12/06/2026
สถิตในดวงใจไทยตราบนิรันดร์
น้อมสํานึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร และบุคลากร
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์
ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ
ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ
✦รอบการแสดงสำหรับผู้ชมทั่วไป✦
อ. 10:00(EN) / 11:00 / 15:00
พ.-ศ. 11:00 / 15:00
ส. และ อา. 10:00 / 11:00 / 13:00 / 14:00 / 15:00
✦รอบการแสดงสำหรับสถานศึกษา (ต้องโทรสำรองที่นั่งตามเบอร์ด้านล่าง)✦
อ. 10:00(EN) / 13:00 / 14:00
พ.-ศ. 10:00 / 13:00 / 14:00
ส. และ อา. 10:00
✦ค่าบัตร✦
เด็ก 30 บ. ผู้ใหญ่ 50 บ.
ซื้อบัตรได้ที่หน้าเคาน์เตอร์ของวันที่ต้องการเข้าชม หรือ sciplanet.welovebooking.net
✦เนื้อหากา
12/06/2026
สถิตในดวงใจไทยตราบนิรันดร์
น้อมสํานึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร และบุคลากร
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์
ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ
09/06/2026
🌌 มิถุนายน ฤดูแห่งทางช้างเผือก
เดือนมิถุนายนเป็นหนึ่งในช่วงเวลาทองสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการสังเกตและถ่ายภาพใจกลางทางช้างเผือก (Milky Way Core) เนื่องจากสามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำและปรากฏอยู่บนท้องฟ้าตลอดทั้งคืน
⏰ ทางช้างเผือกปรากฏตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ
ในช่วงเดือนมิถุนายน ใจกลางทางช้างเผือกจะเริ่มปรากฏเหนือขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้หลังดวงอาทิตย์ตกไม่นาน ผู้สังเกตการณ์สามารถเริ่มสังเกตหรือถ่ายภาพได้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลจากแสงไฟรบกวน โดยไม่จำเป็นต้องรอจนถึงดึกเหมือนในช่วงต้นปี
🌑 ช่วงคืนเดือนมืด เหมาะแก่การสังเกตมากที่สุด
แม้ว่าจะสามารถสังเกตทางช้างเผือกได้ตลอดเดือน แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือหลังวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งอยู่ใกล้ช่วงคืนเดือนมืด (New Moon) ทำให้ไร้แสงจันทร์รบกวน ท้องฟ้ามืด และรายละเอียดของทางช้างเผือกปรากฏได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
🌧️ อุปสรรคสำคัญในฤดูฝน คือ เมฆและฝน
อย่างไรก็ตาม เดือนมิถุนายนเป็นช่วงที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัว ผู้ที่วางแผนออกไปสังเกตหรือถ่ายภาพท้องฟ้าควรติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด โดยหลังฝนตกและเมฆเริ่มสลายตัว มักเป็นช่วงที่ท้องฟ้าโปร่งใส เหมาะสำหรับการสังเกตและบันทึกภาพวัตถุท้องฟ้า
✨ สิ่งที่ควรรู้ก่อนออกไปชมทางช้างเผือก
ในการสังเกตด้วยตาเปล่าภายใต้ท้องฟ้ามืดสนิท ทางช้างเผือกจะมีลักษณะเป็นแถบแสงสีขาวจาง ๆ พาดผ่านท้องฟ้า คล้ายกลุ่มเมฆบาง ๆ ที่ไม่เคลื่อนที่ แต่เมื่อใช้กล้องถ่ายภาพที่มีโหมดถ่ายภาพกลางคืนหรือโหมดดาราศาสตร์ พร้อมตั้งกล้องให้นิ่งและเปิดรับแสงเป็นเวลาหลายวินาที รายละเอียดของดาวฤกษ์ เนบิวลา และโครงสร้างของทางช้างเผือกจะปรากฏให้เห็นอย่างน่าประทับใจ
เดือนมิถุนายนจึงเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของปีสำหรับการเรียนรู้และสัมผัสความงดงามของกาแล็กซีทางช้างเผือกด้วยตนเอง หากสภาพอากาศเป็นใจ อย่าลืมเงยหน้ามองท้องฟ้า และใช้โอกาสนี้ในการสำรวจบ้านหลังใหญ่ของเราในกาแล็กซีทางช้างเผือก
"เมื่อแสงไฟบนโลกค่อย ๆ เลือนหาย เราจะได้เห็นว่าเอกภพอันกว้างใหญ่ไม่เคยหายไปไหน เพียงรอให้เราเงยหน้าขึ้นมอง"
เครดิตภาพ: IG / FB: peonysus2nd
สถานที่: ทุ่งกะมัง จังหวัดชัยภูมิ (23 มีนาคม 2569)
กล้อง: Sony A7R V + FE 14mm f/1.8 GM
#ทางช้างเผือก
#ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ
#รอพบกันใหม่เร็วๆนี้
02/06/2026
🌈✨ ย้อนชม "ธง Pride แห่งจักรวาล" จาก NASA ✨🌈
เนื่องในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็น Pride Month หรือเดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) เราขอพาทุกท่านย้อนชมผลงานสร้างสรรค์จาก NASA ที่นำความงดงามของจักรวาลมาถ่ายทอดผ่านสีสันของธง Progress Pride ได้อย่างน่าสนใจและมีความหมาย
ภาพธง Progress Pride ผืนนี้ได้รับการออกแบบโดย Rachel Lense เจ้าหน้าที่ของ NASA ในปี 2024 โดยนำภาพถ่ายทางดาราศาสตร์ ภาพดาวเคราะห์ ดวงอาทิตย์ กาแล็กซี และปรากฏการณ์ธรรมชาติมาจัดเรียงเป็นแถบสีต่าง ๆ ของธง เพื่อสื่อถึงความหลากหลายทั้งในจักรวาลและในสังคมมนุษย์ สะท้อนแนวคิดที่ว่า "การสำรวจอวกาศเป็นเรื่องของทุกคน" และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นได้จากการเปิดรับความแตกต่างของผู้คนทุกกลุ่ม
🌈 แถบสีรุ้ง (ด้านขวา)
❤️ สีแดง : ภาพยอดพวยกาสายฟ้าในชั้นบรรยากาศ (Red Sprites)
🧡 สีส้ม : ภาพแอ่งหลุมอุกกาบาตบนดาวอังคาร
💛 สีเหลือง : พื้นผิวของดวงจันทร์ไอโอ (Io) บริวารของดาวพฤหัสบดี
💚 สีเขียว : ปรากฏการณ์สาหร่ายสะพรั่ง (Algal Blooms) บนโลก
💙 สีน้ำเงิน : ดาวเนปจูน
💜 สีม่วง : ภาพเนบิวลาปู (Crab Nebula)
◀️ แถบมุมและสามเหลี่ยม (ด้านซ้าย)
🤍 สีขาว : การหมุนวนของกลุ่มเมฆบนโลก
🩷 สีชมพู : แสงออโรราจากอวกาศ
🩵 สีฟ้าอ่อน : ภาพดวงอาทิตย์ในช่วงความยาวคลื่นเฉพาะ
🤎 สีน้ำตาล : ชั้นบรรยากาศและพายุบนดาวพฤหัสบดี
🖤 สีดำ : กาแล็กซีอันไกลโพ้นจากโครงการ Hubble Deep Field
🔭 เมื่อมองออกไปยังจักรวาล เราจะพบว่าความแตกต่างคือเรื่องปกติของธรรมชาติ
🌈 และบางที ความงดงามของจักรวาล อาจเกิดขึ้นจากความหลากหลายไม่ต่างจากโลกของเรา
#ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ
#รอพบกันใหม่เร็วๆนี้
31/05/2026
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ปิดบริการในวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยปิดบริการในวันหยุดนักขัตฤกษ์ เดือนมิถุนายน 2569 ดังนี้
วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 : วันวิสาขบูชา
วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2569 : วันหยุดชดเชยวันวิสาขบูชา
วันพุธที่ 3 มิถุนายน 2569 : วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
15/05/2026
🌕 เหตุใดวันวิสาขบูชาปี 2569 ดวงจันทร์เต็มดวงจึงอยู่ใน “กลุ่มดาวแมงป่อง” ไม่ใช่ “กลุ่มดาวคันชั่ง” ตามความเชื่อดั้งเดิม?
โบราณกำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันที่ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้ ดาววิสาขะ (Vishakha) ซึ่งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างกลุ่มดาวคันชั่ง (Libra) กับกลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius) ตามระบบนักษัตรของอินเดียโบราณ
แต่ในปัจจุบัน วันวิสาขบูชาซึ่งตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ดวงจันทร์เต็มดวงปรากฏอยู่ค่อนไปทางกลุ่มดาวแมงป่องมากกว่ากลุ่มดาวคันชั่ง สาเหตุสำคัญมาจาก “การส่ายของแกนโลก” หรือ “Precession”
โลกหมุนรอบตัวเองโดยแกนหมุนไม่ได้ชี้คงที่ แต่จะค่อย ๆ ส่ายคล้ายลูกข่าง ทำให้ตำแหน่งจุดอ้างอิงบนทรงกลมฟ้า เช่น จุดวิษุวัต (Equinox) เคลื่อนที่ช้า ๆ ย้อนทิศไปตามแนวจักรราศี ประมาณ 1 องศาทุก 72 ปี
เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 2,500 ปี ตั้งแต่สมัยพุทธกาล ตำแหน่งพิกัดของดาวฤกษ์เมื่อเทียบกับฤดูกาลและปฏิทิน จึงเปลี่ยนไปประมาณ 34-35 องศา หรือเกือบ 1 ราศีเต็ม
ดังนั้น แม้ว่ายังคงใช้หลัก “วันเพ็ญเดือน 6” ตามจันทรคติเป็นวันวิสาขบูชาเหมือนเดิม แต่ตำแหน่งจริงของดวงจันทร์บนท้องฟ้าเมื่อเทียบกับกลุ่มดาวพื้นหลัง ได้เลื่อนจากบริเวณกลุ่มดาวคันชั่งไปอยู่ในกลุ่มดาวแมงป่องแทน
อย่างไรก็ตาม คำว่า “วิสาขบูชา” ยังคงเป็นชื่อทางจารีตและปฏิทินทางศาสนา ไม่ได้หมายความว่าดวงจันทร์ต้องอยู่ในกลุ่มดาวคันชั่งตามตำแหน่งเดิมเหมือนเมื่อ 2,500 ปีก่อนเสมอไป
🔭 “ท้องฟ้าเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แม้ในช่วงชีวิตมนุษย์จะสังเกตได้ยากก็ตาม”
#วิสาขบูชา
#ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ
#รอพบกันใหม่เร็วๆนี้
วันพุธที่ 13 พ.ค. 69
ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ
"ปิด" ให้บริการ
เนื่องในวันพืชมงคล
07/05/2026
จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าใน 24 ชั่วโมง ดวงอาทิตย์ขึ้นถึง 16 ครั้ง? ☀️
นี่คือชีวิตจริงบน ISS...
วันที่ 5-12 พฤษภาคม 2569 สถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station: ISS) จะโคจรผ่านท้องฟ้าไทย สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า โดยจะมองเห็นเป็นจุดสีขาวสว่างคล้ายดาว เคลื่อนที่เร็ว และไม่กะพริบ ✨
ISS เป็นยานอวกาศขนาดใหญ่ พื้นที่ใกล้เคียงกับสนามฟุตบอล โคจรรอบโลกด้วยความเร็วประมาณ 28,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้โคจรรอบโลกครบ 1 รอบในเวลาประมาณ 90 นาที หรือประมาณ 16 รอบต่อวัน
นั่นจึงทำให้นักบินอวกาศบน ISS ได้เห็น “ดวงอาทิตย์ขึ้น” และ “ดวงอาทิตย์ตก” ถึงวันละ 16 ครั้ง
หลังสิ้นสุดภารกิจในช่วงปี 2030 ISS มีแผนจะถูกปลดระวางและลดระดับวงโคจร เพื่อนำกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก โดย SpaceX ได้รับมอบหมายให้พัฒนายานอวกาศสำหรับภารกิจนี้ คาดว่า ISS และยานดังกล่าวจะเผาไหม้และแตกสลายระหว่างกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก
แล้วการเงยหน้ามองท้องฟ้าในช่วงวันที่ 5-12 พฤษภาคมนี้ จะมีความหมายมากขึ้น 🥰
อ้างอิง
https://www.nasa.gov/learning-resources/for-kids-and-students/what-is-the-international-space-station-grades-5-8/
https://science.nasa.gov/earth/earth-observatory/sunrise-to-sunset-aboard-the-space-station-44425/
https://www.nasa.gov/news-release/nasa-selects-international-space-station-us-deorbit-vehicle/
#ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ
#รอพบกันใหม่เร็วๆนี้
30/04/2026
ผนังโดมท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ (ฝั่งด้านนอก) บริเวณหนึ่ง เคยปรากฏภาพ
“มณีเมขลาล่อแก้ว และรามสูรขว้างขวาน”
ภาพนี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความสวยงาม
แต่สะท้อนความเชื่อดั้งเดิมของคนไทย
ในการอธิบายปรากฏการณ์ฟ้าแลบฟ้าร้อง
ก่อนที่จะมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์
วันนี้ชวนย้อนกลับไปอ่าน
“ตำนานเมขลากับรามสูร”
จากหนังสือเรียนภาษาไทย ระดับชั้น ป.3
(มานะ มานี ปีติ ชูใจ - หลักสูตร พ.ศ. 2521)
ยักษ์ชื่อรามสูร ไล่จับนางฟ้าชื่อเมขลา นางเมขลามีแก้วมณีดวงหนึ่ง มีประกายพรายแพรวงดงามมาก นางมักจะถือแก้วมณีมาโยนเล่นตามกลีบเมฆ ฝ่ายรามสูรเป็นยักษ์ที่ใจโหดเหี้ยม มีขวานเป็นอาวุธ ชอบเหาะเที่ยวไปมาในกลีบเมฆ พอเห็นแสงแก้วมณีของนางเมขลาเข้า ก็ชอบใจดังคำกลอนว่า
รวดเร็วดังหนึ่งลมพัด
เฉวียนฉวัดไปในเวหา
เยี่ยมออกจากกลีบเมฆา
อสุราเห็นแก้วแววไว
ซึ่งนางเมขลาโยนเล่น
ยิ่งเห็นยิ่งชอบอัชฌาสัย
ยิ่งพิศยิ่งคิดต้องใจ
จะใคร่ได้ดวงจินดา
รามสูรจึงขอแก้วมณีจากนางเมขลา นางเมขลาไม่ยอมให้ รามสูรโกรธจึงไล่แย่ง นางเมขลาหลบหลีกได้ว่องไวมาก แล้วชูแก้วมณีล่อหลอกรามสูร ทำให้รามสูรโกรธ จึงขว้างขวานหมายจะฆ่านางเสีย แต่นางเมขลาว่องไวหลบหลีกได้ทันดังคำกลอนต่อไปนี้
เมื่อนั้น
นวลนางเมขลามารศรี
เลี้ยวล่อรามสูรอสุรี
กรโยนมณีจินดา
ทำทีประหนึ่งจะให้แก้ว
กลอกแสงพรายแพรวบนหัตถา
ครั้งรามสูรไล่เลี้ยวมา
กัลยารำล่ออสุรี
นางแกล้งเลี้ยงลัดฉวัดเฉวียน
เวียนไปตามจักรราศี
มือหนึ่งชูแก้วมณี
ทำทีเยาะเย้ยอสุรา
บัดนั้น
จึ่งรามสูรยักษา
ครั้นแสงแก้วแวววับจับตา
อสุรากริ้วโกรธคือไฟ
เหม่ เหม่ นางเมขลานารี
กูจะล้างชีวีเสียให้ได้
กวัดแกว่งขวานเพชรดั่งเปลวไฟ
ก็ขว้างไปด้วยกำลังฤทธิ์
มิได้ต้องกายกัลยา
ยักษาเดือดดาลทะยานจิต
โลดไล่พัลวันกระชั้นชิด
ตามติดคว้าไขว่เยาวมาลย์
แสงแก้วมณีของนางเมขลา ก็คือฟ้าแลบซึ่งเป็นประกายแปลบปลาบ รามสูรขว้างขวาน เสียงขวานแหวกอากาศดังกึกก้อง ก็คือฟ้าร้อง รามสูรจับเมขลาไม่ได้สักที ต้องไล่จับกันอยู่จนบัดนี้ จึงเห็นฟ้าแลบ และได้ยินเสียงฟ้าร้องอยู่ตลอดมาเช่นกัน
#ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ
#รอพบกันใหม่เร็วๆนี้
22/04/2026
#ดาวเคราะห์เรียงตัว (Planetary Alignment)
ไม่ใช่เหตุการณ์พิเศษทางฟิสิกส์
ไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนวงโคจร
และไม่ได้มีผลกระทบที่สังเกตได้ต่อโลก
ปรากฏการณ์ที่ดาวเคราะห์หลายดวง “ดูเหมือนเรียงกัน” บนท้องฟ้า
แท้จริงแล้วเป็นเพียง การเรียงตัวในเชิงมุมมอง (apparent alignment)
ไม่ใช่การเรียงกันจริงในอวกาศ
ดาวเคราะห์ทุกดวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ในระนาบใกล้เคียงกัน เรียกว่า
ระนาบสุริยวิถี (Ecliptic Plane)
และโลกเองก็อยู่ในระนาบนี้
เมื่อเรามองออกไปจากโลก
ดาวเคราะห์จึงปรากฏเรียงตัวตามแนวเดียวกันบนท้องฟ้า
ซึ่งเรียกว่า สุริยวิถี (Ecliptic)
สิ่งที่เห็นเป็นเพียงภาพฉายแบบ 2 มิติ (2D projection) บนทรงกลมท้องฟ้า
ซึ่งในความเป็นจริง
ดาวเคราะห์อยู่ห่างกันมากในอวกาศ (ระดับล้าน–พันล้านกิโลเมตร)
ไม่มี “แรงพิเศษ” หรือผลกระทบต่อโลกจากการเรียงตัวนี้
นี่คือตัวอย่างของ
ข้อจำกัดของมุมมองผู้สังเกต (observational perspective)
สิ่งที่เรา “เห็น”
≠ โครงสร้างจริงของระบบสุริยะในสามมิติ
🌌 สรุปได้ว่า
ดาวเคราะห์ไม่ได้เรียงกันจริงในอวกาศ
แต่ “ดูเหมือนเรียง” เพราะเรากำลังมองไปตามระนาบเดียวกันของการโคจร
✨ แม้จะไม่ใช่เหตุการณ์พิเศษทางฟิสิกส์
แต่ก็ยังเป็นโอกาสที่ดีในการสังเกตดาวเคราะห์หลายดวงพร้อมกัน
ความสวยงามอาจเป็นเรื่องของความรู้สึก
แต่ความเข้าใจ คือสิ่งที่ทำให้เรามองท้องฟ้าได้ลึกขึ้น
#ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ
#รอพบกันใหม่เร็วๆนี้
วันที่ 16 เม.ย. 69
นิทรรศการวิทยาศาสตร์
อาคาร 2, 3 และ 4
เปิดให้บริการตามปกติแล้วค่ะ