11/05/2026
#พยาบาล #จิตวิทยา #สุขภาพ #สุขภาพจิต #จิต #จิตปรึกษา #จิตวิทยา #จิต #จิตวิทยา #มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยามหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา รับสมัคร ป.โท ภาคพิเศษ รุ่นที่ 7
เรียน onsite/online
ปีการศึกษา 2569
เริ่มรับสมัครทั้งแบบ online / onsite
ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 26 มิถุนายน 2569
*ค่าสมัครสาขาวิชาละ 300.-บาท
*ภาคพิเศษ เรียนนอกเวลาราชการ
หน่วยกิตละ 1,200.- 1400 บาท
(เทอมละประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท ตลอดหลักสูตรประมาณ ไม่เกิน1 แสนสองหมื่นบาท และหลักสูตรที่มีใบประกอบวิชาชีพครู ไม่เกิน 1 แสนห้าหมื่นบาท)
*จ่ายเป็นเทอม เทอมแรกสามารถผ่อนชำระได้ 2 งวด เทอมอื่นๆไม่มีผ่อนจ่าย
*การชำระค่าเทอม -เทอมแรกดำเนินการที่มหาวิทยาลัย เป็นเงินสด/โอนจ่าย/บัตรเครดิต
-เทอมถัดไปดำเนินการทาง internet เป็นโอนจ่ายและบัตรเครดิต
*เรียน 2 ปี (4 เทอม) แบบมีใบประกอบวิชาชีพครู 2 ปี (5 เทอม)
*แผน วิชาการ (ทำวิทยานิพนธ์) หรือ แผน วิชาชีพ (ไม่ทำวิทยานิพนธ์) หรือ* แผนที่มีใบประกอบวิชาชีพครู
*ณ วันสมัคร ยังไม่ใช้เอกสาร/ หลักฐานใดๆ แต่จะใช้ในวันที่ขึ้นทะเบียนและลงทะเบียนเรียน นักศึกษาใหม่ ป.โท
สอบถามเพิ่มเติม : หน่วยรับสมัครและลงทะเบียน
หรือ รศ.ดร.กาญจนา สุทธิเนียม โทร.089-7694989
หรือ ผศ.ดร. ชลพร กองคำ โทร.081-6964170
23/01/2026
บทเรียนชีวิต
ที่จิตแพทย์อยากบอก 
~~~~~~~
1. ชีวิตมันยากจริง
วันที่เรายอมรับว่าชีวิตไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ง่าย เราจะหยุดถามว่า “ทำไมต้องเป็นฉัน” แล้วเริ่มถามว่า “ฉันจะโตจากเรื่องนี้ยังไงดี” เพราะความยากไม่ใช่สัญญาณว่าเราพัง แต่มันคือสัญญาณว่าเรากำลังถูกฝึกให้แข็งแรงขึ้นเงียบ ๆ
2. อย่าหนีความเจ็บ
ยิ่งหนีความเจ็บ มันยิ่งตามทันเราเร็วขึ้น แต่วันที่เรานั่งอยู่
กับมัน ฟังมัน และยอมรับมันจริง ๆ เราจะพบว่ามันไม่ได้โหดอย่างที่คิด และมันกำลังสอนบางอย่างที่เราไม่มีวันเรียนรู้ได้จากความสบาย
3. วินัยคือการรักตัวเอง
การตื่นเช้า ออกกำลังกาย เก็บเงิน อ่านหนังสือ ไม่ได้ดูเท่ในระยะสั้น แต่คือการบอกตัวเองว่า “ฉันไม่ทิ้งเธอไว้ข้างหลังนะ” และนี่แหละคือความรักต่อตัวเองที่จริงที่สุด
4. อย่าตามใจตัวเองทุกวัน
ทุกครั้งที่เราเลือกสิ่งสบายแทนสิ่งที่ควรทำ เรากำลังผลัก
ภาระไปให้ตัวเองในอนาคต และคนคนนั้นก็คือเราเหมือนกัน
5. ชีวิตใคร ชีวิตมัน
วันที่เลิกโทษพ่อแม่ แฟน เจ้านาย หรือโชคชะตา ชีวิตจะเบาขึ้นทันที เพราะเราจะได้พวงมาลัยคืนมา และเริ่มขับชีวิตไปใน
ทิศที่เราเลือกเอง
6. ความรักต้องลงแรง
ความรักไม่ใช่แค่ความรู้สึกดี ๆ แต่คือการอดทน พูดความจริง ดูแลกันในวันที่ไม่หวาน และอยู่ข้างกันในวันที่ไม่สวยงาม
7. อย่าสับสนรักกับกลัวเหงา
การขาดใครไม่ได้ อาจไม่ใช่ความรัก แต่อาจเป็นความกลัว
ที่จะอยู่กับตัวเอง และความสัมพันธ์ที่ดีควรทำให้เราแข็งแรงขึ้น ไม่ใช่อ่อนแอลง
8. ปัญหาไม่หายเพราะเราไม่มอง
การแกล้งไม่เห็นปัญหา อาจทำให้ใจโล่งชั่วคราว
แต่วันหนึ่งมันจะกลับมาเคาะประตูแรงกว่าเดิมเสมอ
9. โกหกตัวเองอันตรายที่สุด
เราอาจหลอกคนทั้งโลกได้ แต่ถ้าเรา
หลอกตัวเอง ชีวิตจะติดอยู่ในวงเดิมแบบไม่รู้ตัว
10. ความจริงเจ็บ แต่รักษาได้
คำปลอบใจทำให้รู้สึกดีชั่วคราว
แต่ความจริงทำให้ชีวิตดีขึ้นระยะยาว
11. โตจริงต้องกล้า
กล้ายอมรับว่าตัวเองพลาด กล้าขอโทษ
กล้าเปลี่ยน และกล้าเริ่มใหม่ แม้จะกลัวก็ตาม
12. ปัญหาคือบทเรียน
ปัญหาไม่ได้มาเพื่อทำร้ายเรา แต่มาเพื่อสอน
บางอย่างที่ถ้าเราไม่เรียน ชีวิตจะบังคับให้เจอซ้ำอีก
13. เลิกโทษคนอื่นก่อน
คนที่โตจริงจะถามตัวเองก่อนว่า “ฉันพลาดตรงไหน”
เพราะคำถามนี้ทำให้ชีวิตดีขึ้นจริง
14. รักตัวเองไม่ใช่ตามใจ
แต่คือการเลือกสิ่งที่ดีต่อชีวิต แม้บางวันจะไม่สบายใจ
15. ความเชื่อเก่า ๆ ทำให้ชีวิตติดที่เดิม
ถ้าเรายังเชื่อว่า “ฉันเป็นแบบนี้แหละ เปลี่ยนไม่ได้”
ชีวิตก็จะเชื่อแบบนั้นกับเราด้วย
16. โตทางใจคือรู้จักตัวเองมากขึ้น
รู้ว่าตัวเองกลัวอะไร หนีอะไร และต้องการอะไรจริง ๆ
ไม่ใช่แค่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ
17. ทางที่ดี มักไม่ค่อยมีคนเดิน
เพราะมันต้องใช้วินัย ความรับผิดชอบและความซื่อสัตย์
กับตัวเอง ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนอยากแบก
18. ชีวิตดีขึ้น เพราะเราไม่หนีมัน
ไม่ใช่เพราะโชคดี แต่เพราะเราเลือกเผชิญ
เรียนรู้ และไม่ทิ้งตัวเองกลางทาง
#ถนนชีวิต
#พัฒนาตัวเอง
#เติบโตทางใจ
#ชีวิตไม่ง่ายแต่ไปต่อได้
23/12/2025
📣 ประชาสัมพันธ์หลักสูตรอบรม
“กิจกรรมบำบัดในเด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรม อารมณ์ และสังคม
จากความบกพร่องของการปรับตัวต่อการรับความรู้สึก”
สถาบันราชานุกูล ขอเชิญบุคลากรทางการแพทย์และบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านกิจกรรมบำบัดในการดูแลเด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรม อารมณ์ และสังคม อันมีสาเหตุมาจากความบกพร่องของการปรับตัวต่อการรับความรู้สึก (Sensory Processing)
🎯 วัตถุประสงค์ของการอบรม
ผู้เข้ารับการอบรมจะสามารถ
1️⃣ คัดกรององค์ประกอบในการทำกิจกรรมที่มีผลกระทบต่อความบกพร่องของพัฒนาการในเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
2️⃣ จัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการทางกิจกรรมบำบัดเบื้องต้น เพื่อแก้ไขความบกพร่องด้านการปรับตัวต่อการรับความรู้สึกในเด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรม อารมณ์ และสังคมได้อย่างถูกต้อง
👩⚕️👨🏫 กลุ่มเป้าหมาย
บุคลากรทางการแพทย์ หรือบุคลากรทางการศึกษาจากสถานบริการสุขภาพและสถานศึกษาภาครัฐ
🔹 จำนวนรวม 20 คน (รุ่นละ 10 คน)
📚 รูปแบบการอบรม
การบรรยายควบคู่กับการฝึกปฏิบัติจริง
📅 ระยะเวลาและสถานที่จัดอบรม
🔹 รุ่นที่ 1 วันที่ 19 – 30 มกราคม 2569
🔹 รุ่นที่ 2 วันที่ 18 – 29 พฤษภาคม 2569
⏰ เวลา 09.00 – 16.00 น.
📍 ณ ห้องประชุมนายแพทย์รสชง ทัศนาญชลี อาคารนายแพทย์รสชง ชั้น 1
และอาคารกิจกรรมบำบัด สถาบันราชานุกูล
💰 ไม่มีค่าลงทะเบียน (รับจำนวนจำกัด)
📌 สนใจสมัครหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ลงทะเบียนได้ที่
ผู้สนใจสามารถ click https://forms.gle/kcwdpHmVBdqUS5U39
เพื่อจองสิทธิ์สำหรับการลงทะเบียน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่..กลุ่มงานฝึกอบรมและวิเทศสัมพันธ์ สถาบันราชานุกูล
E-mail address: [email protected] โทรศัพท์ 0 2248 8900 ต่อ 70328
#อบรมกิจกรรมบำบัด #เด็กที่มีความต้องการพิเศษ #อบรมฟรี #รับจำนวนจำกัด #สถาบันราชานุกูล
23/08/2025
😊 บทความนี้สำหรับผู้ที่เคยตั้งคำถามว่า โรคซึมเศร้า เกี่ยวข้องกับ การวิวัฒนาการของมนุษย์ซักมุมหรือไม่ ในแวดวงวิชาการมีคนคุยเรื่องกันจริงจังค่ะ
ว่าโรคซึมเศร้า อาจจะเป็นผลมาจากวิวัฒนาการเรื่องภูมิคุ้มกันที่เตรียมมาให้ก้าวร้าวรุนแรง ซึ่งไม่เหมาะสมกับยุคปัจจุบัน (Evolutionary legacy)
🩸 ย้อนไปสมัยยุคที่การแพทย์ยังไม่พัฒนาเลย การเสียชีวิตส่วนใหญ่ของมนุษย์คือ ผลเชิงกายภาพล้วนๆ เช่น บาดแผลฉกรรจ์ที่สู้กับสัตว์หรือมนุษย์ด้วยกันเอง
ถ้ารอดจากบาดแผล/เสียเลือดนั้นมาได้ ก็จะมาจบชีวิตด้วยการติดเชื้อ ลุกลามไปจนถึงติดเชื้อกระแสเลือดแล้วเสียชีวิต
🔁 เหตุการณ์เหล่านี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงทำให้มนุษย์กลุ่มที่วิวัฒนาการมาเส้นทางที่เรียกว่า “Inflammatory bias” มีชีวิตรอดมากกว่า
❓ Inflammatory bias คืออะไร?
มันคือการตอบสนองของร่างกายที่มีแนวโน้มไปทางการอักเสบมากกว่าปกติ ซึ่งฝังรากลึกอยู่ใน DNA ของเรา
เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่า มนุษย์กลุ่มที่มีการทำงานของภูมิคุ้มกันไวกว่าปกติ จะทั้งสู้เชื้อโรคได้ดี และฟื้นฟูแผลได้ดีด้วย (ใช่ค่ะ เม็ดเลือดขาวใช้ในการหายของแผลด้วยค่ะ)
⚡ เท่านั้นยังไม่พอ ยังมี Fight/flight response bias ด้วย นั่นคือมีความไวต่อภัยอันตราย และตอบสนองให้ระบบร่างกายอยู่ในสภาวะตื่นตัว เพื่อสู้และหนีตลอดเวลา
🐅 ไม่แปลกเลยค่ะ ที่จะเป็นแบบนี้ เพราะโลกในยุคเก่าโหดร้ายมาก ไม่มีความปลอดภัยอะไรเลย ภูมิไม่แข็งแกร่ง ประสาทไม่ตื่นตัว ไม่รอดค่ะ บาดแผลนิดหน่อย เตรียมตัวเสียชีวิตแล้ว
และสิ่งเหล่านี้ยังอธิบายได้ด้วยว่า ภูมิคุ้มกันที่ก่ออักเสบในระดับสมองนั้น สร้าง ‘พฤติกรรมผิดปกติบางอย่าง’ เช่น สิ้นยินดี (Anhedonia), วิตกกังวลเกินเหตุ (Anxiety), ปลีกตัวออกห่าง (Avoidant)
อาจเพราะเพื่อให้เกิดสภาวะที่เปิดโหมดหนีต่อ stress ทั้งหมด ซึ่งในยุคนั้นคือเหล่าสัตว์ร้ายและการโดนล่า พอแล้ว เลิกสนใจความสุขจากการกิน จากการล่าแล้ว เราไม่ยินดีแล้ว ไม่สุขแล้ว หนี หนี หนี, มีสัญญาณว่าศัตรูอยู่ใกล้ๆ เปิดโหมดวิตกกังวล กังวล-กลัว-แพนิค เพื่อวางแผนหนี หนี และหนี
🧬 สิ่งเหล่านี้แหละค่ะ คือของตกทอดมารุ่นสู่รุ่น ฝังอยู่ใน DNA พร่ำสอนเหลาน้องๆ ในระบบภูมิคุ้มกันของเรา ให้ฮึกเหิม และทำงาน สร้างการอักเสบตลอดเวลา เพราะไม่อยากให้ร่างกายทั้งร่าง ไปสู่จุดที่เสียชีวิตได้
🚫 และสิ่งนั้นแหละค่ะ มันไม่เหมาะกับยุคปัจจุบัน
⏳ ในยุคสมัยโบราณ มันโหดร้ายมากก็จริง แต่มันมาแบบรุนแรง ตูมเดียว แล้วหายไป พลาดคือตาย รอดคือได้กินของอร่อย ได้พื้นที่ตรงนั้น พูดแบบประสาทวิทยาคือ Acute severe stress แล้วจบไป
ไม่ต้องคิดเรื่องอื่นต่อ ไม่ต้องกังวลเรื่องวางแผนการเงิน เดี๋ยวค่อยหาแดรกพรุ่งนี้ แดรกเมื่อหิว ไม่ต้องกังวลเรื่องเรียนต่อ ไม่ต้องหางาน เพราะอยากได้อะไร เดี๋ยวไปล่า ที่สำคัญไม่มีโซเชี่ยล
🏙️ แต่พอมาในยุคปัจจุบันที่ความปลอดภัยเราสูงขึ้นแล้ว มันกลายเป็นว่าปัญหาส่วนใหญ่ที่เข้ามา มันกลายเป็นปัญหาเชิงความเป็นอยู่ในชีวิตหมดเลย ที่มักสร้างความเครียดเชิงจิตใจแบบรุนแรงและเรื้อรัง
นั่นจึงทำให้ระบบที่มี inflammatory bias มันโคตรไม่เหมาะ เพราะเจอ stress ปุ๊บ เปิดใช้งานแล้วค่ะ เปิดการอักเสบแล้วค่ะ นี่ยังไม่นับนะว่า ระบบเซลล์ไขมันวิวัฒน์มาให้สร้างสารก่ออักเสบได้นี่คือหนึ่งในหายนะด้วย (เหมือนธรรมชาติไม่คิดว่าจะอยู่ดีกินดีจนอ้วนเลย)
🧠 และนั่นคือทำให้สมองเรานั้น ไวต่อความเครียดเรื้อรัง ไวต่อการอักเสบ สร้างแวดล้อมที่ทำให้เซลล์ประสาทฝ่อลงได้ง่าย
ซึ่งถ้าคนนั้นมีปัจจัยเสี่ยงอยู่แล้ว มีพันธุกรรมของการจัดการสารสื่อประสาททำได้แย่กว่าคนทั่วไป, มีประสบการณ์เลวร้ายช่วงวัยเด็ก ทำให้ DNA บางจุดเกิดการปิดผนึก (Epigenetics), ก็จะทำให้เกิดซึมเศร้าในที่สุดค่ะ
📌 สรุป: โลกโบราณเต็มไปด้วยการทำร้ายร่างกายและการติดเชื้อ ปลูกฝังมาให้มนุษย์วิวัฒนาการสร้างระบบภูมิคุ้มกันและระบบสู้เครียดที่ไวกว่าปกติ แรงกว่าปกติ เพื่อจัดการกับปัญหารุนแรงแต่มาแล้วจบไป แต่พอมาถึงยุคปัจจุบันที่เจอแต่ปัญหาเรื้อรัง ไม่แรงถึงตาย (ในขณะนั้น) แต่มาต่อเนื่องไม่หยุด ระบบนี้เลยกลายเป็นจุดอ่อน สร้างซึมเศร้าได้ในที่สุด
📖 จริงๆ ในแผนภาพนี้มีเรื่อง old friend hypothesis ด้วย ไม่รู้จะสนใจกันมั้ย ถ้าสนใจคราวหน้ามาเขียนเพิ่มค่ะ
🖼️ ปล. ภาพจาก paper ปี 2015 นู่นเลยนะคะ แสดงว่าในแวดวงวิจัยเรื่องซึมเศร้าเขาไปไกลถึงขั้นอักเสบ, การฝ่อของเซลล์ประสาทนานมากแล้วค่ะ
31/07/2025
นักวิจัยเจอว่า คนที่เก่งมากๆ
ความฉลาดทางอารมณ์สูง
ส่วนใหญ่ มักจะซ่อนอารมณ์
ไม่ให้คนอื่นรู้ว่า คิดอะไรอยู่
หลายคนเข้าใจผิดว่า คนที่ EQ สูง จะ “เปิดเผยทุกอย่าง” และ “สื่อสารได้ดีเสมอ”
แต่จากงานวิจัยด้านจิตวิทยาพบว่า คนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ในระดับสูง
มักจะ เก็บความรู้สึกไว้เงียบ ๆไม่ใช่เพราะพวกเขาเย็นชา
แต่เพราะพวกเขารู้ว่า…ไม่ใช่ทุกอารมณ์ควรถูกแสดงออกในทุกเวลา
หนึ่งในอารมณ์ที่จัดการยากที่สุด คือ ความโกรธ
คนจำนวนมากเติบโตมาโดยถูกสอนว่า “โกรธ = ไม่ดี”
“ถ้าโกรธ = ใจร้าย” หรือ “มีปัญหา”
แต่ในความเป็นจริง ความโกรธ ไม่ใช่ความผิดพลาดของบุคลิกภาพ
มันคือสัญญาณเตือนว่าเรากำลังเจ็บ ถูกละเมิด หรือรู้สึกไม่ปลอดภัย
คนที่มี EQ สูงไม่ใช่คนที่ไม่โกรธ
แต่คือคนที่ “ฟังเสียงความโกรธ” โดยไม่ปล่อยให้มันควบคุมการตัดสินใจ
5 วิธีที่คนฉลาดทางอารมณ์ใช้
จัดการกับความโกรธ ช่วยให้คนไม่รู้ว่าเราคิดอะไรอยู่
1. ตั้งชื่อความโกรธ แทนที่จะกดมันไว้
คนส่วนใหญ่พยายามเก็บความรู้สึกไว้ข้างใน เช่น การฝืนยิ้ม ทั้งที่รู้สึกแย่
แต่คนที่ฉลาดทางอารมณ์จะ “เรียกชื่อ” อารมณ์ออกมา เช่น
- "ฉันรู้สึกถูกเพิกเฉย"
- "ฉันรู้สึกเหมือนไม่ได้รับความเคารพ"
การตั้งชื่อความรู้สึกทำให้สมองเริ่มจัดการกับมัน
ช่วยลดความรุนแรงของอารมณ์ และทำให้เราค่อย ๆ กลับมาคุมสถานการณ์ได้
2. ไม่ใช้ความโกรธเป็นอาวุธ แต่ใช้เป็นบทสนทนา
คนที่ EQ ต่ำ มักระเบิดออก เช่น ตะโกน ด่าทอ หรือประชดประชัน
ในขณะที่คนที่ EQ สูง จะพูดว่า
- "ตอนนั้นฉันรู้สึกไม่สบายใจ"
- "ฉันอยากบอกความรู้สึก เพราะฉันให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์นี้"
การพูดเรื่องความรู้สึก ไม่ได้แปลว่าต้องอ่อนแอ
มันคือการเลือกวิธีสื่อสารที่ “มีพลังโดยไม่ทำร้ายใคร”
3. แยกสิ่งที่ควบคุมได้ออกจากสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
คนฉลาดทางอารมณ์จะไม่เสียพลังไปกับสิ่งที่บังคับไม่ได้ เช่น
•การรอให้คนอื่นขอโทษ
•การพยายามเปลี่ยนใจใครบางคน
แต่จะหันกลับมาดูว่า “ฉันจะตอบสนองอย่างไร”
บางครั้งแค่หายใจลึก ๆ
หรือเดินออกมาจากสถานการณ์เพื่อให้มีพื้นที่คิด
ก็คือการจัดการความโกรธอย่างมีพลัง
4. แปลงความโกรธเป็นการลงมือทำ
ความโกรธที่ไม่ระบายออก อาจกลายเป็นแรงผลักให้ทำบางสิ่งเพื่อเปลี่ยนแปลง เช่น
•เขียนโพสต์ให้ความรู้
•ลงมือแก้ปัญหาบางอย่างในสังคม
•เริ่มบทสนทนาในทีมเพื่อปรับปรุงบางอย่างที่สะสมมานาน
คนที่ฉลาดทางอารมณ์รู้ว่า “ความโกรธ” คือพลังงาน
และพวกเขาเลือก “แปลงพลังนั้น” เป็นสิ่งที่ดี
5. มองความโกรธเป็น “ครู” ไม่ใช่ “ศัตรู”
แทนที่จะตัดสินตัวเองว่า "ฉันเป็นคนแย่ที่ยังโกรธเรื่องนี้"
คนที่มี EQ สูงจะถามตัวเองว่า
- “ความโกรธนี้กำลังบอกอะไรฉัน?”
- “มันเกี่ยวข้องกับอดีตหรือความเชื่ออะไรที่ยังค้างอยู่?”
พวกเขาใช้ความโกรธเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าใจตัวเอง
ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการทำร้ายคนอื่น
ดังนั้นยิ่งเก่ง ยิ่งเงียบ…ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะคิดมาแล้ว
คนที่ฉลาดทางอารมณ์ไม่จำเป็นต้องพูดทุกอย่างออกมาทันที
พวกเขารู้ว่า บางความรู้สึกต้องใช้เวลา “ย่อย” ก่อน
และบางสถานการณ์ ไม่จำเป็นต้องชนะ แค่เข้าใจตัวเองก็เพียงพอ
การซ่อนอารมณ์ไม่ใช่การโกหก
แต่คือทักษะในการเลือก “เวลา” และ “วิธี” ที่จะสื่อสาร
เพราะคนที่ควบคุมตัวเองได้ คือคนที่น่าเชื่อถือที่สุดเสมอ
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
———
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน
#ไปให้ถึง100ล้าน
24/07/2025
🌏 หากข่าวหรือเหตุการณ์ความขัดแย้งทำให้คุณวิตกกังวล เครียด หรือสับสน
คุณไม่จำเป็นต้องเผชิญลำพัง
บริการปรึกษาทางแชท พร้อมดูแลด้วยความเข้าใจและไม่ตัดสิน 💙
----------------------------------------
Here to Heal
โครงการให้บริการแชทพูดคุยกับอาสาสมัครนักจิตวิทยา *ฟรี*
โดยคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สสส.
สามารถลงทะเบียนและเข้ารับบริการได้ทาง https://chat.here2healproject.com
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line official https://lin.ee/P77s2bW
ในเวลาทำการ 10.00-22.00 น.
23/06/2025
เมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์
"รู้สึกไม่มีคุณค่า"
เราควรจะอยู่อย่างไร?
เมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์ที่รู้สึกว่า
"ไม่มีคุณค่า"
เป็นช่วงเวลาที่ใจ เกิดความรู้สึกเจ็บปวด(มากๆ)ได้
เนื่องจาก "ความรู้สึกมีคุณค่า"
เป็นอาหารใจที่สำคัญของมนุษย์
เมื่อต้องมาอยู่ในสถานการณ์นี้
จะด้วยเหตุปัจจัยอะไรก็ตาม
สิ่งที่สำคัญ คือ
การกลับมา
"เชื่อมโยงกับคุณค่าในตนเอง"
ด้วยตัวเราเอง
การมีสติและความเมตตาต่อตนเอง
เป็นเครื่องมือทางจิตใจที่สำคัญ
ในการดูแลใจที่จะอยู่ในช่วงเวลานี้ได้อย่างดี
และ
นำไปสู่การเติบโตทางจิตใจที่ดีต่อไปได้อีก
โดยมีแนวทางดังนี้ 🥰
------------------------------------
19/06/2025
🌿 จิตตปัญญาศึกษาคืออะไร รุ่นที่ 2/2568
🗓️ วันที่ 15-17 สิงหาคม 2568 เวลา 08.30-17.00 น.
📍 สถานที่ ห้องภาวนา ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา
🎙️ วิทยากร อ.ดร.จิรัฐกาล พงศ์ภคเธียร
🍀 หลักสูตร 3 วัน ที่เน้นการเรียนรู้จากภูมิปัญญาทั้ง 3 ฐาน (หัว-ใจ-กาย) ผ่านการเจริญสติภาวนา การใคร่ครวญ และการเปลี่ยนแปลงระดับจิตสำนึก เพื่อเข้าถึงคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์
👥 เหมาะสำหรับ ผู้สนใจการเรียนรู้เชิงลึกเพื่อพัฒนาตนเองและสังคม
✍️ ค่าลงทะเบียน
Early Bird 5,000 บาท (วันนี้ - 1 ส.ค. 68)
ปกติ 5,500 บาท (2 - 14 ส.ค. 68)
📌 สมัครได้ที่: https://forms.gle/vAvCP9RiSbz6QKwW9
🔗 รายละเอียดเพิ่มเติม: http://www.ce.mahidol.ac.th/training/0-195-จิตตปัญญาศึกษาค
📞 ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ศรายุทธ์ ทัดศรี 02-441-5022-3 ต่อ 21
[email protected]
Line OA
#ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา #มหาวิทยาลัยมหิดล #จิตตปัญญา #การศึกษา