19/06/2026
ข่าวด่วนสำหรับน้องๆ ที่กำลังวางแผนเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยกลุ่ม Ivy League ล่าสุด Columbia University ได้ประกาศกลับมาใช้คะแนนสอบมาตรฐาน หรือ Standardized Testing เช่น SAT หรือ ACT ในการคัดเลือกนักศึกษาเข้าเรียนต่ออีกครั้ง โดยจะเริ่มมีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2027 สำหรับรอบการสมัครปีการศึกษา 2027-2028 เป็นต้นไป
การตัดสินใจในครั้งนี้ทำให้ Columbia University กลายเป็นมหาวิทยาลัยลำดับสุดท้ายในกลุ่ม Ivy League ทั้ง 8 แห่งที่หวนกลับมาใช้ข้อกำหนดเรื่องผลสอบ หลังจากที่เคยปรับนโยบายเป็นแบบ Test-Optional หรือการเลือกที่จะยื่นคะแนนหรือไม่ก็ได้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา
จากการพิจารณาของคณะอาจารย์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทางมหาวิทยาลัยพบว่าคะแนนสอบเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ที่มีประสิทธิภาพถึงความพร้อมทางวิชาการและโอกาสในการประสบความสำเร็จในการเรียนของนักศึกษา โดยกำหนดให้ผู้สมัครระดับปริญญาตรีต้องยื่นผลคะแนนจากอย่างน้อยหนึ่งในสี่การทดสอบ ได้แก่ SAT, ACT, Advanced Placement หรือ AP และ International Baccalaureate หรือ IB
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญสำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยระดับท็อปของสหรัฐอเมริกา เนื่องจากทุกสถาบันในกลุ่ม Ivy League ได้กลับมาให้ความสำคัญกับผลสอบมาตรฐานอย่างพร้อมเพรียงกันแล้ว ดังนั้นการเตรียมตัวล่วงหน้าและการฝึกฝนทำโจทย์จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับใบสมัครของน้องๆ
สำหรับครอบครัวที่ต้องการคำปรึกษาเชิงลึกในการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่รั้วมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก True North Education พร้อมยืนเคียงข้างน้องๆ เพื่อให้ทุกย่างก้าวของการเตรียมตัวมีความมั่นคงและมีทิศทางที่ชัดเจนที่สุด
18/06/2026
มหาวิทยาลัยในเครือ UNC เตรียมพิจารณาหลักสูตรปริญญาตรี 3 ปี ทางเลือกใหม่ที่คุ้มค่าสำหรับนักเรียนไทย
ระบบมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนอร์ทแคโรไลนา หรือ UNC System กำลังพิจารณาข้อเสนอครั้งสำคัญที่อาจเปลี่ยนโฉมการเรียนต่อในสหรัฐฯ ด้วยการเปิดโอกาสให้นักศึกษาจบปริญญาตรีได้ภายในเวลาเพียง 3 ปี จากเดิมที่ต้องใช้เวลา 4 ปีตามรูปแบบเดิม
ข้อเสนอนี้มาจากสถาบันในเครือ UNC ถึง 11 แห่ง โดยมีการนำเสนอหลักสูตรเร่งรัดในสาขาวิชาที่หลากหลาย ตั้งแต่พยาบาลศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรม ไปจนถึงธุรกิจการกีฬา และการผลิตสื่อบันเทิง แนวทางหลักคือการปรับลดวิชาศึกษาทั่วไป หรือวิชาเลือกบางส่วนออก เพื่อให้นักศึกษาสามารถมุ่งเน้นไปยังทักษะวิชาชีพที่ต้องการได้ทันทีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจมาจาก Fayetteville State University ซึ่งประเมินว่าหลักสูตรบริหารธุรกิจแบบ 3 ปีนี้ จะช่วยให้นักศึกษาประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากถึง 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ และสามารถเริ่มต้นชีวิตการทำงานได้เร็วขึ้น 1 ถึง 2 ปี ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่น่าดึงดูดใจอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่ต้องการบริหารจัดการงบประมาณการศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สำหรับนักเรียนไทยที่กำลังวางแผนศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกา ข่าวนี้ถือเป็นสัญญาณของการปรับตัวในสถาบันการศึกษาระดับโลกที่พยายามสร้างความยืดหยุ่นและตอบโจทย์ความคุ้มค่าให้มากขึ้น ทีมงาน True North Education จะคอยติดตามความคืบหน้าของนโยบายนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และช่วยวางแผนอนาคตทางการศึกษาที่ดีที่สุดให้กับน้องๆ และครอบครัว
#เรียนต่ออเมริกา #ปริญญาตรี3ปี #ข่าวการศึกษาต่อต่างประเทศ
17/06/2026
มหาวิทยาลัยกลุ่ม University of California หรือ UC กำลังพิจารณานำข้อกำหนดในการยื่นคะแนนสอบมาตรฐาน เช่น SAT หรือ ACT กลับมาใช้ในกระบวนการคัดเลือกนักศึกษาระดับปริญญาตรีอีกครั้ง
ในการประกาศล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ประธานสภาวิชาการของ UC ได้ระบุว่ากำลังเริ่มกระบวนการทบทวนนโยบายการรับเข้าเรียนอย่างครอบคลุม รวมถึงการพิจารณาบทบาทของคะแนนสอบมาตรฐาน หลังจากพบข้อมูลที่น่ากังวลเกี่ยวกับความพร้อมทางวิชาการของนักศึกษาใหม่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่มีการยกเลิกการใช้คะแนนสอบไปในปี 2020
รายงานจาก UC San Diego พบว่านักศึกษาชั้นปีที่ 1 มีทักษะทางวิชาการที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในด้านคณิตศาสตร์ การเขียน และทักษะทางภาษา นอกจากนี้กลุ่มอาจารย์กว่า 1,400 ท่านในสาขา STEM ยังได้ร่วมลงนามเรียกร้องให้มีการนำข้อกำหนดคะแนนคณิตศาสตร์จาก SAT หรือ ACT กลับมาใช้สำหรับผู้สมัครในสาขา STEM เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินศักยภาพและความสำเร็จในการเรียนระดับมหาวิทยาลัย
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Ivy League เกือบทุกแห่ง รวมถึง MIT, Stanford, CalTech และ Purdue ต่างก็ได้ประกาศนำคะแนนสอบมาตรฐานกลับมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์การพิจารณาแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแนวโน้มของการรับสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยระดับโลกกำลังกลับมาให้ความสำคัญกับมาตรฐานการทดสอบระดับสากลอีกครั้ง
กระบวนการทบทวนครั้งนี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนพฤษภาคม 2027 และหากมีการตัดสินใจคืนค่าข้อกำหนดเดิม การเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลเร็วที่สุดกับการรับสมัครในรอบฤดูใบไม้ร่วงปี 2028 เพื่อเข้าเรียนในปี 2029
สำหรับนักเรียนไทยที่มีเป้าหมายในการเข้าศึกษาต่อในกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐอเมริกา การเตรียมตัวทางวิชาการให้พร้อมและการทำคะแนนสอบมาตรฐานให้ดีเยี่ยมยังคงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญและช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างมีนัยสำคัญ
True North Education พร้อมเป็นที่ปรึกษาและช่วยวางแผนกลยุทธ์การสมัครเรียนให้กับน้องๆ เพื่อก้าวสู่มหาวิทยาลัยในฝันอย่างมั่นใจ
16/06/2026
ในช่วงปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยกลุ่ม Ivy League ซึ่งเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ของนักเรียนทั่วโลก กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญครับ จากรายงานล่าสุดพบว่าค่าใช้จ่ายด้านกฎหมายและการดำเนินการด้านนโยบายหรือการล็อบบี้ของ 8 มหาวิทยาลัยชั้นนำ พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลจากรายการยื่นภาษีล่าสุดระบุว่า มหาวิทยาลัยในกลุ่ม Ivy League ทั้ง 8 แห่ง ซึ่งประกอบไปด้วย Brown, Columbia, Cornell, Dartmouth, Harvard, Princeton, University of Pennsylvania และ Yale มีค่าใช้จ่ายด้านกฎหมายรวมกันเพิ่มขึ้นถึง 37 เปอร์เซ็นต์ โดยมีมูลค่ารวมกว่า 333 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปีงบประมาณที่ผ่านมา
สาเหตุหลักของค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้นนี้ เกิดจากความพยายามของมหาวิทยาลัยในการรับมือกับแรงกดดันและการตรวจสอบจากรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการรักษาเงินทุนสนับสนุนงานวิจัย การรับมือกับการถูกตรวจสอบต่างๆ และการปกป้องความเป็นอิสระทางวิชาการจากการปรับเปลี่ยนนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดในรั้วมหาวิทยาลัย
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้แต่สถาบันการศึกษาที่มีความเก่าแก่และมั่งคั่งที่สุดในโลก ก็ยังต้องปรับกลยุทธ์และใช้ทรัพยากรมหาศาลเพื่อรักษามาตรฐานและความเป็นอิสระของตนเองท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคม สำหรับน้องๆ และครอบครัวที่กำลังเตรียมตัวสมัครเข้าศึกษาต่อในกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำเหล่านี้ การติดตามข่าวสารและเข้าใจบริบทภายในของแต่ละสถาบันถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมและทิศทางของมหาวิทยาลัยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
True North Education พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาและให้ข้อมูลเชิงลึกแก่ทุกครอบครัว เพื่อให้การเตรียมตัวสู่มหาวิทยาลัยในฝันเป็นไปอย่างราบรื่นและเท่าทันสถานการณ์โลก
#เรียนต่ออเมริกา
10/06/2026
เจาะเทรนด์ Micro-Credentials แต้มต่อสำคัญของเด็กจบใหม่ในยุค AI
การเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดแรงงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การคว้าใบปริญญาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำเท่านั้น แต่การเสริมทักษะเฉพาะทางที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมกำลังกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้บัณฑิตจบใหม่โดดเด่นกว่าใคร
จากรายงาน Micro-Credentials Impact Report 2026 ของ Coursera ที่สำรวจกลุ่มตัวอย่างกว่า 35,000 คน ทั้งนักศึกษา ผู้จ้างงาน และผู้นำด้านการอุดมศึกษาจาก 7 ประเทศทั่วโลก พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า Micro-credentials หรือหลักสูตรระยะสั้นที่เน้นการสร้างทักษะเฉพาะทางและมีการมอบประกาศนียบัตรดิจิทัล มีส่วนช่วยอย่างมากในการเพิ่มโอกาสการจ้างงาน
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจจากรายงานฉบับนี้ ได้แก่
1. โอกาสการได้งานที่สูงขึ้น: 85 เปอร์เซ็นต์ของบัณฑิตในสหรัฐฯ ที่มีใบรับรอง Micro-credentials สามารถหางานที่ตรงสายงานได้ภายในเวลาเพียง 12 เดือน และ 83 เปอร์เซ็นต์เชื่อว่าใบรับรองเหล่านี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้พวกเขาได้รับตำแหน่งงาน
2. ความได้เปรียบในกระบวนการคัดเลือก: 61 เปอร์เซ็นต์ของผู้จ้างงานในสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้สมัครที่มีใบรับรองทักษะเฉพาะทางจะผ่านกระบวนการสรรหาว่าจ้างได้รวดเร็วกว่า และ 79 เปอร์เซ็นต์ยอมรับว่าพนักงานใหม่ที่มีทักษะเหล่านี้สามารถปฏิบัติงานได้ดีกว่าพนักงานที่ไม่มีใบรับรองในช่วงปีแรกของการทำงาน
3. พลังของ AI ในตลาดแรงงาน: ในยุคที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ 60 เปอร์เซ็นต์ของผู้จ้างงานยินดีที่จะเลือกรับผู้สมัครที่มีประสบการณ์น้อยกว่าแต่มีใบรับรองด้าน Generative AI เข้าทำงาน มากกว่าผู้สมัครที่มีประสบการณ์สูงแต่ขาดทักษะด้านนี้
4. ผลตอบแทนที่คุ้มค่า: บัณฑิตที่มีใบรับรองที่สามารถสะสมเป็นหน่วยกิตการศึกษาได้ มีแนวโน้มที่จะได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นถึง 10 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่านั้น
สำหรับครอบครัวที่กำลังวางแผนการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยระดับโลก การทำความเข้าใจเทรนด์นี้จะช่วยให้การเลือกหลักสูตรและการเตรียมตัวมีความยุทธศาสตร์มากขึ้น ปัจจุบันมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งเริ่มมีการบรรจุหลักสูตรระยะสั้นเหล่านี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของวิชาเรียน เพื่อปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยและเชื่อมโยงกับความต้องการของภาคธุรกิจอย่างใกล้ชิด
การมีพื้นฐานการศึกษาที่แข็งแกร่งจากสถาบันการศึกษาชั้นเลิศ ผสานกับการสะสมทักษะเฉพาะทางที่ทันสมัย คือสูตรสำเร็จที่จะช่วยให้นักศึกษาไทยก้าวสู่ความสำเร็จในระดับสากลได้อย่างมั่นคง
09/06/2026
สำหรับนักเรียนและผู้ปกครองที่กำลังมองหามหาวิทยาลัยชั้นนำในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ข้อมูลล่าสุดนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เมื่อมหาวิทยาลัยรัฐในเท็กซัสกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในระบบการศึกษา
ภายใต้กฎหมายรัฐฉบับใหม่ที่ชื่อว่า Senate Bill 37 หรือ SB37 มหาวิทยาลัยรัฐทั่วเท็กซัสกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายวิชาในหลักสูตรแกนกลาง หรือ Core Curriculum จำนวนรวมเกือบ 13,000 วิชา เพื่อปรับปรุงให้เนื้อหาเน้นไปที่ความรู้พื้นฐานที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตและการทำงานอย่างแท้จริง
การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจมีดังนี้
1. การเน้นย้ำความรู้พื้นฐาน มหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง University of Texas at Austin และระบบมหาวิทยาลัย Texas A&M กำลังปรับปรุงวิชาเรียนให้มีความเป็นพื้นฐานและเป็นรากฐานที่สำคัญมากขึ้น โดยลดความซับซ้อนของวิชาเลือกที่เฉพาะเจาะจงเกินไปลง
2. การปรับเปลี่ยนเนื้อหาที่ละเอียดอ่อน มีการระบุให้วิชาในหลักสูตรแกนกลางหลีกเลี่ยงการนำเสนออุดมการณ์ด้านอัตลักษณ์ทางเพศ หรือเชื้อชาติที่ถูกมองว่าเป็นการปลูกฝังแนวคิดใดแนวคิดหนึ่ง และเน้นให้ศาสตราจารย์นำเสนอข้อมูลให้รอบด้านจากทุกมุมมอง
3. โครงสร้างหลักสูตรแกนกลางของเท็กซัส ปัจจุบันนักเรียนในมหาวิทยาลัยรัฐของเท็กซัสต้องเรียนวิชาแกนกลางรวม 42 หน่วยกิต หรือประมาณ 14 วิชา ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านการสื่อสาร คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์อเมริกัน และการปกครอง ซึ่งกฎหมายใหม่นี้ต้องการให้มั่นใจว่าทุกหน่วยกิตที่นักเรียนจ่ายเงินเรียนไปนั้นจะช่วยเสริมสร้างทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญสำหรับนักเรียนไทย
การเลือกมหาวิทยาลัยไม่ได้พิจารณาจากชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว แต่การทำความเข้าใจ วัฒนธรรมทางการศึกษา และ ทิศทางของหลักสูตร ในแต่ละรัฐก็เป็นสิ่งสำคัญ การเปลี่ยนแปลงในเท็กซัสครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดที่ต้องการให้การศึกษาระดับปริญญาตรีกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของการสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ก่อนที่จะแยกย้ายไปเรียนวิชาเฉพาะทางในระดับที่สูงขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่ากระบวนการตรวจสอบและเปลี่ยนแปลงทั้งหมดจะเสร็จสิ้นและเห็นผลชัดเจนภายในปี 2026 เพื่อให้สอดคล้องกับกำหนดการของรัฐในปี 2027
True North Education พร้อมที่จะให้คำปรึกษาและอัปเดตข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับนโยบายการศึกษาของมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก เพื่อให้การตัดสินใจเลือกที่เรียนต่อของคุณเป็นไปอย่างแม่นยำและตอบโจทย์อนาคตมากที่สุด
08/06/2026
หากคุณกำลังมองหาเส้นทางสู่ความสำเร็จในระดับสากลในสายธุรกิจ ชื่อของ M7 หรือ Magnificent Seven คือกลุ่มสถาบันการศึกษาที่คุณต้องรู้จัก กลุ่มนี้ประกอบไปด้วยมหาวิทยาลัยบริหารธุรกิจระดับท็อป 7 แห่งในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดในโลก
สถาบันในกลุ่ม M7 มีที่ไหนบ้าง
1 Harvard Business School (HBS)
2 Stanford Graduate School of Business
3 The Wharton School of the University of Pennsylvania
4 Columbia Business School
5 Northwestern University Kellogg School of Management
6 University of Chicago Booth School of Business
7 MIT Sloan School of Management
ทำไมต้องเป็น M7
ความโดดเด่นของสถาบันเหล่านี้ไม่ใช่แค่เพียงชื่อเสียง แต่คือคุณภาพการเรียนการสอนและเครือข่ายศิษย์เก่าที่ทรงอิทธิพลระดับโลก อย่างเช่น Elon Musk จาก Wharton Satya Nadella จาก Chicago Booth หรือ Sheryl Sandberg จาก Harvard
จากข้อมูลล่าสุดในปี 2026 MIT Sloan School of Management ได้รับการจัดอันดับให้เป็นที่หนึ่งใน Financial Times Global MBA ranking ในขณะที่ Harvard Business School ยังคงครองสถิติสถาบันที่บัณฑิตได้รับเงินเดือนเฉลี่ยสูงสุดหลังจากจบการศึกษา 3 ปี โดยสูงถึงประมาณ 260,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 9 ล้านบาทต่อปี
การก้าวเข้าสู่ M7 ไม่ใช่เรื่องง่าย
ด้วยอัตราการรับเข้าที่ต่ำและการแข่งขันที่สูงมาก ผู้สมัครต้องมีคะแนน GMAT ที่โดดเด่น มีประวัติการทำงานที่น่าสนใจ และมีวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำที่ชัดเจน การเตรียมตัวอย่างมีกลยุทธ์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
ที่ True North Education เราพร้อมเป็นที่ปรึกษาเพื่อช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกมหาวิทยาลัยที่ใช่ไปจนถึงการสร้างโปรไฟล์ให้โดดเด่น เพื่อให้คุณเข้าใกล้เป้าหมายในการเรียนต่อสถาบันระดับโลกได้มากยิ่งขึ้น
07/06/2026
การก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพสัตวแพทย์ในระดับนานาชาติกลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เมื่อมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง University of California, Santa Cruz (UCSC) จากสหรัฐอเมริกา และ University of Bristol จากสหราชอาณาจักร ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเพื่อสร้างเส้นทางพิเศษในการเข้าเรียนต่อคณะสัตวแพทยศาสตร์สำหรับนักศึกษาโดยเฉพาะ
ข้อตกลงนี้เปิดโอกาสให้นักศึกษาจาก UC Santa Cruz ที่เรียนจบในสาขาที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าเรียนต่อในหลักสูตร Bachelor of Veterinary Science (BVSc) ณ Bristol Veterinary School ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันสอนสัตวแพทยศาสตร์ชั้นนำของโลกได้โดยตรง โดยหลักสูตรนี้ได้รับการรับรองจาก American Veterinary Medical Association (AVMA) ทำให้นักศึกษาที่จบการศึกษาสามารถประกอบอาชีพสัตวแพทย์ได้ทั้งในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร
ความน่าสนใจของโปรแกรมนี้คือเป็นหลักสูตรเร่งรัดที่ช่วยลดระยะเวลาในการเรียนลง 1 ปีเมื่อเทียบกับหลักสูตรปกติ นอกจากนี้ นักศึกษาจาก UC Santa Cruz ที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับทุนการศึกษาเป็นส่วนลดค่าเล่าเรียน 10 เปอร์เซ็นต์ในทุกปีการศึกษาอีกด้วย
ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้นักศึกษาที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นสัตวแพทย์ได้เข้าถึงการศึกษาระดับโลกที่มีความยืดหยุ่นและเป็นสากลมากขึ้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังวางแผนศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ การเลือกสถาบันที่มีความร่วมมือระดับนานาชาติเช่นนี้จะช่วยเปิดโอกาสในการทำงานและสร้างเครือข่ายระดับโลกได้เป็นอย่างดี
True North Education พร้อมเป็นที่ปรึกษาให้แก่คุณและครอบครัวในการวางแผนการศึกษาเพื่อก้าวสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกอย่างมีกลยุทธ์