29/11/2025
ฎีกาที่ 4684/2568 #ประชุมใหญ่ #แพ่ง น่าสนใจ น่าออกสอบ #รูปเรื่องเหมือนจะเป็นเรื่องหมั้น #แต่พลิกเป็นผิดสัญญา [นิติกรรมสัญญา] สวย 🌟🌟🌟🌟
[จะกลับหลัก ฎ.45/2532 หรือไม่?]
🔥 #ปัญหามีว่า : นางสาว A อยู่กินฉันสามีภริยากับนาย B มาเป็นเวลาประมาณเกือบ 5 ปี ซึ่งญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างรับรู้
ต่อมา นาย B มารดาและญาติพี่น้องนาย B **เดินทางมาสู่ขอนางสาว A ต่อโจทก์มารดาของนางสาว A **โดยฝ่ายชายไม่จำต้องให้ของหมั้นแก่หญิง [ไม่มีการหมั้น] **โดยตกลงให้โจทก์เป็นผู้จัดงาน #พิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถิ่น” ที่บ้านของโจทก์ โดยกำหนดวันทำพิธีแต่งงานกัน โจทก์ดำเนินการจ่ายเงินมัดจำในการจัดงานบางส่วนไปแล้ว
**หลังจากนั้น นางสาว A ทราบว่า นาย B มีหญิงอื่นเป็นคนรัก แล้วนาย B เก็บของออกจากห้องพักอาศัยที่อยู่ร่วมกันไป
ต่อมานาย B โทรศัพท์แจ้งโจทก์ว่า เลิกกับนางสาว A แล้ว จึงแต่งงานกับบุตรสาวโจทก์ไม่ได้ เป็นเหตุให้มีการยกเลิกการจัดพิธีแต่งงาน แต่นาย B ยอมชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ไปบางส่วนแล้ว 20,000 บาท
จากนั้น โจทก์จึงมาฟ้องเรียกค่าเสียหาย เป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการดำเนินการจัดพิธีแต่งงาน ดังนี้ :
🔶 การตกลงจัดพิธีแต่งงานตามท้องถิ่น [ไม่มีการหมั้น] จะมีวัตถุประสงค์ฯ ขัดต่อความสงบฯ เป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 หรือไม่ ?
🔶 นาย B จะอ้างว่า หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาจะสมรส “เมื่อไม่มีการหมั้น” ก็ไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหายหรือค่าทดแทนแก่อีกฝ่ายหนึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1439 เพื่อปฏิเสธไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์อีก ได้หรือไม่ ?
🔶 จะเป็นกรณีจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำมั่นอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 หรือไม่ ?
1. นาย B (จำเลย) และ นางสาว A บุตรสาวโจทก์ได้ #อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่ง #ญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้
2. เมื่อทั้งสองฝ่าย #ตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถิ่น ที่บ้านของโจทก์ โดยกำหนดวันทำพิธีแต่งงานกัน
3. ❤️🔥เช่นนี้ ถือได้ว่าการตกลงกันนั้น #เป็นสัญญาประเภทหนึ่งเพื่อจัดงานพิธีแต่งงานให้เป็นไปตามประเพณีท้องถิ่น [เป็นสัญญาจัดพิธีแต่งงาน] เท่านั้น ✨ ***โดยฝ่ายจำเลย #ไม่จำต้องให้ของหมั้น แก่บุตรสาวโจทก์
🔥กรณี #มิใช่เป็นสัญญาหรือข้อตกลงจะสมรส [มิใช่สัญญาจะสมรส] ❌
4. อีกทั้งการตกลงจัดงานพิธีแต่งงานตามประเพณีท้องถิ่นดังกล่าว ***ก็ #มิได้มีวัตถุประสงค์เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนอันจะทำให้การนั้นเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150
5. ยิ่งกว่านั้นการที่ จำเลย #ยอมชดใช้ค่าเสียหาย ย่อม #บ่งชี้ได้ว่า จำเลย #ยอมรับว่าข้อตกลงดังกล่าวมีผลผูกพันจำเลย
ดังนี้ ข้อตกลงตามสัญญาดังกล่าว จึงมีผลบังคับได้ ✅
6. เมื่อฝ่ายโจทก์ [แม่เจ้าสาว] ได้จัดเตรียมงานพิธีแต่งงานดังกล่าวแล้ว : มีค่ามัดจำหมู 1 ตัว 10,000 บาท ค่าเช่าเต็นท์และเก้าอี้ 5,500 บาท ค่าเครื่องเสียงและตั้งเวที 15,000 บาท ค่าของชำร่วย 4,000 บาท ค่าของรับไหว้สำหรับญาติผู้ใหญ่ 2,000 บาท ค่าที่นอน 2,000 บาท ค่ามัดจำชุดแต่งงาน 3,000 บาท ค่าพิมพ์บัตรเชิญงานแต่งงาน 1,050 บาท ค่ามัดจำช่างภาพ 2,000 บาท… เป็นต้น
👉 #แต่จำเลยกลับมีหญิงอื่นเป็นคนรัก อันเป็นเหตุให้ต้องมีการยกเลิกการจัดงานพิธีแต่งงาน ถือได้ว่า #จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา ✨
7. #เมื่อกรณีมิใช่เป็นสัญญาหรือข้อตกลงจะสมรส
👉จำเลยย่อม #ไม่อาจอ้างเรื่องที่ว่า หากฝ่ายใดผิดสัญญาหรือข้อตกลงจะสมรส กรณีที่ #ไม่มีการหมั้น ฝ่ายนั้น #ไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหายหรือค่าทดแทนแก่อีกฝ่ายหนึ่ง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1439 นั้น มาปฏิเสธความรับผิดของจำเลยได้ ❌
8. ดังนั้น โจทก์ในฐานะคู่สัญญา จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ ✅
[จำเลยต้องชำระเงินแก่โจทก์ 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย…]
9. เมื่อพิจารณากรณีตามคำฟ้องประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว #มิใช่เป็นเรื่องไม่ปฏิบัติตามคำมั่นอันจะเป็นการละเมิดต่อโจทก์ เพราะการกระทำที่จะเป็นการละเมิดได้นั้น ต้องเป็นการกระทำโดยผิดต่อกฎหมายเท่านั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 ซึ่งบัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า "ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย“
💥 #ข้อสังเกต ให้เทียบ ฎีกาที่ 45/2532
คดีนี้ โจทก์ (หญิง) ฟ้องว่า โจทก์จำเลย #ตกลงจะทำการสมรสกัน และกำหนดวันประกอบพิธีมงคลสมรสและจดทะเบียนสมรสไว้ โดยจำเลย (ชาย) ตกลงให้โจทก์เป็นฝ่ายจัดเตรียมพิธีมงคลสมรสแต่ฝ่ายเดียว และมอบเงินช่วยเหลือในการเตรียมการสมรส เป็นเงิน 11,000 บาท โจทก์ (หญิง) จัดงานมงคลสมรสใช้ค่าใช้จ่ายไป 90,000 บาท หลังจากนั้นจำเลย (ชาย) ปฏิเสธไม่ยอมอยู่กินกับโจทก์ฉันสามีภริยาและไม่ยอมจดทะเบียนสมรส ขอให้ชดใช้ค่าเสียหายรวม……บาท พร้อมดอกเยี้ย
 จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหาย เพราะการตกลงสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลย ไม่มีการหมั้น โจทก์สมัครใจอยู่กินกันสามีภรรยากับจำเลย
👨🏻⚖️ การเรียกค่าทดแทนเนื่องจากผิดสัญญาหรือข้อตกลงเกี่ยวกับการสมรสนั้น ป.พ.พ. มาตรา 1439 บัญญัติไว้เป็นพิเศษให้เรียกได้เฉพาะกรณีที่มีการหมั้นเท่านั้น ** #เมื่อโจทก์จำเลยตกลงจะสมรสกันโดยไม่มีการหมั้น จึงนอกขอบเขตที่กฎหมายรับรอง แม้จำเลย (ชาย) ไม่ปฏิบัติตามที่ตกลงกันไว้ [ไม่จดทะเบียนสมรสกับโจทก์] #โจทก์ก็เรียกค่าทดแทนไม่ได้ การที่โจทก์ต้องใช้จ่ายในการเตรียมการสมรส ต้องเสียพรหมจารีให้แก่จำเลย และอยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยากับจำเลย โดยจำเลยไม่ยอมจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ เกิดจากความสมัครใจของโจทก์ #ไม่เป็นเหตุที่จะถือว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยจึง #ไม่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้แก่โจทก์./
18/11/2025
27/02/2025
22/05/2024
10/06/2023
09/06/2023
08/06/2023