถอดรหัสคำ (decoding) แต่ต้องอาศัย ความเข้าใจภาษา (language comprehension) ควบคู่กัน

พื้นฐานสำคัญของการอ่านจึงประกอบด้วยหลายด้าน ทั้งภาษาพูด คำศัพท์ การตระหนักรู้เกี่ยวกับเสียง (phonological awareness) ความรู้เรื่องตัวอักษร การฟัง การเล่าเรื่อง และการเข้าใจความหมาย

👩‍🏫 ครูปฐมวัยจึงไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการสอนอ่าน แต่ควรจัดประสบการณ์อย่างเหมาะสมกับพัฒนาการ ไม่เร่งให้เด็กทุกคนต้องอ่านได้พร้อมกัน โดยใช้การอ่านนิทานร่วมกัน การสนทนา เล่นกับเสียงและคำ เชื่อมเสียงกับตัวอักษร และสร้างประสบการณ์ทางภาษาที่มีความหมาย

ดังนั้น คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียง
“เด็กอ่านออกหรือยัง?”
แต่ควรถามด้วยว่า
“เด็กเข้าใจสิ่งที่อ่านไหม คิดและเล่าเรื่องได้ไหม และมีความสุขกับการอ่านหรือไม่?”

🌱 เป้าหมายไม่ใช่การแข่งขันว่าใครอ่านออกก่อน แต่คือการสร้างรากฐานให้เด็ก “อ่านได้ เข้าใจ คิดได้ และอยากอ่าน”

แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักฐานด้าน Early Literacy ที่ให้ความสำคัญกับทั้ง decoding, language comprehension และการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก
........
หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยและประถมศึกษา (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2569) วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2569

Photos from ประกาศนียบัตรบัณฑิต วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์'s post 08/08/2026

วิทยาลัยครุศาสตร์ DPU พัฒนาครูใช้ “Storytelling” เสริมทักษะการอ่านและการคิดของผู้เรียน

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “เทคนิค Storytelling เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการคิดของผู้เรียน” โดยมีผู้บริหารและครูจาก โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๕๕ (วัดโบสถ์ดอนพรหม) นำโดย นางสาววรรณชนก มั่นแน่ ผู้อำนวยการโรงเรียน และ โรงเรียนวัดสาลีโขภิตาราม (อุ่น-อนุสรณ์) นำโดย นางสาวสุรีภรณ์ พวงแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียน เข้าร่วมอบรม ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของ โครงการมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่นโดยมีสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยง ของเครือข่ายอุดมศึกษาภาคกลางตอนบน ที่มุ่งนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยไปสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพครูและยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนในพื้นที่

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์ภิญโญ แม้นโกศล คณบดีวิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยงทางวิชาการ” โดยนำความเชี่ยวชาญด้านการจัดการเรียนรู้มาร่วมพัฒนาครูให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของโรงเรียน เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปใช้พัฒนาผู้เรียนได้จริง

การอบรมจัดในรูปแบบ Workshop โดย อาจารย์สุดถนอม รอดสว่าง และ รองศาสตราจารย์ ดร.สิริพัชร์ เจษฎาวิโรจน์ เป็นวิทยากร ถ่ายทอดแนวคิดและเทคนิคการใช้ Storytelling เป็นเครื่องมือเชื่อมโยง การอ่าน ความเข้าใจ และการคิด กระตุ้นให้ผู้เรียนตั้งคำถาม วิเคราะห์ ตีความ และสร้างความหมายจากสิ่งที่เรียนรู้ พร้อมฝึกปฏิบัติการออกแบบกิจกรรมที่ครูสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในห้องเรียน

กิจกรรมครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยและโรงเรียนในการเรียนรู้และพัฒนาไปด้วยกัน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่การปฏิบัติในห้องเรียน และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างยั่งยืน

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


ประชาชื่น 12 แยก 2
Bangkok
10210