Money Class ยกระดับทักษะการเงิน

Money Class ยกระดับทักษะการเงิน

แชร์

Money Class เราอยากเห็นคนไทยทุกคนยกระดับ "การเงิน"

Money Class เรามุ่งมั่นพัฒนาบริการ เพื่อยกระดับสุขภาพการเงิน ทั้งในระดับโรงเรียน และองค์กร ผ่านโปรแกรมหลักสูตรที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับบริบทของคนไทยโดยเฉพาะ

ยกทัพมาพร้อมวิทยากรการเงินชั้นนำมากมาย นำทัพโดย ทัตพล เมธีวิริยาภรณ์ (แก๊ปเปอร์) Co-Founder of Money Class

18/12/2023

ประกาศ!
สถาบันได้ปิดดำเนินธุรกิจแล้วตั้งแต่ 31 ธ.ค. 2565 ที่ผ่านมา

ส่งผลให้คอร์สออนไลน์ที่สมัครไว้จะไม่สามารถเข้าเรียนได้ด้วยเช่นกันนะครับ

Photos from Money Class ยกระดับทักษะการเงิน's post 28/12/2022

“ใกล้ปีใหม่แล้ว มาเตรียมตัวใหม่ด้วยการวางแผนการเงิน เพื่อพิชิตเป้าหมายในชีวิตกัน!”

มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ต่างมีเป้าหมายชีวิต และเงินก็เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายนั้น แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราดูแลเงินได้ดีแล้วหรือยัง ทั้งเรื่องการวางแผนการเงิน เตรียมรับความเสี่ยง พร้อมต่อยอดเงินให้มากพอ เตรียมผ่าน 6 ด่านการเงิน เพื่อเป้าหมายที่ดีในอนาคต!

ไม่ต้องไปหาอ่านให้วุ่นวาย เพราะเรารวบรวมมาให้แล้ว ที่นี่ https://learning.moneyclass.co/browse?category3=employee
“สูตรลับ Up ชีวิต พิชิตเกมการเงิน” 6 คอร์สใหม่ จาก Money Class !

รวม 6 สกิลการเงินคัดพิเศษ รวมสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้โดยเฉพาะมาอยู่ในที่เดียว สรุปเนื้อหามาให้เน้น ๆ พร้อมแบบทดสอบ และเครื่องมือฟรีแถมในคอร์ส ไม่เน้นดูเน้นทำจริง !
พร้อมให้คุณเรียนแล้วใช้ชีวิตต่อได้อย่างไม่สะดุด เลือกได้ 6 คอร์สตามนี้เลย
1.“สุดยอดหลักการบริหารเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน”
อัดแน่นด้วยเนื้อหาพื้นฐาน กิจกรรม และเคสตัวอย่าง จบคอร์สมีเป้าหมายทางการเงิน และแนวทางลงมือทำจริง
2.“สู้กับภาระทางการเงิน ต้องรู้เท่าทัน หนี้”
เข้าใจแนวคิดการบริหารจัดการหนี้สิน คำนวนและวางแผนได้ พร้อมแนวทางการหารายได้เสริม
3.“ปกป้องเงินออม ด้วยการควบคุม ความเสี่ยงทางการเงิน”
เข้าใจ “ประกัน” ตัวช่วยจัดการความเสี่ยง วิธีการเลือก การคำนวน ให้ตอบโจทย์ เป้าหมายการเงิน
4.“เจาะลึกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เลือก วิเคราะห์ ต่อยอด”
ตีแผ่อาวุธลับสู่การเกษียณเร็ว เลือกกองให้เหมาะกับตัวเอง ต่อยอดสู่ความมั่งคั่งในอนาคต
5.“เข้าใจภาษีบุคคล ลดรายจ่ายได้ด้วยความรู้”
คำนวนได้ วางแผนเป็น มีแนวทางลดค่าใช้จ่ายจากภาษีบุคคล พร้อมเคล็ดลับลดหย่อนภาษี
6.“เกษียณเร็ว เกษียณรวย ต้องเริ่มวันนี้”
เรียนรู้วางแผนการเงินตามโจทย์ของตัวเอง การใช้ เครื่องมือทางการเงิน พร้อมกลยุทธ์การไปถึงเป้าหมาย แก่ไปไม่จน

เรียนเลย ! https://learning.moneyclass.co/browse?category3=employee
พิเศษ รับส่วนลด 20% เมื่อกรอกโค้ด “NYFIN”
เหลือ 960 (จากปกติ 1,200 บาท)

ตั้งแต่วันนี้ - 8 ม.ค. 66 เท่านั้น!

เสริมทักษะตอนนี้ก่อนที่จะสายเกินไป “มีเงินแล้วเราต้องใช้ให้เป็น อย่าให้เงินมาเป็นคนใช้เรา”


เสริมทักษะตอนนี้ก่อนที่จะสายเกินไป “มีเงินแล้วเราต้องใช้ให้เป็น อย่าให้เงินมาเป็นคนใช้เรา”

#ยกระดับทักษะการเงิน

Photos from Money Class ยกระดับทักษะการเงิน's post 16/12/2022

“จะอยู่รอดในยุคนี้มีงานอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความรู้การเงินครบทุกด้านด้วย!”

มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ต่างมีเป้าหมายชีวิต และเงินก็เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายนั้น แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราดูแลเงินได้ดีแล้วหรือยัง ทั้งเรื่องการวางแผนการเงิน เตรียมรับความเสี่ยง พร้อมต่อยอดเงินให้มากพอ เตรียมผ่าน 6 ด่านการเงิน เพื่อเป้าหมายที่ดีในอนาคต!

ไม่ต้องไปหาอ่านให้วุ่นวาย เพราะเรารวบรวมมาให้แล้ว
ที่นี่ 🔻 https://bit.ly/3j2ws73
“สูตรลับ Up ชีวิต พิชิตเกมการเงิน” 6 คอร์สใหม่ จาก Money Class !

รวม 6 สกิลกการเงินคัดพิเศษ รวมสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้โดยเฉพาะมาอยู่ในที่เดียว สรุปเนื้อหามาให้เน้น ๆ พร้อมแบบทดสอบ และเครื่องมือฟรีแถมในคอร์ส ไม่เน้นดูเน้นทำจริง !
พร้อมให้คุณเรียนแล้วใช้ชีวิตต่อได้อย่างไม่สะดุด เลือกได้ 6 คอร์สตามนี้เลย

▪ 1.“สุดยอดหลักการบริหารเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน”
อัดแน่นด้วยเนื้อหาพื้นฐาน กิจกรรม และเคสตัวอย่าง จบคอร์สมีเป้าหมายทางการเงิน และแนวทางลงมือทำจริง
▪ 2.“สู้กับภาระทางการเงิน ต้องรู้เท่าทัน หนี้”
เข้าใจแนวคิดการบริหารจัดการหนี้สิน คำนวนและวางแผนได้ พร้อมแนวทางการหารายได้เสริม
▪ 3.“ปกป้องเงินออม ด้วยการควบคุม ความเสี่ยงทางการเงิน”
เข้าใจ “ประกัน” ตัวช่วยจัดการความเสี่ยง วิธีการเลือก การคำนวน ให้ตอบโจทย์ เป้าหมายการเงิน
▪ 4.“เจาะลึกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เลือก วิเคราะห์ ต่อยอด”
ตีแผ่อาวุธลับสู่การเกษียณเร็ว เลือกกองให้เหมาะกับตัวเอง ต่อยอดสู่ความมั่งคั่งในอนาคต
▪ 5.“เข้าใจภาษีบุคคล ลดรายจ่ายได้ด้วยความรู้”
คำนวนได้ วางแผนเป็น มีแนวทางลดค่าใช้จ่ายจากภาษีบุคคล พร้อมเคล็ดลับลดหย่อนภาษี
▪ 6.“เกษียณเร็ว เกษียณรวย ต้องเริ่มวันนี้”
เรียนรู้วางแผนการเงินตามโจทย์ของตัวเอง การใช้ เครื่องมือทางการเงิน พร้อมกลยุทธ์การไปถึงเป้าหมาย แก่ไปไม่จน

อย่าติดกับดักมนุษย์เงินเดือน เตรียมพร้อมติดอาวุธความรู้การเงิน พิชิต 6 ด่านชีวิต เพื่ออนาคตที่ดีกว่า เริ่มจากการเรียนคอร์สนี้ !
🔻 คลิก : https://bit.ly/3j2ws73
พิเศษ รับส่วนลด 10% ภายในเดือนนี้เท่านั้น

เสริมทักษะตอนนี้ก่อนที่จะสายเกินไป “มีเงินแล้วเราต้องใช้ให้เป็น อย่าให้เงินมาเป็นคนใช้เรา”

#ยกระดับทักษะการเงิน

08/12/2022

ลาออก นับว่าเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ที่ HR ต้องคอยรับมือ ไม่ว่าองค์ไหนๆ ก็อยากรักษาพนักงานให้อยู่กับบริษัทไปนานๆ เพราะการหา Talent หรือพนักงานเก่งๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย และยังต้องเสียงบประมาณในการหาคนเข้ามาใหม่ ซึ่งบางทีก็อาจหาคนที่เก่งและดีเท่ากับคนเก่าไม่ได้เสียด้วยซ้ำ

หากคุณแก้เรื่องงาน เรื่องคน เรื่อง Culture ไปหมดเรียบร้อยแล้ว แต่ปัญหาการลาออกยังไม่หยุดสักที บางทีอาจมาจากปัญหาหนึ่งที่สร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงกับพนักงานได้ไม่แพ้กัน ก็คือ เรื่องการเงิน หรือ Financial Well being นั่นเองครับ

ทำไม Financial Well being ลดการ “ลาออก” รักษาพนักงานให้อยู่ยาวได้
เรื่อง Financial well being แม้ไม่ใช่สาเหตุหลักของการลาออก แต่เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พนักงานคนหนึ่งตัดสินใจจะอยู่ต่อหรือจะพอแค่นี้อยู่เหมือนกันครับ และเรื่องการเงินที่ว่านี้ ไม่ใช่แค่มุมของค่าตอบแทนที่มากหรือน้อยเท่านั้น แต่รวมถึงสุขภาพการเงินในภาพรวมที่ส่งผลต่อความสุขและความพึงพอใจในชีวิตและการทำงานครับ ว่าแต่ทำไม Financial Well being ถึงช่วยลดการลาออกได้ วันนี้ฮูกมีคำตอบที่น่าสนใจมาฝากเพื่อนๆ กันครับ

1. ลดความเครียดได้มากกว่าที่คิด
ลาออกของแต่ละคน อาจเกิดจากสาเหตุที่แตกต่างกัน อาจจะเป็นเรื่องเนื้องาน โอกาสการเติบโต ผู้คน หรือเรื่องค่าตอบแทน และรู้ไหมครับว่า จริงๆ แล้ว “ปัญหาเรื่องเงิน” เป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ที่ทำให้พนักงานส่วนใหญ่ตัดสินใจลาออก และเป็นสาเหตุที่ทำให้พนักงานเครียดและกังวลมากกว่าที่คิด จากผลการสำรวจของ BrightPlan’s 2022 Wellness Barometer พบว่า พนักงานกว่า 72% รู้สึกเครียดเกี่ยวกับเรื่องการเงินของตัวเอง และในผลสำรวจของ PWC ยังบอกอีกด้วยว่า พนักงาน 49% บอกว่า ปัญหาเรื่องการเงิน เป็นปัญหาหลักที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพใจของตัวเอง แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วการเครียดเรื่องเงิน เกี่ยวข้องกับการลาออกยังไงใช่ไหมครับ เมื่อคนเรารู้สึกเครียด สิ่งที่ตามมาก็คือ จะเกิดปัญหาสุขภาพใจ และสุขภาพกายตามมา รวมถึงไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ ต้องกังวลพะวงหน้าพะวงหลังเรื่องเงินอยู่ตลอดเวลา แม้ในเวลางานด้วย ถ้าไม่สามารถรับมือได้ ทางออกที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างได้อย่างรวดเร็วที่สุดก็คือ ลาออก หรือหางานใหม่ที่ตอบโจทย์เรื่องการเงินมากขึ้นนั่นเอง แต่ถ้าองค์กรเรามี Financial Well being ก็จะช่วยลดความเครียด และความกังวลเรื่องเงินได้มากขึ้น ส่งผลให้พนักงานทำงานได้อย่างสบายใจและมีความสุขมากขึ้นนั่นเองครับ

2. แสดงถึงความใส่ใจพนักงาน
Employee Engagement เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยสร้างความผูกพันระหว่างตัวพนักงานกับองค์กร และมีส่วนช่วยให้พนักงานคนคนหนึ่งอยู่กับองค์กรไปได้อย่างยาวนาน ถ้าวันใดวันหนึ่งพนักงานรู้สึกผูกพันกับองค์กรน้อยลง ก็อาจทำให้เขาตัดสินใจบอกลาได้ง่ายกว่าคนที่มีความผูกพันกับองค์กร ซึ่งการสร้าง Employee Engagement ให้เกิดขึ้นในองค์กรทำได้หลายวิธีมาก และหนึ่งในนั้นก็เป็นเรื่องการเงิน หรือ Financial well being นั่นเองครับ การมอบสวัสดิการการเงินที่ดีให้กับพนักงาน ไม่ใช่แค่ช่วยให้สุขภาพทางการเงินของพนักงานดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเอาใจใส่ขององค์กรที่มีต่อพนักงานอีกด้วย เพราะทำให้พนักงานรู้สึกว่า องค์กรเล็งเห็นถึงปัญหาทางการเงินที่เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญต่อชีวิตพวกเขา และยังหาหนทางช่วยแก้ปัญหามาให้ ทำให้พนักงานรู้สึกว่า ถูกองค์กรมองเห็น และมีตัวตนในสายตาองค์กร

3. สร้างความพึงพอใจทุกด้านชีวิตของพนักงาน
ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่า ไม่ว่าเราจะทำอะไรในยุคสมัยนี้ ล้วนแต่ต้องใช้เงิน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวัน ก็ต้องมีเงินสำหรับซื้อของกิน ของใช้ ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือถ้าเป็นชีวิตในด้านอื่นๆ เช่น การศึกษา การพัฒนาตัวเอง ครอบครัว หรือสุขภาพ ก็ต้องใช้เงินเป็นตัวช่วยสนับสนุนเพื่อให้ชีวิตเรามีคุณภาพที่ดีขึ้นทั้งนั้น ดังนั้น หากเงินเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ชีวิตคนเรามีความสุขมากขึ้นในหลายๆ ด้านได้ Financial Well being ก็เป็นสิ่งหนึ่งเช่นกันครับ ที่ช่วยสร้างความมั่นคง ปลอดภัย และความมั่งคั่งในระยะยาวได้ ถ้าองค์กรให้ Financial Well being กับพนักงาน เขาก็จะเกิดความพึงพอใจในชีวิตมากยิ่งขึ้น เมื่อคนเรารู้สึกพึงพอใจในสิ่งที่เป็น ก็ไม่จำเป็นต้องมองหาที่ใหม่ ส่งผลให้พวกเขาทำงานต่อในองค์กรได้อย่างยาวนานขึ้น ไม่จำเป็นต้องใช้วิธี ลาออก เป็นทางแก้ปัญหาชีวิตครับ

4. ช่วยแก้หนี้ ไม่ต้องหนีไปหางานใหม่
การลาออก หรือหางานใหม่ มีความเชื่อมโยงกับเรื่อง Financial Well being มากกว่าที่คิดครับ โดยเฉพาะกับปัญหาเรื่องหนี้สินของพนักงาน ที่ส่งผลต่อการทำงานมากกว่าที่คิด งานวิจัย Financial Wellness ของ PWC ในปี 2022 พบว่า เมื่อเปรียบเทียบพนักงานที่มีปัญหาการเงินกับไม่มี ปรากฏว่า พนักงานที่มีปัญหาการเงินมีแนวโน้มมองหางานใหม่ หรือเริ่มคิดจะลาอออกมากถึง 38% ในขณะที่กลุ่มที่ไม่มีปัญหาการเงิน มองหางานใหม่แค่ 16% นอกจากนี้ยังพบอีกด้วยว่า ปัญหาการเงินที่ทำให้คนมองหางานใหม่ก็คือ ค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอต่อชีวิตประจำวันมากถึง 59% รองลงมาคือหนี้บัตรเครดิตที่มากถึง 50% จะเห็นได้ว่า ปัญหาเงินไม่พอใช้ กับเรื่องหนี้สินเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พนักงานเริ่มคิดอยากจะลาออก นั่นเป็นเพราะว่า ต้องการหาเงินที่สามารถมาแก้หนี้ได้ในทันที แต่ถ้าองค์กรเริ่มให้ความสำคัญกับ Financial well being ให้สวัสดิการการเงิน พร้อมความรู้เรื่องการเงิน เพื่อให้พนักงานสามารถไปบริหารการเงินของตัวเองได้ ก็จะช่วยทั้งป้องกันไม่ให้เกิดหนี้สินเพิ่ม อีกทั้งช่วยแก้หนี้ในระยะยาวได้อีกด้วย และท้ายสุด เมื่อหนี้ไม่มี ก็ไม่จำเป็นต้องหนีไปหางานใหม่ครับ

สรุป
ลาออก เป็นปัญหาที่องค์กรไม่อยากให้เกิด ในขณะเดียวกัน พนักงานเองก็คงไม่อยากลาออกอยู่บ่อยๆ เช่นกัน ดังนั้น การใส่ใจความเป็นอยู่ของพนักงานในทุกๆ ด้าน จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยเฉพาะเรื่องเงิน เรื่อง Financial well being ที่จะเห็นได้ว่า ช่วยเพิ่มความสุขของพนักงานได้ และช่วยลดอัตราการลาออกได้ด้วยเช่นกัน

ถึงตาคุณแล้ว
หยุดวงจรการลาออก ด้วยการสร้าง Financial well being กันตั้งแต่วันนี้กันดีกว่าครับ แต่การสร้าง Financial well being ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายใช่ไหมครับ ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี Money Class มีคอร์สสำหรับเริ่มสร้าง Financial well being สำหรับองค์กร พิเศษ สมัครวันนี้ รับส่วนลดสูงสุด 20%

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยครับ>>> https://learning.moneyclass.co/courses/money-wellness?utm_source=facebook&utm_medium=organic&utm_campaign=b2c&utm_content=post_fb

#ยกระดับทักษะการเงิน

==================
Money Class เรามุ่งมั่นพัฒนาบริการ เพื่อยกระดับสุขภาพการเงิน ทั้งในระดับโรงเรียน และองค์กร ผ่านโปรแกรมหลักสูตรที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับบริบทของคนไทย

หากสนใจหลักสูตร อ่านรายละเอียด และขอรับคำปรึกษาฟรีได้ที่
📌สำหรับองค์กร : https://bit.ly/3JlbS9z
📌สำหรับโรงเรียน : มี 2 ทางเลือก
สำหรับคุณครู 👉https://bit.ly/3GME4kr
สำหรับนักเรียน 👉https://bit.ly/3xjresI

Photos from Money Class ยกระดับทักษะการเงิน's post 03/12/2022

สุขภาพการเงินของลูกจ้าง เป็นเรื่องที่นายจ้างต้องใส่ใจ เพราะส่งผลต่อสภาพจิตใจ ความเครียด ความกังวล กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยตรง

การจ่ายค่าจ้างอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยได้แต่ไม่ใช่ทั้งหมด มีคำที่กล่าวไว้ว่า “หาเงินได้เท่าไร..ไม่สำคัญเท่าเหลือเก็บเท่าไร” และ นายจ้าง หรือ องค์กร สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้พนักงานของตนมีเงินเหลือเก็บ ห่างไกลจากปัญหาหนี้สินได้ หากเติม ความรู้ เรื่องเงิน 6 ข้อ ตามที่ฮูกจะยกมาเล่าให้ฟังกันในโพสต์นี้ครับ 🦉


คอร์สเรียน Fin@work ที่จะนำเรื่องเงินมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ครบทั้ง 6 หัวข้อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสวัสดิการการเงินขององค์กร โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านความรู้การเงิน

📌 หากเพื่อนๆ สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://learning.moneyclass.co/courses/money-wellness?utm_source=facebook&utm_medium=organic&utm_campaign=b2c&utm_content=post_fb

#ยกระดับทักษะการเงิน

==================
Money Class เรามุ่งมั่นพัฒนาบริการ เพื่อยกระดับสุขภาพการเงิน ทั้งในระดับโรงเรียน และองค์กร ผ่านโปรแกรมหลักสูตรที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับบริบทของคนไทย

หากสนใจหลักสูตร อ่านรายละเอียด และขอรับคำปรึกษาฟรีได้ที่
📌สำหรับองค์กร : https://bit.ly/3JlbS9z
📌สำหรับโรงเรียน : มี 2 ทางเลือก
สำหรับคุณครู 👉https://bit.ly/3GME4kr
สำหรับนักเรียน 👉https://bit.ly/3xjresI

01/12/2022

จะสิ้นปีแล้ว ทำไมไม่เหลือเงินเก็บเลย ทำงานมาตั้งหลายปี แต่เงินแทบไม่เหลือ เงินเดือนได้เยอะกว่าตอนจบใหม่ แต่ไม่รู้ทำไม หามาได้เท่าไหร่ ก็ใช้หมดแทบทุกเดือน เหมือนรายจ่ายเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จริงๆ แล้ว สิ่งที่เราจ่าย อาจไม่ใช่ของจำเป็นจริงๆ แต่เป็นการใช้จ่ายไปกับของฟุ่มเฟือยก็ได้ครับ

ถ้าเราสามารถลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยลงได้ จะทำให้เรามีสัดส่วนเงินเก็บที่มากขึ้น และช่วยทำให้เราเข้าใกล้เป้าหมายการเงินได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม แต่ปัญหาติดตรงที่ว่า แล้วทำยังไงถึงจะลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยพวกนี้ได้

5 เทคนิค ลดค่าใช้จ่าย ให้สิ้นเดือนมีเงินเหลือเพียบ

ลดค่าใช้จ่าย เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เพื่อนๆ มีเงินเหลือเก็บมากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายๆ เพราะทุกวันนี้มีสิ่งล่อตาล่อใจเต็มไปหมด แถมการซื้อของก็ทำได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว หรือของบางอย่างก็เหมือนจำเป็นเต้องซื้อต้องจ่ายเต็มไปหมด วันนี้ฮูกเลยมีเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการลดค่าใช้จ่ายแบบที่ได้ผล ที่จะช่วยให้พวกเราเก็บเงินได้อยู่หมัด มีเงินเหลือเก็บมากขึ้นครับ

1. คิดก่อน อย่ารีบซื้อทันที
เคยไหมครับ เวลามองของที่ซื้อมา แล้วเกิดคำถามว่า ซื้อมาทำไม นั่นอาจเป็นเพราะว่า เรารีบตัดสินใจซื้อเร็วเกินไป โดยไม่พิจารณาให้ดีก่อนว่า ของเหล่านั้นจำเป็นมากแค่ไหน วิธีแก้ก็คือเวลาเราเห็นของที่อยากได้ อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจซื้อในทันทีครับ แต่ต้องเพิ่มแรงเสียดทานในการใช้จ่ายของเราให้ใช้จ่ายยากขึ้น โดยอย่าเพิ่งรีบซื้อ แต่ให้จดใส่สมุดเอาไว้ แล้วผ่านไปสัก 1-2 อาทิตย์ค่อยกลับมาดูอีกทีครับว่า เรายังอยากได้อยู่ไหม ถ้ายังรู้สึกว่า อยากได้ และมีความจำเป็นต้องซื้อ ก็สามารถซื้อได้ แต่ถ้ากลับมาดูอีกทีแล้วไม่ได้อยากได้ขนาดนั้น ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงไปได้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว สำหรับของฟุ่มเฟือย พอได้ใช้เวลาคิดทบทวนดีๆ พอกลับมาดูอีกที จะไม่อยากซื้อเท่ากับตอนที่เห็นเพียงแวบแรกครับ

2. ลดส่องแอปช้อป
สมัยนี้การช้อปปิ้งเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก ซื้อของได้ง่ายๆ แค่คลิก และดูเหมือนว่าความสะดวกสบายของเทคโนโลยี ทำให้เราใกล้ชิดกับของเซลล์มากขึ้น และกลายเป็นสิ่งที่เข้ามาในชีวิตประจำวันไปโดยปริยาย แค่ตื่นนอนขึ้นมา ก็เห็นของลดราคา หรือเห็นสินค้าโปรดของเราจากโฆษณาออนไลน์ ที่เหล่านักโฆษณาใช้เทคนิคในการตามหลอกหลอนให้เราเห็นของเซลล์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งต่างกับสมัยก่อน เราจะเห็นสินค้าได้แค่ตอนออกไปช้อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าเท่านั้น แต่ทุกวันนี้ แค่นอนเล่น แล้วเปิดมือถือไถ่หน้าฟีด ก็เห็นของเซลล์น่าตำซะแล้ว ชวนให้เราเผลอกดซื้อไปได้แบบง่ายๆ โดยลืมดูเงินในบัญชีไปเลย ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เผลอใจไปกับการช้อปปิ้งบนโลกออนไลน์อยู่บ่อยๆ แนะนำว่า ให้ลดส่องแอปช้อปปิ้งลงครับ เพื่อลดโอกาสเห็นสิ่งล่อตาล่อใจ ที่ชวนเราใช้จ่ายไปกับของฟุ่มเฟือยได้ง่ายๆ

3. จดทุกรายจ่าย
วิธีลดค่าใช้จ่ายแบบคลาสสิก แต่ทำแล้วได้ผลจริงตลอดกาล ก็คือ การทำรายรับรายจ่ายนั่นเองครับ แม้เราจะรู้สึกว่า ของทุกชิ้นที่ซื้อ เราคิดดีแล้ว แต่การทดรายจ่ายไว้ในใจ ทำให้เราไม่เห็นรายจ่ายที่แท้จริง แต่การจดรายจ่าย จะทำให้เราเห็นตัวเลขได้ชัดเจนขึ้นว่า ตอนนี้เราจ่ายเงินไปแล้วเท่าไหร่ ใกล้จะเกินงบรายจ่ายในแต่ละเดือนไปแล้วหรือยัง และสิ่งที่จ่ายไป มันสมเหตุสมผลไหม ทุกครั้งที่กลับมามองรายจ่าย จะเป็นเครื่องชวนเตือนสติว่า ควรใช้จ่ายอย่างระมัดระวังในทุกๆ วัน ดังนั้น การจดรายรับรายจ่ายก็เป็นอีกวิธีที่จะลดค่าใช้จ่ายลงได้ครับ แต่ถ้าใครรู้สึกว่าขี้เกียจมานั่งเขียนใส่กระดาษทุกวัน ก็ลองหันมาบันทึกรายรับรายจ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นลองดูก็ได้ครับ ช่วยให้สะดวกสบาย และไม่เสียเวลา

4. จัดลำดับความสำคัญ
อันนี้ก็อยากได้ อันนั้นก็ต้องจ่าย เคยเป็นไหมครับ มีของมากมายที่อยากจะซื้อในช่วงเวลาเดียวกัน หรือมีเป้าหมายบางอย่างที่อยากจะทำเต็มไปหมด เช่น ทั้งอยากซื้อบ้าน ทั้งอยากซื้อรถ ทั้งอยากไปเที่ยวต่างประเทศ ถ้าจะซื้อทั้งหมดนี้พร้อมๆ กัน เงินไม่เหลือเก็บแน่นอนครับ ทางแก้ก็คือ ให้เราจัดลำดับความสำคัญว่า อะไรที่จำเป็นต่อชีวิตของเรา (Need) หรืออันไหนเป็นแค่ความอยาก ถ้าไม่มีตอนนี้ก็ไม่ต้องส่งผลเสียอะไร (Want) ถ้าเป็นแค่อย่างหลัง สิ่งนั้นอาจยังไม่จำเป็นต้องซื้อในตอนนี้ก็ได้ครับ การจัดลำดับความสำคัญจะช่วยให้เราบริหารเงินได้อย่างคล่องตัวขึ้น และลดการใช้จ่ายไปกับของที่ไม่จำเป็น หรือจะลองนำเทคนิคจจัดการเวลา Eisenhower Matrix มาปรับใช้กับการเงินก็ได้เช่นกันครับ

5. ออมก่อนใช้
ปัญหาไม่เหลือเงินเก็บ มักมาจากเราเผลอเอาเงินออมออกไปใช้จ่ายจนเพลินท้ายที่สุดกลายเป็นว่า ไม่เหลือเงินสำหรับออมสักที หากเพื่อนๆ มีพฤติกรรมแบบนี้อยู่ล่ะก็ ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่า ทำไมไม่มีเงินเหลือเก็บ เพราะการใช้เงินไปก่อน แล้วเหลือเท่าไหร่ค่อยออม เป็นอะไรที่ยากมากครับ ส่วนใหญ่แล้ว มักจะไม่ค่อยเหลือส่วนเก็บออมเท่าไหร่ เพื่อให้มีเงินเก็บชัวร์ๆ ฮูกเลยขอแนะนำวิธีในทางกลับกันครับ นั่นก็คือ “ควรออมก่อนใช้” ครับ เมื่อเงินเดือนออก ควรเก็บออม 30% แล้วเงินที่เหลือค่อยใช้ ซึ่งการออมนั้น ก็จะต้องแบ่งตามสัดส่วนต่างๆ ที่สอดคล้องกับการใช้ชีิวตเรา เพื่อให้มีเงินออมแบบครบทุกด้าน อย่างเช่น ออมเงิน ด้วยหลัก 6 Jars ครับ ซึ่งการออมก่อนค่อนใช้นอกจากจะช่วยให้เรามีเงินออมแล้ว ยังเป็นการจำกัดรายจ่ายและแก้การใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไปในตัวด้วย ต่อให้มีของอยากได้ หรืออยากซื้อมากแค่ไหน แต่ถ้าเงินในส่วนเหลือใช้มีไม่พอ ก็ซื้อไม่ได้ครับ

สรุป
ถ้าลดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนให้ลดลงกว่าที่เป็นได้ ส่วนต่างนั้นก็จะกลายมาเป็นเงินเก็บของเราได้มากขึ้น หากเราไม่สามารถเพิ่มรายได้ได้ ก็ควรลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง แต่ในชีวิตประจำวัน มักมีสิ่งล่อตาล่าใจเยอะ จนทำให้เราเผลอใช้จ่ายไปกับของฟุ่มเฟือยแบบไม่รู้ตัว ถ้าอยากลดค่าใช้จ่ายให้ได้มากขึ้น และได้ผลจริง ฮูกขอแนะนำเคล็ดลับพวกนี้เลยครับ ทำได้วันละนิด ฝึกจนเป็นนิสัย เพื่อนๆ จะเห็นเงินเก็บ ค่อยๆ งอกเงยมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

ถึงตาคุณแล้ว
อยากลดค่าใช้จ่ายที่ใช้ไปกับของฟุ่มเฟือยให้ลดน้อยลงกันแล้วใช่ไหมครับ วันนี้สามารถเริ่มทำตามเคล็ดลับเหล่านี้กันได้เลย แค่เริ่มก็รวยง่ายกว่าเดิมแล้ว แต่จริงๆ แล้ว เคล็ดลับการลดค่าใช้จ่ายที่น่าสนใจ และเวิร์กยังมีอีกเยอะ ถ้าอยากเรียนรู้เพิ่มเติมแบบเจาะลึก ขอแนะนำคอร์สเรียนออนไลน์ Money Wellness The Series คอร์สเรียนการเงิน ที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตเรื่องเงินของเพื่อนให้ดีขึ้นไปตลอดกาล

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยครับ >>> https://learning.moneyclass.co/courses/money-wellness?utm_source=facebook&utm_medium=organic&utm_campaign=b2c&utm_content=post_fb

#ยกระดับทักษะการเงิน

==================
Money Class เรามุ่งมั่นพัฒนาบริการ เพื่อยกระดับสุขภาพการเงิน ทั้งในระดับโรงเรียน และองค์กร ผ่านโปรแกรมหลักสูตรที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับบริบทของคนไทย

หากสนใจหลักสูตร อ่านรายละเอียด และขอรับคำปรึกษาฟรีได้ที่
📌สำหรับองค์กร : https://bit.ly/3JlbS9z
📌สำหรับโรงเรียน : มี 2 ทางเลือก
สำหรับคุณครู 👉https://bit.ly/3GME4kr
สำหรับนักเรียน 👉https://bit.ly/3xjresI

30/11/2022

เห็นเพื่อนอัปรูปลงไอจีมีแต่ที่สวยๆ ทั้งนั้น แต่จะสิ้นปีแล้ว ยังไม่เหลือเงินเก็บไปเที่ยวกับเขาบ้างสักที ทำยังไงดี ทำงานหนักมาทั้งปี ก็อยากผ่อนคลายออกไปเที่ยวบ้าง
แต่ถ้าตัดสินใจไปเที่ยว คงต้องกลับมากินมาม่าอีกหลายเดือน
ทำยังไงดีนะ!?

5 วิธี เก็บเงินอย่างไร ให้มีเงินเที่ยวทุกปี
อย่าปล่อยให้ปัญหาการเงินมาเป็นอุปสรรคในการไปท่องเที่ยว และชาร์จพลังชีวิต เพราะการเก็บเงินไปเที่ยวแบบชิวๆ สามารถทำได้ไม่ยาก และตัดปัญหาความกังวลใจไปเที่ยวกลับมาแล้วเงินจะไม่เหลือไปได้เลยครับ ถ้าเก็บเงินอย่างถูกวิธีครับ วันนี้ฮูกเลยขอมาแนะนำเคล็ดลับเก็บเงินที่ทำแล้วเวิร์กจริง มีเงินไปเที่ยวทุกปีแบบสบายใจ มาฝากครับ

1. ตั้งงบการเที่ยว
ก่อนเก็บเงิน อยากให้เพื่อนๆ ลองตั้งเป้าหมายของการท่องเที่ยวกันก่อนครับว่า เราอยากไปเที่ยวที่ไหน ในประเทศ หรือต่างประเทศ ไปกี่วัน ไปกับใคร และลักษณะการท่องเที่ยวเป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้คำนวณได้ว่า ในแต่ละทริปเราจำเป็นต้องใช้เงินเท่าไหร่ และตั้งงบที่เหมาะสมไว้ครับ เราจะได้เริ่มวางแผนการเงินได้ถูกทาง และมีกำลังใจในการเก็บเงิน โดยไม่ท้อใจไปก่อน เพราะอย่างน้อยเราก็รู้แล้วว่า เราเก็บเงินไปเพื่ออะไร วันไหนเหนื่อยๆ แล้วกลับมามองดูเป้าหมาย ก็จะช่วยให้เรามีกำลังใจและแรงฮึดสู้

2. แยกบัญชีเที่ยว
เก็บเงินทุกเดือน แต่ทำไมไม่เหลือเงินไปเที่ยวสักที หลายคนน่าจะเคยเจอปัญหานี้ใช่ไหมครับ และพอจะตัดสินใจไปเที่ยว ก็ต้องพับความฝันนี้เก็บใส่กระเป๋าไปทุกที เพราะถ้าแบ่งเงินในบัญชีมาเที่ยว ก็จะทำให้เงินเก็บส่วนอื่นๆ ได้รับผลกระทบ ฮูกเลยขอแนะนำว่า แทนที่เราจะเก็บเงินไว้แค่บัญชีเดียว ควรแยกบัญชีเที่ยวออกมาต่างหาก เพื่อให้เห็นเงินที่งอกเงย และไม่เอาไปปนกับเงินส่วนอื่นๆ เมื่อเงินเดือนออก ให้เราแบ่งสัดส่วนการออมก่อนว่า เราจะออมเงินเพื่อเป้าหมายชีวิตในมุมไหนบ้าง พอไปเที่ยวก็จะไม่ต้องรู้สึกผิดที่ไปหยิบเงินส่วนกลางออกมา แต่จะสบายใจขึ้น เพราะเงินที่ใช้ คือเงินที่เราเก็บเพื่อการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ อีกทั้งการแยกบัญชียังช่วยให้เราบริหารเงินได้ง่ายขึ้นอีกด้วยครับ

3. ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
เก็บเงินอย่างเดียว แต่ไม่ลดค่าใช้จ่ายเลย ก็จะทำให้การเก็บเงินนั้นยากขึ้นไปอีก และถ้าเรามีค่าใช้จ่ายมากกว่ารายได้ ก็จะยิ่งทำให้เก็บเงินยากขึ้นไปอีก ด้วยเหตุนี้ เราเลยจำเป็นต้องบริหารรายรับรายจ่ายให้สมดุลกัน เก็บให้เพิ่มขึ้น จ่ายให้น้อยลง เพื่อนๆ อาจจะเริ่มจากมองที่เป้าหมายว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ และไปเที่ยวเมื่อไหร่ เพื่อจะได้คิดคำนวณออกมาว่า เราต้องเก็บเงินเดือนละกี่บาท ถึงจะมีเงินพอไปเที่ยว (อาจจะถึงขั้นไปแบบเหลือๆ ได้เลย ถ้าเก็บเงินดีๆ) ถ้าให้ดีพอเงินเดือนออก หักเงินส่วนออมไปเลยครับ แล้วเหลือเท่าไหร่ค่อยเอาไปใช้ และให้ใช้เทคนิคคิดก่อนซื้อ เพื่อยั้งมือไม่ให้ใช้เงินฟุ่มเฟือย เลือกซื้อเฉพาะของที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตจริงๆ เรียงลำดับความสำคัญในการใช้เงิน คราวนี้มีเงินเหลือเก็บไปเที่ยวได้อย่างแน่นอนครับ

4. หา promotion เที่ยวในราคาประหยัด
สถานที่แต่ละที่ การเที่ยวแต่ละแบบ ก็มีค่าใช้จ่ายต่างกัน นอกจากจะต้องมีวินัยทางการเงินแล้ว เราต้องเลือกเที่ยวในงบที่เหมาะสมด้วยครับ ถ้าเราเลือกแพ็คเกจทัวร์ที่ราคาประหยัด เราก็ไม่ต้องเก็บเงินจำนวนมากเกินกว่าจำเป็น ฮูกเลยแนะนำว่า ควรส่องๆ หาโปรโมชั่นเที่ยวที่ราคาประหยัดๆ เพื่อประหยัดเงิน และเก็บเงินถึงเป้าได้ง่ายขึ้น แค่นี้การไปเที่ยวพักผ่อนก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินจริงแล้วครับ

5. เรียนรู้วิธีการบริหารเงินเดือนผ่าน คอร์สออนไลน์
การเก็บเงิน สามารถทำได้หลากหลายวิธีมากๆ ครับ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เพื่อนๆ ทำแล้วใช้ได้แบบยาวๆ เลยก็คือ การศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องการเงิน เพื่อให้เราเกิดความเข้าใจอย่างแท้จริง และสามารถนำไปปรับใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเราได้ บางเรื่องก็เป็นทริคใกล้ตัว ที่อาจจะไม่ต้องทำงานหนักจนเหนื่อย แค่บริหารเงินเป็น ก็ช่วยให้มีเงินเก็บเป็นก้อน ไปทำเป้าหมายในชีวิตให้เป็นจริงได้ไม่ยาก แต่สิ่งนี้จะไม่เกิดเลย ถ้าเราขาดความรู้ทางการเงิน ดังนั้น การหาความรู้การเงิน จึงเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งที่คุ้มค่ากับชีวิตของเราครับ

สรุป
เก็บเงินไปเที่ยวไม่ใช่เรื่องยาก แค่ทำเคล็ดลับ 5 ข้อนี้ โดยเริ่มตั้งแต่ตั้งเป้าหมายท่องเที่ยวให้ชัด กำหนดงบ ออมเงิน ลดค่าใช้จ่าย และอย่าลืมเพิ่มความรู้เรื่องการเงินให้แน่นๆ เพื่อนำไปบริหารเงินได้ดียิ่งขึ้น ทำตามนี้ รับรองมีเงินเหลือเก็บ ไปเที่ยวที่สวย ฮีลใจได้ทุกปีแบบไม่กระทบกระเป๋าเงินแน่นอนครับ เพิ่มอีกเคล็ดลับที่จะช่วยให้เห็นผลและถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้นก็คือ เริ่มทุกอย่างในวันนี้เลย เริ่มก่อน เก็บเงินถึงเป้าได้ง่ายกว่า!

ถึงตาคุณแล้ว
หากเพื่อนๆ เป็นคนหนึ่ง ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว อยากหาเวลาไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ หาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับชีวิตบ้าง แต่มักติดปัญหาเรื่องเงิน ฮูกขอแนะนำว่า ให้เริ่มทำตามเคล็ดลับนี้ได้เลยครับ จากที่ไม่มีเงินไปเที่ยว กลายเป็นมีเงินเหลือไปเที่ยวทุกๆ ปีแน่นอน แต่ถ้าใครรู้สึกว่า ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี หรืออยากหาวิธีอื่นๆ ที่จะช่วยให้เก็บเงินได้มากขึน พร้อมกับบริหารเงินในส่วนอื่นๆ ได้ดีขึ้น ฮูกขอแนะนำคอร์สเรียนการเงินออนไลน์ Money Wellness The Series สูตรลับเรื่องการเงิน ที่จะช่วยให้คุณบริหารการเงินได้ดีขึ้น เป็นความรู้ติดตัวที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ตลอดทั้งชีวิต

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยครับ>>> https://learning.moneyclass.co/courses/money-wellness?utm_source=facebook&utm_medium=organic&utm_campaign=b2c&utm_content=post_fb

#ยกระดับทักษะการเงิน

==================
Money Class เรามุ่งมั่นพัฒนาบริการ เพื่อยกระดับสุขภาพการเงิน ทั้งในระดับโรงเรียน และองค์กร ผ่านโปรแกรมหลักสูตรที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับบริบทของคนไทย

หากสนใจหลักสูตร อ่านรายละเอียด และขอรับคำปรึกษาฟรีได้ที่
📌สำหรับองค์กร : https://bit.ly/3JlbS9z
📌สำหรับโรงเรียน : มี 2 ทางเลือก
สำหรับคุณครู 👉https://bit.ly/3GME4kr
สำหรับนักเรียน 👉https://bit.ly/3xjresI

28/11/2022

พิชิตเงินล้านด้วยเงินหลักพัน! บริหารกองทุนสไตล์มนุษย์เงินเดือน...ง่ายกว่าที่คิด
“ล้านแรกไม่ได้ยากอย่างที่คิด มาวางแผนเก็บเงินล้านไปด้วยกัน (https://www.xspringam.com)”

สำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเราในปัจจุบันการจะเก็บเงินได้ในแต่ละเดือนถือเป็นเรื่องที่ยากมากๆ ท่ามกลางสภาวะเงินเฟ้อ และสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ไม่สู้ดี ส่งผลให้ราคาข้าวของเครื่องใช้ปรับตัวสูงขึ้น ตรงกันข้ามกับเงินเดือนที่ไม่ได้ปรับขึ้นตาม เทคนิคในการบริหารจัดการเงินจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หากคุณต้องการสร้างเงินล้าน หรือลงทุนสร้างธุรกิจของตนเอง เพื่อการเติบโตที่มั่นคงและมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น XSpring จึงอยากพาเพื่อนๆ ฝ่าวิกฤติพิชิตเงินล้าน สู่ความมั่งคั่งอันยั่งยืน เพราะล้านแรกมันไม่ได้ยากอย่างที่คิด!

ก่อนที่จะมองไปถึงเงินล้านแรก XSpring อยากให้เราย้อนกลับมามองถึงค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเรากันก่อน เพื่อดูโครงสร้างค่าใช้จ่ายให้เห็นภาพมากที่สุด เนื่องจากวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่เราจะได้เห็นภาพรวมการใช้จ่ายของตัวเรา พร้อมหาวิธีในการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของตัวเอง โดยเราขอแบ่งค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการใช้ชีวิตสไตล์มนุษย์เงินเดือนออกเป็น 5 ส่วน
1.ค่าอาหาร
2.ค่าเดินทาง
3.ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
4.ค่ารักษาพยาบาล
5.ค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุน

สำหรับมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่มักใช้เงินหมดไปกับค่าใช้จ่ายส่วนตัว ในการซื้อของที่อยากได้จนเดือนๆนึงแทบจะไม่เหลือเงินเก็บ หรือถึงขนาดติดลบกันเลยทีเดียว การลองลดค่าใช้จ่ายอาจเป็นตัวเลือกหนึ่งที่มีความสำคัญในการพิชิตเงินล้าน หรือในกรณที่มองว่าค่าใช้จ่ายในปัจจุบันเป็นค่าใช้จ่ายที่ตายตัวแล้ว ไม่สามารถลดได้มากกว่านี้แล้วลองวางโครงสร้างทางการเงินใหม่ หาโอกาสเพิ่มรายได้ให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็พยายามลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเพื่อเพิ่มเงิน ซึ่งเทคนิคที่ดีที่สุดในการลงทุนของมนุษย์เงินเดือนคงหนีไม่พ้นการ “DCA (Dollar Cost Averaging) ” แต่จะ DCA อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ วันนี้เรามีคำตอบ
1.ตั้งเป้าหมายให้เหมาะกับสไตล์การใช้ชีวิตของตัวเอง
การตั้งเป้าหมายทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ควบคู่ไปกับสไตล์การใช้ชีวิตของตัวเอง คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการออมเงิน เนื่องจากการตั้งเป้าหมายจะนำไปสู่การวางแผนเพื่อสร้างวินัยในการเก็บ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสู่ความสำเร็จ
2.ศึกษาประเภทการลงทุน รวมไปถึงความเสี่ยงต่างๆ
เนื่องจากกองทุนรวมมีหลากหลายประเภท ความเสี่ยงและนโยบายการลงทุนก็ไม่เหมือนกัน โดยปกติแล้วกองทุนรวมหุ้นจะมีความเสี่ยงสูงและให้ผลตอบแทนสูง เฉลี่ยปีละ 8-10% ในขณะที่กองทุนรวมตราสารหนี้จะให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่า เฉลี่ยปีละ 2-5% แต่ความเสี่ยงไม่มาก จึงมีโอกาสขาดทุนน้อยกว่า การที่เรา DCA ในกองทุนประเภทต่างๆจะทำให้เราป้องกันความเสี่ยง รวมไปถึงคำนวนผลตอบแทนได้มากกว่าการ DCA ในหุ้น
อย่างในกรณีที่หากเราลงทุนในกองทุนรวมหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 10 % ถ้าเราอยากมีเงินล้าน และเรา DCA เดือนละ 9,000 บาทเราจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ภายใน 6 ปีครึ่งเท่านั้น ซึ่งหากเรามีความสามารถในการหาเงินเพิ่มได้หรือนำโบนัสท้ายปีมา DCA เพิ่มเราก็จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้เร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง
3.ประเมินระดับความเสี่ยงควบคู่กับเป้าหมายของเรา
ประเมินความเสี่ยงควบคู่กับการใช้ชีวิตว่าเราสามารถยอมรับการขาดทุนได้สูงขนาดไหน พร้อมทั้งกระจายความเสี่ยงไปยังกองทุนประเภทต่างๆเพื่อให้พอร์ตลงทุนสามารถเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ หากคุณเป็นคนที่รับความเสี่ยงได้สูงไม่มีภาระผูกพันคุณสามารถลงทุนในกองทุนรวมหุ้นซึ่งมีระดับความเสี่ยงที่สูง แต่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่สูงตามมา หากคุณรับความเสี่ยงได้ต่ำ และมีภาระผูกพันมากมาย สามารถลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำ และให้ผลตอบแทนอย่างยั่งยืน
4.เลือกลงทุนในกองทุนรวมที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วย
หากคุณเป็นผู้ที่ต้องเสียภาษี การลงทุนในกองทุนรวมที่สามารถลดหย่อนภาษีได้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้คุณออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เราแนะนำ กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริงตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (X-EQRMF) กองทุนที่ส่งเสริมการออมระยะยาวเพื่อการเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในตราสารแห่งทุนที่มีปัจจัยพื้นฐานดี โดยกองทุนดังกล่าวสามารถลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท และ กองทุนชนิดผู้ลงทุนเพื่อการออม (แบบจ่ายเงินปันผล) (X-SEQS-DSSF) ที่เน้นผู้ลงทุนที่หวังผลตอบแทนในรูปเงินปันผลและผลตอบแทนจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าหน่วยลงทุนในระยะยาว ซึ่งสามารถลดหย่อนภาษีได้ ด้วยเงินลงทุนไม่เกิน 30% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 200,000 บาท โดยสามารถติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-030-3730 หรือคลิก https://www.xspringam.com/ ได้เลย
มาถึงตรงนี้เชื่อว่าเพื่อนๆคงเห็นภาพเงินล้านเข้าใกล้มาเรื่อยๆแล้ว ทั้งนี้การพิชิตเงินล้านก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคการ DCA และหลักการเลือกลงทุนของแต่ละท่านแล้วว่าเป็นอย่างไร แต่จะดีกว่าไหม? ถ้าให้ผู้เชี่ยวชาญจัดสรรการลงทุนให้ XSpring Asset Management บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่มีกองทุนให้เลือกอย่างหลากหลาย มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการลงทุนคอยดูแล พร้อมช่วยวางแผนการลงทุนที่ใช่ ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ รวมไปถึงการนำนวัตกรรมเพื่อการลงทุนยุคใหม่อย่าง AI เข้ามาช่วยในการจำลองพอร์ต จำกัดความเสี่ยง รวมถึงหาโอกาสการลงทุนอย่างเข้าใจ ให้คุณสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อนๆคนไหนสนใจลงทุนกับ XSpring Asset Management สามารถติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ได้ที่ เบอร์ 02-030-3730 หรืออีเมล: [email protected] สำหรับช่องทางออนไลน์
Facebook: XSpring AM,
Instagram: และ LINE: AM

#ยกระดับทักษะการเงิน

==================
Money Class เรามุ่งมั่นพัฒนาบริการ เพื่อยกระดับสุขภาพการเงิน ทั้งในระดับโรงเรียน และองค์กร ผ่านโปรแกรมหลักสูตรที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับบริบทของคนไทย

หากสนใจหลักสูตร อ่านรายละเอียด และขอรับคำปรึกษาฟรีได้ที่
📌สำหรับองค์กร : https://bit.ly/3JlbS9z
📌สำหรับโรงเรียน : มี 2 ทางเลือก
สำหรับคุณครู 👉https://bit.ly/3GME4kr
สำหรับนักเรียน 👉https://bit.ly/3xjresI

25/11/2022

HR นะ ไม่ใช่แม่เหล็ก .. จะดึงดูดใจ Talent ยังไงไหว๊ !?
วันนี้ฮูกมี 5 เคล็ดลับมาฝากเพื่อนๆ แม้ไม่ใช่แม่เหล็กแต่ทำตามนี้ได้ผลดีแน่นอน 🦉

🧲 scope งานชัด ค่าตอบแทนแฟร์
หมดยุคของ “ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน” แล้ว! Job description ครอบจักรวาล แต่ให้ค่าตอบแทนเท่าค่าแรงขั้นต่ำ เป็นไปได้ยากที่จะดึงดูดใจ โดยเฉพาะกับ Talent ที่มักมีโอกาสหยิบยื่นเข้ามาหลากหลายทาง จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า เงินเดือน รวมถึง scope งาน มีผลต่อการตัดสินใจอย่างมาก และเมื่อพวกเขาตัดสินใจเข้ามาทำงานในองค์กรแล้ว เมื่อถึงเวลาปรับเงินเดือน หรือ โบนัส ก็ต้องไม่ลืมที่จะจ่ายค่าตอบแทนบนพื้นฐานของผลงาน ประสบการณ์ และทักษะในการทำงานด้วยนะครับ เพราะเมื่อไรที่เริ่มรู้สึกว่า ไม่แฟร์ เขาก็จะเริ่มมองหางานใหม่แล้วล่ะ

🧲 สร้าง culture และ engagement ในองค์กรที่ดี
การทำ Feedback ทั้ง Give&Take อย่างสม่ำเสมออาจช่วยได้ การให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อ Talent นำไปพัฒนาตนเอง กระตุ้นให้รู้สึกถึงโอกาสในการเติบโต และการรับฟังคำแนะนำจากคนทำงาน ก็จะช่วยให้องค์กรค่อยๆ ปรับรูปแบบการทำงานจนหาจุดที่ทุกฝ่ายจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดได้เช่นกัน

🧲 มี Work-life balance
Talent ยุคใหม่ๆ จะจัดสรรสมดุลระหว่างเรื่องงานและชีวิตส่วนตัว เต็มที่ในเวลางาน แต่นอกเวลางานก็ยังอยากให้ความสำคัญทั้งกับตัวเอง ครอบครัว เพื่อนฝูง หากองค์กรเข้าใจและตระหนักถึงประเด็นนี้ มีระบบการทำงานขององค์กรที่ยืดหยุ่น โฟกัสคุณภาพงานมากกว่าระยะเวลาทำงาน จะช่วยให้พนักงานมีความเครียดจากทำงานน้อยลงและลดโอกาสหมดไฟในการทำงานได้ด้วย

🧲 เปิดโอกาสให้ Upskill และ Reskill
โดยส่วนมากคนเก่งมักจะไม่ชอบทำงานซ้ำๆ เดิมๆ แต่ชอบที่จะได้รับงานที่ท้าทาย แปลกใหม่ หากองค์กรมอบหมายโปรเจคที่ช่วย Upskill (พัฒนาเพื่อยกระดับทักษะที่พนักงานมีให้ดีกว่าเดิม) หรือ Reskill (สร้างทักษะขึ้นมาใหม่ที่จำเป็นต่อการทำงาน) ให้กับ Talent อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยสร้างความรู้สึกภูมิใจว่าตัวเขามีคุณค่าต่อองค์กร และ องค์กรช่วยให้เขาพัฒนาขึ้นได้

🧲 มีสวัสดิการและเพิ่มความรู้ด้านการเงิน
เพราะเรื่องเงิน คือ เรื่องใหญ่ ส่งผลโดยตรงต่อการใช้ชีวิต และสภาพจิตใจ นอกจากเงินเดือนแล้ว ยังมีอีกทางที่บริษัทจะซัพพอร์ตพนักงานได้นั่นก็คือสวัสดิการที่เกี่ยวข้องด้านการเงิน เช่น ประกันกลุ่ม, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือส่งไปเข้าคอร์สเพิ่มทักษะด้านการเงิน เป็นต้น

ซึ่ง คอร์สเรียน Fin@work จะนำเรื่องเงินมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ช่วยให้มีความรู้ ความเข้าใจ ทั้งการบริหารเงินเดือน ให้เหลือเก็บออม ไม่เดือนชนเดือน, รู้จักกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พร้อมวางแผนให้เกษียณได้อย่างมีความสุข, ทำความเข้าใจเรื่องของภาษี, รู้จักกับประกันกลุ่ม เพื่อให้ใช้สิทธิให้คุ้มค่า และ หากมีหนี้ต้องวางแผนปลดหนี้อย่างไร

📌 หากเพื่อนๆ สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://learning.moneyclass.co/courses/money-wellness?utm_source=facebook&utm_medium=organic&utm_campaign=b2c&utm_content=post_fb

แม้จะเก่งเรื่องงานแค่ไหน แต่ถ้าบริหารจัดการเงินไม่เก่งก็เป็นสาเหตุที่อาจทำให้ Talent อยู่กับเราได้ไม่นาน ดังนั้นการมอบสวัสดิการ และความรู้ด้านการเงินให้ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยรักษาคนเก่งไว้กับองค์กรได้ดีอย่างที่คาดไม่ถึงเลยล่ะครับ!

#ยกระดับทักษะการเงิน

==================
Money Class เรามุ่งมั่นพัฒนาบริการ เพื่อยกระดับสุขภาพการเงิน ทั้งในระดับโรงเรียน และองค์กร ผ่านโปรแกรมหลักสูตรที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับบริบทของคนไทย

หากสนใจหลักสูตร อ่านรายละเอียด และขอรับคำปรึกษาฟรีได้ที่
📌สำหรับองค์กร : https://bit.ly/3JlbS9z
📌สำหรับโรงเรียน : มี 2 ทางเลือก
สำหรับคุณครู 👉https://bit.ly/3GME4kr
สำหรับนักเรียน 👉https://bit.ly/3xjresI

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


444, 14th Floor MBK Tower Phayathai Road Wangmai, Pathumwan
Bangkok
10330