20/03/2025
Las Fallas 2025…
🤔อุตส่าห์ทำออกมาอย่างสวย แล้วจะเผาทำไม คงเป็นคำถามที่คาใจใครหลายคน จะต้อนรับการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิทั้งทีต้องเผาด้วยเหรอ
🎇ที่เค้าเผาหุ่น (el ninots) ในเทศกาล Las Fallas ในคืนวันที่ 19 มีนาคมนั้น (เทศกาลจริง 14 – 19 มีค. แต่บรรยากาศทั้งเมืองก็เริ่มมาตั้งแต่ต้นเดือน) มีความเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมตามความเชื่อดั้งเดิมของคนแถบ Valencia และเมืองใกล้เคียงที่เค้าทำกันในช่วงการเปลี่ยนฤดูกาล ที่เชื่อที่ว่าไฟเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ เป็นการล้างทำความสะอาดทุกอย่างที่ทำมา (ไม่ว่าจะดีจะเลว) เพื่อเปิดทางให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ (ที่ดีกว่า) ได้มีโอกาสเริ่มต้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพาะปลูก (อย่าลืมว่าแถบนี้ปลูกส้ม มะเขือเทศกันเยอะ) โชคชะตา ฯลฯ ถ้าเป็นคนไทยคิดก็เป็นทำนองการล้างซวยทั้งเมืองยิ่งปีที่แล้วแถบนี้ก็โดยมหาอุทกภัยใหญ่จาก la DANA ไป ก็ต้องเรียกขวัญและกำลังใจกันหน่อย
🔥แม้แต่ชื่อเทศกาล la Falla (เป็นพหูพจน์ก็เติม s นะ เป็น las Fallas) เชื่อกันว่ามาอาจมาจากภาษาละติน “facula” ซึ่งแปลว่าคบเพลิง หรือไม่ก็จาก “fax” ซึ่งแปลว่าไฟ มีหลายทฤษฎีว่าต้นกำเนิดมาจากไหนซึ่งไม่ว่าจะเป็นอันไหนทุกทฤษฎีมีไฟมาเกี่ยวหมด อันที่คนนิยมเชื่อกันคือเกิดจากช่างไม้เผาเศษไม้ เศษเฟอร์นิเจอร์เก่ากันเองในที่ของตนเองที่มักจะทำกับในช่วงวันเฉลิมฉลองนักบุญประจำเมือง San José (คิดเอาเองนะคะ ว่าน่าจะประมาณทำความสะอาดประจำปี จะเผาก่อนหน้านั้นก็หนาวไปไม่มีอารมณ์ ประจวบเหมาะเดือนมีนานี่แหละกับอากาศปลายหนาวที่อุ่นขึ้นมาหน่อย แต่ยังเย็นอยู่ก็ลากเอาของมาเผาซะเลย) เผาไปเผามาจนกลายมาเป็นเทศกาลประจำเมืองเมื่อศตวรรษที่ 18 แต่ต้องรอต้นศตวรรษที่ 19 โน้นหุ่นต่างๆ ก็เริ่มมีรายละเอียดมากขึ้นจนหลังๆ มา ออกไปในแนวเสียดสีสังคม ใครมีหน้าเป็นหุ่นนี่เป็นการวัดเรตติ้งว่าปีที่ผ่านมาฮอตขนาดไหนเลย (ความเห็นส่วนตัว) ช่วงแรกๆ ของการเสียดสีนี่ก็แรงเสียจนต้องตั้งคณะกรรมการประกอบด้วยนักบวชและทหารมาเซ็นเซอร์หุ่นที่จะโชว์ก่อนเลย แต่มิวายก็มีหลุดรอดสายตากรรมการไปบ้าง
Las Fallas เป็นเทศกาลหนึ่งที่สามารถจัดได้ภายใต้สเปนที่ปกครองโดยทหาร (หลายเทศกาลถูกงดในช่วงนี้ แล้วค่อยกลับมาจัดใหม่หลังจากนี้) โดยมีการปรับเนื้อหาให้เชิดชูแนวคิดของรัฐบาล ให้เน้นจิตวิญญาณความบริสุทธิ์เหมือนแต่ก่อนดีกว่าไหม เรียกว่า จัดได้จ้าแต่เอาแบบนี้นะ ประชาชนก็โอเคก็เลยอยู่ด้วยกันได้ รัฐบาลก็ซื้อใจชาวเมืองนี้ได้บ้างไม่มากก็น้อย
แต่… ทุกปีมันจะมีหุ่นอยู่สองตัวที่รอดจากการเผา ก็คือเค้าจะไว้ชีวิต “ผู้ชนะการประกวดขวัญใจประชาชน” เอาไว้และเอาไปเก็บที่ Museo Fallero de Valencia เราสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ความนิยม ความรู้สึกนึกคิดของคนยุคนั้นผ่านหุ่นที่เก็บมาตั้งแต่ปี 1934 นี้ได้ เป็นอีก Museum ที่ห้ามพลาดเมื่อไปเยือน Valencia
Cr. ภาพจาก น้อง Prikwan ลูกศิษย์ครูเจี๊ยบ
14/10/2024
ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำ ประวัติศาสตร์จะต้องเปลี่ยน….
วันที่ 12 ตุลา นอกจากจะเป็นวันชาติสเปน ปีนี้พิเศษเพราะเป็นวันออกอากาศสารคดีที่พลิกความรู้ทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ Cristóbal Colón หรือ Christopher Columbus ในภาษาอังกฤษหรือ Cristoforo Colombo ในอิตาเลียน สารคดีเรื่องนี้ได้เล่าถึงการสืบค้นหัวนอนปลายเท้าของนักบุกเบิกท่านนี้ผ่านการเชื่อมโยงพิสูจน์ DNA ที่ทำมาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี และผลที่ออกมาคือพลิกโฉมหนังสือ ปวศ เกือบทุกเล่มในโลกเลย
สมมุติฐานของผู้สร้างสารคดี คือ ไม่เชื่อว่า Colón เป็นชาวบ้านมาจากเมือง Génova (Genoa) ในอิตาลี และทำการตรวจ DNA ของชายที่นามสกุล Colombo จำนวนมากใน Milan และ Génova ผลที่ได้เป็นที่น่าประหลาดใจเพราะผลไปคนละทิศละทางมาก ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน และไปสืบมาต่ออีกว่าสมัยนั้นเด็กเร่ร่อน เด็กกำพร้าที่มาขอพึ่งพิงโบสถ์ ไม่มีนามสกุล พอคิดอะไรไม่ออกก็จะให้ใช้นามสกุล “Colombo” จึงไม่แปลกที่หลายคนไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด การใช้นามสกุลนี้บางทีเป็นเหมือนการต้องการปิดบังความลับส่วนตัวบ้างอย่างที่ไม่อยากให้ใครรู้เรื่องชาติตระกูลและเค้าว่ากันว่านี่ก็เป็นกรณีเดียวกับที่นาย Cristoforo คนนี้ใช้
มีการสืบค้นต่อว่าแล้วนายคนนี้มาจากที่ไหน ตามหลักฐานที่รู้แน่คือมีพ่อแม่เป็นช่างทอผ้า สารคดีตามสืบต่อว่าแท้จริงเค้าผู้นี้น่าจะเป็นชาวยิว เพราะมีการกล่าวถึงคำสอนของชาวยิวบางอย่างในจดหมายของเขา ก็สืบต่ออีกว่าช่างทอผ้าบ้านไหนนับถือยิว ซึ่งตาม ปวศ. ในช่วงเวลานั้นในเมือง Génova ไม่มีทางที่จะมีคนยิวอยู่อาศัยได้เพราะโดยขับไล่ออกจนหมดเกลี้ยงตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 สืบไปสืบมา ไล่ตามเส้นทางที่คาดว่าจะเป็นมาจบที่ดินแดนสเปนแถบเมดิเตอร์เรเนียนนั่นเอง สรุป เค้าว่านายคนนี้เป็นสเปน ว่ากันตรงๆ เลยคือบ้านอยู่แถว Valencia มาตั้งแต่แรก นับถือศาสนายิว ไม่ได้ยากจนอะไรมากหรอก เติบโตมาในตระกูลช่างทอผ้าไหม ซึ่งในแถบนี้มีประเพณีทอผ้าไหมมานาน มีการศึกษา ไม่ใช่มาจากชนชั้นล่าง เพราะคนจนที่ไหนจะไปขอเข้าเฝ้าพระราชินีเสนอโปรเจ็กต์ได้ ไม่มีทาง … เค้าว่างั้นนะ
คนดูสารคดีนี้เรตติ้งสูงมาก เพราะน่าติดตาม เปิดโลก เปิดหูเปิดตา ออกอากาศวันชาติสเปนพอดีทางช่อง TVE ชื่อว่า Colón ADN. Su verdadero origen.
17/11/2023
นั่งไม่ติดกับจริตแนะนำตัวภาษาสเปนของแอนโทเนียที่เป็นไวรัลไปทั่วแคว้นแดน Universe คงไม่ต้องมานั่งแปลว่าพูดอะไรเพราะน่าจะพูดตามได้ไม่ยาก เป็นการแนะนำตัวที่ไม่ต้องเยอะแต่จับใจ บางคำเดาความหมายได้จากบริบทอยู่แล้ว
แต่มันมีอยู่คำหนึ่งที่อยากจะหยิบมาเล่าเพราะมันเป็นคำที่อาจเดาไม่ออก นั่นคือคำว่า “orgullo” ที่ตอนนี้แปลว่า ความภาคภูมิใจ “ con mucho orgullo” (เปี่ยมด้วยความภูมิใจ)
ทฤษฎีหนึ่งบอกว่า “Orgullo” เป็นคำที่ภาษาดั้งเดิมของดินแดนคาบสมุทรไอบีเรีย ไม่ได้ตกทอดมาจากภาษาอื่นจากภายนอกเลย เป็นตัวย่อโบราณ 3 ตัว: OR (ยกสูงขึ้น levantado), GU (หนามาก muy grueso) และ LLO (กว้าง ancho) และเอามาใช้แทนแนวคิดที่มีความหมายว่าการยกให้สูงขึ้น (elevación)
แต่ยังมีอีกทฤษฎีหนึ่งบอกว่าเป็นคำสเปนที่ได้มาจากคำว่า “orgull” ภาษากาตาลัน (ของแคว้นกาตาลุญญา) ที่ได้มาจากภาษาฝรั่งเศสอีกที “orgueil” และมีความหมายได้ทั้งในเชิงบวกและลบแล้วแต่บริบท ย้ำนะว่าขึ้นอยู่กับบริบท!!!อาจหมายถึงความภาคภูมิใจที่ได้บางสิ่งบางอย่างมา (ด้วยความยากลำบาก) ถ้าคนอื่นพูดชมก็ถือเป็นความหมายบวก หรืออาจหมายถึงการโอ้อวดยกตนข่มท่านได้ถ้าพูดออกจากเจ้าปากตัวเอง ต้องระวังการใช้ให้ดีนะทุกคน!!!
แต่ในบริบทของการแนะนำตัวนี้ถือว่าเป็นเรื่องดี ก็ภูมิใจจริงๆ นี่นาที่ยากลำบากกว่าจะได้มาเป็นตัวแทน แถมคำว่า “orgullo” ถ้าออกเสียงรัวๆ แรงๆ แล้วสร้างพลังการทำลายล้างคู่ต่อสู้ได้ จะว่าเหนือกว่ามันก็เรื่องจริง แค่นี้เราก็ Estamos todos muy orgullosos de Anntonia. (เราก็ภูมิใจกับแอนโทเนียมากจะตายอยู่แล้ว)
¡Suerte para la final! ¡A por la tercera corona, Toñita!
Cr. ภาพจาก puteri.pageant เขียนแกะถูกทุกคำ ปรบมือค่ะ 👏
09/07/2023
ว่าด้วยเรื่องนมๆ คำว่า Leche ในภาษาสเปนนั้นดูเหมือนเป็นคำพื้นๆ ที่คนรู้ภาษาสเปนขั้นพื้นฐาน ใครๆ ก็รู้ แถมต้องรู้ด้วยว่าเป็นคำเพศหญิง ที่ต้องพูดว่า la leche เสียด้วย
ในเรื่องของความหมาย เจ้าคำนี้ก็เกิดการนำไปใช้ในรูปแบบต่างๆ ที่กว้างมากๆ มากเสียยจนถึงขนาดสามารถเปลี่ยนจากขาวเป็นดำได้ จากความดีงาม (นมมารดา) ไปถึงความชั่วร้ายได้ทีเดียว ซึ่งสิ่งนี้จะไม่เกิดกับภาษาสเปนที่พูดในที่อื่น ในสเปนเวลาพูดว่า la leche อาจหมายถึงสิ่งดีงาม (สวยงามตามความหมายน้ำนมคือของดีที่แม่เลี้ยงเรามา) อย่าง ser la leche (= เจ๋ง เก่ง เทพ) แต่ในขณะเดียวกัน ก็อาจหมายถึงแม่เลี้ยงมาไม่ดี มันเลยติดมาทางน้ำนมที่กินมาตั้งแต่เด็ก อย่างในสำนวนที่ว่า estar de mala leche (=หน้าบูด อารมณ์เสีย)
ตัวอย่างสำนวนที่ la leche ไม่ได้แปลว่านม ได้แก่
- Dar una leche = ตบ ต่อย
- Ir a toda leche = ไปอย่างไวว่อง
- Leche de los viejos o leche de tigre ใช้เวลาพูดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น ไวน์ หรือเครื่องดื่มมึนเมาอื่นๆ
ในประเทศที่พูดสเปน (ที่ไม่ใช่สเปน) ก็มีสำนวนเกี่ยวกับ leche มักเกี่ยวกับดวง หรือโชค อย่างเช่น
- คิวบา: a toda leche = ดวงดี
- บางประเทศในอเมริกากลางถึงใต้: mala leche = ดวงซวย (แต่ที่ชิลีจะพูดว่า mala onda)
- อเมริกาใต้เวลาพูดว่า por pura leche = โดยบังเอิญ โชคช่วย
- ¡Qué leche! = เฮ้ย โชคดีจังว่ะ
วันนี้คุณดื่มนมแล้วหรือยัง 🍼
26/09/2022
📣📣 *LAST CALL OF THE YEAR*
If you are planning to register for DELE November, hurry up and let us know before October 5th 📣📣
Please send email to [email protected] for details.
13/09/2022
ความอาร์เจ๊น อาร์เจน คือมันมีความบ้านๆ อบอุ่นๆ ช่วยเหลือๆ แต่ก็ชอบทำอะไรที่ชาวบ้านไม่ค่อยทำกัน... ประมาณว่า เออ คิดได้เนาะ ใครฟังออกบ้างว่าเค้าร้องว่าอะไร.... ด้านล่างมีเฉลย
"Eduardo, ven a buscar a Juan Cruz."
ประโยคนี้ เป็นประโยคคำสั่งบอกเล่าของ V. venir (มา) ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวยกเว้นเวลาสั่ง Tú เราจะพูดว่า "Ven, ven.. " ที่อาร์เจนเวลาใช้บุรุษที่ 2 เอกพจน์ จะใช้ vos ไม่ใช้ tú ซึ่งแต่ละตัวก็มีการกระจายต่างกัน แต่ในหลายๆ โอกาส vos ก็หมดมุกก็กลับมายืมอะไรของ tú (ที่เห็นบ่อยคือในรูปแบบกรรม) มาใช้บ้างค่ะ
"Buscar a alguien" (Look for หรือ pick someone up) ในกรณีนี้คือ Juan Cruz ลูกชายที่พลัดหลง มันจะมี v. อีกตัวที่ใช้ในความหมายนี้และตามความรู้สึกของครูเจี๊ยบคิดว่าสเปนแบบสเปนจะใช้ v.นี้มากกว่า คือ v. recoger ถ้าเป็นที่สเปนคงจะพูดว่า Eduardo, ven a recoger a Juan Cruz.
V. recoger มีความหมายเยอะแยะแต่หนึ่งในความหมายตามข้อ 16 ของ DRAE คือ
"Ir a buscar a alguien o algo donde se sabe que se encuentra para llevarlo consigo"
แต่ที่แถบอาร์เจนนั้น v. coger มีความหมายไปในเชิงสองแง่สองง่าม แม้ว่า v. recoger จะไม่หยาบก็ตาม (คนก็ใช้นะ แต่จะใช้ในความหมายเก็บของที่ตก ไปรับเอกสาร...) แต่ก็ชวนคิดไปในทางอย่างว่าได้ อย่างเราๆ ที่ไม่ได้พูดเป็นภาษาแม่ก็ต้องระวังในการเลือกใช้คำ ครูเจี๊ยบจะพยายามมีสติกับ v. coger และ family ของมัน มีทางเลือกอื่นก็ต้องเลี่ยงไปเลยดีกว่า กลัวเสร่อ แล้ว meter la pata (สำนวน แปลว่า ทำผิดแบบไม่ได้ตั้งใจ)
แต่สเปนแบบลาตินอเมริกาไม่ว่าที่ไหน v. buscar a alguien คือใช้เวลาบอกว่าจะไปรับใคร มาวินแบบไม่มีคู่แข่ง ใครพูด recoger มา คนลาตินก็จะกลอกตาพร้อมแปะ tag ติดหน้าคุณว่า "ฮึ พวกสเปน" ใส่ ถือว่าไม่ใช่พวกเดียวกันแม้ว่าจะใช้ภาษาเดียวกันก็ตาม
สุดท้าย Eduardo ก็ตามมาเจอ Juan Cruz นิทานเรื่องนี้จึงจบลง... ปล. ตั้งใจแค่จะแชร์คลิป แต่สุดท้ายงานแกรมม่าก็มา ไม่งั้นจบไม่ลงค่ะ
❣️โมเม้นต์น่ารักๆ ที่ทำให้เราได้เห็นน้ำใจของเพื่อนมนุษย์❣️
🔹 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ประเทศอาร์เจนตินาค่ะ เมื่อเด็กน้อยคนหนึ่งพลัดหลงกับคุณพ่อ
🔸 พลเมืองดีพบเด็กน้อย จึงช่วยอุ้มเด็กขี่คอมองหาคุณพ่อ พร้อมตะโกนเรียก “Eduardo” ซึ่งเป็นชื่อคุณพ่อของน้อง
🔹 คนที่นั่งอยู่แถวนั้นได้ยินเลยร่วมตะโกนด้วย วงดนตรีที่เล่นอยู่ก็มาร่วมแจม
🔸วงดนตรีเล่นดนตรีประกอบและร้องว่า "Eduardo, come and find Juan Cruz" แปลว่า Eduardo มาตามหา Juan Cruz สิ
🔹 เพราะเสียงเรียกจากฝูงชนและวงดนตรี ในที่สุดคุณพ่อก็ตามหาน้องจนเจอ ดีใจกับคุณพ่อ Eduardo และน้อง Juan Cruz ด้วยนะคะ
ขวัญเอยขวัญมานะลูก 💕🇦🇷
cr: Daniel Abrahams