08/01/2019
พรุ่งนี้แล้วนะครับ สำหรับกิจกรรมดีๆ งานสัมมนาการตลาด
SUCH SEED Marketing : 2019 Influencer ครองเมือง
อย่าลืมๆ นำ QR Code ที่ได้รับจากการลงทะเบียนทางอีเมลมายืนลงทะเบียนที่หน้างานนะครับ
สำหรับการเดินทาง: https://www.facebook.com/suchseedmarketing/photos/a.125879721664322/135391407379820/
กำหนดการของงาน:
https://www.facebook.com/suchseedmarketing/photos/a.136028147316146/136028127316148/
แล้วพบกันนะครับ ^^
06/01/2019
กำหนดการของงาน Such Seed Marketing : 2019 Influencer ครองเมือง
วันที่ 9 มกราคม 2562
ณ ห้องประชุมชั้น 2 วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล
หรือเข้า Google Map พิมว่า "CMMU"
**อย่าลืมนำ QR code ที่ได้รับทางอีเมล์มายืนเพื่อเข้างานด้วยนะครับ**
04/01/2019
[Sold Out] ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนใจในงานสัมมนาของเรา ตอนนี้สิทธิ์ในการลงทะเบียนได้เต็มทุกที่นั่ง ทั้งที่นั่งหลัก ที่นั่งเสริม และที่นั่งต่อตัว ตามจำนวนครบแล้ว
สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่โทรติดต่อกลับไปเพื่อจีบ...จีบมาร่วมงานกับท่านอีกครั้ง
อย่าลืม!! ในวันงานโปรดนำ QR Code ที่ได้รับทางอีเมล์ มาสแกนเพื่อยืนยันเข้างานด้วย
หากมีอะไรสงสัย สามารถสอบถามได้ทางช่อง Message และอีเมล [email protected]
ขอบคุณครับ ^^
04/01/2019
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการเดินทางมายังวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนวิภาวดีรังสิต 🚗 💨
👉🏻 รถยนต์ส่วนตัว : ใช้ทางด่วนขั้นที่ 1 มุ่งหน้าดินแดง พอถึงทางลงทางด่วนรีบชิดซ้ายโดยจุดสังเกตคือโชว์รูม Mercedes-Benz ถัดมาคือปั๊มน้ำมันเชลล์และจะเห็นอาคาร CMMU ของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล อยู่ถัดไป ก่อนถึงกองดุริยางค์ทหารบก และสามารถประทับตราได้ที่บริเวณโต๊ะลงทะเบียน
👉🏻 รถไฟฟ้าBTS : ลงสถานีสนามเป้า ทางออกที่ 4 จะมีรถตู้ติดโลโก้ CMMU ของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล วิ่งรับ ตั้งแต่เวลา 12.00 - 14.00 น. และขากลับจะมีรถตู้ของทางมหาวิทยาลัยรับจากสถานที่จัดงานไปส่งที่สถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีสนามเป้า (สามารถเช็ค GPRS ของรถได้ที่ http://www.eye-fleet.com/east/ibs.htm)
👉🏻 รถโดยสารประจำทาง: รถโดยสารประจำทางสาย 24 , 69 , 92 , 107 , 129 , 138 หรือ ปอ.24 , ปอ.69 , ปอ.92 , ปอ.129 และ ปอ.138
*** เนื่องจากที่จอดรถในตัวอาคาร มีจำนวนจำกัด เพื่อความสะดวกในการเดินทางของผู้เข้าร่วมฟังสัมมนา ทางทีมงานจึงขอความกรุณาแนะนำให้เดินทางโดย รถไฟฟ้า BTS, Taxi หรือรถโดยสาร***
หากต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
เบอร์วิทยาลัยฯ 02-2062000
02/01/2019
Happy New Year 2019 Influencer ครองเมือง
27/12/2018
แขกรับเชิญสุดพิเศษ ที่จะมาร่วมแชร์ประสบการณ์ต่างๆภายในงาน SUCH SEED MARKETING
1. คุณนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายขายและสื่อโฆษณา LINE ประเทศไทย (เจ้าของแพลตฟอร์ม Line iDOL)
2. คุณชัชวาล เดชาโรจนภัทท์ กรรมการบริหารฝ่ายสื่อสารการตลาดอี-บิสซิเนส (อดีต Digital Director ทีมวางแผนสื่อโฆษณาออนไลน์ บริษัท Mindshare Thailand)
3. คุณปอนด์-ภริษา ยาคอปเซน เจ้าของ Facebook Fanpage และ Youtube Channel "ปอนด์ ยาคอปเซ่น"
วันพุธที่ 9 มกราคม 2019 เวลา 13:00 - 16:00 น.
ณ ห้องประชุมชั้น 2 วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (ถ.วิภาวดี)
ลงทะเบียนได้ที่ : https://bit.ly/2EDcM4d
คำเตือน: ที่นั่งมีจำนวนจำกัด
26/12/2018
Case Study ของ Frank Body แบรนด์บิวตี้จากฝั่งออสเตรเลีย โด่งดังมาจาก Coffee body scrub แต่ที่สร้างเสียงฮือฮาล่าสุดคือ Shimmer scrub สครับผิวที่ทำให้ผิวของสาวๆ เปล่งปลั่งเป็นประกายเหมือน ดิสโก้บอลล์ ที่มีคนจองคิวเป็น Waiting List มากถึง 50,000 คน!
นี่เป็นผลมาจากการใช้ Micro-Influencer Marketing หรือการอาศัยแรงกระเพื่อมจากคนทั่วๆ ไปที่ชอบรีวิวสินค้า หรือชอบเขียนบล็อกของตัวเองโดยมีผู้ติดตามจำนวนหนึ่งทำการตลาด ในยุคที่ผู้บริโภคเริ่ม “จับทาง” และถามหาความจริงใจจากแบรนด์มากขึ้น
ความสำเร็จในการใช้ Micro-Influencer Marketing ของแบรนด์ความงามสัญชาติออสเตรเลีย “Frank Body” เริ่มต้นจากการเป็นบริษัท Start - Up ที่มีเงินลงทุนเพียง 5,000 ดอลล่าร์ หรือไม่ถึง 2 แสนบาท แต่กลับสร้างรายได้สูงถึง 20 ล้านดอลล่าร์ หรือเกือบ 500 ล้านบาทในปัจจุบัน จากการทำ Micro-Influencer แคมเปญบน Instagram ที่ทำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกของ Frank Body มีที่มาจากการที่ Bree Johnson หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์และคู่หมั้นของเธอ Steve Rowley ซึ่งมีธุรกิจร้านกาแฟอยู่หลายแห่งในเมลเบิร์น เกิดความสงสัยว่า ทำไมสาวๆ จึงมักมาขอกากกาแฟเหลือใช้ เอาไปขัดผิวอยู่เสมอๆ
เมื่อพวกเขาทดลองทำบ้าง ก็พบกับผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ จึงเริ่มต้นธุรกิจผลิตสครับผิวจากกากกาแฟ (coffee body scrub) และโปรโมทแบรนด์ผ่าน Instagram เพียงอย่างเดียว
“เราไม่ได้มีเงินมากมาย Instagram จึงเป็นวิธีที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดี เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่มักใช้เวลาอยู่กับมัน” Jess Hatzis อีกหนึ่งผู้ร่วมก่อตั้ง และยังเป็น creative director ของ Frank Body ด้วยเล่าให้ฟังถึงกลยุทธ์
Hatzis เล่าว่า ตอนที่พวกเธอเปิดตัวสินค้าครั้งแรกนั้น พวกเธอส่งสินค้าตัวอย่างจำนวนมากไปให้ Influencer ทั้งกลุ่มที่เป็น makeup artists, beauty blogger และสาวๆ ที่เป็นผู้บริโภคทั่วๆ ไปได้ทดลองใช้ และเชิญชวนให้คนเหล่านั้นถ่ายภาพตัวเองโชว์ผิวขณะกำลังใช้สครับจากกากกาแฟ พร้อมติด hashtag และ ซึ่ง Impact มาก เพราะเป็นภาพที่ดูแปลกตา และทำให้คนจดจำแบรนด์ได้
ผลของการใช้ Micro-Influencer ในแคมเปญนี้ ทำให้ชื่อของ Frank Body เป็นที่รู้จักในประเทศต่างๆ ยอดผู้ติดตาม Instagram พุ่งขึ้นถึง 350K ภายในเวลาไม่ถึงปี นอกจากนี้ Hatzis ยังมีชื่อติดอันดับ Top 30 under 30 ผู้ประกอบการหนุ่มสาวไฟแรงแห่งยุคจากนิตยสาร Forbes ด้วย!
“คนที่พูดแทนแบรนด์ได้ดีที่สุด คือลูกค้าทุกคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ และมีส่วนร่วมกับแคมเปญของเรา ทำให้เกิดกระแสต่อๆ กันไป”
“ในตอนนั้นทุกแบรนด์ทำการตลาดไปในทางเดียวกันหมด คือพูดแต่สิ่งที่แบรนด์อยากจะพูด ใช้ศัพท์สวยหรูที่ผู้บริโภคฟังแล้วสับสน เราต้องการจะออกจากกรอบเดิมๆ นี้ จึงพูดถึงผลิตภัณฑ์อย่างจริงใจ ตรงไปตรงมา ทำให้เรากับลูกค้าสื่อสารภาษาเดียวกัน และใกล้ชิดกันมากขึ้น นั่นทำให้เราโดดเด่นขึ้นมาในตลาดที่มีการแข่งขันกันสูงนี้” Hatzis กล่าว
สรุป Key สำคัญที่ทำให้แบรนด์น้องใหม่ประสบความสำเร็จ ข้อแรกต้องยอมรับว่า การทำความเข้าใจกับตลาดเป็นงานยากสำหรับแบรนด์ใหม่ แต่ Influencer ก็ทำให้เป็นเรื่องง่ายเพราะพวกเขาเป็น key players ในตลาดอยู่แล้ว
นอกจากนี้ Influencer ยังเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์และสินค้า สิ่งที่ยืนยันได้ดีกว่ายอดขาย คือจำนวนผู้สนใจติดตามแบรนด์ที่เพิ่มขึ้น
ยุคหนึ่งแบรนด์นิยมโปรโมทสินค้าผ่านดารา หรือบล็อกเกอร์คนดัง ข้อดีคือการเข้าถึงคนในวงกว้าง สร้างการรับรู้ได้มาก แต่ก็ไม่วายถูกตั้งคำถามเรื่องความน่าเชื่อถือ ดังนั้น Micro-Influencer Marketing จึงเกิดขึ้น โดยต่างก็มีจุดได้เปรียบ-เสียเปรียบแตกต่างกันไป อยู่ที่แบรนด์จะนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับธุรกิจของตัวเอง
(แหล่งข้อมูล : Heroleads)
24/12/2018
“ เจาะลึก Insight ยุคแห่ง Influencer เมื่อลูกค้าเชื่อคนรอบข้างมากกว่าแบรนด์ “
งานสัมมนาฟรี ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจด้านการตลาดออนไลน์ ได้เห็นมุมมองใหม่ๆเกี่ยวการทำ Influencer Marketing พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ ที่จะมาร่วมแชร์ประสบการณ์ต่างๆภายในงาน
1. คุณนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายขายและสื่อโฆษณา LINE ประเทศไทย (เจ้าของแพลตฟอร์ม Line iDOL)
2. คุณชัชวาล เดชาโรจนภัทท์ กรรมการบริหารฝ่ายสื่อสารการตลาดอี-บิสซิเนส (อดีต Digital Director ทีมวางแผนสื่อโฆษณาออนไลน์ บริษัท Mindshare Thailand)
3. คุณปอนด์-ภริษา ยาคอปเซน (เจ้าของ Facebook Fanpage และ Youtube Channel "ปอนด์ ยาคอปเซ่น")
วันพุธที่ 9 มกราคม 2019 เวลา 13:00 - 16:00 น.
ณ ห้องประชุมชั้น 2 วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล CMMU (ถ.วิภาวดี)
ลงทะเบียนได้ที่ : https://bit.ly/2EDcM4d
คำเตือน: ที่นั่งมีจำนวนจำกัด
24/12/2018
บริษัท เทลสกอร์ จำกัด หรือ Tellscore สตาร์ทอัพด้าน Micro-Influencer ที่ให้บริการสร้างแคมเปญออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์แห่งแรกของประเทศไทย พร้อมประกาศความสำเร็จเติบโตอย่างก้าวกระโดด 6 เดือนแรกของปี 2561 สร้างยอดขายได้มากถึง 40 ล้านบาท
ทางผู้บริหาร Tellscore เผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Product ของตัวเอง และแนวโน้มที่บริษัทต่างๆ เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ Micro-Influencer มากขึ้น เพราะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้แบบตรงกลุ่มมากขึ้น
ปัจจุบันมี Micro-Influencer ให้เลือกมากกว่า 20,000 คน และเคยจัดแคมเปญมาแล้วกว่า 800 แคมเปญ
(แหล่งข้อมูล : TECHSAUCE)
21/12/2018
การเกิดขึ้นของ Micro-Influencers ส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้บริโภคฉลาดและรู้เท่าทัน (นักการตลาด) มากขึ้นกว่าเดิม จากแบรนด์ที่เคยใช้ดาราคนดังมาบอกว่าใช้สินค้านี้แล้วดีงาม ตอนนี้ในสายตาผู้บริโภคก็รู้ทันแล้วว่านั่นคือการโฆษณา หรือจะจ้างบล็อกเกอร์ดัง ๆ ให้รีวิวสินค้าให้นั้น ถึงวันนี้ผู้บริโภคอาจสัมผัสได้ว่าเป็นการจ้างรีวิว แต่ตรงกันข้ามเมื่อเอาคนธรรมดาทั่วไปออกมาพูดยังรู้สึกว่าจริงใจมากกว่า ในมุมของผู้บริหารแพลตฟอร์ม Revu คุณคุณเชค อนุพงศ์ จันทร ได้กล่าวว่า แคมเปญการตลาดโดยใช้ Micro-Influencers ก็มีกฎด้วยเช่นกันว่า แบรนด์จะต้องท่องกฎ 3 ข้อนี้ไว้ให้ขึ้นใจจึงจะประสบความสำเร็จ ได้แก่
1. ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะให้ Micro-Influencers ทำอะไร
2. เมื่อแจ้งเป้าหมายไปแล้ว ต้องให้อิสระเต็มที่ นั่นคือเมื่อให้เขาทำแล้ว ต้องอย่าเข้าไปขัดขวาง หรือไปกำหนดว่างานควรจะออกมาอย่างไร แต่ให้เขามีอิสระที่จะเขียนงาน จึงจะทำให้งานออกมาเป็นคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และแบรนด์จะได้ชิ้นงานที่หลากหลาย
3. ควรมีโปรโมชันให้ Micro-Influencers นำไปบอกต่อได้ เช่น ให้ตัวอย่างทดลองกับ Micro-Influencers ไปแจกบนช่องทางของเขา หรือให้โค้ดส่วนลดเพื่อให้ Micro-Influencers ไปบอกกับ Follower
(แหล่งข้อมูล : Thumbsup)
17/12/2018
แน่นอนว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของการตลาดประเภทนี้ย่อมทำให้เกิดการแข่งขันด้านการโฆษณาอย่างดุเดือด เหล่าแบรนด์ต่างก็พร้อมใจกันหันมาจ้าง influencer ในการให้ข้อมูลสินค้ากันทั้งนั้น และนี่คือข้อควรระวังในการใช้ influencer เพื่อไม่ให้ให้ผลตอบรับจากการโปรโมทสินค้าพลิกจาก ‘ปัง’ เป็น ‘แป้ก’
1. เลือกใช้ influencer ให้เหมาะสม : แม้จะเป็น Influencer เหมือนกัน แต่พวกเขาแต่ละคนก็มีความถนัด กลุ่มผู้ติดตาม และอำนาจการโน้มน้าวที่ไม่เท่ากัน นักการตลาดจำเป็นต้องรู้ insight ของสินค้า กลุ่มเป้าหมายของตัวเองโดยละเอียด ก่อนจะตัดสินใจเลือก Influencer ที่เหมาะสม
2. ไม่ควรล้ำเส้นด้านการนำเสนอ : แน่นอนว่าฝั่งของนักการตลาดย่อมต้องการโปรโมทเพื่อขายสินค้า พวกเขาอาจพูดคุยแนวทางการนำเสนอกับ Influencer แต่ต้องไม่ใช่การกะเกณฑ์ หรือก้าวก่ายในการออกแบบเนื้อหา เพราะหากข้อมูลนั้นดูปรุงแต่งและไม่เป็นทำธรรมชาติ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และตัว Influencer ก็จะลดลง
3. ศึกษาประวัติก่อนตัดสินใจ : ปัจจุบัน Influencer มีอยู่เป็นจำนวนมาก หากไม่ตรวจสอบภูมิหลังของพวกเขาก่อนอาจส่งผลร้ายมาสู่แบรนด์ได้ นักการตลาดไม่ควรตัดสินใจเลือก Influencer จากตัวเลขต่าง ๆ เพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาวิธีการนำเสนอ ผลตอบรับที่ผ่านมา และความไว้วางใจที่เขาได้รับจากผู้ติดตามด้วย
(แหล่งข้อมูล : NEXTEMPIRE)