23/06/2026
อนาคตประเทศไทยจะเปลี่ยนได้ เมื่อ "งบประมาณรายปี" กลายเป็น "การลงทุนในคน" ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
เพราะการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ไม่ใช่ภารกิจของโรงเรียนหรือกระทรวงศึกษาธิการเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยนโยบาย งบประมาณ กฎหมาย และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
💡 Equity Forum 2026 💡
8 for Infinity: 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุนมนุษย์ไทย
ร่วมติดตามปาฐกถาพิเศษและเวทีเสวนาเชิงนโยบาย ที่รวบรวมผู้นำจากภาครัฐ ฝ่ายนิติบัญญัติ และภาคเศรษฐกิจ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อคำถามสำคัญว่า "ประเทศไทยจะออกแบบระบบการลงทุนในทุนมนุษย์อย่างไร เพื่อให้เด็กทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา และไม่มีใครหลุดจากระบบการเรียนรู้เพราะข้อจำกัดของชีวิต"
📌 09.00 – 09.30 น. | ปักหมุดทิศทางความเสมอภาค
กล่าวรายงานและชี้แจงวัตถุประสงค์การสัมมนา โดย ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.
📜 09.30 – 10.00 น. | ปาฐกถาพิเศษ
8 for Infinity: 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุนมนุษย์ไทย โดย ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ.
👥 10.00 – 11.00 น. | เสวนาเชิงนโยบาย
"จากงบประมาณรายปี สู่การลงทุนในทุนมนุษย์ที่ยั่งยืน: นวัตกรรมเชิงนโยบายและกลไกนิติบัญญัติใหม่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างอนาคตประเทศ"
ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองโดย
✨ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
✨ ดร.อมรศักดิ์ กิจธนานันท์ รองประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา
✨ นายไตรภพ คำเพชร สส.จังหวัดอุดรธานี และเลขานุการคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร
✨ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน
✨ ดร.ธีราภา ไพโรหกุล ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
🎙️ ดำเนินรายการโดย คุณกาย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ
📈 11.15 – 12.15 น. | ALL FOR EDUCATION
ร่วมลงทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และอนาคตทุนมนุษย์ไทย
เมื่อการลงทุนในคน ไม่ใช่หน้าที่ของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่คือภารกิจร่วมของภาคธุรกิจ ตลาดทุน และทุกภาคส่วนของสังคม
ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองโดย
✨ นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
✨ นายถาวร ชลัษเฐียร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์
✨ พร้อมด้วย วิทยากรรับเชิญพิเศษจากภาคธุรกิจ (Special Guest Speakers)
📌 ติดตามการประกาศรายชื่อเร็ว ๆ นี้
🎙️ ดำเนินรายการโดย คุณวิวัฒน์ วงศ์ภัทรฐิติ (พี่ซุป ซูเปอร์จิ๋ว)
เพราะการลงทุนในคน ไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่คือการลงทุนร่วมกันของทั้งสังคม เพื่อสร้างระบบที่ทำให้เด็กทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา และวางรากฐานสู่อนาคตประเทศไทยที่ยั่งยืน
📅 วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569
⏰ เวลา 08.30 – 12.30 น.
📍 ห้องประชุมออดิทอเรียม (ฝั่งอีสต์) ชั้น 6 ทรู ดิจิทัล พาร์ค
🔴 หรือรับชมสดผ่าน Facebook Live เพจ กสศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
📝 ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ONSITE
https://forms.gle/ugLoWLDum8sUBTB6A
(ผู้ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมงานจะได้รับอีเมลยืนยันจากเจ้าหน้าที่)
#กสศ #ความเสมอภาคทางการศึกษา #ทุนมนุษย์ไทย #การลงทุนในคน
23/06/2026
ตกผลึกบทเรียน เปลี่ยนผ่านสู่ฉากทัศน์ใหม่
สานต่อเจตนารมณ์และวิสัยทัศน์ เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ณ ห้องราชพฤกษ์บอลรูม (ชั้น 2) สโมสรราชพฤกษ์ North Park ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร ได้มีการประชุมสัมมนาคณะกรรมการบริหาร กสศ. (Board Retreat) ชุดเดิมและชุดใหม่ เพื่อเป็นเวทีแห่งการส่งต่อเจตนารมณ์ วิสัยทัศน์ และบทเรียนสำคัญจากการขับเคลื่อนภารกิจของ กสศ. ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พร้อมร่วมกันกำหนดทิศทางและฉากทัศน์ใหม่ขององค์กร ในการสานต่อภารกิจการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้เกิดความต่อเนื่อง ยั่งยืน และร่วมขับเคลื่อน กสศ. สู่เป้าหมายปี 2575
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ. และอดีตประธานคณะอนุกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พร้อมด้วย ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานของ กสศ. และอดีตประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา มาร่วมถ่ายทอดเจตนารมณ์ของการก่อตั้ง กสศ. เป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษา ตลอดจนข้อค้นพบและผลการประเมินที่สำคัญ เพื่อเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งในการพัฒนาองค์กรและยกระดับภารกิจในระยะต่อไป
สำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างคณะกรรมการบริหาร กสศ. ชุดเดิมและชุดใหม่ในครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงการส่งมอบภารกิจ หากแต่เป็นกระบวนการร่วมตกผลึกบทเรียน เพื่อเชื่อมโยงคุณค่าจากอดีตเข้ากับความท้าทายในอนาคต และร่วมกำหนดบทบาทของ กสศ. ในฐานะกลไกสำคัญของประเทศในการสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทุกคน
ในโอกาสเดียวกันนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมพิธีมุทิตาจิตเพื่อแสดงความขอบคุณและเชิดชูเกียรติคณะกรรมการบริหาร กสศ. ชุดเดิม จำนวน 5 ท่าน ซึ่งได้อุทิศความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการวางรากฐานและขับเคลื่อนภารกิจขององค์กรตลอด 8 ปีเต็ม ประกอบด้วย
ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ.
คุณวลัยรัตน์ ศรีอรุณ กรรมการบริหาร กสศ.
รองศาสตราจารย์ ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ กรรมการบริหาร กสศ.
คุณชาลี จันทนยิ่งยง กรรมการบริหาร กสศ.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ กรรมการบริหาร กสศ.
พร้อมกันนี้ ได้ร่วมต้อนรับคณะกรรมการบริหาร กสศ. ชุดใหม่ ซึ่งจะเข้ามาสานต่อเจตนารมณ์และร่วมขับเคลื่อนองค์กรสู่การพัฒนาในระยะต่อไป ประกอบด้วย
ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ประธานกรรมการบริหาร กสศ.
คุณนิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
รองศาสตราจารย์ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย จากภาควิชาการ
คุณไพรินทร์ ชูโชติถาวร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน
ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคประชาสังคม
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จึงเป็นหมุดหมายสำคัญของ กสศ. ในการรักษาความต่อเนื่องของเจตนารมณ์การก่อตั้ง ควบคู่กับการเปิดรับมุมมอง ความเชี่ยวชาญ และพลังความร่วมมือใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาองค์กรและภารกิจให้สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
#กสศ #ทุนมนุษย์ #หลักประกันโอกาสทางการศึกษา #ลดความเหลื่อมล้ำ
22/06/2026
วันใหม่จะเริ่มต้นช่วงบ่ายแก่ ๆ บางคนเลทถึงเกือบห้าโมงเย็น หลังจัดการธุระส่วนตัว พวกเขาจะพุ่งไปยังหน้าที่หลักของตัวเอง บางคนเตรียมชุด บางคนซ่อมอุปกรณ์ประกอบฉากอยู่ตรงหลังเวที บ้างจับกลุ่มซ้อมคิวแสดง อีกกลุ่มยกของ ประกอบนั่งร้าน ปีนขึ้นติดตั้งไฟเวที คำนวณหาองศาที่สปอร์ตไลท์จะส่องสว่างที่สุด บิดดัดกระบอกไฟฟอลโลว์ให้ตรงกับคิวนักแสดง
บนเวทีคือพื้นที่ให้พวกประสบการณ์สูงทวนท่อนรับส่งบทร้องกลอนลำ ส่วนน้อง ๆ ที่มาใหม่และยังไม่ปรากฎทักษะใดพิเศษ จะเริ่มบทเรียนแรกกับครูฝึกหางเครื่อง
ราวหกโมงเย็น จึงเป็นเวลาของโชว์ประจำวัน และจากนั้นคือการแสดงตลอดค่ำคืน ที่จะไหลผ่านไปจบลงตรงเกือบรุ่งเช้า
กิจวัตรนี้ดำเนินต่อกันเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน เสร็จอำเภอหนึ่งย้ายไปอีกอำเภอ ล่องไปบนถนน กินนอนบนรถบัสประจำวง จากตอนบนสุดของภาคอีสาน เลาะริมน้ำโขงลงมาถึงอำเภอเล็ก ๆ สุดชายแดน
กระทั่งคิวงานอันยาวนานหมดลง จึงเป็นช่วง ‘พักวง’ ที่เหมือนกับ ‘จุดมาร์กตำแหน่งในความทรงจำ’ ว่าปีเก่ากำลังผ่าน ขณะที่ฤดูกาลใหม่เวียนมาถึง
ระหว่างนั้นคือการเติบโตเงียบ ๆ ทั้งภายนอกภายในของสมาชิกนับร้อยที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ใน ‘คณะหมอลำ’
ภาพวิถีการทำงานที่เวียนไปแต่ละปี ถูกเปรียบเปรยโดยผู้บริหารคณะหมอลำว่าคือ ‘วงจรของโรงเรียนประจำ’ ที่ผู้คนเข้ามาทำงานเลี้ยงชีพและใช้ชีวิต เรียนรู้สิ่งใหม่ด้วยกันทุกวัน จนค่อย ๆ ซึมซับความมีวินัย ความรับผิดชอบ การฝึกสมาธิ หรือไหวพริบการรับมือปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมกับทักษะเฉพาะทางที่ทำซ้ำจนชำนาญ จะค่อย ๆ หล่อหลอมความเข้าใจในงาน จนเกิดการเติบโตเป็นลำดับขั้น
กระทั่งการเกิดขึ้นของ ‘หลักสูตรหมอลำศึกษา’ โดยศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และคณะหมอลำต่าง ๆ ซึ่งใช้หลักการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น เข้ามาถอด-ประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ของคณะหมอลำ เพื่อพัฒนาหลักสูตรที่จะทำให้ทุกวันเดือนปีของการทำงานและใช้ชีวิตในวง เปลี่ยนเป็นชั่วโมงเรียนรู้ที่มีปลายทางคือวุฒิการศึกษา ทั้งระดับชั้น ม.ต้น และ ม.ปลาย และคือการขับเน้นสถานะสถานศึกษาของวงหมอลำให้เต็มความหมาย
ณ โอกาสที่หมอลำศึกษาย่างสู่ปีที่สอง ซึ่งปีนี้มีสมาชิกคณะหมอลำรุ่นใหม่สมัครเรียนเกือบหนึ่งร้อยคน กสศ. ชวนฟังเสียงจากน้อง ๆ ว่า ชีวิตในคณะหมอลำของแต่ละคน เฉียดใกล้กับความหมายของ ‘โรงเรียน’ สักแค่ไหน แล้วอะไรคือสาเหตุให้น้อง ๆ ตัดสินใจสมัครเรียนหมอลำศึกษา หรือเมื่อเข้ามาเรียนแล้ว ชีวิตและการทำงานประจำวันจะต่างไปจากเดิมอย่างไร เพื่อที่เรื่องราวเหล่านี้อาจช่วยแต่งเติมภาพของ ‘โรงเรียนหมอลำ’ ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
💃🕺✨ อ่านฉบับเต็ม: หลังเวที บทกลอนลำ บนนั่งร้าน แผงมิกเซอร์... ‘ทุกฤดูกาลในโรงเรียนหมอลำ คือการเรียนรู้ที่ใช้ได้ในชีวิตจริง’ https://www.eef.or.th/article-220626/
#อีสานนครศิลป์
#ศิลปินภูไท
#ซานเล้าบันเทิงศิลป์
#กสศ #หลักสูตรหมอลำศึกษา #ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์
#หมอลำ #โอกาสทางการศึกษา
22/06/2026
📖 จาก เด็กในชุมชน สู่ “ครู”ของบ้านเกิด เปลี่ยนโอกาสเป็นพลังเปลี่ยนแปลงการศึกษาอย่างยั่งยืน
วารสาร “ครูรัก(ษ์)ถิ่น ฉบับปฐมฤกษ์ ชวนผู้อ่านสำรวจแนวคิดและบทเรียนสำคัญของโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น นวัตกรรมการผลิตครูที่เริ่มต้นจาก “ชุมชน” เพื่อสร้างครูคุณภาพกลับไปพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง
วารสารเล่มนี้สะท้อนให้เห็นว่า การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ต้องสร้างครูที่เข้าใจบริบทท้องถิ่น เชื่อมโยงโรงเรียนกับชุมชน และส่งเสริมให้ครูเป็นนักพัฒนาชุมชนที่เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาเด็กในพื้นที่ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและมีความหวัง
อ่านวารสารได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์
#ครูรักษ์ถิ่น #กสศ #ความเสมอภาคทางการศึกษา #พลังครูเปลี่ยนอนาคต #การศึกษาไทย
19/06/2026
“วันที่กลับมาเป็นครูจริง ๆ ผู้ปกครองของเด็ก ๆ ทักทายเราตั้งแต่หัวตลาดยันท้ายตลาด บางคนเห็นเราแต่เด็ก จนเป็นนักศึกษาครูมาฝึกสอน แล้ววันนี้เราได้มาเป็นครูดูแลลูกหลานของเขา ก็ยิ่งภูมิใจในฐานะเด็กของชุมชนคนหนึ่งที่ได้รับโอกาส
“ภาพนี้ย้ำเตือนว่าผมต้องเป็นให้ได้มากกว่าครูผู้สอน เพราะบทบาทของเราจากนี้ คือครูที่เป็นคนของชุมชนด้วย”
คำบอกเล่าของ 'ครูซี' ฟูอาดี เอียดหวัง ข้าราชการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2 สะท้อนความหมายของการ "กลับบ้าน" ได้ชัดเจนที่สุด
สำหรับครูซี การกลับมาเป็นครูที่โรงเรียนชุมชนบ้านนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ไม่ใช่เพียงการเริ่มต้นชีวิตราชการ แต่คือการกลับมารับผิดชอบบ้านเกิด ในฐานะเด็กคนหนึ่งที่เคยได้รับโอกาสจากชุมชน และวันนี้พร้อมส่งต่อโอกาสนั้นให้กับลูกหลานรุ่นต่อไป
เพราะเชื่อว่า…
คนที่เข้าใจความยากลำบากของเด็กในชุมชนที่สุด คือคนที่เคยอยู่ตรงนั้น
คนที่เข้าใจชุมชนที่สุด คือเด็กที่เติบโตจากที่นั่น
และคนที่อยากให้ชุมชนพัฒนาที่สุด ก็คือคนที่เรียกชุมชนนั้นว่าบ้านจริง ๆ
กสศ. ชวนคุณร่วมเดินทางการกลับไปเป็นครูที่บ้านเกิดของ 'ครูซี' ฟูอาดี เอียดหวัง ครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2 ผ่านเรื่องราวทีละภาพ
#ครูรักษ์ถิ่น #ครูนักพัฒนาชุมชน #กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา #กสศ
19/06/2026
อัสลามุอะลัยกุม
เสียงทักทายกันและกันตามวิถีชาวไทยมุสลิมของชาวบ้าน ‘หมู่บ้านอูแบ’ ดังก้องทั่วบริเวณลานกว้างของ ‘ตาดีกาบาโงยือแร’ ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดบาโงยือแร ที่อยู่ไปไม่ไกลจากมัสยิดบาโงยือแร แหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจสูงสุดชาวบ้านที่นี่ ฝั่งหนึ่งของพื้นที่มีกลุ่มเด็กผู้ชายกลุ่มใหญ่นั่งหน้าร้านน้ำชา อีกฟากหนึ่งมีกลุ่มเด็กผู้หญิง และแม่บ้านกำลังตักข้าวยำขายมือระวิงจากแถวลูกค้าที่ล้นออกมาถึงโต๊ะมาหินอ่อน ในครรลองสายตาจะเห็นสนามหญ้าที่มีนักกีฬาวิ่งไปวิ่งมา ทั้งทีมฟุตบอล แข่งเบตอง หรือนักวิ่งในลู่
บ้านอูแบ ห่างจากตัวเมืองยะลา จากระยะทางขับรถประมาณ 40 นาที ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตร กรีดยาง ปลูกทุเรียน กิจวัตรประจำวันของชาวบ้านส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 2 ช่วง ถ้าไม่ตื่นเช้าเพื่อเข้าสวน ก็ต้องตื่นกลางดึกเพื่อกรีดน้ำยาง กิจกรรมที่ห้ามขาดตกบกพร่องของชุมชนมุสลิมเกือบ 100% คือการละหมาด 5 เวลาต่อวัน และจะมีการละหมาดใหญ่ของผู้ชายในทุกวันศุกร์ที่มัสยิดใจกลางหมู่บ้าน
สำหรับตาดีกาบาโงยือแร มักจะเปิดประตูต้อนรับเด็กๆ วัยประถมในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ เพื่อทำการเรียนการสอนจริยธรรมตามหลักคัมภีร์อัลกุรอาน คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของศาสนาอิสลาม และหากเมื่อพ้นวัยประถมไปแล้ว พื้นที่ตาดีกาก็อาจจะกลายเป็นพื้นที่ร่องรอยแห่งความทรงจำไม่ต่างจากโรงเรียนอนุบาลที่หากเราหันหลังให้แล้วยากที่จะกลับไป
แต่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บ้านอูแบมี ‘ร้านน้ำชา’ ตั้งขึ้นใหม่ในพื้นที่ตาดีกาแห่งนี้ และมี ‘ร้านข้าวยำ’ เฉพาะกิจตั้งขึ้นมาทุกวันศุกร์เย็น ผ่านความพยายามของ ‘สูรียา อาแว’ ครูตาดีกา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ อบต.บาเจาะ และหัวหน้าคณะทำงานโครงการสานพลังร่วมกันการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาตําบลบาเจาะ
ในวันนี้ พื้นที่ตาดีกาได้กลายเป็นหน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education : ABE) ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
ตาดีกาได้เปิดประตูต้อนรับทุกคนอีกครั้ง
ชวนอ่าน "ศุกร์-สรรค์ ไม่ใช่พื้นที่ของใคร แต่เป็นของทุกคน นิยามใหม่ของตาดีกาบาโงยือแร แห่งบ้านอูแบ ที่นี่มีร้านน้ำชาของทุกคนในทุกเย็น และการรวมตัวกินข้าวยำกันทุกวันศุกร์"
https://www.eef.or.th/article-180626-2/
—---
เรื่อง : มยุรา ยะทา
ภาพถ่าย : อธิคม แสงไชย
ภาพประกอบ : ภัทราภรณ์ สงสาร
#กสศ
#ความเสมอภาคทางการศึกษา
#การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
#จังหวัดยะลา
18/06/2026
“ผมมาเป็นครูเพื่อกลับไปบอกเด็ก ๆ บนดอยว่า ภูเขาสูงต้องไม่ใช่ข้อจำกัดของชีวิต... ในฐานะครู ผมจะพยายามทำให้เด็ก ๆ เชื่อมั่นว่าทุกคนมีโอกาสพัฒนาตัวเองได้ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยสถานที่เกิดหรือสภาพแวดล้อมที่เติบโตมา นั่นคือสิ่งที่ผมเริ่มลงมือทำแล้ว และจะทำต่อไปในอีกหลายปีข้างหน้า”
ถ้อยคำของ 'ครูเต้' ชุติพงษ์ ใจ๋ยู้ ข้าราชการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2 ที่กล่าวในพิธีปฐมนิเทศข้าราชการครู ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ เปรียบเสมือนคำปฏิญาณของครูคนหนึ่งที่กำลังเริ่มต้นเส้นทางวิชาชีพ พร้อมความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะกลับไปสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็ก ๆ บนดอย เช่นเดียวกับที่ครั้งหนึ่งเขาเคยได้รับ
ปลายทางของครูเต้คือ โรงเรียนบ้านกองลอย อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนบนภูเขาสูง ซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวกับที่เขาเคยศึกษาเล่าเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
กสศ. ชวนคุณร่วมเดินทางการกลับไปเป็นครูที่บ้านเกิดของ 'ครูเต้' ชุติพงษ์ ใจ๋ยู้ ครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2
ผ่านการอ่านเรื่องราวทีละภาพ
#ครูรักษ์ถิ่น #ครูนักพัฒนาชุมชน #กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา #กสศ