D ad&imc

D ad&imc

แชร์

ad, imc, brand, consumer, marketing, creative, digital, communication, etc. Contact: Mr.Dusadee Nildum ad&imc@SSRU เรื่องที่คนสนใจงานโฆษณาและสื่อสารการตลาดควรรู้

25/04/2026

ผู้ติดตามฟุตบอลระดับเวิลด์คลาสจะรู้จัก MSN รหัสกองหน้าของทีมบาร์เซโลน่า ซึ่งหมายถึง Messi, Suárez และNeymar ในฤดูกาล 2014–2017 ได้เป็นอย่างดี

และน่าจะรู้จัก MFS รหัสกองหน้าลิเวอร์พูล ฤดูกาล 2019-2022 ซึ่งว่ากันว่าเป็นกองหน้าเกรียงไกรที่สุดตลอดกาลชุดหนึ่งในพรีเมียร์ลีก

MFS หมายถึง Mané , Roberto Firmino และ Salah

มิถุนายน 2026 ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่สหรัฐ เม็กซิโก และแคนาดา ใกล้เปิดสนาม McDonald’s ชิงจับมือทีมชาติอาร์เจนตินาคิกออฟ Limited Edition Burger ส่งรหัสลับ MFA รุกตลาดแรงแบบ Pressing สูง

MFA คือ 3 นักเตะอาร์เจนตินาที่เตรียมลุยฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

เป็นหัวใจในแดนกลางและหน้าของแชมป์โลกอาร์เจนตินา นอกเหนือจาก Messi ประกอบด้วย

Alexis Mac Allister - Enzo Fernández- Julian Alvarez

นักเตะทั้ง 3 คน นอกจากเป็นนักเตะทีมชาติอาร์เจนตินาแล้ว ยังสังกัดสโมสรที่ได้รับความนิยมสูงในยุโรป

Alexis Mac Allister สังกัดสโมสรลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

Enzo Fernández สังกัดสโมสรเชลซี พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

Julian Alvarez สังกัดสโมสรแอตเลติโก มาดริด ลาลีกา สเปน

ยอดผู้ติดตามรวมบนช่องทางโซเชียลมีเดียหลัก (Facebook, Instagram, X/Twitter, TikTok) ของ 3 สโมสร
ลิเวอร์พูล อยู่ที่ 159.2 ล้านคน เชลซี 149.4 ล้านคน และแอตเลติโก มาดริด 72.3 ล้านคน รวมประมาณ 380 ล้านคน

ส่วนยอดผู้ติดตามรวมของบัญชีทางการ (Official Accounts) ของทีมชาติอาร์เจนตินา (AFA) บนช่องทางหลักอยู่ที่ 44- 52 ล้านคน

ซึ่งการจับมือกับอาร์เจนตินาไม่เพียงแต่ McDonald’s จะเจาะเข้าสู่กลุ่มแฟนคลับของทีมชาติอาร์เจนตินา

แต่ยังเป็นการ Approach ไปยังแฟนคลับของสโมสรลิเวอร์พูลเชลซี และแอตเลติโก มาดริด ซึ่งมีฐานรวมกันเกือบ 400 ล้านคน

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่คอมเมนต์

24/04/2026

นิยายแซฟฟิกระหว่างผู้หญิง 2 คนจะเล่าการเมืองได้จริงเหรอ คำถามนี้คือจุดตั้งต้นของ 'Taiwan Travelogue' ที่ หยางซวงจื่อ ใช้เรื่องอาหาร การเดินทาง และความสัมพันธ์ของตัวละครหญิง พาไปเห็นโครงสร้างอำนาจในไต้หวันยุคอาณานิคมญี่ปุ่น จนหนังสือเล่มนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง The International Booker Prize 2026

แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นไม่ง่าย เธอเติบโตมากับอาม่า ต้องทำงานหาเลี้ยงตัวตั้งแต่วัยรุ่น เรียนภาคค่ำและเคยเขียนงานร่วมกับน้องสาวฝาแฝดในนามเดียวกัน ก่อนที่วันนี้จะเหลือเพียงคนเดียวที่เขียนต่อ ความหลงใหลในวรรณกรรมยูริจึงไม่ใช่แค่แนวที่ชอบ แต่เป็นพื้นที่ที่เธอใช้เล่าเรื่องความสูญเสีย ความทรงจำ และประวัติศาสตร์ที่ถูกกดทับ

คอลัมน์ Cloud of Thoughts ชวนทำความรู้จักนักเขียนคนนี้ ว่าทำไมนิยายรักถึงกลายเป็นเครื่องมือเล่าอาณานิคม และวรรณกรรม 1 เรื่องจะพาเราเข้าใจโลกการเมืองได้ลึกแค่ไหน https://readthecloud.com/interview/cloud-of-thoughts/yang-shuang-zi/

พบกับเรื่องราวอื่น ๆ ของ The Cloud ที่น่าสนใจต่อได้ที่เว็บไซต์ readthecloud.com

#หยางซวงจื่อ #วรรณกรรมยูริ #ไต้หวัน

23/04/2026

ในวาระครบรอบ 100 ปีของปับลิซิส กรุ๊ป ทั่วโลก ปับลิซิส กรุ๊ป ประเทศไทย ได้ประกาศก้าวสำคัญในการทรานส์ฟอร์มองค์กรจาก Platform Company สู่การเป็น “Intelligent System Driven Company” โดยมุ่งเน้นการวางระบบอัจฉริยะที่สามารถคิด เรียนรู้ และปรับตัวได้แบบ Real-time เพื่อนำพาแบรนด์ก้าวข้ามความซับซ้อนของโลกธุรกิจที่การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคไม่ได้เป็นเส้นตรงอีกต่อไป

คุณโศรดา ศรประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปับลิซิส กรุ๊ป ประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบันแบรนด์ต้องการพาร์ตเนอร์ที่ฉลาดขึ้น (Intelligent) เพื่อรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามกระแสคอนเทนต์และอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งทำให้แคมเปญแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป

“เราไม่ได้นำเทคโนโลยีมาใช้เพียงอย่างเดียว แต่เราออกแบบองค์กรใหม่ให้ดาต้า ความคิดสร้างสรรค์ และมีเดีย ทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว เพื่อเป็น Growth Partner ที่ขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างแท้จริง”


[ความสำเร็จของยุทธศาสตร์นี้ถูกขับเคลื่อนผ่าน 3 Core Engines สำคัญที่ทำงานร้อยเรียงกันอย่างไร้รอยต่อ]

1. Connected Identity: ความฉลาดในดาต้าและมีเดีย (Intelligence in Media and Data)

หัวใจแรกคือการสร้างความเข้าใจผู้บริโภคผ่านระบบข้อมูลที่มีความแม่นยำสูง (High-fidelity data-spine) เพื่อระบุและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ถูกที่ถูกเวลา (At the right time at the right place)

คุณปิยนุช มีมุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจมีเดีย ปับลิซิส มีเดีย อธิบายว่า ระบบนี้เชื่อมโยงดาต้าจากแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Epsilon, Lotame และ ITTime เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคข้ามแพลตฟอร์ม ทั้งเว็บ แอปพลิเคชัน และ CTV

“Connected Identity ช่วยให้เรารู้ว่าใครคือกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ (Potential Targets) และอะไรคือตัวกระตุ้นให้เกิดการซื้อจริง ทำให้เงินที่ลูกค้าลงทุนในสื่อทำงานได้หนักขึ้นและสร้าง Business Growth ได้ชัดเจนกว่าการมองแค่ Reach หรือ Impression แบบเดิม”

2. Creative Intelligence: การผสานหัวใจมนุษย์เข้ากับความเร็วของ AI (Intelligence in Creativity and Human)

เมื่อเข้าใจดาต้าแล้ว ระบบจะส่งต่อพลังสู่การสร้างสรรค์ผ่านแนวคิด HI x AI (Human Intelligence x Artificial Intelligence) เพื่อให้ไอเดียสามารถเดินทางข้ามแพลตฟอร์มและฟอร์แมตได้อย่างไร้ขีดจำกัด

คุณสมิหรา ทันต์เจริญกิจ กรรมการผู้จัดการ Leo Bangkok ชี้ให้เห็นว่า ในยุค AI Overload ผู้บริโภคเริ่มเรียกหาความจริงใจและความเข้าใจในระดับมนุษย์ จึงนำระบบ Creative OS (Orchestration Studio) มาเป็นผู้ช่วยในทุกขั้นตอน

“เราใช้ AI เฉพาะของเราที่วิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้มาช่วยวางกลยุทธ์ และสร้าง Key Message รวมถึงการใช้ Virtual Focus Group เพื่อทดสอบไอเดียกับอวตารกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้งานของเรายังคงความหมาย (Meaningful) แต่สามารถขยายผล (Scalable) ได้ในระดับกว้าง”

3. Cultural Intelligence: เปลี่ยนสัญญาณโซเชียลสู่ยอดขาย (Intelligence in Culture & Commerce)

แกนสุดท้ายคือการขับเคลื่อนด้วยวิธีคิดแบบ Social-First เพื่อเปลี่ยนจากการเป็นแค่คอนเทนต์บนฟีด (Feed) ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม (Culture)

คุณธนาภรณ์ ชาญกิจมั่นคง ผู้จัดการทั่วไป Brilliant & Million เผยข้อมูลสำคัญว่า แบรนด์ที่วางกลยุทธ์บนพื้นฐานวัฒนธรรม มีโอกาสสร้างรายได้เติบโตสูงถึง 10.2%

“เราใช้กระบวนการ 3Cs คือ Context (เข้าใจบริบทสังคม), Culture (ถอดรหัสพฤติกรรมกลุ่ม Subculture) และ Commerce (เชื่อมโยงอินไซต์สู่การตัดสินใจซื้อ) เพื่อเปลี่ยนสัญญาณทางโซเชียล (Social Signals) ให้กลายเป็นผลกระทบทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง”

ในช่วงท้ายของการรวบรวมยุทธศาสตร์ คุณเจนคณิต รุจิรโมรา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ ปับลิซิส กรุ๊ป ประเทศไทย ได้เน้นย้ำถึงภาพรวมของทั้ง 14 แบรนด์ ภายใต้วิสัยทัศน์เดียว (Under One Roof)

“ความได้เปรียบของเราในวันนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมีบริการมากกว่ากัน แต่อยู่ที่ความสามารถในการดึง Expertise ของแต่ละส่วนมาทำงานร่วมกันบน Intelligent System เดียวกันได้อย่างไร”

พร้อมสรุปทิ้งท้ายว่า “เราพร้อมที่จะช่วยลูกค้า Navigate ผ่านความซับซ้อนของตลาด เพื่อสร้างความแตกต่างและนำพาแบรนด์ไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคแห่ง Intelligence นี้”

ปัจจุบัน ปับลิซิส กรุ๊ป ประเทศไทย ได้พิสูจน์ความสำเร็จผ่านความไว้วางใจจากแบรนด์ชั้นนำในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และรางวัลการันตีผลงานกว่า 100 รางวัลในช่วงปี 2025-2026 เป็นเครื่องยืนยันถึงประสิทธิภาพของระบบอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่ออนาคตของธุรกิจอย่างแท้จริง

#ปับลิซิสกรุ๊ปประเทศไทย #โศรดาศรประสิทธิ์ #ปิยนุชมีมุข #สมิหราทันต์เจริญกิจ #ธนาภรณ์ชาญกิจมั่นคง #เจนคณิตรุจิรโมรา

23/04/2026

เมื่อ “Mass” ไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป
โลกกำลังเข้าสู่ยุค Mass Fragmentation ผู้บริโภคไม่ได้เป็นกลุ่มก้อนใหญ่เหมือนเดิม แต่ “แตกออก” เป็น Niche เล็ก ๆ กระจายอยู่ในหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง TikTok, อีคอมเมิร์ซ และอินฟลูเอนเซอร์

ข้อมูลปี 2569
• งบโฆษณาไทยทรงตัว ~1.13–1.15 แสนล้านบาท
• ดิจิทัล + Out of Home โตต่อเนื่อง
• แต่ “ทีวี” ยังเป็นสื่อหลัก
• Nano / Micro Creator และ KOC กำลังมาแรง

ความท้าทายคือ แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคยากขึ้น ซับซ้อนขึ้น แต่ในความยาก = โอกาส
ใครใช้ AI + Data ได้ดี จะ “ปลดล็อกการเติบโต” ได้ก่อน

และนี่คือเคล็ดลับจาก Omnicom Media 4 กุญแจสู่การตลาดยุคใหม่

1.เข้าถึงผู้บริโภค คอนเทนต์ และวัฒนธรรม (Proximity): เข้าใจวัฒนธรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงและละเอียดอ่อน และแพลตฟอร์มเพื่อให้แบรนด์แสดงตัวตนได้อย่างมีความหมาย

2.การบริหารจัดการการตลาดแบบครบวงจร (End-to-end Orchestration): เชื่อมโยงสื่อ ความคิดสร้างสรรค์ คอมเมิร์ซ และข้อมูล ด้วย Omni ซึ่งเป็น intelligence platform ของ Omnicom Media เพื่อดูแลทุกขั้นตอนการเดินทางของลูกค้า

3.ข้อมูลเจาะลึกจากฐานข้อมูลมหาศาล (Scaled Intelligence): นำข้อมูลเรียลไทม์จากการบริหารงบสื่อมูลค่ามหาศาลที่ใช้โครงสร้างพื้นฐาน ทรัพยากรข้อมูล และเทคโนโลยีร่วมกันในเครือ เช่น Acxiom มาต่อยอดเพื่อการวางแผนเชิงคาดการณ์ (Predictive Planning) การลงทุนที่มีความยืดหยุ่น และการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

4.วิจารณญาณของมนุษย์และความเป็นพันธมิตร (Human Judgment): แม้ว่า AI จะสามารถนำเสนอความเป็นไปได้และสร้างการเติบโตที่วัดผลได้ แต่ออมนิคอม มีเดีย เชื่อว่า “ความเชี่ยวชาญเชิงกลยุทธ์” (Strategic Judgment) ที่ครอบคลุมการจัดการความเสี่ยงของแบรนด์ ความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรม และตลาดที่ซับซ้อน ยังคงเป็นปัจจัยที่สร้างความแตกต่างที่สำคัญ

22/04/2026

สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์แต่งตั้ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกก์ ภทรธนกุล ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย วาระปี 2569-2571 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของสมาชิกต่อวิสัยทัศน์และบทบาทของผู้นำรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนสมาคมฯ ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกการตลาด และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับนักการตลาดไทยในเวทีระดับประเทศและนานาชาติ

ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกให้เข้ามารับหน้าที่ในครั้งนี้ และขอขอบพระคุณ ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ และกรรมการสมาคมทุกท่าน ทุกรุ่น ที่ได้วางรากฐานสำคัญให้กับสมาคมฯ ตลอดมาทั้งในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ และการสร้างเครือข่ายนักการตลาดที่เข้มแข็ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องจะสานต่อและต่อยอดอย่างเต็มที่”

“ในวาระต่อจากนี้ สมาคมฯ จะมุ่งยกระดับบทบาทไปสู่การเป็นกลไกที่สามารถขับเคลื่อนประเทศผ่านบริหารการตลาดที่สอดคล้องกับบริบทใหม่ของโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนอย่างรุนแรง พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเปิดมุมมองใหม่และยกระดับศักยภาพของนักการตลาดไทย ให้ยังสามารถแข่งขันได้อย่างโดดเด่น เติบโตอย่างยั่งยืน และฟื้นฟูโลกไปด้วยกัน”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกก์ ภทรธนกุล เป็นนักการตลาดที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge) และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้วยผลการเรียนเป็นอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในด้านการบริหารและภาคอุตสาหกรรม ดร.เอกก์ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารบริษัทไปรษณีย์ไทย พร้อมทั้งเคยมีบทบาทเป็นกรรมการในองค์กรชั้นนำหลายแห่ง อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ และ ส.ขอนแก่น รวมถึงเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดและแบรนด์ให้กับองค์กรชั้นนำ เช่น SCG, SCGP, Betargo และ AirAsia ควบคู่ไปกับบทบาทในภาควิชาการในฐานะหัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

#สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย

22/04/2026

สมาคม DAAT แต่งตั้ง "โศรดา ศรประสิทธิ์" เป็น นายกสมาคมฯ คนใหม่ !

เป็นข่าวใหญ่แห่งวงการโฆษณาไทยอีกครั้ง โดยล่าสุดนี้ทาง สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT ได้ประกาศแต่งตั้ง คุณจุ๊ โศรดา ศรประสิทธิ์ เป็น นายกสมาคมฯ คนใหม่

ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีในอุตสาหกรรม และการมีบทบาทกับสมาคมฯ อย่างต่อเนื่อง ทำให้คุณจุ๊ จะมาเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมจาก “การใช้เครื่องมือ” สู่ “การสร้างคุณค่าทางธุรกิจ” ผ่าน Data x Creativity x Technology อย่างแท้จริง

พร้อมยกระดับบทบาทของสมาคมโฆษณาดิจิทัล สู่การเป็น platform กลางของอุตสาหกรรม ที่เชื่อมโยงคน ความรู้ และความร่วมมือในทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร ยกระดับมาตรฐาน และผลักดันให้ทั้ง ecosystem เติบโตได้จริงในโลก Social-first ที่เปลี่ยนแปลงแบบ real-time

ทางทีมงาน AD ADDICT ต้องขอแสดงความยินดีกับคุณจุ๊ และทางสมาคม DAAT กับ New Chapter ในครั้งนี้นะครับ รอติดตามโปรเจกต์และกิจกรรมดี ๆ จากทางสมาคม DAAT ต่อไปคร้าบ

22/04/2026

TikTok Shop ปรับขึ้น 2 ค่าธรรมเนียม ค่าคอมมิชชัน สูงสุด 9.63% และค่าสนับสนุนการเติบโต มีผล 6 พ.ค. นี้ - MarketThink
- ล่าสุด TikTok Shop เพิ่งประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมใหม่ 2 ตัว ได้แก่ ค่าคอมมิชชัน สำหรับร้านค้า “Non-Mall” หรือร้านค้าของคนทั่ว ๆ ไป ไม่ใช่ร้านของแบรนด์ใหญ่ สูงสุด 9.63%

รวมถึง ค่าธรรมเนียมสนับสนุนการเติบโตของร้านค้า สำหรับร้านค้าทุกประเภท สูงสุด 8.03%

ที่น่าสนใจคือ ค่าธรรมเนียมทั้ง 2 ตัวนี้จะเป็นหนึ่งในค่าธรรมเนียมพื้นฐาน ที่ร้านค้าบน TikTok Shop ต้องเสียตามเงื่อนไขที่กำหนด

แล้วดีเทลการปรับ 2 ค่าธรรมเนียมนี้ มีอะไรบ้าง ? มาดูรายละเอียดกัน

1. สำหรับค่าคอมมิชชันของร้านค้า Non-Mall ทาง TikTok Shop ได้มีการขึ้นค่าธรรมเนียมตามหมวดของสินค้าต่าง ๆ ได้แก่

- สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ค่าธรรมเนียมเดิม 6.42-7.49% ปรับเพิ่มเป็น 6.42-8.56%

- สินค้าแฟชั่น ค่าธรรมเนียมเดิม 6.42-8.56% ปรับเพิ่มเป็น 6.42-9.63%

- สินค้า FMCG หรือสินค้าอุปโภค บริโภค ค่าธรรมเนียมเดิม 7.49% ปรับเพิ่มเป็น 8.56%

- สินค้าไลฟ์สไตล์ ค่าธรรมเนียมเดิม 6.42-7.49% ปรับเพิ่มเป็น 7.49-8.56%

2. ค่าธรรมเนียมสนับสนุนการเติบโตของร้านค้า

เป็นค่าธรรมเนียมที่ TikTok บอกว่าเรียกเก็บเพื่อพัฒนาร้านค้าตามชื่อ โดยจะมีโคดส่งฟรีหรือเพิ่มการมองเห็นให้ร้านค้าสม่ำเสมอ

จากเดิมค่าธรรมเนียมตัวนี้จะถูกเก็บอยู่ที่ 5.35% สำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และ 6.42% สำหรับสินค้าที่ไม่ใช่อิเล็กทรอนิกส์

แต่ตอนนี้ TikTok Shop เพิ่มค่าธรรมเนียมตรงนี้เป็น 6.96-8.03% ตามลำดับ โดยคิดอัตราสูงสุดที่ 199 บาทต่อชิ้น (รวมภาษี)

โดยค่าธรรมเนียมเรตใหม่ทั้ง 2 ตัวนี้ จะเริ่มใช้จริงในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นี้

- ทีนี้เรามาดูกันว่า หลังจากอัปเดตค่าธรรมเนียมเป็นเรตใหม่แล้ว เราจะโดนเก็บค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง ?

สมมติว่า เราขายเสื้อยืดตัวละ 100 บาท ซึ่งอยู่ในหมวดแฟชั่น ที่จะโดนเก็บค่าคอมมิชชัน 9.63%

โดยที่ถ้าเราเป็นร้าน Non-Mall แล้วไม่ได้ให้ส่วนลดลูกค้าเลย และลูกค้าใช้โคดส่งฟรีเต็มจำนวน โดยมียอดชำระสุทธิอยู่ที่ 100 บาท

เราจะโดนหักค่าธรรมเนียมเบื้องต้นทั้งหมด

1. ค่าคอมมิชชัน 9.63% = 9.63 บาท
2. ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม 3.21% = 3.21 บาท
3. ค่าธรรมเนียมสนับสนุนการเติบโตของร้านค้า 8.03% = 8.03 บาท
4. ค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์ม = 1.07 บาท/คำสั่งซื้อ

ซึ่งต้องหมายเหตุว่า อัตราค่าธรรมเนียมเหล่านี้ รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

โดยสรุปแล้ว เราจะโดนหักค่าธรรมเนียมในเบื้องต้นทั้งหมด 9.63 + 3.21 + 8.03 + 1.07 = 21.94 บาท

หมายความว่า ถ้าเราตั้งราคาขายเสื้อยืดอยู่ที่ 100 บาท จะได้รับเงิน 100 - 21.94 = 78.06 บาทนั่นเอง..

ทั้งนี้ ก็ต้องหมายเหตุอีกว่า ค่าธรรมเนียมเหล่านี้เป็นค่าธรรมเนียมพื้นฐานที่ทุกร้านต้องเสียให้แพลตฟอร์มอยู่แล้ว

แต่อาจมีค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เพิ่มเติมแล้วแต่ร้านค้า

รวมถึงถ้าเอางบการยิงโฆษณา หรืองบทำ Affiliate มารวมด้วย ก็น่าจะทำให้ค่าธรรมเนียมที่ต้องเสียให้แพลตฟอร์มสูงขึ้นไปกว่านี้อีก..

22/04/2026

Netflix เปิดตัว Playground แอปฟรี สำหรับสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต เป็นแอปเกมสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี ใช้งานได้กับสมาชิกทุกระดับ รับประกันไม่มีโฆษณาหรือซื้อ Item ในเกมต่อยอด Netflix Houses หรือ Experience Centers ขยายอาณาจักรจากหน้าจอสู่โลกความเป็นจริง

Netflix ระบุว่า ตั้งเป้าทำให้ Playground เป็นเพื่อนคู่ใจสมบูรณ์แบบสำหรับการเดินทางบนเครื่องบินระยะยาว หรือขณะลูกค้าไปใช้บริการร้านสะดวกซื้อ

ปัจจุบัน ตลาด Streaming มาถึงจุดที่เรียกว่า Attention Economy หรือการแย่งชิงเวลาของผู้บริโภคเข้มข้น เมื่อยอด Subscribers หลายภูมิภาคเริ่มอิ่มตัว การสร้างรายได้ทางตรงจากคอนเทนต์เพียงอย่างเดียวไม่พอ Netflix จึงต้องเปลี่ยนกลยุทธ์จากการเป็นเพียงช่องทางดูหนังสู่การเป็น Lifestyle Brand

การเปิดตัว Netflix Playground เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Netflix Houses หรือ Experience Centers ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายอาณาจักรจากหน้าจอสู่โลกความเป็นจริง และหมายถึง Netflix ไม่ได้แข่งแค่กับ Disney+ หรือ Max อีกต่อไป แต่กำลังกระโดดเข้าสู่สนามของ Location-Based Entertainment (LBE) ซึ่งมีคู่แข่งน่ากลัวที่สุดคือ Disney ซึ่งมี Ecosystem แข็งแกร่ง ทั้งสวนสนุกและสินค้าลิขสิทธิ์

Netflix Playground จึงหมายถึงการสร้าง "Mini-Disneyland" เข้าถึงง่าย และอยู่ในเมือง (Urbanized) มากกว่าใช้ข้อดีของเนื้อหาสดใหม่เปลี่ยนตามเทรนด์ ดึงดูดทราฟฟิกที่หมุนเวียนเร็วกว่า สวนสนุกแบบดั้งเดิม

Netflix ให้คำมั่นสัญญาว่าจะนำเสนอคลังเกมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเด็กๆ แพลตฟอร์มเปิดตัวด้วยเกมที่สร้างจากแฟรนไชส์ยอดนิยมมากมาย หนึ่งในนั้นคือ Playtime with Peppa Pig มินิเกมที่นำโดยPeppa Pig และผองเพื่อน

นอกจากนั้นยังมีเกมที่ดำเนินเรื่องใน Sesame Street ซึ่งเด็กๆ จะได้ไปเที่ยวเล่นกับ Elmo, Big Bird, Cookie Monster, Oscar และผองเพื่อนหุ่นเชิดสุดโปรด เป็นมินิเกมอีกชุดหนึ่งที่มีทั้งเกมความจำแบบใช้การ์ด เกม Connect-the-dots หรือที่บ้านเราเรียกกันเกมลากเส้นต่อจุด และอื่นๆ อีกมากมาย

แคตตาล็อกยังมีอีก 2 เกมอิงจากผลงานของ Dr.Seuss และเกมแข่งรถที่อิงจากรายการ Bad Dinosaurs นอกจากนี้ยังมีสิ่งอื่นๆ บนแพลตฟอร์ม เช่น ชุดสมุดสติกเกอร์และจิ๊กซอว์

ก่อนหน้านี้ Netflix มีบริการเกมรวมอยู่ในแพ็กเกจสมาชิกปกติ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญขยายอาณาจักรความบันเทิง โดยเปิดบริการเป็นทางการทั่วโลกเมื่อพฤศจิกายน 2021 เริ่มจากเกมมือถือบน Android และ iOS จากนั้นขยายไปยังการเล่นผ่าน Cloud บนทีวีและเบราว์เซอร์ปัจจุบันมีเกมในคลังมากกว่า 90-100 เกม ตัวอย่างเกมเด่นๆ เช่น

หมวดแฟนพันธุ์แท้ซีรีส์ เช่น Stranger Things: 1984, Squid Game: Unleashed, Money Heist: Ultimate Choice, และ Emily in Paris (Netflix Stories)

หมวดเกมดังระดับโลก (AAA): Grand Theft Auto (GTA) Trilogy (San Andreas, Vice City, III), Red Dead Redemption, Civilization VI, และ Hades

หมวดเกมกีฬาและจำลองสถานการณ์: Football Manager 2026 Mobile, WWE 2K25, และ Game Dev Tycoon

หมวดเกมผ่อนคลาย/ Puzzle: Monument Valley 1-3, Ludo King, และ Cut the Rope Daily

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่คอมเมนต์

22/04/2026

หลังการควบรวมระหว่าง Paramount Skydance และ Warner Bros. Discovery (WBD) David Ellison CEO เผยยุทธศาสตร์ใหม่คืนความเชื่อมั่นโรงหนัง ให้คำมั่นหนังใหม่ฉายโรง 45 วัน เริ่มทันที

ผู้บริโภคต้องรอ 90 วัน จึงจะฉายผ่านสตรีมมิ่ง (SVOD) ผลักดัน Paramount+ และ Max (HBO Max ให้เป็น Super Platform เน้นคุณภาพนำปริมาณ สร้างสตูดิโอให้เป็น Home for Creators และผสานเทคโนโลยี (Tech-Media Hybrid) พร้อมตั้งเป้าผลิตหนังใหม่ปีละ 30 เรื่อง

การควบรวม นำโดย Skydance Media เป็นสตูดิโอพาร์ทเนอร์ผลิตหนังดังกับParamount มานาน เช่นTop Gun: Maverick, Mission: Impossible เข้าซื้อ Paramount Global อาณาจักรสื่อดั้งเดิมที่มีทั้งParamount Pictures, CBS, Nickelodeon และสตรีมมิ่งอย่างParamount+ จาก National Amusements (NAI) บริษัทโฮลดิ้งของตระกูลRedstone ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีอำนาจควบคุมParamount

บริษัทหลังควบรวม ตั้งชื่อใหม่เป็น Paramount Skydance Corporation มี David Ellison ลูกชายของ Larry Ellison ผู้ก่อตั้ง Oracle เป็น CEO เกิดเป็นยักษ์ใหญ่สื่อรายใหม่ ตั้งเป้าเป็นเบอร์ 1 ของโลก ท้าชนกับNetflix และ Disney

การควบรวมดีลแรกมูลค่า 8,400 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ยังมีอีกดีลซ้อนอยู่ คือการเข้าซื้อ Warner Bros. Discovery มูลค่าสูงถึง 110,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งผ่านการตกลงระหว่างบริษัทแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนรออนุมัติจาก ผู้ถือหุ้นและหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาล (Regulatory Approval)

Ellison ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในงาน Cinema Con 2026 งานประจำปีของเจ้าของโรงภาพยนตร์ทั่วสหรัฐ เมื่อวันที่16 เมษายน 2026 ที่ The Colosseum โรงแรม Caesars Palace ลาสเวกัส การปรากฏตัวถือเป็นไฮไลต์สำคัญของงาน เพราะเป็นการยืนยันความเชื่อมั่นครั้งใหญ่แก่อุตสาหกรรม

Ellison กล่าวว่า เขาต้องการสบตากับผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์โดยตรง เพื่อสัญญาว่าจะฉายหนังใหม่อย่างน้อย30 เรื่องต่อปี หากการควบรวมกิจการกับ Warner Bros. ลุล่วงไปด้วยดี

“สตูดิโอกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และเรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่ง”

“คุณวางใจได้เลยว่าจะทุ่มเทเต็มที่ และแสดงให้เห็นว่า เราหมายความอย่างนั้นจริงๆ”

Ellison เปิดเผยเป้าหมาย และทิศทางใหม่ 5 ประเด็นหลัก สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่คอมเมนต์

21/04/2026

ปีนี้อาจเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่บริษัทเมตา (Meta) เจ้าของแพลตฟอร์ม Facebook และ Instagram จะมีรายได้จากโฆษณาทั่วโลกมากกว่า Google เป็นปีแรก เพราะการปรับตัวของเครื่องมือโฆษณาที่ยิงตรง ยิงถูกจุดของ Facebook

👍ข้อมูลของเว็บ EMARKETER ย้อนหลังไปเมื่อปี 2024-2025 กูเกิลยังมีรายได้โฆษณาสูงกว่าเมตา แต่ตั้งแต่ปี 2026 จนถึงปี 2028 คาดว่ารายได้เมตาจากสูงกว่า โดยปี 2026 Meta จะมีรายได้ 243,460 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 7.79 ล้านล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 32 บาทต่อดอลลาร์)

▶️ส่วนกูเกิลจะมีรายได้ 239,540 ล้านดอลลาร์ หรือ 7.66 ล้านล้านบาท และหากคิดเป็นส่วนแบ่งเม็ดเงินโฆษณาที่ได้ก็อยู่ที่ 26.8% สูงกว่าที่กูเกิลที่มีส่วนแบ่ง 26.4%ในจำนวนนี้ 2.4% จาก Youtube ในสถานการณ์ที่อัตราการเติบโตของเมตาอยู่ที่ 24.1% ในปีนี้ ส่วนกูเกิลมีอัตราเติบโต 11.9%

✨การเติบโตและประสิทธิภาพของโฆษณาที่เข้าถึงกลุ่มหมายในแพลตฟอร์ม Facebook ทำให้มีการพูดถึงกัน ไม่ใช่แค่ว่าควรโฆษณาในแอปฯของเมตา หรือไม่ ถึงพูดกันไปเลยว่า จะใช้เม็ดเงินเท่าไรดี

#โฆษณา #ธุรกิจสื่อ

20/04/2026

70% ของนักช้อปเลือกซื้อสินค้าตามอินฟลูฯ เพราะความจริงใจ มากกว่าโฆษณาตรงจากแบรนด์

แต่จะเลือกยังไงให้ตอบโจทย์ Marketing Funnel และคุ้มงบที่สุด? มาดูหน้าที่ของแต่ละ Tier กัน
📍Elite (> 5M): สร้างภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นในระยะยาว
📍Mega (1M - 5M): สำหรับแคมเปญใหญ่ระดับประเทศต้องการความปัง
📍Macro (500K - 1M): เน้นการเข้าถึงมหาชน ให้คนรู้จักในวงกว้าง
📍Mid-tier (50K - 500K): ขยายการรับรู้เจาะกลุ่มเป้าหมายอย่างมีคุณภาพ
📍Micro (10K - 50K): ตัวจริงเรื่องการป้ายยาและกระตุ้นยอดขาย
📍Nano (1K - 10K): สร้างพลังบอกต่อแบบปากต่อปาก
📍Pico (0 - 1K): เน้นความถี่ ให้คนเห็นซ้ำจนจำได้ ในราคาสบายกระเป๋า

เลือก Tier ให้ตรงเป้าหมาย...แล้วผลลัพธ์จะปังกว่าที่เคย
หาอินฟลูฯ ที่ใช่จากฐานข้อมูลกว่า 80,000 คน ได้ง่ายๆ ไม่กี่คลิกที่นี่ 👉 https://bit.ly/influencer-tier-influencer-directory

#การตลาดออนไลน์

20/04/2026

เด็กที่เกิดหลังปี 2000 และไม่เข้าใจว่า
พลังของเรื่องเล่า Story Telling - ตำนานปรัมปรา Myth นั้นสำคัญอย่างไร???
อยากให้ ลองเปิดดู The usual suspects (1995) ใน NF
หนังที่อุดมไปด้วยยอดฝีมือเกือบทั้งเรื่อง (ตอนนั้น Del Toro ยังเป็นแค่ตัวประกอบ)
ผลงานยอดเยี่ยมของ Kevin Spacey(รางวัลออสการ์ 1996 สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม) Christopher McQuarrie (รางวัลออสการ์ 1996 สาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม) และกำกับโดย Bryan Singer

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


1 ถ. อู่ทองนอก ดุสิต
Bangkok
10300

เวลาทำการ

09:00 - 16:00