สาขาภาษาจีน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
#ป.ตรีใบที่สอง #dek68#ปริญญาตรี
25/08/2026
📣 เปิดรับสมัครอบรมออนไลน์ รอบที่ 2
โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ทุกเวลา Anywhere Anytime
ขอเชิญคุณครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมอบรม เพื่ออัปเดตความรู้และเรียนรู้เครื่องมือใหม่จาก Google for Education ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้จริง
📅 วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569
⏰ เวลา 17.00–18.30 น.
📍 ถ่ายทอดสดผ่านเพจ GEG Sam Yan
💡 หัวข้อการอบรม
🔹 Google Classroom โฉมใหม่ในรอบ 10 ปี
เรียนรู้ฟีเจอร์และแนวทางการใช้ Google Classroom เพื่อบริหารจัดการชั้นเรียนให้สะดวกและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
🔹 Gemini Gems: AI เสริมต่อความรู้ให้นักเรียน
เรียนรู้การสร้างและประยุกต์ใช้ Gemini Gems เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และตอบสนองความต้องการของผู้เรียน
🔹 อัปเดตเกมการศึกษาใหม่ด้วย Gemini Canvas
เปิดมุมมองใหม่ในการสร้างกิจกรรมและเกมการศึกษาด้วย AI ให้การเรียนรู้สนุก มีส่วนร่วม และเหมาะกับบริบทของห้องเรียน
🏅 ผู้เข้าร่วมอบรมและผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ที่กำหนด จะได้รับเกียรติบัตรรับรองการเข้าร่วมอบรม
✨ เปิดรับสมัคร “ครูแกนนำโครงการ”
สำหรับคุณครูที่ผ่านการอบรมและปฏิบัติงานในโรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุน Chromebook จะได้รับสิทธิ์สมัครเข้าร่วมหลักสูตรครูแกนนำ พร้อมรับการโค้ชการใช้เครื่องมือและการออกแบบการเรียนรู้เป็นพิเศษจาก
👩🏫 โค้ช ดร.สุกานดา จงเสริมตระกูล
👩🏫 โค้ชปาริฉัตร สีแสง
👨🏫 โค้ชยุทธนา โสจันทึก
หลักสูตรครูแกนนำจะพาทุกท่านพัฒนาจาก “ผู้ใช้เครื่องมือ” ไปสู่การเป็นครูผู้เชี่ยวชาญด้านการประยุกต์ใช้เครื่องมือ Google เพื่อการศึกษาอย่างเป็นระบบ รวมถึง
✅ การโค้ชและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด
✅ การพัฒนาทักษะการใช้ Google เพื่อออกแบบการเรียนรู้
✅ การส่งรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ให้ Google เพื่อดำเนินการออกประกาศนียบัตรรับรอง
✅ โอกาสในการพัฒนาและคัดเลือก “ห้องเรียนต้นแบบ” เพื่อเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดีและเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับครูทั่วประเทศ
มาร่วมกันยกระดับห้องเรียน สร้างเครือข่ายครูแกนนำ และก้าวสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Google for Education ไปด้วยกันนะคะ
📌 สมัครเข้าร่วมอบรมและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ GEG Sam Yan
📌 สิทธิ์เข้าร่วมหลักสูตรครูแกนนำสงวนไว้สำหรับผู้ที่ผ่านการอบรมและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของโครงการ
#ครูแกนนำ
#ห้องเรียนต้นแบบ
ื่อการศึกษา
25/08/2026
กับ วิทยาลัยการศึกษาต่อเนื่อง - CCE มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย - สำเร็จอีกครั้ง! ฉันมีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้มีส่วนร่วมประจำสัปดาห์ติดต่อกัน 9 สัปดาห์แล้ว 🎉
25/08/2026
แบรนด์เก่าแก่กว่า 700 ปี
กำลังลดดีกรีของตัวเองลงเหลือ 28 ดีกรี
แล้วทำให้มันกลายเป็นเครื่องดื่มที่ดื่มเพียวก็ได้
ใส่น้ำแข็งก็ได้
หรือเอาไปผสมกับน้ำผลไม้ก็ได้
พวกเขาไม่ได้ขายแค่ “เหล้า” แต่กำลังพยายามเปลี่ยนภาพจำของสุราจีน
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่เมืองเซินเจิ้น
ในงาน Cityforce 2026 Shenzhen Craft Beer Festival & The 4th City Te-ang Festival ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–23 สิงหาคม ที่ Shenzhen Futian Star River COCO Park
งานนี้ตรงกับช่วงเทศกาลชีซี (七夕 / ชีซี)
หรือวันวาเลนไทน์ของจีนพอดี
บริเวณถนนบาร์กลางแจ้งยาวเกือบ 150 เมตรจึงเต็มไปด้วยคนจีนรุ่นใหม่
ทั้งตลาดนัด ดนตรีสด และการแข่งขันสตรีทแดนซ์
ท่ามกลางแบรนด์คราฟต์เบียร์จำนวนมาก
มีแบรนด์สุราจีนที่โดดเด่นขึ้นมา
นั่นคือ Luzhou Laojiao 28-Degree GAOGUANG
(泸州老窖28度高光 / หลูโจว เหล่าจิ่ว 28 ดีกรี เกากวง)
GAOGUANG (高光 / เกากวง)
เป็นสุราดีกรีต่ำ 28 ดีกรีจาก Luzhou Laojiao (泸州老窖 / หลูโจว เหล่าจิ่ว)
และเข้าร่วมงานในฐานะพันธมิตรอย่างเป็นทางการของ Cityforce 2026
แนวคิดของแบรนด์
“มึนเคลิ้ม 20% ผ่อนคลาย 80%”
แทนที่จะทำให้การดื่มเป็นเรื่องหนักๆ
GAOGUANG พยายามวางสุราให้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาสบายๆ
และการเข้าสังคมของคนรุ่นใหม่
สิ่งที่สะดุดตาคือบูธของ GAOGUANG
แบรนด์ใช้สีม่วงเรียกว่า “GAOGUANG Purple”
และออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับการถ่ายรูป
คนจึงเข้ามาหยุดถ่ายภาพและลองเครื่องดื่มกันจำนวนมาก
ข้อความที่อยู่รอบบูธก็ไม่ได้พูดเหมือนโฆษณาเหล้าแบบเดิมๆ
แต่ใช้ภาษาที่เข้ากับบรรยากาศของคนรุ่นใหม่
เช่น
“การเจอกันแล้วชนแก้วคือความโรแมนติกขั้นสุด”
“มาแล้วก็ต้องดื่มแบบเซินเจิ้น”
“รู้ว่าพวกคุณรีบไปหาเงิน แต่ความโรแมนติกก็ต้องจำให้ขึ้นใจ”
เมนูที่ได้รับความสนใจคือ Romantic Light Shines (Romantic 光耀特调 / โรแมนติก กวงเย่าเท่อเถียว)
เป็นสุราผสมกลิ่นองุ่นเข้ากับรสหวานใสของสุรา
โดยเป็นสูตรเดียวกับที่ Zhao Lusi (赵露思 / จ้าวลู่ซือ) นักแสดงหญิงชาวจีนเคยแชร์บนโซเชียลมีเดีย
อีกเมนูคือ Breeze Sweet Island (Breeze 甜屿微醺特调 / บรีซ เถียนอวี่ เวยซุน เท่อเถียว) ซึ่งนำสับปะรดมาจับคู่กับบ๊วยเค็ม ให้รสชาติแบบเครื่องดื่มผลไม้เมืองร้อน
ส่วน Sunrise Ang-Yang (Sunrise 昂漾特调 / ซันไรซ์ อ๋างย่าง เท่อเถียว) มีสีส้มเหลืองสดใสและฟองอากาศในแก้ว ให้ภาพเหมือนพระอาทิตย์กำลังขึ้น
ทั้งสามเมนูจึงไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะ “เหล้าจีน” อย่างเดียว
แต่ถูกทำให้ดูเหมือนเครื่องดื่มที่เข้ากับปาร์ตี้ คาเฟ่ บาร์ และการถ่ายรูปของคนรุ่นใหม่
ผู้บริโภคคนหนึ่งบอกว่า เดิมทีตั้งใจมาเดินงานคราฟต์เบียร์
แต่ไม่คิดว่าจะได้ลองสุราจีนมิกซ์สูตรเดียวกับจ้าวลู่ซือ
และรู้สึกว่าทั้งหน้าตาและรสชาติน่าสนใจจนอยากแชร์ต่อ
ส่วนคนที่ลองสุราจีนมิกซ์เป็นครั้งแรกบอกว่า
รสชาตินุ่มคอ และกลิ่นผลไม้ช่วยผสมกับกลิ่นหอมของสุราได้ดี
จนทำให้ภาพจำเดิมๆ ที่มีต่อสุราจีนเปลี่ยนไป
GAOGUANG ไม่ได้พยายามบอกว่า “สุราจีนแบบเก่าไม่ดี”
แต่กำลังเพิ่มวิธีดื่มเข้าไป
GAOGUANG 28 ดีกรีถูกวางให้ดื่มได้ 3 แบบ
แบบแรก ดื่มเพียว เพื่อให้สัมผัสรสชาติและกลิ่นหอมจากกระบวนการหมัก รวมถึงกลิ่นธัญพืช
แบบที่สอง ใส่น้ำแข็ง เพื่อให้ดื่มง่ายและสดชื่นขึ้น
แบบที่สาม ดื่มแบบมิกซ์ โดยใช้เป็นเบสแล้วผสมน้ำผลไม้หรือโซดา ผู้ดื่มสามารถปรับสูตรของตัวเองได้
นี่ทำให้สุรา 1 ขวดไม่ได้ถูกจำกัดอยู่กับรูปแบบการดื่มเพียงแบบเดียว
และนี่คือเหตุผลที่ GAOGUANG ได้รับรางวัล “แบรนด์นวัตกรรมแห่งปี” หรือ Innovative Brand จาก CITYFORCE 2026 ซึ่งประกาศผลเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม
รางวัลนี้มอบให้กับแบรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในเรื่องนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ประสบการณ์ เทคโนโลยี หรือโมเดลของแบรนด์
เบื้องหลัง GAOGUANG คือ Luzhou Laojiao (泸州老窖 / หลูโจว เหล่าจิ่ว) แบรนด์สุราจีนเก่าแก่ที่สืบทอดเทคนิคการหมักมานานกว่า 700 ปี ผ่านมาแล้วมากกว่า 24 รุ่น
ขณะเดียวกัน บริษัทก็มีประสบการณ์ด้านสุราดีกรีต่ำมากกว่า 30 ปี
GAOGUANG จึงนำเทคนิคการผลิตเดิมมาผสมกับวิธีการลดดีกรีแบบไล่ระดับหลายช่วง
เป้าหมายคือทำให้สุรามีดีกรีต่ำลง แต่ยังรักษาคุณภาพและกลิ่นรสเอาไว้
แนวคิดของแบรนด์จึงเป็น
“ลดดีกรี แต่ไม่ลดคุณภาพ
ดื่มง่าย แต่รสไม่เจือจาง”
GAOGUANG ไม่ได้กำหนดว่าต้องดื่มในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง
จะดื่มตอนกินอาหารก็ได้
สังสรรค์กับเพื่อนก็ได้
ตั้งแคมป์ก็ได้
หรือจะดื่มคนเดียวก็ได้
การใส่น้ำแข็งและการนำไปมิกซ์
ทำให้คนที่ชอบรสชาติแตกต่างกันสามารถเลือกวิธีดื่มของตัวเองได้
นี่ตอบโจทย์พฤติกรรมการเข้าสังคมของคนรุ่นใหม่
ที่ไม่ได้ต้องการ “ดื่มหนัก” เป็นเป้าหมายหลัก
แต่ต้องการเครื่องดื่มที่เข้ากับกิจกรรมและบรรยากาศมากกว่า
GAOGUANG 28 ดีกรี เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนปีนี้
แบรนด์เลือกสื่อสารกับคนที่ชอบความสุขแบบเบาสบาย พร้อมใช้แนวคิด
“มึนเคลิ้ม 20% มีความสุข 80%”
หลังจากนั้น GAOGUANG ได้เข้าไปเชื่อมกับวงการบันเทิงด้วยการเป็นผู้สนับสนุนพิเศษสำหรับคอนเสิร์ตของ Zhao Lusi (赵露思 / จ้าวลู่ซือ) ที่มาเก๊า
การเลือกใช้สูตรเครื่องดื่มที่จ้าวลู่ซือเคยแชร์ ทำให้แบรนด์เชื่อมต่อกับแฟนๆ ได้โดยตรง
ขณะเดียวกัน แฮชแท็ก “GAOGUANG Summer Exclusive Mix” ก็ถูกพูดถึงบนโซเชียลมีเดีย คนรุ่นใหม่แชร์สูตรมิกซ์เครื่องดื่มของตัวเอง พร้อมบันทึกช่วงเวลาต่างๆ ในชีวิตผ่านเครื่องดื่มแก้วนี้
ภาพจำของ GAOGUANG จึงค่อยๆ เปลี่ยนจาก “สุราจีน” ไปสู่ “สุราสำหรับการรวมตัวของคนรุ่นใหม่”
การเลือกไปเปิดตัวในงาน Te-ang Festival ที่เซินเจิ้นจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
งานนี้มีทั้ง IP ของเทศกาลที่เกี่ยวกับความผ่อนคลาย พื้นที่ COCO Park ที่มีคนรุ่นใหม่จำนวนมาก และช่วงเทศกาลชีซีที่เหมาะกับการออกไปพบปะและสังสรรค์
ทุกอย่างเข้ากับแนวคิดของ GAOGUANG ที่ต้องการให้สุราเป็นเครื่องดื่มที่ “ภาระต่ำ” และเป็นมิตรกับการเข้าสังคม
จากออนไลน์ คนเห็นสูตรเครื่องดื่มบนโซเชียล
จากนั้นมาเจอสินค้าจริงที่บูธ
ได้ลองดื่ม
และสุดท้ายกลายเป็นประสบการณ์ร่วมในงาน
นี่คือสิ่งที่แบรนด์กำลังสร้างขึ้น
ไม่ใช่แค่การขายสุรา แต่เป็นการสร้างสถานการณ์ให้คนอยากหยิบแก้วขึ้นมาดื่
เพราะตลาดเครื่องดื่มของคนรุ่นใหม่ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่อง “รสชาติอร่อย” อีกแล้ว
หน้าตาของเครื่องดื่ม วิธีการเสิร์ฟ สูตรมิกซ์ ความเข้ากับสถานที่ และความสามารถในการนำไปสร้างคอนเทนต์ ล้วนมีส่วนทำให้เครื่องดื่มหนึ่งแก้วกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์
GAOGUANG กำลังเอาสุราที่มีประวัติยาวนานกว่า 700 ปี มาวางในบริบทใหม่
จากเครื่องดื่มที่เคยผูกกับภาพของการดื่มแบบจริงจัง
กลายเป็นเครื่องดื่มที่คนรุ่นใหม่สามารถถือถ่ายรูป ชวนเพื่อนชนแก้ว หรือเอาไปผสมสูตรของตัวเองได้
แบรนด์เก่าไม่ได้จำเป็นต้องทิ้งตัวตนเดิม เพื่อให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่
GAOGUANG ยังใช้พื้นฐานจากสุราของ Luzhou Laojiao (泸州老窖 / หลูโจว เหล่าจิ่ว) เหมือนเดิม
แต่เปลี่ยน “วิธีที่คนสัมผัสกับมัน”
เพราะสำหรับคนรุ่นใหม่ สิ่งที่ขายไม่ได้มีแค่ตัวสินค้า
แต่คือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัวสินค้าด้วย
ข้อมูลจาก 36Kr Industrial Innovation
#บุญไชน่าเล่าเรื่องจีน #เล่าเรื่องจีน #ข่าวจีน #แบรนด์จีน #ธุรกิจจีน
25/08/2026
หอจัดแสดงผลงานโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรภาษาจีนเปิดให้บริการที่นครฉางซา
หอนิทรรศการจัดแสดงผลงานโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรภาษาจีน เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 ณ พิพิธภัณฑ์มณฑลหูหนาน ถือเป็นก้าวสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรภาษาจีน จากเดิมที่เน้นจัดเก็บในรูปแบบ “ฐานข้อมูล” สู่การจัดนิทรรศการที่มีชีวิตชีวาและสามารถสัมผัสได้จริง
หอนิทรรศการแห่งนี้อาศัยผลงานจาก “โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรภาษาจีน” ซึ่งดำเนินการโดยกระทรวงศึกษาธิการและคณะกรรมการภาษาแห่งชาติ รวบรวมข้อมูลภาษาจำนวนมหาศาลจากพื้นที่กว่า 1,800 แห่งทั่วประเทศ ทั้งภาษาถิ่น ภาษาชนกลุ่มน้อย และวัฒนธรรมทางภาษาของจีนจากทั่วประเทศ พร้อมคัดสรรโบราณวัตถุอันทรงคุณค่าด้านภาษาและอักษรกว่า 30 รายการ และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดแสดง เพื่อสร้างพื้นที่การจัดแสดงภาษาและวัฒนธรรมรูปแบบใหม่ที่ผสานการเรียนรู้สร้างประสบการณ์ให้ผู้ชมได้ดื่มด่ำกับสิ่งที่ได้พบเห็น
ในวันเปิดงาน มีการจัดตั้ง “พันธมิตรส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีภาษาในสาขาที่สำคัญระดับชาติ” อย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการผสานเทคโนโลยีภาษาและอักษรเข้ากับปัญญาประดิษฐ์และขับเคลื่อนนวัตกรรม นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่ “ข้อริเริ่มฉางชาว่าด้วยการส่งเสริมการบูรณาการอย่างลึกซึ้งระหว่างวัฒนธรรมและเทคโนโลยีกับทรัพยากรทางภาษา” เพื่อเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนของสังคมให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ การพัฒนา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรภาษา
การเปิดหอนิทรรศการแสดงผลงานโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรภาษาจีนนี้ ยังเป็นการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมสำคัญของจีนในการส่งเสริมการปฏิบัติตาม “ปฏิญญาเยว่ลู่” ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก)และเป็นการนำเสนอแนวทางและภูมิปัญญาของจีนต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางภาษาของโลก
23/08/2026
จีนเร่งใช้ AI พัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ วาง 860 รูปแบบใช้งานทั่วประเทศ
จีนกำลังเร่งนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ออกจากห้องทดลอง ไปสู่การใช้งานจริงในระบบคมนาคมขนาดใหญ่ ตั้งแต่ถนน รถไฟ การเดินเรือ การบิน และไปรษณีย์และโลจิสติกส์ โดยล่าสุด กระทรวงคมนาคมจีนเปิดเผยว่า ได้รวบรวมรูปแบบที่มีศักยภาพในการประยุกต์ใช้ AI มากถึง 860 รูปแบบ และเริ่มผลักดันการใช้งานชุดแรก 41 รูปแบบแล้ว
ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผน “AI Plus Transportation” เพื่อเร่งการประยุกต์ใช้ AI ในภาคการขนส่งของจีน ซึ่งกระทรวงคมนาคมจีน ร่วมกับหน่วยงานด้านการรถไฟ การบินพลเรือน และไปรษณีย์ ประกาศใช้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
เป้าหมายของจีนไม่ได้หยุดอยู่ที่การนำ AI มาช่วยงานเฉพาะจุด แต่ต้องการให้เทคโนโลยีดังกล่าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบขนส่ง ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ยานพาหนะ การให้บริการ และการบริหารจัดการและกำกับดูแล
จีนกำหนด 10 ทิศทางสำคัญ อาทิ การขับขี่อัจฉริยะ ถนนอัจฉริยะ รถไฟอัจฉริยะ การเดินเรือและการบินพลเรือนอัจฉริยะ ไปรษณีย์อัจฉริยะ การก่อสร้างและบำรุงรักษา การบริการเดินทาง การขนส่งสินค้าและ โลจิสติกส์ ตลอดจนการใช้ AI กำกับดูแลด้านความปลอดภัย
ภายใต้แผนดังกล่าว มีการเตรียมผลักดันโครงการนำร่องมากกว่า 100 โครงการ พร้อมดึงภาคธุรกิจ มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และผู้พัฒนาเทคโนโลยีมากกว่า 1,000 รายเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อเชื่อมการพัฒนา AI เข้ากับโจทย์ที่เกิดขึ้นจริงในระบบขนส่ง
จากรูปแบบการใช้งานที่รวบรวมไว้ 860 รูปแบบ จีนคัดเลือกชุดแรก 41 รูปแบบ โดยพิจารณาจากความพร้อมของเทคโนโลยี ความต้องการใช้งาน และโอกาสในการขยายผล เช่น ระบบเตือนหมอกหนาบนทางด่วน ระบบตรวจสอบความปลอดภัยอัจฉริยะ การควบคุมการขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ การจัดสรรระบบขนส่งสาธารณะตามปริมาณผู้โดยสาร การวางแผนเส้นทางอัจฉริยะ รถบรรทุกหนักขับเคลื่อนอัตโนมัติ การบริหารท่าเรือด้วย AI และระบบตรวจสอบสภาพอุปกรณ์รถไฟโดยอัตโนมัติ
จนถึงขณะนี้ มีการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในภาคการขนส่งหลายด้านแล้ว
บนทางด่วนปักกิ่ง–สยงอัน มีการใช้โมเดล AI วิเคราะห์เหตุผิดปกติบนถนน และส่งข้อมูลเตือนไปยังผู้ใช้เส้นทางเกือบเรียลไทม์ โดยระบบสามารถตรวจจับเหตุฉุกเฉินได้ด้วยความแม่นยำมากกว่า 95%
ในระบบราง จีนใช้ AI เพื่อยกระดับการตรวจสอบความปลอดภัยจากการตรวจพบปัญหาหลังเกิดเหตุ ไปสู่การคาดการณ์และเตือนล่วงหน้า โดยเชื่อมต่อกล้องมากกว่า 56,000 จุดตามเส้นทางรถไฟความเร็วสูง โดยเฉพาะบริเวณปากอุโมงค์และสะพาน พร้อมใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลจากกล้องร่วมกับเรดาร์ เพื่อตรวจจับบุคคลหรือสิ่งกีดขวางที่อาจเข้าสู่แนวราง
จนถึงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ระบบสามารถตรวจพบและจัดการสัญญาณเตือนที่นำไปใช้ในการป้องกันความเสี่ยงได้เกือบ 310,000 รายการ
ภาคไปรษณีย์และการจัดส่งพัสดุก็เป็นอีกพื้นที่ที่ AI เข้ามามีบทบาท ตั้งแต่บริการลูกค้า การคัดแยกพัสดุ การตรวจสอบความปลอดภัย ไปจนถึงการวางแผนเส้นทางขนส่ง
ปัจจุบันจีนมีรถส่งพัสดุไร้คนขับมากกว่า 16,000 คัน และโดรนมากกว่า 400 ลำ ช่วยขยายบริการจัดส่งสินค้าไปยังพื้นที่ภูเขา เกาะ และพื้นที่ห่างไกลที่การขนส่งรูปแบบเดิมเข้าถึงได้ยาก
เบื้องหลังการใช้งานเหล่านี้ คือการพัฒนาโมเดล AI ขนาดใหญ่ด้านการขนส่งในโครงสร้าง “1+N+X”
“1” หมายถึงโครงสร้างเทคโนโลยีพื้นฐานกลางที่รองรับโมเดลและทรัพยากรประมวลผลหลายประเภท “N” คือโมเดลเฉพาะทางสำหรับการขนส่งแต่ละสาขา ส่วน “X” คือ AI Agent ที่นำไปใช้กับภารกิจเฉพาะ เช่น การควบคุมเครือข่ายถนน การจัดตารางเดินรถ หรือการรับมือเหตุฉุกเฉิน
แนวทางนี้ทำให้ AI ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงวิเคราะห์ข้อมูล แต่เริ่มเข้าไปมีส่วนช่วยในการตัดสินใจและบริหารระบบขนส่งจริงมากขึ้น
เป้าหมายที่จีนต้องการจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง แต่ยังครอบคลุมถึงการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และลดการใช้พลังงาน
ตัวอย่างเช่น ท่าเรือเป่ยปู้ (Beibu Gulf Port) ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ใช้ระบบจัดสรรการขนส่งด้วย AI ช่วยลดเวลาพักตู้คอนเทนเนอร์ระหว่างการเชื่อมต่อรถไฟกับเรือได้มากกว่า 20%
ขณะที่ท่าเรือชิงเต่า (Qingdao Port) ซึ่งพัฒนาระบบท่าเรืออัตโนมัติ ใช้ระบบจัดตารางอัจฉริยะเพื่อลดการวิ่งรถเปล่าและเวลารอ ส่งผลให้การใช้พลังงานต่อการจัดการตู้คอนเทนเนอร์หนึ่งตู้ลดลงมากกว่า 15%
จีนตั้งเป้าว่า ภายในปี 2030 จะขยายรูปแบบการใช้งาน AI ในภาคการขนส่งที่มีมูลค่าสูงเพิ่มขึ้น พัฒนาโมเดลและอัลกอริทึมระดับสูง และต่อยอดไปสู่โครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์ บริการ และธุรกิจรูปแบบใหม่ เพื่อผลักดันให้ AI กลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของระบบขนส่งสมัยใหม่
บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย
ภาพ : CGTN
ที่ตั้ง
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
ดินแดง
Bangkok
เวลาทำการ
| 09:00 - 17:00 |