19/08/2026
🎓 ยังเปิดรับสมัคร ป.บัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU)
หากเป้าหมายของคุณคือการเติบโตสู่ ผู้บริหารสถานศึกษา หรือผู้บริหารการศึกษา การเริ่มต้นเร็ว ย่อมทำให้คุณพร้อมก้าวสู่เส้นทางวิชาชีพได้เร็วขึ้น
✨ จุดเด่นของหลักสูตร
✅ หลักสูตรได้รับการรับรองจากคุรุสภา รหัสรับรอง 4204
✅ เรียนเน้นปฏิบัติ ไม่มีวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์
✅ เรียนแบบ Block Course
✅ สำเร็จการศึกษาใน 1.5 ปี
✅ เรียนรู้จากกรณีศึกษาจริงของโรงเรียน
✅ พัฒนาทักษะการใช้ข้อมูล การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา
เมื่อสำเร็จการศึกษา สามารถดำเนินการขอรับ
📜 ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
📜 ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา
ตามหลักเกณฑ์ของคุรุสภา
💜 อย่ารอให้โอกาสมาถึง แล้วจึงเริ่มเตรียมตัว เริ่มเรียนให้เร็ว เพื่อพร้อมสำหรับโอกาสที่มาถึงได้เร็วกว่า
สอบถามรายละเอียดและสมัครเรียนในแชต
#ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู #มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
15/08/2026
ภาพตัวอย่างครุยวิทยฐานะแบบใหม่ ของประกาศนียบัตรบัณฑิต "สาขาวิชาชีพครู" และ "สาขาวิชาการบริหารการศึกษา"
จะเริ่มใช้ครุยนี้ในพิธีประสาทปริญญาบัตร วันเสาร์ที่ 21 พ.ย. นี้ค่ะ
15/08/2026
ครูอนุบาลควรรู้อะไรเกี่ยวกับ ป.1
🧑🏫 ครูอนุบาลควรรู้อะไรเกี่ยวกับ ป.1
ช่วงเปลี่ยนผ่านจาก อนุบาลสู่ประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญของเด็ก ทั้งรูปแบบการเรียนรู้ กิจวัตร ความคาดหวัง และการปรับตัวทางสังคม
ดังนั้น ครูอนุบาลควรรู้ว่า ป.1 ไม่ได้ต้องการเพียงเด็กที่อ่านออก เขียนได้ หรือคิดเลขเป็น แต่ต้องการเด็กที่มี “รากฐานพร้อมเรียนรู้” หลายด้าน
🌱 ก่อนส่งเด็กไป ป.1 ครูอนุบาลควรช่วยสร้างรากฐานสำคัญ
🔤 ด้านภาษาและการรู้หนังสือ — ฟังและสื่อสารได้ มีคลังคำศัพท์ สนใจหนังสือ เข้าใจเรื่องราว และมีพื้นฐานเรื่องเสียงกับตัวอักษร
🧠 ด้านการคิดและการเรียนรู้ — ช่างสังเกต ตั้งคำถาม แก้ปัญหา และมีความอยากรู้อยากเห็น
🤹 ด้านการกำกับตนเอง — จดจ่อกับกิจกรรม ทำตามข้อตกลง รอคอย และจัดการอารมณ์ได้เหมาะสมตามวัย
👬 ด้านสังคมและการช่วยเหลือตนเอง — ทำงานร่วมกับผู้อื่น ขอความช่วยเหลือ สื่อสารความต้องการ และรับผิดชอบกิจวัตรพื้นฐานของตนเอง
👩🏫 สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การเปลี่ยนห้องอนุบาลให้เป็นห้อง ป.1 เร็วขึ้น แต่คือการจัดประสบการณ์ที่เหมาะกับวัย พร้อมทั้งทำงานร่วมกับครู ป.1 และครอบครัว เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านมีความต่อเนื่อง
เด็กที่พร้อมขึ้น ป.1 จึงไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กที่ “เรียนเนื้อหา ป.1 มาก่อน” แต่ควรเป็นเด็กที่มีพื้นฐานดีพอที่จะ เรียนรู้ ปรับตัว และมีความมั่นใจเมื่อก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่
🎯 จากอนุบาลสู่ ป.1 ไม่ใช่การเร่งเด็กให้ไปถึงก่อน แต่คือการสร้างรากฐานให้เขาก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง
#หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต #สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยและการประถมศึกษา #วิทยาลัยครุศาสตร์
13/08/2026
AI กำลังเปลี่ยนโลกการศึกษา… แล้ว “ผู้นำ” จะเปลี่ยนอย่างไร?
ขอเชิญผู้บริหารการศึกษา ครู อาจารย์ และผู้สนใจ
ร่วมเปิดมุมมองใหม่ในงานสัมมนา
🌏 BEYOND AI : Educational Leadership for Human and Global Futures
“สมดุลปัญญามนุษย์ ปัญญาประดิษฐ์ และภาวะผู้นำเพื่อสร้างพลเมืองโลก”
📅 30 สิงหาคม 2569
📍 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
🎟️ สำรองที่นั่งฟรี | จำนวนจำกัด
👉 สนใจเข้าร่วม คลิกลงทะเบียนได้เลย
https://forms.cloud.microsoft/r/a0iUwi3Fq2
อย่าพลาดโอกาสที่จะได้มอง “การศึกษาแห่งอนาคต” ก่อนใคร
13/08/2026
สาระจาก หลักสูตรป.โท สาขาการศึกษาปฐมวัยและการประถมศึกษา DPU
หยุด Bullying ตั้งแต่ยังเล็ก...เริ่มได้ที่ “ครู” 🌱
การป้องกันการกลั่นแกล้งไม่ควรรอจนเกิดเหตุ แต่ควรเริ่มตั้งแต่ช่วงปฐมวัยและประถมศึกษา เพราะนี่คือช่วงสำคัญที่เด็กกำลังเรียนรู้ว่า จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างไร
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการสอนเด็กว่า “อย่าแกล้งเพื่อน” แต่คือการสร้าง “ภูมิคุ้มกันชีวิต” ให้เด็กสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเคารพ เห็นอกเห็นใจ และจัดการความขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง
ครูช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กได้ทุกวัน ด้วย 6 เรื่องง่าย ๆ
❤️ 1. สอนให้เห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น
ช่วยให้เด็กเรียนรู้ว่าแต่ละคนอาจมีรูปร่าง หน้าตา ความสามารถ ภาษา ครอบครัว หรือวิถีชีวิตแตกต่างกัน แต่ทุกคนมีคุณค่าและสมควรได้รับการเคารพ
😠 2. สอนว่า “โกรธได้ แต่ไม่ทำร้ายกัน”
เด็กเล็กยังอยู่ระหว่างการเรียนรู้การกำกับอารมณ์ ครูจึงควรช่วยให้เด็กรู้จักบอกความรู้สึก รอคอย เจรจา และหาทางออกแทนการตี ผลัก แย่ง หรือใช้คำพูดทำร้ายกัน
💬 3. สอนให้รู้ว่า “คำพูดก็ทำให้คนอื่นเจ็บได้”
การล้อรูปร่าง ตั้งฉายา ดูถูก หรือหัวเราะเยาะ อาจดูเหมือนเรื่องเล่น ๆ แต่หากอีกฝ่ายไม่สนุกด้วยและพฤติกรรมนั้นเกิดซ้ำ ก็ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงการหยอกล้อ
✋ 4. สอนให้เคารพคำว่า “ไม่ชอบ” และ “หยุด”
เด็กควรเรียนรู้ทั้งการบอกขอบเขตของตนเองและการเคารพขอบเขตของผู้อื่น เช่น “ฉันไม่ชอบแบบนี้” “หยุดนะ” และเมื่อเพื่อนบอกให้หยุด เราต้องหยุด
🤝 5. สอนให้แก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง
แทนการแย่ง ตี หรือกีดกัน ครูสามารถฝึกประโยคง่าย ๆ เช่น “ขอเล่นด้วยได้ไหม” “ขอเล่นต่อจากเธอได้ไหม” หรือ “เรามาหาวิธีที่เล่นด้วยกันได้ไหม”
👫 6. สอนให้เด็กเป็น “ผู้ช่วย” ไม่ใช่ “ผู้ชม”
เมื่อเห็นเพื่อนถูกล้อ ถูกแกล้ง หรือถูกกีดกัน ไม่ควรหัวเราะตามหรือร่วมวง แต่ควรรู้จักอยู่ข้างเพื่อน ชวนเพื่อนออกจากสถานการณ์ และขอความช่วยเหลือจากครูหรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้
ครูสามารถปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ผ่านกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น นิทาน การเล่น บทบาทสมมติ เกมที่ต้องร่วมมือกัน วงสนทนา และการสะท้อนความรู้สึก
ลองชวนเด็กคิดด้วยคำถามง่าย ๆ
💭 “ถ้าเราเป็นเพื่อน เราจะรู้สึกอย่างไร?”
💭 “มีวิธีไหนที่แก้ปัญหาได้โดยไม่ทำร้ายกัน?”
💭 “ถ้าเห็นเพื่อนถูกแกล้ง เราจะช่วยอย่างไร?”
เพราะเป้าหมายของการป้องกัน Bullying ไม่ใช่เพียงทำให้เด็ก “ไม่แกล้งกัน” แต่คือการสร้างเด็กที่ เห็นคุณค่าตนเองและผู้อื่น จัดการอารมณ์เป็น แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สร้างความสัมพันธ์ที่ดี และกล้ายืนอยู่ข้างสิ่งที่ถูกต้อง
ที่มาและแหล่งศึกษาเพิ่มเติม
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. แนวทางการดำเนินการป้องกัน “การบูลลี่ในสถานศึกษา”
https://www.unesco.org/en/articles/qa-role-teachers-preventing-and-addressing-school-violence?utm_source=chatgpt.com
https://www.stopbullying.gov/bullying/what-is-bullying?utm_source=chatgpt.com
https://www.cdc.gov/classroom-management/approaches/classroom-social-dynamics.html?utm_source=chatgpt.com
12/08/2026
หยุด Bullying ตั้งแต่ยังเล็ก...เริ่มได้ที่ “ครู” 🌱
การป้องกันการกลั่นแกล้งไม่ควรรอจนเกิดเหตุ แต่ควรเริ่มตั้งแต่ช่วงปฐมวัยและประถมศึกษา เพราะนี่คือช่วงสำคัญที่เด็กกำลังเรียนรู้ว่า จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างไร
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการสอนเด็กว่า “อย่าแกล้งเพื่อน” แต่คือการสร้าง “ภูมิคุ้มกันชีวิต” ให้เด็กสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเคารพ เห็นอกเห็นใจ และจัดการความขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง
ครูช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กได้ทุกวัน ด้วย 6 เรื่องง่าย ๆ
❤️ 1. สอนให้เห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น
ช่วยให้เด็กเรียนรู้ว่าแต่ละคนอาจมีรูปร่าง หน้าตา ความสามารถ ภาษา ครอบครัว หรือวิถีชีวิตแตกต่างกัน แต่ทุกคนมีคุณค่าและสมควรได้รับการเคารพ
😠 2. สอนว่า “โกรธได้ แต่ไม่ทำร้ายกัน”
เด็กเล็กยังอยู่ระหว่างการเรียนรู้การกำกับอารมณ์ ครูจึงควรช่วยให้เด็กรู้จักบอกความรู้สึก รอคอย เจรจา และหาทางออกแทนการตี ผลัก แย่ง หรือใช้คำพูดทำร้ายกัน
💬 3. สอนให้รู้ว่า “คำพูดก็ทำให้คนอื่นเจ็บได้”
การล้อรูปร่าง ตั้งฉายา ดูถูก หรือหัวเราะเยาะ อาจดูเหมือนเรื่องเล่น ๆ แต่หากอีกฝ่ายไม่สนุกด้วยและพฤติกรรมนั้นเกิดซ้ำ ก็ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงการหยอกล้อ
✋ 4. สอนให้เคารพคำว่า “ไม่ชอบ” และ “หยุด”
เด็กควรเรียนรู้ทั้งการบอกขอบเขตของตนเองและการเคารพขอบเขตของผู้อื่น เช่น “ฉันไม่ชอบแบบนี้” “หยุดนะ” และเมื่อเพื่อนบอกให้หยุด เราต้องหยุด
🤝 5. สอนให้แก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง
แทนการแย่ง ตี หรือกีดกัน ครูสามารถฝึกประโยคง่าย ๆ เช่น “ขอเล่นด้วยได้ไหม” “ขอเล่นต่อจากเธอได้ไหม” หรือ “เรามาหาวิธีที่เล่นด้วยกันได้ไหม”
👫 6. สอนให้เด็กเป็น “ผู้ช่วย” ไม่ใช่ “ผู้ชม”
เมื่อเห็นเพื่อนถูกล้อ ถูกแกล้ง หรือถูกกีดกัน ไม่ควรหัวเราะตามหรือร่วมวง แต่ควรรู้จักอยู่ข้างเพื่อน ชวนเพื่อนออกจากสถานการณ์ และขอความช่วยเหลือจากครูหรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้
ครูสามารถปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ผ่านกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น นิทาน การเล่น บทบาทสมมติ เกมที่ต้องร่วมมือกัน วงสนทนา และการสะท้อนความรู้สึก
ลองชวนเด็กคิดด้วยคำถามง่าย ๆ
💭 “ถ้าเราเป็นเพื่อน เราจะรู้สึกอย่างไร?”
💭 “มีวิธีไหนที่แก้ปัญหาได้โดยไม่ทำร้ายกัน?”
💭 “ถ้าเห็นเพื่อนถูกแกล้ง เราจะช่วยอย่างไร?”
เพราะเป้าหมายของการป้องกัน Bullying ไม่ใช่เพียงทำให้เด็ก “ไม่แกล้งกัน” แต่คือการสร้างเด็กที่ เห็นคุณค่าตนเองและผู้อื่น จัดการอารมณ์เป็น แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สร้างความสัมพันธ์ที่ดี และกล้ายืนอยู่ข้างสิ่งที่ถูกต้อง
ที่มาและแหล่งศึกษาเพิ่มเติม
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. แนวทางการดำเนินการป้องกัน “การบูลลี่ในสถานศึกษา”
https://www.unesco.org/en/articles/qa-role-teachers-preventing-and-addressing-school-violence?utm_source=chatgpt.com
https://www.stopbullying.gov/bullying/what-is-bullying?utm_source=chatgpt.com
https://www.cdc.gov/classroom-management/approaches/classroom-social-dynamics.html?utm_source=chatgpt.com
11/08/2026
คำขวัญวันแม่แห่งชาติ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙
เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๙ ความว่า
"พระคุณแม่มากพ้น พรรณนา
จรดลึกเหนือเวลา เปรียบได้
แทนคุณแม่ยากหา ใดทด แทนคุณ
ประกอบดีประกาศไว้ โลกรู้ สรรเสริญ"
11/08/2026
📚 เด็กอนุบาลที่อ่านออกก่อน = ได้เปรียบกว่าเสมอ จริงหรือ?
การอ่านออกเร็วเป็นพัฒนาการที่ดี แต่ ไม่ได้หมายความว่าเด็กจะอ่านได้ดีในระยะยาวเสมอไป เพราะการอ่านที่มีคุณภาพไม่ได้มีเพียงการออกเสียงหรือถอดรหัสคำ (decoding) แต่ต้องอาศัย ความเข้าใจภาษา (language comprehension) ควบคู่กัน
พื้นฐานสำคัญของการอ่านจึงประกอบด้วยหลายด้าน ทั้งภาษาพูด คำศัพท์ การตระหนักรู้เกี่ยวกับเสียง (phonological awareness) ความรู้เรื่องตัวอักษร การฟัง การเล่าเรื่อง และการเข้าใจความหมาย
👩🏫 ครูปฐมวัยจึงไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการสอนอ่าน แต่ควรจัดประสบการณ์อย่างเหมาะสมกับพัฒนาการ ไม่เร่งให้เด็กทุกคนต้องอ่านได้พร้อมกัน โดยใช้การอ่านนิทานร่วมกัน การสนทนา เล่นกับเสียงและคำ เชื่อมเสียงกับตัวอักษร และสร้างประสบการณ์ทางภาษาที่มีความหมาย
ดังนั้น คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียง
“เด็กอ่านออกหรือยัง?”
แต่ควรถามด้วยว่า
“เด็กเข้าใจสิ่งที่อ่านไหม คิดและเล่าเรื่องได้ไหม และมีความสุขกับการอ่านหรือไม่?”
🌱 เป้าหมายไม่ใช่การแข่งขันว่าใครอ่านออกก่อน แต่คือการสร้างรากฐานให้เด็ก “อ่านได้ เข้าใจ คิดได้ และอยากอ่าน”
แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักฐานด้าน Early Literacy ที่ให้ความสำคัญกับทั้ง decoding, language comprehension และการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก
........
หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยและประถมศึกษา (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2569) วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2569
08/08/2026
วิทยาลัยครุศาสตร์ DPU พัฒนาครูใช้ “Storytelling” เสริมทักษะการอ่านและการคิดของผู้เรียน
วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “เทคนิค Storytelling เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการคิดของผู้เรียน” โดยมีผู้บริหารและครูจาก โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๕๕ (วัดโบสถ์ดอนพรหม) นำโดย นางสาววรรณชนก มั่นแน่ ผู้อำนวยการโรงเรียน และ โรงเรียนวัดสาลีโขภิตาราม (อุ่น-อนุสรณ์) นำโดย นางสาวสุรีภรณ์ พวงแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียน เข้าร่วมอบรม ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของ โครงการมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่นโดยมีสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยง ของเครือข่ายอุดมศึกษาภาคกลางตอนบน ที่มุ่งนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยไปสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพครูและยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนในพื้นที่
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์ภิญโญ แม้นโกศล คณบดีวิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยงทางวิชาการ” โดยนำความเชี่ยวชาญด้านการจัดการเรียนรู้มาร่วมพัฒนาครูให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของโรงเรียน เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปใช้พัฒนาผู้เรียนได้จริง
การอบรมจัดในรูปแบบ Workshop โดย อาจารย์สุดถนอม รอดสว่าง และ รองศาสตราจารย์ ดร.สิริพัชร์ เจษฎาวิโรจน์ เป็นวิทยากร ถ่ายทอดแนวคิดและเทคนิคการใช้ Storytelling เป็นเครื่องมือเชื่อมโยง การอ่าน ความเข้าใจ และการคิด กระตุ้นให้ผู้เรียนตั้งคำถาม วิเคราะห์ ตีความ และสร้างความหมายจากสิ่งที่เรียนรู้ พร้อมฝึกปฏิบัติการออกแบบกิจกรรมที่ครูสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในห้องเรียน
กิจกรรมครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยและโรงเรียนในการเรียนรู้และพัฒนาไปด้วยกัน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่การปฏิบัติในห้องเรียน และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างยั่งยืน