08/03/2026
ทำไมมิตรภาพในออฟฟิศจึงสำคัญ? เปิดกลยุทธ์การสร้างบรรยากาศดีๆ ที่ทำให้คนเก่งอยากอยู่กับองค์กรนานขึ้น
เช้าวันจันทร์ของหลายคนมักเริ่มต้นด้วยความกลัว เบื่อ ไม่อยากเจองานกองเป็นภูเขา บอสจู้จี้ หรือลูกค้าที่พร้อมสับไอเดียของเราเป็นชิ้นๆ จนเสียความมั่นใจ
แต่พอก้าวเข้าออฟฟิศ ได้กาแฟหนึ่งแก้วจากเพื่อนร่วมงาน หรือได้ยินมุกแซวเบาๆ จากโต๊ะข้างๆ ความรู้สึกหนักอึ้งกลับคลี่คลายลงอย่างน่าประหลาด
เรื่องเล็กๆ แบบนี้อาจดูธรรมดา แต่งานวิจัย Gallup พบว่า พนักงานที่มีเพื่อนสนิทในที่ทำงาน มีแนวโน้มจะมีความสุขและผูกพันกับองค์กรมากกว่าคนทั่วไปถึง 7 เท่า จึงไม่น่าแปลกใจว่า ต่อให้วันไหนงานพังพินาศแค่ไหน หลายคนก็ยังเลือกกอดคอสู้ต่อ เพราะในโลกของการทำงาน ‘คนข้างๆ’ อาจสำคัญไม่แพ้ค่าตอบแทน
🟡 มิตรภาพในที่ทำงานสำคัญอย่างไร
Gallup พบว่ามนุษย์เราต้องการการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน นับรวมทั้งการคุยงานและคุยเล่น เพื่อรักษาระดับความเครียดให้ต่ำและเพิ่มความสุขให้สูงขึ้น
สมาคมจิตวิทยาอังกฤษ (BPS) บอกว่า เมื่อมิตรภาพเติบโตขึ้น มันจะกลายเป็น Safety Net หรือตาข่ายรองรับทางใจ ช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าต่อให้งานนี้จะพลาด ก็ไม่ได้เผชิญหน้ากับมันเพียงลำพัง และเมื่อคนในทีมไว้ใจกัน พวกเขาจะกล้าเสนอไอเดียที่และรับความเสี่ยงมากขึ้นอีกด้วย
🟡 วางตัวแบบไหนให้ Friendly แต่ยัง Professional?
เคล็ดลับจาก Amy Cuddy นักจิตวิทยาจาก Harvard Business School คือการรักษาสมดุลระหว่าง 'ความอบอุ่น' (Warmth) และ 'ความสามารถ' (Competence)
การเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีไม่ใช่การทำตัวเป็นพี่น้องที่ตามใจกันทุกเรื่องจนเสียงาน แต่คือการเป็นคนที่มีอัธยาศัยดี เข้าอกเข้าใจ แต่ยังคงรักษาขอบเขตของความเป็นมืออาชีพไว้
เช่น เพื่อนบางคนที่พร้อมจะรับฟังเรื่องเครียดหลังเลิกงาน แต่ในเวลางานสามารถคอมเมนต์งานกันได้อย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ใช้อารมณ์ มิตรภาพที่ยั่งยืนในออฟฟิศจึงต้องตั้งอยู่บนฐานของความสามารถ ไม่ใช่การใช้ความสนิทสนมเพื่อสร้างระบบอุปถัมภ์ที่จะกลายเป็นยาพิษทำลายองค์กรในระยะยาว
🟡 ผู้นำจะสร้างบรรยากาศความสัมพันธ์ที่ดีได้อย่างไร?
ทีมที่แข็งแรงไม่ได้เกิดจากการจัดการงานอย่างเดียว แต่เกิดจากบรรยากาศที่ทำให้คนในทีมกล้าเชื่อมต่อและไว้ใจกัน ผู้นำจึงมีบทบาทสำคัญในการออกแบบพื้นที่ทางความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นจริง ผ่านแนวทางต่อไปนี้
🔸สร้างความปลอดภัยทางจิตวิทยา (Psychological Safety): จากงานวิจัย ‘Project Aristotle’ ของ Google พบว่า ทีมที่ทำงานได้ดีที่สุดคือทีมที่สมาชิกกล้าพูด กล้าลอง และกล้ายอมรับความผิดพลาด ผู้นำจึงควรเริ่มจากการยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเองก่อน เพื่อให้ทีมรู้สึกว่าที่นี่เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ร่วมกัน
🔸ใช้ความสัมพันธ์นำก่อนการนำทีม: ก่อนจะใช้อำนาจในการตัดสินใจ ผู้นำควรสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นก่อน วิธีหนึ่งคือการใช้หลัก ‘ผู้นำพูดเป็นคนสุดท้าย’ เปิดพื้นที่ให้ทีมได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ซึ่งช่วยลดกำแพงอำนาจและทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเสียงของตัวเองมีความหมาย
🔸จัดการคนที่ทำลายบรรยากาศทีม: ความสัมพันธ์ที่ดีจะเกิดขึ้นได้ยาก หากในทีมมีคนเก่งที่สร้างบรรยากาศเป็นพิษ ผู้นำจึงต้องกล้าจัดการกับพฤติกรรมลักษณะนี้
🔸เปิดพื้นที่ให้ทีมได้พูดในสิ่งที่ค้างคาใจ: หลายครั้งความตึงเครียดในทีมไม่ได้เกิดจากปัญหาใหญ่ แต่เกิดจากเรื่องเล็กๆ ที่ไม่มีใครกล้าพูด ลองเปิดกิจกรรมให้ทีมแชร์ความกังวล หรือการพูดถึงปัญหาที่ทุกคนรู้แต่ไม่มีใครหยิบขึ้นมา สามารถช่วยคลี่คลายความอึดอัดและทำให้ทีมกลับมาเข้าใจกันมากขึ้น
ในโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มิตรภาพในที่ทำงานไม่ใช่เรื่องของการคุยเล่นแก้เหงา แต่มันคือพลังขับเคลื่อนที่ทำให้พนักงานอยากเติบโตไปพร้อมกับองค์กร
ท้ายที่สุดแล้ว เราอาจไม่ได้ต้องการแค่งานที่สมบูรณ์แบบ แต่เราต้องการ 'เพื่อนร่วมทีม' ที่เป็น Safe Zone พร้อมจะเดินเคียงข้างกันไปจนถึงเส้นชัยด้วยเช่นกัน
22/10/2025
🇹🇭 ไทยผลิตน้ำมันเองได้ แต่ทำไมต้องนำเข้า? 🛢️
🤔 หลายคนอาจสงสัยว่าประเทศไทยมีแหล่งน้ำมันดิบของตัวเองอยู่แล้ว ทำไมยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ คำตอบอยู่ที่ ปริมาณและคุณภาพของการผลิต แม้ไทยจะมีแหล่งน้ำมันดิบในทะเลอ่าวไทยและโรงกลั่นพร้อมสำหรับผลิตน้ำมันสำเร็จรูป แต่สามารถผลิตได้เพียง ประมาณ 10 – 15% ของความต้องการใช้ทั้งหมดของประเทศ ส่วนที่เหลือต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ
🏭 การผลิตน้ำมันของไทยมีข้อจำกัดทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ นอกจากผลิตได้น้อยกว่าความต้องการใช้งานแล้ว น้ำมันดิบบางส่วนยังมีสารปนเปื้อนสูงหรือคุณภาพไม่ตรงกับมาตรฐานของโรงกลั่นภายในประเทศ จึงจำเป็นต้องส่งออกไปยังต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้และรักษาสมดุลความต้องการภายในประเทศ
⛽️ นอกจากนี้ ความต้องการใช้น้ำมันดิบภายในประเทศยังสูงถึงราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศประมาณ 90% โดยแหล่งนำเข้าหลักมาจาก ตะวันออกกลาง 57% ตะวันออกไกล 19% และแหล่งอื่น ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ลิเบีย ออสเตรเลีย อีกรวม 24%
💰ราคาน้ำมันสำเร็จรูปของไทยอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ เนื่องจากตลาดสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการซื้อขายน้ำมันในภูมิภาคเอเชีย ที่มีปริมาณการซื้อขายสูง ราคาที่กำหนดจึงเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง และสามารถสะท้อนสภาพตลาด ภาวะอุปสงค์และอุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการกำหนดมาตรฐานราคาน้ำมันอย่างเป็นระบบ และได้การยอมรับในระดับสากล
ดังนั้น แม้ไทยจะมีแหล่งน้ำมันของตัวเอง แต่การนำเข้ายังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อรองรับความต้องการใช้ที่มากขึ้นและรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงานภายในประเทศ ⚡️
#น้ำมันไทย
22/10/2025
https://www.bangkokbiznews.com/environment/1203872
ไทยพลิกโฉม 'เชื้อเพลิงสีเขียว' เปิดพิมพ์เขียว Biofuel ฉบับใหม่
ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ครั้งสำคัญตามกรอบแผนพลังงานแห่งชาติ (NEP ...
15/10/2025
https://www.prachachat.net/economy/news-1897373
e-Fuels ต้นแบบเชื้อเพลิงสะอาด ‘บางจาก’ เร่งศึกษาหวังใช้ทดแทนน้ำมัน
แม้ว่าทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและมุ่งสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า แต่การคมนาคมทั.....
16/09/2025
Speak with Impact: Communication Skill for Leaders
By ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน
1. สื่อสารต้องตรงใจผู้ฟัง ต้องรู้ว่าผู้ฟังคือใคร
Communicate อย่าให้คำๆนี้หลอก
-> Excite People
-> Convince People
การทำให้เรื่องยากเป็นเรื่องง่าย เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
2. มนุษย์เราชอบฟังอะไรที่สั้นและกระชับ แต่ พฤติกรรมเรามักจะชอบพูดยาวๆ -> กำกับเวลาให้พูดสั้นและกระชับ
เราสามารถทำให้มันสั้น และกระชับได้ การกำกับเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญ
ความยาวของการพูด มีความสำคัญในโลกยุคปัจจุบัน เพราะจะทำให้คนไม่สนใจ และแสดงให้เห็นถึง การลำดับความคิดมาก่อนแล้ว
3. ทักษะสำคัญแห่งศตวรรษที่ 21 คือ Simplification และ Prioritization
3 นาทีแรก ต้องตอบโจทย์
ไม่จำเป็นต้องไม่ถอยหลังกลับไป
คนไทยส่วนใหญ่ ชอบ ลำดับแบบ เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย ซึ่งมักจะไม่ทันเวลา
4. การอธิบายให้คนเข้าใจได้จะเป็นเทคนิคที่ทำให้การสื่อสารมีศักยภาพ
5. รู้ว่าผู้ฟังคือใคร โดยเป็นคนช่างสังเกต และใช้วิธีการเปรียบเทียบช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น
6. การสอบถามกับผู้ฟังที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการสื่อสาร และจะทำให้การสื่อสารของเรา Impact Full มากยิ่งขึ้น
ต้องไม่ overestimate ว่าทุกคนในห้องเข้าใจเรื่องที่เราจะเอามาสื่อ
การยืดสิ่งที่จะสื่อสาร กับตัวอย่างให้ตรงกับผู้ฟัง จะเพิ่มความสนใจ
7. Type ของมนุษย์
7.1 เหยี่ยว: มนุษย์ Type A - มนุษย์ใจร้อนที่ชอบหาคำตอบในสิ่งที่ต้องการ
7.2 ห่านป่า: ลงรายละเอียดใน scenario อื่นๆ
การจูนให้ ผู้พูดและฟังตรงกัน เป็นสิ่งที่สำคัญ
8. การลำดับเรื่อง - การเล่าแบบเกิดแก่เจ็บตาย เป็นทักษะที่คนไทยชอบทำ แต่การสื่อสารเป็นเรื่องการจินตนาการ และต้องตอบโจทย์ผู้ฟัง
9. A -> Z ไม่ต้องเริ่ม จาก A และ ส่งท้ายด้วย Z
Start Stong และ Finish Strong
10. เวลาสื่อสาร พูดดังกว่าปกติเล็กน้อย แสดงถึงความมั่นใจ
และ แววตา เป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อเป็นเป็นตัวสร้างความมั่นใจและ Agreement ร่วมกับผู้ฟัง
11. การสื่อสาร ต้องฝึก และ ทุกคครั้งในการขึ่นเวที คือ การส่งต่อคบเพลิงส่งพลังต่อให้คนถัดไป
16/09/2025
⚬ FASHION: ไมโครพลาสติกเริ่มต้นจากตู้เสื้อผ้า โพลีเอสเตอร์ ไนลอน โพลีเอไมด์ หรือ อะคริลิก คือพลาสติกยอดนิยมที่ใช้กันในเสื้อผ้า และเมื่อแตกตัว มันก็เข้าสู่ปอดของเราได้ง่าย ๆ
ไม่มีสถานที่ใดปลอดภัยจากปัญหามลพิษพลาสติกอีกต่อไปแม้แต่ในห้องนอนห้องแต่งตัวของเรา เพราะเสื้อผ้าที่เราใส่กลายเป็นแหล่งผลิตไมโครพลาสติกแหล่งใหญ่ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่เป็น ‘ฟาสต์แฟชั่น’ (Fast Fashion) ซึ่งกว่า 70% ของเสื้อผ้าประเภทนี้ผลิตจากวัสดุสังเคราะห์ที่เป็นพลาสติก
ผ้าที่ทำจากพลาสติกเหล่านี้มีราคาถูกและหาได้ง่าย และแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะเส้นใยพลาสติกนั้นถูกกว่าเส้นใยธรรมชาติหลายเท่า
“การวิจัยไมโครพลาสติกเป็นสาขาใหม่” ดร. เลียม มอร์ริสัน (Liam Morrison) นักวิจัยไมโครพลาสติกประจำมหาวิทยาลัยกัลเวย์ กล่าว “ในอดีต ผู้คนมักจะสวมใส่วัสดุธรรมชาติเช่น หนัง หรือขนสัตว์ แต่ปัจจุบัน พลาสติกแพร่หลายในชีวิตประจำวันของเราตั้งแต่อาหาร เสื้อผ้า ไปจนถึงอากาศที่เราหายใจ”
พร้อมเสริมว่า “หนึ่งในแหล่งที่มาของไมโครพลาสติกที่ใหญ่ที่สุดคือน้ำเสีย ซึ่งเป็นน้ำที่พบในเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า ไมโครพลาสติกจะถูกปล่อยออกมาทุกครั้งที่คุณซักผ้าที่เป็นวัสดุสังเคราะห์”
✦ เสื้อผ้ากลายเป็นไมโครพลาสติกได้ยังไง ?
โดยทั่วไปแล้วเสื้อผ้าจะมีจุดที่เรียกว่า ‘ปลายเส้นใย’ ซึ่งเป็นส่วนที่มีความเปราะบางมากกว่าส่วนอื่น ๆ จากนั้นเมื่อเราโยนเสื้อผ้าเหล่านั้นใส่เครื่องซักผ้า การกระแทก บิด กวน หมุน และเสียดสีกับผ้าชิ้นอื่น ๆ จะทำให้ปลายเส้นใยเหล่านั้นหลุดออกมาง่ายกว่า (เครื่องซักผ้าฝาบนสร้างแรงเฉือนมากกว่าเครื่องแบบฝาหน้า)
ไม่เพียงเท่านั้น อุณหภูมิน้ำ น้ำยาซักผ้า และน้ำยาปรับผ้านุ่มก็ยิ่งทำให้เส้นใยเหล่านี้หลุดลื่นง่ายกว่าเดิม โดยเฉพาะเส้นใยไนลอนที่ไว้ต่อความร้อนชื้น และการออกซิเดชั่นจากน้ำยาซักผ้าต่าง ๆ ทำให้พันธะโมเลกุลของมันแตกเป็นเส้นเล็ก ๆ
ยิ่งซักนานหรือยิ่งมีรอบหมุนสูง ก็ยิ่งทำให้โครงสร้างเส้นใยเหล่านี้เปราะบางกลายเป็นไมโครพลาสติก แม้เครื่องซักผ้าส่วนใหญ่จะมีตัวกรองในเครื่อง แต่ก็เป็นการกรองแบบหยาบ ๆ เท่านั้น (>100 µm) จึงดักได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
ท้ายที่สุดเส้นใยเหล่านี้ก็หลุดรอดไปสู่สิ่งแวดล้อมตั้งแต่ดิน น้ำ อากาศ และในมหาสมุทร การประเมินล่าสุดเผยให้เห็นว่า ในบรรดาฝุ่นที่ลอยอยู่ในภายในอาคาร (เช่นบ้าน) กว่า 33% นั้นเป็นไมโครพลาสติกที่มาจากเสื้อผ้า
ขณะที่งานวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้ชี้ให้เห็นว่าเราอาจสูดดมหรือกินเส้นใยเหล่านี้มากถึง 14,000 ถึง 68,000 อนุภาคต่อคนต่อปี ยิ่งไปกว่านั้น ไมโครพลาสติกเหล่านี้ยังพบในเนื้อเยื่อปอดเมื่อ 30 ปีก่อนของคนงานทอเสื้อผ้าสังเคราะห์อีกด้วย พร้อมกับแสดงอาการไอ หายใจลำบาก และมีความจุปอดลดลง
งานวิจัยในสหรัฐอเมริกาเองก็ยังแสดงให้เห็นว่าอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กเหล่านี้สามารถแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้ในหนูที่ตั้งครรภ์ อนุภาคเหล่านี้ไม่เพียงแต่พบในปอดและหัวใจของหนูที่แม่หนูเท่านั้น แต่ยังพบในตับ ปอด หัวใจ ไต และสมองของทารกในครรภ์อีกด้วย
✦ แล้วเราจะทำยังไงได้บ้าง ?
ผลลัพธ์เหล่านี้สร้างความกังวลอย่างยิ่งให้กับนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งกำลังเรียกร้องให้มีนโยบายในการจัดการทั้งระบบการผลิตเครื่องนุ่งห่ม
“การเปลี่ยนแปลงจะต้องมาจากบนลงล่างและล่างขึ้นบน” ดร. มอร์ริสัน บอก โดยอ้างถึงแนวทางแก้ไขที่หวังให้การผลิตเสื้อผ้ามีวิธีที่ยั่งยืนมากขึ้น
ในฐานะผู้บริโภคอย่างเรา ก็สามารถทำได้เช่นกันไม่ว่าจะเป็นลดการซื้อเสื้อผ้า ซื้อน้อยลง เว้นระยะการซื้อนานขึ้น และสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากวิธีที่ยั่งยืนมากกว่า ใช้เสื้อผ้าซ้ำ ไปจนถึงระบายอากาศและดูดฝุ่นในบ้านบ่อย ๆ เพื่อลดเส้นใยเล็ก ๆ เหล่านี้ให้ได้มากที่สุด
ที่มา
• Microplastics in the Olfactory Bulb of the Human Brain | Environmental Health | JAMA Network Open
• Do Clothes Make Us Sick ? | Plastic Soup Foundation
• The invisible threat: microplastics from your clothes | Plastic Soup Foundation
• Microplastic Pollution Linked to Synthetic Fast Fashion | Earth.Org
• Circular Economy and Sustainability of the Clothing and Textile Industry | PMC
16/09/2025
16 กันยายน
วันโอโซนโลก 🌍🌫️
ทุกวันที่ 16 กันยายนของทุกปีทั่วโลกได้ถูกกำหนดให้เป็น "วันโอโซนโลก" (World Ozone Day) เพื่อให้ทั่วโลก ตระหนักถึงความสำคัญของ “โอโซน” ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกรองรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ไม่ให้ลงมาพื้นผิวโลกมากเกินไป และตระหนักถึงปรากฏการณ์การลดลงของชั้นโอโซนบนชั้นบรรยากาศระดับชั้นสตราโตสเฟียร์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาและพบปัญหานี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 และพบอีกว่า ทุกๆ 10 ปีจะมีอัตราการลดลงในระดับ 4% นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่า การลดลงอย่างต่อเนื่องของชั้นโอโซนบริเวณพื้นที่ขั้วโลก คือสาเหตุสำคัญของการเกิดปรากฏการณ์โลกร้อนอีกด้วย
☁️ แม้ว่าชั้นโอโซนจะอยู่ห่างไกลจากตัวเรา แต่กิจกรรมของมนุษย์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสารทำลายชั้นโอโซน เช่น สารคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCs) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็นและสเปรย์ฉีดพ่น เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ชั้นโอโซนถูกทำลายและเกิดรูโหว่ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยที่มนุษย์ทั่วโลกต้องหันมาแก้ไขอย่างจริงจัง
☁️ วันโอโซนโลกจึงไม่ใช่แค่วันแห่งการรำลึก แต่เป็นวันแห่งการลงมือทำร่วมกัน การร่วมมือกันในระดับนานาชาติผ่าน "พิธีสารมอนทรีออล" ทำให้การผลิตและใช้สารทำลายชั้นโอโซนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ชั้นโอโซนค่อยๆเริ่มฟื้นตัว โดยคาดการว่าปริมาณโอโซนจะกลับเข้าสู่ระดับปกติในปี พ.ศ. 2613 แต่การฟื้นตัวนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราทุกคนยังคงตระหนักและร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง
มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโลกที่ยั่งยืน เริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ โดยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยปกป้องชั้นโอโซนและบรรเทาวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เรากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
"ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน "
#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
#กรมลดโลกร้อน
ที่มา: https://www.nstda.or.th/home/knowledge_post/cfc/
https://service.rhinoshield.co.th/blogs/news/world-ozone-day
https://www.onep.go.th/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-16-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B8%99/
https://www.ipst.ac.th/knowledge/14866/world-ozone-day.html