31/12/2022
Update: 31/12/65
ก. อาราบิก้าดอยปางขอนหมดนะครับ (เดือนหน้าว่ากันใหม่ครับ)
ข. อาราบิก้า NAP แม่จันใต้หมดนะครับ (เดือนหน้าว่ากันใหม่ครับ)
ค. เรดคาตวยหยุนง่านหมดนะครับ (เดือนหน้าว่ากันใหม่ครับ)
------------------------
(1) โรบัสต้าชุมพร (โรบัสต้า อำเภอสวี จังหวัดชุมพร)
250 กรัม 100 บาท
500 กรัม 195 บาท
750 กรัม 285 บาท
1 กิโลกรัม 370 บาท
(2) ปางขอน-ชุมพรเบลนด์ (อาราบิก้า ดอยปางขอน จังหวัดเชียงราย + โรบัสต้า อำเภอสวี จังหวัดชุมพร)
2̶5̶0̶ ̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶1̶2̶0̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
5̶0̶0̶ ̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶2̶3̶0̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
7̶5̶0̶ ̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶3̶3̶0̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
1̶ ̶ก̶ิ̶โ̶ล̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶4̶2̶0̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
(3) อาราบิก้าดอยปางขอน (อาราบิก้า ดอยปางขอน จังหวัดเชียงราย)
2̶5̶0̶ ̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶1̶4̶5̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
5̶0̶0̶ ̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶2̶7̶5̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
7̶5̶0̶ ̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶3̶9̶0̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
1̶ ̶ก̶ิ̶โ̶ล̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶4̶9̶0̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
(4) เรดคาตวยหยุนง่าน (อาราบิก้า พันธุ์เรดคาตวย เมืองหยุนง่าน รัฐฉาน ประเทศพม่า)
2̶5̶0̶ ̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶1̶8̶0̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
5̶0̶0̶ ̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶3̶3̶0̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
7̶5̶0̶ ̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶4̶5̶0̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
1̶ ̶ก̶ิ̶โ̶ล̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶5̶4̶0̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
(5) ทิปิก้าบอละเวน (อาราบิก้า พันธุ์ทิปิก้า ที่ราบสูงบอละเวน ประเทศลาว)
250 กรัม 180 บาท
500 กรัม 330 บาท
750 กรัม 450 บาท
1 กิโลกรัม 540 บาท
(6) อีเห็นเบลนด์ วัน (อาราบิก้าหมักเลียนแบบกระเพาะอีเห็น + อาราบิก้า ดอยปางขอน จังหวัดเชียงราย + โรบัสต้า อำเภอสวี จังหวัดชุมพร)
̶2̶5̶0̶ ̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶2̶0̶0̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
5̶0̶0̶ ̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶3̶6̶0̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
7̶5̶0̶ ̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶4̶8̶0̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
1̶ ̶ก̶ิ̶โ̶ล̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶5̶6̶0̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
(7) อีเห็นเบลนด์ ทู (อาราบิก้าหมักเลียนแบบกระเพาะอีเห็น + โรบัสต้า อำเภอสวี จังหวัดชุมพร)
250 กรัม 250 บาท
500 กรัม 450 บาท
750 กรัม 600 บาท
1 กิโลกรัม 700 บาท
(8) อาราบิก้า NAP บ้านแม่จันใต้ (อาราบิก้า Natural Anaerobic Process บ้านแม่จันใต้ จังหวัดเชียงราย)
2̶5̶0̶ ̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶2̶8̶5̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
5̶0̶0̶ ̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶5̶1̶5̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
7̶5̶0̶ ̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶6̶9̶0̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
1̶ ̶ก̶ิ̶โ̶ล̶ก̶ร̶ั̶ม̶ ̶8̶1̶0̶ ̶บ̶า̶ท̶ (หมด)
(9) พิกุลสุนทร ลูนาร์เบลนด์
• ฟิงก้า มอนเตบลังโก้ บ่มในถังวิสกี้ โคลัมเบีย - คั่วกลางอ่อน
• โรบัสต้า Natural Process, ชุมพร - คั่วกลางเข้ม
• อาราบิก้าดอยปางขอน หมักเลียนแบบกระเพาะอีเห็น - คั่วกลางเข้ม
• อาราบิก้า Natural Anaerobic Process ดอยปางขอน - คั่วกลางอ่อน
250 กรัม 325 บาท
500 กรัม 585 บาท
750 กรัม 780 บาท
1 กิโลกรัม 910 บาท
(10) เรดอาคาญา มันติเกรา (อาราบิก้า พันธุ์เรดอาคาญา เทือกเขามันติเกรา ประเทศบราซิล)
250 กรัม ปรกติ 3̶8̶0̶ บาท โปรโมชั่น 350 บาท
500 กรัม ปรกติ 6̶9̶0̶ บาท โปรโมชั่น 630 บาท
750 กรัม ปรกติ 9̶3̶0̶ บาท โปรโมชั่น 840 บาท
1 กิโลกรัม ปรกติ 1̶,̶1̶0̶0̶ บาท โปรโมชั่น 980 บาท
(11) คาทูร์รา-เบอร์บอน เซร์ราโด (อาราบิก้า พันธุ์คาทูร์ราและเบอร์บอน เกรด NY2 Fine Cup ชีวนิเวศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนเซร์ราโด ประเทศบราซิล)
250 กรัม 395 บาท
500 กรัม 715 บาท
750 กรัม 960 บาท
1 กิโลกรัม 1,130 บาท
------------------------
หมายเหตุ:
(ก) ระดับการคั่วที่มีให้บริการ:
คั่วอ่อน (อุณหภูมิในการคั่วไม่สูงไปกว่า 150°C)
คั่วกลางอ่อน (อุณหภูมิในการคั่วไม่สูงไปกว่า 170°C)
คั่วกลาง (อุณหภูมิในการคั่วไม่สูงไปกว่า 190°C)
คั่วกลางเข้ม (อุณหภูมิในการคั่วไม่สูงไปกว่า 210°C)
คั่วเข้ม (อุณหภูมิในการคั่วไม่สูงไปกว่า 230°C)
หากต้องการให้คั่วแบบพิเศษ สามารถแจ้งได้ โดยในกรณีของเมล็ดกาแฟเบลนด์ สามารถเลือกระดับการคั่วได้มากกว่า 1 ระดับ ตามชนิดของกาแฟแต่ละตัว
(ข) บริการบด: 25 บาทต่อปริมาณ 250 กรัม ตามอุปกรณ์ชงที่แจ้ง
(ค) ค่าจัดส่ง 50 บาทสำหรับทุกๆ การสั่งซื้อ
(ง) ตัวเลือกสินค้าจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอตามช่วงเวลา เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
02/01/2022
ผู้เล่นหมากล้อมแต่ละคน แต่ละช่วงเวลา มอง "ยุทธภูมิ" การเล่นหมากล้อมต่างระดับกัน ไล่ตั้งแต่จุดเล็กๆ จุดเดียวในกระดาน.. บริเวณเล็กๆ.. บริเวณใหญ่ๆ.. เรื่อยไปจนถึงจุดใหญ่ๆ จุดเดียวในระดับจักรวาล ที่จริงๆ อาจเป็นเพียงจุดเล็กๆ จุดเดียวในกระดานที่ใหญ่กว่าเดิมก็เป็นได้
แต่ไม่ว่ายังไง แต่ละระดับก็มีขอบเขตของตัวเอง ที่นำไปเปรียบเทียบกับขอบเขตอื่นๆ ที่ต่างกันได้อยู่ดี และเมื่อขึ้นชื่อว่าหมากล้อมแล้ว เราก็ตัดสินกันที่กระดานหมากล้อมท้้งกระดาน ถ้าคุณกำลังเล่นหมากล้อม ยุทธภูมิของคุณก็คือกระดานหมากล้อมทั้งกระดานเท่านั้น
. ติดต่อสอบถามเรื่องเรียนหมากล้อมได้ที่กล่องข้อความ หรือที่เบอร์ 06-4635-2951 นะครับ (เบอร์เก่าไม่ได้ใช้แล้ว)
[ภาพ: Wikipedia]
30/07/2021
วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคมนี้ 9:00 - 9:30 เตรียมตัวติดตามไลฟ์สอนหมากล้อมขั้นพื้นฐานตั้งแต่จุดเริ่มต้นทางเพจนี้นะครับ และจากนั้นพบกันได้ทุกวันอาทิตย์เวลาเดิม จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครับ
13/11/2020
โรงเรียนหมากล้อมกระเรียนป่า รับสมัครผู้เรียนหมากล้อม
เสริมสร้างสมาธิ ขัดเกลาความคิด
ผู้สอนมีประสบการณ์เล่นหมากล้อมกว่า 18 ปี
อัตราค่าเรียน: ชั่วโมงละ 100 บาท
พิเศษ: เหมาทั้งวัน 300 บาท
โรงเรียนอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าบางหว้าประมาณ 800 เมตร
โทร: 08-5067-3647
อีเมล: [email protected]
เพจ Facebook: Forest Crane Weiqi School
หรือติดต่อทางกล่องข้อความ
30/05/2020
การเล่นแบบ "ธรรมชาติ" ตามสไตล์ของ Masaki Takemiya ครับ
“โกะแนวจักรวาล”
แนวคิดการเปิดเกมและกลยุทธ์ของ “ทาเกมิยะ มาซากิ”
ในหนังสือมากมายที่ตีพิมพ์เกี่ยวกับสไตล์การเล่นของ ทาเกมิยะ มาซากิ 9 ดั้ง มีหนังสือชุดหนึ่งที่กล่าวโดยอาจารย์เอง ผู้ซึ่งเป็นต้นตำรับแห่งโกะแนวจักรวาล ถูกตีพิมพ์โดยนิฮงคิอิน (สมาคมหมากล้อมญี่ปุ่น) ในปี ค.ศ. 1989 มีทั้งหมด 3 เล่ม เรียกว่า "Takemiya's Go World"
เล่มแรกชื่อว่า "Basic Knowledge for the Cosmic Style" หรือความรู้เบื้องต้นสำหรับโกะแนวจักรวาล เล่มที่ 2 ชื่อว่า "Important Strategies in the Cosmic Style" หรือกลยุทธ์สำคัญของโกะแนวจักรวาล เล่มที่ 3 ชื่อว่า "Selection of Cosmic Style Masterpieces" หรือผลงานชิ้นสำคัญของโกะแนวจักรวาล
ต่อจากนี้ เป็นบทสรุปแนวคิดของการเปิดเกมสไตล์ทาเกมิยะ ที่นำมาจากเนื้อหาสำคัญของหนังสือชุดดังกล่าว
1. รูปแบบธรรมชาติ
"โกะแนวจักรวาล" คำเรียกนี้ ไม่ได้เป็นวลีในความคิดของทาเกมิยะ เขาเรียกสไตล์การเล่นนี้ว่า "รูปแบบธรรมชาติ" แม้ว่าการเดินหมาก ของเขาจะดูแปลกสำหรับคนอื่น เขาไม่ได้พยายามที่จะหาหมากที่แปลกประหลาด แต่รูปแบบสไตล์การเล่นของเขาถูกเข้าใจผิด เพราะคนส่วนใหญ่จำกัดแนวคิดและทัศนคติของตัวเองอยู่ในกรอบมากเกินไป ..และทัศนคติที่ผิดมากที่สุดคือ การคิดว่าโกะในสไตล์ของทาเกมิยะนั้น มุ่งขยายกรอบดินแดนให้กว้าง และทำให้คู่ต่อสู้อิจฉา และชักชวนให้คู่ต่อสู้บุกเข้ามาแล้วฆ่า แนวทางที่จะทำให้คู่ต่อสู้อิจฉา ไม่ใช่การสร้างโมโย (กรอบดินแดนขนาดใหญ่) แต่เป็นการสร้างอิทธิพลแผ่ขยายเข้าสู่ศูนย์กลาง ..ทาเกมิยะไม่เคยคิดที่จะสร้างโมโยกลางกระดาน เพราะถ้าเขาคิดเช่นนั้น ย่อมเป็นการง่ายสำหรับคู่ต่อสู้ยิ่งนัก ที่จะหยุดยั้งความคิดของเขา เขาเพียงแต่เล่นไปตามธรรมชาติ ..ถ้าเจตนาการเล่นของเขา มุ่งหวังเพื่อสร้างโมโย มันจะเป็นการยากมาก ที่จะปกป้องกรอบดินแดนไว้ และนักหมากล้อมมืออาชีพก็สามารถเล่นการรบ (Fighting) ได้ดีมากเสียด้วย รูรั่วเพียงเล็กน้อยของโมโย สามารถใช้ ประโยชน์เพื่อทำลายดินแดนได้มากอย่างคาดไม่ถึง แต่การพัฒนาโมโย แบบธรรมชาติมีความยืดหยุ่นได้สูง ผู้คนขนานนามโมโยของเขาว่า "จักรวาล" เพราะพวกเขายึดติดกับดินแดนขนาดใหญ่มากเกินไป ..การทำความเข้าใจต่อไปนี้ จะเป็นพื้นฐานสำคัญ ของความเข้าใจใน โกะแนวจักรวาล นักหมากล้อมมือสมัครเล่นมากมายเหลือเกิน ที่สร้างโมโยขนาดใหญ่ขึ้นมา แล้วคิดว่าเขากำลังเล่นตามสไตล์ของทาเกมิยะ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่
2. ชนะด้วยการรบ
อาจารย์มืออาชีพคนแรกของทาเกมิยะคือ ทานากะ มินาอิจิ ซึ่งมีสไตล์การเล่นแบบสู้รบกลางกระดาน ทาเกมิยะถูกเคี่ยวเข็ญเสมอว่า "อย่าชนะด้วยดินแดน จงชนะด้วยการรบ" และนั่นคือสไตล์การเล่นของทาเกมิยะ ..เขาไม่ได้มุ่งหวังดินแดน มันจะได้มาเองโดยธรรมชาติ จากการสู้รบ การสู้รบเริ่มที่มุมและด้านข้างกระดาน มันจะเป็นอิทธิพลเข้าสู่กลางกระดานโดยธรรมชาติ นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมกลางกระดานจึงดูสำคัญสำหรับเขามากนัก ..แต่เขาก็ไม่ใช่ "นักรบ" อย่างเดียว ในหมู่นักเล่นโกะสไตล์การเล่นของทาเกมิยะเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งปัจจัยก็มีหลายสาเหตุ ทาเกมิยะ เองก็ไม่แน่ใจว่าปัจจัยเหล่านั้นมีอะไรบ้าง แต่ปัจจัยหนึ่งที่เขาแน่ใจว่าสำคัญก็คือการเล่นแบบ "ธรรมชาติ" ของเขา เขาจะยึดถือความเป็นอิสระมากกว่า แนวคิดที่ยึดติด "กลางกระดานเป็นที่ที่จะทำฝันให้เป็นจริงได้"
3. จักรวาลมีไว้โจมตี
การรบส่อเป็นนัยถึงการโจมตี ..หากคุณจะโจมตี สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ ทำให้กลุ่มหมากของคุณเองปลอดภัยเสียก่อน ถ้ากลุ่มหมากของคุณมี จุดอ่อนการโจมตีจะล้มเหลว ผู้เล่นที่สร้างหมากอย่างแข็งแรง การโจมตีที่ดีที่สุดก็คือทำให้กลุ่มหมากของเขารวมกันอยู่อย่างหนาแน่นจนขาดประสิทธิภาพ และลดทอนพื้นที่ของเขาให้เหลือเพียงเล็กน้อย แต่ในสไตล์การเล่นของทาเกมิยะ เขาเองจะเป็นฝ่ายสร้างดินแดนขนาดใหญ่ก่อน ทำให้คู่ต่อสู้ต้องบุกเข้ามา แล้วสู้รบกัน ถ้าคู่ต่อสู้ไม่บุกจะต้องแพ้เพราะทาเกมิยะจะชนะด้วยกรอบดินแดนขนาดใหญ่กว่า ..ถ้าใครต้องการที่จะเล่นแบบสไตล์การเล่นของทาเกมิยะ จะต้องเรียนรู้การรบ (Fighting) เสียก่อน แต่ถ้าไม่เก่งการรบก็ต้องเรียนรู้ให้เก่งให้ได้อยู่ดี นั่นหมายความว่าคุณจะเรียนรู้ที่จะเล่นหมากที่แข็งแกร่ง และรูปร่างที่หนาแน่น แล้วคุณจะเรียนรู้ไปเองเกี่ยวกับการโจมตี และการเล่นจุดสำคัญ รวมทั้งการทำอย่างไร ที่จะทำให้การโจมตีสัมฤทธิ์ผลมากที่สุด
4. รูปแบบของธรรมชาตินั้นสวยงาม
โกะของ โอตาเกะ ฮิเดโอะ เป็นบทสรุปของความสวยงามของโกะ ทาเกมิยะพยายามที่จะได้เล่นกับเขา โอตาเกะจะไม่เล่นหมากที่ดูน่าเกลียด เพื่อแลกกับความชื่นชมหรือเงินทอง (จากการชนะในการแข่งขัน) ก็มีมืออาชีพบางท่าน ที่เล่นหมากที่ดูน่าเกลียดทั้งๆ ที่รู้อยู่ เพื่อทำให้สถานการณ์สับสน และยับยั้งไม่ให้คู่ต่อสู้เล่นตามสไตล์ของตัวเองได้ โอตาเกะจะไม่ทำ อย่างนั้น นั่นคือโกะของเขา
5. เล่นด้วยความรู้สึก
ทาเกมิยะเล่นโกะทั้งกระดานด้วย "ความรู้สึก" เขาจะไม่คำนวณหรือพยายามที่จะหาเหตุผลว่าทำไมเขาจึงเล่นหมากนั้น เขาจะเชื่อในความรู้สึกของตัวเอง คุณจะสามารถเล่นหมากที่ถูกต้องตามสไตล์ของคุณมากยิ่งขึ้น หากคุณเล่น ตามความรู้สึกของคุณเองว่าควรเล่นจุดไหน แม้ว่าคุณจะสามารถคำนวณพื้นที่ได้ แต่คุณไม่สามารถคำนวณความหนาแน่น, ความแข็งแกร่ง และอิทธิพลได้ คุณต้องเชื่อในญาณของคุณ คุณอาจจะเล่นหมากที่ผิดพลาดแต่ดูน่าประทับใจ หากคุณเล่นตามความรู้สึกของตัวเอง การแก้ไขข้อผิดพลาดก็คือ หมั่นขัดเกลาญาณของคุณให้ดี
6. การทำให้กลุ่มหมากมีชีวิต
ทาเกมิยะเป็นผู้ที่เชื่อในคติของจีนอย่างเหนียวแน่น คตินั้นคือ จุดมุ่งหมายไม่ใช่เพื่อชนะด้วยดินแดน แต่เป็นการชนะด้วยการวางหมากให้มีชีวิตบนกระดานต่างหาก ความแตกต่างของความรู้สึกนี้ จะมีผลต่อความรู้สึกที่คุณจะต้องใช้ในข้อ 5. คตินี้หมายความว่า "เราจะสามารถทำอย่างไรให้มีกลุ่มหมากที่มีชีวิตให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้บนกระดาน" ซึ่งต่างจาก "เราจะทำอย่างไรให้ได้ดินแดนมากกว่าคู่ต่อสู้" ซึ่งข้อหลังนี้จะเน้นย้ำในคติการเล่นของญี่ปุ่น ที่เน้นมุมและข้าง ทาเกมิยะจึงไม่ยึดติดกับการสร้างดินแดน แต่เป็นการพัฒนา ให้ตำแหน่งการเล่นของเขา เป็นหมากที่ใหญ่ขึ้น และผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นโมโย เสมอ
7. ความหนาแน่น
"จักรวาล" มีพื้นฐานมาจาก "ความหนาแน่น" คุณค่าของความหนาแน่น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปร่างของกลุ่มเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่า เราจะสามารถนำความหนาแน่น นั้นไปใช้ประโยชน์ได้มากน้อยแค่ไหนด้วย เป็นไปไม่ได้ที่จะคำนวณคุณค่าของความหนาแน่นได้ แต่ที่แน่นอนก็คือ ถ้ามีกลุ่มหมากที่หนาแน่นแข็งแกร่ง แต่ไม่สามารถนำมันมาใช้ประโยชน์ได้ ค่าของมันก็จะกลายเป็นศูนย์ ..ผู้เล่นบางคนหลีกเลี่ยงที่จะสร้างความหนาแน่นของหมาก เพราะว่ามันไม่สามารถคำนวณหาค่าได้ ผู้เล่นที่ชอบความหนาแน่นจะต้องเป็นคนที่มองการไกล มองในมุมที่กว้างไกลออกไป และไม่หวังในชัยชนะเร็วเกินไป เขาจะได้หัวเราะเป็นคนสุดท้าย ..การเล่นโกะแบบสร้างดินแดนและทิ้งกลุ่มหมากบางกลุ่มที่อ่อนแอไว้ เป็นโกะสไตล์ที่มีความกังวล ไม่ใช่โกะในฝัน โกะแนวจักรวาลเป็นการพัฒนา ที่ต้องใช้เวลา ถ้าคู่ต่อสู้บุกเข้ามาในโมโย ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องคิดถึงการฆ่าเขาเท่านั้น นั่นอาจจะเป็นการรีบร้อนที่จะชนะมากเกินไป เพียงพอแล้วกับการที่จะโจมตีเขาในขณะเดียวกันก็สร้างกำไรไปเรื่อยๆ ..ตอนจบจะ Happy Ending
8. ใช้โกะแนวจักรวาลให้ได้ชัยชนะอย่างไร
การเล่นอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการเล่นของคู่ต่อสู้ด้วยว่าเขาเล่นอย่างไร แต่ก็สามารถดูตัวอย่างการเล่นที่เป็นแบบอย่างเพื่อประยุกต์ได้ ซึ่งได้ยกเป็นตัวอย่างศึกษาพร้อมอธิบายไว้แล้วในหนังสือ รูปแบบการเล่นกับคู่ต่อสู้เป็นไปได้หลายแนวทาง เช่นคู่ต่อสู้อาศัยอยู่นอกโมโย แล้วสร้างดินแดนแข่งกัน หรือคู่ต่อสู้บุกเข้ามาในโมโย ซึ่งเราจะโจมตีให้เป็นกลุ่มหมากที่อ่อนแอ แล้วทรมานโดยแสวงหากำไรจากการโจมตีไปเรื่อยๆ ไม่ต้องถึงกับฆ่าก็เพียงพอแล้ว เมื่อโมโยของคุณถูกทำให้เล็กลง คุณต้องหากำไรจากการโจมตีที่จะชดเชย อย่างไรก็ดี ก็มีโกะแนวจักรวาลมากทีเดียว ที่แพ้ชนะกันในช่วง End Game ..โกะแนวจักรวาลไม่ใช่ทางที่จะนำคุณสู่ชัยชนะอย่างง่ายดาย แต่มันเป็นรูปแบบที่รวบรวมหมากทั้งหมดของคุณให้เป็นหนึ่งเดียว
ที่มา: nikitolnw.blogspot.com/2009/02/blog-post_9548.html?m=1
รูปภาพ: tokidokiyuki.fr/stage-go-nihon-ki-in
ทาเกมิยา มาซากิ
wikipedia.org/wiki/Masaki_Takemiya
senseis.xmp.net/?TakemiyaMasaki
โอตาเกะ ฮิเดโอะ
wikipedia.org/wiki/Hideo_Otake
senseis.xmp.net/?OtakeHideo
28/05/2020
โกะกับหุ้น
แง่มุมหนึ่งที่ชัดเจนที่สุด โกะหรือหมากล้อมเป็นเกมแห่งการแลกเปลี่ยนครับ หมากดำวางก่อนหนึ่งตาเพื่อจองพื้นที่ จากนั้นหมากขาวก็วางบ้างหนึ่งตาเพื่อจองพื้นที่ของตนบ้าง สลับกันไปเรื่อยๆ อย่างนี้ ซึ่งก็คือการแลกเปลี่ยนสนทนากันตลอดทั้งกระดานนั่นเองครับ
คุณค่าในการวางหมากแต่ละตาเดินเป็นเรื่องของ "ประสิทธิภาพ" ครับ ในแง่ของการแลกเปลี่ยน ประสิทธิภาพก็คือการลงทุนที่น้อยที่สุดเพื่อให้ได้ผลกำไรที่มากที่สุด ซึ่งก่อนจะได้ผลกำไรที่มากที่สุดเนี่ย ผู้เล่นจะต้องศึกษาปัจจัยต่างๆ ให้เข้าใจเพียงพอเสียก่อน จึงจะสร้างประสิทธิภาพออกมาได้
. ซึ่งหุ้นเองก็เป็นแบบนั้นนั่นล่ะครับ
[Image by: Christian DeWolf]
17/11/2019
เรียนรู้หมากล้อมจาก "โศกนาฏกรรม" : ความจริงและหลักจริยธรรมจาก "กฎโค (Rule of Kō)" ในหมากล้อม
ตัวอักษรคันจิ 劫 อ่านว่า "โค (kō, kou)" หมายถึงช่วงเวลายาวนานอันหาทึ่สุดไม่ได้ (eternity, กลฺป [สันสกฤต]) บ้างก็หมายถึงลาง (threat) และบ้างก็หมายถึงทั้งสองความหมายในเวลาเดียวกัน
จากภาพ (credit: grandpappy.org) จะเห็นว่าหมากขาวที่ลูกศรเลข 2 ชี้จะถูกจับกินได้ ถ้าดำวางที่ 1 แต่ถ้าดำจับขาวกิน ดำที่ตำแหน่ง 1 ก็จะตกอยู่ในสภาพเดียวกับขาวที่ตำแหน่ง 2 คือ ขาวจะจับกินดำ 1 ได้ที่ตำแหน่ง 2 ซึ่งเมื่อขาวจับกินดำแล้วก็จะกลับสู่ตำแหน่งเดิมของภาพ และจะเป็นอย่างนี้เรื่อยไป ไม่มีจุดจบ จนกระทั่งมีกฎโคหรือ "กฎแห่งกัลป์" (Rule of Kō) (คำว่า "กฎแห่งกัลป์" ในที่นี้เป็นคำของผมเอง คำภาษาไทยที่ใช้กันทั่วไปคือ "กฎโคะ" ซึ่งออกเสียงคำว่า "โคะ" ไม่ตรงกับคำดั้งเดิมในภาษาญี่ปุ่น "劫 (โค)" เท่าที่ควร)
กฎโคหรือกฎแห่งกัลป์ คือการชี้ให้เห็นว่าภาวะไม่สิ้นสุด ไม่มีประโยชน์ ด้วยการห้ามผู้เล่นจับกินกันไปมาอย่างไม่สิ้นสุดเช่นนี้ แต่ต้องวางหมากที่ "อื่น" ก่อนหนึ่งตา จึงจะกลับมาจับกินหมากใน 劫 อันที่พักไว้อยู่กลับคืนได้ นี่ทำให้ระหว่างเวลาชั่วนิรันดร์มีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่น่าเบื่อปะปนเข้ามาด้วย
ตามที่กล่าวกันในวงการหมากล้อม ว่าหมากล้อมเป็นสื่อการสื่อสารประเภทหนึ่งที่เรียกว่า "hand talk" สภาวะ 劫 ในเกมหมากล้อมก็ย่อมมีความหมายถึง "ความจริง" บางอย่างในโลกนอกกระดานหมากล้อมด้วย แต่อะไรคือ "ช่วงเวลายาวนานอันหาทึ่สุดไม่ได้" ดูเหมือนเราทำได้แค่นึก หรือจินตนาการถึงมัน 劫 คือสิ่งที่เป็นไปได้ในจินตนาการที่ไม่เคยมีอยู่จริง แต่มันก็มีจริงอยู่ในจินตนาการ (ดังนั้นน่าสนใจว่าความจริง และการมีอยู่จริง สำหรับมนุษย์ เป็นเรื่องของโลกกายภาพ หรือ "โลกแห่งความคิด" กันแน่)
อย่างไรก็ตาม กฎโคบอกว่า 劫 "ไม่ควร" มีอยู่จริงในโลกกายภาพ คล้ายกับคำพูดที่ว่า "เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร" ซึ่งยอมรับกฎโคไว้แล้ว เพราะการ "ไม่ระงับ" จะนำไปสู่ภาวะ 劫 ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น แม้แต่ส่วนหนึ่งของภาวะ 劫 ที่เกิดขึ้นจริงในโลกกายภาพแล้ว หรือที่กำลังเกิดขึ้น หรือที่ยังไม่เกิด จะอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์
ดังนั้น การโต้ตอบไปมาในลักษณะเดิมๆ อย่างไม่มีจุดจบจึงไม่มีประโยชน์ เราต้องหยุดโศกนาฏกรรมครับ ไม่ใช่ทำให้มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
*ขอบคุณภาพจาก grandpappy.org
31/08/2019
ตัวอย่างของปัญหาในการโจมตีสองทาง
ตัวอย่างของปัญหาในการโจมตีสองทางวันนี้ค่อนข้างจะคลาสสิกครับ มาจากประวัติศาสตร์สามก๊กที่เราน่าจะรู้จักกันดีนั่นเอง การโจมตีสองทางที่ว่านี้ เกิดจากการใช้แผนยุทธศาสตร์ที่ผิดพลาดของขงเบ้งครับ (ต้องเข้าใจว่าขงเบ้งตัวจริงในประวัติศาสตร์ไม่ได้เป็นยอดกุนซือเหมือนในนิยายนะครับ)
แผนยุทธศาสตร์ที่ทำให้เกิดความเป็น "สามก๊ก" อย่างเป็นทางการในประวัติศาสตร์จีน (ค.ศ. 220) ก็คือแผนที่เรียกกันว่า "แผนยุทธศาสตร์หลงจง (隆中對)" ครับ คนที่คิดแผนยุทธศาสตร์นี้จริงๆ คือโลซก (魯肅) กุนซือของง่อก๊ก ส่วนคนที่เสนอให้เจ้านายของตนใช้ก็คือจูกัดเหลียง (諸葛亮) - ขงเบ้ง (孔明) กุนซือของจ๊กก๊ก
ตอนที่ขงเบ้งเสนอแผนยุทธศาสตร์นี้ก็กะว่าจ๊กก๊กจะรวมแผ่นดินจีนได้เลย แต่กลายเป็นว่าจ๊กก๊กล่มสลายเป็นก๊กแรกครับ ปัญหาหลักของการใช้แผนยุทธศาสตร์หลงจงของขงเบ้งก็คือ หนึ่ง การขาดแคลนทรัพยากรมนุษย์ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ สอง ลักษณะของตัวแผนยุทธศาสตร์หลงจงเอง
จะขอเน้นไปที่ลักษณะของตัวแผนยุทธศาสตร์หลงจงนะครับ ลักษณะที่สำคัญที่สุดก็คือการโจมตีสองทาง คือจากดินแดนแถบตะวันตกเฉียงใต้ เน้นโจมตีวุยก๊กทางภาคเหนือ แต่ก็โจมตีง่อก๊กทางตะวันออกเฉียงใต้ไปด้วย (แผนยุทธศาสตร์นี้ใช้หลังยุทธการที่ผาแดง ซึ่งโลซกกับขงเบ้งเคยร่วมมือกัน สิ้นสุดลงแล้ว)
การโจมตีสองทางทำให้กำลังการโจมตีอ่อนแอทั้งสองทางครับ ทำให้สุดท้ายจ๊กก๊กเสียเมืองเกงจิ๋ว (Jīngzhōu - 荆州) ซึ่งเป็นเมืองหลักที่สำคัญที่สุดของตนไป จนสุดท้ายก็คุมอะไรไม่ได้ ล่มสลายไปในที่สุดครับ
ขอให้จำไว้ให้ดีนะครับ การโจมตีสองทางมีผลเสียมากมายเมื่อประเมินกำลังไม่ดี และส่วนใหญ่ก็มีแต่คนที่ถูกความโลภเข้าครอบงำที่คิดจะโจมตีสองทางครับ.. โจมตีไปทางเดียวให้ดีย่อมประเสริฐกว่าแน่นอนครับ
[ภาพจาก: http://samgokhistory.blogspot.com/2017/07/blog-post_11.html?m=1 ]
10/08/2019
ทำไมเราจึงควรรินเบียร์ช้าๆ?
ถึงตอนนี้ผมจะไม่(ค่อย)ดื่มแอลกอฮอล์ แต่ผมก็เคยรินเบียร์ใส่แก้วนะครับ ตอนแรกๆ ที่รินเบียร์ใส่แก้ว ผมก็ "เท" เบียร์เหมือนเทน้ำใส่ลงไปในแก้ว ผลที่ออกมาคือ มีฟองเบียร์เต็มแก้วไปหมด เท่ากับมีน้ำเบียร์ในแก้วอยู่น้อยมาก การรินเบียร์ช้าๆ เพื่อให้เกิดฟองเบียร์น้อยที่สุด (ว่ากันว่าตอนท้ายๆ ควรรินให้มีฟองบ้าง) จึงหมายถึงความรวดเร็วในการรินน้ำเบียร์ครับ
ช้าคือเร็ว เร็วคือช้า
หลายคนน่าจะเคยได้ยินเรื่องเล่าที่ในสมัยหนึ่ง คนญี่ปุ่นคนหนึ่งอยากจะเป็นนักดาบมือฉมัง จึงเที่ยวเสาะแสวงหาอาจารย์ที่มีฝีมือมาช่วยชี้แนะทักษะการฟันดาบให้แก่เขา
พอเขาได้พบยอดฝีมือคนหนึ่งก็เข้าไปกราบมาเป็นอาจารย์ จากนั้นเขาก็ได้ถามอาจารย์ว่า เขาจะต้องใช้เวลาเท่าไรจึงจะเป็นยอดฝีมืออย่างอาจารย์บ้าง อาจารย์ก็ตอบว่า "7 ปี" จากนั้นเขาก็ถามอาจารย์อีกว่าถ้าเขาตั้งใจฝึกฝนอย่างเอาจริงเอาจังตลอดเวลาล่ะ จะต้องใช้เวลากี่ปี อาจารย์ก็ตอบว่า "14 ปี" คนคนนั้นได้ฟังแล้วก็ยิ่งฉงนงงงวย จึงถามอาจารย์ใหม่ ว่าเขาตั้งใจจริงๆ พ่อแม่ของเขาก็อายุมากแล้ว เขาจะตั้งใจฝึกฝนให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด จะต้องใช้เวลาจริงๆ กี่ปี คราวนี้อาจารย์ก็ตอบว่า "21 ปี"
คิดว่าคำตอบของอาจารย์นักดาบสอดคล้องกับหลักการรินเบียร์กันไหมครับ?
[ภาพจาก: https://www.fun-japan.jp/th/articles/6713 ]
08/08/2019
(ผลงานจากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ครับ)
น่ารักดี เอามาฝากค่ะ 😊
คำศัพท์ด้านหมากล้อม
ผลงานจาก #สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์
🌼🌸🌼🌸
16/07/2019
อัตราค่าเรียนหมากล้อม (โกะ) นอกสถานที่อัตราใหม่กับผมครับ:
- แบบเดี่ยว: ชั่วโมงแรกของแต่ละครั้ง 250 บาท ชั่วโมงต่อๆ ไปชั่วโมงละ 150 บาท (ต้องระบุจำนวนชั่วโมงล่วงหน้าก่อนการเรียนการสอน)
- แบบกลุ่ม 2 คน: ชั่วโมงแรกของแต่ละครั้งกลุ่มละ 450 บาท ชั่วโมงต่อๆ ไปชั่วโมงละ 250 บาทต่อกลุ่ม (ต้องระบุจำนวนชั่วโมงล่วงหน้าก่อนการเรียนการสอน)
- แบบกลุ่ม 3 คน: ชั่วโมงแรกของแต่ละครั้งกลุ่มละ 600 บาท ชั่วโมงต่อๆ ไปชั่วโมงละ 300 บาทต่อกลุ่ม (ต้องระบุจำนวนชั่วโมงล่วงหน้าก่อนการเรียนการสอน)