"10 แนวคิด" ต้อนรับปีใหม่ 2560
----
1. เวลาผ่านไปโคตร "เร็ว"
แปปๆ ผ่านไป "ครบปี" แล้ว
เป้าหมายที่ตั้ง
ความฝันที่วางไว้ เมื่อต้นปี
ได้ทำอะไรไปแค่ไหนแล้ว ?
(หรือเราลืมไปแล้วหลังจากตั้งเสร็จแค่ไม่กี่วัน?)
เผลอแปปเดียวผมก็เปิดเพจ เกือบ 3 ปี
เผลออีกแปป ก็ 4 ปี 5 ปี
เวลามันเร็วมาก
สำเร็จก็เร็ว
ถ้าปล่อยไป เวลามันก็ร่วงเลยไปเร็วเช่นกัน
(ถ้าวันนั้นไม่เริ่ม วันนี้คงโคตรเสียดาย)
2. "ทำไม่สำเร็จ เจ็บแปปเดียว
ไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรทำ เจ็บนาน... "
คำๆ นี้ ผมอยากให้ท่องไว้ ให้มันทะลุเข้าไปถึงส่วนที่ลึกที่สุดของจิตใต้สำนึก!
ถ้าเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ถ้าผมไม่เปิดเพจ
ลองเขียน ทั้งๆ ที่เขียนไม่เป็น ยังไม่มีใครรู้จัก
วันนี้ผมคงโคตรเจ็บ... และเจ็บใจ!
อย่าลืม เวลามันผ่านไปเร็วมาก!
เดี๋ยวเดียวก็ 3 ปีแล้ว!
3. ทำให้เยอะ - ล้มเลิกให้ยาก
คนสมัยใหม่ โดยส่วนมาก
"เริ่มยาก แต่เลิกง่าย"
ลองทำครั้งเดียว บอกไม่เอามันยาก
ลองทำ 2 ครั้ง บอกคงไม่ไหวมั้ง เลิกดีกว่า
เอดิสันลอง 9999 ครั้ง
พี่น้องตระกูลไรท์ ลองบินกว่าพันครั้ง
ตอนเปิดเพจ
ตอนทำ sBook
ตอนทำ iClass
คนไม่อ่านก็เยอะ
คนไม่สมัคร ไม่โดน ก็ผ่านมาหมด
แต่ที่มาถึงวันนี้เพราะ ทำเยอะ
และ ล้มเลิกยาก!
หา วิธีใหม่ๆ เอาจนมันได้!
4. ก่อนจะท้อ ถามตัวเอง เต็มที่แล้วรึยัง?
นี่คือเคล็ดลับทำยังไงให้ท้อยาก
(ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก)
ถามตัวเองดู เต็มที่แล้วรึยัง
สุดๆ ของมรึง ทำได้แค่นี้ (หรือว่ะ ?)
ถ้ายัง ก็เอาให้มันสุดๆ ดิว่ะ! รอไร !?
5. ก่อนจะล้มเลิก ถามตัวเอง ความฝันกรูมีค่าแค่นี้เหรอ?
จะเอามันไปแลกกับ ละครงั้นเหรอ
จะเอามันไปแลก กับการเดินเล่น Shopping งั้นหรอ
จะเอามันไปแลก กับการนั่งเมาท์มอย เป็น Expert เรื่องข้างบ้าน เรื่องดารา อย่างงั้นหรอ???
มันมีอะไรที่มีค่ามากกว่าความฝันของเรางั้นหรอ
ถึงได้จะล้มเลิกมันไป! ???
6. "Learn to work hard on yourself, than you do on your jobs"
พัฒนาตัวเอง ให้เหนือกว่า งานที่ทำอยู่ปัจจุบัน
ถ้าเป็นพนักงานทำความสะอาด พัฒนาตัวเองให้เป็นพัวหน้าแผนก
ถ้าเป็นหัวหน้าแผนก พัฒนาตัวเองให้เป็นผู้จัดการ
ถ้าเป็นผู้จัดการ พัฒนาตัวเองให้เป็น CEO, เป็นเจ้าของกิจการ, ...
นี่คือ วิธีเดียว
ที่จะทำให้คุณ พัฒนาตัวเอง "ให้เหนือ" กว่าที่เป็นอยู่ ในปัจจุบัน
7. ปรับ Mindset นิดหน่อย
เมื่อเจอคนได้ดี...
คนล้มเหลว มักติดปากว่า "ไอ้นั่นแมร่งโชคดีว่ะ" แล้วก็ทำทุกๆ อย่างเหมือนเดิม
แต่คนสำเร็จ มักติดปากว่า "จะไปถึงจุดนั้น กรูต้องทำยังไงว่ะ?"
แล้วก็พัฒนาตัวเองต่อ!
8. God's Delays are not God's Denials
นี่คือ คำคม ของ Tony Robbins ที่ผมซื้อที่ติดตู้เย็น ติดไว้ดูที่บ้านทุกวัน
หมายความว่า
"วันนี้ที่ไม่สำเร็จ ไม่ได้แปลว่าคุณล้มเหลว
ความสเร็จมันแค่เลื่อนออกไป นิดหน่อย.... เท่านั้นเอง"
9. My life Will Never Be The Same Again
นี่คือ คติประจำใจ
ที่ผมใช้ "พูดกับตัวเอง" เวลาที่ต้องทำอะไรยากๆ
ต้องเริ่มอะไรใหม่ๆ
"ชีวิตฉัน จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป"
เมื่อผมลงมือทำสิ่งนี้!
พูดหน้ากระจก 3 ที
พลังจะมา
แล้ว ลุยทันที!
10. ไอเดียๆ ดีๆ ที่ไม่ทำทันทีภายใน 24 ชม. จะกลายเป็น No Idea
อ่านหนังสือ
เข้าสัมมนา
คุยกับคนสำเร็จ
ไอเดียมา พลังมา
อยากทำ อยากลุย!
แต่ถ้าไม่ลงมือ ไม่เริ่มทำอะไรสักอย่าง
ภายใน 24 ชม. ไอเดียนั้น จะ กลายเป็น No idea ทันที
(ใครเคยเป็นเป็นไหมแบบนี้ไหมครับ ??? )
เช่นกัน
อ่านโพสนี้
เจออะไร ชอบข้อไหน
เอาไปใช้ทันที
"อย่าให้เกิน 24 ชม."
---
และนี่คือ 10 แนวคิด
ต้อนรับวันปีใหม่!
ชอบข้อไหน
เอาไปใช้ได้
สวัสดีปีใหม่ 2560 ครับ!
ลุย!
Cr.Un+Chirdpong (อั๋น เชิดพงษ์)
Unlock Academy
THE NEW WAY RICH
MONEY : TIME : HEATH
06/11/2016
บททดสอบแรก คือ การตื่นครั้งแรก
เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ “มีวินัย” ได้ใน 1 นาที | Leader Wings Home Work Life Balance เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ “มีวินัย” ได้ใน 1 นาที Work Life Balanceเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ “มีวินัย” ได้ใน 1 นาที By บรม สุภาวรีกุล - June 21, 2016 60 0 ชีวิตของคนเรามีอยู่ 2 ชีวิตทับซ้อนกัน คือ ชีวิตที่เราดำเนินอยู่ ณ ปัจจุบัน (real self) และชีวิตในอุดมคติที่เราอยากจะเป็น (Ideal self)...
จิตสำนึกของความมั่งคั่ง
01/11/2016
ปัจจัยที่มีผลต่อค่า เงิน
ปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดค่าเงิน ปัจจัยหลายประการเป็นตัวกำหนดค่าเงิน ซึ่งล้วนแต่เกี่ยวพันกับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศ ปัจจัยดังแสดงต่อไปนี้มิได้เรียงลำดับความสำคัญมากไปน้อย
มารู้จักกับ NLP กันก่อน
เทคโนโลยีนี้ ได้พัฒนาขึ้นเมื่อประมาณ 30 ปีมาแล้ว โดย
ศาสตราจารย์ ริชาร์ด แบนด์เลอร์ และผู้ช่วย ดร. จอห์น กรินเดอร์
แห่งมหาวิทยาลัยซันตาครูซ ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
และโด่งดังเป็นพลุแตกในสหรัฐอเมริกา และแพร่ไปทั่วโลกอย่าง
รวดเร็ว
เป็นคำที่ใช้กันแพร่หลายในหมู่นักจิตวิทยาคลินิก นักจิตบำบัด
จิตแพทย์ นักพัฒนาศักยภาพ นักเจรจาต่อรอง นักการตลาด
นักขาย และนักพูดโน้มน้าวใจ
NLP ย่อมาจากคำว่า Neuro - Linguistic Programming
Neuro หมายถึง ระบบประสาทหรือระบบสมอง
เทคโนโลยี NLP ถือว่า มนุษย์รับรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว ผ่าน ตา หู
จมูก ลิ้น และสัมผัส แล้วแปลความหมายผ่านกระบวนการคิด
โดยจิตสำนึก และจิตใต้สำนึก แล้วกระบวนการคิดนี้ จะไปกระตุ้น
ให้ระบบประสาทหรือสมองทำงาน ก่อให้เกิดการแสดงออก
ทางอารมณ์และพฤติกรรม
Linguistic หมายถึง วิธีการที่มนุษย์ใช้ภาษาเป็นเครื่องมือ
ในการตอบสนองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการใช้ภาษาไปแปล
ความ แล้วสื่อความไปยังตัวเองและบุคคลอื่น
เทคโนโลยี NLP พบว่า ถ้อยคำที่คุณคิดและพูด มีผลต่อ
พฤติกรรมของคุณโดยตรง
Programming หมายถึง กระบวนการปลูกฝังวิธีคิด วิธีใช้ภาษา
และการเคลื่อนไหวทางร่างกาย เพื่อสร้างสภาวะจิตและรูปแบบ
การคิดใหม่ที่ทรงพลัง อันจะส่งผลต่อการแสดงออกทาง
ร่างกายที่ดีเลิศ เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างการคิดและอารมณ์
ในรูปแบบใหม่ ที่จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ยอดเยี่ยมในทุก ๆ ด้าน
ของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การเรียนรู้
การประเมินค่า และเพิ่มประสิทธิภาพความจำ เปรียบเสมือน
การลบโปรแกรมตัวตนคนเดิมที่ไม่มีประสิทธิภาพออกไป แล้ว
ลงโปรแกรมใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมลงในสมอง
หากจะนิยาม NLP เสียใหม่ ให้สั้น เป็นข้อ ๆ ได้แก่
1. ศิลปะและศาสตร์ในการติดต่อสื่อสารแบบหวังผลเลิศ
2. กุญแจแห่งการเรียนรู้ที่ทรงพลัง
3. เคล็ดลับสู่เป้าหมายสำหรับทุก ๆ สิ่งที่ต้องการในชีวิต
4. คู่มือสำหรับพัฒนาระบบการคิด ระบบประสาทและสมอง
5. เคล็ดลับสู่ความสำเร็จชั่วข้ามคืน
6. เทคโนโลยีผ่าตัดพฤติกรรมด้านลบ และสร้างตัวตนใหม่
เทคโนโลยี NLP จะกล่าวถึงหลัก ๆ ดังนี้
1. วิธีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
ระหว่างคุณกับคนรอบข้าง หรือเรียนรู้วิธีสร้างมิตรภาพ
กับกลุ่มคนที่คุณอยากจะเป็นพวกเดียวกัน และเรียนรู้วิธี
ปฏิเสธที่นิ่มนวลในทุกสถานการณ์ คุณจะเรียนรู้ภาษา
กาย เพื่อเข้าถึงจิตใจและอารมณ์ของคนที่ต้องการจะ
ติดต่อสัมพันธ์ด้วย
2. การใช้ประสาทสัมผัส
เพื่อล้วงรู้อารมณ์และจิตใจของบุคคลอื่น ทันทีที่คุณได้
เห็น สีบ้าน อาหารที่คนอื่นรับประทาน เสื้อผ้าที่สวมใส่
เสียงที่พูด หรือกลิ่นน้ำหอมที่ใช้ ก็สามารถเข้าใจคน ๆ
นั้นได้ทะลุปรุโปร่ง
3. วิธีการคิดแบบหวังผลลัพธ์
เป็นวิธีการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการวางแผน
ที่ไม่มีวันล้มเหลว
4. การยืดหยุ่นกับวิธีการเพื่อบรรลุเป้าหมาย
หากคุณทำบางสิ่งบางอย่างไม่ได้ผล หมายความว่า คุณ
ต้องเปลี่ยนวิธีการไปเรื่อย ๆ คุณจะเรียนรู้เทคนิคความสำเร็จ
โดยวิธีการถอดแบบอย่างเป็นขั้นตอน จากคนที่ประสบความ
สำเร็จในอดีต
5. การสะกดจิตตนเอง
เทคโนโลยี NLP มีความโดดเด่นในเรื่อง การสะกดจิต
ตนเอง เพื่อเป็นคนใหม่ เช่น การเลิกบุหรี่ เลิกติดสุรา
ลดความอ้วน เลิกนิสัยผลัดวันประกันพรุ่ง สามารถทำได้
สำเร็จภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ด้วยวิธีการง่าย ๆ และ
เป็นการเปลี่ยนอย่างถาวร
6. รูปแบบพฤติกรรม
ชุดปฏิกิริยาที่ระบบประสาทออกคำสั่งให้ร่างกายทุกส่วน
ทำงานให้สอดคล้องกับความคิด เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์
ทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงใดช่วงหนึ่ง เช่น คนโกรธจะ
มีอารมณ์แบบหนึ่ง ก็จะมีชุดปฏิกิริยาเกิดขึ้นทางร่างกาย
เป็นการเฉพาะ เช่น หัวใจเต้นแรง กล้ามเนื้อเกร็ง
หายใจถี่ ความดันโลหิตสูง กระเพาะบีบรัด หายใจสั้น
ไม่ทั่วท้อง ขณะที่คนดีใจ หรือมีความสุข ก็จะมีชุด
ปฏิกิริยาอีกแบบหนึ่ง ซึ่งไม่เหมือนกัน NLP จะสอนให้
ควบคุม แก้ไข และพัฒนาอารมณ์ทุก ๆ อย่าง ให้ทำงาน
ตามที่ต้องการ
NLP ถูกนำไปใช้ในการรักษา ผู้ป่วยทางจิต หรือการบำบัด
ผู้มีอาการทางอารมณ์ในระดับต่าง ๆ ผู้สิ้นหวัง เด็กเรียน
หนังสือไม่เก่ง ผลการเรียนตกต่ำ นักกีฬาอาชีพที่มีผลงานไม่ดี
อาการนอนไม่หลับ เครียด ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ คน
ล้มเหลวทางธุรกิจ คนขาดเป้าหมายในชีวิต เป็นต้น และมีการ
นำไปใช้ในการประกอบธุรกิจ การตัดสินใจ การกีฬา การทำงาน
การเงิน การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ผู้ที่ต้องการสร้างผลงานที่
โดดเด่นเป็นเลิศ และอื่น ๆ
ในที่นี้ จะขอยกตัวอย่างสัก 2 เรื่อง พอสังเขปเท่านั้น
1. เคล็ดลับสำคัญเรื่องความเชื่อ
เมื่อคุณไม่เชื่อว่าตัวเองมีความสามารถ ก็จะไม่มีความมั่นใจ
เมื่อไม่มีความมั่นใจ ก็อย่าหวังว่าจะมีพลังที่จะทำสิ่งใด
ความเชื่อ เป็นตัวกำหนดความคิด ความรู้สึก การกระทำทุกอย่าง
ตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน กำหนดการกิน การเดิน การนั่ง การใช้ชีวิต
การออกกำลังกายทุก ๆ อย่าง
หากต้องการมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จมากขึ้น มีอิสระทางการเงิน
มากขึ้น และมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น มีวิธีง่าย ๆ วิธีเดียว คือ ต้องเปลี่ยน
ความเชื่อ เมื่อคุณเปลี่ยนความเชื่อ คุณก็จะเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง
นั่นเอง
ขั้นตอนการเปลี่ยนความเชื่อ
1. ระบุให้ชัดว่า ความเชื่ออะไรที่จำกัดชีวิตคุณไว้ และคุณต้อง
การจะเปลี่ยน
2. ค้นหาความเชื่อในระดับจิตวิญญาณภายใน
3. จดบันทึกการเชื่อมโยงความเชื่อ
4. ระบุลักษณะความรู้สึกสงสัย
5. เปรียบเทียบความเชื่อกับความสงสัย
6. ทดสอบลักษณะภาพฉากต่อฉาก
7. ริเริ่มความเชื่อใหม่
8. ตรวจสอบความเชื่อ
สรุปขั้นตอนการเปลี่ยนความเชื่อ
1. แปลงความเชื่อเดิมที่ต้องการขจัดทิ้ง ให้กลายเป็นความสงสัย
2. ปลูกฝังความเชื่อใหม่ทับลงไปในความเชื่อเดิมทันที
3. ทำลายความเชื่อเดิม ขยายภาพความเชื่อใหม่
2 วิธีขจัดภาพฝังใจที่ไม่พึงประสงค์
คุณเคยเป็นเช่นนี้ไหม เรื่องเลวร้ายในอดีต หรือเรื่องเยี่ยมยอด
ที่จำฝังใจ
เรื่องเลวร้ายในอดีตแล้วนำกลับมาคิดซ้ำ ๆ แม้เวลาจะล่วงเลย
มานับสิบ ๆ ปี แล้วก็ตาม ทั้ง ๆ ที่ เราไม่อยากจะคิดถึงมัน
เหตุที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะ เรายังไม่รู้จักวิธีการควบคุมระบบความคิด
นั่นเอง
ในทางกลับกัน เรารู้สึกถึงความเยี่ยมยอดของวันหยุดที่จะมาถึง
ในอีกไม่กี่วันนี้ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ถึงวันนั้น แม้ว่าเมื่อถึงวันหยุดจริง ๆ
อาจจะไม่เยี่ยมยอดขนาดนั้นเลยก็ได้
แต่ละคนมักจะมีพฤติกรรมขัดแย้งกันเองโดยไม่รู้ตัว ทำให้ไม่สามารถ
เปล่งศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายในได้อย่างเต็มที่ บางครั้งร่างกายบาง
ส่วนไม่ตอบสนองเอาดื้อ ๆ เช่น คนกลัวพูดในที่ประชุม ทันทีที่
ยืนหน้าไมโครโฟน อาการขาสั่นมือไม้เกะกะจะเกิดขึ้นทันที ขณะที่
บางคนเปล่งเสียงแปลก ๆ จนขำตัวเอง ก็มีให้เห็น หรือแม้กระทั่ง
นักกีฬามืออาชีพที่ผ่านสนามมานักต่อนักแล้ว อยู่ ๆ เมื่อถึงวันแข่งขัน
จริง บางครั้งเกิดความเครียดหมดเรี่ยวแรงจนต้องถอนตัวไปก็มีให้
เห็นอยู่เสมอ ๆ
อาการทำนองนี้ นักประสาทวิทยาและนักพัฒนาศักยภาพบุคคลได้
ร่วมกันศึกษาวิจัยมาไม่น้อยกว่า 3 ทศวรรษ พบว่า ส่วนใหญ่เกิด
จากพฤติกรรมความกลัว หรือกังวล ที่แฝงอยู่ในระบบความคิดที่
ขัดแย้งกับสิ่งที่ต้องการทำ ภาพแห่งความกลัวหรือวิตกกังวลเหล่านั้น
ซุกซ่อนในจิตใต้สำนึกรอวันเปิดเผยออกมาเมื่อเวลาสุกงอม และ
เรามักไม่รู้ตัวล่วงหน้า
หรืออาจจะเป็นการแสดงพฤติกรรมที่ขัดแย้งกันเอง เช่น ต้องการ
อ่านหนังสือสอบ ต้องการสอบผ่าน หรือสอบให้ได้คะแนนดี แต่
ขณะเดียวกันในใจก็วางแผนการทำกิจกรรมอื่นที่ทำให้โอกาสอ่าน
หนังสือลดน้อยลง หรือบางคนต้องการลดความอ้วน ขณะอยู่ใน
ขั้นตอนการลดอยู่นั้น ก็อดไม่ได้ที่จะกินอาหารเกินความต้องการ
ตามที่เคยปฏิบัติจนเป็นนิสัย เห็นได้ว่า แต่ละคนจะมีพฤติกรรม
ขัดแย้งกันเองตลอดเวลา ซึ่งพฤติกรรมที่ขัดขวางเป้าหมายเหล่านี้
เป็นภาพในอดีตที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกด้วยความเคยชิน และหลบ
ซ่อนอยู่ แม้ว่าบางคนจะตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ว่าจะไม่กลับไปมี
พฤติกรรมเช่นนั้นอีก แต่ทำได้เพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น
วิธีทำลายภาพในใจที่ไม่พึงประสงค์
1. ตรวจสอบพฤติกรรม ระบุ และจำแนกให้เด่นชัดว่า อะไรคือ
พฤติกรรมที่ขัดแย้งกัน
2. สร้างภาพพฤติกรรมที่ขัดขวางเป้าหมาย และแต่งเติมภาพ
เป้าหมายหลักขึ้นในใจให้ชัดเจน
3. นำภาพในฝ่ามือทั้งสองข้างมารวมกัน
หากใครฝึกฝนจนชำนาญ สามารถขจัดอารมณ์ด้านลบทุก ๆ อย่าง
ให้หายไป ภายในเวลาไม่กี่วินาที
การค้นพบบางอย่างของศาสตราจารย์ ริชาร์ด แบนด์เลอร์
ความสามารถในการเรียนรู้ของมนุษย์
ศาสตราจารย์ ริชาร์ด แบนด์เลอร์ ได้ใช้เวลาทั้งชีวิตค้นคว้าเรื่องนี้
จนพบว่า มนุษย์มีความสามารถในการเรียนรู้อย่างน่าอัศจรรย์
ไร้ขอบเขต ไม่มีขีดจำกัด ไม่ขึ้นอยู่กับอายุ และสามารถเรียนรู้ได้
รวดเร็วอย่างน่ากลัว มีสิ่งที่พึงระวังคือ ความสามารถนี้ครอบคลุม
ถึงการเรียนรู้ทั้งสิ่งดีและสิ่งไม่ดี
วิธีควบคุมสมองตนเอง เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่โดดเด่น
วิธีควบคุมสมองตนเอง มีขั้นตอนง่าย ๆ คือ หากต้องการความ
สำเร็จด้านใดก็ตาม คุณจะต้องขัดจังหวะพฤติกรรมเดิม ๆ เปลี่ยน
รูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันเสียใหม่ แล้วทำสิ่งที่คุณสนใจอย่าง
หมกมุ่น ทุ่มเท ทำอย่างต่อเนื่องไม่หยุดนิ่ง ในที่สุดคุณจะสร้าง
ผลลัพธ์ที่โดดเด่นเหนือใคร ๆ นี่เป็นวิธีการแสนจะง่ายดาย
แต่ทรงพลัง
วิธีฝึกความจำสำหรับคนความจำแย่
ศาสตราจารย์ แบนด์เลอร์ เล่าให้ฟังว่า "หากคุณเป็นคนความจำ
แย่ หรือนึกอะไรไม่ค่อยออก คราวต่อไป หากต้องการจำสิ่งใด
ให้คิดถึงสิ่งนั้นแล้วตีกรอบไว้ด้วยเส้นหนาสีดำ ใช้เวลาสักสองสาม
วินาที นึกถึงเรื่องนั้นอยู่ในกรอบสีดำ แล้วจินตนาการว่า นำภาพ
ในกรอบสีดำนั้นไปใส่ไว้ในกระเป๋าสตางค์ แล้วดึงภาพเข้า ๆ ออก ๆ
ทำซ้ำ ๆ สักห้าหรือหกครั้งในจินตนาการ ภายในเวลาเสี้ยววินาที
คุณก็จะจำสิ่งนั้นไม่มีวันลืม"
การปลูกฝังความเชื่อใหม่ สร้างกระบวนการคิดใหม่ และ
เรียนรู้ระบบความจำแบบใหม่
คุณสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านใดก็ได้ ไม่มีข้อจำกัด
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน การเรียน สุขภาพ การเงิน และความ
สัมพันธ์กับคนอื่น ๆ
ทั้งหมดนี้ คือการเปลี่ยนแปลงความเชื่อ ความคิด และความจำ
โดยการปลูกฝังความเชื่อใหม่ สร้างกระบวนการคิดใหม่ และ
เรียนรู้ระบบความจำแบบใหม่ ด้วยการเข้าควบคุมสมองของ
คุณเอง
การควบคุมสมองจะทำให้คุณสามารถเป็นคนใหม่ได้ ด้วยวิธีการ
ง่าย ๆ เพียงแต่คุณเปลี่ยนความเชื่อ ความคิด และการกระทำ
คุณก็จะเปลี่ยนทุกอย่างได้ แล้วคุณจะกลายเป็นคนมีพลังอย่าง
ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย สามารถสร้างผลงานที่โดดเด่นที่ไม่คิดว่า
จะเป็นไปได้ มีชีวิตที่เหลือเชื่อ คุณจะสดใส มองเห็นอนาคต
ที่น่าตื่นเต้น มีคนรักมากขึ้น มีมิตรภาพที่ไม่มีวันหมดสิ้น แล้ว
ชีวิตก็จะเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ความเครียด
ความกลัว วิตกกังวล หดหู่ หรือเศร้าหมอง ก็จะอยู่ภายใต้
การควบคุมของคุณและสามารถขจัดมันออกไปเมื่อไหร่ก็ได้
23/08/2016
10 ความรู้ทางการเงินเปลี่ยนชีวิต
1) วิธีปลดหนี้ดีที่สุดคือสร้างทรัพย์สิน
2) กระแสเงินสดสำคัญที่สุด
3) HIGH UNDERSTANDING, HIGH RETURN
4) การลงทุน คือ แผนการ
5) เงินวิ่งตามคุณค่า
6) ทรัพยากรทั้งโลกเป็นของเรา
7) กติกาพิเศษมีไว้สำหรับคนพิเศษ
8) ยิ่ง Share ยิ่งมั่งคั่ง
9) นิยามอิสรภาพทางการเงินที่แท้จริง
10) ความรู้ทางการเงินขั้นสูงสุด คือ การรู้จักและเข้าใจตัวเอง
#อิสรภาพทางความคิดยังมีไม่ได้ก็จงอย่าตะเกียกตะกายหาอิสรภาพทางการเงินเลย
10 ความรู้ทางการเงินเปลี่ยนชีวิต | The Money Coach: จักรพงษ์� เมษพันธุ์ MONEY COACH ON STAGE: ชาตินี้ไม่มีวันจน ในทอล์คโชว์ ผมได้เล่าถึง 10 ความรู้ทางการเงินที่ได้รับมาด้วยตัวเอง จากการเรียนรู้แบบ Street Smart (ข้างถนนนั่นเอง) คือ
17/07/2016
LIFE MASTERY
My Morning Ritual - How To Be Productive, Happy & Healthy Everyday Create Your Own Empowering Morning Ritual: http://www.morningritualmastery.com Watch my NEW Updated Morning Ritual: https://www.youtube.com/watch?v=OgRGJBpTO...
17/07/2016
หนังสือที่หาอ่่านมานาน อยู่ในบทสรุปเล่มนี้แล้ว
7 อุปนิสัยผู้ทรงประสิทธิผล (และเป็นนิสัยที่เราควรมี !)
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมได้มีโอกาสเข้ารับการเรียนรู้เรื่อง "The 7 Habits of Highly Effective People" หรือ "7 อุปนิสัย พัฒนาสู่ผู้มีประสิทธิผลสูง" รวมทั้งผมได้อ่านหนังสือเล่มนี้มาแล้ว จึงอยากจะนำมาข้อมูลมา share ให้พวกเราเพื่อเป็นประโยชน์ ซึ่งถึงแม้เป็นหลักสูตรที่มีมานานแล้ว แต่ยังใช้ได้ดีอยู่เสมอครับ โดยข้อความอาจจะยาวหน่อย แต่ผมคิดว่ามีประโยชน์ต่อท่านแน่นอนครับ ถ้าหมั่นฝึกกระทำ จนเป็นอุปนิสัยของเรา !!
The 7 Habits of Highly Effective People
ก่อนที่จะเข้าสู่อุปนิสัยที่ดี เราต้องเริ่มจากการปรับมุมมอง หรือ มีการมีกรอบความคิดต่อสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องก่อน เพราะคนเราแต่ละคนจะมีกรอบความคิดที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น การเลี้ยงดูที่ผ่านมา,ประสบการณ์, ทัศนคติ หรือ สภาพแวดล้อม ซึ่งหากเรามีกรอบความคิดที่ผิดไปแล้ว เราก็จะตีความ หรือ ดำเนินชีวิตไม่ถูกต้องไปทั้งหมด เปรียบเหมือนการมีแผนที่ที่ผิด ก็จะนำทางเราไปสู่ความผิดพลาด ดังนั้น สิ่งแรกเราต้องมั่นใจว่าเรามีกรอบความคิดที่ดี ที่ถูกต้อง ไม่มีอคติต่อสิ่งใด โดยเน้นความคิดที่สอดคล้องกับธรรมชาติ การอยู่ร่วมกันของมนุษย์ เช่น การมีความยุติธรรม, ซื่อสัตย์, จิตใจบริการ, ซื่อสัตย์ เป็นต้น
หลังจากเรามีกรอบความคิดที่ดีแล้ว เราก็จะสามารถพัฒนาอุปนิสัยที่ดี 7 ประการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอุปนิสัยทั้ง 7 ดังนี้
อุปนิสัยที่ 1 Be Proactive
คือ การที่เราเองต้องเป็นผู้ริเริ่ม กำหนด หรือ เลือก สิ่งต่าง ๆ ที่เราจะทำเอง เนื่องจากในการดำเนินชีวิตทุกวันของเรา จะมี "สิ่งเร้า" เข้ามากระทบเราอยู่เสมอ คนที่ Proactive จะมีสติในการคิดในการเลือกทางเลือกที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุด และพร้อมที่จะรับผลกระทบจากการตัดสินใจของตนเอง เพราะในการเลือกของตนเองได้มีการคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นแล้ว แต่คนที่ Reactive จะตอบสนองต่อสิ่งเร้า หรือเรื่องที่มากระทบโดยไม่ได้คิดให้ดี และเมื่อทำไปแล้วก็เกิดความทุกข์ใจ รวมทั้งเมื่อเกิดผลกระทบ ก็โทษสิ่งต่าง ๆ ว่าทำให้ตนเองต้องเป็นเช่นนี้
รวมทั้งในอุปนิสัยนี้ ยังพูดในเรื่องของสิ่งที่คนเรากังวล โดยปกติแล้วคนเรามักจะมีเรื่องกังวลมาก และทุกข์ใจไปหมด แต่ที่ถูกแล้วเราควรกังวลเฉพาะเรื่องที่เราจัดการได้ และหาทางป้องกันหรือแก้ไขปัญหานั้น หากเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้จริง ๆ เช่น เรื่องดินฟ้าอากาศ, เรื่องความคิดของคนอื่น เราก็ไม่ควรไปกังวลมาก เพียงแต่จัดการในสิ่งที่เราทำได้ให้ดีที่สุดเท่านั้น
เคล็ดลับ ชีวิตเรา เราต้องเป็นผู้กำหนด อย่าให้สภาพแวดล้อมต่าง ๆ มาทำให้เราไขว้เขว ต้องมั่นใจ ต้องมี "สติ" ในการเลือกทำอะไรทุกครั้ง และพร้อมจะรับผลจากสิ่งที่เราเลือกนั้นไม่ว่าดีหรือร้ายอย่างองอาจ
อุปนิสัยที่ 2 Begin with the End in Mind
คือ การนำผลลัพธ์สุดท้ายที่เราต้องการเป็นตัวตั้ง โดยสร้างให้เป็นภาพที่ชัดเจนในใจเรา จากนั้นให้เขียนออกมาให้ชัดเจน ซึ่งหากเราเห็นผลลัพธ์ที่เราต้องการได้ชัดเจนแล้ว เราก็จะสามารถแปลมาเป็นวิธีการที่จะทำให้ถึงเป้าหมายนั้นได้ง่าย เพราะเราจะเห็นว่าสิ่งใดที่จะทำให้เรามุ่งสู่เป้าหมายได้ และสิ่งใดไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายที่เราต้องการได้อย่างรวดเร็ว และไม่หลงทาง
ในหนังสือ "The Secret" ซึ่งมียอดขายถล่มทลายในอเมริกา และในไทย ได้พูดถึงเรื่องความลับของความสำเร็จว่า "ขอให้เรานึกถึงภาพแห่งความสำเร็จ โดยจินตนาการให้เห็นภาพนั้นอย่างชัดเจน และทำตนเองราวกลับว่าเราสำเร็จแล้ว ใช้ภาษาในการพูดกับตนเองในใจในทางบวก เช่น "เรามั่นใจ, เราเก่งขึ้น, เราสำเร็จ" หลีกเลี่ยงภาษาในทางลบ เช่น "วันนี้แย่จัง, ทำไมเราเหลวไหลอย่างนี้, เราสู้คนอื่นไม่ได้" หากเราทำได้แบบนี้แล้ว ภาพแห่งความสำเร็จที่เราจินตนาการไว้ จะเกิดขึ้นจริงได้ ซึ่งเป็นความลับที่มีในโลก!!!)
เคล็ดลับ คนเราต้องมีเป้าหมายในชีวิต ว่าสุดท้ายเราต้องการเป็นอะไร โดยเราต้องสร้างภาพนั้นออกมาให้ชัดเจน พยายามจินตนาการถึงภาพแห่งความสำเร็จในวันนั้นของเราว่าจะเป็นอย่างไร เขียนออกมาให้ชัดเจน และมุ่งมั่นตั้งใจในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่สำคัญที่สุดในชีวิตที่เราตั้งใจไว้แล้ว
อุปนิสัยที่ 3 Put First Things First
คือ การเลือกทำในสิ่งที่สำคัญก่อน ตามปกติ คนเราจะพบกับเรื่องต่าง ๆ 4 แบบ คือ
3.1 เรื่อง "สำคัญ" และ "เร่งด่วน"
3.2 เรื่อง "สำคัญ" แต่ "ไม่เร่งด่วน"
3.3 เรื่อง "ไม่สำคัญ" แต่ "เร่งด่วน"
3.4 เรื่อง "ไม่สำคัญ" และ "ไม่เร่งด่วน"
ตามปกติเราจะเลือกทำในเรื่องที่สำคัญและเร่งด่วน ตามข้อ 3.1 แต่จะทำให้เราเหนื่อยมาก เพราะมีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องให้ทำ ให้แก้อยู่ตลอด ดังนั้น เราต้องพยายามจัดสรรเวลามาทำในเรื่องที่ 3.2 คือเรื่องที่ "สำคัญ แต่ ไม่เร่งด่วน" ให้มาก ๆ ซึ่งเรื่องพวกนี้ได้แก่ เรื่องของการวางแผน การแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ, การป้องกันปัญหา โดยหากเราทำเรื่องพวกนี้ดี เรื่องเร่งด่วนต่าง ๆ ก็จะลดลง ทำให้เรามีสุขภาพจิตในการทำงานที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ได้มีการแนะนำให้จัดทำตารางเวลาว่าจะจัดทำอะไร โดยที่ดีควรเป็นตารางประจำสัปดาห์ว่าสัปดาห์นี้เรามีเรื่องสำคัญอะไรที่ต้องทำ
เคล็ดลับ เราทุกคนต่างมีเรื่องที่ต้องให้ทำมากมาย แต่คนที่มีประสิทธิภาพนั้น เขาจะมีการวางแผนที่ดี รู้ว่าเรื่องไหนสำคัญ เรื่องไหนไม่สำคัญ แล้วเลือกทำเรื่องที่ควรจะทำ ชีวิตเขาจึงดูไม่สับสนและวุ่นวาย แต่ผลลัพธ์ของเขากลับมีประสิทธิภาพมากกว่าคนที่ "ยุ่ง" อยู่ตลอดเวลา !
อุปนิสัยที่ 4 Think Win / Win
เป็นแนวคิดในเรื่องการทำงานหรือใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น ที่ต้องมีแนวคิดที่ชนะทั้งคู่
โดยไม่คิดว่า เราชนะแล้วเขาต้องแพ้ คือ เราได้เขาต้องเสีย หรือ เราเสียแล้วเขาจะได้
แนวคิดแบบ win win นี้เป็นแนวคิดในการแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน ให้ความร่วมมือกัน ไม่ใช่การแข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน โดยคนที่มีแนวคิดแบบ win win นี้ต้องคุณลักษณะคือ เป็นคนซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น, มีความใจกว้าง และมีวุฒิภาวะที่ดี
เทคนิคในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือ การสร้าง "บัญชีออมใจ" คือ การปฏิบัติตนต่อผู้อื่น ด้วยความมีน้ำใจ เอื้ออาทร ซื่้อสัตย์ รักษาสัญญา ซึ่งเหมือนเป็นการออมเงินไว้ จะทำให้ความสัมพันธ์ของเรากับผู้อื่้นเป็นไปด้วยดี ซึ่งความสัมพันธ์นี้ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า "ช้าแต่เร็ว" หมายความว่า การสร้างความสัมพันธ์ และความเชื่อมั่นต่อผู้อื่น ต้องใช้เวลา แต่เมื่อทำได้แล้ว ต่อไปเรื่องต่าง ๆ ที่จะทำด้วยกันก็จะง่าย เพราะต่างฝ่ายต่างมีความไว้วางใจ และเชื่อมั่นต่อกัน
เคล็ดลับ การที่เราจะชนะได้ ไม่จำเป็นต้องทำให้คนอื่นแพ้ เราต่างชนะไปพร้อม ๆ กันได้
และที่สำคัญ วันนี้เราสร้าง "บัญชีออมใจ" กับใครไว้บ้างหรือยัง?
อุปนิสัยที่ 5 Seek First to Understand, Then to Be Understood
คือ การเข้าใจผู้อื่นก่อนที่จะให้ผู้อื่นมาเข้าใจเรา ซึ่งทักษะที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้
เรามีอุปนิสัยนี้ คือ "การฟัง" ตามปกติคนเราจะชอบพูดมากกว่าชอบฟัง บางครั้งเราฟัง
แต่ไม่ได้ตั้งใจฟังจริง ฟังเพื่อรอคิวที่จะถึงเวลาเราพูด ดังนั้น เราจะสามารถเข้าใจผู้อื่นได้ดี เราต้อง "ฟังเพื่อให้เข้าใจ" ไม่ใช่ "ฟังเพื่อจะตอบ หรือเพื่อจะพูด"
เคล็ดลับ คนเรามักยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง อยากให้ใคร ๆ มาเข้าใจเรา แต่จริง ๆ แล้ว
คนที่มีเสน่ห์คือคนที่เข้าใจผู้อื่น ดังนั้น ฟังให้มากขึ้น พูดให้น้อยลง และที่สำคัญการฟังนั้น
ต้องฟังเพื่อเข้าใจผู้อื่นจริง ๆ
อุปนิสัยที่ 6 Synergize
คือ การผนึกพลังผสานความต่าง โดยการร่วมมือกันกับคนอื่นอย่างสร้างสรรค์
ยอมรับในคุณค่าของตนเอง แต่ต้องประมาณตน และไม่หลงตนเอง ที่สำคัญคือเราต้องเปิดใจ เข้าใจในความแตกต่างของผู้อื่น และำใช้ความแตกต่างนั้นให้เกิดประโยชน์ เหมือนกับ 1+1 ได้มากกว่า 2
เคล็ดลับ ยอมรับว่าความแตกต่างเป็นเรื่องธรรมดา และต้องคิดเสมอว่าเราจะนำจุดเด่นของแต่ละคน มาเสริมให้เกิดประโยชน์ซึ่งกันและกันได้อย่างไร
อุปนิสัยที่ 7 Sharpen the Saw
หมายถึง การต้องหมั่นพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เปรียบดุจคนตัดต้นไม้ พอคนเข้าไปถามว่าทำอะไรอยู่ก็ตอบว่า ตัดต้นไม้ คนถามต่อว่า คุณลับเลื่อยบ้างหรือเปล่า กลับตอบว่า ผมเร่งตัดต้นไม้ ทุกวันจนเหนื่อยแทบตายอยู่แล้ว ไม่มีเวลาไปลับเลื่อยหรอก เปรียบดุจพวกเราที่ทำงานหนักกันทุกวัน แต่ต้องหาเวลาไปพัฒนาตนเองด้วย ซึ่งจะทำให้เราสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น
การพัฒนาตนเองสามารถทำได้ใน 4 เรื่องคือ
- ด้านร่างกาย เช่น การออกกำลังกาย, การพักผ่อนที่เหมาะสม
- ด้านปัญญา เช่น การอ่านหนังสือ, การเดินทางหาประสบการณ์
- ด้านจิตวิญญาณ เช่น การอยู่กับธรรมชาติ, การได้ทบทวนเป้าหมายในชีวิต
- ด้านสังคม เช่น การสร้างวุฒิภาวะในการเข้าสังคม และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
เคล็ดลับ โลกหมุนเร็วไปทุกวัน เราต้องหมุนให้เร็วกว่าโลก หรือ อย่างน้อยต้องไม่ช้ากว่าโลก เมื่อก่อนมีคำว่า "ถ้าเราหยุด ก็เหมือนกับถอยหลัง" แต่ตอนนี้ "แค่เราเดิน
ก็เหมือนถอยหลังแล้ว เพราะคนอื่นเขาวิ่งกัน!! "
7 อุปนิสัยนี้ ทำแล้วไม่ได้บอกว่าเราจะเป็นผู้สำเร็จในชีวิต แต่จะพัฒนาเราให้มีประสิทธิผลที่สูงขึ้น โดยพัฒนาเราจากการที่เป็นคนที่ "ต้องพึ่งคนอื่น" สู่การเป็นคนที่สามารถ "พึ่งพาตนเองได้" จากนั้นพัฒนาสู่เป้าหมายการ "พึ่งพาซึ่งกันและกัน" การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นอย่างมีความสุข ดังนั้น ต้องถามตัวเองครับว่า วันนี้อุปนิสัยของเราเป็นแบบผู้ที่มีประสิทธิผลหรือยัง ?!?
☆☆☆☆☆☆☆☆
ติดตามคำคม ข้อคิด เรื่องราวดีๆ แบบนี้ได้ที่
Line@ :
คลิก ! >> http://line.me/ti/p/%40leaderquote
อิสระภาพทางการเงินไม่ได้มองเห็นด้วยตา แต่ต้องใช้ใจมอง
วันนี้ เราพร้อมมีอิสระภาพทางการเงินหรือยัง ?
คำตอบคือ : พร้อมแล้ว แต่เรามีปัญหาอะไรที่ยังไม่ทำให้เราสู่จุดนั้น
สิ่งสำคัญที่ฉุดรั้งตัวของผมไว้คือ การขาดระเบียบวินัย
นี้ทำให้ผมเสียเวลาไปกับ สิ่งที่ไร้สาระและไม่เกิดประโยชน์
ในวันที่ 14/07/59 นี้ ผมขอ ประกาศเป้าหมายว่า
"ผมจะเลิกเล่นเกมส์ เป็นเวลา 2 ปี เพื่อตามหาอิสระภาพทางการเงินและจะกลับมาเล่นเกมส์อย่างสบายใจไปตลอดชีวิต"
ถ้าคุณยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้คุณจะผู้อื่นให้มีอิสระภาพทางการเงินได้อย่างไร ?
12/07/2016
UNLOCK MetaTrader 4 Part 1/2
การใช้โปรแกรม MetaTrader 4 (MT4) part 1/2 [ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ Forex ] TradeMillion13Thai การใช้โปรแกรม MetaTrader 4 (MT4) part 1/2 เพื่อความคมชัดสูงสุดสามารถปรับได้ถึง HD 1080p เนื้อหา ทำความเข้าใจเกี่ยวกับแถบคำสั่งต่างๆที่อยู่ในโปรแกรม MetaTrade...
ที่ตั้ง
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
510/32
Bangkok
10500